เทศกาลแห่งปีที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ในรูปแบบใหม่ที่เจ๋งแจ๋วไม่แพ้ Wonderfruit

หมู่บ้านวันเดอร์ – MooBaan Wonder เป็นเหมือนการเกิดใหม่ของ Wonderfruit เป็นพื้นที่ที่เชื่อมคนด้วยศิลปะและวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ Thai Talents มาฉายแวว สิ่งที่น่าสนใจคือดนตรีและความบันเทิงที่มาจากศิลปินท้องถิ่น อย่าง Tiffany’s Show ตัวแทนแดนพัทยาที่มาโชว์ความสามารถกันสุดเหวี่ยง ไหนจะศิลปินหมอลำถิ่นอีสาน ฯลฯ 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สิ่งที่ Moobaan Wonder และ Wonderfruit พูดถึงเสมอคือความยั่งยืน เราเห็นสิ่งนั้นผ่านอาหาร เวิร์กช็อป ดนตรี ศิลปะ และร้านรวงจากพ่อค้าแม่ขายที่มีความคิดรักษ์สิ่งเดียวกัน แม้กระทั่งดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

การเชิญชวนให้พกภาชนะใช้ซ้ำเข้างานและจุดแยกขยะรอบงานเป็นหนึ่งความน่ารักดีที่เรายกนิ้วโป้งชื่นชม จุดเริ่มต้นง่ายมากแล้วก็สนุกด้วย แถมแยกละเอียดถึง 7 ประเภท เพื่อเป้าหมาย Zero Landfill ไร้ขยะที่หลุมฝังกลบ

ร่อนการ์ดชวนครอบครัว ชวนเพื่อน ชวนคนรัก หรือจะฉายเดี่ยวไปฉลองให้กับตัวเอง แล้วกดจองตั๋วเข้างานตามชอบ จะวันเดียว 3 วัน หรือเหมาทั้งเทศกาล ถ้าพร้อมก็สตาร์ทรถพุ่งตัวไป Moobaan Wonder ณ บัดนาว

1

Mae Oui Ama by Samrub for Thai

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เปิดประตูหมู่บ้านด้วยสถาปัตยกรรมไม้ไผ่สานขนาดยักษ์ที่โครงสร้างอ่อนช้อยพริ้วไหวรับกับสายน้ำ

บริเวณด้านหน้าต้อนรับเราด้วยบาร์ตรงกลางที่มีทั้งคาเฟ่และอาหาร แต่ทีเด็ดอยู่ตรง สำรับสำหรับไทย ที่เกิดการโคจรมาเจอกันระหว่าง สูตรอาหารแม่อุ๊ย ของ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ สูตรอาหารอาม่า ของ มิ้น-ธัญญพร จารุกิตติคุณ ที่ผสานรวมวัฒนธรรมอาหารจากภาคเหนือและจีนแต้จิ๋วเข้าด้วยกัน มีไอศกรีมเย็นชื่นใจด้วยนะ 

คืนนั้นเราลองข้าวซอยเนื้อวากิวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเมนูมรดกที่เชฟปริญญ์ได้รับจากคุณยาย ส่วนข้าวแกงกะหรี่เนื้อที่เครื่องแกงมาจากสูตรลับของครอบครัวมิ้น รสชาติความเข้มข้นของน้ำแกงกะหรี่ที่ตุ๋นอยู่ในหม้อตรงหน้ายังละมุนในปาก แถมเนื้อก็นุ้มนุ่มเกือบจะละลาย สองเมนูเด็ดเปิดลิ้นและเติมพลังให้เราสนุกกับ Moobaan Wonder ได้อย่างดี

ใครอยากลองลิ้มชิมความอร่อยของอาหารสูตรคุณยาย เชิญฝากท้องได้ตลอดทั้งคืน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

2

Ceremony Chocolate

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

Ceremony Chocolate คาเฟ่ใน Studio Lam ของ เบน-สรวรรธน์ สุวิพร ยกขบวนเฉพาะกิจขนเครื่องดื่ม ช็อกโกแลตและไอศกรีมมาเติมความหอมหวลให้กับ Moobaan Wonder แถมยังได้ฝึกสมาธิกับถาดสวนเซนจำลอง

ค่ำนั้นเราได้ลิ้ม BONBON รสวิสกี้ กล้วยและดาร์ก ช็อกโกแลต ทรัฟเฟิล พร้อมกับไอศกรีมช็อกโกแลต ซอเบรย์ เนื้อแน่น ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตเย็นละมุนลิ้นจากแหล่งปลูกจันทบุรีและนมวัวออร์แกนิกจากฟาร์มลพบุรี

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

โกโก้ของที่นี่มาจากแหล่งปลูกในประเทศไทย จันทบุรี ชัยภูมิ และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทำงานกับชาวสวนทุกกระบวนการ ความน่าทึ่งอยู่ตรงที่โกโก้จาก 3 แหล่งปลูกเป็นพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติที่ได้กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง Ceremony Chocolate เลยเป็นพื้นที่โชว์เคสความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยาการในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย 

3

VOLKS

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

กลิ่นห้อมหอมของเบเกิ้ลในเตาอบช่างเย้ายวนให้เราอยากทำความรู้จัก VOLKS กิจการรุ่นจิ๋วของสองพี่น้องที่จบหมาดจากต่างประเทศ แล้วดันเจอพิษโรคระบาดเลยชวนกันเปิดร้านเบเกิ้ลสไตล์นิวยอร์กที่ย่านอารีย์และสุขุมวิท

ความดีงามของ VOLKS คือคุณเลือกหน้าเบเกิ้ลที่ชอบคู่กับรสชาติที่อยากชิมได้ ซึ่งเบเกิ้ลโฮมเมดเป็นฝีมือของสองศรีพี่น้อง มีให้เลือก 12 แบบ รวมคาวและหวาน เราลังเลอยู่นานจนตัดใจจับคู่เบเกิ้ลหน้าทุกอย่างกับ Smoked Salmon and Capers ไม่นานเกินรอเสียงเตาอบก็ร้องเตือนให้เราใจจดใจจ่อรอเมนูเสิร์ฟร้อนด้านหน้า 

เรากัดหมับเข้าคำแรก ตัวเบเกิ้ลกรอบนอกนุ่มในเข้ากันกับแซลมอนรมควันชิ้นพอดีคำ ความอร่อยพาลให้เรานึกดีใจที่ Moobaan Wonder เปิดพื้นที่และสนับสนุนกิจการรุ่นใหม่ เอาล่ะ ต่อให้กินอีกสองสามชิ้นก็ยังไหว! 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

4

Thinniyom

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ชวนคนต่างถิ่นแวะ ถิ่นนิยม ตลาดอาหารท้องถิ่นที่มายึดครอง Theatre of Feast โดยมี มน-จิราวรรณ คำซาว นักวิจัยสาวจากเชียงดาวที่ผันตัวมาเป็น Smart Famer คอยเป็นเจ้าบ้านที่หยิบวัตถุดิบจากเกษตรกรมาตีความใหม่ ผ่านร้านรวงจากชุมชนและเมนูอาหารพื้นบ้านจาก 4 ภาคของประเทศไทย งานนี้บอกเลยว่า ลำ แซ่บ และหรอยแน่นอน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่าง 2 สัปดาห์แรกของเทศกาลเป็นตัวแทนอาหารจากภาคกลาง ขอแนะนำให้รู้จัก ไก่กะลา เมนูท้องถิ่นของคนชุมชนตะเคียนเตี้ย ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี ที่มีพระเอกเป็นเนื้อมะพร้าวอ่อนบริเวณก้นกะลา จับมาผัดกับเครื่องแกงรสจัดจ้านที่ตำเอง ใส่เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำ ผัดจนหอมใส่ใบกะเพราเพิ่มความเผ็ดร้อน คุณป้าแม่ครัวกระซิบว่าต้องผัดให้มีน้ำหน่อย เอาไปคลุกกินข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเกินบรรยาย ส่วนเนื้อมะพร้าวก็กรอบกรึบมีรสเผ็ดให้สะดุ้งลิ้น

อาหารท้องถิ่นจะหมุนเวียนมาให้ชิมทุกสัปดาห์ อย่างสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเป็นอาหารอีสาน สัปดาห์ถัดไปเป็นอาหารเหนือ และสัปดาห์สุดท้ายเป็นอาหารใต้ นี่แหละคือความยั่งยืนจากท้องถิ่นที่กินได้และอร่อยมากด้วย

5

Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

จุดเด่นของ Wonderfruit และ Moobaan Wonder ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ถูกซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ความเจ๋งที่กำลังจะเล่าสู่กันฟังคือศิลปะติดตั้ง 4 ชิ้นที่ถูกวางกระจายรอบหมู่บ้าน ว่าด้วยเสียงกับงานศิลปะ และการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินไทยกับศิลปินระดับโลก ซึ่งทำงานข้ามทวีปกันผ่านช่องทางออนไลน์ แค่นี้ก็มันแล้ว

เปิดม่านให้กับ Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit ที่เล่าเรื่องผ่าน 4 ธาตุ โลก โลหะ น้ำ และอากาศ ด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์โลกที่ไม่สู้ดีทำให้คนขาดการเชื่อมต่อกัน แต่ Moobaan Wonder เชื่อว่าสิ่งที่จะเชื่อมคนเข้าหากันคือธาตุธรรมชาติ ซึ่งการทำงานของโปรเจกต์เป็นการจับคู่กันระหว่างศิลปินที่ทำโครงสร้างและบันทึกเสียง

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่างงาน Embrace ธาตุโลก เป็นการทำชิ้นงานไม้ระหว่าง ภาคภูมิ ยุทธนานุกร และการบันทึกเสียงของ ศิรษา บุญมา ผู้ก่อตั้ง Hear & Found, งาน Aeropendulum ธาตุอากาศ ที่อัดเสียงรอบตัวจากทั่วโลก, งาน Sonic Path ธาตุโลหะ ที่ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ทำงานกับ Kate Carr และงาน Rueng Loy (เรืองลอย) ธาตุน้ำ ที่มีเสียงกระแสน้ำรอบเกาะการาปากอสของ Sonic Elements participants เชื่อมกันกับแสงสีจาก Eyedropper Fill 

ไม่ว่าจะใกล้จะไกลเราล้วนเป็นคนของโลกทั้งนั้น ท้ายที่สุดธรรมชาติก็เชื่อมเราเข้าด้วยกัน

6

Benja Natural 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เดินมากลางหมู่บ้านเราเจอ TASTE OF WONDER ตลาดชุมชนขนาดจิ๋วที่รวมพ่อค้าแม่ขายท้องถิ่นไทย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และเจ้าของกิจการแสดงแนวคิด Sustainable ผ่านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น

เราภูมิใจเสนอ Benja Natural แบรนด์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากอุทัยธานี ของ พนม เชิดโฉม หนุ่มอำเภอลานสักที่ปลูกต้นไม้เพื่อใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ พนมคือคนเจ๋งคนหนึ่งแห่งวงการคราฟต์ สีย้อมของเขาไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสีแดงจากแก่นแฝงที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากป่า ภูเขา และดวงอาทิตย์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

พนมบอกว่าเขาทดลองสร้างสีกว่า 26 สี จากใบ ดอก ผล ต้น และราก สิ่งที่เขากำลังทำให้คนอุทัยฯ และคนต่างถิ่นเห็น มันมากกว่าความสวยงามที่แสดงออกผ่านสีและลาย แต่คือการกลับมาเห็นคุณค่าของธรรมชาติต่างหาก

ความแสบซ่าของเพื่อนพ้องในชุมชน TASTE OF WONDER ยังแวะเวียนมาให้ทำความรู้จักถึงเดือนมกราคม มี WISHULADA ดีไซเนอร์ที่หยิบของเก่ามาเปลี่ยนเป็นของใหม่ และการ Collaboration กัน ระหว่าง Heartist x Saran Yen Panya กระซิบว่าเราแอบเห็นงานแล้ว เดาไม่ออกว่าจะเป็นอะไร แต่เรารับรองว่าสนุกแน่ ไม่ควรพลาด!

7

Natural Watercolor Making by Untitled

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ถัดจากหมู่บ้าน TASTE OF WONDER มานิด แวะเยือน Camp Edible ทำเวิร์กช็อปจากธรรมชาติรอบตัวกับ Untitled เราเลือกทำสีน้ำจากกลีบกุหลาบ ซึ่งวัสดุให้สีล้วนมาจากหิน ดิน ดอกไม้ที่อยู่ในพื้นที่ Moobaan Wonderใเพียงแค่เอามาตำ บดซ้ำไปซ้ำมา เติมตัวเพิ่มความหนึบหนับของสี บดให้เป็นเนื้อเนียนเข้ากันแล้วใช้เกรียงปาดสีใส่กระปุก พร้อมใช้งาน!

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สีน้ำจากธรรมชาตินอกจากจะเพนต์ลงกระดาษได้แล้ว ยังแต้มสีเติมความสดใสให้สองแก้มได้ด้วยนะ ส่วนสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลมีเวิร์กช็อปทำกระดาษจาก Poo Poo! ช้าง และออกแบบโปสการ์ดใบพิเศษกับเขตรักษาพันธุ์ช้าง (พัทยา) ความสนุกของ Camp Edible คือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างน่ารัก

บ้านไหนพาเด็กๆ มาด้วย เตรียมจดสารพัดเวิร์กช็อปลงลิสต์กิจกรรมครอบครัวโดยด่วน 🙂

8

Tiffany’s Show Pattaya

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ปังปุริเย่! จะมีโอกาสไหนที่เราจะได้ดู Tiffany’s Show ชิดติดขอบเวทีได้เท่า Moobaan Wonder เรามั่นใจว่าเพื่อนบ้านที่เดินเล่นในงานเมื่อได้ยินเสียงดนตรีดังกระหึ่มต้องมายืนรวมพลรอดูโชว์สุดตระการตาที่จะทำให้ตาลุกวาว

ไม่นานหลังจากไฟดับลง แสง สี เสียงก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่าทิฟฟานี่ พวกเธอสวมเดรสสั้นปักเลื่อมที่ล้อกับดวงไฟส่องแสงวิบวับและริมฝีปากที่ขยับตามจังหวะเพลงอย่างแม่นยำ สะกดเราเหมือนต้องมนตร์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

การเกิดขึ้นของ Tiffany’s Show เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บอกตัวตนของเมืองพัทยา และเป็นการดึงความสามารถของคนท้องถิ่นออกมาอย่างเฉิดฉาย สำหรับเรา พื้นที่เวทีด้านหน้าและคนดูหลักร้อยกำลังทำหน้าที่เติมฟืนไฟและความชุ่มฉ่ำหัวใจให้กับบรรดาทิฟฟานี่หลายสิบชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดพันธุ์ใหม่

เราเชื่อว่าคุณสนุกจะจนลุกขึ้นแดนซ์และการแสดงที่เปี่ยมพลังของพวกเธอจะทำให้ค่ำคืนนั้น Perfect

Moobaan Wonder by Wonderfruit

สัปดาห์ที่ 3 จัดขึ้นวันที่ 25 – 27 ธันวาคม 2563

สัปดาห์ที่ 4 จัดขึ้นวันที่ 8 – 10 มกราคม 2564

สัปดาห์ที่ 5 จัดขึ้นวันที่ 15 – 17 มกราคม 2564

บัตรรายวันราคา 690 บาท และ บัตรสุดสัปดาห์ราคา 2,190 บาท

สำรองบัตรได้ที่ wonderfru.it/moobaanticket

รายละเอียดเพิ่มเติม https://wonderfruit.co

สถานที่ Siam Country Club Pattaya ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load