ผิวหนังก็เหมือนปาก

กว่าจะเลือกหยิบขนมหรือซอสปรุงรสสักขวดลงตะกร้า หลายๆ คนคงพลิกซองไปมา อ่านฉลากอยู่นานสองนาน เพราะเราต่างรู้กันดีว่าของกินเหล่านั้นต้องสัมผัสกับอวัยวะภายในและร่างกายของเราโดยตรง หากเผลอทานอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้เป็นแน่

ในทางกลับกัน เมื่อเราไปซื้อสบู่ แชมพู ยาสีฟัน เรากลับหยิบลงตะกร้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก อาจพิจารณาจากสี กลิ่น รส และโปรโมชันลดราคาอีกเล็กน้อย มาตรวัดการเลือกซื้อของใช้จึงไม่ซับซ้อนวุ่นวายเท่ากับของกิน นั่นเป็นเพราะเราต่างคิดกันไปเองว่า ของใช้เหล่านั้นล้วนอยู่ภายนอกร่างกาย จะต้องประณีตอะไรเสียมากมายกับของที่เราไม่ได้ดื่มกินเข้าไป

แต่ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย  สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่เราทาถูลงบนผิวหนัง สามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้คุณลองพลิกฉลากของใช้ก่อนซื้อ

หากลองอ่านส่วนผสมที่ข้างกล่อง จะพบว่าโลชั่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์กลุ่มซักล้างบางชนิด เต็มไปด้วยสารเคมีและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก ลองนึกดูคร่าวๆ ว่าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนหัวถึงหมอนอีกครั้งในตอนค่ำ เราใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกันบ้างในวันวันหนึ่ง แล้วเราใช้ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ นั่นเป็นปริมาณมหาศาลของสารเคมีที่ร่างกายซึมซับลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว 

แม้ว่าบางคนจะหันมาปลูกผัก ทำอาหารทานเอง กินอยู่ตามวิถีรักสุขภาพ ก็อาจยังพบสารเคมีใกล้เนื้อตัวจากของใช้อุปโภคที่ดูไม่มีอันตราย แทนที่อวัยวะต่างๆ จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องเสียเวลามากำจัดสารพิษจากนานาของใช้ที่เราประโคมใช้กันอยู่ทุกวี่วัน ท้ายที่สุด ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปด้วย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ :  Pasutara พสุธารา

ของใช้เหล่านี้ข้องเกี่ยวหมุนเวียนในชีวิตประจำวันของเรามากพอๆ กับอาหาร 3 มื้อ คงจะดีไม่น้อยหากเรามีผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายเป็นทางเลือก วันนี้ ‘มนุษย์อินทรีย์’ จึงอยากให้ทุกท่าน 

‘ขออย่ายอมแพ้’ ให้กับสารเคมีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และอย่ายอมแพ้ต่อการช่วยโลกของเรา ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ของใช้อินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าจากทั่วฟ้าแบรนด์ไทย ที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากดีต่อตัวผู้ใช้ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้แล้ว ก็ยังดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อวัตถุดิบต้นทางผ่านการคัดเฟ้นเฉพาะสารอินทรีย์ธรรมชาติ ปลายทางที่ถูกชะล้างลงท่อระบายน้ำก็ย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ก่อนที่จะหยิบตะกร้าไปเลือกช้อป เราอยากให้คุณลองเคลียร์ของใช้อันเก่าในห้องน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งออกเสียก่อน มาดูกันว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายเหล่านี้แฝงตัวอยู่หรือไม่

โซเดียมลอริลซัลเฟต หรือ โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate-SLS หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate-SLES) : สารทำให้เกิดฟอง มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายและเส้นผม ช่วยลดแรงตึงผิวและทำให้สิ่งสกปรก คราบไขมันหลุดออกได้ง่าย หากมีความเข้มข้นมากไป อาจทำให้ผิวแห้งตึง ขาดน้ำ เกิดสิว และระคายเคืองต่อเยื่อบุตาได้

สารกลุ่มพาราเบน (Parabens) : สารกันเสีย ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่าย มักพบในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย เส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ แม้ใช้เพียงเล็กน้อยแต่ถ้าหากร่างกายสะสมเป็นเวลานานก็อาจเป็นสารก่อมะเร็งเต้านมได้

ซิลิโคน (Silicone) : นิยมใช้ในโลชั่นหรือครีมนวดผม ทำหน้าที่คล้ายพสาสติกเคลือบให้ผิวและเส้นผมนุ่มลื่น แต่อาจเกิดการระคายเคือง สิวอุดตัน และเส้นผมแห้งกรอบ

ปิโตรเคมีคอล (Petrochemicals) : ทำจากน้ำมันดิบ มักพบในโลชั่นและเครื่องสำอางทั่วไป ทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้น แต่อาจทำให้ผิวหนังอุดตันได้

สีสังเคราะห์ (Artificial Color) : สีสันที่ฉูดฉาดล้วนเป็นสีสังเคราะห์ที่อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมเป็นสารก่อมะเร็งได้ นอกจากนี้ บางผลิตภัณฑ์ยังใส่กลิตเตอร์แวววาวหรือผงมุกเม็ดเล็กๆ เหล่านี้เป็นสารเคมีและทำจากเม็ดบีดไมโครพลาสติก เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine หรือ TEA) : ทำหน้าที่ปรับค่า pH มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และกลุ่มเจลล้างมือต่างๆ อาจทำให้เกิดการแพ้ ผิวหนังหรือเส้นผมแห้งกร้าน เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดงบริเวณผิวหนังและดวงตาได้

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) : มักใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ แชมพู ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว ซึ่งนอกจากจะทำร้ายผิวอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อปอด ระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจ

โพลีเอธิลีนไกลคอล (Polyethylene Glycol หรือ PEG) : สารให้ความชุ่มชื้นและช่วยทำให้เนื้อครีมข้นขึ้น มักพบในเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวหน้าและครีมบำรุงผิวต่างๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังได้ และอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในตับและไต

เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone หรือ MIT) : สารกันเสีย มักพบในเครื่องสำอาง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ แต่อาจก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้

ไตรโคซาน (Triclosan) : ส่วนผสมในสบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเหงือกอักเสบ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และมีผลให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ

ดูแล้วก็มีที่คุ้นหน้าค่าตากันอยู่หลายชนิด สารบางตัวเราก็แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เชื่อสิว่าเครื่องใช้รอบตัวคุณมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่แทบทั้งนั้น บางชนิดติดสติกเกอร์แผ่นใหญ่ไว้หน้าขวดว่า NO SLS แต่พอพลิกดูฉลากกลับมีคำว่า Sodium Laureth Sulfate อยู่ทนโท่ หากไม่พลิกอ่านก็แทบไม่รู้ตัว ว่าเราประโคมใช้สารเคมีกันอยู่ทุกเช้าเย็น ดังนั้น เพื่อให้การช้อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้าในครั้งต่อไป ปลอดภัยจากสารพิษนานาชนิดที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกาย ตามไปดูแบรนด์ไทยเชื้อสายอินทรีย์เหล่านี้กันดีกว่า ว่าจะมีของใช้ที่รักเราและรักโลกชนิดใดให้เลือกซื้อเลือกหากันบ้าง

01

ZNYA Organics

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Znya Organics

Facebook : Znya Organics

Instagram : znyaorganics

โทรศัพท์ : 06 1626 2928 หรือ LINE ID : @znyaorganics

ZNYA Organics
ภาพ : Znya Organics

เริ่มกันที่ของใช้ออร์แกนิกที่มีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่และเด็กน้อยวัยเตาะแตะ ปอน-วิตราภรณ์ พิมพลา คุณแม่ผู้เคยประสบปัญหาภูมิแพ้และผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัว รักษามาทุกวิถีทางก็ยังไม่สามารถเอาชนะอาการป่วยนี้ได้หายขาด ในเบื้องต้นเธอคิดว่าสาเหตุมาจากอาหารที่รับประทาน แต่ภายหลังพบว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นมาจากของใช้นอกร่างกายทั้งสิ้น เธอจึงหันมาพึ่งพาธรรมชาติและเริ่มคิดค้นสบู่สูตรออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ตัวเธอและคนที่บ้านใช้ จนปัจจุบันแบรนด์ ZNYA Organics มีผลิตภัณฑ์แตกกิ่งก้านสาขาออกมาอีกจำนวนมาก

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Znya Organics

ปอนเชื่อว่าเดิมทีผิวและผมของเราทุกคนมีสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เจือปนสารเคมี สภาพผิวและผมจึงถูกปรับไปตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ สินค้าจากแบรนด์ ZNYA Organics จึงไม่มีการคัดแยกว่าสำหรับผิวมัน ผิวแห้ง หรือ ผมมัน ผมแห้ง แต่จะใช้วัตถุดิบอินทรีย์เพื่อดีท็อกซ์สารเคมี ปรับสภาพผิวและผมให้ค่อยๆ สมดุล ที่สำคัญยังวางใจในคุณภาพได้ว่าทุกวัตถุดิบล้วนเป็นอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีและสารกันบูดทุกชนิด เพราะได้การการันตีจาก USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นที่เรียบร้อย 

สินค้าของ ZNYA Organics มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่างเบบี้ออยล์ สบู่เหลว สบู่ก้อน และน้ำมันทาผิว ไปจนถึงสบู่ล้างหน้าสูตรออร์แกนิก สกัดจากน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา แชมพูสะเดาที่กวาดรางวัลจากโปแลนด์มาแล้วหลายเวที ยาสีฟันจากดอกเกลือและกานพลู ผงถ่านพอกหน้าช่วยขจัดสารเคมีในผิว เกลือแช่ตัวและเท้าผสมน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพร และน้ำมันบำรุงผิวหน้าแบบจบครบที่ขวดเดียวสำหรับผู้ใหญ่

วัตถุดิบที่ปอนเลือกใช้ ก็มาจากพืชผลที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ติดต่อกับฟาร์มอินทรีย์และควบคุมดูแลการผลิตเองทุกขั้นตอน ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กจะไม่เจือปนสีและกลิ่นใดๆ เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้ดมและจำกลิ่นของพ่อแม่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนแป้งฝุ่นทาตัว ปอนกล่าวว่าลืมไปได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันว่าแป้งฝุ่นล้วนทำมาจากทัลคัม ยิ่งทาก็เหมือนยิ่งเติมฝุ่นเข้าไปในปอดของเด็กๆ ผลิตภัณฑ์ที่เธอทำออกมา จึงมีเฉพาะของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

02

Bija Herbal

ช่องทางการซื้อ : ร้านสวน ชั้น 1 หอศิลป์ กรุงเทพฯ, Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM / ออนไลน์

เว็บไซต์ : BijaHerbal

Facebook : BijaHerbal

Instagram : Bijaherbal

โทรศัพท์ : 09 2440 9449 หรือ Line ID : BijaHerbal

Bija Herbal
ภาพ : Bija Herbal

ด้วยใจรักในวิถีภูมิปัญญาไทย และอยากส่งเสริมผลิตผลและเกษตรกรไทยให้มีรายได้ อ๋อย-อัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล จึงได้หยิบยกวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างข้าวเสาไห้ NON-GMO มาประดิษฐ์คิดค้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พ่วงมาด้วยขนาดไซส์เล็กกะทัดรัดน่าพกพา ถูกใจนักเดินทางที่ต้องแพ็กกระเป๋ากันอยู่บ่อยๆ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Bija Herbal

นอกจากเรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะจะหยิบใส่กระเป๋าได้แบบพอดิบพอดี อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ Bija (พีชะ) ตีตลาดกลุ่มนักเดินทางได้แบบอยู่หมัด คือสินค้าส่วนมากมักทำออกมาในรูปแบบผง ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องบิน สินค้าตัวแรกเริ่มคือผงแป้งข้าวล้างหน้า มีส่วนผสมหลักอย่างแป้งข้าวเจ้าและขมิ้นชัน เมื่อไม่ใช้น้ำจึงไม่ต้องใส่สารกันเสีย ปราศจากทัลคัมและน้ำหอม ฟองน้อยเพราะไม่มี SLS มากวนใจ 

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพีชะคือแผ่นข้าวมาสก์หน้าที่ทำจากเส้นใยขนาดเล็กกว่าผ้าฝ้ายถึง 200 เท่า จึงทำให้แนบสนิทกับผิวหน้าได้ประหนึ่งว่าเป็นผิวหนังอีกชั้นของเรา ช่วยคืนความชุ่มชื่น กระจ่างใส และความสมดุลให้กับผิวหน้า และยังทำให้ครีมบำรุงผิวซึมลงผิวหน้าได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่สำคัญแผ่นมาสก์ยังย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม แอบกระซิบว่าโปรดักต์นี้ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วยนะ

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพีชะยังยกขบวนสินค้าคุณภาพคับกล่องมาอีกหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งผลิตภัณฑ์ Anti-aging ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กำจัดสิว ครีมบำรุงผิวและมือ ลิปบาล์ม อายส์เซรั่ม ผงสีฟัน น้ำมันนวดตัว และอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นยังใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ผ่านกรรมวิธีจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมี เรียกได้ว่าประทินผิวทั้งเรือนร่างแบบปลอดภัยหายห่วง ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

03

THLOS  

ช่องทางการซื้อ : THLOS Skincare Care & Kitchen สุขุมวิท 66 (ปิดหน้าร้านชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด) / ออนไลน์

เว็บไซต์ : THLOS

Facebook : THLOS Skin Care & Kitchen

Instagram : thlos_skincare

โทรศัพท์ : 08 5819 9003 หรือ Line ID : @thlos_skincare

THLOS
ภาพ : THLOS

THLOS ชื่อแบรนด์ที่ย่อมาจาก The Herbal Lore of Siam แปลเป็นไทยว่า คลังความรู้เรื่องสมุนไพรแห่งสยาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2010โดย เปิ้ล-อังคนา พรวิศวารักษกูล และ สุชิน พรวิศวารักษกูล พี่ชายของเธอ ทั้งสองตั้งใจอยากนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทยในรูปแบบผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบอินทรีย์มาเป็นส่วนประกอบของสินค้าทั้งหมด

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ: THLOS

เสน่ห์ของทลอส คือการพลิกโฉมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ด้วยการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันอย่างปลอดภัย พัฒนาสูตรโดยแพทย์แผนไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มาพร้อมกับแพ็กเกจหรูหรายกระดับ ให้พกใส่กระเป๋าและหยิบมาใช้ได้แบบไม่เคอะเขิน ไม่ว่าจะเป็นแป้งน้ำเย็น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม น้ำมันนวด และโลชั่นบำรุงผิว 

ส่วนสินค้าที่ทลอสภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง คือ ลิปบาล์มสูตรเชียร์บัตเตอร์ สารสกัดจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย COSMOS และ BIOGRECERT มีส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันเมล็ดองุ่น และโจโจบา ออยล์ ให้ความชุ่มชื่นเรียบเนียนแก่ริมฝีปากจากวัตถุดิบธรรมชาติแบบปลอดสารเคมี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารและของกินแปรรูปอีกหลายชนิดวางจำหน่ายให้เลือกช้อปกันอีกด้วย

แม้ในโลกปัจจุบันจะเต็มไปด้วยการรุกหน้าของเทคโนโลยีและวิทยาการมากมาย ทลอสยังคงเชื่อมั่นว่าถ้ามีสินค้าไทยคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พ่วงมาด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าใช้สอย ก็จะช่วยทำให้คนไทยมั่นใจและหันมาใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากยิ่งขึ้น 

04

Rai Din Dee Jai  

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : Rai Din Dee Jai

Facebook : Raidindeejaifarm

Instagram : raidindeejai

โทรศัพท์ : 086 059 8939 หรือ Line ID : raidindeejai

Rai Din Dee Jai
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กำพล และ หทัยชนก คู่สามีภรรยาผู้หันหลังให้กับชีวิตในเมือง และกลับมาปลูกผักทำไร่ตามวิถีเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอยากให้เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า เริ่มจากการเปลี่ยนผืนดินเพื่อปลูกเมล็ดงาตามวิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และสารกำจัดแมลง เก็บเกี่ยวด้วยวิถีธรรมชาติและใช้ระบบแมนนวลในการบีบน้ำมันงาจากสองมือ จนได้มาเป็นน้ำมันงาอินทรีย์ไร้สารเคมีออกขาย เมื่อมีโจทย์ที่ต้องฟื้นฟูบำรุงดิน ทั้งสองจึงตัดสินใจปลูกถั่วเขียวเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด จากนั้นจึงต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเขียวและพืชพรรณชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Rai Din Dee Jai 

การปลูกพืชแบบอินทรีย์อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และผลผลิตไม่สวยเท่ากับผลผลิตในระบบที่ใช้สารเคมี ถั่วเขียวล็อตแรกจากไร่ดินดีใจจึงถูกกดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองเริ่มมองหาวิธีแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่นทดแทน จากนั้นจึงได้ลองหยิบยกพืชผลต่างๆ ที่ปลูกเองเก็บเองจากในไร่ มาแปรรูปเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้ๆ ที่ปลอดสารเคมีและดีต่อสิ่งแวดล้อม 

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแรกเริ่มอย่างน้ำมันงาอินทรีย์สกัดเย็น สกัดจากเมล็ดงาขาวและงาดำอินทรีย์ด้วยกรรมวิธี Cold Press ใช้สำหรับทากันแดด บำรุงผิวและเส้นผม หรือแชมพูสูตรสมุนไพรสด สารสกัดจากอัญชัน บอระเพ็ด ใบหมี่ มะกรูด และน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติในท้องถิ่น บรรจุลงในขวดพลาสติกแบบ HDPE ที่หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผงพอกหน้าจากข้าวหอมมะลิ ใช้พอกหน้าและสครับผิวได้ ผงถั่วเขียวทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH เหมาะกับใบหน้า ใช้แทนโฟมล้างหน้าและสบู่อย่างสะอาดหมดจด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

การหวนคืนสู่วิถีธรรมชาติ ปลูกผักหว่านพืชตามแบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะทำให้ผู้ผลิตและลูกค้ามีความสุขที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ แล้ว ผืนดินอันแห้งแล้งก็พลิกฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ดินดีใจ ที่ได้มอบคุณค่าจากธรรมชาติในผืนไร่ สู่ปลายทางผู้รับมาอย่างยาวนานมากกว่าสิบปี

05

Harmony Life

ผลิตภัณฑ์ : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และของใช้ทั่วไป

ช่องทางการซื้อ : SUSTAINA สุขุมวิท39 / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Harmony Life

Facebook : Sustania organic shop

Instagram : harmonylife_sustaina

โทรศัพท์ : 0 2721 7511, 08 9819 0110

Harmony Life
ภาพ : HarmonyLife Organic Farm

Harmony Life คือฟาร์มปลูกผักอินทรีย์ในนครราชสีมาที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสินค้านานาชนิด แบบปลูกเอง ทำเอง ขายเองครบวงจร โดย Mr.Sho Orga ชาวญี่ปุ่นผู้เล็งเห็นถึงปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อน้ำและคูคลองต่างๆ จึงอยากส่งเสริมให้ผู้คนหันมาบริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรืออินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้ปลายทางของสินค้าเหล่านั้นย่อยสลายในธรรมชาติได้โดยไม่ทิ้งสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ 

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : HarmonyLife Organic

นอกจากจัดจำหน่ายผักและสินค้าแปรรูปจากพืชผลในฟาร์มของตนเองแล้ว Harmony Life ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้เลือกใช้โดยไร้กังวลต่ออาการแพ้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นน้ำตบเข้มข้นบำรุงผิวหน้า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ บวบ ใบสะเดา และแตงกวา ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์และฟื้นฟูรอยแผลเป็น ลิปบาล์มธรรมชาติ ผลิตจากไขผึ้งและน้ำมันจากธรรมชาติ ปราศจากสารกันบูด สารสังเคราะห์เคมี และน้ำหอม ช่วยบำรุงให้ริมฝีนุ่มลื่น ไม่แห้งกร้าน สบู่แฮนด์เมดสารสกัดจากน้ำมันมะกอก ราคาต่างกันไปตามขนาดของสบู่ที่ทำออกมาในแต่ละครั้ง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างน้ำยาซักล้างอเนกประสงค์สูตรธรรมชาติ ปราศจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้ส่วนผสมที่ได้รับการรองรับจาก ECO Cert. จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน 

ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงโคราชก็อุดหนุนสินค้าจาก Harmony Life ได้ เพราะทางฟาร์มขนตะกร้าสินค้ามาวางจำหน่ายใกล้ๆ คนเมืองที่ร้าน SUSTAINA ซอยสุขุมวิท 39 นอกจากนี้ยังมีผักสด อาหารออร์แกนิกและขนมอร่อยๆ ไว้ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย 

 06

Patom

ช่องทางการซื้อ : Patom Organic Living สาขาทองหล่อ 25 และ สาขาสวนสามพราน / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

Instagram : patom_organic_living

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID : @patom

Patom
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

Patom แบรนด์สินค้าออร์แกนิกที่พ่วงมาด้วยธุรกิจคาเฟ่ใจกลางกรุงอย่าง Patom Organic Living ของ ฟี่-อนัฆ นวราช ทายาทรุ่นสามที่ต้องการขยายกิจการใหม่บนธุรกิจสวนสามพรานของครอบครัว เขาเริ่มจับต้นชนปลายจากการผลิตสบู่และแชมพู โดยได้วัตถุดิบจากสมุนไพรที่ปลูกภายในฟาร์มสวนสามพราน และจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกตามวิถีอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ทำให้สามารถขยายไลน์การผลิตให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานเกินรอ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

สินค้าทุกชิ้นจากปฐม คัดเฟ้นเฉพาะวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกได้ในประเทศไทย บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์เก๋ไก๋ถูกใจสายมินิมอล มีตั้งแต่คลีนซิ่งสเปรย์ทำความสะอาดมือ มีส่วนผสมจากน้ำกลั่นมะนาวและน้ำกลั่นตะไคร้ธรรมชาติ เซรั่มบำรุงผมให้นุ่มสลวยดกดำ สกัดจากน้ำมันธรรมชาติ ทั้งบอระเพ็ด ทองพันชั่ง และน้ำมันมะพร้าว ยาดมสมุนไพรกลิ่นไม่อ่อนไม่แรงช่วยให้โล่งจมูก โลชั่นบำรุงผิวสกัดจากน้ำมันธรรมชาติและกุหลาบมอญ ช่วยให้ผิวอิ่มฟูดูกระจ่างใส โลชั่นสารสกัดจากใบย่านางที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และยังมีผลิตภัณฑ์ของกินของใช้อีกมากมาย ทั้งหมดมีวางจำหน่ายอยู่ในคาเฟ่สายออร์แกนิกอินทรีย์ซึ่งไม่แพ้กัน 

ใครสนใจอยากอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย พร้อมลิ้มลองอาหารสูตรดั้งเดิมของสวนสามพราน ไม่ต้องไปไกลถึงนครปฐม ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกันได้ที่ซอยทองหล่อ 25 ใกล้ๆ นี่เอง

นอกเหนือจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคงคุณค่าจากธรรมชาติสู่ทุกผลิตภัณฑ์ในมือของผู้บริโภค Patom ยังเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ส่งเสริมการเพาะปลูกด้วยวิถีธรรมชาติ เสริมสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเกษตรกร เพื่อปณิธานในการผลิตอาหาร สินค้า และสภาพแวดล้อมที่ดีคืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

07

Pasutara 

ช่องทางการซื้อ : พสุธารา อ.สวนผึ้ง / Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM, Gourmet Market สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ท่าพระ และเดอะมอลล์บางแค, Lemon Farm, Siam Paragon, Emquartier / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Pasutara

Facebook : Pasutara พสุธารา

Instagram : pasutara

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID : @pasutara

Pasutara
ภาพ : Pasutara

พสุธารา เป็นแบรนด์ของใช้ ของกิน ที่พัก และผักออร์แกนิกภายใต้คอนเซปต์ Purifying Life โดย บาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา และ แม่อ้อย-ดรุณี วัฒน์นครบัญชา ที่ริเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ดินในอำเภอสวนผึ้งให้กลายเป็นสวนผักปลอดสารพิษ และต่อยอดไอเดียธุกิจโดยการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจให้คนเข้าถึงธรรมชาติได้ด้วยของใช้และของกิน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/pasutarathailand/

พสุธาราสร้างทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากพืชผลในไร่ของตนเอง และบางส่วนนำมาจากแหล่งผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ ว่าปลูกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ตั้งแต่เลม่อนบ่มน้ำผึ้งสินค้าซิกเนเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้เสริมความงามอย่างคลีนซิ่งกลั่นจากโรสแมรี่สด ซึ่งได้โรสแมรี่พันธุ์ดีจากไร่ของพสุธาราเอง ช่วยลดอาการแพ้แดดและการอักเสบของผิว หรือจะเป็นน้ำตบโรสแมรี่ไทม์ออร์แกนิก เสริมทัพด้วยชะเอมเทศ และ L-canitine บริสุทธิ์มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ที่ อย. อนุญาตให้เคลมได้ว่าเป็นโปรดักต์ Firming และทำจากอะมิโนจากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิวหน้าออร์แกนิกสกัดจากใบบัวบก โคกกะออม สาหร่าย และวิตามินธรรมชาติอีกนานาชนิด สบู่น้ำมันธรรมชาติที่ทำจากกรรมสกัดวิธีแบบเย็น ที่ต้องคัดสรรวัตถุดิบกันอย่างพิถีพิถันและทำด้วยความใจเย็นเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้ยังมีเกลือขัดผิวกายจากผิวเลม่อน กุหลาบ ขมิ้นมะกรูด และแชมพูที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติล้วนๆ ไร้พาราเบน SLS ซัลเฟต ซิลิโคน สระผมลงน้ำได้สบายใจ ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ หากใครสนใจอุดหนุน ก็สามารถติดตามการสั่งจองได้ที่หน้าเพจของพสุธารา

สินค้าอินทรีย์จากเครือพสุธารายังมีให้เลือกใช้เลือกช้อปอีกมากมาย ที่สำคัญเขายังผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาให้ได้อุดหนุนกันอยู่ตลอด นอกจากทำการเกษตร ของใช้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปแล้ว พสุธารายังมีที่พักพร้อมอาหารเช้า บรรยากาศริมน้ำกลางสวนในเทือกเขาตะนาวศรี ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่สนใจใช้ชีวิตบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

08

Mamagreen Organic 

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : mamagreenorganic

Facebook : mamagreenorganic

Instagram : mamagreenorganic

โทรศัพท์ : 08 1753 3897 หรือ LINE ID : @Msoap

Mamagreen Organic
ภาพ : www.facebook.com/mamagreenorganic/

หวาน-กนกวรรณ อัศวกิจพานิช เป็นคุณแม่สายออร์แกนิก นอกจากอยากให้ลูกๆ และคนในครอบครัวกินอยู่แบบวิถีออร์แกนิกแล้ว ยังอยากให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอเชื่อว่าของใช้ในชีวิตประจำวันที่ผลิตจากสารเคมี ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มจากการทำสบู่ แชมพูแบบโฮมเมดใช้เองในบ้านและแจกจ่ายให้เพื่อนๆ เมื่อพัฒนาสูตรจนมั่นใจในคุณภาพ หวานจึงส่งต่อความตั้งใจอันดีนี้ไปยังลูกค้าของ Mamagreen Organic ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ไร้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Mamagreen Organic

สินค้าทุกชนิดของ Mamagreen Organic เป็นผลิตภัณฑ์ไร้สารเคมี และมั่นใจได้ว่าผลิตจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น สบู่เหลวที่มีส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ที่เธอปลูกเองและน้ำมันธรรมชาติออร์แกนิกสกัดเย็น ช่วยบำรุงผิวพรรณและมีน้ำมันหอมระเหยช่วยผ่อนคลายบำบัดได้ในทุกครั้งที่ใช้ แชมพูสูตรขิงช่วยลดอาการผมร่วงและทำให้ผมนุ่มลื่นเรียบสวยโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวดผม โลชั่นทาผิวสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ออร์แกนิก ปราศจากส่วนผสมของปิโตรเลียมและกลิ่นสังเคราะห์ หรือน้ำมันทาผิวใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำ นวดบำบัด และผสมในอ่างอาบน้ำได้ 

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจดแต่อ่อนโยนต่อมือและสุขภาพของผู้ใช้ ปราศจากสารในตระกูลซัลเฟต อย่าง SLS SLES ทั้งหลาย และย่อยสลายในธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จุดขายของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Mamagreen Organic จึงไม่เพียงตอบโจทย์สายออร์แกนิกที่มองหาสินค้าจากวัตถุดิบเป็นมิตรกับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังใส่ใจพิถีพิถันในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน พืชผลบางชนิดก็มาจากสวนหลังบ้านที่หวานและครอบครัวปลูกไว้เอง จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้แบบสบายหายห่วง

09

 Vowda

ช่องทางการซื้อ : Vowda @หัวหิน, Tokyu ชั้น 1 MBK, All about you, Lemon farm, Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Vowda

Facebook : Vowda Organic Cosmetics

Instagram : vowda_cosmetic

LINE ID : @vowda

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

วิศวกรเคมีสาว จ๋า-วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ ประสบปัญหาผิวบางและแพ้เครื่องสำอางแทบทุกชนิด เธอจึงต้องหอบยารักษาผิวหน้ากระบุงใหญ่ติดตัวไปต่างประเทศด้วยเสมอ แต่ในช่วงที่ยาใกล้หมด เธอมีโอกาสลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหลายชนิดทดแทน และพบว่าผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือตัวยาใดๆ นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้จ๋าค่อยๆ ศึกษาทดลองนำพืชผลจากธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์ คิดค้นสูตรในห้องแล็บอยู่หลายปี และทดลองใช้เองจนมั่นใจในคุณภาพ ท้ายที่สุด แบรนด์ Vowda ก็ได้อวดโฉมสู่ท้องตลาดมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

Vowda หยิบยกวัตถุดิบและพืชใกล้ตัวที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายในท้องถิ่น มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการผลิตที่จ๋าออกแบบการทำงานของเครื่องจักรด้วยตัวเองทั้งหมด สังเกตปัญหาและความต้องการรอบตัวของตนเอง จากนั้นจึงใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน 

อย่างโลชั่นน้ำตบสารสกัดจากเมล็ดกาแฟดิบ ที่จ๋าลงทุนเดินทางไปยังแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟออร์แกนิกทั้งในไทยและลาว ช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงและลดเลือนริ้วรอยให้ตื้นจางลง หรือจะเป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่ถูกยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากธรรมชาติที่ดีที่สุดจาก Vowda สกัดจากเมล็ดกาแแฟกรีนบีนและน้ำมันหอมระเหยทีทรีเกรดออร์แกนิก การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชนะเลิศจากเวที EUROINVENT จากประเทศโรมาเนีย ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ดูแลผิวแล้ว Vowda ยังมีเครื่องสำอางสารสกัดจากธรรมชาติอย่างแป้งอัดแข็งจากข้าว เมล็ดบัว และกะลามะพร้าว ที่น่าสนใจคือลิปสติกออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดจากข้าวและปรุงแต่งสีด้วยข้าวแดง แครอท แครอทม่วง และพืชผักชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ปลอดจากสารตะกั่วและโลหะหนักแบบสบายหายห่วง

10

นักเคมีหัวใจสีเขียว

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

Facebook : นักเคมีหัวใจสีเขียว

นักเคมีหัวใจสีเขียว
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

แม้จะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี แต่ อาจารย์นุ่น-ดร.ชมพูนุท วรากุลวิทย์ ก็มีใจรักและมุ่งหวังอยากเห็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติคุณภาพดีไปอยู่ในทุกหลังคาเรือน หลังจากโหมงานหนักจนพบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงทำให้เธอกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากกว่าเก่า เริ่มจากการสังเกตกิจกรรมและสิ่งของรอบตัว จึงพบว่าสารเคมีวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนี่เป็นตัวการหลักที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงด้วย คงดีกว่าหากเราสามารถหาสมุนไพรต่างๆ ในธรรมชาติมาทดแทนสารเคมีเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอจึงเปิดเพจ ‘นักเคมีหัวใจสีเขียว’ เพื่อชักชวนให้คนลดการใช้เคมีสังเคราะห์ด้วยการแบ่งปันสูตรทำผลิตภัณฑ์ครัวเรือนอย่างง่ายจากวัตถุดิบธรรมชาติ ให้บรรดาเหล่าลูกเพจนำไปทดลองทำตาม นอกจากนี้อาจารย์นุ่นก็ได้ทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาปันขายบ้างบางส่วน เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าได้ทดลองใช้และอยากลงมือทำเองในครั้งต่อๆ ไป

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

ผลิตภัณฑ์แรกที่อาจารย์นุ่นเริ่มพัฒนาสูตร คือยาสระผมมะกรูด โดยเธอตระหนักว่ายาสระผมมะกรูดทั่วไปมักใช้เนื้อมะกรูดเป็นส่วนผสม ซึ่งมีกรดชนิดเดียวกับกรดมะนาว หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แทนที่จะช่วยลดรังแค ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและหนังศีรษะอักเสบได้ ส่วนของมะกรูดที่เหมาะจะนำมาใช้ทำแชมพูคือส่วนเปลือกที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่จำนวนมาก จึงได้ปรับปรุงวิธีการจากสูตรภูมิปัญญาทั่วไปให้ได้คุณสมบัติที่ดีขึ้นจนกลายเป็นแชมพูมะกรูดสูตรซิกเนเจอร์ สารสกัดจากเปลือกมะกรูด ปราศจากน้ำและเนื้อไร้ข้อกังวลใจ ต่อมาจึงมีสูตรผสมอัญชันและบอระเพ็ดสดตามมา ซึ่งทุกสูตรใส่สารเกิดฟองที่อ่อนโยนในปริมาณเล็กน้อยให้พอรู้สึกว่าสระสะอาดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะฟองน้อย แต่รับรองว่าสระแล้วสบายหัว ผมทิ้งตัวนุ่มสลวยอย่างดี 

นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากพืชสมุนไพรอีกหลายชนิด ทั้งเจลอาบน้ำสระผมสูตรฝาง ขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง ช่วยสมานผิวแพ้ง่าย สูตรรางจืดชาร์โคล์ช่วยล้างพิษ และสูตรฟักข้าวผสมน้ำผึ้งช่วยลดกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปากสมุนไพรแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ สกัดจากอบเชย กานพลู โรสแมรี่ น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์แท้และเกลือธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาอาการไอและเจ็บคอได้อย่างเห็นผล น้ำมันมะพร้าวบอระเพ็ดบำรุงผิวและผม และน้ำมันมะพร้าวไพลช่วยคลายกล้ามเนื้อ สมานผิวและลดอาการอักเสบได้ดี ที่สำคัญยังใช้แทนยาใส่แผลได้เลยในตัว ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง ก็มีทั้งน้ำยาอเนกประสงค์และน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรลดเคมีให้ได้เลือกอุดหนุนกันด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ที่อาจารย์นุ่นจำหน่าย ไม่ได้หวังกอบโกยรายได้มากมายมหาศาล เธอเพียงทำเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกเพจได้รู้จักกับวิถีอินทรีย์และทดลองทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบไม่พึ่งพาสารเคมีไว้ใช้เองที่บ้าน แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบและไม่มีเวลา ก็แวะเวียนมาอุดหนุนสินค้าจากเธอเพื่อเป็นรายได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งต่อความรู้ทั้งหลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องรอเฝ้าหน้าจอให้ดี เพราะอาจารย์นุ่นจะเปิดจองสินค้าเป็นรอบๆ ช้าหมดอดแล้วอดเลย ต้องรอจนกว่าจะเปิดรอบจองใหม่เท่านั้น 

11

SABU-SABU Natural Lifestyle

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : SABU-SABU Natural Lifestyle

Facebook : SABU-SABU Natural Lifestyle

Instagram : sabusabulife

โทรศัพท์ : 08 9853 9991

Sabu Sabu
ภาพ : Sabu Sabu Natural Lifestyle

Virginia Bird ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตกับลูกๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้รับโจทย์ให้จัดทำเซ็ตของขวัญวันคริสมาสต์ให้แก่ลูกค้าของบริษัทส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่เธอทำงานอยู่ เธอพบว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินในการหาโรงงานที่จะผลิตสบู่ปลอดสารพิษให้เธอได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหันมาทำสบู่สารสกัดจากธรรมชาติด้วยตนเอง และต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 ชนิดในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อ Sabu Sabu ซึ่งหมายถึง สบู่ ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์นั่นเอง

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.sabu-sabu.com

Virginia ตั้งใจให้สินค้าทุกชิ้นในเครือ Sabu Sabu ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม อย่างพาราเบนและ SLS ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์อย่างสบู่อินทรีย์ ไร้สารเคมีและการแต่งกลิ่นสีทุกชนิด มีให้เลือกมากกว่า 50 สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรตะไคร้ มะพร้าว เสาวรส ชาเขียว เชอร์รี่ ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์สกินแคร์ก็มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ตระกูลคลีนซิ่ง ทั้งแบบเจล ออยล์ และสบู่ก้อน สารสกัดจากนม น้ำผึ้ง กุหลาบ และลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีน้ำตบ โทนเนอร์ และอายครีม ไว้ให้ประทินผิวได้ไม่มีเบื่อ

ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมอย่างแชมพู ครีมนวดผม แฮร์โทนิก น้ำมันบำรุงผม และสินค้าสำหรับหนูน้อยอย่างสบู่ก้อน สบู่เหลวสำหรับอาบน้ำสระผม แป้งฝุ่นปราศจากทัลคัม ครีมบำรุงผิวและบาล์มแก้ผื่นคัน ก็มีให้เลือกช้อปเช่นเดียวกัน

แนวคิดในการเลือกวัตถุดิบและผลิตสินค้าของ Sabu Sabu คือการหวนคืนสู่วิถีแบบธรรมชาติดั้งเดิมอย่างที่ควรจะเป็น สวนทางกับอุตสาหกรรมเคมีในปัจจุบันที่ต้องการผลิตสินค้าในต้นทุนต่ำ และเน้นปริมาณในการผลิตคราวละมากๆ สินค้าอินทรีย์และออร์แกนิกต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกกระบวนการ และใช้เวลามากกว่าสินค้าเคมีทั่วไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่า เพราะนั่นคือการมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และตอบแทนคุณค่าของธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน

12

Hug Organic

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Hug Organic

Facebook : Hug Organic

Instagram : hugorganic

โทรศัพท์ : 09 4765 4242 หรือ Line ID : @hugorganic

Hug Organic
ภาพ : Hug Organic

เพราะอยากสนับสนุนให้คนหันมาดูแลสุขภาพในวันที่ร่างกายยังแข็งแรง บวกกับต้องคอยรับหน้าที่พาอากงไปพบแพทย์ผิวหนังอยู่บ่อยๆ จึงทำให้ น้ำผึ้ง-ภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ ตัดสินใจสร้างแบรนด์ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพในรูปแบบบรรจุภัณฑ์น่าใช้และราคาน่ารัก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Hug Organic มีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด อ่อนโยนต่อผิวและสิ่งแวดล้อมเสมือนการโอบกอดด้วยความรัก ซึ่งเธอเชื่อว่าหากเราดูแลร่างกายให้แข็งแรง เราก็จะมีโอกาสส่งต่อความรัก ความหวังดี และดูแลผู้อื่นต่อไปได้เช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Hug Organic

น้ำผึ้งเล็งเห็นถึงประโยชน์ของวัตถุดิบออร์แกนิกจากเกษตรกรไทย จึงคิดค้นสูตรเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและร่างกาย อย่างครีมอาบน้ำสารสกัดจากข้าวหอมนิลและดอกคาโมมายล์ พร้อมด้วยเม็ดสครับจากธรรมชาติ ไม่บาดผิว ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นสุขภาพดี ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจด หรือที่ทำมาจากพืชพรรณชนิดอื่นๆ ก็มีเช่นกัน อย่างแชมพูสารสกัดจากพริก ฮอปส์ และว่านหางจระเข้ ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน SLS SLES และสีสังเคราะห์ ช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี และปกป้องเส้นผมจากมลภาวะโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวด 

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีให้เลือกช้อปกันอีกมากมายหลายสูตร ทั้งบอดี้โลชั่น สเปรย์ล้างมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แถมยังมีขนาดรีฟิลไว้คอยจัดจำหน่ายเพื่อลดปริมาณพลาสติกและสารพิษในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แม้สินค้าบางชนิดอาจยังไม่ใช่ออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยต้นทุนและกระบวนการผลิตที่ราคาสูง แต่น้ำผึ้งก็ตั้งใจพัฒนาสูตรให้มีส่วนผสมจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อสุขภาพของผู้ใช้มากที่สุด มีการระบุเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ไว้บนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด นอกจากนี้ การใช้บรรจุภัณฑ์ไซส์ใหญ่จุใจ ยังเป็นการช่วยลดขยะและพลาสติก ทำให้ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแต่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน ตัดปัญหาการสร้างขยะเหลือทิ้งบ่อยๆ

แนะนำกันมาซะยาวเหยียด แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่ผู้ประกอบการต่างมีความตั้งใจที่จะแจกจ่ายสินค้าดีๆ ตามวิถีอินทรีย์ออร์แกนิก ให้แก่เหล่าลูกค้าได้มีทางเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการรุดหน้าของวิทยาการเคมีในปัจจุบัน การทำให้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์และออร์แกนิกทั้งหลายเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนสุขภาพดีและสิ่งแวดล้อมในสังคมดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

คราวหน้า ลองพลิกฉลากอ่านก่อนซื้อให้ละเอียด อย่ายอมแพ้ให้กับสารเคมี และอย่ายอมแพ้ในการช่วยโลกของเราไปด้วยกันนะ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ติ๊ง! ได้เวลาเปิดเตากันแล้ว

มนุษย์อินทรีย์คราวนี้ เห็นทีจะถูกใจทั้งเหล่าสาวกขนมปังและสายทำครัว เพราะหลังจากที่คุณผู้อ่านทั้งหลายได้ไปตามรอย 15 ร้านขนมปังอินทรีย์จนอิ่มหนำ หลายท่านก็อาจเริ่มคันไม้คันมือ อยากลองหมักแป้งทำขนมปังกินเองดูบ้าง ว่าจะออกมาเข้าที รสชาติดีเหมือนไปซื้อกินตามร้านบ้างไหม 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

มีหรือที่เราจะไม่รู้ใจ คราวนี้จึงขอยกรายนาม 12 โรงเรียนสอนทำขนมปังทั่วไทยมาบอกต่อกัน จะมือใหม่หรือมือฉมัง โรงเรียนเหล่านี้ก็ยินดีถ่ายทอดวิชาก้อนแป้งให้แบบไม่หวงวิชา

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น บางคนอาจเริ่มมีเสียงในใจค้านขึ้นว่า

‘ทำเองให้ยุ่งยากทำไม ซื้อเขาเอาไม่ง่ายกว่าหรือ’

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Rainsdough

ถูกเผง! เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนนวด หมัก อบ ประคบประหงมให้ก้อนแป้งขึ้นฟู กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบขนมปังสักโลฟใส่ตะกร้าหลายเท่า แต่ถึงจะซับซ้อนและยุ่งยากไม่เบา กูรูสายแป้งของเราก็ยังขอยืนยันว่าหากเลือกได้และมีเวลา การอบขนมปังทานเองก็อุ่นใจและปลอดภัยกว่าขนมปังซื้อสำเร็จ ด้วยเหตุผล (หลายประการ) ดังต่อไปนี้ 

ข้อแรก You are what you choose.

หากเราเลือกวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยในการทำ มีหรือที่ขนมปังก้อนนั้นจะใจร้ายกับเรา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ขนมปังอุตสาหกรรมที่วางขายตามเชลฟ์นั้นสะดวกกว่าก็จริง แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะอย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้า ว่าข้าวสาลีสมัยใหม่เกิดการกลายพันธุ์และเจือปนสารอันตรายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม การฉายรังสี การใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ผลร้ายปลายทางคืออันตรายจากสารเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในกระเพาะของเรา บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นพิษภัยต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย กลายเป็นว่ากินขนมปังหนึ่งก้อนแต่ได้โรคร้ายแถมมาเต็ม

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หากวันใดเกิดอยากทานขนมปังคุณภาพเยี่ยมและเป็นมิตรต่อร่างกายสักก้อน ชนิดที่ว่าใช้ยีสต์จากธรรมชาติ หมักจากแป้งสาลีอินทรีย์สายพันธุ์ไทยล้วน ๆ ไม่ผสมแป้งอื่นหรือสารปรุงแต่งอันตราย ที่สำคัญต้องปราศจากขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่ทราบที่มาที่ไป การเฟ้นหาวัตถุดิบและลงมืออบขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง จึงจะดีและวางใจได้มากที่สุด 

ข้อสอง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าขนมปังคืออาหารหมัก

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพจาก : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นั่นหมายความว่า การทำขนมปังที่ถูกวิธีและดีต่อลำไส้ จะต้องมีระยะเวลามากพอในการหมักก้อนโดวจ์ เพื่อให้เหล่าจุลินทรีย์ ยีสต์ หรือแบคทีเรีย ได้ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทานอล) และคาร์บอนไดออกไซด์ ขนมปังที่ได้จึงขึ้นฟู นุ่มหนึบ เนื้อเบา แต่รสชาติอร่อยเยี่ยมไม่เบา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ดังนั้น การลงมือหมักแป้งเองอย่างใจเย็นจึงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าก้อนแป้งเหล่านี้ดีต่อระบบย่อยและลำไส้มากกว่าขนมปังอุตสาหกรรมที่ต้องรีบร้อนยัดเข้าเตาอบอยู่หลายเท่า กินแล้วท้องไม่อืดเพราะมีจุลินทรีย์ฝ่ายดีทำหน้าที่ช่วยย่อย เกิดการสังเคราะห์กรดแลคติก กรดอะมิโน และเหล่าแร่ธาตุจำเป็นทั้งหลาย แถมปริมาณคาร์บและน้ำตาลก็ต่ำกว่ามาก ที่สำคัญ ในระหว่างทิ้งช่วงหมักที่ยาวนาน ยังช่วยลดปริมาณของกลูเตนในก้อนโดวจ์ให้เหลือน้อยลงได้อีกด้วย

ข้อสาม อร่อย สนุก ไม่รู้จบ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

เหตุผลข้อนี้ดูจะเป็นผลพวงและผลพลอยได้จากข้อแรกอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำได้เองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเข้าเตาอบ นอกจากจะได้รสชาติขนมปังที่อร่อยไม่ซ้ำใคร เหล่า Baker ทั้งหลายยังได้ความสนุกตื่นตาตื่นใจเป็นของแถม 

ความสนุกที่ว่านี้ คือการได้เสาะหาแหล่งยีสต์ธรรมชาติจากของใกล้ตัว ใกล้ครัว และใกล้บ้าน เพื่อมาใช้ในการหมักก้อนโดวจ์ให้ขึ้นฟู เราทึ่งมาก เมื่อรู้ว่ายีสต์ธรรมชาตินั้นมีแหล่งต้นตอจากวัตถุดิบได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยีสต์จากข้าว ผักผลไม้ ดอกไม้ มิโสะ หรือแม้แต่กิมจิ โดยแต่ละชนิดก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมเหล่า Baker ยังยืนยันว่าแม้ยีสต์ผงสำเร็จรูปจะทำให้ขนมปังขึ้นฟูได้เหมือนกัน แต่ก็ยังเลียนแบบความหนึบหนับที่เราจะได้จากยีสต์ธรรมชาติเท่านั้นไม่ได้ หากคราวนี้ลองใช้ยีสต์ธรรมชาติจากข้าว รสชาติขนมปังก็จะออกมาหวานหอมนุ่มนิ่ม หรือหากเปลี่ยนเป็นใช้ยีสต์ธรรมชาติจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ก็จะได้ขนมปังกลิ่นฟรุตตี้ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ารสชาติเปรี้ยวอมหวานแน่นอน

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล กูรูด้านขนมปังจาก Bread Books Bike & Beer เล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเคยลงมือปลุกยีสต์จากลูกแป้งสาโท ขนมปังออกมาหวานหอมไปถึงหน้าปากซอย อีกชนิดที่ว่าแปลกแต่เราอยากชิมมาก คือขนมปังจากยีสต์กิมจิ เพราะทั้งสองบอกว่ารสชาติของมันเปรี้ยวสะใจและทรงพลังมากจริง ๆ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ ก็พลิกรสชาติให้ก้อนขนมปังได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คงวาไม่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบชนิดใด คือคุณประโยชน์เต็ม ๆ ของยีสต์ธรรมชาติที่เหล่า Baker ต่างปลุกปั้นและลงมือเลี้ยงเองในห้องครัว เพราะยีสต์เหล่านี้จะมีเหล่าผองเพื่อนชาวยีสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ร่วมกันในโหลหมัก แล้วแต่ว่าเหล่า Baker จะสรรหาวัตถุดิบชนิดใดมาใช้เป็นตัวตั้งต้น ที่สำคัญ แต่ละชนิดก็ล้วนมีข้อดีต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นตอที่นำมาเพาะเลี้ยง 

ข้อสี่ หอมกรุ่นจากเตาแบบตัวจริงเสียงจริง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ Baker ทั้งหลายต่างหลงรักในการทำขนมปังทานเอง คือ เจ้าก้อนแป้งหลังออกจากเตาอบ มักจะส่งกลิ่นหอมตลบให้ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เห็นหน้าค่าตาก็รู้ทันทีว่าทั้งสดใหม่ กรอบนอก นุ่มใน ใครต่อใครที่รักในการอบขนมปังเอง ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความคุ้มค่าและรสชาติเฉพาะตัวที่จ่ายราคาเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ ส่วนความน่ารักมากที่ชาวอบชนมปังจากเมืองเหนือเล่าให้เราฟัง คือวันไหนที่อากาศเริ่มหนาว พวกเขาก็มักจะเปิดเตาอบ ลงมือทำขนมปังเพื่อให้บ้านอบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากจะหายหนาว ยังได้กินขนมปังอร่อย ๆ อีกด้วย น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย

เมื่อมีวิชาขนมปังติดตัวและติดครัวไว้แล้ว หากอยากทานขนมปังอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อใจและสุขภาพเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก กินเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะให้สิ่งแวดล้อมและไม่ต้องเก็บเข้าตู้เย็นให้เสียรสชาติ 

ข้อสุดท้าย ได้ช่วยอุดหนุนและเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบอินทรีย์ของไทย

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แน่นอนว่าขนมปัง ต้องตั้งต้นจากแป้งสาลี และแน่นอนว่าแป้งสาลีคุณภาพดี ก็ควรปลูกและเติบโตในพื้นที่ที่มีดิน น้ำ ลม และอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าใน 1 ปีเราบริโภคขนมปังและขนมตระกูลเบเกอรี่อื่น ๆ กันไปเท่าไหร่ นั่นคือราคาค่างวดก้อนใหญ่ที่เราต้องแจกจ่ายออกไปให้ต่างแดน 

หากนำข้าวสาลีเมืองนอกมาหว่านไถเพาะปลูกในไทย ก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผลมากมาย เพราะกว่าจะแตกรวงชูช่อออกมาได้ คงต้องพึ่งพาสารกระตุ้นกันยกใหญ่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราดูท่าจะไม่เอื้ออำนวยกับข้าวเมืองนอกเท่าใดนัก แต่น้อยคนจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรามีแป้งข้าวสาลีพันธุ์ไทย ที่ปลูกและเติบโตได้ดีในบ้านเราแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดภาระการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศไปได้แบบมหาศาล นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบทำครัวสายพันธุ์ไทยอีกหลายชนิดที่คุณภาพดีไม่แพ้ของนำเข้า ทั้งเหล่าไส้กรอก ชีส เนย ถั่ว รวมไปถึงพืชผักชนิดต่าง ๆ เหลือเพียงเหล่านักชิมนักปรุงในบ้านเราลองเปิดใจ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศกันดูบ้าง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อย่างการอบขนมปังสัก 1 ก้อน หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไทยและปลูกโดยเกษตรกรไทย รับรองว่าทั้งคุณภาพและความอร่อย ก็สู้ขนมปังที่อบจากวัตถุดิบนำเข้าได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ยังได้ช่วยชุบชูใจให้เหล่าเกษตรกรในประเทศมีแรงสร้างผลผลิตสดใหม่ให้เราต่อไปอีกนาน ๆ 

เราคิดว่าเหตุผลทุกประการที่กล่าวมา มีน้ำหนักมากพอในการชักชวนให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย หันหน้าเข้าครัวลองอบขนมปังกันดูสักครั้ง 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แต่ในฐานะที่เคยทำขนมปัง (พลาด) มาก่อน เราทราบดีว่าการมีครูมืออาชีพคอยเทรนให้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะกับนักเรียนขนมปังมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เราจึงรวบรวมโรงเรียนสอนทำขนมปังทั้ง 12 เจ้ามาให้แบบจุใจ ใครอยู่ใกล้ไกลที่ไหน รีบปักหมุดจองคอร์ส แล้วตามไปฝึกปรือฝีมือกันได้เลย จะลงคอร์สแบบ Beginner เริ่มหัดเรียน หรือจะฝึกจนเป็นเซียนขนมปังก็ตามสะดวก

01
Bread Books Bike & Beer

ที่ตั้ง : 91/600 ถนนพระราม 2 ซอย 69 แยก 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Bread Books Bike & Beer

Instagram : breadbooksbikeandbeer

โทรศัพท์ : 08 9455 4253, 08 6778 2332

หากพูดถึงโรงเรียนทำขนมปัง หนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่เราต้องนึกถึง คือ Bread Books Bike & Beer โรงเรียนสอนทำขนมปังโดยสองสามีภรรยาอย่าง หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ด้วยประสบการณ์ในสายงานก้อนแป้งนานกว่าสิบปี บวกกับความใจดีและเป็นกันเองเอามาก ๆ ทั้งสองจึงถูกยกให้เป็นกูรูแห่งวงการคาร์บและครอบครัวที่น่ารักของนักเรียนขนมปังทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แรกเริ่มเดิมที ชื่อของ Bread Books Bike & Beer คือโรงอบขนมปังขนาดย่อมที่อบขายทั้งแบบปลีกและส่ง ขนมปังทั้งหมดจากที่นี่เป็นขนมปังไร้สาร ปั้นปรุงด้วยวัตถุดิบจากวิถีเกษตรอินทรีย์ จนได้ขยับขยายชายคามาเป็นโรงเรียนขนมปังที่มีลูกศิษย์หลั่งไหลมาฝากตัวอยู่ไม่ขาดสาย โดยหมูและน้องย้ำอยู่เสมอว่า แป้งและการหมักคือหัวใจหลักของการทำขนมปัง หากเลือกใช้แป้งที่ดีและหมักอย่างถูกวิธี ก็จะได้ขนมปังมีคุณภาพและอร่อยล้ำแบบไม่ต้องสงสัย

คอร์สที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้มีหลายระดับเรียงตามความยากง่าย เริ่มตั้งแต่ Basic Bread for Beginner สำหรับมือใหม่หัดอบ ต่อไปคือ Advanced Bread Baking คอร์สยอดนิยม เพราะคุณครูทั้งสองจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดสูตรและออกแบบขนมปังได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะทำขนมปังแค่ 1 ก้อนหรือ 10,000 ก้อน รสชาติก็ออกมาคงที่ไม่มีเพี้ยน ไปจนถึงคอร์สที่ท้าทายขึ้นอย่าง Introduce to Classic Sourdough and Natural Yeast ส่วนคอร์สระดับเทิร์นโปรอย่าง Advanced Preferment Sourdough and Natural Yeast และ Sourdough Luxury Bread ทั้งสองก็วางแพลนจะเปิดสอนในอนาคตเช่นเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

สำหรับหมูและน้อง หน้าที่ของช่างทำขนมปัง ไม่ใช่แค่การปั้นและอบก้อนแป้ง แต่ยังต้องทำให้ขนมปังเป็นขนมปังที่ดี กัดหนึ่งคำแล้วต้องอยากกินอีก เหล่านักเรียนเคยทำขนมปังแล้วแฮปปี้กันมาก จนถึงขั้นเต้นระบำกันในคลาสก็มี แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามวลความสุขอัดแน่นอยู่ในขนมปังทุกก้อนและบรรยากาศรอบตัวในโรงเรียนแห่งนี้จริง ๆ ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ เพียงทักข้อความมาทางเพจ/ไอจีของร้าน หรือจะยกหูต่อสายตรงก็ได้เช่นกัน อาจารย์ทั้งสองพร้อมต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่อยู่เสมอ

02
ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

ที่ตั้ง : 46 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

Instagram : breadchange_life

โทรศัพท์ : 09 3610 6161 หรือ Line ID : @breadchangelife

โรงเรียนแห่งนี้สอนให้เราเข้าใจ ว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ต้องขอบคุณความกล้าบ้าบิ่นเมื่อ 6 ปีก่อน ของ โรส-วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่ตั้งใจลุกขึ้นมารวมพลคนทำขนมปัง กระจายความรู้ในการทำขนมปังออกสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อส่งมอบโอกาสและทักษะให้เด็ก ๆ ได้พกพาไว้อย่างภูมิใจและมั่นคง

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง ขนมปังของครูโรสยังทำหน้าที่เป็นครูชำนาญการ ฝึกฝนให้เหล่านักเรียนรู้จักอดทน ใจเย็น ช่างสังเกต มีวินัย และเคารพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้าในโหลหมัก โดยทุกวันนี้มีลูกศิษย์ของครูโรสจากบ้านเด็กกำพร้าที่ผันตัวมาเป็นครูขนมปัง ทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ได้มีทักษะติดตัว และทำขนมปังแจกให้กับผู้ที่ลำบากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร 

ส่วนอีกหนึ่งความประทับใจไม่รู้ลืมในคลาสขนมปัง คือการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งได้รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อที่เสียไปอีกครั้ง หลังจากได้ลองลงมือทำขนมปังแบบที่พ่อชอบทำบ่อย ๆ ได้กลิ่นยีสต์ก็เหมือนมีพ่อมาอยู่ใกล้ ๆ นักเรียนคนนี้ยังบอกอีกว่า ขอบคุณครูโรสที่ทำให้เขาได้เข้าใจพ่อและเข้าใจขนมปังที่พ่อรัก 

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันวาน ตอนนี้ความสำเร็จของขนมปังเปลี่ยนชีวิตผลิดอกบานสะพรั่ง คลาสเรียนขนมปังจากที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตามใจผู้เรียน ที่ครูโรสแนะนำเป็นอย่างมาก คือ คลาส Fundamental​ of Basic​ Bread ที่ถึงแม้จะเป็นคลาส​เบสิก​ แต่ก็เป็นเบสิกที่สำคัญมากในการทำขนมปัง​ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพรวมเบื้องลึกทั้งหมดของก้อนแป้ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์​ของวัตถุดิบ​ เทคนิคการนวดหลายระดับ การหมัก​ การขึ้นรูป​ และการอบ ก่อนที่จะไต่ระดับไปเป็นคอร์สที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ​

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกจากนี้ยังมีคลาส Pre-ferment คลาสทำพิซซ่า และคลาสทำครัวซองต์ไว้ให้เลือกจองกัน ใครใคร่เรียนแบบส่วนตัวเชิญ หรือใครใคร่หาเพื่อนใหม่ที่มีใจรักขนมปังเช่นกันก็เชิญเลือกคลาสแบบกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ครูโรสก็ยินดีจัดเต็มทักษะความรู้ให้ไม่มีเกี่ยง

03
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

อีเมล : [email protected]

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

เฟื่องฟุ้งช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ฟังดูแสนยากเย็นอย่างการทำขนมปัง ให้กลายเป็นเรื่องที่แสนเรียบง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีเตาอบคู่ใจสักเครื่องที่บ้าน เช้าวันไหนตื่นมาอยากทานขนมปังโฮมเมดคุณภาพเยี่ยม ก็ลงมือทำได้เลยเดี๋ยวนั้น 

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เพราะมีเสียงเว้าวอนจากลูกค้าขาประจำ ที่แวะมาอุดหนุนขนมปังโฮลวีตและขนมปังแป้งข้าวในตลาดเขียวขอนแก่น ว่าอยากเรียนรู้เรื่องการนำแป้งข้าวมาใช้อบขนมและอยากลองทำขนมปังทานเองดูบ้าง เฟื่อง-เฟื่องฟุ้ง ประสาทศิลป์ จึงจัดให้ตามคำขอ คลาสสอนทำสารพัดขนมปังที่เป็นมิตรต่อร่างกายและเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรรมท้องถิ่นจึงผุดขึ้นเรียงราย ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งคลาสขนมปังโฮมเมดเพื่อสุขภาพ คลาสขนมปังยีสต์ธรรมชาติ และคลาสเบเกอรี่ข้าวพื้นบ้าน ทุกรายการเน้นความเรียบง่าย ใช้มือนวดเองได้แบบไม่ง้อเครื่องทุ่นแรง เพื่อให้เหล่านักเรียนทั้งหลายจดสูตรนำไปทำตามกันได้ที่บ้าน 

มาตรฐานชี้วัดว่าคลาสเรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ คือรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กลับบ้านไปพร้อมขนมปังโฮมเมดถุงใหญ่ ส่วนของแถมที่ครูเฟื่องมอบให้ คือความภาคภูมิใจในตัวเอง และเธอยังมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหล่าผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกทำและเลือกทานขนมปังที่ดีต่อร่างกาย ใช้วัตถุดิบและวิธีทำปลอดภัย กินเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เพราะครูเฟื่องยินดีสอนให้แบบตัวต่อตัว บางคลาสเป็นไซส์มินิ สอนไม่เกิน 2 ท่านต่อครั้งก็มี ใครอยากเติมทักษะการทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย ทำง่าย กินง่าย แต่หยุดกินยาก ยกหูโทรศัพท์หรือทักข้อความหาครูเฟื่องทางหน้าเพจได้เลย

04
Pung Craft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีกับการอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ญา-รัญญา นวลคง จึงตั้งโจทย์ขึ้นในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะนำแป้งข้าวพื้นบ้านไปประยุกต์ใช้แบบร่วมสมัยได้บ้าง แต่ไม่นานเกินรอก็ได้คำตอบ เมื่อญานำอาหารที่ตนชื่นชอบอย่างขนมปัง มาจับรวมกับความตั้งใจที่อยากแบ่งปันเรื่องราวแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

แม้จะมีทำเลที่ตั้งอยู่ไกลถึงแดนพัทลุง แต่ลูกศิษย์ทั่วสารทิศก็พร้อมใจเดินทางมาเรียนวิชาขนมปังจากครูญาจนหัวกระไดไม่แห้งตลอด 3 ปี ความดีงามอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลือกใช้แป้งข้าวพื้นเมืองมาอบ แถมยังใช้กรรมวิธีหมักยีสต์จากธรรมชาติ ทำให้ได้ขนมปังที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ที่สำคัญยังปราศจากการใช้แป้งสาลี ทำให้ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องการแพ้กลูเตน

คลาสเรียนของ Pung Craft มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ ใครที่บ้านใกล้ก็แวะมาเรียนคลาสขนมปังแป้งข้าวกล้องยีสต์ธรรมชาติกับครูญาได้แบบตัวเป็น ๆ บอกเลยว่ายกถาดออกจากเตาเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ไหว เพราะคลาสนี้จะทำให้เราได้ผสมทั้งพันธุ์ข้าวและธัญพืชสารพัดลงไปในก้อนขนมปัง หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมา ก็เรียนคลาสขนมปังกล้วยแป้งข้าวพื้นบ้านกับครูญาผ่านทางหน้าจอได้ เมนูนี้ก็หอมอร่อยถูกปากไม่แพ้กัน

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นอกจากความรู้ด้านการทำขนมปัง สิ่งสำคัญที่ครูญาอยากส่งต่อให้บรรดาลูกศิษย์ คือคุณค่าและความอร่อยของข้าวไทยพื้นเมือง โดยครูญาเชื่อว่าขนมปังทุกก้อนจาก Pung Craft ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นกำลังใจในการสร้างผลผลิตคุณภาพต่อไปอีกด้วย

05
Rush Lush

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

จะอยู่ในเมือง กลางทะเล หรือบนภูเขา Rush Lush ก็สอนให้เราอบขนมปังกินเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ขั้นกว่าของความไพรเวต คือที่นี่ไม่มีห้องเรียนทำขนมปังให้เข้ามาใช้บริการ เพราะ ครูรัตน์-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร จะเดินทางไปสอนนักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงห้องครัวในบ้าน 

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพราะทุกบ้านมีปัจจัยน้อยใหญ่แวดล้อมต่างกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ อุณหภูมิ ความชื้น ตลอดจนประสบการณ์และความพร้อมของผู้ทำ ครูรัตน์จึงปิ๊งไอเดียว่าหากสอนโดยใช้สถานที่จริงและอุปกรณ์จริงที่นักเรียนแต่ละคนมีอยู่ในบ้าน น่าจะสัมฤทธิ์ผลและเห็นภาพชัดมากที่สุด เวิร์กชอปทำขนมปังช่ื่อน่ารักอย่าง ‘สุขกับสิ่งที่มี’ จึงได้ฤกษ์เปิดทำการมากว่า 1 ปีเต็ม โดยครูรัตน์เล่าว่า ‘สุข’ ที่ว่านี้ คือการทำให้ขนมปังสุกด้วยสิ่งที่มีในบ้าน และสุขใจในทุกครั้งที่ได้ทานฝีมือตัวเอง

ขนมปัง 1 ก้อนจาก Rush Lush ทำหน้าที่เป็นงานศิลปะชั้นเอก ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของวัตถุดิบพื้นบ้านและเรื่องราวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ครั้งหนึ่งครูรัตน์เคยเดินทางขึ้นดอยไปสาธิตวิธีการทำขนมปังโดยไม่ใช้ไฟฟ้าและเตาอบให้กับเด็ก ๆ ชาวปกาเกอะญอ จนทุกวันนี้มีเยาวชนที่ผันตัวมาเป็นนักพัฒนาชุมชน ช่วยสานต่อความดีงามของวัตถุดิบในชุมชนออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญ Rush Lush ยังเกื้อกูลชาวบ้านโดยการนำวัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชนมาใช้อบขนมปังสดใหม่เสมอมา

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพียงทักข้อความผ่านทางหน้าเพจ ครูรัตน์ก็พร้อมตกลงวันเวลา มุ่งหน้าไปถ่ายทอดวิชาขนมปังให้ถึงในครัว หน้าที่ของเหล่านักเรียนมีเพียงตั้งตารอเปิดประตูบ้าน และจดสูตรขนมปังสุขภาพจากครูรัตน์กันให้ดี

06
Rain’s Dough

ที่ตั้ง : 141 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 10 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Rainsdough, ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : rainsdough

โทรศัพท์ : 08 9036 6886

เมื่อหาซื้อขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่ต้องการไม่ได้ ครูฝน-วริษา โทณะวณิก และ ครูแพท-กฤติยา ตระกูลทิวากร แห่ง Rain’s Dough จึงขอลงแรงนวดอบก้อนแป้งด้วยตัวเอง จากนั้นจึงส่งต่อวิชาแก่บรรดาสาวกสายแป้ง ให้ได้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของร่างกาย จุลินทรีย์ และอาหาร ผ่านการลงมือทำขนมปังซาวโดวจ์

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

หลักสูตรขนมปังของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการหมักนวดเท่านั้น แต่ครูฝนและครูแพทยังเจาะลึกเนื้อหาถึงเรื่องอาหารและสุขภาพที่สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าวสาลี การปลูก สี โม่ หมัก และอบแป้ง ไปจนถึงการรู้จักเลือกทานอย่างปลอดภัย เพราะทั้งสองเล่าว่า ทุกวันนี้ขนมปังเกรดคุณภาพแบบที่หลาย ๆ คนต้องการนั้นหาซื้อแทบไม่ได้ หากอยากได้ ต้องทำเอง และที่ Rain’s Dough ก็ยินดีสอนให้ทุกกระบวนขั้น

คลาสเรียนของที่นี่มีแค่คลาสเดียว นั่นคือ Our Hands on Sourdough แม้จะฉายเดี่ยวแต่ก็เจ๋งไม่เบา เพราะนอกจากจัดเต็มทักษะความรู้ในการทำซาวโดวจ์ให้แล้ว นักเรียนทุกคนในคลาสจะได้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงในเรื่องอาหารและการกินของมนุษย์ กลับมาเชื่อมั่นในร่างกายและสองมือของตนเองในการทำอาหารปลอดภัยได้อย่างมีความสุข

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

นักเรียนของ Rain’s Dough กลับบ้านไปพร้อมสูตรอบซาวโดวจ์หอมกรุ่น กรอบนอก แน่นใน ไม่สร้างพิษภัยให้สุขภาพ ที่สำคัญยังหันมาสนใจและใส่ใจนิสัยการกินของตนเองมากขึ้น เมื่อได้รับอาหารดี ร่างกายและจิตใจก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย สิ่งนี้แหละที่ครูฝนและครูแพทภูมิใจในตัวนักเรียนมากที่สุด

07
Little Tree

ที่ตั้ง : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

Facebook : Whispering cafe

Instagram : artisansourdough_by_applefahey

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

เราอาจรู้จัก Little Tree Garden ในนามร้านอาหารและคาเฟ่กลางสวน ณ เมืองสามพราน แต่น้อยคนจะรู้ว่า บ้านสวนน่ารักแห่งนี้ ยังมีมุมเล็ก ๆ ที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรียนขนมปัง อำนวยการสอนโดย เปิ้ล-ศิรินภา ริ้วบำรุง คุณครูมือฉมังที่พาเหล่าลูกศิษย์ตั้งแต่หนูน้อยวัยเตาะแตะไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน เข้าครัวอบก้อนแป้งมาแล้วรุ่นต่อรุ่น

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ก่อนจะหันหน้าเข้าวงการอบขนม ครูเปิ้ลคือแม่บ้านคนเก่ง ณ แดนอังกฤษ เมื่อต้องทำอาหารคาวหวานให้ลูก ๆ ทานอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากอบขนมปังโฮมเมดปลอดภัยไว้ทานเอง เอกลักษณ์ของขนมปังฝีมือครูเปิ้ล คือความนุ่มละมุนและพองฟู เพราะเธอให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติให้แข็งแรง ก้อนแป้งธรรมดาจึงอร่อยล้ำถึงขั้นมีลูกศิษย์อยากฝากตัว

สำหรับนักเรียนรุ่นเล็ก ครูเปิ้ลมีคลาสขนมปังจากยีสต์น้ำดอกไม้เตรียมไว้ให้ แม้จะเป็นคลาสของเด็ก แต่รับรองความสนุกไม่เล็กตามอายุ เพราะเหล่านักเรียนจะได้ออกตามหายีสต์ธรรมชาติจากดอกไม้ในสวน จากนั้นจะได้ลงมือหมักน้ำยีสต์และนำมาทำขนมปังโรลง่าย ๆ ใช้ทานคู่กับซุปก็เข้ากัน หรือประกบทำเป็นแซนด์วิชก็อร่อยไม่เบา นอกจากนี้ยังมีคลาสสอนทำซาวโดวจ์ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใหญ่ ใครเป็นแฟนตัวยงเมนูนี้ รีบทักข้อความหาครูเปิ้ลทางหน้าเพจหรือไลน์ของทางร้านได้เลย

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ในขณะเฝ้ารอเตาอบร้องติ๊ง ครูเปิ้ลบอกกับนักเรียนเสมอว่า มากกว่าการได้กินก้อนขนมปังหอม ๆ คือการได้ฝึกฝนเรื่องการจัดสรรเวลา การวางระบบเล็ก ๆ ในห้องครัว และยังได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่ออาหารและสุขภาพของคนรอบตัวอีกด้วย

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @sundayisgood

ใครที่กำลังส่ายหน้า คิดว่าการอบขนมปังเองนั้นลำบากและยุ่งยากเกินไป เราอยากให้ลองลงคอร์สเรียนกับ ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Sunday ดูสักครั้ง เพราะเธอการันตีว่ามีแค่เตาอบ หม้อเหล็กหรือหม้อดินเผา และอ่างผสม 1 ใบ ก็ทำซาวโดวจ์ที่อร่อยมากเหมือนร้านดังที่บ้านได้แล้ว

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

สูตรขนมปังของ Sunday มีความง่ายและแสนสบายเป็นจุดขาย เพราะครูเพลงตั้งใจไว้ว่าเมื่อจบคอร์สไป ลูกศิษย์ทุกคนต้องอบขนมปังกินเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ จึงทำผ่านมือและประสาทสัมผัสของร่างกาย ไม่ต้องอาศัยเครื่องตีหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงใด ๆ ขนมปังก็ออกมานุ่มฟูน่าทานได้จากการนวดแป้ง สังเกต ดม และชิมของคนทำ นอกจากนั้นครูเพลงยังใช้วิธีเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติอย่างง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน

Sunday ไม่ได้มีแค่คลาสขนมปังเพียงอย่างเพียว เพราะนอกจากคลาสพื้นฐานอย่าง Basic Sourdough for Home Baker Class ที่สอนอบขนมปังแบบไม่ง้อเครื่องตีราคาแพงแล้ว ที่นี่ยังมีคลาส Sourdough Bagel สูตรผสมยีสต์ผง ความดีงามอยู่ตรงกระบวนการหมักแป้งที่เร็วขึ้น ได้กินเร็วขึ้น แต่ความอร่อยไม่ลดลง หรือใครสนใจคลาสทำอาหารอื่น ๆ อย่างคลาสสอนทำเส้นและซอสพาสต้า หรือ คลาสสอนทำไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่ก็มีไว้บริการ

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ลงทะเบียนเรียนกับครูเพลงได้ทุกช่องทาง แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นคลาสเล็ก ๆ รับแค่ 2 – 4 คนเท่านั้น เห็นทีต้องรีบกันหน่อยนะ!

09
The Salee’s Table

ที่ตั้ง : 113/25 ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : The Salee’s Table

เมื่อแรกเริ่มเปิดร้านขนมปัง แก้ว-กมลา ธานีโต จึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารนั้นยังมีอยู่น้อยมากในประเทศของเรา แก้วจึงขอเพิ่มบทบาทจาก Baker อบขนมมืออาชีพ สู่การเป็นคุณครูที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องขนมปัง ของหวาน และวิทยาศาสตร์ให้กับเหล่านักเรียนเพิ่มด้วยอีกทาง

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

ใครที่คุ้นหูกับชื่อ Salee Bakehouse ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะเดิมทีครูแก้วเปิดคลาสสอนทำขนมปังรวมกับครัวหลักของ Salee Bakehouse มานานกว่า 3 ปี แต่เมื่อเหล่าลูกศิษย์และภารกิจในโรงอบเพิ่มมากขึ้น ครูแก้วจึงขอย้ายห้องเรียนไปปักหมุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ฤกษ์ประเดิมสอนคลาสแรกอย่างเป็นทางการราว ๆ เดือนตุลาคมนี้ Salee’s Table จึงถือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เปิดตัวขึ้นเพื่อนักเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริง

คลาสขนมปังที่ครูแก้วลงมือสอนเอง ได้แก่ คลาสทำขนมปังและซาวโดวจ์พื้นฐาน อย่าง Bread: The Scientific Approaches และ Fundamental of Sourdough รับรองว่าเรียนแล้วไม่ต้องคืนครู ทุกสูตรกระบวนขั้นนำไปทำตามกันได้ที่บ้านอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ค่อยมีเวลา ก็ตามไปเรียนแบบ One Day Class ที่ครูแก้วสอนร่วมกับทางโรงเรียน Fully Baked Story ได้อีกด้วย 

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

เมื่อจบคอร์ส บรรดาลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ระบบความคิดและมองการทำอาหารเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเฉียบแหลม ส่วนครูแก้วเอง ก็ได้เติมไฟในการเป็นช่างและครูขนมปังจากเหล่านักเรียนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน เป็นการจ่ายค่าเทอมที่คุ้มค่าและอบอุ่นสุด ๆ เลยว่าไหม

10
สมหวังปังผัก

ที่ตั้ง : Belive Cooking Studio, 196 ซอยพหลโยธิน 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : สมหวังปังผัก

Instagram : somwangpungpuk

โทรศัพท์ : 09 5760 0474

ใครเป็นสายผักผลไม้ต้องถูกใจ เพราะขนมปังจากที่นี่มีส่วนผสมหลักมาจากผักสมชื่อ แถมยังสีสวย นุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานหนักมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับครูตุ๊กแหม่ม-จีรวัฒน์ รัตนกร ที่ขยันคิดขยันค้น จนพัฒนาสูตรขนมปังเพื่อสุขภาพจากผักผลไม้ได้สำเร็จ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

ด้วยใจรักและชื่นชอบในการทานขนมปัง ครูตุ๊กแหม่มจึงเริ่มเสาะหาสูตรทำขนมปังจากฟักทอง และทดลองปรับสูตรเรื่อยมาจนเข้าที่ ในที่สุดก็ได้ขยายชายคากลายเป็นโรงเรียนขนมปังสำหรับผู้ที่สนใจขนมปังเพื่อสุขภาพ ส่วนจุดขายที่ทำเอาเหล่านักเรียนต่างติดใจ คือการใช้ทั้งเนื้อและน้ำจากผักผลไม้ออร์แกนิกใส่ลงไปในก้อนขนมปังแบบไม่หวงของ ที่สำคัญครูตุ๊กแหม่มยังสอนวิธีการคำนวณออกแบบสูตรด้วยตัวเอง ใครอยากทำขนมปังแบบไหน รสชาติใด ก็เชิญได้ตามใจชอบ

ใครที่เป็นมือใหม่หัดอบ ขอแนะนำเป็นคลาสปูพื้นฐาน เพราะครูตุ๊กแหม่มเขาจัดเต็มเนื้อหาให้แบบเน้น ๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้นำสูตรไปปรับใช้กับขนมปังได้อีกหลากหลายประเภท ส่วนใครที่เริ่มมีฝีมือ เชิญลองคลาสขนมปังผักสูตรเจ ความสนุกอยู่ที่การได้นำผักสดหลากหลายชนิดมาทำขนมปัง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนที่ดีต่อสุขภาพ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

คลาสเรียนของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และเวิร์กชอป ใครสนใจแบบใดเชิญทักข้อความหาครูตุ๊กแหม่มได้โดยตรง แอบกระซิบบอกว่าราว ๆ เดือนกันยายน สมหวังปังผักก็เตรียมเปิดคลาสใหม่แกะกล่องอย่างคลาสขนมปังยีสต์ข้าวโคจิ ใครที่อยากลองเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

11
Cooking with Yao

ที่ตั้ง : ตำบลช่อแล อำเภอเมืองแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Cooking with Yao

เว็บไซต์ : www.cookingwithyao.com

โทรศัพท์ : 09 1852 1707

หากใครเข้าวงการอาหารสุขภาพ ไม่แปลกเลยที่จะเคยได้ยินชื่อของ เยา-เยาวดี ชูคง เพราะนอกจากจะควบตำแหน่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เธอยังเป็นนักขับเคลื่อนและสื่อสารด้านอาหารในเวลาเดียวกัน ส่วนสิ่งที่ทำให้สาวกสายแป้งอย่างเราดีใจมาก คือการได้รู้ว่า พี่เยาเปิดคลาสสอนทำขนมปังเพื่อสุขภาพกับเขาด้วย

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี จะเป็นวิตามินเสริมให้ร่างกายมีพลัง พี่เยาจึงมุ่งมั่นสู่สายงานด้านอาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนแบบสู้ไม่ถอย ซึ่งขนมปังก็เป็นหนึ่งในนั้น คอร์สที่พี่เยาภูมิใจนำเสนอ คือคอร์สสอนทำ Flat Bread หรือขนมปังแผ่นแบนที่เธอคิดสูตรและวิธีทำขึ้นมาเอง ผลลัพธ์คือขนมปังชนิดนี้ทำได้ง่ายและเร็วมาก (แค่มีกระทะ 1 ใบก็ทำได้แล้ว) ใช้ทานกับอาหารได้หลากหลาย จะทาเนย แยม หรือทานคู่กับแกงก็ย่อมได้ นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำ English Muffin และ Foccacia Bread ขนมปังสไตล์อิตาเลียนรสชาติเข้มข้น จะทานเดี่ยว ๆ ก็อร่อย ทานคู่กับซุปหรือสลัดก็เพลินมาก

จากประสบการณ์การสอนยาวนานกว่าสิบปี พี่เยาเล่าว่านักเรียนหลายคนเคยคิดว่าการทำขนมปังเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่พอได้ลงคอร์สเรียนที่เน้นทั้งเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติจากที่นี่ ก็เปลี่ยนความคิดจากหน้าเป็นหลังมือ เมื่อลองเอาสูตรของพี่เยากลับไปดัดแปลง ผสมนู่นนิด เติมนี่หน่อย ขนมปังก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่หลากหลายและสนุกขึ้น

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

หากถามว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างติดใจอะไร คำตอบคงเป็นวิธีการทำที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะพี่เยาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Artisan Bread ขนมปังฝีมือเรา ๆ ก็อร่อยและมีคุณค่าได้เช่นกัน ส่วนวิธีการจองคอร์ส ติดตามได้ในทางเพจเฟซบุ๊ก Cooking with Yao หรือใครอยากมาเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2 – 3 คน ก็ทักข้อความหาพี่เยาได้โดยตรง 

12
Sloafbake & Else

ที่ตั้ง : 224/69 ซอยธารทิพย์ 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

Instagram : sloafbake

เว็บไซต์ : www.sloafbakeworkshop.com

โทรศัพท์ : 08 1452 8290 หรือ Line ID : @sloafbakeworkshop

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริงอย่าง Sloafbake ที่มี หนี่นี้-เรณุกา หุตานุวัตร เป็นเจ้าของและหัวหน้าทีมช่างอบขนมปัง นอกจากมีคอร์สสอนทำขนมปังทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ไว้คอยบริการ ที่ Sloafbake ยังพร้อมส่งและพร้อมเสิร์ฟขนมปังแสนอร่อยไปทั่วประเทศอีกด้วยนะ!

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

สาวกขนมปังอาจรู้จัก Sloafbake ในนามร้าน Sourdough Bakery ที่เปิดทำการมากว่า 4 ปี แต่เมื่อประจวบเหมาะพอดีที่ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ชักชวนให้หนี่นี้ไปร่วมสอนทำขนมปังที่สตูดิโอ Bo.lan Education Program เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้าอุปกรณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่กระเป๋า รับบทครูขนมปังอย่างเต็มตัว หลักสูตรของครูหนี่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทฤษฎีและ Sensory เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสังเกต ดมกลิ่น และสัมผัสก้อนโดวจ์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงหัวใจของการทำซาวโดวจ์ขนานแท้

คอร์สเรียนของ Sloafbake มีทั้งคอร์สออนไลน์ระยะสั้น เพื่อการปูพื้นฐานและทำความรู้จักจักรวาลซาวโดวจ์ ที่สำคัญ ยังมีบริการจัดส่งอุปกรณ์ Starter Kit สำหรับเลี้ยงยีสต์ให้ฟรีแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม เมื่อเรียนจบก็ลงภาคปฏิบัติต่อได้ มีให้เลือกทั้งคอร์ส Country Sourdough ที่จะได้เรียนรู้การทำซาวโดวจ์รูปร่างต่าง ๆ กับครูหนี่นี้ ส่วนเชฟโบรับหน้าที่สอนทำอาหารที่ใช้ทานคู่กันอย่าง Homemade mayonnaise & Salsa และ Open sandwich 

คอร์สที่ครูหนี่นี้แนะนำเป็นพิเศษ คือคอร์ส Overnight Sourdough สอนทั้งการทำ Focaccia, Ciabatta, Olive Oil Soft Toast ที่สำคัญ เชฟโบยังมาช่วยสอนทำซุปที่กินกับขนมปัง 3 ตัวนี้แล้วอร่อยสุด ๆ คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่มีเวลาและอุปกรณ์จำกัด เพราะใช้เวลาทำตอนกลางคืนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วพาเจ้าก้อนโดวจ์เข้าไปนอนด้วยกันในห้องแอร์ ตื่นเช้ามาก็พร้อมอบกินร้อน ๆ (แถมอร่อยมาก) 

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

หากสนใจอยากตามไปเรียนกับครูหนี่นี้ เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ หรือใครอยากพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักข้อความทางเพจหรือไลน์ของร้านได้เลย ทีม Sloafbake และครูหนี่นี้ยินดีต้อนรับ!

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load