ติงลิ่งติง

เป็นคำสร้อยที่ได้ยินบ่อย ๆ ในเพลงกล่อมเด็กพื้นบ้านของอีสาน แล้วก็อยู่ในเพลงดังที่ชื่อว่า อีสานม่วนงัน

เป็นคำพ้องเสียงกับThink Link Things : วิเคราะห์ เชื่อมโยง ทุกสรรพสิ่ง’ ชื่อธีมงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ปีนี้ ซึ่งแปลได้ว่า นี่เป็นเทศกาลเชื่อมโยงเรื่องราวของย่าน ผู้คน ธุรกิจดั้งเดิม และผลิตภัณฑ์โดดเด่นของท้องถิ่น ให้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมืองด้วยรากความเป็นอีสานอย่างเกื้อกูลกัน

เป็นการเล่นคำที่ม่วนหลาย! แถมยังสื่อสารความหมายได้ดี จนอยากเอ่ยชมอีกสัก 10 ที

เราเดินทางไปขอนแก่น ตั้งใจไปศึกษาว่า CEA ขอนแก่น ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ เครือข่ายนักสร้างสรรค์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เขาร่วมมือกันทำอะไร-อย่างไร เพื่อส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิง อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมจักสานและงานฝีมือ ซึ่งเป็น 3 กลุ่มที่โดดเด่นของภูมิภาคนี้

Isan Creative Festival 2022 จัดขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดขอนแก่น หลัก ๆ ได้แก่ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบขอนแก่น (TCDC Khon Kaen) และย่านสร้างสรรค์ศรีจันทร์-กังสดาล ย่านเมืองเก่าและย่านธุรกิจสำคัญของจังหวัดที่เต็มไปด้วยพลวัต เป็นย่านแห่งชีวิตที่มีความเปลี่ยนแปลงท่ามกลางรากเหง้าที่ยังมีให้เห็น 

คอลัมน์ Take Me Out เก็บ 10 นิทรรศการน่าไปชม ว่าพวกเขาทำอย่างไรให้งานออกแบบไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสะท้อนหลักการทำงานด้วยการวิเคราะห์เชื่อมโยงปัจจัยต่าง ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนา แต่บอกก่อนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกมากให้ไปเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม นี้ แล้วก็มีนิทรรศการบางส่วนที่จัดไว้บน ‘เวลาเวิร์ส’ (Velaverse) โลกเสมือนจริงหรือ Metaverse แห่งแรกของจังหวัดนครราชสีมาด้วยนะ

จังได๋ก็มาเทิงมวน เทิงได้ฮู้นำกันก่อน!

พิกัด TCDC ขอนแก่น

01 นิทรรศการ Isan Solutions
ศิลปิน CEA x Japan Foundation

มัดรวม 10 นิทรรศการม่วนซื่นที่ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565

เริ่มด้วยงานศิลปะของคนธรรมดาที่ค้นพบความงามในสิ่งของธรรมดา ทัวร์โลกหัตถศิลป์แบบบ้าน ๆ ซื่อ ๆ ที่นำเสนอความตรงไปตรงมา ‘แปนแปน’ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างสรรค์มาจากวิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เมื่อไม่มีเวลาปั้นปรุงของเหล่านี้ จึงใช้วิธีพึ่งพาธรรมชาติ และความสนุกสนานที่หาได้รอบตัวซึ่งอยู่ในสายเลือด มาสร้างงานหัตถกรรมที่มาจากภูมิปัญญาธรรมดาเป็นพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ไม่ออกแบบ

และสิ่งนี้เอง สอดคล้องกับปรัชญา ‘มินเง’ (Mingei) ของญี่ปุ่น หมายความว่าหัถตศิลป์พื้นบ้าน (Folk Art) ที่ใช้เวลาฝึกฝนยาวนานจนเกิดเป็นทักษะเฉพาะตัว สองแนวคิดเลยได้มาหลอมรวมกันในนิทรรศการ Isan Solutions นี้

02 Mudmee NFT
ศิลปิน CEA

มัดรวม 10 นิทรรศการม่วนซื่นที่ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565

ขอนแก่นได้ชื่อว่าเป็น ‘นครแห่งผ้ามัดหมี่’ แห่งแรกในเอเชีย นอกจากผืนผ้าสวย ๆ ที่นำมาจัดแสดง เราได้เห็นตัวอย่างการพาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เข้ามาต่อยอดศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม เพราะงานนี้ ศิลปิน NFT (Non-Fungible Token) จากทั่วประเทศร่วมมือกับกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ในภาคอีสาน หยิบลวดลายบนผืนผ้าและองค์ประกอบเล็กน้อย เช่น ลายสับปะรด แพตเทิร์นการทอ รวมถึงสีสัน ไปสร้างสรรค์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ที่กำลังมาแรง เพื่อขยายตลาดผ้ามัดหมี่สู่โลกดิจิทัล และแสวงหารูปแบบการทำเงินใหม่ ๆ ให้ศิลปิน รวมถึงหยิบเอาผลงานไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้อีกมาก เจ๋งไปเลย!

03 นิทรรศการ Thai swag : จ๊าบดี
ศิลปิน แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์ 

มัดรวม 10 นิทรรศการม่วนซื่นที่ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565

การพาผ้าอีสานกลับภูมิลำเนา ไปพร้อมกับ Modern Culture แบบฉีกกฎ ของ Pearypie หรือ แพร-อมตา จิตตะเสนีย์ ผู้หลงใหลในความงามของผ้าไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเรื่องราวที่บรรพษุรุษซ่อนไว้ เธอเล่าว่าภูมิใจทุกครั้งที่สวมใส่ จึงมีไอเดียจับมาแมตช์กับการแต่งตัวสตรีทสไตล์ที่ชอบและปรับตามวิถีชีวิตประจำวัน จ๊าบดีไหมล่ะ

ทั้งผ้ามัดหมี่สีธรรมชาติ จังหวัดสุรินทร์ เข้าคู่กับสูทโอเวอร์ไซส์และกางเกงผ่าข้างสีดำ กางเกงสีเขียวขี้ม้าผ้ากาบบัว จังหวัดอุดรธานี ใส่กับแจ็กเก็ตตัวโคร่ง สวมเสื้อลายไฟสีนีออนข้างใน กางแกงผ้าซิ่นตีนแดง จังหวัดบุรีรัมย์ สวมแจ็กเก็ตหนังพร้อมหมวกเบเร่ต์ และผ้าไทยผืนแรกที่เปลี่ยนชีวิต อย่างผ้าไหมมัดหมี่สีเทา ตรานกยูง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเธอนำไปตัดเป็นสูทสุดเก๋ ใส่ไปเฉิดฉายชมแฟชั่นโชว์ของ Dior ที่ฝรั่งเศส จนชาวเมืองน้ำหอมแตกแตนมาแล้ว แพรี่พายเล่าแต่ละชิ้นอย่างสนุก พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า ‘อย่ากลัวที่จะเป็นตัวเอง’

มัดรวม 10 นิทรรศการม่วนซื่นที่ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565

ที่นำมาจัด Professional Showcase นี้มีแค่ 10 ชุดเท่านั้น ถ้าใครอยากลองใส่บ้าง ตามไปดูต่อในอินสตาแกรมของเธอได้เลย

04 นิทรรศการ มักหมัก (Isan Flavor Library) 
ศิลปิน CEA x Mirtphol x Kaen x เชฟหนุ่ม 

ภูมิปัญญาการหมักดองของอีสานอยู่ในวัฒนธรรมเรื่อยมา เป็นศาสตร์การถนอมอาหารที่น่าสนใจ เพราะทำให้เกิดความซับซ้อนและความหลากหลายของรสชาติ แล้วรสชาติอาหารหมักดองอีสานซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมการกินของท้องถิ่นจะต่อยอด หรือมองหาความเป็นไปได้ใหม่ แล้วพาไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์อย่างไร ตาม เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์, เชฟ Curtis Hetland และ ทีมหมาน้อยฟู้ดแลปส์ เข้าห้องทดลองผสมรสชาติและผสานศาสตร์ด้านต่าง ๆ แห่งการหมักดอง จนเกิดเป็นรสชาติที่ต่างออกไป เช่น Oils, Vinegas, Garums, Pickles, Shoyu และ Amazake ได้ในนิทรรศการมักหมัก – Isan Flavour Library แล้วความลับก็ถูกเปิดเผย!

05 นิทรรศการ ปลูก เด็ด เฮ็ด เฮียนฮู้ (Lunch & Learn : School Yard Lunch)
ศิลปิน CEA

มัดรวม 10 นิทรรศการม่วนซื่นที่ต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565

ถ้ามีงบเพียง 21 บาท เด็ก ๆ วัยประถมศึกษาจะต้องกินอะไรให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่เพียงพอและอิ่มท้อง

จากโครงการพัฒนาอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ‘อิ่มท้อง สมองใส’ (Lunch & Learn) จึงนำไปสู่การพัฒนาวัตถุดิบมาทำอาหารกลางวันของโรงเรียน และต่อยอดสู่ความยั่งยืนทางอาหารใน 3 ประเด็น คือ 1) สร้างองค์ความรู้ด้านวัตถุดิบท้องถิ่น เด็ก ๆ ได้รู้จักสิ่งที่ตัวเองกำลังกิน เข้าใจและลดอคติที่มีต่อผักพื้นบ้าน 2) นวัตกรรมการเกษตรที่ช่วยบุคลากรให้สร้างการเกษตรที่ยั่งยืน ส่งต่อไปยังห้องครัวของโรงเรียนได้จริง งบน้อย ดูแลง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง และ 3) เมนูสร้างสรรค์และครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ถูกใจผู้กิน บุคลากรบริหารจัดการได้อย่างมีคุณภาพ

ปีนี้โครงการต่อยอดทำงานร่วมกันกับเกษตรกร แม่ครัว บุคลากร และนักเรียน เกิดเป็นฟาร์มปลูกผักตามฤดูกาลที่ไม่ใช่แค่ใช้ในโรงเรียนตัวเองเท่านั้น ยังนำไปปรุงอาหารกลางวันให้โรงเรียนรอบ ๆ ได้ด้วย ซึ่งองค์ความรู้ทั้งหมดจัดแสดงไว้แล้วในนิทรรศการนี้

พิกัด : โรงแรมสวัสดี

06 Projection mapping show : ฉายฮูป หน้าฮ้าน กลางย่านศรีจันทร์

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

โรงแรมสวัสดีปิดกิจการไปแล้ว แต่ตัวอาคารที่ยาวขนานไปกับถนนหน้าเมืองราว 100 เมตรยังคงอยู่ และเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมยุโรปแบผสมผสสานน่าสนใจ แสดงถึงความรุ่งเรืองด้านพาณิชย์ของถนนสายนี้ เหล่าศิลปินและ CEA อยากพลิกฟื้นย่านนี้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการจุดประกายให้เห็นว่าอาคารเก่าร้างทำอะไรได้อีกบ้าง

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

พวกเขาเปลี่ยนฟาซาดหน้าโรงแรมเป็นอาร์ตแกลเลอรี่ ฉายฮูป เเสดงเเสง สี เสียง ผ่านเทคนิค Projection Mapping เชื่อมโยงการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ บอกเล่าความเป็นมาของเรื่องราว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นหมอลำ องค์ความรู้ทางฮูปแต้ม จิตรกรรมฝาผนัง เล่นเพลงที่แต่งขึ้นโดย อาจารย์อ้น แคนเขียว หมอแคนแห่งแดนอีสาน ส่วนภาพเคลื่อนไหวที่ฉาย ออกแบบโดยสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย หรือ ThaiGa ซึ่งล้วนเป็น Soft Power ชั้นดี

ฉายฮูป หน้าฮ้าน กลางย่านศรีจันทร์ จัดแสดงทุกวัน วันละ 3 รอบ เวลา 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น.

พิกัด : สถานีขนส่งปรับอากาศจังหวัดขอนแก่น, ห้องจำหน่ายตั๋ว

07 นิทรรศการเล่นแร่แปรผ้า (House Of Fabric-ation) 
ศิลปิน CEA

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

พลาสติก อะลูมิเนียม หนังยาว เศษผ้า เส้นใยพืชและผลไม้ ทุกสิ่งคือสิ่งทอ

เล่นแร่แปรผ้า เป็นนิทรรศการที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับการทอผ้า อัตลักษณ์ของภูมิภาค รากเหง้าที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น

แต่สินค้าแฟชั่นในที่นี้ ไม่ได้มีแค่ความสวยอย่างเดียว แต่ได้ช่วยชุมชนด้วยการนำวัสดุเหลือทิ้งและการทดลองทอจากสิ่งรอบตัวมารังสรรค์ผลงานบนพื้นฐานทักษะดั้งเดิม ทลายข้อจำกัดเดิม ๆ และเป็นไอเดียต่อยอดไปอีกไกล 

ที่เราชอบมากคือผ้าทุกผืนที่เห็นว่าเป็นผืนใหญ่ รวมถึงสังกะสีที่นำมาตกแต่งในนิทรรศการ จะนำไปใช้งานต่อโดยไม่ให้เหลือเป็นขยะเลยสักชิ้น

08 Made in Srichan 2
ศิลปิน CEA

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

เคสตัวอย่างการลงมือชวนนักออกแบบอีสานร่วมกันกับร้านค้า ต่อยอดสินทรัพย์อันมีคุณค่าของย่านสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มชุมชน ผู้ประกอบการ และธุรกิจดั้งเดิมภายในย่าน ให้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศรีจันทร์ อีก 10 ร้านค้า อย่างโตเกียวเบเกอรี่ น้ำเต้าหู้ร้อยปี เองเกฮึ้งโอสถ ครัวหยก สมุนไพรชุมชนพระลับ กลุ่มร่มเย็น จักสานโนนหนองวัด ชัยมหาเบเกอรี่ ชุมชนเทพารักพัฒนา

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

งานนี้พวกเขาสร้างผลิตภัณฑ์โฉมใหม่ เมนูใหม่ และการเล่าเรื่องราวแบบใหม่ ยกระดับให้กับร้านค้าให้เข้าถึงคนมากขึ้น ดูจากชื่อร้านค้าแล้วรับรองว่าสนุกทุกชิ้น อย่างน้ำเต้าหู้ร้อยปีนี่ แพ็กเกจใหม่ช่างน่าเหมา ไหนจะร่มเย็นที่ใช้ผ้าไทยมาตัดเย็บเข้าไปใหม่ส้วยสวย จักสานโนนหนองวัดที่ทำกระเป๋า Seven Days แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า ‘แก่นสาน’ ทำเอาอยากหิ้ววันละสีเลยล่ะ

พิกัด : โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

09 นิทรรศการ Khon Kaen Urban Transit

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

ในอนาคตอันใกล้ เมืองขอนแก่นกำลังจะมีรถไฟฟ้ารางเบา ที่ออกแบบโดยคนขอนแก่น ผลิตโดยคนขอนแก่น ใช้ก่อนใคร

Khon Kaen Urban Transit เลยเป็นนิทรรศการสื่อกลางในการเล่าเรื่องระบบการขนส่งสาธารณะของเมืองขอนแก่นที่จะเกิดขึ้น เช่น โครงการแทรมน้อยรอบสวนสาธารณะบึงแก่นนคร โครงการ LRT และโครงการ Smart สองแถว ฯ แน่นอนว่านี่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้ชัดเจนที่สุด

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

งานนี้เป็นโครงการที่ บพข. จัดสรรทุนวิจัยให้กับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดยมี ดร.ไพวรรณ เกิดตรวจ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย

พิกัด : 1502 Srichan Creative Sharing Space

10 นิทรรศการ อีสานบ้านเฮา
ศิลปิน CEA x สกลจังซั่น x Korat Crafting Lab x มทส

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

นิทรรศการที่ยกภูมิปัญญา วัฒนธรรม สินทรัพย์ และความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่สกลนครและนครราชสีมา เช่น สกลจังซั่น มหาสารคราฟต์ ผู้ปลุกปั้นให้เมืองก้าวสู่การเป็น ‘พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ มาไว้ใน 1502 Srichan Creative Sharing Space งานนี้ใครที่พลาดไป ก็มาใช้โอกาสนี้ซ้ำได้เลย 

ภายในพื้นที่ทั้ง 3 ชั้นถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘บ้านเฮา’ ความเป็นอีสานหลากหลายแง่มุม บวกกับการต่อยอดด้วยการออกแบบเเละนวัตกรรม ไปสู่การพัฒนาที่ไม่ลืมรากเหง้า ทั้งการทอผ้า การย้อมผ้า อาหาร ประเพณี ไปจนถึงสถาปัตยกรรมได้อย่างเห็นภาพ

พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
พาไปซิ่ง Isan Creative Festival 2022 รู้จักอีสานในมุมสร้างสรรค์ ทั้งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

อ้อ! ก่อนกลับ อย่าลืมอุดหนุนกาแฟ Slow Bar จากร้านกาแฟดริปยิปซี ที่แปรเหล่าคนสร้างสรรค์เพื่อนบ้าน เช่น ภูคราม, Mann Craft, Wisdomative ฯลฯ มาเป็นรสชาติกาแฟเฮาส์เบลนด์ที่ไม่เหมือนใครด้วยนะ

เยี่ยมยามบ้านหมอลำ (Molam House Hopping)

ขอแถมอีก 1 กิจกรรมที่เราชอบมาก คือ เยี่ยมยามบ้านหมอลำ (Molam House Hopping) สำรวจเส้นทางวัฒนธรรมเอกลักษณ์อีสาน ‘บ้านหมอลำ’ สัมผัสประสบการณ์ วิถีชีวิต และเรื่องราวกว่าจะเป็นอาชีพเลี้ยงตัว ที่บ้านหมอลำอุดมศิลป์ แม่วันดี บ้านหมอลำพื้นแห่งแรกในขอนแก่น ซึ่งในวันรอบสื่อ เราได้ชมการแสดงจำปาสี่ต้น ตอนกำเนิดจำปาสี่ต้น (มีทั้งหมด 30 ตอน) โดย แม่วันดี พลทองสถิตย์ วัย 71 ผู้รำเรียนวิชาหมอลำพื้นจากครูพักลำจำตั้งแต่อายุ 12 ซึ่งเธออ่านไม่ออก เขียนหนังสือก็ไม่เป็น แต่ใช้วิธีการจำบทพูดบทร้องเองทั้งหมด

หมอลำพื้นหรือหมอลำผ้าขาวม้าจะแสดงคนเดียว ใช้ผ้าขาวม้าเป็นสื่อ รวมถึงกำหนดฐานะตัวละครด้วยการพับ (ไว้รอติดตามอ่านเรื่องราวของแม่ครูวันดีฉบับเต็มเร็ว ๆ นี้) ซึ่งนอกจากบ้านหมอลำอุดมศิลป์แล้ว ยังมีบ้านหมอลำกลอน แม่ราตรีศรีวิไล และบ้านหมอลำระเบียบ วาทะศิลป์ ให้ไปชมด้วย

Molam House Hopping จัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม เวลา 09.00 – 17.00น. (มีค่ากิจกรรม 300 บาท) ซื้อตั๋วเดินทางได้ที่ : www.eventpop.me/e/12431

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
14.03 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load