หากใครตามซื้อตามหานานาของใช้ออร์แกนิกอย่างในบทความ ขออย่ายอมแพ้ กันมาแล้ว คราวนี้ขอขยับมาว่าด้วยเรื่องใกล้ตัว ใกล้ปาก และใกล้กระเพาะอย่างเรื่องของกินกันดูบ้าง

ช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา หลายท่านคงได้ฝึกปรือฝีมือการทำอาหารคาวหวานกันอยู่ไม่ขาด หนุ่มสาวชาวออฟฟิศพากันผันตัวมาเป็นเชฟมือใหม่ เสาะหาแหล่งวัตถุดิบชั้นดีและวิธีปรุงอาหารฉบับเข้าใจง่าย มารังสรรค์เมนูให้ได้อวดโฉมกันอยู่ไม่เว้นวัน และเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 

เมื่อได้เข้าใกล้ก้นครัวมากขึ้น เราจึงได้เข้าถึงความพิถีพิถันในการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพอย่างลึกซึ้งตามไปด้วย สารพันของสด ของแห้ง เครื่องปรุง ข้าวหุง และผักปลอดสารพิษอีกนับไม่ถ้วน ที่เราหยิบยืมมาจากร้านนั้นบ้าง ร้านนี้บ้าง ต่างชูรสชาติและคุณค่าในจานอาหารได้อย่างกลมกล่อมลงตัว เราจึงไม่รอช้า เตรียมลิสต์รายชื่อร้านค้าที่จัดจำหน่ายอาหารอินทรีย์ ทั้งแบบของสด ของแห้ง และของสุก มาให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านได้เลือกช้อปกันอย่างอร่อยปาก แถมยังไม่ลำบากสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

พร้อมแล้วก็เตรียมคิดเมนู จดรายการสินค้า คว้าตะกร้า แล้วไปแวะเวียนอุดหนุนสารพันสินค้าจากร้านค้าอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลกกันได้เลย!

01

บ้านสุขภาพพุทธิญา

ที่ตั้ง : ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

โทรศัพท์ : 06 3195 9782

บ้านสุขภาพพุทธิญา
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

จุดเริ่มต้นของบ้านสุขภาพพุทธิญา เกิดจากความรักและศรัทธาในพุทธศาสนาของ จิ๊บ-สุกัญญา บุญเลิศรพ สู่ความมุ่งหวังที่อยากทำสัมมาชีพอันเป็นประโยชน์ เกิดโทษต่อผู้อื่นน้อยที่สุด เมื่อมีพื้นความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและธรรมชาติบำบัดอีกหลายแขนง ประจวบเหมาะเมื่อน้องชายอย่าง เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย ผู้ศึกษาทางด้านอาหารและสนใจในธรรมชาติบำบัดเช่นกันแบบพอดิบพอดี จึงสัมฤทธิ์ผลกลายเป็นร้านอาหารอินทรีย์สไตล์ Chef’s Table คัดสรรวัตถุดิบก้นหม้อจากเครือข่ายพันธมิตรเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต พ่วงมาด้วยการจำหน่ายทั้งอาหารสุกและสด เครื่องดื่ม ขนม เค้กสุขภาพ สมุนไพร ผัก ผลไม้ และของใช้เพื่อสุขภาพอีกนานาชนิด

ใครจะเชื่อว่าอาหารสามารถทำหน้าที่แทนหมอและยารักษาได้ชะงัด เชฟฮ้งและจิ๊บเลือกทำอาหารและขายสินค้าจากวัตถุดิบอินทรีย์ เพื่อส่งต่อพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติให้แก่ร่างกายอย่างละเมียดละไม ความพิถีพิถันของที่นี่ คือการคัดสรรวัตถุดิบอินทรีย์ตามฤดูกาล ปรุงอาหารโดยปราศจากเครื่องปรุงอุตสาหกรรม และเสริมให้ร่างกายได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ กินที่กายแต่ได้ตื่นรู้ที่ใจ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่าคุณภาพคับราคาขนาดไหน

สายบุญยังถูกใจ เพราะบ้านสุขภาพุทธิญาปันรายได้จากทุกออเดอร์ เก็บเล็กผสมน้อยรวบรวมไว้ในกองทุนปันบุญพุทธิญา นำไปจัดกิจกรรมการกุศลและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เพื่อมอบพลังกายพลังใจคืนสู่กลุ่มลูกค้าและบรรดาชุมชนที่คอยสนับสนุน ชี้ชวนให้เรามองเห็นคุณค่าของผู้อื่นและสร้างสังคมแห่งการตื่นรู้ ที่เปลี่ยนแปลงทั้งทางกายและใจอย่างเป็นรูปธรรม

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

บรรดาของกินของใช้จากบ้านพุทธิญา นอกจากทำหน้าที่เป็นยาชูกำลัง (ใจ) ให้แก่เหล่าลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย พุทธิญายังตั้งตนเป็นบ้านหลังน้อยๆ ที่คอยแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลสุขภาพในวิถีอินทรีย์อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เชฟฮ้งและจิ๊บทิ้งท้ายไว้ว่า ความสุขประการสำคัญหลังชายคาเรือน คือความอิ่มเอมใจที่ได้ขอบคุณตอบแทนธรรมชาติ ด้วยการนำคุณค่าของธรรมชาติส่งต่อให้ผู้คน ผ่านอาหารทุกจานให้ทานอย่างรู้คุณค่าและรู้ที่มาอย่างเข้าใจ ที่สำคัญ ยังสุขใจที่ได้ช่วยสนับสนุนเหล่าเกษตรกรอินทรีย์ ให้มีพลังใจในการสร้างอาหารปลอดภัยต่อไปอีกนานๆ

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

ใครสนใจอุดหนุนนานาอาหารสินค้า ช่วยเพิ่มกำลังวังชาให้ทั้งพลังกายและพลังใจ จะสั่งแบบเดลิเวอรี่หรือมาทานที่ร้านก็ได้ทั้งสิ้น พุทธิญายินดีเปิดบ้านต้อนรับและปรุงรสให้แบบจานต่อจาน แอบกระซิบบอกว่า ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนเท่านั้น เพราะทั้งเชฟฮ้งและจิ๊บอยากทำความรู้จักลูกค้าทุกท่านที่จะแวะเวียนมาใช้บริการเสียก่อน เพื่อจะได้จัดเมนูขึ้นโต๊ะได้อย่างตรงกายและตรงใจลูกค้าทุกคนมากยิ่งขึ้น

02

The Living Gift

Facebook : The Living GIFT ส่งต่อพลังชีวิต ของขวัญจากธรรมชาติ

ด้วยวิถีชีวิตและการทำงานที่คุ้นเคยคลุกคลีอยู่ในวิถีออร์แกนิกมาเป็นเวลานาน จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรม จึงผันตัวจากผู้บริโภคสู่ผู้ผลิต และล่าสุดในการเป็นผู้จัดจำหน่ายอาหารและสินค้าอินทรีย์ ผ่านแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ขนาดย่อมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ The Living Gift มาตั้งแต่ พ.ศ. 2562

The Living Gift
ภาพ : The Living Gift

จากสถานการณ์โรคระบาดในระลอกแรก ตลาดและห้างสรรพสินค้าขอโบกมือลาปิดทำการชั่วคราว การเสาะหาของสดของแห้งมาเข้าครัวแต่ละทีกลายเป็นเรื่องลำบากเอาการ จิ๊กจึงมีไอเดียก่อตั้งเพจเพื่อเป็นพื้นที่ส่งมอบผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์ สินค้าไบโอไดนามิก รวมถึงของใช้ที่ไม่ทำลายสุขภาพมาให้เหล่าแฟนเพจได้อุดหนุน เอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งอาหารที่ดีและดูแลสุขภาพได้ แม้ในสถานการณ์ที่ขยับเขยื้อนกายไปไหนมาไหนไม่ได้มากนัก

หมวดหมู่สินค้ามีตั้งแต่ผักสด ผลไม้ เครื่องปรุง เครื่องดื่ม และอาหารแปรรูปต่างๆ เน้นหนักไปทางวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายในบ้านเรา อย่างผักสวนครัวจำพวกพริกขี้หนูสวน พริกไทยอ่อน บวบ แตงกวา ไปจนถึงพริกแกงออร์แกนิก น้ำพริกข่า และห่อหมกฉบับโฮมเมดน่าลอง

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : The Living Gift

เรื่องแปลกแต่น่ารักมากของ The Living Gift คือการวัดค่าพลังชีวิตตามศาสตร์สุขภาพทางเลือก หรือ Life Energy Test ที่ซ่อนอยู่ในสินค้าทุกชิ้นก่อนนำมาวางขาย พูดแล้วจะหาว่าคุย แม้จะน่าทึ่งจนไม่น่าเชื่อ แต่ผัก ผลไม้ ของที่นี่ สด อร่อย เก็บได้นาน และนำไปปลูกต่อได้ เพราะมีพลังชีวิตล้นเหลือจริงๆ แม้รายการสินค้าจะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากต้องผ่านการคัดเฟ้นอย่างพิถีพิถัน แต่ผลประโยชน์ที่ตกสู่เหล่าลูกค้าภายในเพจ คือสัมผัสและรสชาติเนื้อแท้จากธรรมชาติที่ดีต่อพลังชีวิตของผู้บริโภคอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้บริโภค และสร้างที่ทางในวิถีอินทรีย์สายนี้อย่างยั่งยืนเสมอมา

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : The Living Gift

เป้าหมายปลายทางของ The Living Gift คือการปันรายได้จากการซื้อขายภายในเพจ สมทบทุนมอบให้ผู้เปราะบางทางสังคม และจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อไปในอนาคต ลูกค้าอย่างเราๆ สั่งสินค้าแบบพรีออเดอร์ได้ที่หน้าเพจ และเดินทางไปรับสินค้าได้ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก (แผนที่) ในทุกๆ วันอังคาร หรือจะเรียกใช้บริการเดลิเวอรี่ก็ตามสะดวก ตลาดออนไลน์แห่งนี้เขาเปิดรับออเดอร์กันทุกวัน แถมวันละหลายรอบ ไม่ต้องกลัวพลาด แต่ถ้าช้าหมด ก็อดแล้วอดเลยเหมือนกัน

03

Poonsuk Planet

เว็บไซต์ : ตลาดพูนสุข

Facebook : Poonsuk Planet

Poonsuk Planet
ภาพ : Poonsuk Planet

Poonsuk Planet ถือกำเนิดขึ้นโดยการนำทีมของ กบ-อนันตา อินทรอักษร และกลุ่มอาสาสมัครชุมชนพูนสุข จับมือร่วมกับโครงการ JaiTalad Farm & Folk Market พร้อมได้แรงหนุนจากสวน g Garden พระราม 9 และมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ชักชวนบรรดาชุมชนผู้ปลูก ผู้ผลิต และเหล่าผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดในช่วง พ.ศ. 2563 ให้นำผลผลิตมาร่วมกันจัดจำหน่าย เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้หมุนเวียนกันในกลุ่ม

นอกจากจะได้สินค้าคุณภาพคับกล่อง จากผู้ผลิตที่ตั้งใจปลูกและตั้งใจทำในทุกกระบวนการ ชุมชนพูนสุขยังจัดหาร้านค้าออร์แกนิกมาอย่างครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ตอบโจทย์ผู้ซื้อในทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ปลอดสารพิษสารพันเครื่องดื่มและอาหารปรุงสุกพร้อมทาน ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และขนมเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงตลาดต้นไม้ สกินแคร์ปรนนิบัติผิวพรรณ และอโรมาเทอราปีสบายอารมณ์

ทั้งหมดนี้ซื้อง่ายขายคล่องผ่านทางหน้าเพจ Poonsuk Planet จากนั้นจึงขยับขยายกลายเป็นกิจกรรม Farm Sharing Pick up จัดหารายการสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตต้นตอตัวจริง เพื่อให้เหล่าลูกค้าได้เลือกหยิบสินค้าลงตะกร้ากันก่อนล่วงหน้า จากนั้นร้านค้าจะแพ็กใส่กล่องให้เสร็จสรรพ ติดป้ายชื่อน่ารัก และให้ลูกค้าเข้ามารับกล่องสินค้าได้ด้วยตัวเองที่ Bluedoor Creative Space (ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์) หรือใครจะใช้บริการไรเดอร์ให้เข้ามารับสินค้าแทนก็ตามสะดวก กระซิบบอกไว้ก่อนว่า ที่นี่เขาเปิดประตูบ้านตามวันเวลาที่นัดหมาย ฉะนั้นอย่ารอช้า เช็กปฏิทินและระยะเวลาจัดงานที่ Poonsuk Planet กันเลย

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : Poonsuk Planet

กบและทีมงานหลังบ้านตอบได้อย่างไม่ลังเลว่า กำไรของชุมชนพูนสุขคือการได้ส่งมอบอาหารที่ดีสู่มือผู้บริโภค ซึ่งนอกจากช่วยให้ลูกค้าได้เข้าถึงแหล่งอาหารปลอดภัยและรสชาติอร่อยแล้ว ยังทำให้ทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้ปลูก ผู้ปรุง และผู้ประกอบการตัวเล็กๆ มีรายได้หมุนเวียน เกิดการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูลกันในชุมชน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทุกคนอิ่มใจและอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า 

อีกหนึ่งความประทับใจในชุมชนพูนสุขที่เราฟังแล้วก็ยิ้มตามจนแก้มปริ คือบางเจ้าซื้อขายสินค้าแบบข้าวแลกปลา แลกเปลี่ยนทรัพยากรที่ดีและที่มีจากแต่ละชายคาอย่างแสนสนุก แม้จะเป็นเพียงก้าวย่างเล็กๆ แต่ก็ช่วยเสกสร้างรอยยิ้มและกำลังใจ ให้ปรากฏภายใต้หน้ากากในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างอบอุ่น

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : Poonsuk Planet
04

Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด

ที่ตั้ง : 59/70 บ้านกลางเมือง ซอยนาคนิวาส 4 กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด

โทรศัพท์ : 08 1626 6010

Line Official Account : @farmtoyou

พ่อกุ๊ก-ชุมพล และ แม่เป้-วรรณี พิพัฒน์เมฆินทร์ สองสามีภรรยาผู้ปะติดปะต่อไอเดียเล็กๆ อย่าง Farm To School จากจุดเริ่มต้นที่อยากเห็นเด็กๆ ได้ทานอาหารที่ดีมีคุณภาพในโรงเรียน สู่การป้อนนานาพืชผักและผลผลิตออร์แกนิกสู่ครัวโรงเรียนในกรุงเทพฯ และเคลื่อนย้ายขยายร่างมาเป็นธุรกิจเพื่อสังคมอย่างร้าน Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด ส่งตรงวัตถุดิบอินทรีย์ปลอดสารพิษ สู่ครอบครัวชุมชนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพ

Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด
ภาพ : Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด

หมวดหมู่สินค้าที่มีไว้ให้เลือกจับจ่ายในร้าน Farm To You ครบเครื่องเกินคาด และเหมาะกับพ่อบ้านแม่บ้านหัดเข้าครัวเป็นอย่างยิ่ง ไล่ไปตั้งแต่หมู เห็ด เป็ด ไก่ ไข่ อาหารทะเล ผัก ผลไม้ อาหารแห้ง และเหล่าเครื่องปรุงรสที่มาจากแหล่งผลิตไว้ใจได้ แถมผลผลิตทั้งหมดที่พ่อกุ๊กและแม่เป้รับเข้ามาวางขายในร้าน ล้วนอุดหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตตามวิถีเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยภายในประเทศไทยทั้งสิ้น โดยพ่อกุ๊กและแม่เป้จะพากันไป Farm Visit ในพื้นที่ที่เกษตรกรลงมือทำงานกันจริงๆ ส่งมอบผลผลิตกันถึงในไร่ พร้อมรับฟังเรื่องราวและส่งต่อความตั้งใจเหล่านั้นจากผู้ปลูกสู่ผู้บริโภคอย่างเข้าถึง

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด

การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับกลุ่มลูกค้า ในการให้ความสำคัญแก่ที่มาที่ไปและคุณค่าของผลผลิต มากกว่าตัวเลขที่แสดงราคาต่อกิโลกรัมเพียงอย่างเดียว เป็นอุปสรรคบานใหญ่ของสองสามีภรรยา แต่นั่นก็ไม่เกินกำลังที่จะพังทลายลงได้ หลังจากลงมือลงแรงดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 5 ปี ความตั้งใจแรกเริ่มของฟาร์มทูยูก็จับต้องได้และบรรลุผล ในขณะที่กลุ่มเกษตรกรค่อยๆ เติบโตทีละเล็กละน้อย เหล่าผู้บริโภคก็ได้รับผลผลิตคุณภาพที่ทั้งดีต่อโลกและดีต่อสุขภาพไปด้วยในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งปลายทางสำคัญที่ได้ริเริ่มขึ้นแล้วของ Farm To You คือการจับมือร่วมกับเครือข่ายสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน จัดตั้งเครือข่ายภายใต้ชื่อ City Farm Market สหกรณ์อินทรีย์ยั่งยืนระหว่างกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกทุกภาคส่วนได้เติบโตไปพร้อมกันอย่างเข้าอกเข้าใจ

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : Farm To You ส่ง ฟาร์ม สด

ร้านค้าขนาดกะทัดรัด อัดแน่นไปด้วยผลผลิตคุณภาพจากฟาร์มออร์แกนิกแห่งนี้ เปิดรับพรีออร์เดอร์สินค้าผ่านทางหน้าเพจ พร้อมมีบริการส่งตรงถึงหน้าบ้าน หรือจะมารับเองที่ร้านก็ได้ทั้งนั้น 

05

ตลาดนัดธรรมชาติและรถพุ่มพวงธรรมธุรกิจ

ตลาดนัดธรรมชาติ

วัน-เวลาทำการ : เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 16.00 น.

ที่ตั้ง : ฐานธรรมฯ พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

เว็บไซต์ : www.thamturakit.com/

Facebook : ธรรมธุรกิจ

โทรศัพท์ : 092 489 4159

Line Official Account : ​​@Thamturakit

รถพุ่มพวงธรรมธุรกิจ

Line Official Account : รถธรรมธุรกิจ

หากใครเคยได้ยินชื่อหรือเป็นลูกศิย์​ของ อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ อาจารย์โจน จันใด ต้องรู้จักตลาดสินค้าอินทรีย์แห่งนี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย เริ่มจากการจัดอบรมผ่านเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติหรือสวนพันพรรณ จากนั้นจึงเกิดการรวบรวมผลิตทางการเกษตรจากลูกศิษย์ยักษ์กะโจนทั่วประเทศ เพื่อวางขายในราคาสบายกระเป๋า ณ ตลาดนัดธรรมชาติ ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนใครที่ไม่สะดวกเดินทางไปเดินจ่ายตลาด ก็สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางหน้าเพจของธรรมธุรกิจได้สะดวกทันใจ

ตลาดนัดธรรมชาติและรถพุ่มพวงธรรมธุรกิจ
ภาพ : ตลาดนัดธรรมชาติ

รายการสินค้ามีมาอัปเดตให้คอยติดตามกันผ่านหน้าเพจอยู่ทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลข้าวหุง ผักผลไม้ปลอดสารตามฤดูกาล อาหารและขนมปรุงสดกันถึงหน้าร้าน ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติแปรรูปนานาชนิด ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างสเปรย์แก้ปวดเมื่อย น้ำยาล้างจาน ยาสีฟัน แชมพู หรือสบู่ถูตัวสูตรออร์แกนิก

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : ตลาดนัดธรรมชาติ
6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : รถพุ่มพวงธรรมธุรกิจ

ความเก๋ เท่ และไม่ซ้ำของเครือข่ายธรรมธุกิจ คือการอำนวยความสะดวกให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน ได้จับจ่ายเลือกซื้อผักสดอาหารสดกันถึงหน้าบ้าน เพราะเขาเจ้ามีบริการรถพุ่มพวง ยกขบวนสินค้าสดใหม่อย่างข้าว ผัก เนื้อสัตว์ และของแปรรูปคุณภาพชั้นดีจากเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ไปเปิดท้ายขายของถึงหน้าบ้าน ช่วยคลายความคิดถึงการหยิบจับผักสดในตลาดให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านกันได้บ้าง

ความน่ารักมากของรถพุ่มพวงคือ บริการการขายที่ตามใจผู้ซื้อเอามากๆ จะขอซื้อกำเล็กกำน้อย หรือรับแค่ก้านสองก้าน ที่นี่ก็ขายให้ได้ไม่มีปัญหา หนาว-พิเชษฐ โตนิติวงศ์ เจ้าของไอเดียเสริมว่า แนวคิดเรื่องรถพุ่มพวงผุดปิ๊งขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดใน พ.ศ.2563 เมื่อข้าวของขาดตลาดและผู้คนเข้าถึงแหล่งอาหารได้ยากเกินกว่าจะนิ่งเฉย การปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มการขายกลายเป็นรถพุ่มพวง ตลาดสดเคลื่อนที่ขนาดจิ๋วตามความคุ้นเคยของคนไทย จึงเป็นตัวเลือกที่สดใหม่และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าให้เข้าถึงแหล่งวัตถุดิบได้อย่างตรงประเด็น

ที่สำคัญ ทางธรรมธุรกิจยังปันรายได้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์จากโครงการ เพื่อส่งเสริมการศึกษาทางเลือก อย่างศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ในการสร้างประโยชน์แก่สังคมและสาธารณชนต่อไป

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : ธรรมธุรกิจ

ผัดสด อาหารสด ที่ขายไม่หมดจากรถพุ่มพวง จะถูกส่งตรงเข้าห้องครัวของร้านอาหารในเครือข่ายที่คนอุ่นหนาฝาคั่งตลอดวันอย่าง ยักษ์กะโจน เมนูของที่นี่เปลี่ยนไปไม่ซ้ำตามฤดูกาล อย่างปลาใบปอราดซอสตามคุย (เลือกได้ว่าจะเป็นซอสกระเทียม ราดพริก หรืออื่นๆ) ซี่โครงหมูอบสมุนไพร ใบเหลียงผัดไข่ ไปจนถึงขนมหวานตระกูลเบเกอรี่ ใครสนใจแวะไปชิมได้ ทั้งที่สาขาสัมมากร ชุมพรคาบาน่า และสาขาบรรทัดทอง (กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้) 

06

ร้านปลาออร์แกนิก (เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล)

ที่ตั้ง : 8/27 ซอยวิภาวดี 22 กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล

โทรศัพท์ : 09 0004 2401

Line Official Account : @plaorganic

ร้านปลาออร์แกนิก (เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล)
ภาพ : ร้านปลาออร์แกนิก

หากมื้อนี้เกิดเปรี้ยวปาก อยากทานอาหารทะเลสดๆ ที่ปลอดภัยและได้คุณภาพเต็มปากเต็มคำ ไม่ต้องไปทะเลที่ไหน เพราะร้านปลาออร์แกนิก เขายกทัพจัดขบวนอาหารทะเลเต็มรูปแบบ แผ่กระบะวางขายกันละลานตาถึงใจกลางกรุง 

ร้านปลาออร์แกนิก เกิดจากความร่วมมือของโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ ดำเนินการโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation) เพื่อส่งเสริมให้เกิดตลาดทางเลือกสินค้าอาหารทะเลออร์แกนิก (Organic Fisheries Product) และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารทะเลสดใหม่ ปลอดภัยจากสารพิษได้ในราคายุติธรรม ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านต้นทาง ไปสู่ปลายทางผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืน

และร้านปลาออร์แกนิกยังถือเป็นร้านค้ารายแรกของไทยที่ผลิตอาหารทะเลอินทรีย์ (Organic Seafood) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) อีกด้วย

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : ร้านปลาออร์แกนิก

ร้านปลาออร์แกนิกจะรับอาหารทะเลอินทรีย์มาจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย รวมไปถึงชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ที่นี่เขามีอาหารทะเลจำหน่ายหลายชนิดให้เลือกสรร (ตามฤดูกาล) อาทิ กุ้งแชบ๊วย ปูม้า ปลากะพง ปลาช่อนทะเล ปลาเก๋า ปลาจาระเม็ดดำ ปลาอินทรี ฯลฯ จะขอซื้อแบบทั้งตัว แบบแล่ แบบขูดเกล็ด หรือหั่นแว่น ทางร้านก็แสนใจดี บรรจงทำความสะอาดและจัดแจงให้ได้ตามสั่ง พร้อมจัดจำหน่ายให้ลูกค้าในทุกๆ วันพฤหัสและศุกร์

ท่านใดสนใจอุดหนุน สั่งจองสินค้าล่วงหน้าได้ในแต่ละรอบจำหน่าย จะไปรับเองที่ร้านหรือเรียกใช้บริการเดลิเวอรี่ก็ตามสะดวก (หากพ้นวันศุกร์ไปแล้ว ทางร้านจะแช่แข็งอาหารทะเลเพื่อขายในหน้าร้านต่อไป) 

6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
6 ร้านค้าแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์ สดจากสวน ฟาร์ม และทะเลไทย คัดมาเน้นๆ ว่าดีต่อเราและโลก
ภาพ : ร้านปลาออร์แกนิก

หากลองไปกดติดตามหน้าเพจของร้านปลาออร์แกนิก จะพบว่าที่นี่เขาใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารและให้ความรู้แก่กลุ่มลูกค้าเกี่ยวกับวิถีประมงพื้นบ้าน ระบบนิเวศชายฝั่ง และอาหารทะเลปลอดภัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ ทางร้านยังรับสินค้าอินทรีย์นานาชนิดจากกลุ่มผู้ผลิตในเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้งจำพวกกะปิ กุ้งแห้ง หรือผักผลไม้สดๆ จากในไร่ ที่นี่เขาก็มีบริการแบบซื้อครบจบในที่เดียว

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load