16 กุมภาพันธ์ 2564
3 K

“เอาแปลกๆ เลยนะ”

ชายตรงข้ามทวนคำพูดเมื่อผมขอให้เขายกตัวอย่างผลงานให้ฟัง

“จิ๋มกระป๋องมั้ยล่ะ”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

ต้องขอชิงอธิบายตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า เรากำลังสนทนาอยู่กับ โต๋-นุติ์ นิ่มสมบุญ Design Director แห่งบริษัท slowmotion ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการออกแบบ ทำปกซีดีศิลปินไทยยุค 2000 มาแล้วหลายสิบชิ้น ตั้งแต่ Moderndog Crescendo ไปจนถึงก้านคอคลับ

และเรากำลังคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบล้วนๆ ไม่มีอะไรทะลึ่งตึงตังแม้แต่น้อย

แต่ไอ้ผลงานการออกแบบแพ็กเกจจิ๋มกระป๋องนี่แหละ ที่น่าจะบ่งบอกตัวตนของโต๋และ slowmotion ได้ดี

“โจทย์คือลูกค้าอยากขายจิ๋มกระป๋องในร้านสะดวกซื้อ พองานเข้ามาเราเลยเล่นสนุกด้วย”

ค่อยๆ เขยิบขึ้นมาจากใต้สะดือแล้วใช่ไหมล่ะ

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“เริ่มต้นด้วยการวาดฟอร์มที่สัมพันธ์กับผู้หญิง แล้วหยิบมาออกแบบเป็นชิ้นต่างๆ มีทั้งถ่ายภาพเปลือย ดีไซน์แพ็กเกจและโฆษณา อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไปวางในร้าน Sex Shop เมืองนอก คนจะรู้สึกยังไง”

ลูกบ้าอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ และใช่จะมีในตัวดีไซเนอร์ทุกคน

เราไม่ผิดหวังที่ยกหูโทรศัพท์นัดหมายพูดคุยกับเขา แม้ธงในใจแต่แรกจะเป็นเรื่องดีไซน์สุดเก๋ของพัดลมบังกะโล เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญคุณผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักชายคนนี้ไปพร้อมกัน รับประกันความบ้าบิ่นและเรื่องไม่คาดฝัน

01

จนวันหนึ่งผมงอนโรงเรียน

เด็กชายโต๋คือคนที่โตมาพร้อมกับพรสวรรค์ เขารู้ตัวเองว่าชอบศิลปะตั้งแต่เด็ก ทำให้ต้องรับหน้าที่เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันอยู่บ่อยๆ

“จนวันหนึ่งผมงอนโรงเรียน”

เราหงุดชะงัก ละสายตาจากกระดาษสู่คู่สนทนา

“เพราะโรงเรียนให้รางวัลเป็นแค่สีไม้กล่องเล็กๆ คิดว่าทำไมเขาให้ค่าศิลปะน้อยจัง ม.ปลายเลยย้ายมาเรียนสายวิทย์”

แล้วก็เละ

“ใช่ เละเลย ตอนนั้นดื้อมาก ทำเลวทุกอย่าง พอเอ็นทรานซ์ไม่ติดแม่เลยดัดสันดาน ส่งไปเรียนออกแบบภายในที่มหาวิทยาลัยไกลเมืองในอเมริกา เรียนได้สองปีก็รู้ว่าไม่ชอบ เพราะการวาดแบบมี Perspective ไม่สนุกเหมือนการวาดตามใจตัวเอง”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

โต๋รู้ตัวดีว่าตัวเองเหมาะกับอะไร แม้พยายามอธิบายให้ครอบครัวเข้าใจว่าอยากเรียนกราฟิกดีไซน์มากกว่า เขาขอย้ายวิชาเรียนและมหาวิทยาลัย แต่ความดื้อรั้นที่ผ่านมาทำลายความน่าเชื่อถือของเขาไปจนหมดสิ้น

“ผมเลยทะเลาะกับอาจารย์จนได้ย้ายที่เรียน” เขาปล่อยหมัดเด็ดเพื่อให้ได้อย่างใจหมาย

ไม่ใช่เพราะหยิบโหย่งไม่เอาถ่าน แต่เป็นเพราะความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ทำให้โต๋หันหัวเรือกลับมาได้ เขาตัดสินใจกลับไทยมาเริ่มต้นใหม่

“ถ้านึกภาพเหมือนเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ผมคือคนที่ให้เพื่อนลอกอะ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลย เรียนรังสิตนี่เกียรตินิยม A เยอะมาก โดยเฉพาะพวกวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ซึ่งเป็นเหมือนยาขม ได้เต็มตลอด”

โต๋ในวัยที่หมดสนุกกับการเกกมะเหรกเกเร กลายเป็นเด็กเนิร์ดเต็มตัวเสียแล้ว

02

ต่อโทตอนเมา

เขาไม่ได้เนิร์ดแค่เรื่องเรียน แต่ยังกระหายประสบการณ์ นายนุติ์ได้ติดสอยห้อยตามอาจารย์พิเศษไปฝึกงานกับ Bakery Music ค่ายเพลงในฝันของเขา ซึ่ง ณ เวลานั้นถือว่ามีชื่อเสียงด้านงานครีเอทีฟมาก

“ผมชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก เลยอยากลองทำงานฝ่ายออกแบบปกเทปดู แต่กลับจับพลัดจับผลูได้ไปช่วยงานกองบรรณาธิการของนิตยสาร Katch แทน เพราะตอนนั้นฝ่ายปกเต็มไปด้วยคนเก่งระดับพระกาฬ

“แต่ชอบนะเพราะได้เรียนรู้อะไรจากคนพวกนี้เยอะ แล้วเด็กสุด เขาให้ทำอะไรก็ทำ โดนกดทุกอย่าง ฝึกความอดทนมาก ไม่ได้ทำปกซีดีอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ไม่เสียดายเลย พอฝึกงานจบก็เป็นฟรีแลนซ์ให้เขา”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

โต๋เริ่มสร้างชื่อในวงการ เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางสายออกแบบในอนาคตจะมีที่ทางสำหรับตัวเอง เขากำลังสนุกเมามันอยู่กับการเรียนและการงาน ขณะที่ทุกอย่างดูกำลังไปได้สวย

“แต่พอเรียนจบปุ๊บ ผมไปอังกฤษเลย อันนี้ไม่เคยบอกใครนะ วันนั้นนั่งเมาอยู่สีลมซอย 4 แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเมาเหมือนกัน เดินมาบอกว่าเดือนหน้ากูจะส่งพอร์ตไปมหาวิทยาลัยนี้ ไปด้วยกันเปล่า ไอ้เราก็ดันตอบตกลงไป”

แต่ละคนไปเรียนต่างประเทศด้วยนานาเหตุผล แต่เชื่อว่าไม่ค่อยมีใครตัดสินใจไปตอนเมาแน่ๆ 

ระยะเวลาเตรียมแฟ้มสะสมผลงานน้อยมากเพียง 1 เดือน แต่ก็ทำให้เขาได้คำตอบรับเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ Central Saint Martins College of Art and Design สาขา Communication Design นับเป็นข้อพิสูจน์ว่าโต๋มีของดี

สิ่งสำคัญกว่าวุฒิการศึกษา คือโอกาสได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมต่างแดน ซึ่งทำให้เขาเป็นคนมีเหตุผลในการออกแบบกว่าเดิมต่างหาก

“มันเป็นพื้นฐานที่ดีเลยนะ เราจะทำตามเทรนด์แบบหลับหูหลับตาไม่ได้ แค่มีแหล่งอ้างอิงมากๆ ไม่พอ ต้องดูว่าหนักแน่นแค่ไหน คิดหลายขั้นตอน ไอ้วิธีการอาจจะงี่เง่าได้ แต่เหตุผลต้องปึ้ก”

03

เจ้าพ่อปกซีดียุค 2000

หลังเรียนจบ ดีไซเนอร์หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมดนตรีดังที่หวังไว้อย่างเต็มตัว เขายกหูโทรศัพท์หาค่ายเดิมเพื่อแจ้งข่าวสารว่าพร้อมรับจ๊อบทันที

“งานแรกที่ได้รับมอบหมายคือปกซีดีของวงโมเดิร์นด็อกชุด The Very Common of Moderndogcumentary เป็นปกคอนเสิร์ตท้องฟ้าสีๆ แล้วก็ตามด้วยแดดส่อง มาถึงก็พีกตามใจหวังเลย”

ปกอัลบั้มชิ้นนี้เป็นเหมือนประตูบานแรกที่วงการเพลงไทยเปิดต้อนรับนักออกแบบคนนี้เข้าไป ด้วยฝีไม้ลายมือฉกาจฉกรรจ์ งานจึงเริ่มถาโถมเข้าหาโต๋อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าตัวออกปากเองเลยว่าตอนนั้นถึกมาก ชนิดที่ว่าช่วง Music Festival โต๋ต้องออกแบบงาน 3 ปกภายใน 1 สัปดาห์

จริงอยู่ที่โต๋เป็นคนมีความสามารถ แต่เขาไม่ใช่ยอดมนุษย์ผู้มีพลังความคิดสร้างสรรค์ล้นเหลือจะทำงานจำนวนมหาศาลได้ทั้งหมดคนเดียว เขาจึงชวน โน้ต-พงษ์สรวง คุณประสพ นักจัดปาร์ตี้แห่ง Dudesweet และ กัน-ภฤศิษฐ์ รัชไชยบุญ เพื่อนอีกคน ร่วมกันก่อตั้งบริษัทรับออกแบบชื่อ slowmotion ขึ้น

โต๋ โน้ต และกัน ใส่ความเป็นตัวตนของแต่ละคนลงไปในงานอย่างสนุกสนานชัดเจน คาแรกเตอร์เรียบร้อยจากโต๋ ความห่ามกวนบาทาจากโน้ต และ Typograhy สุดเก๋จากกัน ผสมผสานกันในอัตราส่วนที่ไม่แน่นอน

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

ปกอัลบั้มแรกของวง Crescendo ที่ทำเป็นฉากการกล่าวทักทายในเรื่อง The Godfather

ปกอัลบั้ม The Days Of Pry – Anthology ของพราย ปฐมพร ที่เรืองแสงได้เมื่อปิดไฟ

ปกอัลบั้มแรกของวง BrandNew Sunset ที่เป็นภาพสไลด์กล้องจุลทรรศน์ของเนื้อเยื่อข้างกระพุ้งแก้มและเลือดจริงของสมาชิกในวง

ปกอัลบั้มของก้านคอคลับ ที่มาจากไอเดีย ‘จระเข้ฟาดหาง’ และถ่ายรูปจากหางจระเข้ตัวเป็นๆ

เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวประสบการณ์อันแสนสนุกที่โต๋ยกตัวอย่างให้เราฟัง แต่วิธีการทำงานแบบไหนกันล่ะที่ทำให้บริษัทนี้เป็นที่ไว้วางใจ จนเรียกได้ว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ในวงการ

“ได้รับโจทย์มาปุ๊บก็รีเสิร์ชเลย สมมติขายเก้าอี้ ก็ต้องไปนั่งไปนอนในโชว์รูม ไปพูดคุยหาข้อมูลจากคนจริง คลุกคลีกับมันให้นาน เหมือนทำความรู้จักเพื่อนใหม่คนหนึ่ง

“จนหลายคนชอบด่าว่าช้า ดูดปุ๊นป่าวไอ้พวกนี้ แต่นี่แหละคือที่มาของชื่อ เราอยากให้ผลงานที่ออกไป ไม่ว่าจะอยู่ในแกลเลอรี่หรืองานเพื่อการค้า ทำให้คนดูหยุดนิ่งได้ เหมือนโมเมนต์ในหนังรักที่อะไรๆ ช้าลง เห็นแล้วพอจะคิดอะไรต่อไปได้ คล้ายงานศิลปะที่ผู้ชมมีสิทธิ์ตีความ ชอบไม่ชอบก็ได้ นี่คือปรัชญาของเรา

“ทุกคนจะบอกว่างานเราเหมือนผู้ชายหล่อ เนี้ยบ แต่เดินเหยียบเปลือกกล้วยนะ ลื่นนิดหนึ่ง เพราะกระบวนการทำที่คราฟต์แหละ เลยดูเท่ แต่ก็ใส่ลูกเล่น ตัวตนของลูกค้าหรือแบรนด์ลงไป ทำให้ดูเปิ่นๆ มีชีวิตขึ้นมาเหมือนมนุษย์ แทนที่จะเป็นแค่พรินต์แข็งๆ”

04

หล่อเลือกได้

slowmotion เกิดมาแล้ว 16 ปี เติบโตมาพร้อมๆ กับโต๋ด้วยจังหวะของพวกเขาเอง

ถ้าเป็นคน ปีนี้ slowmotion จะอายุเท่าไหร่

“ประมาณยี่สิบสี่ คงเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้เหตุผล ทำงานลองผิดลองถูกมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีประสบการณ์เหมือนคนวัยสี่สิบ

“ก่อนหน้านี้ ช่วงปีที่สี่ถึงห้าคือช่วงวัยรุ่น เราเนื้อหอมชนิดที่คุยได้เลยว่าไม่เคยออกไปหาลูกค้า หล่อเลือกได้เชียวแหละ ทำให้มีทิฐิแรงมากจนทะเลาะกับลูกค้าบ่อยๆ บางทีเขาสั่งเคาะตัวหนังสือลงมาแค่บรรทัดเดียวเราก็ไม่ยอม เคยด่าลูกค้าจนร้องไห้เพราะยอมหักไม่ยอมงอ เรามีเหตุผลที่ดีในการออกแบบนะแค่สื่อสารไม่เป็น เหมือนต่อยแรงแต่ต่อยมั่ว”

แต่ตอนนี้ slowmotion โตขึ้นแล้ว

ดีไซเนอร์หนุ่มผู้เป็นหัวเรือของบริษัทแก้ไขปัญหาด้วยการตั้งทีมดูแลภาพรวมของการสื่อสารกับลูกค้า เป็นเหมือนเจ้านายที่คอยจิกคอยถามเหตุผลเบื้องหลังของงานทุกชิ้น นักออกแบบในทีมต้องสอบป้องกันวิทยานิพนธ์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ขายงานออกแบบพร้อมคิดแผนกลยุทธ์ให้เสร็จสรรพ นอกจากทำให้งานไม่กลวงแล้ว ยังช่วยสร้างและสานสัมพันธ์อันดีเอาไว้ได้ด้วย

05

พัดลมบังกะโล

3 ปีก่อนคือช่วงเวลาที่ slowmotion กำลังก้าวเดินอย่างมันคงในวงการออกแบบ

เวลานั้นคืออีกหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่าโต๋ไม่ได้มีดีแค่ออกแบบกราฟิก เขาใช้ทักษะการดีไซน์สร้างสรรค์พัดลมแฮนด์เมดแบรนด์ไทยสุดเท่ชื่อ ‘บังกะโล’ (Bungalow)

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

เอกลักษณ์ของบังกะโลคือรูปทรงคลาสสิกและการประกอบอันไร้ที่ติ ใช้เวลาไม่นานก็เลื่อนสถานะเป็นพัดลมที่มีเกือบทุกบ้านได้ แต่โต๋กลับเอ่ยปากว่าเริ่มต้นทำเพราะความรำคาญล้วนๆ

“ผมหงุดหงิดเวลาไปบ้านที่ตกแต่งภายในสวยมากแล้วมาเสียกับพัดลม เราอยู่เมืองร้อน พัดลมคือสิ่งสำคัญ เลยพยายามหาแบบที่ไม่ขัดใจถ้าจะเอามาตั้งไว้ในบ้าน”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

นักออกแบบผู้เก๋าเกมใช้ทักษะด้านกราฟิกดีไซน์ ใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไปโดยสัญชาตญาณ

“ตั้งแต่สัดส่วน วัสดุ และทฤษฎีสี ซึ่งหลายคนอาจไม่คิดว่าสำคัญ ผมผสมนิกเกิลเล็กน้อยเพื่อเวลาวางในแสงต่างกัน จะได้สีทั้งเงินและอมทองหน่อยๆ”

แม้พัดลมบังกะโลเกิดจากเหตุผลเบาบาง แต่สิ่งที่เขาหนักแน่นคือแก่นการออกแบบและรายละเอียดซึ่งหลายคนมองข้าม เรียกได้ว่าถ้าเป็นเรื่องดีไซน์ โต๋ไม่ยอมอะลุ่มอล่วยเด็ดขาด

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

06

ดีไซเนอร์พ่อลูกสอง

“นักออกแบบแหละ” เขาตอบโดยแทบจะไม่ต้องคิด เมื่อเราถามเขาว่าตอนนี้นิยามตัวเองว่าเป็นอะไร

“เป็นอย่างนั้นจริงๆ เราชอบที่คนเรียกว่าเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ เพราะเรายังชอบทำอะไรเองกระจุกกระจิกอยู่ ชอบทำงานกับทีมมากกว่าไปคุยกับลูกค้า แม้ว่าด้วยหน้าที่จะต้องดูแลอะไรหลายๆ อย่างก็ตาม แล้วผมก็ยังคงวิธีการทำงานแบบเดิมมาตลอด คือเหตุผลต้องแน่น น้องๆ หลายคนชอบบ่นว่าเราเพ้อเจ้อ”

ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะพลางตอบทีเล่นทีจริง แต่เราสัมผัสความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของเขาได้อย่างไร้ข้อกังขา แม้จะทำอะไรสนุกมากมายอยู่ตลอดเวลา โต๋กลับรู้สึกแฮปปี้และภูมิใจในวิชาชีพนักออกแบบกราฟิกเป็นที่สุด

“จะนับกราฟิกดีไซเนอร์เป็นศิลปินก็ได้ ไม่นับก็ได้ จะว่าเป็นนักขายก็ใช่ จะว่าเป็นนักคิดก็ไม่ผิด ผมไม่จำกัดตัวเอง ปีก่อนทำนิทรรศการกับ ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า ก็เพราะเราสนุกที่ได้ปล่อยของและทำงานศิลปะหลากหลายแขนง

“แต่รู้มั้ย”

เขาหยุดดื่มน้ำ ทิ้งจังหวะให้ความฉงนสนเท่ห์ทำงาน

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“พอสอนศิลปะลูก ยิ่งรู้ว่ามีวิธีคิดหลากหลายมาก ไม่มีกรอบเหมือนการออกแบบ บางครั้งเด็กทำได้ดีกว่าที่เราตั้งใจทำอีก เพราะเขาไม่มีหลักการกำหนด ไม่เครียดว่าเป็นอาชีพการงาน”

โต๋คือศิลปิน ข้อนี้เราพูดได้เต็มปาก

โต๋คือนักออกแบบที่ดี ข้อนี้เรากล้ายืนยัน

เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในงานดีไซน์ขั้นเทพอันเป็นฝีไม้ลายมือของเขา คือความคิดและเหตุผลอันลึกซึ้ง

“เราว่าไอ้โปรแกรมใหม่ๆ สนุกทุกอย่างแหละ แต่อย่าลืมว่านั่นก็แค่เครื่องมือ ถ้าแก่นชัดแล้วจะหยิบอะไรมาใช้ งานก็ดีทั้งนั้น”

ต่อไปนี้คือ 5 ผลงานของโต๋และ slowmotion ที่ยืนยันให้เห็นว่างานดีไซน์จะกลายร่างไปอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ทั้งนั้น ถ้า Core Idea แม่นจริง

This Brings Me Here

“งานนี้สนุกเพราะได้ร่วมงานกับ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ปัญหาคือห้างไม่มีคนเพราะความหรูหรามันพูดจายากมาก เราเลยไปดึง กิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) มา เพื่อจะสื่อสารไปถึงคนเอเชียทั้งทวีป คอนเซปต์ของแคมเปญคือ This Brings Me Here มีนัยยะจะบอกว่า Central Embassy มีทุกอย่าง เราเลยตีความออกมาเป็นโฆษณาหลายรูปแบบ และพลิกแพลงเรื่องเพื่อนำเสนอมุมต่างๆ ของห้างได้หลากหลาย ชวนให้คนมาที่นี่”

B Magazine

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“งานนี้เป็นพรินต์เล็กๆ แบรนด์ Ballentine อยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ เราเลยทำ Art Book ที่จับต้องได้ ความพิเศษคือการเย็บเล่ม บางหน้าจะเปิดไม่ได้ คนอ่านต้องฉีกรอยประเอง และนั่นจะบ่งบอกว่าแต่ละคนเป็นคนยังไง ถ้ารีบร้อนไม่สนใจก็เละ ถ้าใจเย็นก็ค่อยๆ ฉีก ส่วนเนื้อหาข้างในก็สนุก เราเลือกสัมภาษณ์คนที่เราชอบ ทั้ง เดวิด ศริกลีย์ (David Shrigley), Elmgreen and Dragset, พี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ เหมือนได้เป็นอิดิเตอร์เล็กๆ”

Sanook.com

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

เลือกงาน CI ใหญ่ๆ บ้าง เราใส่ความไร้ระเบียบลงไปเพื่อให้มีชีวิตชีวาสมกับชื่อ ‘สนุก’ แต่จุดจบของงานนี้คือนักเลงคีย์บอร์ดหรือพี่ๆ นักวิชาการทางด้านกราฟิกดีไซน์มาคอมเมนต์เยอะมาก ทำให้เราได้กลับมาทบทวนหลักคิดของ slowmotion อีกครั้ง การได้เจอกลุ่มคนที่ไม่ใช่ทาร์เก็ตของ Sanook.com เลย อย่างคนสายแฟชั่น คุยกันบนโต๊ะทานข้าวเกี่ยวกับข่าวจากเว็บนี้ มันตอบโจทย์ของเราแล้ว แปลว่าเราประสบความสำเร็จในการออกแบบ”

Mahanakhon Observation Deck : Interface Design and Content

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง
ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“เราต้องทำคอนเทนต์ให้คนขึ้นไปแล้วสนุก เลยเล่าเรื่องกรุงเทพฯ จากแผนที่ทั้งหกทิศรอบตึกมหานคร เป็นจอที่พอกดไปก็จะให้ข้อมูลเกี่ยวในมิติต่างๆ ที่คนทั่วไปไม่รู้ เช่น สปอร์ตคลับตรงถนนอังรีดูนังต์เคยเป็นสนามบินมาก่อน มองไปสาทรก็หยิบเรื่องสุสานมาพูดแทนจะเล่าว่าเป็นย่านออฟฟิศ เห็นคลองแสนแสบก็ใส่อินโฟกราฟิกว่านั่งเรือรอบหนึ่งใช้เวลาเท่าไหร่ งานแบบนี้ต้องรีเสิร์ชหนัก แต่ก็สนุก”

Dhamma Graphic

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง
ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

“พวกกราฟิกดีไซเนอร์มักโดนขอให้ช่วยทำการ์ด ทั้งงานแต่ง งานศพ อย่างหนึ่งที่ผมเคยทำแล้วสนุกจนอยากยึดเป็นอาชีพคือตาลปัตร ถ้าศึกษาจริงๆ จะรู้ว่ายุคก่อนมันล้ำมาก บ่งบอกความเป็นตัวตนสุดๆ 

“ครั้งหนึ่งเราออกแบบตาลปัตรเป็นของที่ระลึกในงานศพคุณตั้ม Mamafaka นักวาดภาพประกอบ โดยใช้พรมเช็ดเท้าที่เดินไปเจอในบิ๊กซีมาทำเอาคาแรกเตอร์ Mr. HellYeah

“มีหนังสือสวดมนต์และนิตยสารธรรมะ ธรรมดา ที่เราเอางานดีไซน์ใส่ลงไป ให้สนุกและน่าหยิบมากขึ้น เห็นได้ว่าหนังสือแบบนี้ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อจำเจ หรือติดกับกรอบเดิม”

ชีวิตสุดเปรี้ยวของโต๋ Slowmotion ที่ออกแบบทั้งพัดลมบังกะโล ตาลปัตร ยันแพ็กเกจจิ๋มกระป๋อง

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

beautiful and bittersweetly

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ไม่นานมานี้ทาง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด CB150R ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก นอกจากรูปลักษณ์ที่ดูดีเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ยุโรปแล้ว มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังออกแบบโดยคนไทยที่เดินทางไปดูแลโปรเจกต์นี้ที่ญี่ปุ่น 1 ปีเต็ม

นับเป็นเรื่องน่ายินดี แล้วอีกเรื่องที่น่ายินดีย้อนหลังก็คือ มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเกือบทุกรุ่นที่ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล้วนออกแบบโดยคนไทย และรถส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ก็ผลิตในประเทศไทย

แล้วพวกเขาไปออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ให้ชาวโลกใช้กันได้อย่างไร

ผมเดินทางมายังซอยเล็ก ๆ แถวสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากแลกบัตรผ่านประตูเข้ามาในตึกสำนักงานใหญ่โต ก็เห็นมอเตอร์ไซค์มากมายที่จอดอยู่ตรงโถง พร้อม ๆ กับป้ายโลโก้ปีกสีแดงขนาดใหญ่ ที่นี่คือ Honda RESEARCH & DEVELOPMENT SOUTHEAST ASIA ผมมาพบกับ คุณพีช-ณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ผู้ออกแบบมอเตอร์ไซค์รุ่น CB150R คนที่ทำงานออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ทันทีตั้งแต่เรียนจบ

และเรียนจบด้วยการทำวิทยานิพนธ์ออกแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเขาได้เกรด D

Honda CB150R

มอเตอร์ไซค์

มีวันนี้เพราะของเล่นให้

ครอบครัวของพีชอยากให้เขาเป็นเภสัชกร แต่เขาก็ตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ส่วนหนึ่งก็เพราะชีวิตวัยเด็กของเขาเติบโตมากับการวาดรูปและสะสมโมเดลรถเด็กเล่น พอโตขึ้นมาอีกนิดก็ติดตามซื้อนิตยสารรถยนต์

“ผมชอบรถยนต์จากเส้นสายและผิวพรรณของรถแต่ละคัน ตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจหรอกว่าความสวยคืออะไร รู้แค่เราชอบคันนี้ แต่อธิบายคนอื่นไม่ได้ว่าทำไมถึงชอบ คันนี้สวยยังไง ทำให้เรายิ่งสนใจขึ้นไปอีก แล้วก็เริ่มวาดรูปรถ พอรู้ว่ามีนักออกแบบวาดแบบรถพวกนี้ขึ้นมาแล้วส่งต่อให้วิศวกรไปทำให้เป็นรถจริง ๆ ผมก็ขัดใจพ่อแม่เลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลัก ๆ เพราะชอบวาดรูป พอรู้ว่าคณะนี้สอนออกแบบยานยนต์โดยอาจารย์ที่จบด้านนี้จากอังกฤษ ก็ตั้งเป้าว่าต้องเรียนออกแบบยานยนต์ให้ได้ ผมเลยตั้งใจเรียนและมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเต็มที่” พีชย้อนเล่าที่มาของความสนใจ

ล้มบ้างก็ได้

เมื่อถึงช่วงที่ต้องทำโปรเจกต์เพื่อจบการศึกษา พีชเริ่มเปลี่ยนความสนใจจากการออกแบบรถยนต์มาเป็นรถจักรยานยนต์แทน ส่วนหนึ่งเพราะเคยมีคนออกแบบรถยนต์เป็นโปรเจกต์จบแล้วหลายคน และเขามองว่า การออกแบบมอเตอร์ไซค์ท้าทายกว่า

“รถยนต์มีเหล็กมาคลุมทุกชิ้นส่วน เหลือแค่ล้อที่พ้นตัวถังออกมา เราออกแบบเหล็กที่คลุมทุกอย่างนั้นไว้ให้สวยงาม ออกแบบยังไงก็ได้ ส่วนมอเตอร์ไซค์ไม่ได้มีแค่บอดี้อย่างเดียว แต่มีเรื่องเครื่องยนต์กลไกที่ไม่ได้ถูกครอบไปทั้งหมด มีถังน้ำมัน เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ตัวครีบระบายความร้อน หรือท่อต่าง ๆ ล้วนต้องการการออกแบบให้ดูเรียบร้อยและสวยงาม เลยท้าทายกว่า”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

“ผมทำวิทยานิพนธ์เรื่องการออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่มีกลิ่นอายของรถสปอร์ต ปรากฏว่าได้เกรด D โคตรห่วยแตกเลยครับ” พีชเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ “แต่ผมไม่ได้เข็ดหรือแหยงเลย เพราะผมชอบและหลงใหลการออกแบบมอเตอร์ไซค์มาก ๆ การที่ได้เกรดไม่ดีจากงานที่เรียนแค่ชิ้นเดียวมันวัดผลทุกอย่างเกี่ยวกับเราไม่ได้ ผมเชื่อเรื่องการเรียนรู้ ถ้าเรามีประสบการณ์มากกว่านี้ก็จะทำออกมาได้ดีกว่านี้ แค่นั้นล่ะครับ”

หลังจากส่งวิทยานิพนธ์ เขาก็รู้ว่าฮอนด้า R&D (RESEARCH & DEVELOPMENT) เปิดรับนักออกแบบ เลยลองสมัคร ปรากฏว่าได้งาน เลยเริ่มทำงานที่ฮอนด้าตั้งแต่ตอนนั้น

ขี่แล้วภาคภูมิใจ รถคนไทยออกแบบเอง

เรา-ในที่นี้หมายถึงคนไทย ออกแบบมอเตอร์ไซค์กันเอง รวมไปถึงผลิตใช้เองมานานแล้ว แล้วก็ยังออกแบบให้เพื่อนบ้านของเราใช้ด้วย

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่มีสภาพถนน เศรษฐกิจ ผังเมือง รวมไปจนถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตไม่ต่างกันมาก และมีความต้องการใช้มอเตอร์ไซค์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การให้คนญี่ปุ่นที่ขึ้นรถไฟไปทำงานมาออกแบบมอเตอร์ไซค์ให้คนไทยใช้ คงเข้าไม่ถึงความต้องการของคนไทยแน่ ๆ ค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้าจึงตั้งบริษัท Honda R&D Southeast Asia Co.,Ltd. ขึ้นมาเพื่อพัฒนามอเตอร์ไซค์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในภูมิภาคนี้

“ตอนแรกผมเข้าใจว่าหลัก ๆ คนญี่ปุ่นคงออกแบบเป็นหลัก แล้วให้คนไทยช่วยบ้าง แต่ได้มาทำถึงรู้ว่า ทางญี่ปุ่นให้คนไทยออกแบบมอเตอร์ไซค์แทบทั้งคัน เขาเชื่อมือทีมดีไซเนอร์ไทยมากเลยให้ดูแลตลาดในแถบละแวกนี้ด้วยทั้งหมด”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ

ภารกิจของ Honda R&D Southeast Asia คือการออกแบบมอเตอร์ไซค์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ส่วนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การออกแบบหรือการผลิต แต่เป็นการทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานจริงๆ ทีมงานจึงต้องลงพื้นที่ไปสำรวจความต้องการของผู้ใช้ว่าคนในเมืองขี่รถไปทำอะไร คนนอกเมืองใช้รถทำอะไร แล้วก็วิเคราะห์ออกมาเป็นรูปธรรมหรือฟังก์ชัน เช่น ช่องเก็บของที่ใหญ่พอจะวางหมวกกันน็อกลงไปได้เพื่อป้องกันหมวกหาย จากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการออกแบบรถ แม้จะศึกษามาเป็นอย่างดี แต่บางทีก็มีสิ่งที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน

“มอเตอร์ไซค์รุ่นเล็ก ๆ ในบ้านเรามี 2 ระบบคือ เปลี่ยนเกียร์เองหรือแมนวล กับเกียร์ออโต้ เราคิดว่ากลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์เพื่อส่งของซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ ใช้เวลาบนรถนานต้องชอบเกียร์ออโต้แน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนชอบเกียร์ธรรมดามากกว่า เพราะรถเกียร์ออโต้พอเตะขาตั้งลงแล้วเครื่องจะดับ แต่พวกเขาชอบจอดติดเครื่องไว้ ส่งของ เสร็จก็ขี่ต่อได้เลย นี่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักออกแบบ บางอย่างที่เราคิดกลับไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้”

แต่งทุกอย่างให้เธอแล้ว

“จุดเด่นของบ้านเราน่าจะเป็นเรื่องการแต่งรถครับ”

พีชเล่าถึงความต้องการพิเศษของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย

“เราแต่งรถโดยไม่สนใจราคารถเลย ซื้อมาสามสี่หมื่นบาท แต่งกันจนไปจบที่ห้าหรือหกหมื่นบาท เพราะผู้ใช้ต้องการความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นเวลาอยู่บนถนน ผมมองเป็นข้อดีนะครับ ทางญี่ปุ่นเห็นว่าเรามีความคิดสร้างสรรค์และรสนิยมมากกว่าชาติอื่น ๆ แถวนี้ สิ่งนี้ส่งผลต่อการออกแบบเยอะเหมือนกัน เราต้องออกแบบรถให้พอดี ๆ สวยโดดเด่น แต่ยังให้คนที่ซื้อจินตนาการต่อได้ว่าจะแต่งรถยังไงได้อีก เป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อีกแบบหนึ่ง”

อาวุธของนักออกแบบคือการสังเกต

พีชเล่าถึงขั้นตอนการออกแบบมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันตั้งแต่ต้นจนจบว่า หลังจากได้ข้อมูลจากการรีเสิร์ชและสำรวจตลาดมาแล้ว จะมีการประชุมเพื่อสรุปเรื่องสไตล์รถให้เหล่าดีไซเนอร์ลงมือสเกตช์รูปรถมอเตอร์ไซค์ออกมา พอวาดได้จำนวนหนึ่งแล้วจะนำเอาแบบทั้งหมดแปะบนผนังให้ดีไซเนอร์แต่ละคนโหวตแบบที่ชอบ แบบที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะถูกหยิบลงทีละใบ ๆ จนสุดท้ายได้แบบที่ทุกคนในทีมชอบ จะนำแบบนั้นไปพัฒนาต่อจนเสร็จ แล้วส่งให้ทีมเคลย์โมเดลลิ่งปั้นขึ้นรูปรถมอเตอร์ไซค์จากดินที่เอาไว้ขึ้นแบบยานยนต์โดยเฉพาะ

จากนั้นดีไซเนอร์จะมาตรวจโมเดลดินนี้ ถ้าผ่านก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเอากล้องสามมิติมาถ่ายโมเดลเพื่อแปลงเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในบริษัทต่อไป

ผมเข้าใจมาตลอดว่าเหล่าดีไซเนอร์คงใช้โปรแกรมสามมิติหรือโปรแกรมเขียนแบบเพื่อเขียนดรอว์อิ้งยาก ๆ แต่พีชตอบว่าโปรแกรมที่เขาใช้ในการออกแบบคือโปรแกรมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีอย่าง Photoshop แถมบางครั้งก็ใช้วิธีวาดบนกระดาษ

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์ สเกตช์

พีชกลัวผมไม่เชื่อ เลยหยิบกระดาษมาวาดให้ดูต่อหน้า ระหว่างที่นักออกแบบกำลังวุ่นกับการวาดรถ ผมถามเขาถึงหัวใจของการออกแบบมอเตอร์ไซค์

“สิ่งที่ยากที่สุดคือ การศึกษาเทรนด์ให้ชัดเจน เพื่อออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้ได้ ผมมักจะเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่ม Facebook ของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ จะได้เห็นว่าคนแต่งรถกันแบบไหน สังเกตมาก ๆ ก็จะพอเห็นแนวโน้มในการแต่งรถช่วงนั้น ๆ

“ตอนเริ่มออกแบบรุ่น CB150R เมื่อ 2 ปีก่อน เราเริ่มเห็นว่าการแต่งรถจะเป็นไปในแนวที่ทำให้รถดูมินิมอลขึ้น เปิดโครงสร้างที่ติดบังพาร์ทต่าง ๆ ออกให้เห็นถังน้ำมัน เครื่องยนต์ หม้อน้ำ อย่างชัดเจน การแต่งรถเหล่านี้คือการแต่งสไตล์ที่เรียกว่า Cafe เรามั่นใจว่ารถสไตล์นี้ต้องมาแน่ ๆ เลยออกแบบให้ออกมาสอดคล้องกับเทรนด์ที่เราคาดการณ์ไว้”

สเกตช์

รถรุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

“การออกแบบรถรุ่น CB150R ทีมดีไซน์ได้รับบรีฟว่าอยากให้ออกแบบรถรุ่นใหม่สำหรับตลาดภูมิภาคนี้ โดยมีประเทศไทยเป็นตลาดหลัก และเปิดตัวเป็นที่แรก ให้มองถึงผู้ใช้ที่มีรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่อยู่แล้ว แต่ต้องการหารถเล็กอีกสักคันเพื่อใช้ในเมือง ทีมดีไซน์เลยโฟกัสขอบเขตการออกแบบให้เป็นรถที่มีขนาดเล็กลง เพื่อความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง ซอกแซกเข้าช่องเล็กช่องน้อย เบาะที่นั่งซึ่งปกตินั่งได้ 2 คนก็หดลงมาเหลือแค่คนขับเป็นหลัก แต่ถึงรถจะมีขนาดเล็กลงแต่ก็ยังมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่ เพราะเราอยากให้ผู้ใช้ขี่รถคันนี้ด้วยความสนุก คีย์เวิร์ดที่เราใช้ออกแบบคือคำว่า Modern Café

คำว่า Café ในที่นี้คือรถมอเตอร์ไซค์แบบ Naked หรือเปลือยในช่วงยุค 60 มีจุดเริ่มต้นจากประเทศอังกฤษ ยุคนั้นอังกฤษได้รับอิทธิพลจากวงร็อกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น The Rolling Stones, Pink Floyd, Bob Dylan (บ้านเราคือยุคโก๋หลังวัง) อิทธิพลของเพลงร็อกก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของแฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความขบถ ความห้าว และชีวิตอิสระเสรี การแข่งขันมอเตอร์ไซค์เลยเริ่มต้นจากจุดนั้น จุดรวมตัวของเหล่านักแข่งคือคาเฟ่ต่าง ๆ มีการหยอดเหรียญเปิดเพลงร็อกที่ชอบจากตู้เพลงก่อนเริ่มแข่งขัน ผู้ชนะคือคนที่กลับมาถึงคาเฟ่ก่อนเพลงจบ หรือบางทีก็มีเส้นชัยเป็นคาเฟ่อีกที่หนึ่งแทน

“ตัวมอเตอร์ไซค์ Café เป็นการเอามอเตอร์ไซค์ที่มีในยุคนั้นมาดัดแปลงเพื่อเอามาแข่งขันบนถนนจริง ๆ มีคาแรกเตอร์รวม ๆ คือ ไฟหน้าเป็นดวงกลม ๆ แฮนด์ต่ำเพื่อให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น ถังน้ำมันที่เว้ารับเข่าช่วยให้กระชับในการขี่ เอาพาร์ทอุปกรณ์ที่ติดรถซึ่งไม่จำเป็นออกเพื่อลดน้ำหนักลง ด้านหลังรถก็สั้นขึ้น บางคนก็เอาฝากลม ๆ ที่เรียกว่าตูดมดมาครอบด้านหลังสุดไว้ ผมเอาคอนเซปต์นี้มาทำใหม่เป็น Modern Café รูปทรงและชิ้นส่วนของพาร์ตต่าง ๆ ยังคงมีกลิ่นอายแบบรถวินเทจ แต่ใส่เทคโนโลยีใหม่เข้าไปให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น รวมถึงออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระของคนไทยเป็นหลักด้วย”

Honda CB150R Honda CB150R

เลือกฉันอย่าหลงไปเลือกใคร

หลังจากที่ทีมดีไซเนอร์ลองสเกตช์รถรุ่นนี้หลายสิบรูป ผ่านการถกเถียงและวิจารณ์หลายที แบบที่ได้คะแนนสูงสุดคือแบบที่พีชเป็นคนวาด เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพัฒนาโปรเจกต์ต่อจนจบ พีชเดาเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกแบบของเขาว่า “คงเพราะตรงกับโจทย์ที่ได้รับมา ผมเห็นเทรนด์การแต่งรถสไตล์นี้มานานแล้ว เห็นมามาก ก็เลยรู้ว่าคนที่ชอบรถสไตล์นี้เขาชอบอะไรกันมั่ง ผมก็ออกแบบไปในทิศทางแบบนั้น พอพัฒนารถคันนี้ไปได้สักพักก็เจอปัญหาว่า รถที่เราออกแบบต้องพัฒนาเฟรมขึ้นมาใหม่ (โครงสร้างของรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นเหมือนกระดูก โดยยึดบอดี้กับเครื่องยนต์ไว้ด้วยกัน)

ในประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการออกแบบและผลิตเฟรมมอเตอร์ไซค์อยู่ ทางบริษัทต้องเอาเฟรมไปพัฒนาต่อที่ญี่ปุ่น ผมเลยย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่นประมาณปีหนึ่ง เพราะนักออกแบบต้องทำงานร่วมกับวิศวกร

“หลายคนอาจคิดว่าดีไซเนอร์ออกแบบเฉพาะตัวบอดี้อย่างเดียว แต่เราต้องออกแบบตั้งแต่ตัวเฟรม ตัวถังน้ำมัน ฝาปิดถังน้ำมัน ดิสก์เบรก ล้อ ทุกอย่างที่เห็นผ่านการดีไซน์ทั้งหมด วิศวกรจะเอาแบบที่เราวาดไปพัฒนาให้ออกมาแข็งแรงรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัย และใกล้เคียงกับแบบที่วาดมาให้มากที่สุด โชคดีที่ทาง R&D ของบ้านเรามีวิธีการทำงานและขั้นตอนไม่แตกต่างกับ R&D ที่ญี่ปุ่น เลยไม่ต้องปรับตัวเยอะ”

Honda CB150R

อยู่ที่เรียนรู้อยู่ที่ยอมรับมัน

สิ่งที่พีชได้เรียนรู้จากการทำงานถึงญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปีคือ

“ระบบการทำงานของที่ญี่ปุ่นคล้ายกับของไทยมาก ๆ ผมเลยตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิดในการออกแบบของดีไซเนอร์คนอื่น ๆ มากกว่า เพราะที่ญี่ปุ่นมีดีไซเนอร์จากหลากหลายประเทศ มีทั้งคนญี่ปุ่นและคนยุโรป เวลาวิจารณ์แบบกันเลยได้เห็นวิธีแก้ปัญหาทางการออกแบบใหม่ ๆ ซึ่งไม่เหมือนที่เห็นในบ้านเรา แต่ไม่ใช่ว่าดีไซเนอร์ไทยไม่เก่ง หรือรสนิยมไม่ดีสู้ฝรั่งไม่ได้นะครับ เพราะตอนนี้เป็นยุคของอินเทอร์เน็ต สิ่งที่เราเสพเราชอบก็เป็นของแบบเดียวกันกับของที่คนอื่น ๆ ในโลกเสพเช่นเดียวกัน คนทั่วโลกก็ได้ใช้ของแบบเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน รสนิยมของคนทั้งโลกจึงสอดคล้องไปในทางเดียวกัน เดี๋ยวนี้นักออกแบบไทยหรือต่างประเทศจึงไม่ค่อยแตกต่างกันมากเหมือนในอดีตแล้วครับ”

พีช-นันท์นภัส จรรยาพาณิชย์

หัวใจนักออกแบบ

“เราควรศึกษาเรื่องเทรนด์ไว้เยอะ ๆ ดูรูปของที่เราจะออกแบบไว้ให้มาก ๆ ในคอมพิวเตอร์ผมมีอยู่โฟลเดอร์หนึ่งเก็บภาพมอเตอร์ไซค์ไว้มากกว่า 3 – 4 พันรูป เวลาผมคิดงานไม่ออกก็จะเปิดรูปดูไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ลอกนะครับ แต่เพื่อดูว่าคนอื่น ๆ ทำอะไรไปแล้วบ้าง หรือมีแง่มุมไหนที่ยังไม่มีคนทำบ้าง ข้อดีอีกอย่างก็คือ เวลาที่เราเห็นรถรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างออกไปปุ๊บ เราจะรู้ทันทีว่าเทรนด์ในอนาคตต่อจากนี้จะเป็นยังไง เพราะเราเห็นภาพรวมของทั้งหมดที่มีแล้ว จะช่วยให้เรารู้ว่าเทรนด์การออกแบบต่อไปจะไปในทิศทางไหน”

อุปกรณ์จำเป็นบนโต๊ะทำงานของนักออกแบบยานยนต์

  1. กระดานวาด

เนื่องด้วยงานที่นี่ถือว่าเป็นความลับ ผมเลยไม่สามารถเอางานกลับไปทำที่บ้านได้ ดังนั้นถ้าช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่มีไอเดียเกิดขึ้นมา ผมก็จด ๆ วาด ๆ ไว้บนกระดาษแล้วมาทำต่อที่ออฟฟิศ

  1. หูฟัง

ในบางช่วงที่เรามีไอเดียขึ้นมา เราก็จะใช้หูฟังมาช่วย เพื่อให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการออกแบบมากกว่าของรอบ ๆ ตัวครับ

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load