เยอรมนี vs ปารากวัย คืนวันที่ 29 มิถุนายน 2026 บน Gillette Stadium เมืองฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ กลายเป็นเวทีของปาฏิหาริย์ฟุตบอลโลกที่ยากจะลืมเลือน เมื่อเยอรมนีและปารากวัยเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที ก่อนที่ปารากวัยจะคว้าชัยชนะในการดวลจุดโทษ 4-3 ส่งให้ชาติสี่แชมป์โลกอย่างเยอรมนีต้องอำลาบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ในรอบ 32 ทีม
สถิติหลังเกมบอกทุกอย่าง เยอรมนียิงถึง 21 ครั้งเทียบกับปารากวัยเพียง 7 ครั้ง มีบอลเข้าเป้า 6 ลูกต่อ 3 ลูก และ ออร์แลนโด กิล ผู้รักษาประตูของปารากวัยต้องเซฟถึง 6 ครั้ง ขณะที่ มานูเอล นอยเออร์ เผชิญแรงกดดันเพียง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายฝ่ายที่โดมิเนตกลับแพ้ในสงครามจุดโทษ ข่าวฟุตบอลโลก
ครึ่งแรก — เยอรมนีครองเกม เอนซิโซพุ่งหัวช็อคโลก

เยอรมนีเปิดเกมด้วยการครองบอลเกือบ 80% ในช่วง 15 นาทีแรก และกดดันแนวรับปารากวัยอย่างหนักตั้งแต่ต้น แต่ปารากวัยจัดแนวรับ 5 คนอย่างแน่นหนา ทำให้เยอรมนีสร้างโอกาสที่ชัดเจนได้น้อยมากในช่วงกลางครึ่งแรก
ก่อนหมดครึ่งแรก นเมชา ยิงแต่บอลถูกกองหลังเบี่ยงออกเป็นลูกเตะมุม ตามด้วย คิมมิค ยิงระยะไกลแต่ กิล รับได้อย่างสบาย ดูเหมือนเยอรมนีจะควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด
ในนาทีที่ 40 ฮูลิโอ เอนซิโซ พุ่งหัวรับบอลจาก มาติอัส กาลาร์ซา ของแอตแลนตา ยิงเข้าประตูเยอรมนีอย่างสวยงาม นับเป็นประตูแรกในประวัติศาสตร์รอบน็อคเอาท์ของปารากวัย และเป็นประตูสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชาติ ก่อนที่ครึ่งแรกจะจบลงด้วยสกอร์ 0-1 ท่ามกลางความตกตะลึงของแฟนบอลทั่วโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ครึ่งหลัง — ฮาเวิร์ตซ์ตีเสมอ กิลวีรบุรุษปิดประตู

ในนาทีที่ 54 เยอรมนีได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ไค ฮาเวิร์ตซ์ พุ่งหัวรับบอลครอสของ ฟลอเรียน วีร์ตซ์ ยิงผ่าน กิล ได้อย่างทรงพลัง ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1 และเยอรมนีเริ่มกดดันอย่างหนักเพื่อหาประตูชัย
ในนาทีที่ 57 เอนซิโซ ต้องออกจากสนามเนื่องจากบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ปารากวัยสูญเสียอาวุธคมที่สุดในเกมนี้
นาทีที่ 78 ฮาเวิร์ตซ์เกือบยิงประตูที่สองได้ แต่ กิล เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงท้ายเยอรมนียิ่งเพิ่มแรงกดดัน แต่ปารากวัยยืนหยัดได้ด้วยหัวใจของนักสู้ที่แท้จริง เกมจบที่ 1-1 หลัง 90 นาที
ต่อเวลาพิเศษ — ทาห์โดนยกเลิก VAR บีบหัวใจแฟนเยอรมนี

ในช่วงต่อเวลาพิเศษเยอรมนีส่งครอสเข้ากรอบโทษอย่างต่อเนื่อง ฮาเวิร์ตซ์มีโอกาสอีกครั้งในช่วงต่อเวลาแรก แต่ กิล เซฟได้อีกครั้ง ปิดกั้นเยอรมนีอย่างน่าทึ่ง
ดราม่าสูงสุดมาถึงเมื่อ โจนาธาน ทาห์ พุ่งหัวจากลูกเตะมุมของ นาธาเนียล บราวน์ ยิงเข้าประตูได้ สนามระเบิดเสียงโห่ร้อง แต่ VAR ตรวจสอบนานหลายนาทีก่อนยกเลิกประตู เนื่องจาก วัลเดมาร์ อันตอน ถูกตัดสินว่าขัดขวาง กิล ก่อนลูกหัว แม้อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษอย่าง อลัน เชียเรอร์จะยืนยันในการวิเคราะห์ว่าการตัดสินนั้น “อ่อนมากๆ”
เยอรมนีร้องขอจุดโทษอีกครั้งเมื่อลูกยิงของ โวลเทมาเด โดนแขนกองหลัง แต่ผู้ตัดสินส่ายหัว 120 นาทีผ่านไปโดยที่เยอรมนีไม่เคยขึ้นนำแม้แต่ครั้งเดียว สกอร์ยังคง 1-1 ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
จุดโทษ — กาลาร์ซาล่อนอยเออร์ ทาห์โด่งเกินคาน คานาเลตัดสิน

มอริซิโอ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามของปารากวัยเดินขึ้นยิงด้วยความกล้าหาญ ส่งบอลผ่านนอยเออร์อย่างเด็ดขาด ทำให้ปารากวัยขึ้นนำ 1-0 ในการดวลจุดโทษ
เยอรมนีตามตีให้เท่า แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟจุดโทษของ อันโตนิโอ ซานาบ็อก ได้ จากนั้น มาติอัส กาลาร์ซา ยิงด้วยความเย็นเยือกพร้อมการล่อนอยเออร์ไปทางขวาก่อนโรลบอลมุมล่างซ้าย ทำให้ปารากวัยนำ 3-2 ก่อนที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ จะยิงพลาดเสียจุดโทษสำคัญ
นาดิม อามิรี ยิงให้เยอรมนีได้สำเร็จทำให้คะแนนเท่ากัน 3-3 แต่ โจนาธาน ทาห์ ยิงโด่งเหนือคานอย่างน่าเสียดายยิ่ง ท่ามกลางความช็อคของเยอรมนีทั้งชาติ
สุดท้าย โฆเซ่ คานาเล กองหลังเดียวกับที่เล่นอย่างกล้าหาญตลอด 120 นาที ก้าวขึ้นยิงจุดโทษชี้ชะตา ด้วยการถ่ายน้ำหนักตัวและยิงฟ้าผ่าผ่านนอยเออร์เข้าตาข่าย ปิดฉากชัยชนะในจุดโทษ 4-3 ท่ามกลางความปีติที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก2026
สรุปผลการแข่งขัน
เยอรมนี vs ปารากวัย ปารากวัยสร้างหนึ่งในความตกตะลึงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลก 2026 ด้วยการล้มเยอรมนีสี่แชมป์โลกในการดวลจุดโทษ ท่ามกลางบรรยากาศที่สนาม Gillette Stadium สั่นสะเทือนด้วยความยินดีและความโศกเศร้าพร้อมกัน
ปารากวัยจะเดินหน้าสู่รอบ 16 ทีม เพื่อพบกับผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสและสวีเดน ที่ Lincoln Financial Field เมืองฟิลาเดลเฟียในวันที่ 5 กรกฎาคม ขณะที่เยอรมนีต้องกลับบ้านพร้อมคำถามมากมาย โดยเฉพาะการมีบอลและยิงมากกว่าคู่แข่งอย่างท่วมท้น แต่กลับไม่สามารถแปลงความได้เปรียบนั้นเป็นชัยชนะได้ บทเรียนที่เจ็บปวดแต่ยากจะลืมสำหรับ “ดี มันน์ชาฟท์” ในวันนี้! สรุปข่าวสารฟุตบอลโลก2026
