อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์ นัดปิดท้ายของวันในกลุ่ม G 16 มิถุนายน 2569 – อิงเกิลวูด, แคลิฟอร์เนีย ฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ระหว่าง อิหร่าน และ นิวซีแลนด์ ที่สนามลอสแอนเจลิส สเตเดียม (โซฟี สเตเดียม) เมืองอิงเกิลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย จบลงด้วยผลเสมอสุดมันส์ 2-2 จากเกมที่เต็มไปด้วยประตูสวยงามและดราม่าที่ผลัดกันขึ้น-ลงตลอดทั้ง 90 นาที โดย เอลิยาห์ จัสต์ กลายเป็นพระเอกสำหรับแฟนบอลออลไวท์ส ด้วยการทำสองประตูในเกมเดียว แต่อิหร่านก็ไม่ยอมแพ้และตีเสมอได้ทุกครั้งจนเกมจบ ข่าวฟุตบอลล่าสุด
นิวซีแลนด์เปิดเกมรวดเร็ว จัสต์ยิงนำนาทีที่ 7

นิวซีแลนด์ เดินทางมาสู่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยผลงานในรอบคัดเลือกที่น่าประทับใจ โดยผ่านรอบคัดเลือกโซนโอเชียเนียได้อย่างยอดเยี่ยม ทำได้ถึง 29 ประตูและเสียเพียงครั้งเดียวตลอดการแข่งขัน ซึ่งความคมในเกมรุกนั้นก็ปรากฏให้เห็นตั้งแต่ต้นเกม
เพียงในนาทีที่ 7 เอลิยาห์ จัสต์ ก็ยิงเปิดสกอร์ได้สำเร็จ จากการเล่นที่ผสมผสานกันได้อย่างสวยงาม โดยมี คริส วูด กองหน้าตัวเก๋าสร้างเกมด้วยการรับบอลและกันตัวได้อย่างหนักแน่น ก่อนส่งบอลให้จัสต์เข้าไปจบสกอร์ได้อย่างเรียบร้อย ถือเป็นการเปิดเกมที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนบอลในสนามอย่างมาก เพราะนิวซีแลนด์เดินทางมาในฐานะทีมอันดับต่ำสุดในทัวร์นาเมนต์นี้จากการจัดอันดับฟีฟ่า และเป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกเพียงครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ของชาติ
ก่อนที่จัสต์จะทำประตูได้ ฝั่งอิหร่านก็มีโอกาสของตัวเองอยู่เหมือนกัน โดยอาเรีย ยูซูฟี่ เลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นนิวซีแลนด์ได้หลายคนอย่างสวยงามและบุกเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนยิงลูกต่ำ แต่แม็กซ์ โครคอมบ์ ผู้รักษาประตูนิวซีแลนด์เซฟได้อย่างตั้งใจ ซึ่งหากอิหร่านทำประตูได้ก่อน บรรยากาศของเกมอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เรซาเอียน ตีเสมอครึ่งแรก นาทีที่ 32

อิหร่าน ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายยาวนาน โดย รามิน เรซาเอียน ยิงตีเสมอได้ในนาทีที่ 32 ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 1-1 ก่อนเข้าพักครึ่ง ซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการที่ทีมมิลลีพยายามเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องหลังจากเสียประตูในช่วงต้น
สถิติในครึ่งแรกบ่งบอกว่าเกมนี้สูสีกันอย่างมาก โดยทั้งสองทีมต่างมีจำนวนลูกยิงเท่ากันในครึ่งแรก ขณะที่ครึ่งแรกของเกมจบลงด้วยสกอร์ 1-1 ที่สะท้อนความสมน้ำสมเนื้อของทั้งสองทีมได้อย่างดี และทำให้ครึ่งหลังคาดการณ์ได้ว่าจะยิ่งเข้มข้นและดุเดือดมากขึ้นไปอีก
จัสต์ทำดับเบิ้ล! นิวซีแลนด์นำอีกครั้งนาทีที่ 54

เข้าสู่ครึ่งหลัง นิวซีแลนด์ เริ่มเกมได้ดีและสร้างแรงกดดันต่อแนวรับอิหร่านอีกครั้ง จนกระทั่งในนาทีที่ 54 เกิดจังหวะที่สร้างความฮือฮาให้กับสนาม เมื่อ เอลิยาห์ จัสต์ ยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ได้สำเร็จ ทำให้นิวซีแลนด์กลับมานำ 2-1 อีกครั้งในนาทีที่ 54
การทำดับเบิ้ลของจัสต์ถือเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำหรับวงการฟุตบอลนิวซีแลนด์ และทำให้แฟนบอลออลไวท์ส ที่เดินทางมาจากทั่วโลกต่างลุ้นกันว่าทีมจะสามารถรักษาความนำไว้ได้จนจบเกมหรือไม่ ซึ่งหากทำได้ก็จะเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของนิวซีแลนด์ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
โมเฮบบีตีเสมออีกครั้ง! อิหร่านไล่ 2-2 นาทีที่ 64

อิหร่าน ตอบโต้ทันที โดย โมฮัมหมัด โมเฮบบี ยิงตีเสมอด้วยลูกโหม่งได้สำเร็จในนาทีที่ 64 ทำให้สกอร์กลับมาเป็น 2-2 อีกครั้ง และปิดประตูความหวังของนิวซีแลนด์ที่จะคว้าชัยประวัติศาสตร์ในนัดเปิดสนาม
ในช่วงท้ายเกมอิหร่านยังมีโอกาสทำประตูชัยผ่านซาอิด เอซาโตลาฮี ที่โหม่งบอลเข้าไปในกรอบประตูได้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ทำให้เกมจบลงด้วยสกอร์ 2-2 ในที่สุด ผลการแข่นขันฟุตบอล
ฟอร์มก่อนบอลโลกที่แตกต่างกัน
ก่อนทัวร์นาเมนต์นี้ ทั้งสองทีมต่างมีเส้นทางในการผ่านเข้ารอบที่น่าประทับใจแตกต่างกัน โดยอิหร่านสร้างผลงานที่โดดเด่นในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ด้วยการแพ้เพียงนัดเดียวตลอด 16 นัด และนี่เป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่เจ็ดในประวัติศาสตร์ของทีมมิลลี
ในขณะเดียวกันนิวซีแลนด์ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากกว่าในแง่ฟอร์มการแข่งขันก่อนบอลโลก โดยพ่ายแก่เฮติ 0-4 และแพ้อังกฤษ 0-1 ในเกมอุ่นเครื่อง และมีผลงานเพียง 1 ชนะและ 1 เสมอจาก 11 นัดล่าสุด ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามเกี่ยวกับความพร้อมของทีมก่อนทัวร์นาเมนต์ แต่ผลการแข่งขันในคืนนี้ก็พิสูจน์ว่านิวซีแลนด์พร้อมกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้
ความหมายต่อตารางคะแนนกลุ่ม G
อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์ ผลเสมอ 2-2 ในนัดนี้ทำให้ทั้งอิหร่านและนิวซีแลนด์ต่างได้คนละ 1 แต้ม ซึ่งเมื่อรวมกับผลเสมอ 1-1 ระหว่างเบลเยียมและอียิปต์ในนัดก่อนหน้า ทำให้ตารางคะแนนกลุ่ม G หลังจบนัดแรกทุกทีมมีแต้มเท่ากันที่คนละ 1 แต้ม เปิดทางให้การแข่งขันในกลุ่มนี้ยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีมอย่างเท่าเทียมกัน
สำหรับนัดต่อไปอิหร่านจะพบกับเบลเยียมในนัดที่สองของกลุ่มในวันที่ 21 มิถุนายน ที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม ส่วนนัดสุดท้ายของกลุ่มจะพบกับอียิปต์ในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ซีแอตเทิล สเตเดียม ซึ่งทั้งสองนัดนั้นอิหร่านจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถเก็บแต้มจากทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่าได้หรือไม่ ก่อนที่ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 จะเดินหน้าเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของรอบแบ่งกลุ่มอย่างเต็มรูปแบบ ชมฟรีครบทุกคู่
