ถ้าบอกว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่เอาโกโก้และช็อกโกแลตมาเป็นส่วนประกอบของเมนูเกือบทุกอย่างในร้าน ทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน ของคาว และค็อกเทล เท่านี้เราก็คิดว่าน่าสนใจแล้ว 

แต่ไม่ใช่แค่นั้น ร้านนี้ไม่ได้ใช้แค่ช็อกโกแลตจากต้นโกโก้รสหวานขมที่เราคุ้นเคยกันดีเท่านั้น แต่ยังใช้โกโก้ตั้งแต่เปลือก เมล็ด ไปจนถึงน้ำโกโก้สดที่น้อยร้านจะมีขาย ถ้าหากไม่ได้คลุกคลีอยู่กับกระบวนการทำช็อกโกแลตด้วยตัวเอง

และที่สำคัญ ทั้งหมดเป็นโกโก้ไทย

อาหารแต่ละจานที่สร้างสรรค์จากโกโก้ ผ่านการคิดและปรุงโดยเชฟทีม Bocuse d’Or หรือทีมเชฟเยาวชนทีมชาติไทยที่ไปแข่งขันรอบสุดท้ายในรายการใหญ่ระดับโลกมาแล้ว 

เราอยากแนะนำร้านเล็ก ๆ แต่ไม่ธรรมดาในซอยสุขุมวิท 31 นี้

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

31 เป็นทั้งเลขของซอยที่ตั้งร้าน และยังเป็นหมายเลขเดียวกับอุณหภูมิที่สำคัญในกระบวนการทำช็อกโกแลต เลยเป็นที่มาของชื่อ ‘31 Degrees’ ร้านของ ต้น-ปณิธิ และ ต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล เจ้าของ Kad Kokoa แบรนด์ช็อกโกแลตไทยแท้ระดับโลก จากไอเดียที่ตั้งใจจะเปิดให้ที่นี่เป็น Kad Kokoa สาขาสอง แต่ระหว่างนั้น ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเพิ่มความท้าทายให้โกโก้ไทย ด้วยการตั้งโจทย์ให้โกโก้กลายเป็นส่วนผสมในอาหาร เปลี่ยนจากคาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มและขนม ให้กลายเป็นร้านอาหารจากโกโก้ไทยเต็มตัว  

31 Degrees นิยามตัวเองว่าเป็น Bistronomy เป็นนิยามร้านที่ใช้เรียกร้านอยู่ระหว่าง Bistro ร้านอาหารที่บรรยากาศกึ่งสบาย ๆ อาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ กับ Gastronomy ที่จริงจังกับอาหาร การปรุง และเน้นการนำวัตถุดิบมาสร้างสรรค์ใหม่

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มาดื่มด่ำกับโกโก้ไทยได้ตั้งแต่เช้าจนดึก

ในตอนเช้าร้านจะเปิดเป็นคาเฟ่ มีกาแฟและเครื่องดื่มที่แน่นอนว่าต้องมีโกโก้เป็นพระเอกอยู่ด้วย นอกจากช็อกโกแลตร้อนหรือเย็น ยังมีเครื่องดื่มที่คิดขึ้นมาพิเศษจากน้ำโกโก้สด เครื่องดื่มรสผลไม้เปรี้ยวหวานนุ่มนวล มีความหอมหวานเฉพาะตัว รสอร่อยและหาดื่มยาก ส่วนมากจะต้องเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในกระบวนการทำโกโก้ถึงจะมีน้ำโกโก้สดให้ชิม 

Kokoa Callin’ เป็นน้ำโกโก้สดกับช็อตเอสเพรสโซ่และน้ำสปาร์กลิ้งเพื่อเพิ่มความซ่า ให้ความรู้สึกเป็นกาแฟที่มีความหอมหวานแบบใหม่และสดชื่น 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

หรือจะเลือกดื่มกาแฟร้อนในตอนเช้าคู่กับ Devil May Cry มัฟฟินสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของแฮม ชีสและไข่ต้มเนื้อไข่แดงเยิ้ม ๆ นวล ๆ ต้องกินคู่กันกับซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษที่ทำขึ้นจากโกโก้จันทบุรี มีรสออกเปรี้ยว เผ็ดเล็ก ๆ ตัดกับชีสในมัฟฟินได้ดี

อาหารของที่ร้านอาหารเป็นอาหารสไตล์ French-Nordic มีความละเมียดละไมซับซ้อนแบบคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส แต่ท่าทีของอาหารเข้าถึงคนกินได้ง่ายขึ้น คือเป็นอาหารที่กินง่าย และง่ายต่อการสั่งกลับบ้าน 

โจทย์สำคัญคือการนำวัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยและช็อกโกแลต เข้าไปเป็นส่วนประกอบของอาหารให้ได้มากที่สุด เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่เรื่องท้าทายเกินความสามารถของทีมครัว ที่ส่วนใหญ่คือทีม Bocuse d’Or Thailand อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ทีมนี้ก็เหมือนทีมชาติไทยในวงการโอลิมปิกของเชฟ 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

Kad Kokoa เป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการทีม Bocuse d’Or ของไทย เพื่อไปแข่งขันในเวทีโลก และเห็นว่าทีมยังขาดสถานที่ในการโชว์ฝีมือให้คนได้รู้จักและเข้าถึงได้จริง ร้านนี้เลยเป็นเหมือนสนามเหย้าของทีมชาติไทยไปโดยปริยาย

การได้รับโจทย์เป็นวัตถุดิบเป็นเรื่องที่ต้องเจออยู่แล้วในการแข่งขัน ทีมครัวของที่นี่เต็มไปด้วยเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และใช้วัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยได้สนุก แถมเรายังได้ชิมอาหารที่พัฒนาจากเทคนิคเชฟสายแข่งขันจริง ๆ อีกด้วย

เมนูอาหารมากกว่าครึ่งหนึ่งจะมีส่วนผสมของโกโก้ไทย แทรกเข้าไปอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งซอส ซุป หรือถึงขั้นนำมาดองผัก 

ออกมาเป็นเมนูอย่างสลัดที่ใช้แครอทเคลือบด้วยน้ำผึ้งท้องถิ่น กินกับเคล ใส่โกโก้นิบส์เพิ่มรสสัมผัสกรุบ ๆ ราดน้ำสลัดที่ได้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวหวานของเลมอน

จาน Barramundi ปลาเนื้อขาว เสิร์ฟคู่กับครีมซอสไวน์ขาว มีผักที่ดองด้วยน้ำส้มและน้ำโกโก้สด เพื่อให้ได้รสเปรี้ยวพิเศษ ตัดกับรสครีมมี่ของเนื้อปลาและครีมซอส ในจานมีพิวเรจากต้นกระเทียมและมันฝรั่ง และถั่วหวานมาเป็นเครื่องเคียงด้วย 

ตบท้ายด้วยของหวานจากช็อกโกแลตที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย นอกจากช็อกโกแลตสอดไส้สีสวย เค้ก และขนมอบที่ทานคู่กับกาแฟ ยังมีขนมที่จัดจานอย่างสวยงามโดยฝีมือเชฟ อย่างทาร์ตช็อกโกแลต ด้านในเป็นบราวนี่ บีบโฟมครีมจากโกโก้นิบส์ ตกแต่งด้านบนด้วยตุอีล (Tuile) จากโกโก้นิบส์ และอัลมอนด์ จบด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตซอร์เบต์จาก Kad Kokoa

แวะเวียนมาสัมผัสโกโก้ไทย ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตลอดวัน ตั้งแต่เช้าไปจนดึก เพราะหลังจากเปิดเต็มรูปแบบแล้ว ตอนช่วงค่ำจะปรับเปลี่ยนเป็นค็อกเทลบาร์ ไวน์ ซึ่งก็ยังคงคอนเซ็ปต์เอาโกโก้จากแหล่งปลูกต่าง ๆ มาครีเอตเป็นเครื่องดื่มสนุกได้อีก

ใครรักโกโก้หรือช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ อยากชวนให้ลองมาชิมเมนูอร่อย และเมนูที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์โดยทีมเชฟฝีมือดีและไฟแรง 

อาจจะเป็นที่แรกก็ได้ที่ทำให้เห็นว่า โกโก้ไทยเป็นอะไรได้มากกว่าที่เราจะนึกถึง

31 Degrees by Kad Kokoa

ที่ตั้ง : 235 5 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 08.00 – 23.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Facebook : 31 Degrees by Kad Kokoa 

Instagram : 31degrees.bkk

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”

ถ้าพูดถึงเมืองแห่งผลไม้และนักกวีชื่อดังอย่างสุนทรภู่ ก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดระยองเป็นแน่ 

ระยองเป็นเมืองแห่งเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตพื้นบ้าน และยินดีต้อนรับผู้คนต่างถิ่นอย่างเป็นมิตรอยู่เสมอ ฉันผู้มาอำเภอแกลงเป็นครั้งที่สองของชีวิตได้เดินหลงเข้าไปในย่านเก่าของเมืองแกลง ที่นั่นเป็นชุมชนที่ดูอบอุ่น เช้า ๆ จะมีคนเฒ่าคนแก่ออกมานั่งสานตะกร้าหน้าบ้าน นั่งดูผู้คนและรถที่ผ่านไปผ่านมาบนถนน 

ฉันนั่งรถต่อไปสักพัก ก็สะดุดตากับร้านหนังสือสีฟ้าน้ำทะเลสดใสร้านหนึ่ง ด้านหน้าเขียนว่า ‘ร้านสุนทรภู่’ เลยแวะสำรวจบรรยากาศด้านในอันเงียบสงบ มีเด็กชายอายุราว ๆ 7 – 8 ขวบ กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลิน ทำเอาฉันสนใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหาหนังสือมาอ่านและติดมือกลับบ้าน

แต่แล้วก็มีผู้หญิงท่าทางใจดีคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

สุนทรภู่ : ร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งแรกของแกลง ที่เป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่าน จ.ระยอง

ฐอน-รัสรินทร์ กิจชัยสวัสดิ์ เจ้าของร้านหนังสือสุนทรภู่เข้ามาทักทายด้วยท่าทางเป็นมิตร พร้อมนำชาร้อนและขนมเจ้าอร่อยมาให้ชิม พี่ฐอนเป็นคนน่ารัก ใจดี แถมคุยเรื่องหนังสือสนุก เธอเล่าให้ฟังว่าสมัยเรียนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ หลายครั้งที่เข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เรื่องราว วิเคราะห์และตีความหนังสือ เธอจะตื่นเต้นและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อจะได้เล่าเรื่องของเธอกับหนังสือให้ทุกคนฟัง 

สมัยเรียนคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักแวะเวียนไปอ่านหนังสือ ‘ร้านแซงแซว’ ร้านหนังสือดอกหญ้าหน้า มช. อยู่เสมอ พี่ฐอนบอกว่าเจ้าของร้านใจดีเพราะให้เธอยืนอ่านเป็นประจำ นั่นเป็นเหตุการณ์ประทับใจและจุดประกายให้สาวเมืองแกลงคนนี้ อยากสร้างร้านหนังสือเล็ก ๆ ของตัวเองในบ้านเกิดเพื่อนักอ่านทุกคน

‘สุนทรภู่’ คือชื่อร้านที่ ปราย พันแสง และ อู๋-ดุษฎี พันธ์พจี เป็นผู้ตั้งให้ เพราะเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของพระสุนทรโวหารหรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเหมาะสมที่สุดสำหรับร้านหนังสืออิสระในเมืองแกลงแห่งนี้

‘ร้านหนังสือ’ เป็นหนึ่งในความฝันของพี่ฐอน ชนวนเหตุที่ทำให้เธอกลับบ้านเกิดเริ่มต้นเมื่อสิบปีก่อน ลูกสาวกลับมาดูแลคุณแม่วัย 80 และเริ่มต้นกิจการกวดวิชาสอนเด็ก ๆ ไม่นานนักก็ได้รับคำชวนจากเพื่อนสนิทให้เปิดร้านหนังสืออิสระด้วยกัน

ช่วงนั้นโครงการร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านเกิดของ ปราย พันแสง กำลังเป็นที่นิยม ร้านสุนทรภู่ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย ยุคนั้นร้านหนังสืออิสระฮอตฮิตมาก มีทั้งร้านหนังสือเดินทาง (กรุงเทพฯ), ร้านนำพุบุ๊คสโตร์ (บุรีรัมย์) , ร้านกาลครั้งหนึ่ง (อุทัยธานี) ฯลฯ ให้นักอ่านตามรอยไปสนับสนุนถึงที่ และมีอีกหลายร้านเกิดขึ้นเพื่อให้บรรดาหนอนหนังสือรู้สึกสนุกและติดตามการก่อตัวของร้านหนังสือในพื้นที่ต่าง ๆ 

ร้านสุนทรภู่เป็นร้านหนังสืออิสระสีฟ้าน้ำทะเลสดใสอยู่ในชุมชนเก่าของอำเภอแกลง เกิดขึ้นเพื่อรักษาวัฒนธรรมการอ่าน เพราะเจ้าของร้านเชื่อว่าการอ่านมีส่วนช่วยเพิ่มพูนทักษะชีวิต ซึ่งร้านนี้มีสโลแกนน่ารัก ๆ ว่า ‘Be blossom Book & Tea’ ด้วยอยากให้ผู้มาเยือนรู้สึกเบิกบานกายและใจไปกับการจิบชาและอ่านหนังสือ 

“คนที่มาอาจจะรู้สึก Blossom หรือไม่ก็ได้นะ ถ้าจะต้องปาดน้ำตาแล้วไปต่อ พี่ก็ยินดีนั่งคุยด้วย”

สถานที่ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้พร้อมเป็นพื้นที่อิสระให้นักอ่านทุกคน จะแวะมานั่ง มานอน หรือมากินทุเรียนก็ได้ (ขอให้บอกกันก่อน) แถมยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จุดนัดพบระหว่างนักเขียน-นักอ่าน งานเสวนาขนาดย่อม จนถึงมินิคอนเสิร์ต ซึ่งกิจกรรมทุกอย่างที่ว่ามาเกิดขึ้นมาแล้วก่อนสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ภายในร้านเต็มไปด้วยหนังสือมากมายที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่คัดเลือกจากความชอบของเจ้าของร้านหนังสือ เพราะข้อจำกัดของร้านหนังสืออิสระหลาย ๆ ร้านกับการเลือกหนังสือเข้ามานั้น ทำให้ต้องใช้เวลาในการเลือกพอสมควร หนังสือส่วนใหญ่จึงเป็นแนวปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม และท่องเที่ยว ซึ่งพี่ฐอนสนใจอยู่แล้ว

“การอ่านหนังสือทำให้พี่รู้สึกเหมือนได้ผจญภัย ได้ออกเดินทางและเห็นโลกมากขึ้น พี่เป็นคนชอบเดินทางจากการอ่านหนังสือมาก ตอนเด็ก ๆ พี่อ่านหนังสือแทบทุกเล่มในห้องสมุดโรงเรียน อ่านแม้กระทั่งถุงกล้วยแขก พออ่านมากก็อยากจะเดินทางมาก และมันเริ่มทำให้พี่เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นจากการเดินทางด้วยนะ”

เธอจึงกลายเป็นคนชอบท่องเที่ยว การเห็นโลกทำให้เธอเกิดไอเดีย ได้ความคิดใหม่ ๆ ที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเมืองและพัฒนาตัวเอง เหมือนท่านสุนทรภู่ที่ออกเดินทางไปในที่ต่าง ๆ จนเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนบทกวี

พี่ฐอนเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘Trekking กับหญิงอ้วน’ เป็นบันทึกการเดินป่าที่เนปาล เธอประทับใจมากจนตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือในสำนักพิมพ์ของตัวเอง (สำนักพิมพ์สุนทรภู่พับลิชชิ่ง) นอกจากนี้ยังมีหนังสืออีกเล่มหนึ่งในสำนักพิมพ์เดียวกัน ชื่อว่า ‘ปลาวาฬไม่ไปทำงาน’ เธอทำร่วมกับ เพจปลาวาฬไม่ไปทำงาน เป็นหนังสืออ่านสนุก มีเนื้อหาและข้อเขียนที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย (อาจจะโดนใจวัยทำงานเป็นพิเศษ)

นักอ่านหนังสือปรัชญามือใหม่อย่างฉันควรจะเลือกเล่มไหนดี นึกได้ดังนั้น ฉันจึงขอให้พี่ฐอนช่วยแนะนำหนังสือปรัชญาสำหรับมือใหม่ให้อ่าน เจ้าของร้านใจดีลุกออกจากเก้าอี้ไม้ สำรวจหนังสือ และหยิบมาเล่าให้ฉันฟัง

เธอบอกว่านักอ่านปรัชญามือใหม่ทุกคนควรเริ่มต้นจาก เจ้าชายน้อย เพราะเข้าถึงง่าย 

“การอ่าน เจ้าชายน้อย แต่ละครั้ง ในแต่ละช่วงอายุ จะมีปรัชญาแฝงที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต นักอ่านแต่ละคนจึงตีความออกมาไม่เหมือนกัน มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้”

เรื่องที่สอง คืนวันอันแสนงาม เป็นหนังสือจากประเทศจอร์เจีย และผู้ประพันธ์ก็เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในบ้านเขา พี่ฐอนว่าเขาเป็นคนเขียนหนังสือดี ซึ่งหนังสือเล่มนี้เล่าถึงชีวิตวัยเด็กของเขาในจอร์เจีย

เรื่องที่สาม ปลาวาฬไม่ไปทำงาน เรื่องที่สี่ โต๊ะก็คือโต๊ะ เป็นหนังสือเก่าและหนังสือปรัชญาที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ถ้าหนักขึ้นมาหน่อยพี่ฐอนก็ยกให้งานของ มุราคามิ

เจ้าของร้านคนนี้แนะนำหนังสือแต่ละเล่มด้วยความเพลิดเพลินและจริงใจ เพื่อหวังให้ฉันพบเจอหนังสือปรัชญาเล่มที่ดีที่สุดที่ฉันต้องการ ว่ากันตามตรง ฉันได้รับความคิดใหม่ ๆ จากผู้หญิงคนนี้มาก ราวกับว่าร้านสุนทรภู่กำลังเปิดโลกทัศน์ให้ฉัน

แม้จะผ่านมาเกือบสิบปีที่เธอเริ่มต้นทำร้านสุนทรภู่ แต่ความรักในการอ่านของเจ้าของร้านไม่เคยลดลงหรือหายไป เธอยังคงแบ่งปันความรู้สึกและเรื่องราวดี ๆ ให้กับนักอ่านที่แวะเวียนมาอยู่เสมอ

น่าแปลกนิดหน่อยพอรู้ว่าตั้งแต่ร้านสุนทรภู่เกิดขึ้นมา ลูกค้าประจำส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในชุมชน แต่เป็นนักอ่านต่างถิ่นที่ตั้งใจมาและต้องการหนังสือที่ทางร้านมีต่างหาก บางกลุ่มมาจากกรุงเทพฯ บางกลุ่มมาจากต่างจังหวัด 

“พี่ว่าดีนะ เพราะมันทำให้คนรู้จักเมืองแกลงขึ้นอีกเยอะเลย” เจ้าของร้านหนังสืออิสระว่าอย่างนั้น

แกลงเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งผลไม้ ทะเล แถมยังมีแหล่งล่องแพเที่ยวชมแม่น้ำประแส แต่เมื่อสิบปีที่แล้วเมืองนี้กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก ซึ่งร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวตั้งใจแวะเวียนมา 

“อย่างน้อยร้านหนังสือของพี่ก็ช่วยให้คนรู้จักชุมชน รู้จักระยองมากขึ้น จากนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาในร้าน” เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ความต้องการต่อไปของพี่ฐอน คือการสร้างนักอ่านในชุมชนของระยองให้มากขึ้น

ฉันชวนพี่ฐอนคุยต่อถึงการปรับตัวของโลกหนังสือในวันที่ยุคดิจิทัลเข้ามาเยือน และการอ่านหนังสือผ่านเว็บไซต์ออนไลน์หรือช่องทางต่าง ๆ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สาวเจ้าของร้านหนังสือหัวเราะพลางยอมรับว่า

“พี่หมดเงินกับนิยายออนไลน์เยอะมาก” ฉันอมยิ้มให้ ก่อนเธอจะเสริมต่อ “ตอนอ่านหนังสือเล่ม พี่รู้ว่ามันจะจบตอนไหน และจบยังไง พออ่านออนไลน์ มันเป็นการหยอดเงินเพื่ออ่านบทต่อ ๆ ไป และไม่ยอมจบง่าย ๆ 

“แต่มันดีนะคะ นักเขียนมีช่องทางและโอกาสมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนคนไหนก็สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองลงในโลกออนไลน์ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีใครสนใจเรื่องชื่อเสียงหรือหน้าตาของนักเขียนคนนั้น แต่พวกเขาสนใจและให้คุณค่ากับผลงานของนักเขียนเหล่านั้นมากกว่า” นักอ่าน (ออนไลน์) ตัวยงเสริมข้อดีของโลกหนังสือออนไลน์

พี่ฐอนเป็นหนึ่งในนักอ่านที่ปรับตัวตามเทคโนโลยี เธอสนับสนุนนักเขียนออนไลน์หลายท่านและอ่านงานหลากหลายแนว ฉันหมายความอย่างนั้นจริง ๆ เธออ่านนิยายรักวัยรุ่น นิยายวาย นิยายจีน ระหว่างที่เล่า เธอยังคงชื่นชมนักเขียนเหล่านั้นไม่ขาดปาก ทำเอาฉันประหลาดใจและประทับใจกับเจ้าของร้านหนังสืออิสระคนนี้อีกครั้ง เธอเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ถึงแม้โลกการอ่านเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอก็ยังคงรักมันไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนักเขียนจะได้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ ร้านหนังสืออิสระก็ได้รับผลพวงที่ดีตามไปด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้นักอ่านสั่งซื้อหนังสือจากที่ไหนก็ได้ ส่วนพี่ฐอนกระซิบว่า เธอยินดีให้นักอ่านมาเลือกหนังสือถึงหน้าร้าน เพราะการสัมผัสหนังสือด้วยมือตัวเองมีเสน่ห์เหลือเกิน ทั้งกลิ่นกระดาษ กลิ่นน้ำหมึก ฟิน!

และช่วงโควิด-19 ที่ทำเศรษฐกิจย่ำแย่ลงมาก นักท่องเที่ยวน้อยลง คนเดินทางน้อยลง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ร้านสุนทรภู่เคยจัดก็ต้องพับเก็บไปหลายโครงการ พี่ฐอนพูดติดตลกปนความเศร้าว่าเธอเกือบจะต้องปิดร้าน เพราะพิษเศรษฐกิจทำร้ายอย่างหนัก ลำพังการขายหนังสืออย่างเดียวอาจจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำงานอย่างอื่นเพิ่ม ด้วยความที่เธอเป็นคนชื่นชอบการดื่มชา จึงเปิดร้านชาควบคู่กับร้านหนังสือ เพื่อช่วยพยุงร้านเล็ก ๆ ให้อยู่ต่อไป

พอสถานการณ์โรคระบาดใหญ่มาเยือน แทบทุกพื้นที่ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว จังหวัดระยองก็เช่นกัน ทำให้งบประมาณการดูแลพื้นที่ในจังหวัดระยองไม่เพียงพอต่อความต้องการ พี่ฐอนจึงอาสาเขียนหนังสืออนไลน์บนเฟซบุ๊ก เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลแกลงและพื้นที่ขาดแคลนอื่น ๆ ซึ่งจากการเขียนในครั้งนั้นทำให้เธอระดมทุนไปได้กว่า 70 ล้านบาท โดยนำเงินทั้งหมดไปช่วยสร้างห้อง ICU ให้กับโรงพยาบาลแกลง และมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์

สาวระยองพูดออกมาด้วยความภูมิใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เธอทำจะสร้างแรงบันดาลให้ให้กับคนระยอง เพื่อลุกขึ้นมาช่วยกันพัฒนาชุมชน พัฒนาจังหวัดระยองไปพร้อม ๆ กับรักษาขนบธรรมเนียม ความสวยงามของวิถีชีวิตท้องถิ่น และสื่อสารสิ่งนี้ออกไป สร้างการรับรู้ให้คนต่างถิ่น

บทสนทนาสุดท้าย ฉันถามพี่ฐอนว่า – ร้านสุนทรภู่มีความหมายกับเธออย่างไร

“มันคือความรัก มันคือตัวพี่ พี่อยากให้คนที่เข้ามาร้านหนังสือแห่งนี้ เพลิดเพลินกับการอ่าน จิบชา กินขนม และพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับนักอ่านคนอื่น ๆ ซึ่งภาพนี้มันคือความฝันของพี่ วันนี้พี่ได้เห็นภาพนั้นแล้ว

“ถึงแม้ความจริงร้านหนังสืออิสระจะไม่ใช่ธุรกิจที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจ พี่ว่าคนทำร้านอิสระ เขาคงทำใจตั้งแต่เริ่มต้น คงไม่มานั่งคิดเรื่องรายได้แล้ว เขาทำเพราะเขาชอบ ถึงอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็อยู่กันแบบนี้แหละ พี่ทำเพราะความรัก” เธอยิ้มมีความสุข

“มีเหตุการณ์ที่พี่ประทับใจมาก มีเด็กคนหนึ่งมาอ่านหนังสือร้านทุกวันเลย จนวันนี้เขากลายเป็นนักเขียนและสร้างรายได้ให้กับตัวเอง พี่ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยร้านของพี่ก็มีส่วนช่วยสร้างสิ่งเล็ก ๆ ให้กับใครสักคนหนึ่งได้ พี่มีความสุขมาก และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ร้านหนังสืออิสระหายไป และไม่ให้วัฒนธรรมการอ่านหายไป” นักอ่านและเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ จบบทสนทนาอย่างเรียบง่าย

ร้านสุนทรภู่ : ความฝันของสาวระยองที่กลับบ้านเกิดมาเปิดร้านหนังสืออิสระแห่งแรกของ อ.แกลง และอยากเป็นพื้นที่เสรีให้นักอ่าน

ร้านสุนทรภู่

ที่ตั้ง : 38/1 ทางเกวียน ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5965 9265

เว็บไซต์ : www.soontornphu.com

Facebook : ร้านหนังสือสุนทรภู่ อำเภอแกลง

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load