ตอนนี้ไปร้านไหนก็มักจะเจอเมนูยอดนิยมอย่างช็อกโกแลตเย็น หรือเรียกกันติดปากว่า โกโก้เย็น ถ้ายิ่งร้านไหนทำได้เข้มข้นยิ่งถูกพูดถึงกันปากต่อปาก ความฮิตของเมนูนี้ก็พอจะช่วยยืนยันได้ว่า ใครๆ ก็รักช็อกโกแลต

‘โกโก้’ คือชื่อเรียกพืช ที่จะนำไปทำเป็นช็อกโกแลตที่เรากินกัน ทราบไหมครับว่าในไทยปลูกโกโก้กันมานานแล้ว แหล่งปลูกสำคัญๆ ก็มีทั้งเชียงใหม่ ลำปาง จันทบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ น่าน เป็นต้น ส่วนใหญ่จะปลูกเพื่อไปทำช็อกโกแลตในเชิงอุตสาหกรรม

แต่จริงๆ แล้วโกโก้ ก็เหมือนไวน์หรือกาแฟนะครับ ปลูกที่ไหนก็จะมีรสชาติเฉพาะตัวเป็นของที่นั่น

ถ้าลองเอามาวางให้ชิมเทียบกันหลายๆ แหล่งปลูกแล้ว เชื่อว่าน่าจะแยกความแตกต่างของแต่ละที่ได้อย่างชัดเจน บางชนิดมีรสเปรี้ยวแบบผลไม้ (คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่ามันเป็นรสชาติที่ไม่ดี แต่จริงๆ แล้วเราคุ้นเคยกับโกโก้ที่คั่วเข้มจนไหม้กันมากกว่า) บางชนิดก็มีความหอมหวานเฉพาะตัว บางชนิดมีรสถั่ว จะแตกต่างจากช็อกโกแลตที่เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่รวบรวมโกโก้จากหลายๆ ที่ มาแต่งกลิ่นให้กลายเป็นรสกลาง และกลายเป็นรสมาตรฐานรสเดียว

ในยุคที่กาแฟเริ่มได้รับความสนใจในบ้านเรา มีการเชื่อมต่อกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบทั้งคนปลูก คนทำ คนชง จนถึงคนดื่ม มีความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน แบบที่เราอาจจะคุ้นกับคำว่า Specialty Coffee คนดื่มก็เข้าถึงความหลากหลายของรสชาติกาแฟได้มากขึ้นไปด้วย

ในวงการโกโก้ก็มีเหมือนกันครับ

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

ช่วงปีที่ผ่านมากระแสโกโก้ไทยค่อยๆ เติบโตทีละนิด นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ใช่บูมแล้ววูบหายไปอย่างรวดเร็ว ความสนใจโกโก้เริ่มมีมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน ทำให้เกิดแบรนด์ช็อกโกแลตไทยขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Kad Kokoa

Kad Kokoa เป็นแบรนด์ไทยที่จริงจังเรื่องการทำช็อกโกแลต อาจจะเรียกว่าเป็นช็อกโกแลตแบบ Specialty เลยก็ได้ครับ เพราะการทำช็อกโกแลตของ Kad Kokoa ลงลึกในรายละเอียดไปทุกกระบวนการตั้งแต่การปลูกต้นโกโก้ จนได้ออกมาเป็นขนมและเครื่องดื่มในคาเฟ่ของตัวเอง ที่อยู่ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 ย่านสาทร

Kad Kokoa เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีก่อนโดย พี่ต้น-ปณิธิ และ พี่ต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล สองทนายสามีภรรยาขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเหนือเพื่อพักผ่อน จนไปพบเข้ากับที่ดินแห่งหนึ่งที่ถูกใจ 1 ปีผ่านไปทั้งสองคนตัดสินใจซื้อที่ดินที่เคยไปเจอ แล้วเริ่มลงมือปลูกโกโก้ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ที่ดินนั้นว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

แต่สุดท้ายเมื่อได้เข้ามารู้จักกับการปลูกต้นโกโก้ ก็ยิ่งถลำลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทั้งคู่เลยลองปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆ ที่ จนสุดท้ายถึงกับเขียนจดหมายขอไปเรียนการปลูกและกระบวนการทำโกโก้ถึงฮาวายด้วยตัวเองที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การตอนกิ่ง และกระบวนการทำช็อกโกแลตทุกขั้นตอน ไปเรียนชิมช็อกโกแลตกับ Fine Chocolate Industry Association ที่ซานฟรานฯ เพื่อให้รู้ว่ารสชาติของโกโก้และช็อกโกแลตที่ดีเพื่อมาปรับปรุงการพัฒนาไร่ และการเริ่มต้นทำแบรนด์ช็อกโกแลตของตัวเอง

ไร่ของ Kad Kokoa ที่เชียงใหม่เริ่มปลูกโกโก้มาเกือบ2 ปีแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่จะนำผลผลิตจากไร่ของตัวเองมาใช้ได้ ในช่วงเริ่มต้นเลยเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องโกโก้ไทย โดยลงไปคลุกคลีกับเกษตรกรด้วยตัวเองถึงไร่ โดยได้คำแนะนำต่างๆ จาก Bluekoff แบรนด์กาแฟไทยผู้มีประสบการณ์ในวงการกาแฟมายาวนาน ทั้งกาแฟกับโกโก้มีความคล้ายคลึงกันทั้งการปลูก และกระบวนการผลิตจะต่างกันในบางรายละเอียด Bluekoff เองก็เริ่มสนใจเรียนรู้การทำโกโก้เช่นกัน และกลายมาเป็นหุ้นส่วนด้วยการทำคาเฟ่ Kad Kokoa ร่วมกันในที่สุด

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

โกโก้ที่นำมาใช้ในร้านมาจากเกษตรกรที่ปลูกโกโก้จากสวนต่างๆ ในไทย ถ้าหากเดินเข้าไปที่ Kad Kokoa เราจะเห็นช็อกโกแลตแท่งที่มีชื่อของจังหวัดต่างๆ อย่างจันทบุรี ชุมพร เชียงใหม่ ฯลฯ วางเรียงรายให้เลือกชิม

รวมถึงมีรสที่เกิดจากการทดลองใหม่ๆ ไว้ให้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอด

สิ่งที่ผมชอบ Kad Kokoa คือการทำคาเฟ่แบบ Bean to Bar เป็นไม่กี่คาเฟ่ในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ในประเทศ ที่จะทำคาเฟ่แบบนี้ Bean to Bar คือเริ่มทำตั้งแต่เมล็ดโกโก้ ผ่านกระบวนการต่างๆ ที่โชว์ให้เห็นทุกกระบวนการทำในร้านเลย ตั้งแต่การคั่ว บดโม่ Tempering หรือการปรับโครงสร้างไขมันของตัวช็อกโกแลตด้วยการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว เพื่อความเนียนและทำให้ช็อกโกแลตมีคุณสมบัติในการละลายในมือได้ยากขึ้น และใส่แม่พิมพ์จนกลายเป็นช็อกโกแลตแท่ง

ที่นี่ไม่ได้มีแค่ช็อกโกแลตแท่งเท่านั้น ยังสามารถนำเอาช็อกโกแลตมาทำเป็นเมนูที่หลากหลายได้อย่างไม่รู้จบ เพราะที่ Kad Kokoa มีทีม Chocolate Maker ที่มีทั้ง Chocolatier คนที่นำช็อกโกแลตเอามาทำเป็นโปรดักต์ต่างๆ เช่น Bon Bon หรือช็อกโกแลตสอดไส้ต่างๆ ผลไม้อบแห้งเคลือบช็อกโกแลต มีทีม Pastry Chef ที่เอาช็อกโกแลตไปทำขนม รวมถึง Barista ที่ช่วยครีเอตเครื่องดื่มจากช็อกโกแลตได้อย่างน่าสนใจ

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

ที่สำคัญคือ ชอบเรื่องความหลากหลายของรสชาติของช็อกโกแลตที่แตกต่างกันครับ วิธีการชิมช็อกโกแลตแท่งง่ายๆ คือลองบิเข้าปาก เคี้ยวเล็กน้อย แล้วอมไว้สักชั่วครู่ ให้อุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ละลายช็อกโกแลตบนลิ้น เราจะสังเกตรสในตอนที่มันค่อยๆ ละลายในปากว่ารสของช็อกโกแลตนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ได้กลิ่นอะไร รสอะไรที่แฝงมามากกว่า หวานหรือขม เมล็ดที่ใช้มากจะเป็นเมล็ดโกโก้จากจันทบุรีที่มีความซับซ้อนของรสชาติมากที่สุด โทนของรสชาติจะออกไปทางโทนองุ่น มีไขมันในปริมาณที่เหมาะสมจะเอามาทำขนมและเครื่องดื่มได้ดีที่สุด

เครื่องดื่มช็อกโกแลตที่ Kad Kokoa จะเป็นช็อกโกแลตเหลวที่ได้จากเมล็ดโกโก้โดยตรง รสชาติเฉพาะของตัวโกโก้ที่ใช้จึงชัดเจนกว่าการใช้โกโก้ผงแบบที่บางคนอาจจะเคยกินมาแล้วติดกับรสชาติ ขม เข้มข้น โกโก้เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ดังนั้น รสเปรี้ยวในโทนผลไม้จึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากใครชอบความซับซ้อนของรสชาติ น่าจะชอบเครื่องดื่มของที่นี่ รวมถึงขนมในร้านก็ใช้ช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้โดยตรงเช่นกัน จะมีความยากในกระบวนการทำมากกว่า แต่สิ่งที่ Kad Kokoa พยายามรักษาไว้คือยังต้องการคงรสชาติจริงๆ ของเมล็ดนั้นๆ เอาไว้ให้มากที่สุด

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

ผมคิดว่าสิ่งที่ Kad Kokoa กำลังทำเป็นการส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตในบ้านเรา ในรูปแบบคาเฟ่ที่สร้างประสบการณ์ในการกินช็อกโกแลตแบบที่ไม่หาไม่ได้ง่ายๆ ทั่วไป

เป้าหมายในอนาคตของ Kad Kokoa คือการส่งช็อกโกแลตที่ใช้เมล็ดโกโก้ไทยไปประกวดในระดับโลก ซึ่งจากที่ผมได้รู้และลองชิมมา รวมถึงสัมผัสกับความตั้งใจของทั้งพี่ต้นกับพี่ต้าแล้ว ต้องบอกว่าช็อกโกแลตไทยจะเป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้ไม่ยากเลยครับ

 

เมนูแนะนำ

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

Chocolate Bark

เมนูทานเล่นที่ผมชอบในการดีไซน์การกินโกโก้ที่อยู่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นช็อกโกแลตแผ่นบาง ที่ใช้ดาร์กช็อกโกแลตปรุงด้วยเกลือหิมาลายัน กับผิวเลมอน เสิร์ฟคู่กับเมอแรง บนจานที่เต็มไปด้วยเมล็ดโกโก้(หากใครยากลองบิเมล็ดโกโก้ทานเลยก็สามารถลองทานได้ด้วย) ทานคู่กับชาโกโก้นิบ หรือเนื้อโกโก้ที่คั่วแล้ว นำมาทำเป็นชาร้อน

 

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

Choco Coco Shake

เมนูพิเศษของเดือนสิงหาคม เครื่องดื่มเย็นรสไทยๆ กับวัตถุดิบคุ้นลิ้นอย่างกะทิ ครีมนม น้ำตาลมะพร้าว เชกรวมกันกับช็อกโกแลต ขูดมะพร้าว และผงช็อกโกแลตโรยหน้า กินเป็นขนมไทย หอมควันเทียน

 

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

Pandan Choux Cream

อีกหนึ่งเมนูพิเศษของเดือนสิงหาคม ปกติวัฒนธรรมการกินช็อกโกแลตมักจะมีแต่วานิลลา ซินเนมอน เป็นส่วนผสมที่มีรสเป็นสากล เมนูนี้ถูกทดลองด้วยไอเดียที่อยากได้ช็อกโกแลตแบบรสไทยๆ เลยใช้กะทิ ใบเตย ส่วนผสมที่เป็นส่วนประกอบหลักของขนมไทยมาทำเป็นเมนูขนมกึ่งเครื่องดื่ม ใช้ขนมเปียกปูนปั่นกับช็อกโกแลตเพื่อให้มีเนื้อที่แน่นขึ้น เสิร์ฟกับเนื้อครีมด้านล่าง และชูว์ครีมกับใบเตยด้านบนได้แรงบันดาลใจจากขนมทองพลุ

 

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

Fruit Mousse

มูสช็อกโกแลตจันทบุรีตีด้วยไข่กับครีมสดจนเนียนนุ่ม กินคู่กับเมอแรง ซอสราสป์เบอร์รี่ และซอสวานิลลา

 

กาดโกโก้,Kad Kokoa, Bluekoff,คาเฟ่โกโก้,Bean to Bar

Mochagato

เมนูที่มีส่วนผสมของไอศครีม กับ Pannacotta ช็อกโกแลตจันทบุรี ราดด้วยกาแฟไทยของ Bluekoff ขูดช็อกโกแลตจากเชียงใหม่โรยหน้า เมนูนี้อร่อยมากครับ

Kad Kokoa

ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 เขตสาทร
เปิดทุกวัน 10.30 – 19.30 น.

Facebook Kad Kokoa

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

“สวัสดีครับ เชิญ ๆ นั่งก่อน” ชายผู้กำลังง่วนอยู่กับการจัดการตู้บานพับทักทายการมาถึงร้าน ‘BECX’ ของเราอย่างเป็นมิตร ก่อนหยิบจับห่อและถุงขนมปังส่งให้ลูกค้าคู่หนึ่งที่เดินเข้าร้านสีเขียวตามหลังเรามาติด ๆ จากนั้นพวกเขาก็แลกเปลี่ยนร้านอร่อยให้กัน ชวนคุยว่าเมื่อวานมีลูกค้ามาจากยะลา เพิ่งลงเครื่องแล้วตรงดิ่งมาหาเขาที่ร้าน 

หลังจากรอลูกค้าซา ไม่นานก็ได้รู้ว่า เขาคือ เบ๊บ-คุณาวุฒิ บุญสนอง เจ้าของร้านอารมณ์ดีที่เราเดินทางมาคุยด้วยในวันนี้ รวมถึงพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ทำให้ร้านนี้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่าง แก้ว-กมลา ธานีโต เจ้าของร้านขนมปังโฮมเมด อันเลื่องชื่อเรื่องซาวโดวจ์

พื้นที่ย่านแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ดแห่งนี้ เป็นทั้งที่ตั้งของคาเฟ่ ครัว และบริษัทของ ‘Salee Bakehouse’ ซึ่งเป็นบ้านเก่าของแก้ว ทำให้ร้านของเบ๊บเปรียบเสมือนโชว์รูมและหน้าร้านขนมปังของแก้วด้วย

ขอเล่าอย่างย่อว่า เพื่อนซี้ทั้งสองเจอกันในโลกโซเชียล เริ่มต้นจากเบ๊บที่อยากทำร้านกาแฟเสิร์ฟคู่กับขนมปัง จากนั้นก็แอดเฟซบุ๊กแก้ว ครูสอนทำขนมเพื่อขอเคล็ดลับวิชา ลองไปลองมาก็ล้มเลิก เพราะเบ๊บรู้ว่าไม่มีทางที่จะใช้เวลาอันสั้นเพื่อเก่งเรื่องขนมปังได้เลย แต่นั่นกลับสปาร์กให้ทั้งคู่สนิทกัน

เมื่อโควิด-19 มาเยือน เบ๊บทำกาแฟขาย แก้วทำขนมปังส่งเดลิเวอรี่ อุดหนุนกันไปมา เบ๊บก็รู้ซึ้งถึงสิ่งที่แก้วเคยพูด “เรายังจำได้ที่แก้วบอกว่า ‘อยากทำเพื่อสนับสนุนท้องถิ่น’ แล้ววันนี้เราก็รู้สึกแล้วว่าคำพูดของแก้วมันจริง” นั่นเองก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BABE + X = BECX

เพราะกาแฟที่อร่อยที่สุด คือกาแฟที่ลูกค้าอยากกิน

เส้นเรื่องของร้านนี้คือการบรรจบกันของ 2 คนผ่าน 2 เส้นทาง เราขอเริ่มกันที่ BECX พระเอกของร้านนี้กันก่อน 

เบ๊บคือชาวปากเกร็ด อดีต Bar Manager ผู้ยืนพ่วงตำแหน่งเป็นบาริสต้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนเริ่มอินกับศาสตร์ของกาแฟมากขึ้น ทำให้เขาเริ่มออกเดินทางเรียนรู้ ไม่ว่าจะผ่านการดูอินสตาแกรมเพื่อเรียนเทลาเต้เอง ถามผู้รู้บ้าง ถึงขั้นได้ไปเรียนดริปกาแฟกับครูญี่ปุ่นที่ร้าน KISSA ถึงเชียงใหม่ จนเขาปิ๊งไอเดีย อยากทำร้านเองตามแนวคิดแบบคิสสะเต็น (Kissaten) ร้านกลิ่นอายญี่ปุ่น เสิร์ฟกาแฟและขนมที่คุมด้วยคนเดียวได้

เบ๊บเลยยืนเดี่ยวคุมร้านคนเดียวแบบ One Man Show “ตอนที่เราเปิดร้านครั้งแรก ไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใครเลย แค่อยากเป็นร้านกาแฟชุมชน เป็นเหมือนสภากาแฟให้คนมานั่งเม้ากัน แล้วเราก็เม้ากับเขาด้วย” จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อนสมาชิกร้านกาแฟและประชาชนเบียร์คราฟต์ในแถบนี้ที่มักแวะไปมาหาสู่เป็นประจำเพื่ออุดหนุนกันและกัน

แล้วทำไมต้องเป็น BECX – เราถาม

“เพราะชอบการ์ตูนเรื่อง BECK ปุปะจังหวะฮา การ์ตูนเกี่ยวกับดนตรีที่ชอบอ่านตอนเด็ก ๆ เราอยากขอลิขสิทธิ์ฟอนต์เขามาใช้แต่หาไม่ได้ เลยให้พี่ที่รู้จักกันออกแบบใหม่ เปลี่ยนตัวอักษร บวกกับเอาชื่อเรากับชื่อที่ที่บ้านเรียกมารวมกัน ก็ออกมาตลกดี ส่วนความหมายก็คือการได้รับการยอมรับ” ซึ่งเบ๊บไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่สุด 

“ร้านเราไม่ใช่สเปเชียลตี้ที่สุด เท่ที่สุด หรือหายากที่สุด แต่เราอยากจริงใจมาก ๆ วันไหนกาแฟมีปัญหา เราก็จะบอกลูกค้าไปตรง ๆ ถ้าลูกค้าถาม ก็พร้อมแนะนำให้ว่าร้านกาแฟที่คุณชอบมีที่ไหนอีก เพราะอย่างเครื่องทำกาแฟเราก็เก่ามาก เก่าสุด ๆ 16 ปีแล้ว อันนี้ยืมเพื่อนมา” เรามองตามไปที่เครื่อง Conti club สีแดงรุ่นเดอะด้านหลัง 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้คุณอยากกินอะไร ถ้าทำได้ เขาจะทำให้กิน “เราทำกาแฟมานานจนอีโก้ในตัวไม่เหลือแล้ว แล้วเราเชื่อว่ากาแฟอร่อยที่สุด คือกาแฟที่เขาอยากกิน ดังนั้น ถ้ามาที่นี่เขาต้องได้กิน” 

Kaew + Bread = Salee Bakehouse

ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

เราขอตัดสลับข้ามฉากมาที่ฝั่งของนางเอกแห่ง Salee Bakehouse บ้าง ซึ่งก็คือแก้ว ผู้เป็นเจ้าของบริษัท เจ้าของบ้าน และผู้มีส่วนจุดประกายให้เบ๊บ 

แก้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวริมสุดของเคาน์เตอร์บาร์ที่ประจำในร้าน ก่อนเล่าให้เราฟังว่า เธอคืออดีตเชฟ ขนมหวานหมดไฟที่ตัดสินใจออกเดินทางไปฝึกงานที่ต่างประเทศ อย่างเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และซานฟรานซิสโก ที่อเมริกา จากนั้นเธอก็ได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อในร้านมิชลิน 3 ดาวเมืองแห่งสายหมอก แต่ด้วยอุดมการณ์และระบบที่ไม่ตอบโจทย์คุณค่าอย่างที่คิดไว้ เธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน

และด้วยอารมณ์พาไป หลังจากนั้นไม่นานร้านขนมปังก็ถือกำเนิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน สมัยนั้นร้านยังตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งแก้วทำร้านแบบที่ไม่รู้อะไรเลย

“เราเปิด Salee Bakehouse ด้วยอุดมคติและความเชื่อล้วน ๆ เราเชื่อว่าทุกคนควรมีสิทธิ์เอ็นจอยกับอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน และมันเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอาหารอย่างเรา ส่วนที่เลือกขนมปังเพราะขนมปังก็เหมือนกับข้าว ‘It’s the most humble item on earth.’ เหมือนมีค่าน้อยที่สุดบนโต๊ะ แต่คุณขาดไม่ได้

“แม้จะเป็นเชฟชนม แต่เราชอบทำขนมปังเพราะมันไม่ค่อยมีระเบียบดี ไม่เหมือนขนมหวานที่สูตรต้องเป๊ะ แล้วต้องเป็นซาวโดวจ์นะ เพราะว่าเรารู้สึกว่ามันดีต่อสุขภาพมากกว่า ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยเข้าใจและไม่ได้อยากกินขนมปังก้อนใหญ่เปลือกแข็ง เราเลยหาสูตรทำซาวโดวจ์แบบนิ่ม ก้อนเล็กลง และหลากหลายขึ้น” 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

สำหรับคนที่ยังไม่ซี้กับ ซาวโดวจ์ (Sourdough) นี่คือขนมปังที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติ หมักให้เกิดความเปรี้ยว ซึ่งรสเปรี้ยวนี้เกิดจากการทำงานของกรดแลกติก ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้าง รสชาติ และการเก็บรักษาของขนมปัง เราเลยมักเห็นเป็นเหมือนขนมปังฝรั่งเศสก้อนใหญ่แข็ง ๆ แต่แก้วบอกว่าใช้แป้งนี้กับขนมปังได้ทุกชนิด ซึ่งเธอคิดสูตรเองจากประสบการณ์ เพื่อสร้างแป้งในแบบที่เธออยากได้

ไม่นานเมื่อโควิดเริ่มโหมหนัก ร้านปิดตัวลง แก้วจึงย้ายครัวและร้านกลับมาตั้งต้นที่บ้านเก่าในจังหวัดนนทบุรี เปลี่ยนเป็นระบบขายออนไลน์แทน ก่อนเริ่มเซ็ตอัปหน้าร้านจริงจังเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่นานก็ได้เจอกับเบ๊บ ผู้เป็นคนกลางเชื่อมคอมมูนิตี้คนทำร้านอาหาร คนทำคราฟต์เบียร์ และชุมชนคนแถวนี้

“ที่เราเลือกทำร้านจริงจัง เพราะอยากให้ตรงนี้เป็นเหมือนกึ่งโชว์รูมของ Salee Bakehouse พอเราอบขนมปังใหม่ ๆ ก็ยกจากด้านในมาวางขายได้เลย และที่สำคัญ เราอยากทำเมนูตัวอย่างให้ลูกค้าเห็น เป็นที่ที่ให้ลูกค้าได้มาลองเห็นลองชิมก่อน ไม่ใช่กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งคิดว่าจะทำยังไงกับขนมปังก้อนนี้ที่ซื้อจากเราไปดี” 

ถ้าได้ติดตามร้านนี้ จะเห็นว่าเมนูขนมปังมีมาให้เลือกไม่ซ้ำ บางเมนูที่เล็งเอาไว้ ถ้าช้าเพียงอึดใจก็หมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ นั่นเป็นเพราะความตั้งใจของแก้วที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่ออุดหนุนเกษตรกรท้องถิ่นในเครือข่ายที่เธอรู้จัก 

“ขอยกตัวอย่างขนมปังมะม่วงที่เรามี เป็นมะม่วงที่เราตามหาและรับซื้อพวกตกเกรด ผิวไม่สวย จากเกษตรกร บางครั้งก็ซื้อโดยตรงจากเกษตรกรจากแม่ทา อย่าง 125บ้านเฮา ที่เชียงใหม่ หรือทำงานกับ GO Organics คอยตามดูว่าพวกเขามีผลผลิตอะไร แล้วค่อยเอาคิดว่าจะเอามาใส่หรือทำเมนูที่กินคู่กับขนมปังยังไงได้บ้าง” การทำงานกับคอมมูนิตี้ชาวเกษตรอินทรีย์ทำให้แก้วเข้าใจทั้งในมุมผู้ผลิตและผู้บริโภคมากขึ้น เธอพยายามปรับจูนอุดมคติกับความเป็นจริงให้อยู่ร่วมกัน แล้วเสนอทางที่เป็นธรรมที่สุดให้ผู้คนรวมถึงโลกใบนี้ผ่านขนมปังก้อนแล้วก้อนเล่า

เธอบอกว่านี่คือพันธกิจของอาชีพที่เธอรับอาสาด้วยความภูมิใจ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกรกับคนซื้อให้เข้าใจกัน เพื่อตอบคำถามว่าทำไมของออร์แกนิกถึงราคาสูง เพื่อบอกเล่าว่าเกษตรกรต้องแลกกับอะไรบ้างกว่าจะได้มาซึ่งผลผลิต ดังนั้น เธอจึงบอกกับลูกค้าเสมอว่า ‘คุณจะได้สินค้าที่สมเหตุสมผลกับราคาที่คุณจ่าย’

Special Menu at BECX

เมนูขนมปังที่ Salee Bakehouse ออกแบบเพื่อ BECX

ปกติ Salee Bakehouse ขายซาวโดวจ์เบเกิลและขนมปังสารพัด เปิดให้คนสั่งจองออนไลน์แล้วจัดส่งถึงบ้าน หรือมารับที่หน้าร้าน BECX จากมือเบ๊บก็ได้เช่นกัน และทุกครั้งเราจะได้ยินคำพูดติดปากที่เขาบอกกับลูกค้าผู้แวะเวียนเข้ามาเสมอว่า ‘นี่คือขนมปังของสาลี’ 

แต่ถ้าคุณ Walk-in เข้ามาเพื่อกินที่ร้านสีเขียวแห่งนี้เลย คุณจะได้พบกับบางเมนูที่ไม่มีขายที่ไหน เพราะมีบางเมนูที่แก้วออกแบบขนมปังให้ที่นี่โดยเฉพาะ เราเลยขอป้ายยาเมนูแนะนำเอาไว้ให้ 

ไม่ว่าจะเป็น Sourdough Cinnamon Rolls ชิ้นยักษ์ ที่เกิดขึ้นเพราะ ‘เบ๊บอยากกิน’

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

  “ปกติไม่ได้ชิ้นใหญ่แบบนี้ แต่เห็นร้านที่ไต้หวันทำแล้วก็มาบอกแก้ว” เสียงเบ๊บบอกพลางอบขนมออกมาให้เราได้ชิม

“เรานั่งเถียงกัน ทำไมต้องชิ้นใหญ่ขนาดนี้ด้วยเนี่ย แต่พอออกมาก็พอใจนะ” แก้วหัวเราะ ก่อนเสริมว่าส่วนซอสที่ราดกินคู่กัน เบ๊บเป็นคนทำเอง ในฐานะคนชิม บอกได้แค่ว่าฟินสุด ๆ ทั้งแป้งนิ่มกำลังดี บวกกับซอสหวาน ๆ และครีมด้านบนที่เข้ากันเป็นอย่างดี จิบคู่กับกาแฟคือที่สุด 

BECX คาเฟ่และโชว์รูมของ Salee Bakehouse ที่เสิร์ฟขนมปังดีในร้านกาแฟของชุมชนปากเกร็ด

ส่วนเมนู Apple Square เป็นเมนูที่แก้วชอบ โดยดัดแปลงจาก Apple Turnovers (พัฟไส้แอปเปิล) ที่เราคุ้นเคย 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

  ส่วนขนมปังที่แก้วและเบ๊บอยากนำเสนอ คือซาวโดวจ์เบเกิล ปกติเบเกิลเป็นขนมปังที่ต้องนำไปต้มก่อนอบ แต่กินแล้วอาจปวดท้อง เพราะขนมปังที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมมักย่อยยาก ด้วยเหตุเกิดจากการทำเสร็จไวใน 3 ชั่วโมงให้คนได้กินเยี่ยงฟาสต์ฟู้ด แต่เบเกิลของที่นี่ถูกบังคับโดยซาวโดวจ์ยืนพื้น ทำให้ต้องหมักนาน 18 ชั่วโมง ซึ่งเธอยอมเสียเวลาและทุกอย่าง เพื่อให้ลูกค้าทานแล้วได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แบบเบเกิลอยู่ รวมทั้งทานแล้วไม่ปวดท้อง ดีต่อสุขภาพด้วย

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

แก้วบอกว่าความพิเศษคือ เบ๊บจะรับอาสารังสรรค์ซาวโดวจ์เบเกิลให้เป็นเมนูน่าทาน ทั้ง Sourdough with Creamcheese และ Sourdough with Smoked Salmon เก็บเป็นไอเดียไปทำเองที่บ้านก็ได้นะ

เมนูหลังเราขอ Recommend ขั้นสุด เพราะทั้งแซลมอนเต็มชิ้นเต็มคำ สารพัดผักตัดรส (ถ้าไม่กินอะไรก็บอกเบ๊บได้) พร้อมกับซอสฉ่ำ ๆ แซมกลิ่น Caper และ Dill เพื่อสร้างความสมดุลในปาก กินไปกินมา รู้ตัวอีกที อ้าวหมดแล้ว! 

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น
การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

ส่วนเครื่องดื่มก็มีสารพัดเหมือนที่เบ๊บบอกว่าอยากกินอะไรแค่บอกมา ที่นี่จึงมีตั้งแต่กาแฟดริป กาแฟเมนูสนุกอย่างไอน์สแปนเนอร์ (Einspänner) เป็นกาแฟแบบที่ฮิตกันในเกาหลีใต้ ซึ่งต้นฉบับมาจากกรุงเวียนนา กาแฟเอสเปรสโซโปะด้วยวิปปิ้งครีม ละมุนลิ้นกำลังดีเหมือนมีมวลหิมะขนาดย่อมอยู่ในปาก เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองเมนูแปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีโฟลต Masala Chai ชาใส่เครื่องเทศ หรือแม้แต่เมนูครีมโซดาย้อนวัยให้ได้จิบชิมเพิ่มความซู่ซ่าอีกด้วย 

BECX + Salee Bakehouse = Support Local

ห้องทดลองของคนทำและห้องรับรองของชุมชน 

ช่วงหลังมานี้คนสั่งขนมปังเยอะขึ้นมาก ร้านกาแฟก็เริ่มมีฐานแฟนคลับ เราไม่แปลกใจเลยเพราะอย่างวันที่เรานั่งคุยกัน ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย แน่นอนว่าที่นี่เปิดรอต้อนรับนักเดินทางขาจรและขาประจำให้ได้มาสัมผัส ประหนึ่งห้องรับรองให้คนที่สนใจในขนมปังได้มาลองชิมรสชาติใหม่ ๆ

วันนี้โชคชะตาพาพวกเขาเดินทางมาเจอกันที่ร้านแห่งนี้ แล้วเส้นทางต่อไปในอนาคตล่ะ

จากนี้ 5 ปี หรือ 10 ปี BECX และ Salee Bakehouse จะเป็นยังไง – เราโยนคำถาม ทั้งคู่ได้ยินก็เงียบคิดไปพักหนึ่ง

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

“ฉันคิดนะ” เบ๊บพูดขึ้น แล้วหันไปมองแก้ว

“เธอคิดหรอ หล่อจัง” แก้วหัวเราะ ก่อนปล่อยให้เบ๊บเล่าความฝันของเขา

เบ๊บบอกว่าเคยคุยเล่น ๆ กับแก้วว่า ถ้ายอดขายดี อยู่ได้ ก็อยากขยายร้านให้ใหญ่และดีขึ้น เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ได้อยากเจ๋งที่สุด แค่นึกถึงก็มาหากัน มาทำโปรเจกต์สนุก ๆ ที่ร้านนี้ด้วยกัน 

ส่วนแก้วก็อยากเห็น Salee Bakehouse โตขึ้น เพราะเธอเชื่อว่า “ถ้าเราอยากเปลี่ยนอะไรสักอย่าง อยากซัพพอร์ตพนักงาน เกษตรกร คนกิน เราจำเป็นต้องแข็งแรง ตัวใหญ่ และเสียงดัง มันจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ง่ายขึ้น” เธอบอกกับเบ๊บว่าขอบคุณที่ทำให้ Salee Bakehouse มีตัวตนจากคำบอกเล่าของเขา ที่สำคัญคือ อยากสร้างมิตรภาพให้กับผู้คนในละแวก ให้คนที่แวะมาเห็นว่าพวกเขาเป็นมิตรมากพอที่จะมาคุย มาถาม หรือสั่งเมนูชื่อแปลกได้โดยไม่กลัวว่าจะสั่งผิด

“คนทำอาหารไม่เท่เลย เราไม่ใช่คนเท่” นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทั้งคู่พูดทิ้งท้ายเหมือนกัน และเป็นประโยคที่เราชอบมากที่สุด 

บทสนทนาจบลงตรงนี้เพื่อให้ทุกคนติดตามการเติบโตของพวกเขาต่อไป บอกเลยว่านี่คือ 3 ชั่วโมงที่สนุกสนานและเพลิดเพลินจนลืมเวลา เหมือนได้มานั่งคุยปรับทุกข์กับเพื่อนบ้านใกล้ที่สนิทใจกันจริง ๆ

ก่อนโบกมือลา เสียงแก้วแอบกระซิบ “เบ๊บชงเมนูเด็กอ้วนอร่อยมาก ไว้คราวหน้าลองมาชิม” เราให้คำมั่นกับตัวเองแล้วว่าไม่มีพลาด ต้องกลับไปอีกแน่นอน!

การโคจรมาเจอกันของกาแฟแห่ง BECX KAFFEE : neighborhood และขนมปังโฮมเมด Salee Bakehouse ที่สปาร์กจอยการทำร้านเพราะอยากสนับสนุนท้องถิ่น

BECX KAFFEE : neighborhood

ที่ตั้ง : 34/25 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.30 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 08 2692 6942

Facebook : BECX

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load