อังกฤษ พบ โครเอเชีย การรอคอยของแฟนบอลอังกฤษสิ้นสุดลงด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 เมื่อ อังกฤษ เปิดตัวฟุตบอลโลก 2026 ในกลุ่ม L ด้วยชัยชนะสุดดราม่า 4-2 เหนือ โครเอเชีย ที่สนามดัลลัส สเตเดียม (AT&T สเตเดียม) เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ต่อหน้าผู้ชมเกือบ 90,000 คน จากเกมที่ทั้งสองทีมยิงใส่กันไม่หยุด และครึ่งแรกจบด้วยการเสมอ 2-2 ก่อนที่อังกฤษจะระเบิดฟอร์มในช่วงครึ่งหลังด้วยสองประตูชัย ข่าวบอลล่าสุด
บทแก้แค้นปี 2018 และสถิติที่ทำลายวันนี้
นัดนี้ถือเป็นการพบกันครั้งที่สี่ระหว่างทั้งสองชาติในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของศตวรรษนี้ โดยโครเอเชียเคยชนะอังกฤษในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งยังคงเป็นความทรงจำขมขื่นของแฟนบอลสามสิงโต ขณะที่อังกฤษชนะสองนัดในยูโร ทำให้นัดนี้มีบรรยากาศของการแก้แค้นอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าจดจำมากมายเกิดขึ้นในเกมนี้ โดยลูก้า โมดริช ลงสนามให้โครเอเชียในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ห้า กลายเป็นผู้เล่นชาวยุโรปคนที่สี่ที่ทำได้ เคียงบ่าเคียงไหล่กับโรนัลโด้ โลทาร์ มัทเธอุส และมานูเอล นอยเออร์ และยังเป็นผู้เล่นยุโรปคนที่สองที่ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ถึง 10 ครั้งในประวัติศาสตร์ ขณะที่จูด เบลลิงแฮม กลายเป็นผู้เล่นยุโรปที่ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่มากที่สุดถึง 16 ครั้ง ก่อนอายุ 23 ปี ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์
เคนเปิดสกอร์จากจุดโทษที่ต้องเตะสองครั้ง

อังกฤษได้โอกาสเปิดสกอร์ตั้งแต่ช่วงต้นเกม เมื่อโมดริชทำฟาวล์ นอนี มาดูเอเก ในกรอบเขตโทษ ทำให้อังกฤษได้จุดโทษ โดย แฮร์รี่ เคน เดินขึ้นมายิง แต่ ดอมินิก ลิวาโควิช เซฟไว้ได้ อย่างไรก็ตาม กรรมการสั่งให้เตะใหม่เนื่องจากผู้เล่นโครเอเชียเข้ากรอบก่อนกำหนด และในครั้งที่สอง เคนก็ซัดลูกเข้าประตูได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม โครเอเชียไม่ยอมแพ้และตอบโต้อย่างรวดเร็ว เมื่อมาร์ติน บาตูรินา ยิงด้วยลูกที่ทรงพลัง ผ่านมือของจอร์แดน พิคฟอร์ดได้สำเร็จ แม้ว่าพิคฟอร์ดจะสัมผัสบอลได้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันประตูได้ ทำให้สกอร์กลับมาเสมอ 1-1 ซึ่งบาตูรินา อายุ 23 ปี จาก โคโม เป็นผู้เล่นที่น่าจับตามากที่สุดของโครเอเชียยุคใหม่ หลังทำได้ 6 ประตูและ 3 แอสซิสต์ในฤดูกาลที่ผ่านมา
จากนั้นอังกฤษก็นำอีกครั้ง แต่โครเอเชียก็ตีเสมอกลับมาได้อีกครั้ง ทำให้ครึ่งแรกของเกมที่ดัลลัส สเตเดียมจบลงอย่างตื่นเต้นด้วยสกอร์ 2-2 ซึ่งถือเป็นเกมที่เปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าตื่นเต้นที่สุดในกลุ่ม L
เบลลิงแฮมพลิกสถานการณ์ ครึ่งหลัง อังกฤษเร่งเครื่อง

เข้าสู่ครึ่งหลัง โค้ช โทมัส ทูเคิล ปรับกลยุทธ์และนำตัวสำรองลงมาเสริมทีม โดยบูกาโย ซาก้า มอร์แกน โรเจอร์ส และมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทนเดแคลน ไรซ์ นอนี มาดูเอเก และแอนโธนี่ กอร์ดอน การปรับเปลี่ยนนี้ทำให้เกมรุกของอังกฤษดูคมและมีชีวิตชีวามากขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อจูด เบลลิงแฮม ยิงประตูที่สามให้อังกฤษขึ้นนำ 3-2 ด้วยความคมและความมั่นใจที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ทำให้แฟนบอลสามสิงโตในสนามลุกขึ้นเฉลิมฉลองอย่างพร้อมเพรียง
ฝั่งโครเอเชียพยายามตีตื้นอีกครั้ง โดยมาร์โก้ ปาชาลิช ตัดเข้ามาจากปีกขวาและยิงด้วยลูกที่ดิ่งลงไปทางมุม แต่พิคฟอร์ดแสดงปฏิกิริยาได้อย่างยอดเยี่ยม พุ่งตัวไปทางขวาเพื่อปัดบอลออกไปได้อย่างสำคัญ ทำให้อังกฤษรักษาความนำเอาไว้ได้
แรชฟอร์ดปิดเกมสไตล์คลาสสิก ทิ้งห่าง 4-2

จากนั้นในช่วงสุดท้ายซาก้ารักษาสติและมองเห็น แรชฟอร์ด ที่อยู่ในพื้นที่โล่งทางปีกซ้าย แรชฟอร์ดไม่รีบร้อน ใช้ลูกหลอกทำให้ผู้เล่นโครเอเชียสูญเสียสมดุล ก่อนเลือกซัดบอลลงมุมขวาล่างอย่างเย็นชา ทำให้ลิวาโควิชไม่มีโอกาสป้องกันได้เลย และทำให้สกอร์เป็น 4-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แรชฟอร์ดไม่ได้เริ่มเกมตั้งแต่ต้นเนื่องจากการตัดสินใจเชิงยุทธวิธีของทูเคิล แต่เมื่อลงมาในฐานะตัวสำรองก็สามารถทำประตูปิดเกมได้สำเร็จ ทำให้สกอร์สุดท้ายกลายเป็น 4-2 ผลการแข่งขันบอลโลก
ความหมายต่อตารางคะแนนกลุ่ม L
อังกฤษ พบ โครเอเชีย ชัยชนะ 4-2 ในนัดเปิดสนามถือเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษ ซึ่งเดินทางมาด้วยฟอร์มที่สมบูรณ์แบบในรอบคัดเลือก ด้วยการชนะครบทั้ง 8 นัด และเป็นทีมเดียวในโซนยุโรปที่ไม่เสียประตูเลยตลอดการคัดเลือก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 แสดงให้เห็นว่าทีมภายใต้การนำของทูเคิลมาพร้อมกับความมั่นใจและฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
ขณะที่โครเอเชียแม้จะพ่ายแพ้แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังอันตรายและไม่ใช่ทีมที่จะมองข้ามได้ โดยเฉพาะเมื่อมีโมดริชเป็นแกนกลางในการควบคุมเกม ทั้งสองทีมจะต้องเดินหน้าสู่นัดต่อไปในกลุ่ม L ซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกในการลุ้นเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก ข่าวสารบอลโลก
