เค้ก คุกกี้ บราวนี่ ไอศกรีม ขนมทานเล่นและเบเกอรี่ต่างๆ คือสิ่งที่แต่งแต้มรสชาติของโลกใบนี้ให้มีสีสัน สร้างความเพลิดเพลินให้จิตใจเพียงแค่หยิบเข้าปาก และให้พลังงานแก่ชีวิตมนุษย์

ไม่แปลก หากเราจะตามหาพึ่งพาขนมอร่อยๆ เหล่านี้มาเยียวยากายใจอยู่เรื่อยในชีวิตประจำวัน แม้จะอิ่มจากมื้อหลักแล้วก็ตาม เสมือนว่าเรามีกระเพาะของหวานสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ 

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
        ภาพ : Shebakes

แต่ความเคยชินนี้ อาจทำให้เราเผชิญภัยร้ายที่แฝงอยู่ในส่วนผสมของขนมหวานทั่วไปที่มีอยู่ตามท้องตลาดแบบไม่รู้ตัว หากไม่ยับยั้งช่างใจในการบริโภค อาจไม่ต่างอะไรกับการทานยาพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย

ก่อนที่เราจะแนะนำร้านเพื่อเป็นทางออกของผู้หลงรักเบเกอรี่และขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนแนะนำตลาดออร์แกนิกที่น่าไว้วางใจเมื่อครั้งก่อน ขอชวนคุณมาเช็กกันก่อนว่าสิ่งที่เราหยิบจับเข้าร่างกายกันทุกวันนี้ มีความน่ากังวลอะไรบ้าง

สำรวจวัตถุดิบที่คุ้นเคย

วัตถุดิบที่มักเป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม และเบเกอรี่ต่างๆ ทั่วไป มีดังต่อไปนี้ ซึ่งขอเน้นย้ำว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยในการเกิดโรคต่างๆ เท่านั้น และขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน

1. น้ำตาลทรายขัดขาวและน้ำตาลเทียมอื่นๆ : สารให้ความหวานประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และทำให้เนื้อสัมผัสของขนมอย่างเค้กชุ่มฉ่ำ อ่อนนุ่ม และฟูขึ้น

แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป (วัยรุ่นและวัยทำงานไม่ควรบริโภคเกิน 4 – 6 ช้อนชาต่อวัน) จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดภาวะดื้ออินซูลินและเสี่ยงต่อเบาหวาน มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รู้สึกหิวง่ายขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา

2. เนยสดและเนยเทียม (มาการีน) : วัตถุดิบอุดมไขมัน ถ้าเป็นเนยสดจะพอมีวิตามินจากนมอยู่บ้าง แต่หากทานมากไปจะส่งผลให้มีปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีสูง เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. สารกันบูด วัตถุกันเสีย : สารเคมีที่ใช้เพื่อถนอมอาหารให้มีอายุยืนนานขึ้นผ่านการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย หากบริโภคสารนี้บางชนิดมากเกินไป อาจส่งผลให้คลื่นไส้ เกิดผื่นคัน และตับไตทำงานหนักขึ้น

4. สารแต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ : สารที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสีและกลิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติ แต่เช่นเดียวกันกับสารกันบูด หากทานติดต่อกันในปริมาณมากเกินพอดี จะสะสมและเป็นภัยต่อร่างกายในภายหลัง

5. วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นม แต่ไม่ได้เป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิก : วัตถุดิบเหล่านี้จะมีสารเคมีจากกระบวนการเพาะปลูกหรือเลี้ยงดู เป็นพิษได้อีกเช่นกัน

6. วัตถุดิบที่บางคนแพ้ เช่น กลูเตนในแป้งสาลี เป็นโปรตีนที่ทำให้ขนมอยู่ตัวเป็นรูปทรง เนื้อเหนียว แต่คนที่แพ้ก็จะกินไม่ได้เลย

ถึงตรงนี้ คุณอาจเริ่มลองสำรวจวัตถุดิบขนมที่คุณรัก หรือวางแผนปรับเปลี่ยนการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสม

ความหวังของหวาน

แต่อย่าเพิ่งวิตกเสียจนเกินไป ขนมหวานและเบเกอรี่ต่างๆ ไม่ได้เป็นผู้ร้ายเสมอ หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะพอควร

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

และถ้าโลกไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ดีๆ เลย ชีวิตคงจืดชิด น่าเศร้าใจตาย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนที่เห็นปัญหาจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาใช้ความสร้างสรรค์ในการพัฒนาสูตรเบเกอรี่ เพสทรี และไอศกรีมที่เป็นมิตรต่อร่างกายและโลก แถมยังทำให้อร่อยได้อีกต่างหาก ด้วยการใช้กระบวนการและวัตถุดิบแบบธรรมชาติและออร์แกนิก ไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ บางแห่งบางเมนูไม่ใส่เนยและนมด้วย

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ยากกว่าวิถีทั่วไป เพราะต้องทำสิ่งเหล่านี้

1. สรรหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ จากเกษตรกรและผู้ผลิตที่คำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอาจสูงกว่า แต่ได้เพิ่มคุณประโยชน์ให้ตัวขนม ไม่เสียคุณค่าจากกระบวนการแปรรูป

2. ปรับสูตร หาวัตถุดิบใหม่ๆ มาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่เป็นทางลัด เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ แทนความนุ่มของเนื้อ กลิ่น และสี รวมถึงวัตถุดิบที่คนแพ้อย่างกลูเตน

3. ปรับกระบวนการ เพราะเมื่อไม่ใส่สารเคมี ผลิตภัณฑ์ก็มีอายุสั้นลงหรือไม่ได้รสชาติเป็นไปตามใจหวัง หลายอย่างต้องมาเคี่ยว คั้น หรือผสมเองแบบโฮมเมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบดีและลงตัวจริงๆ ซึ่งมักต้องทดลองอยู่หลายต่อหลายครั้ง

สรุปคือ ใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยกว่า

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Jinta Ice Cream

แต่ความดีงามของวิถีนี้คือการพยายามทำร้ายสิ่งรอบตัวให้น้อยที่สุด และได้สนับสนุนคนที่คิดทำสิ่งดีๆ ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และธรรมชาติ ทำให้ลิ้มรสได้อย่างสบายใจขึ้น (ทั้งนี้ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะกับสุขภาพร่างกายตัวเอง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ)

เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจ พยายามคิดค้นเมนูเบเกอรี่และไอศกรีมที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย ให้พวกเขาได้เติบโตไปด้วยกัน

เราจึงขอแนะนำ 8 ร้านคุณภาพให้คุณได้ปักหมุดสั่งซื้อเมื่อคิดอยากทานขนมครั้งต่อไป โดยรอบนี้ขอเริ่มจากเมืองหลวง เพื่อเป็นที่พักพิงให้บรรดาคนเมืองที่ชีวิตวุ่นวาย โดยทุกร้านล้วนมีผู้นำที่มีความตั้งใจอันดีในการส่งมอบขนมดีๆ ให้แก่ผู้บริโภค และเรายินดีมอบความไว้วางใจให้พวกเขา

01

Shebakes

เบเกอรี่ที่บรรจุรสชาติจากรอบโลก

ตำแหน่ง : (สั่งซื้อทางเดลิเวอรี่เท่านั้น)

วันเปิด : ดูรายละเอียดรอบการสั่งซื้อได้ในโซเชียลมีเดีย

วิธีการสั่งซื้อ : พรีออเดอร์เพื่อส่งแบบเดลิเวอรี่ได้ทาง LINE : @Shebakes

Facebook : Shebakes

Instagram : Shebakes

ติดต่อ : ทาง LINE @Shebakes

Shebakes

ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์รอบโลกผ่านคุกกี้ บราวนี่ พาย มัฟฟิน เค้ก และขนมปัง จากความสร้างสรรค์และฝีมือของนักเดินทางที่เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและวัตถุดิบพรีเมี่ยมจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในไทย ญี่ปุ่น ยุโรป และแอฟริกา นำมาทำเป็นกาแฟและเบเกอรี่ที่ปราศจากแป้ง นม เนย น้ำตาลขัดสี สารสังเคราะห์ อัดแน่นด้วยธัญพืชและ Superfoods มากสรรพคุณอย่างคาเคา เบาบับ อาซาอิ ผสมด้วยอัลมอนด์บด แฟล็กซีด และกระบก ทำเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนศิลปินที่บรรจงสร้างผลงานศิลปะให้งดงามที่สุด

เมนูมีหลากหลายรสชาติและสีสันให้เลือกสรร เราขอยกตัวอย่างขนมล่าสุดที่เปิดขายคือ Double Matcha Swirl Homemade Nutella Flourless Cake เค้กไร้แป้งตัวที่ 17 ของ Shebakes ภายในมีดาร์กช็อกโกแลตแท้และนูเทลล่าแบบโฮมเมด อบเฮเซลนัทและโรยด้วยมัทฉะ หอมเข้มเนื้อนุ่มแบบไม่ต้องกังวลใจ

ลองแวะเข้าไปดูรูปสวยๆ กับเมนูที่น่าลองไปหมดได้ที่โซเชียลมีเดียของ Shebakes หากใครอยากสั่งจองเมื่อมีรอบใหม่ อาจต้องนั่งเฝ้าและรีบเสียหน่อย เพราะบางเมนูขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

Shebakes
ภาพ : Shebakes

02

Farm to Table, Hideout

เจลาโต้รสแปลกใหม่เสิร์ฟคู่ขนมไทย

ตำแหน่ง : วังบูรพาภิรมย์ พระนคร (แถวปากคลองตลาด)

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Farm to Table, Hideout

ติดต่อ : 0 2004 8771

ชวนเดินเท้าเข้าร้านลับบรรยากาศร่มรื่นย่านปากคลองตลาด สาขาของร้าน Farm to Table ที่มีหนึ่งในทีมบริหารเป็นทายาทของธุรกิจผักสด เสิร์ฟทั้งอาหารไทยสไตล์ฟิวชันที่หยิบวัตถุดิบหลากหลายมามิกซ์แอนด์แมตช์ สลัดผักออร์แกนิก ชากาแฟ พร้อมไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดหลากรสสุดพิเศษที่หาทานตามร้านทั่วไปได้ยากให้เราเลือกสรร เช่น อะโวคาโด้ มันหวานต้มขิง ถั่วแระ มะยงชิดซอร์เบต์ ฟักทอง น้ำเต้าหู้ โดยมีนม ผัก และผลไม้ออร์แกนิกจากฟาร์มภาคเหนือ ไม่มีการเติมสารและสีเสริมใด

Farm to Table, Hideout

การออกแบบไอศกรีมนี้ช่วยแปรรูปวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพดี แต่หน้าตาภายนอกดูไม่สวยงามและเก็บได้ไม่นาน เป็นของหวานที่ทานร่วมกันได้ทั้งครอบครัวและช่วยส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ เมื่อเสิร์ฟคู่และทานร่วมกับขนมไทยอย่างข้าวตอกตั้งเนื้อหนุบ บัวลอยเผือกมะพร้าวน้ำหอมและขนมกลีบลำดวน ยิ่งเกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวของ Farm to Table, Hideout ที่น่าจดจำจนอยากแวะกลับมาอีกครั้ง

บางเมนูมีการสลับสับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมตามฤดูกาลด้วย แวะเวียนไปเมื่อไรอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ให้ลองลิ้มรสกัน

Farm to Table, Hideout
ภาพ : Farm to Table, Hideout

03

Bakery Therapy

คุกกี้และเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่พิถีพิถัน

ตำแหน่ง : เสนานิคม 1 ลาดพร้าว

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ตลาด เช่น ปันอยู่ปันกิน และ Kiss Me Indy/เดลิเวอรี่

Facebook : Bakery Therapy

ติดต่อ : 06 3404 2699

เบเกอรี่ที่ดีช่วยเยียวยาชีวิต ชิ-ลัดดาพร มานิตยกุล เข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์จากการดูแลโภชนาการอาหารให้กับคุณแม่ที่เคยป่วยเป็นมะเร็ง จึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และตัดสินใจเปิดร้าน Bakery Therapy เพื่อส่งมอบสุขภาพดีต่อให้ผู้คน

Bakery Therapy

ด้วยเทคนิคการตีไข่ไก่และผสมแป้งแบบญี่ปุ่นที่ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเบา ปราศจากการใช้ผงฟู เกิดกลายเป็นสูตรเฉพาะตัวของร้านที่นุ่มอร่อย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้ ขอชวนคุณมาเยียวยาร่างกายและจิตใจด้วยชีสเค้กสไตล์ญี่ป่น (Japanese Cheesecake) ทอฟฟี่เค้กรสกาแฟ (Coffee Toffee Cake) เค้กดาร์กช็อกโกแลต (Gateau Dark Chocolate Cake) และคุกกี้ออร์แกนิก 4 รสชาติ ส่งตรงจากเตาอบ บรจจุในขวดกระปุกขนาดกะทัดรัดให้พกพาไปไหนมาไหนแก้หิวได้สบายๆนอกจากแวะเวียนไปซื้อหรือสั่งจากที่ร้านแล้ว ยังไปพบ Bakery Therapy ได้ตามตลาดออร์แกนิกต่างๆ เช่น ตลาดปันอยู่ปันกิน ได้อีกด้วย ซื้อได้ครบทั้งอาหารและของทานเล่นเลย

Bakery Therapy
ภาพ : Bakery Therapy

04

เกาะดอกเหมย

ขนมสไตล์จีนสุดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบโฮมเมด

ตำแหน่ง : อัจฉริยะประสิทธิ์ บางกรวย

วันเปิด : ทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 19.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : เกาะดอกเหมย

ติดต่อ : 09 4435 9000

เกาะดอกเหมย

หากใครอยากจิบชาพร้อมทานขนมหวานสไตล์จีน เราขอแนะนำให้แวะมาลิ้มรสชาติเช่นนั้นที่เกาะดอกเหมย ร้านเบเกอรี่ที่ประดับตกแต่งคล้ายโรงน้ำชา มีสวนต้นหลิวและริมบ่อน้ำให้นั่งเล่นภายนอก มาพร้อมเมนูที่ไม่เพียงสวยงามด้วยรูปลักษณ์ แต่ไม่ทำร้ายร่างกาย ทั้งกระต่ายชมจันทร์ที่เป็นดาร์กช็อกโกแลตมูสเค้กสุดเข้มข้น สอดไส้แยมพีชที่เคี่ยวเอง ไร้เนย ไร้นม โซ่ยซาน เค้กดาร์กช็อกโกแลตไร้แป้งอุ่นๆ ที่มาคู่ซอสนมวอลนัท วาฟเฟิลกะลอจี๊ที่ทำจากการคั่วงาขาวและงาดำผสมกัน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมปลอดสาร และเค้กเก่าลักงาขาวคั่วหอมกรุ่นจากเกาลั่กแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ และหลายเมนูไม่ใช้เนย นม ครีมเลย หากทานคู่กับการจิบชาดอกไม้ออร์แกนิกจากทางภาคเหนือ รับรองว่าไม่มีทางลืมรสชาติสไตล์เกาะดอกเหมยนี้แน่นอน

เกาะดอกเหมย
ภาพ : เกาะดอกเหมย

หากแวะเข้าไปดูในครัว จะพบว่าส่วนประกอบต่างๆ ผ่านการสร้างสรรค์และลงมือทำเองจากทางร้านเกือบทุกขั้นตอน เช่น แยมผลไม้ นมข้นที่เคี่ยวเอง เพื่อให้ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ทางร้านยังพยายามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่นแก้วและหลอดไบโอพลาสติก ซองถุงชาจากเยื้อไม้และดินแอทต้าพูไกท์จากธรรมชาติ ทานขนมได้อย่างผ่อนคลายสบายใจ

05

Patom Organic Living

ขนมไทยและเทศจากธรรมชาติ

ตำแหน่ง : ซอยทองหล่อ 23

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 09.30 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Patom

ติดต่อ : 09 8259 7514

Patom Organic Living คือคาเฟ่ย่านทองหล่อที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกตามฤดูกาล ส่งตรงจากฟาร์มของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยสวนสามพรานนำมาปรุงรสเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และขนมทั้งแบบไทยๆ และต่างประเทศ รวมกันแล้วมากกว่า 40 ชนิดให้ได้เลือกสรร ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นสามสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งใจสร้างกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกที่เข้มแข็ง

Patom Organic Living

ขนมไทยของ Patom มีทั้งคาวและหวาน เช่น หมูโสร่ง ข้าวเหนียวหมูคั่วกลิ้ง ขนมน้ำดอกไม้ ตะโก้ ขนมถ้วย ขนมต้ม ขนาดพอดีคำ คั้นกะทิสดใหม่มาทำทุกเช้า มีสีสันขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากดอกดาวเรือง สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า บรรจุมาในภาชนะน่ารักๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนใครเป็นสายเค้ก บราวนี่ คุกกี้ Patom มีพร้อมบริการให้คุณที่เรือนแก้วบรรยากาศโปร่งโล่งสบายนี้เช่นกัน หรือสั่งซื้อไปทานสบายๆ ที่บ้านก็ย่อมได้

Patom Organic Living
ภาพ : Patom Organic Living

06

บ้านสุขภาพพุทธิญา

เค้กเนื้อผักที่คิดถึงกาย ใจ และจิตวิญญาณ

ตำแหน่ง : วังใหม่ ปทุมวัน

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : จองล่วงหน้าก่อน 2 – 3 วันก่อนทานที่ร้านหรือสั่งล่วงหน้า

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา

ติดต่อ : 06 3195 9782, 09 8594 6469, 06 3209 6415

หากคุณเริ่มรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้า ตึงเครียด หรืออยากป้องกันสภาวะแบบนั้นไม่ให้เกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ลองมาปรับสมดุลธาตุภายในที่บ้านสุขภาพพุทธิญา โดย เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย ที่ดัดแปลงบ้านตัวเองให้กลายเป็นแหล่งพักพิงทางอาหารที่ปลอดภัย จากความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่เด็กและความรู้เรื่องการปรุงอาหารให้เปรียบเสมือนยา โดยคงความอร่อยไว้ ลบภาพจำเดิมๆ ว่าอาหารสุขภาพนั้นจืดชืด

ด้วยแนวคิดนี้ การทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญาจึงต้องผ่านการจองล่วงหน้าราว 2 – 3 วัน โดยเชฟจะถามเพื่อทราบความชอบและสรรพคุณที่ต้องการ ก่อนสรรหาวัตถุดิบออร์แกนิกเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และปรุงเสิร์ฟด้วยความละเมียดแบบ Chef’s Table ส่งผลดีต่อทั้งอารมณ์ ความคิด ชีวิต และจิตวิญญาณ ทานแล้วสบาย ได้พลังชีวิต

บ้านสุขภาพพุทธิญา

สำหรับสายขนม ในช่วงนี้ เราขอแนะนำเค้กแครอทเนื้อนุ่ม ปราศจากไข่ เนย นม กลูเตน น้ำมัน ราดด้วยเมล็ดมะมะม่วงหิมพานต์ออร์แกนิกและโยเกิร์ตมะพร้าวโฮมเมด และเค้กช็อกโกแลตผสมเนื้อผัก ทั้งกระเจี๊ยบ ฟักเขียว บวบงู ทำจากแป้งที่ไฟเบอร์สูง เติมรสหวานด้วยอินทผาลัมแทนที่น้ำตาล รสกลมกล่อมแบบไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นพิษต่อร่างกายเหมือนขนมหวานทั่วไป

บ้านสุขภาพพุทธิญา
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

07

Sustaina

ขนมออร์แกนิกวิถีญี่ปุ่นจากฟาร์มที่ปลูกเอง

ตำแหน่ง : สุขุมวิท 37 (BTS พร้อมพงษ์)

วันเปิด : ทุกวัน 10.30 – 20.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Sustaina Organic Restaurant

ติดต่อ : 0 2258 7516

Sustaina คือซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่มีสินค้าออร์แกนิก ทั้งผักสด วัตถุดิบอาหาร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้เลือกสรรหยิบจับกลับไปดูแลตัวเอง ดำเนินการโดย โช โอกะ ชายชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจทำฟาร์มออร์แกนิกของตัวเองที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อ 21 ปีก่อน เพราะเชื่อว่าอาหารที่ปลอดภัยคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์และโลก และเปิดร้านนี้ในอีก 10 ปีถัดมา นำวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มมาเสิร์ฟให้เราทานถึงที่เมืองกรุง

Sustaina

ในส่วนขนมทานเล่นนั้น มีทั้งเค้ก เจลลี่ ไดฟุกุหลากรส เต้าฮวยที่เคี่ยวน้ำเชื่อมเองจากอ้อย มีส่วนผสมของดอกไม้อย่างอัญชัน เต้าหู้พุดดิ้งที่มีส่วนผสมของธัญพืชและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สับปะรด เสาวรส มะละกอ หวานน้อย เนื้อนุ่ม แม้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ใดๆ ไม่ใช่เจลาตินหรือไขมันสัตว์ เหมาะสำหรับทั้งคนทั่วไปที่อยากดื่มด่ำของทานเล่นแบบรักสุขภาพและผู้ที่ทานวีแกน

นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมโฮมเมดเย็นๆ ขายด้วย ใครมาช่วงเที่ยงๆ เย็นๆ ก็แวะทานอาหารออร์แกนิกสไตล์ญี่ปุ่นได้ที่ชั้น 2 ของร้าน มาครั้งเดียวอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน

Sustaina
Sustaina

08

Jinta Ice Cream

ไอศกรีมผักผลไม้ที่ผสมด้วยจินตะ (นาการ)


ตำแหน่ง : CJ MORE สีลม บางรัก

วันเปิด : จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ติดต่อทางโซเชียลมีเดีย

Facebook : Jinta Homemade Ice Cream

ติดต่อ : 08 7318 0057

Jinta Ice Cream

ร้านไอศกรีมที่ตั้งชื่อให้พ้องกับชื่อลูกสาวของ หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล เกิดขึ้นเพื่อส่งต่อไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ให้ผู้คน ผักและผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากเพื่อนพี่น้องชาวเกษตรอินทรีย์ที่รู้จักมักคุ้นกันดี มีความสดใหม่จากธรรมชาติ แม้จะทำให้ต้องคอยปรับสูตรตามวัตถุดิบที่ได้รับ แต่ไอศกรีมรูปแบบนี้มีสรรพคุณเหมือนสมุนไพร และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและแวะเวียนกลับมาอยู่บ่อยครั้ง

ฟังชื่อรสชาติไอศกรีมครั้งแรกของจินตะแล้วคุณอาจแปลกใจ เพราะเคยมีทั้งรสโกลเด้นลาเต้ที่ทำจากขิงผสมขมิ้น มะระชีสเค้ก คะน้ากับสะระแหน่ แตงโมปลาแห้งซอร์เบต์ จากจินตนาการและการสร้างสรรค์ลูกเล่นของหนุ่ม ส่วนช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีรสพิเศษคือ มะยงชิดโยเกิร์ต ข้าวเหนียวเปียกลำไยซอร์เบต์ และคัสตาร์ดผสมไข่แดงเค็มโฮมเมด นอกจากจะน่าค้นหาแล้ว ไอศกรีมเหล่านี้ยังทานได้ทั้งครอบครัว ไม่ทำร้ายสุขภาพอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น จินตะยังเลือกใช้ถ้วยจากกาบหมากเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่ามีความคิดดีๆ ในทุกองค์ประกอบสมชื่อแบรนด์เลย

Jinta Ice Cream
ภาพ : Jinta Ice Cream

ทั้ง 8 ร้านนี้คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่พิถีพิถัน ตั้งใจคิดค้นอาหารปลอดภัยคุณภาพดีให้ผู้บริโภคอย่างเรามีความสุข โดยไม่ต้องทำร้ายสิ่งแวดล้อม เราจึงขอเชิญชวนคุณว่า หากนึกอยากทานขนมหวาน เบเกอรี่ หรือไอศกรีมครั้งถัดไปในย่านกรุงเทพฯ ร้านเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณรู้สึกไว้วางใจ อยากไปสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดีๆ บนโลกนี้

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ผิวหนังก็เหมือนปาก

กว่าจะเลือกหยิบขนมหรือซอสปรุงรสสักขวดลงตะกร้า หลายๆ คนคงพลิกซองไปมา อ่านฉลากอยู่นานสองนาน เพราะเราต่างรู้กันดีว่าของกินเหล่านั้นต้องสัมผัสกับอวัยวะภายในและร่างกายของเราโดยตรง หากเผลอทานอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเราได้เป็นแน่

ในทางกลับกัน เมื่อเราไปซื้อสบู่ แชมพู ยาสีฟัน เรากลับหยิบลงตะกร้าแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก อาจพิจารณาจากสี กลิ่น รส และโปรโมชันลดราคาอีกเล็กน้อย มาตรวัดการเลือกซื้อของใช้จึงไม่ซับซ้อนวุ่นวายเท่ากับของกิน นั่นเป็นเพราะเราต่างคิดกันไปเองว่า ของใช้เหล่านั้นล้วนอยู่ภายนอกร่างกาย จะต้องประณีตอะไรเสียมากมายกับของที่เราไม่ได้ดื่มกินเข้าไป

แต่ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย  สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่เราทาถูลงบนผิวหนัง สามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้คุณลองพลิกฉลากของใช้ก่อนซื้อ

หากลองอ่านส่วนผสมที่ข้างกล่อง จะพบว่าโลชั่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์กลุ่มซักล้างบางชนิด เต็มไปด้วยสารเคมีและสารก่อมะเร็งจำนวนมาก ลองนึกดูคร่าวๆ ว่าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนหัวถึงหมอนอีกครั้งในตอนค่ำ เราใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกันบ้างในวันวันหนึ่ง แล้วเราใช้ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ นั่นเป็นปริมาณมหาศาลของสารเคมีที่ร่างกายซึมซับลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว 

แม้ว่าบางคนจะหันมาปลูกผัก ทำอาหารทานเอง กินอยู่ตามวิถีรักสุขภาพ ก็อาจยังพบสารเคมีใกล้เนื้อตัวจากของใช้อุปโภคที่ดูไม่มีอันตราย แทนที่อวัยวะต่างๆ จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องเสียเวลามากำจัดสารพิษจากนานาของใช้ที่เราประโคมใช้กันอยู่ทุกวี่วัน ท้ายที่สุด ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปด้วย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ :  Pasutara พสุธารา

ของใช้เหล่านี้ข้องเกี่ยวหมุนเวียนในชีวิตประจำวันของเรามากพอๆ กับอาหาร 3 มื้อ คงจะดีไม่น้อยหากเรามีผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายเป็นทางเลือก วันนี้ ‘มนุษย์อินทรีย์’ จึงอยากให้ทุกท่าน 

‘ขออย่ายอมแพ้’ ให้กับสารเคมีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และอย่ายอมแพ้ต่อการช่วยโลกของเรา ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ของใช้อินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าจากทั่วฟ้าแบรนด์ไทย ที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากดีต่อตัวผู้ใช้ ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้แล้ว ก็ยังดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะเมื่อวัตถุดิบต้นทางผ่านการคัดเฟ้นเฉพาะสารอินทรีย์ธรรมชาติ ปลายทางที่ถูกชะล้างลงท่อระบายน้ำก็ย่อยสลายได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ก่อนที่จะหยิบตะกร้าไปเลือกช้อป เราอยากให้คุณลองเคลียร์ของใช้อันเก่าในห้องน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งออกเสียก่อน มาดูกันว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายเหล่านี้แฝงตัวอยู่หรือไม่

โซเดียมลอริลซัลเฟต หรือ โซเดียมลอริลอีเทอร์ซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate-SLS หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate-SLES) : สารทำให้เกิดฟอง มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายและเส้นผม ช่วยลดแรงตึงผิวและทำให้สิ่งสกปรก คราบไขมันหลุดออกได้ง่าย หากมีความเข้มข้นมากไป อาจทำให้ผิวแห้งตึง ขาดน้ำ เกิดสิว และระคายเคืองต่อเยื่อบุตาได้

สารกลุ่มพาราเบน (Parabens) : สารกันเสีย ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่าย มักพบในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย เส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ แม้ใช้เพียงเล็กน้อยแต่ถ้าหากร่างกายสะสมเป็นเวลานานก็อาจเป็นสารก่อมะเร็งเต้านมได้

ซิลิโคน (Silicone) : นิยมใช้ในโลชั่นหรือครีมนวดผม ทำหน้าที่คล้ายพสาสติกเคลือบให้ผิวและเส้นผมนุ่มลื่น แต่อาจเกิดการระคายเคือง สิวอุดตัน และเส้นผมแห้งกรอบ

ปิโตรเคมีคอล (Petrochemicals) : ทำจากน้ำมันดิบ มักพบในโลชั่นและเครื่องสำอางทั่วไป ทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิว กักเก็บความชุ่มชื้น แต่อาจทำให้ผิวหนังอุดตันได้

สีสังเคราะห์ (Artificial Color) : สีสันที่ฉูดฉาดล้วนเป็นสีสังเคราะห์ที่อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมเป็นสารก่อมะเร็งได้ นอกจากนี้ บางผลิตภัณฑ์ยังใส่กลิตเตอร์แวววาวหรือผงมุกเม็ดเล็กๆ เหล่านี้เป็นสารเคมีและทำจากเม็ดบีดไมโครพลาสติก เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ไตรเอทานอลเอมีน (Triethanolamine หรือ TEA) : ทำหน้าที่ปรับค่า pH มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และกลุ่มเจลล้างมือต่างๆ อาจทำให้เกิดการแพ้ ผิวหนังหรือเส้นผมแห้งกร้าน เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดงบริเวณผิวหนังและดวงตาได้

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) : มักใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สบู่ แชมพู ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัว ซึ่งนอกจากจะทำร้ายผิวอย่างรุนแรงแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อปอด ระบบประสาท และระบบทางเดินหายใจ

โพลีเอธิลีนไกลคอล (Polyethylene Glycol หรือ PEG) : สารให้ความชุ่มชื้นและช่วยทำให้เนื้อครีมข้นขึ้น มักพบในเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวหน้าและครีมบำรุงผิวต่างๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังได้ และอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในตับและไต

เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone หรือ MIT) : สารกันเสีย มักพบในเครื่องสำอาง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ แต่อาจก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองได้

ไตรโคซาน (Triclosan) : ส่วนผสมในสบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและเหงือกอักเสบ ทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง และมีผลให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ

ดูแล้วก็มีที่คุ้นหน้าค่าตากันอยู่หลายชนิด สารบางตัวเราก็แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เชื่อสิว่าเครื่องใช้รอบตัวคุณมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่แทบทั้งนั้น บางชนิดติดสติกเกอร์แผ่นใหญ่ไว้หน้าขวดว่า NO SLS แต่พอพลิกดูฉลากกลับมีคำว่า Sodium Laureth Sulfate อยู่ทนโท่ หากไม่พลิกอ่านก็แทบไม่รู้ตัว ว่าเราประโคมใช้สารเคมีกันอยู่ทุกเช้าเย็น ดังนั้น เพื่อให้การช้อปปิ้งข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้าในครั้งต่อไป ปลอดภัยจากสารพิษนานาชนิดที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกาย ตามไปดูแบรนด์ไทยเชื้อสายอินทรีย์เหล่านี้กันดีกว่า ว่าจะมีของใช้ที่รักเราและรักโลกชนิดใดให้เลือกซื้อเลือกหากันบ้าง

01

ZNYA Organics

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Znya Organics

Facebook : Znya Organics

Instagram : znyaorganics

โทรศัพท์ : 06 1626 2928 หรือ LINE ID : @znyaorganics

ZNYA Organics
ภาพ : Znya Organics

เริ่มกันที่ของใช้ออร์แกนิกที่มีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่และเด็กน้อยวัยเตาะแตะ ปอน-วิตราภรณ์ พิมพลา คุณแม่ผู้เคยประสบปัญหาภูมิแพ้และผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัว รักษามาทุกวิถีทางก็ยังไม่สามารถเอาชนะอาการป่วยนี้ได้หายขาด ในเบื้องต้นเธอคิดว่าสาเหตุมาจากอาหารที่รับประทาน แต่ภายหลังพบว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นมาจากของใช้นอกร่างกายทั้งสิ้น เธอจึงหันมาพึ่งพาธรรมชาติและเริ่มคิดค้นสบู่สูตรออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ตัวเธอและคนที่บ้านใช้ จนปัจจุบันแบรนด์ ZNYA Organics มีผลิตภัณฑ์แตกกิ่งก้านสาขาออกมาอีกจำนวนมาก

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Znya Organics

ปอนเชื่อว่าเดิมทีผิวและผมของเราทุกคนมีสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เจือปนสารเคมี สภาพผิวและผมจึงถูกปรับไปตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆ สินค้าจากแบรนด์ ZNYA Organics จึงไม่มีการคัดแยกว่าสำหรับผิวมัน ผิวแห้ง หรือ ผมมัน ผมแห้ง แต่จะใช้วัตถุดิบอินทรีย์เพื่อดีท็อกซ์สารเคมี ปรับสภาพผิวและผมให้ค่อยๆ สมดุล ที่สำคัญยังวางใจในคุณภาพได้ว่าทุกวัตถุดิบล้วนเป็นอินทรีย์ ปราศจากสารเคมีและสารกันบูดทุกชนิด เพราะได้การการันตีจาก USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นที่เรียบร้อย 

สินค้าของ ZNYA Organics มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่างเบบี้ออยล์ สบู่เหลว สบู่ก้อน และน้ำมันทาผิว ไปจนถึงสบู่ล้างหน้าสูตรออร์แกนิก สกัดจากน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา แชมพูสะเดาที่กวาดรางวัลจากโปแลนด์มาแล้วหลายเวที ยาสีฟันจากดอกเกลือและกานพลู ผงถ่านพอกหน้าช่วยขจัดสารเคมีในผิว เกลือแช่ตัวและเท้าผสมน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพร และน้ำมันบำรุงผิวหน้าแบบจบครบที่ขวดเดียวสำหรับผู้ใหญ่

วัตถุดิบที่ปอนเลือกใช้ ก็มาจากพืชผลที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ติดต่อกับฟาร์มอินทรีย์และควบคุมดูแลการผลิตเองทุกขั้นตอน ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กจะไม่เจือปนสีและกลิ่นใดๆ เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้ดมและจำกลิ่นของพ่อแม่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนแป้งฝุ่นทาตัว ปอนกล่าวว่าลืมไปได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันว่าแป้งฝุ่นล้วนทำมาจากทัลคัม ยิ่งทาก็เหมือนยิ่งเติมฝุ่นเข้าไปในปอดของเด็กๆ ผลิตภัณฑ์ที่เธอทำออกมา จึงมีเฉพาะของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

02

Bija Herbal

ช่องทางการซื้อ : ร้านสวน ชั้น 1 หอศิลป์ กรุงเทพฯ, Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM / ออนไลน์

เว็บไซต์ : BijaHerbal

Facebook : BijaHerbal

Instagram : Bijaherbal

โทรศัพท์ : 09 2440 9449 หรือ Line ID : BijaHerbal

Bija Herbal
ภาพ : Bija Herbal

ด้วยใจรักในวิถีภูมิปัญญาไทย และอยากส่งเสริมผลิตผลและเกษตรกรไทยให้มีรายได้ อ๋อย-อัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล จึงได้หยิบยกวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างข้าวเสาไห้ NON-GMO มาประดิษฐ์คิดค้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พ่วงมาด้วยขนาดไซส์เล็กกะทัดรัดน่าพกพา ถูกใจนักเดินทางที่ต้องแพ็กกระเป๋ากันอยู่บ่อยๆ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Bija Herbal

นอกจากเรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะจะหยิบใส่กระเป๋าได้แบบพอดิบพอดี อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ Bija (พีชะ) ตีตลาดกลุ่มนักเดินทางได้แบบอยู่หมัด คือสินค้าส่วนมากมักทำออกมาในรูปแบบผง ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องบิน สินค้าตัวแรกเริ่มคือผงแป้งข้าวล้างหน้า มีส่วนผสมหลักอย่างแป้งข้าวเจ้าและขมิ้นชัน เมื่อไม่ใช้น้ำจึงไม่ต้องใส่สารกันเสีย ปราศจากทัลคัมและน้ำหอม ฟองน้อยเพราะไม่มี SLS มากวนใจ 

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพีชะคือแผ่นข้าวมาสก์หน้าที่ทำจากเส้นใยขนาดเล็กกว่าผ้าฝ้ายถึง 200 เท่า จึงทำให้แนบสนิทกับผิวหน้าได้ประหนึ่งว่าเป็นผิวหนังอีกชั้นของเรา ช่วยคืนความชุ่มชื่น กระจ่างใส และความสมดุลให้กับผิวหน้า และยังทำให้ครีมบำรุงผิวซึมลงผิวหน้าได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่สำคัญแผ่นมาสก์ยังย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม แอบกระซิบว่าโปรดักต์นี้ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วยนะ

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพีชะยังยกขบวนสินค้าคุณภาพคับกล่องมาอีกหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งผลิตภัณฑ์ Anti-aging ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กำจัดสิว ครีมบำรุงผิวและมือ ลิปบาล์ม อายส์เซรั่ม ผงสีฟัน น้ำมันนวดตัว และอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวถึง ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นยังใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ผ่านกรรมวิธีจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมี เรียกได้ว่าประทินผิวทั้งเรือนร่างแบบปลอดภัยหายห่วง ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

03

THLOS  

ช่องทางการซื้อ : THLOS Skincare Care & Kitchen สุขุมวิท 66 (ปิดหน้าร้านชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด) / ออนไลน์

เว็บไซต์ : THLOS

Facebook : THLOS Skin Care & Kitchen

Instagram : thlos_skincare

โทรศัพท์ : 08 5819 9003 หรือ Line ID : @thlos_skincare

THLOS
ภาพ : THLOS

THLOS ชื่อแบรนด์ที่ย่อมาจาก The Herbal Lore of Siam แปลเป็นไทยว่า คลังความรู้เรื่องสมุนไพรแห่งสยาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2010โดย เปิ้ล-อังคนา พรวิศวารักษกูล และ สุชิน พรวิศวารักษกูล พี่ชายของเธอ ทั้งสองตั้งใจอยากนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทยในรูปแบบผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบอินทรีย์มาเป็นส่วนประกอบของสินค้าทั้งหมด

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ: THLOS

เสน่ห์ของทลอส คือการพลิกโฉมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ด้วยการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันอย่างปลอดภัย พัฒนาสูตรโดยแพทย์แผนไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มาพร้อมกับแพ็กเกจหรูหรายกระดับ ให้พกใส่กระเป๋าและหยิบมาใช้ได้แบบไม่เคอะเขิน ไม่ว่าจะเป็นแป้งน้ำเย็น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม น้ำมันนวด และโลชั่นบำรุงผิว 

ส่วนสินค้าที่ทลอสภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง คือ ลิปบาล์มสูตรเชียร์บัตเตอร์ สารสกัดจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย COSMOS และ BIOGRECERT มีส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันเมล็ดองุ่น และโจโจบา ออยล์ ให้ความชุ่มชื่นเรียบเนียนแก่ริมฝีปากจากวัตถุดิบธรรมชาติแบบปลอดสารเคมี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารและของกินแปรรูปอีกหลายชนิดวางจำหน่ายให้เลือกช้อปกันอีกด้วย

แม้ในโลกปัจจุบันจะเต็มไปด้วยการรุกหน้าของเทคโนโลยีและวิทยาการมากมาย ทลอสยังคงเชื่อมั่นว่าถ้ามีสินค้าไทยคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พ่วงมาด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าใช้สอย ก็จะช่วยทำให้คนไทยมั่นใจและหันมาใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากยิ่งขึ้น 

04

Rai Din Dee Jai  

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : Rai Din Dee Jai

Facebook : Raidindeejaifarm

Instagram : raidindeejai

โทรศัพท์ : 086 059 8939 หรือ Line ID : raidindeejai

Rai Din Dee Jai
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

กำพล และ หทัยชนก คู่สามีภรรยาผู้หันหลังให้กับชีวิตในเมือง และกลับมาปลูกผักทำไร่ตามวิถีเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอยากให้เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า เริ่มจากการเปลี่ยนผืนดินเพื่อปลูกเมล็ดงาตามวิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และสารกำจัดแมลง เก็บเกี่ยวด้วยวิถีธรรมชาติและใช้ระบบแมนนวลในการบีบน้ำมันงาจากสองมือ จนได้มาเป็นน้ำมันงาอินทรีย์ไร้สารเคมีออกขาย เมื่อมีโจทย์ที่ต้องฟื้นฟูบำรุงดิน ทั้งสองจึงตัดสินใจปลูกถั่วเขียวเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด จากนั้นจึงต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเขียวและพืชพรรณชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Rai Din Dee Jai 

การปลูกพืชแบบอินทรีย์อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า และผลผลิตไม่สวยเท่ากับผลผลิตในระบบที่ใช้สารเคมี ถั่วเขียวล็อตแรกจากไร่ดินดีใจจึงถูกกดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองเริ่มมองหาวิธีแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าชนิดอื่นทดแทน จากนั้นจึงได้ลองหยิบยกพืชผลต่างๆ ที่ปลูกเองเก็บเองจากในไร่ มาแปรรูปเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติแท้ๆ ที่ปลอดสารเคมีและดีต่อสิ่งแวดล้อม 

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแรกเริ่มอย่างน้ำมันงาอินทรีย์สกัดเย็น สกัดจากเมล็ดงาขาวและงาดำอินทรีย์ด้วยกรรมวิธี Cold Press ใช้สำหรับทากันแดด บำรุงผิวและเส้นผม หรือแชมพูสูตรสมุนไพรสด สารสกัดจากอัญชัน บอระเพ็ด ใบหมี่ มะกรูด และน้ำแร่จากแหล่งธรรมชาติในท้องถิ่น บรรจุลงในขวดพลาสติกแบบ HDPE ที่หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ผงพอกหน้าจากข้าวหอมมะลิ ใช้พอกหน้าและสครับผิวได้ ผงถั่วเขียวทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH เหมาะกับใบหน้า ใช้แทนโฟมล้างหน้าและสบู่อย่างสะอาดหมดจด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงขนสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

การหวนคืนสู่วิถีธรรมชาติ ปลูกผักหว่านพืชตามแบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะทำให้ผู้ผลิตและลูกค้ามีความสุขที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ แล้ว ผืนดินอันแห้งแล้งก็พลิกฟื้นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ดินดีใจ ที่ได้มอบคุณค่าจากธรรมชาติในผืนไร่ สู่ปลายทางผู้รับมาอย่างยาวนานมากกว่าสิบปี

05

Harmony Life

ผลิตภัณฑ์ : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และของใช้ทั่วไป

ช่องทางการซื้อ : SUSTAINA สุขุมวิท39 / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Harmony Life

Facebook : Sustania organic shop

Instagram : harmonylife_sustaina

โทรศัพท์ : 0 2721 7511, 08 9819 0110

Harmony Life
ภาพ : HarmonyLife Organic Farm

Harmony Life คือฟาร์มปลูกผักอินทรีย์ในนครราชสีมาที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสินค้านานาชนิด แบบปลูกเอง ทำเอง ขายเองครบวงจร โดย Mr.Sho Orga ชาวญี่ปุ่นผู้เล็งเห็นถึงปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดจากการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อน้ำและคูคลองต่างๆ จึงอยากส่งเสริมให้ผู้คนหันมาบริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรืออินทรีย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้ปลายทางของสินค้าเหล่านั้นย่อยสลายในธรรมชาติได้โดยไม่ทิ้งสารพิษลงสู่แหล่งน้ำ 

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : HarmonyLife Organic

นอกจากจัดจำหน่ายผักและสินค้าแปรรูปจากพืชผลในฟาร์มของตนเองแล้ว Harmony Life ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้เลือกใช้โดยไร้กังวลต่ออาการแพ้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นน้ำตบเข้มข้นบำรุงผิวหน้า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ บวบ ใบสะเดา และแตงกวา ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์และฟื้นฟูรอยแผลเป็น ลิปบาล์มธรรมชาติ ผลิตจากไขผึ้งและน้ำมันจากธรรมชาติ ปราศจากสารกันบูด สารสังเคราะห์เคมี และน้ำหอม ช่วยบำรุงให้ริมฝีนุ่มลื่น ไม่แห้งกร้าน สบู่แฮนด์เมดสารสกัดจากน้ำมันมะกอก ราคาต่างกันไปตามขนาดของสบู่ที่ทำออกมาในแต่ละครั้ง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างน้ำยาซักล้างอเนกประสงค์สูตรธรรมชาติ ปราศจากน้ำมันปิโตรเลียม ใช้ส่วนผสมที่ได้รับการรองรับจาก ECO Cert. จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน 

ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงโคราชก็อุดหนุนสินค้าจาก Harmony Life ได้ เพราะทางฟาร์มขนตะกร้าสินค้ามาวางจำหน่ายใกล้ๆ คนเมืองที่ร้าน SUSTAINA ซอยสุขุมวิท 39 นอกจากนี้ยังมีผักสด อาหารออร์แกนิกและขนมอร่อยๆ ไว้ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย 

 06

Patom

ช่องทางการซื้อ : Patom Organic Living สาขาทองหล่อ 25 และ สาขาสวนสามพราน / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Patom

Facebook : Patom

Instagram : patom_organic_living

โทรศัพท์ : 0 2084 8649 หรือ LINE ID : @patom

Patom
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

Patom แบรนด์สินค้าออร์แกนิกที่พ่วงมาด้วยธุรกิจคาเฟ่ใจกลางกรุงอย่าง Patom Organic Living ของ ฟี่-อนัฆ นวราช ทายาทรุ่นสามที่ต้องการขยายกิจการใหม่บนธุรกิจสวนสามพรานของครอบครัว เขาเริ่มจับต้นชนปลายจากการผลิตสบู่และแชมพู โดยได้วัตถุดิบจากสมุนไพรที่ปลูกภายในฟาร์มสวนสามพราน และจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกตามวิถีอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดล ทำให้สามารถขยายไลน์การผลิตให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานเกินรอ

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/patom.organics/

สินค้าทุกชิ้นจากปฐม คัดเฟ้นเฉพาะวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกได้ในประเทศไทย บรรจุลงในบรรจุภัณฑ์เก๋ไก๋ถูกใจสายมินิมอล มีตั้งแต่คลีนซิ่งสเปรย์ทำความสะอาดมือ มีส่วนผสมจากน้ำกลั่นมะนาวและน้ำกลั่นตะไคร้ธรรมชาติ เซรั่มบำรุงผมให้นุ่มสลวยดกดำ สกัดจากน้ำมันธรรมชาติ ทั้งบอระเพ็ด ทองพันชั่ง และน้ำมันมะพร้าว ยาดมสมุนไพรกลิ่นไม่อ่อนไม่แรงช่วยให้โล่งจมูก โลชั่นบำรุงผิวสกัดจากน้ำมันธรรมชาติและกุหลาบมอญ ช่วยให้ผิวอิ่มฟูดูกระจ่างใส โลชั่นสารสกัดจากใบย่านางที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย และยังมีผลิตภัณฑ์ของกินของใช้อีกมากมาย ทั้งหมดมีวางจำหน่ายอยู่ในคาเฟ่สายออร์แกนิกอินทรีย์ซึ่งไม่แพ้กัน 

ใครสนใจอยากอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย พร้อมลิ้มลองอาหารสูตรดั้งเดิมของสวนสามพราน ไม่ต้องไปไกลถึงนครปฐม ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกันได้ที่ซอยทองหล่อ 25 ใกล้ๆ นี่เอง

นอกเหนือจากการคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคงคุณค่าจากธรรมชาติสู่ทุกผลิตภัณฑ์ในมือของผู้บริโภค Patom ยังเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ส่งเสริมการเพาะปลูกด้วยวิถีธรรมชาติ เสริมสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเกษตรกร เพื่อปณิธานในการผลิตอาหาร สินค้า และสภาพแวดล้อมที่ดีคืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

07

Pasutara 

ช่องทางการซื้อ : พสุธารา อ.สวนผึ้ง / Ecotopia ชั้น 3 Siam Discovery, ICON CRAFT ชั้น 5 ICONSIAM, Gourmet Market สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ท่าพระ และเดอะมอลล์บางแค, Lemon Farm, Siam Paragon, Emquartier / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Pasutara

Facebook : Pasutara พสุธารา

Instagram : pasutara

โทรศัพท์ : 09 2254 4199 หรือ LINE ID : @pasutara

Pasutara
ภาพ : Pasutara

พสุธารา เป็นแบรนด์ของใช้ ของกิน ที่พัก และผักออร์แกนิกภายใต้คอนเซปต์ Purifying Life โดย บาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา และ แม่อ้อย-ดรุณี วัฒน์นครบัญชา ที่ริเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ดินในอำเภอสวนผึ้งให้กลายเป็นสวนผักปลอดสารพิษ และต่อยอดไอเดียธุกิจโดยการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความตั้งใจให้คนเข้าถึงธรรมชาติได้ด้วยของใช้และของกิน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.facebook.com/pasutarathailand/

พสุธาราสร้างทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากพืชผลในไร่ของตนเอง และบางส่วนนำมาจากแหล่งผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ ว่าปลูกอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค ตั้งแต่เลม่อนบ่มน้ำผึ้งสินค้าซิกเนเจอร์ ไปจนถึงเครื่องใช้เสริมความงามอย่างคลีนซิ่งกลั่นจากโรสแมรี่สด ซึ่งได้โรสแมรี่พันธุ์ดีจากไร่ของพสุธาราเอง ช่วยลดอาการแพ้แดดและการอักเสบของผิว หรือจะเป็นน้ำตบโรสแมรี่ไทม์ออร์แกนิก เสริมทัพด้วยชะเอมเทศ และ L-canitine บริสุทธิ์มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ที่ อย. อนุญาตให้เคลมได้ว่าเป็นโปรดักต์ Firming และทำจากอะมิโนจากธรรมชาติ ครีมบำรุงผิวหน้าออร์แกนิกสกัดจากใบบัวบก โคกกะออม สาหร่าย และวิตามินธรรมชาติอีกนานาชนิด สบู่น้ำมันธรรมชาติที่ทำจากกรรมสกัดวิธีแบบเย็น ที่ต้องคัดสรรวัตถุดิบกันอย่างพิถีพิถันและทำด้วยความใจเย็นเป็นอย่างมาก 

นอกจากนี้ยังมีเกลือขัดผิวกายจากผิวเลม่อน กุหลาบ ขมิ้นมะกรูด และแชมพูที่มีส่วนผสมจากพืชธรรมชาติล้วนๆ ไร้พาราเบน SLS ซัลเฟต ซิลิโคน สระผมลงน้ำได้สบายใจ ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ หากใครสนใจอุดหนุน ก็สามารถติดตามการสั่งจองได้ที่หน้าเพจของพสุธารา

สินค้าอินทรีย์จากเครือพสุธารายังมีให้เลือกใช้เลือกช้อปอีกมากมาย ที่สำคัญเขายังผลิตคิดค้นผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาให้ได้อุดหนุนกันอยู่ตลอด นอกจากทำการเกษตร ของใช้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปแล้ว พสุธารายังมีที่พักพร้อมอาหารเช้า บรรยากาศริมน้ำกลางสวนในเทือกเขาตะนาวศรี ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่สนใจใช้ชีวิตบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย

08

Mamagreen Organic 

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

เว็บไซต์ : mamagreenorganic

Facebook : mamagreenorganic

Instagram : mamagreenorganic

โทรศัพท์ : 08 1753 3897 หรือ LINE ID : @Msoap

Mamagreen Organic
ภาพ : www.facebook.com/mamagreenorganic/

หวาน-กนกวรรณ อัศวกิจพานิช เป็นคุณแม่สายออร์แกนิก นอกจากอยากให้ลูกๆ และคนในครอบครัวกินอยู่แบบวิถีออร์แกนิกแล้ว ยังอยากให้ทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอเชื่อว่าของใช้ในชีวิตประจำวันที่ผลิตจากสารเคมี ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มจากการทำสบู่ แชมพูแบบโฮมเมดใช้เองในบ้านและแจกจ่ายให้เพื่อนๆ เมื่อพัฒนาสูตรจนมั่นใจในคุณภาพ หวานจึงส่งต่อความตั้งใจอันดีนี้ไปยังลูกค้าของ Mamagreen Organic ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ไร้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Mamagreen Organic

สินค้าทุกชนิดของ Mamagreen Organic เป็นผลิตภัณฑ์ไร้สารเคมี และมั่นใจได้ว่าผลิตจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น สบู่เหลวที่มีส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ที่เธอปลูกเองและน้ำมันธรรมชาติออร์แกนิกสกัดเย็น ช่วยบำรุงผิวพรรณและมีน้ำมันหอมระเหยช่วยผ่อนคลายบำบัดได้ในทุกครั้งที่ใช้ แชมพูสูตรขิงช่วยลดอาการผมร่วงและทำให้ผมนุ่มลื่นเรียบสวยโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวดผม โลชั่นทาผิวสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ออร์แกนิก ปราศจากส่วนผสมของปิโตรเลียมและกลิ่นสังเคราะห์ หรือน้ำมันทาผิวใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำ นวดบำบัด และผสมในอ่างอาบน้ำได้ 

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำยาทำความสะอาดอย่างน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจดแต่อ่อนโยนต่อมือและสุขภาพของผู้ใช้ ปราศจากสารในตระกูลซัลเฟต อย่าง SLS SLES ทั้งหลาย และย่อยสลายในธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จุดขายของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Mamagreen Organic จึงไม่เพียงตอบโจทย์สายออร์แกนิกที่มองหาสินค้าจากวัตถุดิบเป็นมิตรกับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังใส่ใจพิถีพิถันในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน พืชผลบางชนิดก็มาจากสวนหลังบ้านที่หวานและครอบครัวปลูกไว้เอง จึงมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้แบบสบายหายห่วง

09

 Vowda

ช่องทางการซื้อ : Vowda @หัวหิน, Tokyu ชั้น 1 MBK, All about you, Lemon farm, Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Vowda

Facebook : Vowda Organic Cosmetics

Instagram : vowda_cosmetic

LINE ID : @vowda

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

วิศวกรเคมีสาว จ๋า-วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ ประสบปัญหาผิวบางและแพ้เครื่องสำอางแทบทุกชนิด เธอจึงต้องหอบยารักษาผิวหน้ากระบุงใหญ่ติดตัวไปต่างประเทศด้วยเสมอ แต่ในช่วงที่ยาใกล้หมด เธอมีโอกาสลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหลายชนิดทดแทน และพบว่าผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือตัวยาใดๆ นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้จ๋าค่อยๆ ศึกษาทดลองนำพืชผลจากธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์ คิดค้นสูตรในห้องแล็บอยู่หลายปี และทดลองใช้เองจนมั่นใจในคุณภาพ ท้ายที่สุด แบรนด์ Vowda ก็ได้อวดโฉมสู่ท้องตลาดมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ : www.facebook.com/vowdaorganiccosmetics/

Vowda หยิบยกวัตถุดิบและพืชใกล้ตัวที่ปลูกง่ายขึ้นง่ายในท้องถิ่น มาสกัดเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการผลิตที่จ๋าออกแบบการทำงานของเครื่องจักรด้วยตัวเองทั้งหมด สังเกตปัญหาและความต้องการรอบตัวของตนเอง จากนั้นจึงใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์สินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน 

อย่างโลชั่นน้ำตบสารสกัดจากเมล็ดกาแฟดิบ ที่จ๋าลงทุนเดินทางไปยังแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟออร์แกนิกทั้งในไทยและลาว ช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงและลดเลือนริ้วรอยให้ตื้นจางลง หรือจะเป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่ถูกยกให้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากธรรมชาติที่ดีที่สุดจาก Vowda สกัดจากเมล็ดกาแแฟกรีนบีนและน้ำมันหอมระเหยทีทรีเกรดออร์แกนิก การันตีคุณภาพด้วยรางวัลชนะเลิศจากเวที EUROINVENT จากประเทศโรมาเนีย ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ดูแลผิวแล้ว Vowda ยังมีเครื่องสำอางสารสกัดจากธรรมชาติอย่างแป้งอัดแข็งจากข้าว เมล็ดบัว และกะลามะพร้าว ที่น่าสนใจคือลิปสติกออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดจากข้าวและปรุงแต่งสีด้วยข้าวแดง แครอท แครอทม่วง และพืชผักชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ปลอดจากสารตะกั่วและโลหะหนักแบบสบายหายห่วง

10

นักเคมีหัวใจสีเขียว

ช่องทางการซื้อ : ออนไลน์

Facebook : นักเคมีหัวใจสีเขียว

นักเคมีหัวใจสีเขียว
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

แม้จะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี แต่ อาจารย์นุ่น-ดร.ชมพูนุท วรากุลวิทย์ ก็มีใจรักและมุ่งหวังอยากเห็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติคุณภาพดีไปอยู่ในทุกหลังคาเรือน หลังจากโหมงานหนักจนพบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงทำให้เธอกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากกว่าเก่า เริ่มจากการสังเกตกิจกรรมและสิ่งของรอบตัว จึงพบว่าสารเคมีวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนี่เป็นตัวการหลักที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงด้วย คงดีกว่าหากเราสามารถหาสมุนไพรต่างๆ ในธรรมชาติมาทดแทนสารเคมีเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอจึงเปิดเพจ ‘นักเคมีหัวใจสีเขียว’ เพื่อชักชวนให้คนลดการใช้เคมีสังเคราะห์ด้วยการแบ่งปันสูตรทำผลิตภัณฑ์ครัวเรือนอย่างง่ายจากวัตถุดิบธรรมชาติ ให้บรรดาเหล่าลูกเพจนำไปทดลองทำตาม นอกจากนี้อาจารย์นุ่นก็ได้ทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบออกมาปันขายบ้างบางส่วน เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าได้ทดลองใช้และอยากลงมือทำเองในครั้งต่อๆ ไป

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

ผลิตภัณฑ์แรกที่อาจารย์นุ่นเริ่มพัฒนาสูตร คือยาสระผมมะกรูด โดยเธอตระหนักว่ายาสระผมมะกรูดทั่วไปมักใช้เนื้อมะกรูดเป็นส่วนผสม ซึ่งมีกรดชนิดเดียวกับกรดมะนาว หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แทนที่จะช่วยลดรังแค ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและหนังศีรษะอักเสบได้ ส่วนของมะกรูดที่เหมาะจะนำมาใช้ทำแชมพูคือส่วนเปลือกที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่จำนวนมาก จึงได้ปรับปรุงวิธีการจากสูตรภูมิปัญญาทั่วไปให้ได้คุณสมบัติที่ดีขึ้นจนกลายเป็นแชมพูมะกรูดสูตรซิกเนเจอร์ สารสกัดจากเปลือกมะกรูด ปราศจากน้ำและเนื้อไร้ข้อกังวลใจ ต่อมาจึงมีสูตรผสมอัญชันและบอระเพ็ดสดตามมา ซึ่งทุกสูตรใส่สารเกิดฟองที่อ่อนโยนในปริมาณเล็กน้อยให้พอรู้สึกว่าสระสะอาดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะฟองน้อย แต่รับรองว่าสระแล้วสบายหัว ผมทิ้งตัวนุ่มสลวยอย่างดี 

นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากพืชสมุนไพรอีกหลายชนิด ทั้งเจลอาบน้ำสระผมสูตรฝาง ขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง ช่วยสมานผิวแพ้ง่าย สูตรรางจืดชาร์โคล์ช่วยล้างพิษ และสูตรฟักข้าวผสมน้ำผึ้งช่วยลดกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปากสมุนไพรแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ สกัดจากอบเชย กานพลู โรสแมรี่ น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์แท้และเกลือธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาอาการไอและเจ็บคอได้อย่างเห็นผล น้ำมันมะพร้าวบอระเพ็ดบำรุงผิวและผม และน้ำมันมะพร้าวไพลช่วยคลายกล้ามเนื้อ สมานผิวและลดอาการอักเสบได้ดี ที่สำคัญยังใช้แทนยาใส่แผลได้เลยในตัว ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง ก็มีทั้งน้ำยาอเนกประสงค์และน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรลดเคมีให้ได้เลือกอุดหนุนกันด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ที่อาจารย์นุ่นจำหน่าย ไม่ได้หวังกอบโกยรายได้มากมายมหาศาล เธอเพียงทำเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกเพจได้รู้จักกับวิถีอินทรีย์และทดลองทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบไม่พึ่งพาสารเคมีไว้ใช้เองที่บ้าน แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบและไม่มีเวลา ก็แวะเวียนมาอุดหนุนสินค้าจากเธอเพื่อเป็นรายได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งต่อความรู้ทั้งหลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องรอเฝ้าหน้าจอให้ดี เพราะอาจารย์นุ่นจะเปิดจองสินค้าเป็นรอบๆ ช้าหมดอดแล้วอดเลย ต้องรอจนกว่าจะเปิดรอบจองใหม่เท่านั้น 

11

SABU-SABU Natural Lifestyle

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : SABU-SABU Natural Lifestyle

Facebook : SABU-SABU Natural Lifestyle

Instagram : sabusabulife

โทรศัพท์ : 08 9853 9991

Sabu Sabu
ภาพ : Sabu Sabu Natural Lifestyle

Virginia Bird ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตกับลูกๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้รับโจทย์ให้จัดทำเซ็ตของขวัญวันคริสมาสต์ให้แก่ลูกค้าของบริษัทส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่เธอทำงานอยู่ เธอพบว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินในการหาโรงงานที่จะผลิตสบู่ปลอดสารพิษให้เธอได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหันมาทำสบู่สารสกัดจากธรรมชาติด้วยตนเอง และต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 ชนิดในเวลาต่อมา ภายใต้ชื่อ Sabu Sabu ซึ่งหมายถึง สบู่ ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์นั่นเอง

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : www.sabu-sabu.com

Virginia ตั้งใจให้สินค้าทุกชิ้นในเครือ Sabu Sabu ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม อย่างพาราเบนและ SLS ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์อย่างสบู่อินทรีย์ ไร้สารเคมีและการแต่งกลิ่นสีทุกชนิด มีให้เลือกมากกว่า 50 สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรตะไคร้ มะพร้าว เสาวรส ชาเขียว เชอร์รี่ ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์สกินแคร์ก็มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ตระกูลคลีนซิ่ง ทั้งแบบเจล ออยล์ และสบู่ก้อน สารสกัดจากนม น้ำผึ้ง กุหลาบ และลาเวนเดอร์ นอกจากนี้ยังมีน้ำตบ โทนเนอร์ และอายครีม ไว้ให้ประทินผิวได้ไม่มีเบื่อ

ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมอย่างแชมพู ครีมนวดผม แฮร์โทนิก น้ำมันบำรุงผม และสินค้าสำหรับหนูน้อยอย่างสบู่ก้อน สบู่เหลวสำหรับอาบน้ำสระผม แป้งฝุ่นปราศจากทัลคัม ครีมบำรุงผิวและบาล์มแก้ผื่นคัน ก็มีให้เลือกช้อปเช่นเดียวกัน

แนวคิดในการเลือกวัตถุดิบและผลิตสินค้าของ Sabu Sabu คือการหวนคืนสู่วิถีแบบธรรมชาติดั้งเดิมอย่างที่ควรจะเป็น สวนทางกับอุตสาหกรรมเคมีในปัจจุบันที่ต้องการผลิตสินค้าในต้นทุนต่ำ และเน้นปริมาณในการผลิตคราวละมากๆ สินค้าอินทรีย์และออร์แกนิกต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกกระบวนการ และใช้เวลามากกว่าสินค้าเคมีทั่วไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่า เพราะนั่นคือการมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และตอบแทนคุณค่าของธรรมชาติได้ในเวลาเดียวกัน

12

Hug Organic

ช่องทางการซื้อ : ร้านค้าชั้นนำทั่วไป เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ / ออนไลน์

เว็บไซต์ : Hug Organic

Facebook : Hug Organic

Instagram : hugorganic

โทรศัพท์ : 09 4765 4242 หรือ Line ID : @hugorganic

Hug Organic
ภาพ : Hug Organic

เพราะอยากสนับสนุนให้คนหันมาดูแลสุขภาพในวันที่ร่างกายยังแข็งแรง บวกกับต้องคอยรับหน้าที่พาอากงไปพบแพทย์ผิวหนังอยู่บ่อยๆ จึงทำให้ น้ำผึ้ง-ภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ ตัดสินใจสร้างแบรนด์ธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพในรูปแบบบรรจุภัณฑ์น่าใช้และราคาน่ารัก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ Hug Organic มีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติใกล้เคียง 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด อ่อนโยนต่อผิวและสิ่งแวดล้อมเสมือนการโอบกอดด้วยความรัก ซึ่งเธอเชื่อว่าหากเราดูแลร่างกายให้แข็งแรง เราก็จะมีโอกาสส่งต่อความรัก ความหวังดี และดูแลผู้อื่นต่อไปได้เช่นกัน

12 แบรนด์ไทยของใช้อินทรีย์จากหัวจรดเท้า ที่ทำให้คุณรักตัวเองและรักโลกไปพร้อมกัน
ภาพ : Hug Organic

น้ำผึ้งเล็งเห็นถึงประโยชน์ของวัตถุดิบออร์แกนิกจากเกษตรกรไทย จึงคิดค้นสูตรเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและร่างกาย อย่างครีมอาบน้ำสารสกัดจากข้าวหอมนิลและดอกคาโมมายล์ พร้อมด้วยเม็ดสครับจากธรรมชาติ ไม่บาดผิว ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นสุขภาพดี ขจัดสิ่งสกปรกได้หมดจด หรือที่ทำมาจากพืชพรรณชนิดอื่นๆ ก็มีเช่นกัน อย่างแชมพูสารสกัดจากพริก ฮอปส์ และว่านหางจระเข้ ปราศจากพาราเบน ซิลิโคน SLS SLES และสีสังเคราะห์ ช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี และปกป้องเส้นผมจากมลภาวะโดยไม่ต้องพึ่งครีมนวด 

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีให้เลือกช้อปกันอีกมากมายหลายสูตร ทั้งบอดี้โลชั่น สเปรย์ล้างมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แถมยังมีขนาดรีฟิลไว้คอยจัดจำหน่ายเพื่อลดปริมาณพลาสติกและสารพิษในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แม้สินค้าบางชนิดอาจยังไม่ใช่ออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยต้นทุนและกระบวนการผลิตที่ราคาสูง แต่น้ำผึ้งก็ตั้งใจพัฒนาสูตรให้มีส่วนผสมจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อสุขภาพของผู้ใช้มากที่สุด มีการระบุเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ไว้บนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด นอกจากนี้ การใช้บรรจุภัณฑ์ไซส์ใหญ่จุใจ ยังเป็นการช่วยลดขยะและพลาสติก ทำให้ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแต่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน ตัดปัญหาการสร้างขยะเหลือทิ้งบ่อยๆ

แนะนำกันมาซะยาวเหยียด แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่ผู้ประกอบการต่างมีความตั้งใจที่จะแจกจ่ายสินค้าดีๆ ตามวิถีอินทรีย์ออร์แกนิก ให้แก่เหล่าลูกค้าได้มีทางเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการรุดหน้าของวิทยาการเคมีในปัจจุบัน การทำให้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์และออร์แกนิกทั้งหลายเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้คนสุขภาพดีและสิ่งแวดล้อมในสังคมดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

คราวหน้า ลองพลิกฉลากอ่านก่อนซื้อให้ละเอียด อย่ายอมแพ้ให้กับสารเคมี และอย่ายอมแพ้ในการช่วยโลกของเราไปด้วยกันนะ

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load