อาร์เจนตินา พบ ออสเตรีย ศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม J นัดประวัติศาสตร์ระหว่าง อาร์เจนตินา กับ ออสเตรีย จบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ของทัพฟ้า-ขาว ที่สนาม ดัลลัส สเตเดียม เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เป็นค่ำคืนที่ถูกจดจำไปตลอดกาล เพราะอาร์เจนตินาคว้าชัยชนะ 2-0 เหนือออสเตรียในดัลลัส และการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย โดยมีลิโอเนล เมสซี่เป็นผู้ยิงสองประตู ในคืนที่เขากลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลกล่าสุด
จุดเริ่มต้นที่ดราม่า เมสซี่ยิงจุดโทษพลาด

เกมนี้เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นทันที โดยหลังจากตรวจสอบ VAR อย่างยาวนาน อาร์เจนตินาได้รับจุดโทษจากการที่ลาวตาโร่ มาร์ติเนซถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ โดยเมสซี่ส่งบอลให้ลาวตาโร่ มาร์ติเนซด้วยจังหวะที่สมบูรณ์แบบในกรอบเขตโทษ แต่มาร์ติเนซถูกซาเวียร์ ชลาเกอร์และสเตฟาน โพชเข้าทำฟาวล์ ทำให้ไม่สามารถยิงประตูได้อย่างชัดเจน เมสซี่อาสาเป็นผู้ยิงจุดโทษด้วยตัวเอง แต่เขากลับยิงจุดโทษพลาดออกไปทางขวา หลังจากเข้าไปด้วยจังหวะที่ช้าเกินไป ซึ่งเป็นการยิงจุดโทษพลาดครั้งที่สามของเขาในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ประวัติศาสตร์มาเยือนในนาทีที่ 38

แม้จะพลาดจุดโทษไปแล้ว แต่เมสซี่ก็ไม่ปล่อยให้ความผิดหวังครั้งนั้นทำลายจิตใจ โดยเมสซี่รับบอลแล้วยิงครั้งแรกถูกบล็อกไว้ แต่เขาก็ตามไปยิงซ้ำในจังหวะที่บอลกระดอนมา ทำให้บอลพุ่งเข้ากลางประตูไปได้สำเร็จ นี่คือประตูที่ 17 ของเมสซี่ในฟุตบอลโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกชาย
ความหมายของช่วงเวลานี้ยิ่งใหญ่มาก เนื่องจากนี่คือการเดินทางที่น่าทึ่งตลอด 20 ปีของเมสซี่ในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2006 ตอนที่เมสซี่วัย 18 ปีลงเล่นเป็นตัวสำรองพบกับเซอร์เบียและมอนเตเนโกรที่เยอรมนี และยิงประตูได้สำเร็จ สองทศวรรษต่อมา เกือบจะตรงวันเดียวกัน เขาเปิดทัวร์นาเมนต์ 2026 ด้วยแฮตทริกใส่แอลจีเรีย ทำให้เขาไล่ตามมิโรสลาฟ คลอเซ่ทันที่ 16 ประตู และแซงหน้าโรนัลโด้ตำนานชาวบราซิล สิ่งที่เหลืออยู่คือเพียงประตูสำคัญอีกหนึ่งลูกเพื่อขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของดาวซัลโวฟุตบอลโลกตลอดกาล
ออสเตรียพยายามต้านทานในครึ่งหลัง
หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง ออสเตรียก็พยายามปรับตัวเข้าสู่เกมมากขึ้น โดยเดวิด อาลาบา, มาร์เซล ซาบิทเซอร์ และคอนราด ไลเมอร์ ช่วยให้ทีมของราล์ฟ รังนิคปรับตัวเข้ากับเกมได้ดีขึ้น ขณะที่ผู้รักษาประตูอเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ก็ปฏิเสธโอกาสของเมสซี่และเอนโซ เฟร์นันเดซเพื่อรักษาสกอร์ให้คงที่
ในช่วงครึ่งหลัง อาร์เจนตินาต้องเผชิญกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ โดยคริสเตียน โรเมโร่ ที่ดูเหมือนจะมีปัญหาที่หัวเข่า ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกให้นิโกลาส์ โอตาเมนดิ้ลงมาแทนที่ในนาทีที่ 58 แต่ความได้เปรียบหนึ่งประตูของทัพฟ้า-ขาวก็ยังคงอยู่
ประตูที่สองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

เมื่อเกมเข้าใกล้ช่วงท้าย เมสซี่ก็ปิดท้ายค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเมสซี่รับบอลขึ้นมา เห็นว่าการยิงครั้งแรกถูกบล็อก แต่เขาก็พุ่งเข้าไปกลางประตูในจังหวะตามติด ทำให้กลายเป็นประตูที่ 18 ของเขาในฟุตบอลโลก และอาร์เจนตินาขึ้นนำ 2-0 ปิดเกมไปได้สำเร็จ ในนาทีที่ 90+5
ก่อนหน้านั้น ออสเตรียก็มีโอกาสตีไข่แตกอยู่บ้าง โดยซาบิทเซอร์ยิงฟรีคิกให้คานโซ่โขกบอลที่เสาหลัง แต่วิมเมอร์กลับโขกบอลออกไปอย่างหวุดหวิด แต่ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ทันเวลา ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026
ความหมายของชัยชนะนี้ต่อทั้งสองทีม
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายมากต่อเส้นทางในทัวร์นาเมนต์ของอาร์เจนตินา เนื่องจากลิโอเนล เมสซี่ เป็นผู้นำพาทีมไปสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ด้วยการยิงประตูสำคัญที่ทำลายสถิติเป็นประตูที่ 17 และ 18 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้านบรรยากาศก่อนเกมมีแฟนบอลอาร์เจนตินาคาดว่าจะเดินทางมาเยือนพื้นที่ดัลลัสกว่า 100,000 คน เพื่อมาชมแชมป์โลกคนปัจจุบันลงเล่น และนี่ยังเป็นนัดแรกของสองนัดที่อาร์เจนตินาจะลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มที่สนามดัลลัส สเตเดียมแห่งนี้ ผลบอลโลก2026
ผลกระทบต่อตารางคะแนนกลุ่ม J
ด้วยชัยชนะครั้งนี้ ทำให้อาร์เจนตินาการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ไปแล้วล่วงหน้า ด้วยการเก็บชัยชนะติดต่อกันสองนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ออสเตรียที่พ่ายแพ้ไปในนัดนี้ ยังคงต้องไปลุ้นต่อในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เพื่อรักษาความหวังในการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป
สรุป
อาร์เจนตินา พบ ออสเตรีย ชัยชนะ 2-0 ของอาร์เจนตินาเหนือออสเตรียในคืนนี้ จะถูกจดจำไปตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ไม่ใช่เพียงเพราะผลการแข่งขัน แต่เพราะนี่คือค่ำคืนที่ลิโอเนล เมสซี่เขียนชื่อตัวเองขึ้นเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกชาย แซงหน้าทั้งมิโรสลาฟ คลอเซ่และโรนัลโด้ ตำนานชาวบราซิล แม้จะเริ่มต้นด้วยความผิดหวังจากการยิงจุดโทษพลาด แต่เมสซี่ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงจิตใจที่เข้มแข็งและความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยการกลับมายิงสองประตูสำคัญ พาทัพฟ้า-ขาวการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ข่าวบอลโลกสดใหม่
