27 มกราคม 2564
6 PAGES
5 K

‘มนุษย์อินทรีย์’ คือคอลัมน์ใหม่เอี่ยมที่ The Cloud อยากชวนคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักเรื่องราวของ ‘ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์’ ในสังคมไทย ไปดูกันว่าเราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องไม่ยาก และอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดเยอะ

แต่ละตอนเราจะนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกัน พร้อมชี้ช่องชัดๆ ว่า ถ้าอยากลองชิม ลองใช้ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี

ตอนแรกเราจะเริ่มกันจากการทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า สินค้าเกษตรอินทรีย์หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ‘ออร์แกนิก’ คืออะไรกันแน่ เพราะสินค้าที่เราเรียกกันว่าออร์แกนิกจำนวนไม่น้อยนั้น แท้จริงแล้วไม่ใกล้เคียงความเป็นออร์แกนิกเลย 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักความเข้มข้นระดับต่างๆ ของสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบง่ายๆ กันดีกว่า

เราขอแบ่ง สินค้าเป็น 3 ประเภท 

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ประเภทที่ 1 สินค้าเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

ระดับที่ 1 อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (ของจริง)

สินค้าที่เป็นออร์แกนิกจริงจะผ่านการปลูกหรือเลี้ยงในดิน น้ำ และอากาศ ที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเจือปนจากทั้งภายในและภายนอกแปลง
หากใช้พื้นดินที่เคยปลูกด้วยสารเคมีมาก่อน ก็ต้องพักดิน ไม่ใช้สารเคมี อาจอาศัยเวลานานถึง 5 ปี ส่วนน้ำ ควรใช้น้ำจากแหล่งของตัวเอง หากมาจากแหล่งน้ำสาธารณะที่อาจมีการปนเปื้อน ต้องบำบัดก่อน

ไม่มีการใช้ปุ๋ย ยาปราบวัชพืช ปราบศัตรูพืชที่เป็นเคมี ซึ่งต่อให้นำมาล้างอย่างไรก็ล้างไม่ออก เพราะสารเคมีจะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมในเนื้อหรือลำต้นของผลผลิต
เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ก็ต้องเป็นพันธุ์แท้ ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม 

ถ้าเป็นสัตว์ ต้องเลี้ยงด้วยอาหารที่ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี

สินค้าออร์แกนิกแท้ๆ จึงหาไม่ง่ายนักและมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป เพราะมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากกว่า แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะคนปลูกปลอดภัย คนบริโภคปลอดภัย และโลกก็ปลอดภัย

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ตลาดสุขใจ

ระดับที่ 2 ธรรมชาติ

กลุ่มสินค้าที่เราพบเห็นบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงสินค้าออร์แกนิก การผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้ เกษตรกรไม่ใส่ปุ๋ยและสารเคมี จึงไม่มีการปนเปื้อนจากภายใน แต่อาจมีปนเปื้อนจากภายนอก เช่น ใช้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากต้นน้ำ ใช้ดินที่เคยปลูกแบบเคมีมาก่อน หรือมีสารเคมีจากพื้นที่รอบข้าง ทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมลอยมาตก เมล็ดพันธุ์ก็อาจไม่ได้คัดสรรพันธุ์แบบเข้มข้นนัก โดยรวมถือเป็นการผลิตที่เกษตรกรมีความตั้งใจว่าจะไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน

ระดับที่ 3 ปลอดภัยจากสารเคมี

ผักและผลไม้กลุ่มนี้คือกลุ่มที่อาจไม่มีความออร์แกนิกใดๆ แต่คนจำนวนมากก็เรียกว่าออร์แกนิก มีการปลูกแบบเกษตรทั่วไป ใช้สารเคมีตามปกติ แต่เก็บเกี่ยวเมื่อถึงระยะปลอดภัย ส่วนเมล็ดพันธุ์ก็อาจใช้เมล็ดที่ตัดต่อทางพันธุกรรมได้

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน

ประเภทที่ 2 อาหารแปรรูป

ระดับที่ 1 ออร์แกนิกทั้งกระบวนการ

อาหารออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์นั้นหาได้ยากมาก เพราะต้องทำจากเนื้อสัตว์และผักออร์แกนิก รวมถึงตัวเครื่องปรุงก็ต้องออร์แกนิกด้วย 

ระดับที่ 2 ออร์แกนิกเป็นส่วนใหญ่

ผักต้องเป็นออร์แกนิก เพราะผักมีอายุสั้น อาจมีสารเคมีตกค้างจากการผลิตสูง แต่น้ำมันที่ใช้อาจเป็นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืชปกติที่ใส่สารต่างๆ เครื่องปรุงอาจผลิตแบบอุตสาหกรรมปกติ มีการเติมสารต่างๆ เพื่อปรุงรสและให้เก็บได้นานขึ้น

ประเภทที่ 3 สินค้าอินทรีย์

ระดับที่ 1 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด

เป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด ถ้าเป็นแชมพูสระผม ต้องทำจากมะกรูดออร์แกนิก สารเกิดฟองก็ทำจากประคำดีควาย 

ระดับที่ 2 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกบางส่วน

สินค้าประเภทนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นสินค้าออร์แกนิก แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เช่น น้ำยาล้างจานที่ทำเอง อาจทำจากมะกรูดปกติ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลง หรือใช้กลิ่นมะกรูดสังเคราะห์ ส่วนสารเกิดฟองอาจทำมาจากสาร N70

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ใครอยากสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกในระดับใด เลือกได้ตามความสะดวก แต่หากสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้สินค้าพวกนี้ด้วย เราขอตอบด้วยเหตุผล 4 ข้อ

1. ทำให้ดิน น้ำ อากาศ ปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ผลิต คนรอบข้าง และคนปลายน้ำ โลกใบนี้ทุกอย่างเชื่อมถึงกันหมด การปล่อยสิ่งปนเปื้อนสู่ธรรมชาติจะกระทบกับทุกชีวิตไปเป็นทอดๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด

2. เราควรสนับสนุนผู้ผลิตที่คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ยอมลำบากขึ้น จะป้องกันแมลงก็ต้องทำโรงเรือนกางมุ้งให้ผัก หรือปลูกพืชอีกชนิดมาไล่แมลง ขายก็ยากกว่า แต่ยอมทำเพื่อให้ผู้บริโภคได้กินอาหารที่ปลอดภัย

3. การซื้อสินค้าออร์แกนิก เท่ากับเราได้สนับสนุนผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งวงจร เพราะผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกที่เราซื้อ เขาต้องซื้อวัตถุดิบออร์แกนิกจากผู้ผลิตอื่นๆ อีกทอด การซื้อสินค้าออร์แกนิกหนึ่งชิ้นจึงส่งผลกับผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งหมด

4. ช่วยทำให้อาชีพเกษตรกรกลายเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้รับการเคารพไม่ต่างจากอาชีพอื่น เพราะตั้งใจทำงานด้วยรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการดูแลชีวิตของผู้บริโภคให้ปลอดภัยที่สุด

ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

หลายคนคงสงสัยว่าจะไปหาซื้อสินค้าออร์แกนิกที่เป็นมิตรต่อโลกเหล่านี้ได้ที่ไหน เราได้คัดสรรตลาด 5 แห่งมาให้

สาเหตุที่แนะนำตลาดแทนร้านค้าออนไลน์ เพราะตลาดมีบรรยากาศให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนบทสนทนากับผู้ผลิต ได้ทั้งความรู้ และส่งกำลังใจให้ผู้ผลิตด้วย รวมถึงเราอาจจะได้มิตรภาพ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดีๆ เช่นนี้ไปโดยปริยาย

หลักการเลือกตลาดของเราคือ

  1. สินค้าในตลาดเป็นออร์แกนิกโดยส่วนใหญ่ คุณภาพดี ของกินอร่อย รสชาติแตกต่าง เก็บได้นาน ไม่เน่าเสียเร็วแบบเคมี ผ่านการคัดเลือกจากกลุ่ม ลูกค้าได้รู้จักและสนับสนุนผู้ผลิตตัวจริงเสียงจริง 
  2. มีสินค้าหลากหลาย ไปที่เดียวซื้อได้หลายอย่าง
  3. คุ้มค่า บางอย่างอาจมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่น แต่ในเชิงคุณค่าและความดีงามที่ได้รับ ไม่เสียดายแน่นอน

ก่อนไปเดินตลาด เราขอแนะนำว่า อย่าลืมป้องกันตัวเองและผู้อื่นในช่วง COVID-19 และตลาดบางแห่งเปิดให้บริการแบบพรีออเดอร์ออนไลน์ แล้วไปรับสินค้าเฉยๆ แทนการเปิดหน้าร้านในช่วงนี้

01

ตลาดปันอยู่ปันกิน

กรุงเทพฯ

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักผลไม้ออร์แกนิกตามฤดูกาล เนื้อสัตว์ ไก่ หมู อาหารทะเล 

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ มีตลาดแบบ Grab & Go จองสินค้าล่วงหน้าแล้วมารับที่ตลาดวันที่ 31 มกราคม)

ที่ตั้ง : ซอยนาคนิวาส 30 ลาดพร้าว 71 (แผนที่)

Facebook : ปันอยู่ปันกิน

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

เราขอชวนคุณออกมาเดินสูดอากาศที่ตลาดย่านลาดพร้าวซึ่งล้อมรอบด้วยแปลงผัก เล้าเป็ดไก่ ของ โอ๋-ธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล เจ้าของฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง เขาปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวมาสร้างเป็นแหล่งอาหาร เมื่อปลูกเองจึงรับประทานได้อย่างไร้กังวล เขาเห็นว่ายังขาดอาหารอีกหลายอย่าง จึงชวน ปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร จากบ้านเจ้าชายผัก และกลุ่ม Heart Core Organic ที่เชื่อเรื่องอาหารดีๆ ด้วยหัวใจเหมือนกัน รวมตัวเปิดตลาด เป็นพื้นที่ให้คนเมืองได้มาแลกเปลี่ยนสินค้า พบปะผู้ผลิตอย่างรู้หน้ารู้ใจ

เพื่อให้เกิดการวางแผนล่วงหน้าและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ปันอยู่ปันกินใช้ระบบการประชาสัมพันธ์สินค้าแต่ละรอบทางออนไลน์ ชวนคนมาพรีออเดอร์ล่วงหน้า แล้วค่อยไปรับที่หน้าร้านในวันเปิดตลาด ทั้งสองฝ่ายจึงรู้ความต้องการอย่างแน่ชัด ไม่ต้องขนมาให้มีเศษเหลือ

แต่ละครั้งมีร้านมาเปิดแผงประมาณ 20 ร้าน มีทั้งอาหารทะเลจากเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล มะพร้าวน้ำหอมสดใหม่จากสวนคุณลุงวิทยาและป้านุ้ย ผักสะอาด เนื้อหมู่เลี้ยงปล่อยทุ่ง ไข่ไก่ สมุนไพร สบู่ กาแฟ และอีกมาก 

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ

02

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข

นครสวรรค์

กลุ่มสินค้าเด่น : ข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง อาหาร ขนมพร้อมทาน จากวัตถุดิบในพื้นที่

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ ตลาดจัดวันที่ 30 – 31 มกราคม ธีม ‘คืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันอาทิตย์’) 

ที่ตั้ง : ปากน้ำโพ เมืองนครสวรรค์ (แผนที่)

Facebook: ฟาร์มฝัน ปันสุข

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

ฟาร์มฝัน ปันสุข อยู่ไม่ไกลจากพาสานและคลองญวนชวนรักษ์ สองแลนด์มาร์กใหม่ของนครสวรรค์ ถือเป็นศูนย์รวมสินค้าออร์แกนิกที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ น็อต-ธาวิต ฉายแสงมงคล ผู้เคยเห็นครอบครัวต้องล้างผักให้สะอาดเพื่อชำระสารเคมีเป็นชั่วโมงอยู่บ่อยครั้ง จึงเริ่มหันมาปลูกผักกินเอง ก่อนไปพบและปรึกษาผู้คนจากตลาดปันอยู่ปันกิน เรื่องการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยให้บ้านเกิดตนเอง

เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนจะมีอาหารที่ดีจริง สินค้าที่จะเข้ามาวางขายในฟาร์มฝัน ปันสุขได้ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพของกลุ่มร่วมกัน (ระบบ PGS หรือ Participatory Guarantee System) จึงมั่นใจได้ว่ามีคนช่วยคัดกรองคุณภาพมาแล้ว

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

เมื่อแวะมาแล้ว แนะนำให้ลองลิ้มรสข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง เช่น ข้าวช่อราตรี ข้าวเกยไชย มีทั้งนำมาคลุกเคล้าเป็นข้าวยำ และทำเป็นแป้งข้าวสำหรับขนมพร้อมทานต่างๆ อย่างกุยช่าย ไอศกรีม และขนมครกข้าวกล้องงอก อร่อยได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิดต่อร่างกายตัวเอง รวมถึงมีน้ำปลาที่ผลิตเองและปลาจากเขื่อนคลองโพธิ์ 

หรือใครไม่ได้ไปวันตลาดเปิดก็ไม่เป็นอะไร ยังมีร้านเปิดขายผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นจากพื้นที่ใกล้เคียง วนเวียนมาไม่ขาดมือ เปิดให้บริการทุกวัน

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

03

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market)

นนทบุรี

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักและผลไม้หลากหลายจากชุมชนภาคกลาง

วันที่เปิดขาย : วันเสาร์ เดือนละครั้ง

ที่ตั้ง : มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทยไทย) ไทรม้า (แผนที่)

Facebook : City Farm Market / สวนผักคนเมือง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี
ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

สวนผักคนเมืองเป็นตลาดน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตอน พ.ศ. 2562 แต่มีของครบและหลากหลาย เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ทำงานสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหารมานานหลายสิบปี มีเครือข่ายกว้างขวาง เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกรจากประสบการณ์จริง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

สินค้าส่วนใหญ่มาจากชานเมืองและชุมชนภาคกลางเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมวิถีการเกษตรของคนเมืองตามชื่อ แต่จะมีการสำรวจภายในเครือข่าย และช่วยเปิดพรีออเดอร์ผลผลิตตามฤดูกาลจากเกษตรกรภูมิภาคต่างๆ ให้ส่งมาร่วมตลาดอีกด้วย เช่น อาหารทะเลจากตรัง ข้าวและผักจากภาคเหนือ เพื่อไม่ทิ้งผู้ผลิตตัวจริง 

มาที่นี่นอกจากอิ่มท้องแล้ว เดินผ่านสวนผักที่อุดมสมบูรณ์เข้าไปจะมีอาคารเป็นพื้นที่สำหรับงานเสวนา เวิร์กช็อป กิจกรรมต่างๆ ให้คนเมืองได้ไปพักพิง เติมพลังสมอง และกลับมาดูแลอาหารให้ชีวิตที่บ้าน

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

04

ตลาดสุขใจ

นครปฐม

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้าน ผักสลัด เครื่องดื่มสมุนไพร ขนมและอาหารพร้อมรับประทาน

วันที่เปิดขาย : ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

ที่ตั้ง : ยายชา สามพราน นครปฐม (แผนที่)

Facebook: ตลาดสุขใจ นครปฐม

ภาพ : ตลาดสุขใจ

จากวิสัยทัศน์ของสวนสามพรานที่อยากผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จับมือร่วมกับเครือข่ายๆ ต่าง เกิดเป็นตลาดสุขใจ เปิดต้อนรับมนุษย์อินทรีย์เข้าสู่ศาลาไม้มุงแบบไทย บรรยากาศร่มรื่น ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวขจี รับประกันคุณภาพด้วยระยะเวลาที่เปิดตลาดมาครบ 1 ทศวรรษ 

ในตลาดมีผักพื้นบ้าน ผักสลัดมากมายให้เลือกสรร รวมทั้งไข่ไก่ ขนมไทยทานเล่น เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารพร้อมทานและแปรรูป โดยมักมีป้ายกำกับบอกผู้บริโภคถึงระดับความออร์แกนิกของสินค้า

ตลาดสุขใจ นครปฐม

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือ ตลาดส่งเสริมการใช้งานภาชนะและเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติ เช่น ใบตองห่ออาหาร โต๊ะไม้ไผ่ เดินตลาดได้อย่างสุขใจ ไม่สร้างภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ใครช้อปในตลาดเสร็จแล้ว ยังแวะเดินไปรับลมในสวน จิบกาแฟ ซื้อเครื่องประทินผิว ทำเวิร์กช็อปงานหัตถศิลป์และผลิตสมุนไพรของ Patom Organic Living ได้อีกด้วย

ตลาดสุขใจ นครปฐม

05

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์

เชียงใหม่

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้านภาคเหนือ ข้าวดอย

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 14.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : สุเทพ เมืองเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : ข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่
ภาพ : ข่วงเกษตรอินทรีย์

แอ่วกาดภาคเหนือกันได้ที่ข่วงเกษตรอินทรีย์ ศูนย์รวมผู้ผลิตและแปรรูปสินค้าออร์แกนิกที่เกษตรกรมีส่วนร่วม กำหนดกฎกติกาและดูแลตลาดร่วมกัน เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 โดยสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน (ISAC) ที่ลงพื้นที่พัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของชุมชนเพื่อสร้างตลาดไว้รองรับผลผลิต ให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งพักพิงเรื่องอาหารปลอดภัยของผู้บริโภค

ภายในตลาดมีผลผลิตจากเกษตรกรและชาวบ้านราว 10 อำเภอในเชียงใหม่ ลำพูน และชาวเหนือโดยรวม ที่เดินทางไกลมาจับจองโต๊ะพบปะผู้บริโภคที่ผูกพันกัน เมื่อเดินเข้าไปในตลาด คุณอาจพบว่าผู้คนสนิทสนมกันมาก เพราะหลายรายแวะเวียนมาตั้งแต่ตลาดเพิ่งเปิดใหม่ๆ 

เมื่อมาเยี่ยมเยือนแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องลิ้มลองผักพื้นบ้านภาคเหนือ เช่น ผักหวานป่า ผักเชียงดา นำมาปรุงเป็นแกงแครสชาติกลมกล่อมมากประโยชน์ ช่วงหน้าหนาวนี้ก็จะมีผักกะหล่ำ บรอกโคลี ที่น่าจับจอง และยังมีข้าวดอยจากพื้นที่สูง เต้าเจี้ยวและซีอิ๊วขาวขึ้นชื่อ บอกเลยห้ามพลาดนะเจ้า

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

ทั้งหมดนี้คือ 5 ตลาดที่เราคัดสรรมาให้เป็นแหล่งพักพิงใจเรื่องอาหารปลอดภัย ยังมีตลาดขายสินค้าออร์แกนิกอื่นๆ ในประเทศ ที่คุณสามารถเลือกแวะเวียนไปจับจ่ายใช้สอย ดูแลชีวิตคนที่รักและโลกใบนี้ ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรที่มีความตั้งใจดี และขอให้สุขภาพแข็งแรง

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ