14 พฤษภาคม 2565
3.13 K

ถ้าบอกว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่เอาโกโก้และช็อกโกแลตมาเป็นส่วนประกอบของเมนูเกือบทุกอย่างในร้าน ทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน ของคาว และค็อกเทล เท่านี้เราก็คิดว่าน่าสนใจแล้ว 

แต่ไม่ใช่แค่นั้น ร้านนี้ไม่ได้ใช้แค่ช็อกโกแลตจากต้นโกโก้รสหวานขมที่เราคุ้นเคยกันดีเท่านั้น แต่ยังใช้โกโก้ตั้งแต่เปลือก เมล็ด ไปจนถึงน้ำโกโก้สดที่น้อยร้านจะมีขาย ถ้าหากไม่ได้คลุกคลีอยู่กับกระบวนการทำช็อกโกแลตด้วยตัวเอง

และที่สำคัญ ทั้งหมดเป็นโกโก้ไทย

อาหารแต่ละจานที่สร้างสรรค์จากโกโก้ ผ่านการคิดและปรุงโดยเชฟทีม Bocuse d’Or หรือทีมเชฟเยาวชนทีมชาติไทยที่ไปแข่งขันรอบสุดท้ายในรายการใหญ่ระดับโลกมาแล้ว 

เราอยากแนะนำร้านเล็ก ๆ แต่ไม่ธรรมดาในซอยสุขุมวิท 31 นี้

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

31 เป็นทั้งเลขของซอยที่ตั้งร้าน และยังเป็นหมายเลขเดียวกับอุณหภูมิที่สำคัญในกระบวนการทำช็อกโกแลต เลยเป็นที่มาของชื่อ ‘31 Degrees’ ร้านของ ต้น-ปณิธิ และ ต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล เจ้าของ Kad Kokoa แบรนด์ช็อกโกแลตไทยแท้ระดับโลก จากไอเดียที่ตั้งใจจะเปิดให้ที่นี่เป็น Kad Kokoa สาขาสอง แต่ระหว่างนั้น ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเพิ่มความท้าทายให้โกโก้ไทย ด้วยการตั้งโจทย์ให้โกโก้กลายเป็นส่วนผสมในอาหาร เปลี่ยนจากคาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มและขนม ให้กลายเป็นร้านอาหารจากโกโก้ไทยเต็มตัว  

31 Degrees นิยามตัวเองว่าเป็น Bistronomy เป็นนิยามร้านที่ใช้เรียกร้านอยู่ระหว่าง Bistro ร้านอาหารที่บรรยากาศกึ่งสบาย ๆ อาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ กับ Gastronomy ที่จริงจังกับอาหาร การปรุง และเน้นการนำวัตถุดิบมาสร้างสรรค์ใหม่

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มาดื่มด่ำกับโกโก้ไทยได้ตั้งแต่เช้าจนดึก

ในตอนเช้าร้านจะเปิดเป็นคาเฟ่ มีกาแฟและเครื่องดื่มที่แน่นอนว่าต้องมีโกโก้เป็นพระเอกอยู่ด้วย นอกจากช็อกโกแลตร้อนหรือเย็น ยังมีเครื่องดื่มที่คิดขึ้นมาพิเศษจากน้ำโกโก้สด เครื่องดื่มรสผลไม้เปรี้ยวหวานนุ่มนวล มีความหอมหวานเฉพาะตัว รสอร่อยและหาดื่มยาก ส่วนมากจะต้องเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในกระบวนการทำโกโก้ถึงจะมีน้ำโกโก้สดให้ชิม 

Kokoa Callin’ เป็นน้ำโกโก้สดกับช็อตเอสเพรสโซ่และน้ำสปาร์กลิ้งเพื่อเพิ่มความซ่า ให้ความรู้สึกเป็นกาแฟที่มีความหอมหวานแบบใหม่และสดชื่น 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

หรือจะเลือกดื่มกาแฟร้อนในตอนเช้าคู่กับ Devil May Cry มัฟฟินสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของแฮม ชีสและไข่ต้มเนื้อไข่แดงเยิ้ม ๆ นวล ๆ ต้องกินคู่กันกับซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษที่ทำขึ้นจากโกโก้จันทบุรี มีรสออกเปรี้ยว เผ็ดเล็ก ๆ ตัดกับชีสในมัฟฟินได้ดี

อาหารของที่ร้านอาหารเป็นอาหารสไตล์ French-Nordic มีความละเมียดละไมซับซ้อนแบบคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส แต่ท่าทีของอาหารเข้าถึงคนกินได้ง่ายขึ้น คือเป็นอาหารที่กินง่าย และง่ายต่อการสั่งกลับบ้าน 

โจทย์สำคัญคือการนำวัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยและช็อกโกแลต เข้าไปเป็นส่วนประกอบของอาหารให้ได้มากที่สุด เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่เรื่องท้าทายเกินความสามารถของทีมครัว ที่ส่วนใหญ่คือทีม Bocuse d’Or Thailand อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ทีมนี้ก็เหมือนทีมชาติไทยในวงการโอลิมปิกของเชฟ 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

Kad Kokoa เป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการทีม Bocuse d’Or ของไทย เพื่อไปแข่งขันในเวทีโลก และเห็นว่าทีมยังขาดสถานที่ในการโชว์ฝีมือให้คนได้รู้จักและเข้าถึงได้จริง ร้านนี้เลยเป็นเหมือนสนามเหย้าของทีมชาติไทยไปโดยปริยาย

การได้รับโจทย์เป็นวัตถุดิบเป็นเรื่องที่ต้องเจออยู่แล้วในการแข่งขัน ทีมครัวของที่นี่เต็มไปด้วยเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และใช้วัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยได้สนุก แถมเรายังได้ชิมอาหารที่พัฒนาจากเทคนิคเชฟสายแข่งขันจริง ๆ อีกด้วย

เมนูอาหารมากกว่าครึ่งหนึ่งจะมีส่วนผสมของโกโก้ไทย แทรกเข้าไปอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งซอส ซุป หรือถึงขั้นนำมาดองผัก 

ออกมาเป็นเมนูอย่างสลัดที่ใช้แครอทเคลือบด้วยน้ำผึ้งท้องถิ่น กินกับเคล ใส่โกโก้นิบส์เพิ่มรสสัมผัสกรุบ ๆ ราดน้ำสลัดที่ได้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวหวานของเลมอน

จาน Barramundi ปลาเนื้อขาว เสิร์ฟคู่กับครีมซอสไวน์ขาว มีผักที่ดองด้วยน้ำส้มและน้ำโกโก้สด เพื่อให้ได้รสเปรี้ยวพิเศษ ตัดกับรสครีมมี่ของเนื้อปลาและครีมซอส ในจานมีพิวเรจากต้นกระเทียมและมันฝรั่ง และถั่วหวานมาเป็นเครื่องเคียงด้วย 

ตบท้ายด้วยของหวานจากช็อกโกแลตที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย นอกจากช็อกโกแลตสอดไส้สีสวย เค้ก และขนมอบที่ทานคู่กับกาแฟ ยังมีขนมที่จัดจานอย่างสวยงามโดยฝีมือเชฟ อย่างทาร์ตช็อกโกแลต ด้านในเป็นบราวนี่ บีบโฟมครีมจากโกโก้นิบส์ ตกแต่งด้านบนด้วยตุอีล (Tuile) จากโกโก้นิบส์ และอัลมอนด์ จบด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตซอร์เบต์จาก Kad Kokoa

แวะเวียนมาสัมผัสโกโก้ไทย ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตลอดวัน ตั้งแต่เช้าไปจนดึก เพราะหลังจากเปิดเต็มรูปแบบแล้ว ตอนช่วงค่ำจะปรับเปลี่ยนเป็นค็อกเทลบาร์ ไวน์ ซึ่งก็ยังคงคอนเซ็ปต์เอาโกโก้จากแหล่งปลูกต่าง ๆ มาครีเอตเป็นเครื่องดื่มสนุกได้อีก

ใครรักโกโก้หรือช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ อยากชวนให้ลองมาชิมเมนูอร่อย และเมนูที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์โดยทีมเชฟฝีมือดีและไฟแรง 

อาจจะเป็นที่แรกก็ได้ที่ทำให้เห็นว่า โกโก้ไทยเป็นอะไรได้มากกว่าที่เราจะนึกถึง

31 Degrees by Kad Kokoa

ที่ตั้ง : 235 5 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 08.00 – 23.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Facebook : 31 Degrees by Kad Kokoa 

Instagram : 31degrees.bkk

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

แม้ไม่ใช่คอกาแฟ ฉันเชื่อว่าคุณน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของ ‘อาข่า อ่ามา’ แบรนด์กาแฟเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดย ‘ลี-อายุ จือปา’ หนุ่มชาวอาข่า เพื่อขายกาแฟคุณภาพระดับโลกให้ผู้บริโภค และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวอาข่าผู้ผลิตในเวลาเดียวกัน

หลังถือกำเนิดและเติบโตมาหลายปี อาข่า อ่ามาได้ฤกษ์เปิด Akha Ama Living Factory บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือเป็น ‘บ้าน’ หลังแรกที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเช่าพื้นที่ใครอื่น

Akha Ama Living Factory

โรงคั่วและร้านกาแฟ-นี่คงเป็นนิยามง่ายที่สุดของสถานที่นี้

แต่หลังฟังลีและทีมสถาปนิก ‘ใจบ้านสตูดิโอ’ ผู้อยู่เบื้องหลังเล่าวิธีคิด ฉันก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่โรงคั่วหรือคาเฟ่ทั่วไป

“เราอยากมีบ้านของตัวเอง” ลีเริ่มต้นเล่าจุดกำเนิด และบอกว่าเห็นภาพบ้านหลังนี้ในฐานะพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวกาแฟเพื่อสังคมที่ชื่อ อาข่า อ่ามา ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

Akha Ama Living Factory

Akha Ama Living Factory

สิ่งที่ลีอยากเล่าคือ องค์ความรู้เรื่องกาแฟ กระบวนการทำที่บ่งบอกว่าอาข่า อ่ามา ไม่ใช่แค่กาแฟที่ซื้อมาขายไป แต่ใส่ใจทุกขั้นตอนผลิต ความเป็นท้องถิ่นซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กาแฟทุกเมล็ดเสมอมา และเรื่องของกิจการเพื่อสังคมซึ่งถือเป็นแก่นสำคัญของแบรนด์

ลึกซึ้งกว่านั้น ลีอยากให้ Akha Ama Living Factory สะท้อนความเชื่อของอาข่า อ่ามา เรื่อง `การอยู่ร่วมกัน’ ไม่ว่าจะเป็นวิถีเกษตรของชาวอาข่าที่ไม่ได้ปลูกกาแฟเพียงอย่างเดียวและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่า หรือแม้แต่วิถีชีวิตคนเมืองที่ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่เกี่ยวพันกับสิ่งอื่นรายรอบอย่างสังคมและสิ่งแวดล้อม

Akha Ama Living Factory

อย่างไรก็ตาม ลีเองก็รู้ตัวว่าเขาไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในใจเป็นรูปธรรมเองได้ เจ้าของแบรนด์กาแฟชาวอาข่าจึงเสาะหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จนพบ ‘ใจบ้านสตูดิโอ’ ที่ทำงานออกแบบและวางผังพื้นที่โดยใส่ใจแง่มุมทางสังคม วัฒนธรรม และธรรมชาติ

“ความประทับใจแรกคือ เราถามลีว่าทำไมมาซื้อที่นี่ ลีบอกว่าเพราะมีต้นฉำฉา นี่นายตัดสินใจง่ายขนาดนี้เลยเหรอ” ตี๋-ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอย้อนเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

แต่แน่นอน คำตอบนั้นสะท้อนรสนิยมที่ตรงกัน และพวกเขาก็กลายมาเป็นผู้ร่วมสร้างบ้านหลังนี้

Akha Ama Living Factory

ชาวใจบ้านบอกฉันว่า วิธีการทำงานของสตูดิโอไม่ได้เริ่มจากหาสไตล์ถูกใจ แต่เริ่มจากหาสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า ‘ชีวิต’ ซึ่งอยู่ในพื้นที่นั้นมาก่อน ตั้งแต่ต้นไม้จนถึงสภาพแวดล้อมเดิม แล้วออกแบบอาคารและวางผังเข้าไปให้กลมกลืน

พื้นที่สร้าง Akha Ama Living Factory มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ย้อนไปในอดีต บริเวณนี้คือพื้นที่ป่าซึ่งเชื่อมต่อกับภูเขา เป็นที่ให้กำเนิดลำเหมืองหรือสายน้ำไปหล่อเลี้ยงผืนนาและชุมชนใกล้เคียง ระหว่างเตรียมออกแบบอาคาร ชาวใจบ้านจึงลงมือปลูกต้นไม้ท้องถิ่นคืนให้พื้นที่ไปล่วงหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวต้นกาแฟซึ่งเติบโตเชื่อมโยงอยู่กับผืนป่าที่มีต้นไม้นานาชนิด (ต้นไม้ที่ปลูกยังช่วยเป็นร่มเงาให้ต้นโกโก้ซึ่งลีอยากปลูกด้วย) และขุดสระน้ำใหญ่เชื่อมโยงกับลำเหมืองที่มีอยู่

Akha Ama Living Factory

Akha Ama Living Factory

ส่วนเรื่องโครงสร้างของ Akha Ama Living Factory ลีและชาวใจบ้านตั้งใจให้ใต้ร่มเงาต้นฉำฉากลายเป็นส่วนคาเฟ่ซึ่งเน้นให้คนได้ปฏิสัมพันธ์กับต้นไม้ ส่วนระเบียงรอบๆ จึงออกแบบให้คนนั่งโดยหันหน้าเข้าหาต้นไม้สูงใหญ่เก่าแก่นี้ และแทนที่จะปล่อยพื้นที่ตรงกลางเป็นหลุมปลูกไม้พุ่มเตี้ยๆ ก็เปลี่ยนเป็นนำตาข่ายมาขึงรอบๆ ให้เด็กปีนป่ายเล่น

เมื่อเดินเลยคาเฟ่แสนน่านั่งไป จะพบอาคารหลักที่ตั้งใจก่อสร้างโดยอุดหนุนวัสดุท้องถิ่น นั่นคืออิฐมอญทำมือแสนสวยที่ชาวบ้านผลิตกันยาวนานถึง 4 รุ่น เมื่อนำมาผสมกับไม้เก่าที่อบอวลด้วยร่องรอยอดีต ก็กลายเป็นการรวมตัวของสิ่งใหม่และเก่าอย่างลงตัว

Akha Ama Living Factory

Akha Ama Living Factory

Akha Ama Living Factory

ถ้าผลักประตูเข้าด้านใน จะพบพื้นที่คาเฟ่ในอาคาร ซึ่งเปรียบเหมือนห้องรับแขกซึ่งคนมานั่งจิบกาแฟได้อย่างสบายใจ และได้เรียนรู้ สัมผัสจิตวิญญานการผลิตกาแฟแบบอาข่า อ่ามาเต็มที่ เพราะมีการออกแบบให้บริเวณนี้เห็นโรงคั่วและกระบวนการผลิตกาแฟที่ด้านหลังชัดเจน

แล้วเมื่อก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง ก็จะเจอห้องทำงานของลีและพื้นที่เอนกประสงค์ สูงขึ้นไปกว่านั้นคือดาดฟ้าโปร่งโล่งที่มีต้นไม้เขียวสวย

โรงคั่วกาแฟ

โถงบ้าน

หากลองสังเกต จะพบว่า Akha Ama Living Factory เต็มไปด้วยพื้นที่ว่างมากมาย นั่นเพราะลีและชาวใจบ้านอยากให้ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เพื่อการพูดคุย และส่งต่อความรู้ผ่านกิจกรรมอย่างเวิร์กช็อปซึ่งไม่ได้จำกัดหัวข้อไว้แค่กาแฟ แต่ยังเปิดกว้างสำหรับหัวข้ออื่น เช่น การทำกิจการเพื่อสังคม

“ช่วงหลังเมื่อพวกโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทเยอะ เราไม่ค่อยมีเวิร์กช็อป มีการนัดพบที่คนมาเจอกัน คนจะคุยกันผ่านออนไลน์ แต่เมื่อการพบกันหายไป องค์ความรู้ต่างๆ ก็ไม่ได้รับการถ่ายทอด ถึงพยายามทำผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้แค่สารที่อาจจะสั้น ไม่ลึกซึ้ง และไม่ได้เกิดความสัมพันธ์ต่อกัน” ลีอธิบาย

Akha Ama Living Factory

สิ่งน่าสนใจในบ้านอาข่า อ่ามา ไม่หมดเพียงเท่านี้ ห่างออกไปจากตัวอาคารหลัก เราจะพบโรงครัวไว้ทำอาหารแบบ Slow Food เพราะลีเป็นหนึ่งในสมาชิกของชาว Slow Food Youth Network Thailand หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนเรื่องอาหารอร่อย มีคุณภาพ และยั่งยืน 

หากเดินสำรวจต่อไปยังส่วนหลังสุดของบ้านขนาด 5 ไร่ เราจะพบผืนป่าซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ เผื่อทำกิจกรรมอย่างการแคมปิ้งกลางธรรมชาติ (ชาวใจบ้านเล่าว่ามีกระต่ายป่ามาอยู่ร่วมบ้านเลยทีเดียว)

นอกจากนั้น ยังมีสิ่งดีงามที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่อง Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกคน จนถึงระบบการจัดการที่ตั้งใจรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การดักไขมัน บำบัดน้ำ และเน้นใช้แสงธรรมชาติในอาคารเพื่อประหยัดพลังงาน

Akha Ama Living Factory

ความพิเศษอีกอย่างคือ ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านหรือชาวชุมชน ตี๋บอกว่า ส่วนใหญ่แล้ว การสร้างตึกในเชียงใหม่มักเกิดขึ้นโดยคนในย่านไม่รู้มาก่อน ทำให้พวกเขาไม่มีความสุข แถมยังไม่มีการพูดคุยเกิดขึ้น ขณะที่ตอนสร้างบ้านหลังนี้ ชาวบ้านก็กังวลว่าจะเป็นการสร้างโรงงาน ทีมใจบ้านจึงเข้าไปชี้แจงในที่ประชุมหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเข้าใจรวมถึงเห็นการปลูกต้นไม้ ความสัมพันธ์ก็ราบรื่น

Akha Ama Living Factory

สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดและวิธีคิดในบ้านหลังใหม่ของอาข่า อ่ามา พื้นที่ซึ่งลีอยากให้ผู้คนได้มาศึกษา ต่อยอดความรู้ทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องแนวคิดเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม

“สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเราไม่ได้วางไว้ตอบคำถามทุกอย่าง แต่ทำให้เกิดข้อสงสัย เกิดไอเดีย มีคนรุ่นใหม่โทรมาหา เขียนมาหาผมทุกวันว่า เขาไม่รู้จะเริ่มทำฝันให้เป็นจริงได้ยังไง ผมคิดว่าน่าจะใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสื่อสาร เขามาแล้วอาจได้คำตอบกลับไปโดยที่ผมหรือทีมใจบ้านไม่ต้องพูดก็ได้” ชายหนุ่มผู้ก่อตั้งอาข่า อ่ามา ตั้งแต่อายุไม่ถึง 25 ปีบอกเล่าสิ่งที่คิด

ลี-อายุ จือปา

และขณะที่คนทั่วไปได้เรียนรู้ วิธีการสร้าง Akha Ama Living Factory ซึ่งเปิดกว้างทางความคิดและเกื้อหนุนท้องถิ่น ก็ช่วยให้คนร่วมสร้างบ้านได้เติบโตไปพร้อมกัน ตั้งแต่ชาวใจบ้านสตูดิโอ ผู้รับเหมา จนถึงช่างทำอิฐมอญ

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ Akha Ama Living Factory ก้าวไปไกลเกินคำว่าโรงคั่วหรือร้านกาแฟ

แต่บางที, ลีอาจไม่ได้สนใจคำนิยาม เขาเพียงปลูกสิ่งที่อาข่า อ่ามา และตัวเองเชื่อมั่นให้มีชีวิตขึ้นบนผืนดิน

Aka Ama Living Factory

Location: ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
Map:

More Information:  facebook l    Akha Ama coffee

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load