วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ Gillette Stadium เมืองฟอกซ์โบโร่ รัฐแมสซาชูเซตส์ จะถูกจารึกเป็นหนึ่งในวันที่ช็อกโลกฟุตบอลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อ เยอรมันบอลโลก แชมป์ 4 สมัย อันดับ 10 ของโลก พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษให้กับปารากวัย ทีมอันดับ 34 ของโลก ด้วยสกอร์ 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาทีในรอบ 32 ทีมสุดท้ายของ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้อาจเป็นการอัพเซ็ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ และแน่นอนว่าเป็นการอัพเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดในรอบน็อกเอาต์ ข่าวบอลโลกอัปเดตล่าสุด
⚽ ครึ่งแรก ปารากวัยเซอร์ไพรส์นำก่อนนาที 42

เยอรมนีตามหลัง 1-0 ในช่วงพักครึ่ง จากการโหม่งของ ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ในนาทีที่ 42 จากครอสของ มาเทียส กาลาร์ซ่า เป็นการแสดงที่ไร้พลังของแชมป์ 4 สมัยในครึ่งแรก
ปารากวัยพลาดโอกาสทองในนาทีแรกของเกม เมื่อ มานูเอล นอยเออร์ เซฟลูกยิงของ จูเนียร์ อลอนโซ่ ได้ ก่อนที่เยอรมนีจะครองเกมตลอด 40 นาทีถัดมา โดยปารากวัยตั้งรับลึกและแทบไม่ได้บุกเข้าแดนคู่แข่งเลย แม้เยอรมนีจะครองบอลถึง 78% ในครึ่งแรก แต่กลับมีชอตยิงตรงกรอบเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
⚡ ครึ่งหลัง ฮาแวร์ตซ์ตีเสมอ แต่ทำลายไม่ได้
เยอรมนีตีเสมอได้ในนาทีที่ 54 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ซัดประตูจากการโหม่งบอลที่เฉี่ยวเข้าประตู จากครอสของ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์
เยอรมนีเปลี่ยนตัว ลีออน โกเร็ตซก้า ลงสนามตั้งแต่ครึ่งหลัง แต่เกือบเสียประตูซ้ำ เมื่อบอลแบ็คพาสที่อ่อนของ โยชัว คิมมิช บังคับให้นอยเออร์ต้องวิ่งออกมาสกัดป้องกันไม่ให้เอนซิโซ่ซัดประตูที่สอง
เวิร์ตซ์เกือบจ่ายให้ฮาแวร์ตซ์ซัดประตูที่สองในนาทีที่ 77 แต่ลูกโหม่งอ่อนเกินไป ออร์ลันโด้ จิลล์ ผู้รักษาประตูปารากวัยปัดออกได้สบายๆ
🔥 ต่อเวลา ประตูที่ถูกยกเลิก ดราม่า VAR

เยอรมนีคิดว่าได้ขึ้นนำในนาทีที่ 12 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อ โจนาธาน ทาห์ โหม่งบอลจากคอร์เนอร์ลึกของ นาธาเนียล บราวน์ ทะลุประตูปารากวัย แต่ดราม่าก็ตามมาทันที
VAR พลิกกลับการตัดสิน โดยอ้างฟาวล์ที่ วัลเดมาร์ อันตอน ทำใส่จิลล์ ขัดขวางไม่ให้เขาเซฟบอลได้ ซึ่งเป็นการตัดสินฟาวล์ที่ค่อนข้างเบาแต่ทำให้เกมยังเสมอกันอยู่
ตลอด 120 นาที เยอรมนีครองเกมเหนือกว่าตลอดทั้งแมตช์ โดยเฉพาะครึ่งแรก ครองบอลมากกว่าและส่งบอลเข้ากรอบเขตโทษคู่ต่อสู้บ่อยกว่า แต่ก็ไม่สามารถทำลายมนต์ขลังของปารากวัยได้
🥅 ดวลจุดโทษ ฮีโร่ออร์ลันโด้ จิลล์

ในที่สุดเกม เยอรมันบอลโลก นัดนี้ก็ต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษเป็นครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์นี้
ฮาแวร์ตซ์เป็นคนแรกที่เดินมายิงให้เยอรมนี แต่จิลล์อ่านทางถูกและเซฟไว้ได้สำเร็จ เมาริซิโอยิงให้ปารากวัยขึ้นนำ คิมมิชยิงตีเสมอ กุสตาโว่ โกเมซ ทำให้ปารากวัยกลับมานำอีกครั้ง มูเซียล่ายิงเข้าตามมาแบบเฉียดฉิว กาลาร์ซ่ายิงผ่านนอยเออร์ทำให้เป็น 3-2 นิค โวลเทอมาด จากนิวคาสเซิล ยิงเบาๆ ถูกจิลล์เซฟไว้ได้ เปิดโอกาสให้ อันโตนิโอ ซานาบริอา ปิดเกม แต่เขายิงข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
นาดีม อามิรี ยิงตีเสมอให้เยอรมนี ก่อนที่ ฟาเบียน บัลบูเอนา ผู้มากประสบการณ์จะมีโอกาสปิดเกมให้ปารากวัย แต่ลูกยิงของเขาถูกนอยเออร์เซฟไว้ได้ ทำให้สกอร์เป็น 3-3 หลังยิงครบ 5 คนแรก เข้าสู่ช่วงตัดสินแบบตายตัว
ปารากวัยมีโอกาสครั้งที่สามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการส่งเยอรมนีกลับบ้าน หลังจากทาห์ยิงข้ามคานไป
โฮเซ่ คานาเล่ ยิงจุดโทษชัยให้กับปารากวัย — สนาม Gillette Stadium ระเบิดเสียงดังลั่นจากแฟนบอลปารากวัยที่ไม่อาจเชื่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
📊 สถิติที่ไม่เคยมีใครคาดคิด
นี่คือการแพ้จุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเยอรมนีในฟุตบอลโลก และยังเป็นชัยชนะการดวลจุดโทษครั้งที่สองของปารากวัยในฟุตบอลโลกจาก 2 ครั้งที่เคยเจอ
ก่อนหน้านี้เยอรมนีชนะการดวลจุดโทษในทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาแล้ว 6 จาก 7 ครั้ง รวมถึงชนะติดต่อกัน 6 ครั้งนับตั้งแต่แพ้เชโกสโลวาเกียในนัดชิงยูโร 1976 มนตร์ขลังของ เยอรมัน บอลโลก ในการดวลจุดโทษที่ไม่เคยแพ้มาตลอดประวัติศาสตร์บอลโลก ได้สิ้นสุดลงแล้วในคืนนี้
🌎 ปารากวัย ประตูแรกในรอบน็อกเอาต์ในรอบ 24 ปี
นี่คือประตูแรกของปารากวัยในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก หลังจากที่ไม่สามารถทำประตูได้ใน 5 นัดก่อนหน้านี้ รวมถึงตอนที่แพ้เยอรมนี 1-0 ในรอบ 16 ทีมเมื่อปี 2002 เกือบหนึ่งในสี่ศตวรรษต่อมา ปารากวัยได้แก้แค้นสำเร็จ
💬 เสียงจากฮีโร่และผู้แพ้
โฮเซ่ คานาเล่ กล่าวหลังเกมว่า “ผมคิดว่าเราสมควรได้เล่นอีกนัด และพูดตามตรงเมื่อพิจารณาทุกอย่างที่ถูกพูดถึง ทุกอย่างที่เราผ่านมา สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำจากทีมของเราคือความสามัคคีของเรา วันนี้คือเกมที่เราต้องการแสดงตัวตนที่แท้จริงของเราจริงๆ”
🔭 เยอรมัน บอลโลก ปิดฉาก ปารากวัยเปิดประวัติศาสตร์
นับตั้งแต่คว้าแชมป์บอลโลกปี 2014 เยอรมนีตกรอบแบ่งกลุ่มในสองทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ตกรอบหลังรอบ 32 ทีมแรกในประวัติศาสตร์
ปารากวัยเฉลิมฉลองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์ของพวกเขา แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงกว่าเดิม นั่นคือการเจอกับฝรั่งเศสที่กำลังร้อนแรง ในรอบถัดไป
เยอรมันบอลโลก ที่เคยยิ่งใหญ่ ปิดฉากลงแล้วใน ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ปารากวัยเขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของตัวเอง — นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่คาดเดาไม่ได้เสมอ ⚽🇩🇪💔🇵🇾 ข่าวบอลโลกมาใหม่วันนี้
