เทศกาลแห่งปีที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ในรูปแบบใหม่ที่เจ๋งแจ๋วไม่แพ้ Wonderfruit

หมู่บ้านวันเดอร์ – MooBaan Wonder เป็นเหมือนการเกิดใหม่ของ Wonderfruit เป็นพื้นที่ที่เชื่อมคนด้วยศิลปะและวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ Thai Talents มาฉายแวว สิ่งที่น่าสนใจคือดนตรีและความบันเทิงที่มาจากศิลปินท้องถิ่น อย่าง Tiffany’s Show ตัวแทนแดนพัทยาที่มาโชว์ความสามารถกันสุดเหวี่ยง ไหนจะศิลปินหมอลำถิ่นอีสาน ฯลฯ 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สิ่งที่ Moobaan Wonder และ Wonderfruit พูดถึงเสมอคือความยั่งยืน เราเห็นสิ่งนั้นผ่านอาหาร เวิร์กช็อป ดนตรี ศิลปะ และร้านรวงจากพ่อค้าแม่ขายที่มีความคิดรักษ์สิ่งเดียวกัน แม้กระทั่งดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

การเชิญชวนให้พกภาชนะใช้ซ้ำเข้างานและจุดแยกขยะรอบงานเป็นหนึ่งความน่ารักดีที่เรายกนิ้วโป้งชื่นชม จุดเริ่มต้นง่ายมากแล้วก็สนุกด้วย แถมแยกละเอียดถึง 7 ประเภท เพื่อเป้าหมาย Zero Landfill ไร้ขยะที่หลุมฝังกลบ

ร่อนการ์ดชวนครอบครัว ชวนเพื่อน ชวนคนรัก หรือจะฉายเดี่ยวไปฉลองให้กับตัวเอง แล้วกดจองตั๋วเข้างานตามชอบ จะวันเดียว 3 วัน หรือเหมาทั้งเทศกาล ถ้าพร้อมก็สตาร์ทรถพุ่งตัวไป Moobaan Wonder ณ บัดนาว

1

Mae Oui Ama by Samrub for Thai

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เปิดประตูหมู่บ้านด้วยสถาปัตยกรรมไม้ไผ่สานขนาดยักษ์ที่โครงสร้างอ่อนช้อยพริ้วไหวรับกับสายน้ำ

บริเวณด้านหน้าต้อนรับเราด้วยบาร์ตรงกลางที่มีทั้งคาเฟ่และอาหาร แต่ทีเด็ดอยู่ตรง สำรับสำหรับไทย ที่เกิดการโคจรมาเจอกันระหว่าง สูตรอาหารแม่อุ๊ย ของ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ สูตรอาหารอาม่า ของ มิ้น-ธัญญพร จารุกิตติคุณ ที่ผสานรวมวัฒนธรรมอาหารจากภาคเหนือและจีนแต้จิ๋วเข้าด้วยกัน มีไอศกรีมเย็นชื่นใจด้วยนะ 

คืนนั้นเราลองข้าวซอยเนื้อวากิวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเมนูมรดกที่เชฟปริญญ์ได้รับจากคุณยาย ส่วนข้าวแกงกะหรี่เนื้อที่เครื่องแกงมาจากสูตรลับของครอบครัวมิ้น รสชาติความเข้มข้นของน้ำแกงกะหรี่ที่ตุ๋นอยู่ในหม้อตรงหน้ายังละมุนในปาก แถมเนื้อก็นุ้มนุ่มเกือบจะละลาย สองเมนูเด็ดเปิดลิ้นและเติมพลังให้เราสนุกกับ Moobaan Wonder ได้อย่างดี

ใครอยากลองลิ้มชิมความอร่อยของอาหารสูตรคุณยาย เชิญฝากท้องได้ตลอดทั้งคืน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

2

Ceremony Chocolate

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

Ceremony Chocolate คาเฟ่ใน Studio Lam ของ เบน-สรวรรธน์ สุวิพร ยกขบวนเฉพาะกิจขนเครื่องดื่ม ช็อกโกแลตและไอศกรีมมาเติมความหอมหวลให้กับ Moobaan Wonder แถมยังได้ฝึกสมาธิกับถาดสวนเซนจำลอง

ค่ำนั้นเราได้ลิ้ม BONBON รสวิสกี้ กล้วยและดาร์ก ช็อกโกแลต ทรัฟเฟิล พร้อมกับไอศกรีมช็อกโกแลต ซอเบรย์ เนื้อแน่น ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตเย็นละมุนลิ้นจากแหล่งปลูกจันทบุรีและนมวัวออร์แกนิกจากฟาร์มลพบุรี

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

โกโก้ของที่นี่มาจากแหล่งปลูกในประเทศไทย จันทบุรี ชัยภูมิ และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทำงานกับชาวสวนทุกกระบวนการ ความน่าทึ่งอยู่ตรงที่โกโก้จาก 3 แหล่งปลูกเป็นพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติที่ได้กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง Ceremony Chocolate เลยเป็นพื้นที่โชว์เคสความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยาการในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย 

3

VOLKS

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

กลิ่นห้อมหอมของเบเกิ้ลในเตาอบช่างเย้ายวนให้เราอยากทำความรู้จัก VOLKS กิจการรุ่นจิ๋วของสองพี่น้องที่จบหมาดจากต่างประเทศ แล้วดันเจอพิษโรคระบาดเลยชวนกันเปิดร้านเบเกิ้ลสไตล์นิวยอร์กที่ย่านอารีย์และสุขุมวิท

ความดีงามของ VOLKS คือคุณเลือกหน้าเบเกิ้ลที่ชอบคู่กับรสชาติที่อยากชิมได้ ซึ่งเบเกิ้ลโฮมเมดเป็นฝีมือของสองศรีพี่น้อง มีให้เลือก 12 แบบ รวมคาวและหวาน เราลังเลอยู่นานจนตัดใจจับคู่เบเกิ้ลหน้าทุกอย่างกับ Smoked Salmon and Capers ไม่นานเกินรอเสียงเตาอบก็ร้องเตือนให้เราใจจดใจจ่อรอเมนูเสิร์ฟร้อนด้านหน้า 

เรากัดหมับเข้าคำแรก ตัวเบเกิ้ลกรอบนอกนุ่มในเข้ากันกับแซลมอนรมควันชิ้นพอดีคำ ความอร่อยพาลให้เรานึกดีใจที่ Moobaan Wonder เปิดพื้นที่และสนับสนุนกิจการรุ่นใหม่ เอาล่ะ ต่อให้กินอีกสองสามชิ้นก็ยังไหว! 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

4

Thinniyom

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ชวนคนต่างถิ่นแวะ ถิ่นนิยม ตลาดอาหารท้องถิ่นที่มายึดครอง Theatre of Feast โดยมี มน-จิราวรรณ คำซาว นักวิจัยสาวจากเชียงดาวที่ผันตัวมาเป็น Smart Famer คอยเป็นเจ้าบ้านที่หยิบวัตถุดิบจากเกษตรกรมาตีความใหม่ ผ่านร้านรวงจากชุมชนและเมนูอาหารพื้นบ้านจาก 4 ภาคของประเทศไทย งานนี้บอกเลยว่า ลำ แซ่บ และหรอยแน่นอน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่าง 2 สัปดาห์แรกของเทศกาลเป็นตัวแทนอาหารจากภาคกลาง ขอแนะนำให้รู้จัก ไก่กะลา เมนูท้องถิ่นของคนชุมชนตะเคียนเตี้ย ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี ที่มีพระเอกเป็นเนื้อมะพร้าวอ่อนบริเวณก้นกะลา จับมาผัดกับเครื่องแกงรสจัดจ้านที่ตำเอง ใส่เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำ ผัดจนหอมใส่ใบกะเพราเพิ่มความเผ็ดร้อน คุณป้าแม่ครัวกระซิบว่าต้องผัดให้มีน้ำหน่อย เอาไปคลุกกินข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเกินบรรยาย ส่วนเนื้อมะพร้าวก็กรอบกรึบมีรสเผ็ดให้สะดุ้งลิ้น

อาหารท้องถิ่นจะหมุนเวียนมาให้ชิมทุกสัปดาห์ อย่างสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเป็นอาหารอีสาน สัปดาห์ถัดไปเป็นอาหารเหนือ และสัปดาห์สุดท้ายเป็นอาหารใต้ นี่แหละคือความยั่งยืนจากท้องถิ่นที่กินได้และอร่อยมากด้วย

5

Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

จุดเด่นของ Wonderfruit และ Moobaan Wonder ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ถูกซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ความเจ๋งที่กำลังจะเล่าสู่กันฟังคือศิลปะติดตั้ง 4 ชิ้นที่ถูกวางกระจายรอบหมู่บ้าน ว่าด้วยเสียงกับงานศิลปะ และการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินไทยกับศิลปินระดับโลก ซึ่งทำงานข้ามทวีปกันผ่านช่องทางออนไลน์ แค่นี้ก็มันแล้ว

เปิดม่านให้กับ Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit ที่เล่าเรื่องผ่าน 4 ธาตุ โลก โลหะ น้ำ และอากาศ ด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์โลกที่ไม่สู้ดีทำให้คนขาดการเชื่อมต่อกัน แต่ Moobaan Wonder เชื่อว่าสิ่งที่จะเชื่อมคนเข้าหากันคือธาตุธรรมชาติ ซึ่งการทำงานของโปรเจกต์เป็นการจับคู่กันระหว่างศิลปินที่ทำโครงสร้างและบันทึกเสียง

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่างงาน Embrace ธาตุโลก เป็นการทำชิ้นงานไม้ระหว่าง ภาคภูมิ ยุทธนานุกร และการบันทึกเสียงของ ศิรษา บุญมา ผู้ก่อตั้ง Hear & Found, งาน Aeropendulum ธาตุอากาศ ที่อัดเสียงรอบตัวจากทั่วโลก, งาน Sonic Path ธาตุโลหะ ที่ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ทำงานกับ Kate Carr และงาน Rueng Loy (เรืองลอย) ธาตุน้ำ ที่มีเสียงกระแสน้ำรอบเกาะการาปากอสของ Sonic Elements participants เชื่อมกันกับแสงสีจาก Eyedropper Fill 

ไม่ว่าจะใกล้จะไกลเราล้วนเป็นคนของโลกทั้งนั้น ท้ายที่สุดธรรมชาติก็เชื่อมเราเข้าด้วยกัน

6

Benja Natural 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เดินมากลางหมู่บ้านเราเจอ TASTE OF WONDER ตลาดชุมชนขนาดจิ๋วที่รวมพ่อค้าแม่ขายท้องถิ่นไทย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และเจ้าของกิจการแสดงแนวคิด Sustainable ผ่านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น

เราภูมิใจเสนอ Benja Natural แบรนด์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากอุทัยธานี ของ พนม เชิดโฉม หนุ่มอำเภอลานสักที่ปลูกต้นไม้เพื่อใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ พนมคือคนเจ๋งคนหนึ่งแห่งวงการคราฟต์ สีย้อมของเขาไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสีแดงจากแก่นแฝงที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากป่า ภูเขา และดวงอาทิตย์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

พนมบอกว่าเขาทดลองสร้างสีกว่า 26 สี จากใบ ดอก ผล ต้น และราก สิ่งที่เขากำลังทำให้คนอุทัยฯ และคนต่างถิ่นเห็น มันมากกว่าความสวยงามที่แสดงออกผ่านสีและลาย แต่คือการกลับมาเห็นคุณค่าของธรรมชาติต่างหาก

ความแสบซ่าของเพื่อนพ้องในชุมชน TASTE OF WONDER ยังแวะเวียนมาให้ทำความรู้จักถึงเดือนมกราคม มี WISHULADA ดีไซเนอร์ที่หยิบของเก่ามาเปลี่ยนเป็นของใหม่ และการ Collaboration กัน ระหว่าง Heartist x Saran Yen Panya กระซิบว่าเราแอบเห็นงานแล้ว เดาไม่ออกว่าจะเป็นอะไร แต่เรารับรองว่าสนุกแน่ ไม่ควรพลาด!

7

Natural Watercolor Making by Untitled

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ถัดจากหมู่บ้าน TASTE OF WONDER มานิด แวะเยือน Camp Edible ทำเวิร์กช็อปจากธรรมชาติรอบตัวกับ Untitled เราเลือกทำสีน้ำจากกลีบกุหลาบ ซึ่งวัสดุให้สีล้วนมาจากหิน ดิน ดอกไม้ที่อยู่ในพื้นที่ Moobaan Wonderใเพียงแค่เอามาตำ บดซ้ำไปซ้ำมา เติมตัวเพิ่มความหนึบหนับของสี บดให้เป็นเนื้อเนียนเข้ากันแล้วใช้เกรียงปาดสีใส่กระปุก พร้อมใช้งาน!

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สีน้ำจากธรรมชาตินอกจากจะเพนต์ลงกระดาษได้แล้ว ยังแต้มสีเติมความสดใสให้สองแก้มได้ด้วยนะ ส่วนสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลมีเวิร์กช็อปทำกระดาษจาก Poo Poo! ช้าง และออกแบบโปสการ์ดใบพิเศษกับเขตรักษาพันธุ์ช้าง (พัทยา) ความสนุกของ Camp Edible คือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างน่ารัก

บ้านไหนพาเด็กๆ มาด้วย เตรียมจดสารพัดเวิร์กช็อปลงลิสต์กิจกรรมครอบครัวโดยด่วน 🙂

8

Tiffany’s Show Pattaya

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ปังปุริเย่! จะมีโอกาสไหนที่เราจะได้ดู Tiffany’s Show ชิดติดขอบเวทีได้เท่า Moobaan Wonder เรามั่นใจว่าเพื่อนบ้านที่เดินเล่นในงานเมื่อได้ยินเสียงดนตรีดังกระหึ่มต้องมายืนรวมพลรอดูโชว์สุดตระการตาที่จะทำให้ตาลุกวาว

ไม่นานหลังจากไฟดับลง แสง สี เสียงก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่าทิฟฟานี่ พวกเธอสวมเดรสสั้นปักเลื่อมที่ล้อกับดวงไฟส่องแสงวิบวับและริมฝีปากที่ขยับตามจังหวะเพลงอย่างแม่นยำ สะกดเราเหมือนต้องมนตร์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

การเกิดขึ้นของ Tiffany’s Show เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บอกตัวตนของเมืองพัทยา และเป็นการดึงความสามารถของคนท้องถิ่นออกมาอย่างเฉิดฉาย สำหรับเรา พื้นที่เวทีด้านหน้าและคนดูหลักร้อยกำลังทำหน้าที่เติมฟืนไฟและความชุ่มฉ่ำหัวใจให้กับบรรดาทิฟฟานี่หลายสิบชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดพันธุ์ใหม่

เราเชื่อว่าคุณสนุกจะจนลุกขึ้นแดนซ์และการแสดงที่เปี่ยมพลังของพวกเธอจะทำให้ค่ำคืนนั้น Perfect

Moobaan Wonder by Wonderfruit

สัปดาห์ที่ 3 จัดขึ้นวันที่ 25 – 27 ธันวาคม 2563

สัปดาห์ที่ 4 จัดขึ้นวันที่ 8 – 10 มกราคม 2564

สัปดาห์ที่ 5 จัดขึ้นวันที่ 15 – 17 มกราคม 2564

บัตรรายวันราคา 690 บาท และ บัตรสุดสัปดาห์ราคา 2,190 บาท

สำรองบัตรได้ที่ wonderfru.it/moobaanticket

รายละเอียดเพิ่มเติม https://wonderfruit.co

สถานที่ Siam Country Club Pattaya ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load