คืนวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 สนาม ปุสกัส อาเรน่า กรุงบูดาเปสต์ กลายเป็นฉากของความดีใจและความเจ็บปวดที่อยู่ในที่เดียวกัน เมื่อนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 ระหว่าง เปแอ็สเฌ พบ อาร์เซนอล ดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอด 120 นาทีก่อนจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ
ผลคือปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าแชมป์แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่สองติดต่อกันสำเร็จ หลังเสมอ 1-1 ในเวลาปกติและต่อเวลาพิเศษ ก่อนชนะดวลจุดโทษ 4-3 จากจังหวะที่ กาเบรียล มากาลาแอส เตะพลาดจากจุดโทษลูกสุดท้ายของอาร์เซนอล รวมข่าวกีฬา
ไฮเวิร์ตซ์จุดประกาย ปืนใหญ่นำก่อน

แค่นาทีที่ 5 เท่านั้น คาย ไฮเวิร์ตซ์ เปิดสกอร์ให้ปืนใหญ่ขึ้นนำ 1-0 ทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลทั่วโลกเฮสนั่นตั้งแต่ต้นเกม
อาร์เซนอลครองสกอร์นำ แม้จะมีสถิติการครองบอลน้อยกว่ามาก ฝั่งปารีสครองบอลสูงถึง 75% แต่กลับยิงเข้าเป้าได้เพียง 4 ครั้ง ขณะที่อาร์เซนอลยิงเข้าเป้าเพียง 1 ครั้งแต่ได้ประตูไปก่อน ภาพที่เห็นในช่วงครึ่งแรกคือปืนใหญ่บล็อกเกมด้วยแนวรับที่แน่นหนา ปล่อยให้คู่แข่งครองบอลแต่ไม่เปิดพื้นที่อันตราย
กวาราตสเคเลีย ชวนดวล เดอมเบเล่ตีเสมอ

ในนาทีที่ 62 ควิชา กวาราตสเคเลีย วิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษและถูกฟาวล์โดย คริสเตียน มอสเกร่า กรรมการชี้จุดโทษทันที และ อูซมาน เดอมเบเล่ ผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์ก้าวขึ้นมาเตะ ก่อนซัดพุ่งเข้าตาข่ายสวนทิศทางของ เดวิด ราย่า ทำให้เกมกลับมาเสมอ 1-1
ประตูนั้นเปลี่ยนพลังงานในสนามทันที ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกมากขึ้นในช่วงที่เหลือ กวาราตสเคเลียเกือบพาทีมขึ้นนำหากไม่ใช่เพราะ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี ดีเฟลกต์บอลไปชนเสา และ แบรดลีย์ บาร์โคล่า เกือบยิงชัยได้ในนาทีสุดท้ายของเวลาปกติแต่เตะพลาด
ต่อเวลา 30 นาที ยังไม่มีผู้ชนะ
เปแอ็สเฌ พบ อาร์เซนอล ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกในช่วงต่อเวลาพิเศษ อาร์เซนอลมีจังหวะขอจุดโทษในช่วงต่อเวลา แต่ถูกกรรมการ ดาเนียล ซีเบิร์ต ตัดสินว่าไม่ใช่ฟาวล์ และเมื่อทั้งสองทีมถอนดาวเด่นอย่าง บูกาโย ซาก้า และ เดอมเบเล่ ออกจากสนาม ก็เป็นสัญญาณว่าทุกอย่างจะต้องไปจบที่การดวลจุดโทษ
ดวลจุดโทษ ระทึกจนวินาทีสุดท้าย
เปแอ็สเฌ พบ อาร์เซนอล ในการดวลจุดโทษ เอเบเรชี เอเซ่ ยิงพลาดในลูกที่สองของอาร์เซนอล แต่ ราย่า ช่วยไว้โดยสกัดลูกของ นูโน่ เมนเดส ในลูกที่สามของปารีส ทำให้ เดคลัน ไรซ์ แปลงจุดโทษได้และยังพอมีลุ้น ก่อนที่ เพียง อาชราฟ ฮาคิมี จัดการปิดกล่องให้ฝ่ายตัวเองเป็น 4-3
กาเบรียล มากาลาแอส ก้าวขึ้นมาเตะลูกสุดท้ายของอาร์เซนอลในฐานะลูกที่ต้องเข้าถึงจะได้ต่อชีวิต แต่นายทวารปารีสอ่านทางได้ถูกจังหวะ บอลถูกสกัดออกมา และปารีสก็ระเบิดความดีใจสุดขีด
ประวัติศาสตร์ที่ปารีสเขียน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลายเป็นทีมที่สองเท่านั้นในยุคแชมเปียนส์ ลีก ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ต่อจากเรอัล มาดริดที่ครองสามสมัยติดต่อกันระหว่างปี 2016-2018
สำหรับ ลูอิส เอนริเก้ กุนซือชาวสเปน นี่คือแชมป์แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่สามในฐานะผู้จัดการทีม ต่อจากที่เคยทำสำเร็จกับบาร์เซโลน่าในปี 2015 และปารีสเมื่อซีซั่นที่แล้ว ส่วน มาร์กีนยอส, เดซีเร่ ดูเอ และ อาชราฟ ฮาคิมี กลายเป็นแชมป์ยุโรปสองสมัยพร้อมกัน
อาร์เซนอล ภูมิใจแม้หัวใจสลาย
เดคลัน ไรซ์ กัปตันทีมอาร์เซนอลกล่าวหลังเกมว่า รู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ภาคภูมิใจในพวกเราทุกคน ขณะที่ มิเกล อาร์เตต้า ชี้ว่าทีมจะกลับมาพร้อมความมุ่งมั่นสูงขึ้นในซัมเมอร์นี้
แม้จะจบซีซั่นด้วยน้ำตา แต่อาร์เซนอลฤดูกาล 2025/26 ยังคงเป็นซีซั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 22 ปี และการเดินทางสู่เวทีชิงแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี — บทต่อไปของสโมสรนี้น่าจับตายิ่งกว่าเดิม 🔴🏆
