The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ผมทรุดตัวลงนั่งเงียบในขณะที่ครอบครัวนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ (Sandhill) ค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาหาผม ลูกน้อยสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองตัวของมันเดินตามอยู่ไม่ห่างพ่อนกกับแม่นก เมื่อมองจากภาพเบื้องหน้าผ่านเลนส์กล้องถ่ายภาพของผม ผมเชื่อว่าทุกคนคงคิดว่าผมบันทึกจากจากในซุ้มบังไพรที่ตั้งอยู่ริมน้ำในเขตพื้นที่อนุรักษ์สักแห่งในทวีปอเมริกาเหนือ และบันทึกภาพด้วยเลนส์บันทึกภาพระยะไกลแล้วครอปภาพเข้ามา

หากในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังของผมไปไม่กี่เมตร คือ Highway สาย 19 ที่มุ่งหน้าสู่นคร Tampa ในมลรัฐฟลอริดา และทุ่งหญ้าเบื้องหน้าของผมนั้นก็คือที่รกร้างริมทาง เป็นอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณนั้น ผมเห็นนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์คู่นี้ในขณะที่ผมกำลังขับรถกลับจาก Crystal River เพื่อกลับไปยังไมแอมี และบังเอิญเห็นนกตัวใหญ่ๆ สองสามตัวเดินอยู่บนที่รกร้างริมทาง 

ผมตัดสินใจกลับรถ แล้วย้อนกลับมาจอดรถในบริเวณที่เป็นที่จอดรถของช้อปปิ้งมอลล์เล็กๆ แห่งหนึ่ง หยิบกล้องออกไปบันทึกภาพนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ที่เดินหากินอยู่ในพื้นที่รกร้างอย่างไม่สนใจใครหรือว่ารถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมา

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee เป็นญาติสนิทกันกับพะยูนที่พบในบ้านเรา ในอดีตในช่วงปี 1970 Manatee เคยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ประมาณการว่ามี Manatee เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 1,000 ตัวเพียงเท่านั้นในฟลอริดา ผ่านมา 40 ปี จากการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ จำนวนของ Manatee ในฟลอริดาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบ 7,000 ตัว

เมื่อพูดถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าประเทศที่ออกใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ในแทบทุกรัฐ ประเทศที่ตกปลาได้ในเขตอุทยานแห่งชาติ และประเทศที่เคยมีสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไปมากมายจากการล่าหลายชนิดในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว กลับกลายมาเป็นประเทศหนึ่งที่สรรพสัตว์ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี ในพื้นที่อนุรักษ์อันหลากหลายรูปแบบ

เมื่อมองไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นฝูงแร้งบนร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า นกล่าเหยื่ออย่างนกอินทรีและเหยี่ยวขนาดใหญ่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและชายป่า ในสวนหลังบ้านเราอาจจะพบกวางออกมาหากินในช่วงฤดูกาลห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่บางครั้งเราไม่ต้องออกเดินทางไกลไปถึงพื้นที่อนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากในยามค่ำคืนเวลาที่เราขับรถไปนอกเมือง อาจจะต้องระมัดระวังเวลาที่กวางจะข้ามถนนในเวลากลางคืน

สำหรับช่างภาพสัตว์ป่า การบันทึกภาพชีวิตของสัตว์นั้นทำได้ตั้งแต่ในบ้านเลยด้วยซ้ำ Jim Albernethy เพื่อนชาวฟลอริดาของผมคนหนึ่ง บันทึกภาพนกสารพัดชนิดจากห้องนั่งเล่นภายในบ้าน และในสวนสาธารณะรอบๆ บ้านในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร นอกเหนือไปจากพื้นที่อนุรักษ์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างบึงเอเวอร์เกลด 

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็คือธรรมชาติไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมนุษย์ และมนุษย์นั้นก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากธรรมชาติเลย

บทเรียนที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติเอาไว้ให้มีปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม สรรพสัตว์ขยายพันธุ์ขึ้นมาเองได้ โดยที่มนุษย์แทบจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Sandhill Crane เป็นนกกระเรียนที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ในฟลอริดาจะเป็นสายพันธุ์ย่อยที่พบเหลืออยู่ไม่มากนัก ผมบันทึกภาพนี้จากริมถนน

Crystal River เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือทางฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา ติดกับอ่าวเม็กซิโก ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ฝูง Manatee จากอ่าวเม็กซิโกจะอพยพเข้ามารวมตัวกันบริเวณที่เป็นน้ำพุร้อน ที่อุณหภูมิของน้ำอุ่นกว่าด้านนอก และในช่วงเวลานั้นของปี เราจะพบ Manatee เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้คนมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ 

ในบางครั้ง เมื่อตื่นนอนตอนเช้าและออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เราอาจจะพบ Manatee ว่ายน้ำเข้ามานอนหลับอยู่ในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ หรือถ้าเราออกแรงเดินเพียงเล็กน้อยไปจนถึง Three Sister Springs ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่ฝูง Manatee นับร้อยมารวมตัวกันอยู่ในช่วงฤดูหนาว เราก็จะเห็นหลังสีดำๆ ตะคุ่มๆ ของ Manatee นับร้อยดำผุดดำโผล่อยู่ในแอ่งน้ำพุร้อน 

Fish and Wildlife Conservation Commission เป็นหน่วยงานหลักที่บริหารและจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์ป่าและการตกปลาในแต่ละรัฐ ซึ่งมีรายได้หลักจากการออกใบอนุญาตตกปลาและล่าสัตว์ เพื่อนำรายได้มาใช้ในการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสภาพแวดล้อม ทั้งการตรวจตราและจับกุมผ่านเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Fish and Wildlife Law Enforcement ผู้ทำหน้าที่เสมือนตำรวจ จับกุมผู้กระทำผิดและส่งฟ้องศาลได้ทันที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Osprey ตัวนี้มาเกาะบนกิ่งไม้หลังบ้านที่เราพักใน Crystal River เพื่อรอจับปลาในลำธารกินแทบทุกเย็น การบันทึกภาพสัตว์ป่าในอเมริกานั้นในบางครั้งก็แทบจะไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์

รวมไปถึงหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คน และสนับสนุนให้ผู้คนเข้ามาหาธรรมชาติ ไม่ใช่การกีดกันคนออกจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้จัดการง่ายเหมือนกับบางประเทศ ซึ่งผลสำเร็จของการจัดการที่ดีนั้นก็ส่งผลออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในแทบทุกมลรัฐ

สำหรับที่ Crystal River นั้น การจัดการที่ดีและครบวงจรมีตั้งแต่การจำกัดความเร็วของเรือที่วิ่งในพื้นที่ที่ Manatee อาศัยอยู่ โดยการแสดงป้ายที่เห็นได้อย่างชัดเจน การออกกฎที่ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวและนักดำน้ำทำอะไรได้และห้ามทำอะไรบ้าง การให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คนและเยาวชนที่สนใจเดินทางมาศึกษาเกี่ยวกับ Manatee ผ่านทั้งทางบริษัทที่ทำทัวร์ไปดู Manatee และอาสาสมัครที่คอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ ที่จะพายเรือแคนูออกมาดูความเรียบร้อยและคอยตักเตือนคนที่ละเมิดกฎ รวมไปถึงการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการกระทำผิด

เมื่อเราเข้าไปจองทัวร์ไปดู Manatee กับโอเปอเรเตอร์หลายเจ้าที่พาเราไปชม Manatee ในช่วงเช้ามืดก่อนที่จะออกเรือ ทุกคนต้องมานั่งชมวิดีโอข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการเฝ้าชม Manatee ที่จัดทำขึ้นโดย Fish and Wildlife Conservation Commission ไกด์ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ออกระเบียบไว้อย่างเคร่งครัด

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
นกยางโทน Great Egret เป็นนกที่เป็นสัญลักษณ์ของ National Audubon Society องค์กรเอกชนเพื่อการอนุรักษ์นกและธรรมชาติที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ John James Audubon นักปักษีวิทยาและศิลปินผู้วาดภาพนก และจัดทำหนังสือ Birds of America ขึ้นใน ค.ศ. 1827

สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือห้ามว่ายน้ำไล่ Manatee เด็ดขาด ผู้ประกอบการแทบทุกแห่งจะมีทุ่นลอยให้เกาะและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ตีนกบ สำหรับคนที่ถือกล้องตัวใหญ่ อาจจะอนุโลมให้ใส่ตีนกบได้ วิธีการเฝ้าชมคือเราต้องลอยตัวเหนือผิวน้ำ แล้วรอให้ Manatee เป็นฝ่ายว่ายเข้ามาหาเราเอง ห้ามสัมผัสตัว Manatee ยกเว้นว่า Manatee จะเข้ามาสัมผัสตัวเรา ห้ามดำน้ำลงไปใต้ผิวน้ำ ห้ามใช้ไฟแฟลชและแสงไฟในการบันทึกภาพ และห้ามว่ายเข้าไปแยกแม่กับลูก Manatee ออกจากกันอย่างเด็ดขาด 

ถ้าเป็นช่วงที่ Manatee เข้ามาอยู่ใน Three Sister Spring มากจนล้นออกมา ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission จะปิดทางเข้า โดยนำเชือกมากั้นเอาไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวน Manatee ที่นอนพักอยู่ในเขตเชือกกั้น ซึ่งเราจะสังเกต Manatee ได้จากด้านนอกเท่านั้น

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
สำหรับคนอเมริกัน การชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและสรรพสัตว์อาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก เพียงแค่ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน ก็มองเห็น Manatee ที่ในบางครั้งก็มาแอบอยู่ใต้สะพานท่าเทียบเรือหน้าบ้าน หรือว่าในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ และจะลงไปว่ายน้ำเล่นกับ​ Manatee ทั้งวันก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ยังปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ

ข้อห้ามที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งบริเวณ Three Sister Spring คือการห้ามใช้โดรนบันทึกภาพจากมุมสูง ในวิดีโอพรีเซนเทชันของทาง Fish and Wildlife Conservation Commission มีภาพที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบว่า การละเมิดกฎเหล่านั้นส่งผลอย่างไรกับ Manatee เช่น การใช้โดรนในการบันทึกภาพ หรือเมื่อมีคนฝ่าฝืนว่ายเข้าไปในเขตที่กั้นไว้เพื่อให้ Manatee ได้พักผ่อน เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ฝูง Manatee ที่กำลังพักผ่อนอยู่อย่างสงบสุขก็แตกตื่นตกใจ ว่ายน้ำกระจายกันออกไปคนละทิศละคนละทาง แน่นอนที่สุดสำหรับคนที่รักและเข้าใจธรรมชาติ ย่อมเข้าใจดีว่าการฝ่าฝืนกฎที่ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission ตั้งไว้จะส่งผลเช่นไร 

หากเราปฏิบัติตัวถูกต้องตามกฎระเบียบที่วางไว้ เราจะใช้เวลายาวนานสักกี่วันก็ได้ในการบันทึกภาพได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครเพื่อเข้าใช้พื้นที่ในการบันทึกภาพ 

หลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่าผมใช้เวลากับท้องทะเลและผืนป่าในต่างประเทศมากขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รักประเทศไทย หรือว่าหมดความสนใจในสัตว์ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ของบ้านเราแล้ว แต่ผมคิดว่าการจัดการเรื่องการอนุรักษ์ในบ้านเรานั้นมุ่งไปผิดทาง แทนที่จะส่งเสริมให้คนรักและเข้าใจธรรมชาติ รวมไปถึงมีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ มากขึ้น กลับใช้วิธีการที่กีดกันคนสนใจและรักธรรมชาติให้ห่างออกธรรมชาติมากขึ้นทุกที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee ที่ Crystal River ค่อนข้างคุ้นเคยกับมนุษย์ และมักเป็นฝ่ายที่ว่ายเข้ามาหามนุษย์เสมอ กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดก็คือ สัตว์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเข้ามาหาเราหรือไม่เสมอ

การออกกฎและระเบียบ พร้อมถึงการอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีกฎข้อบังคับที่หยุมหยิมเช่นนั้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่เข้าใจได้สำหรับการท่องเที่ยวในธรรมชาติที่เปราะบาง

หากวิธีการที่ดูเหมือนจะง่ายกว่าในการจัดการ คือการออกกฎห้ามไม่ให้คนเข้าไปใช้พื้นที่ทางธรรมชาติที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เสมอๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ใช้เวลากว่า 60 ปีในการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นมาในบ้านเรา

ดูเหมือนว่าผู้คนกับธรรมชาติดูจะห่างไกลกันมากขึ้นทุกที

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

หมู่เกาะยาเอะยามะ (Yaeyama) เป็นหมู่เกาะที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโอกินาว่า เกาะอิชิงากิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะแห่งนี้ เป็นเมืองใหญ่เพียงเมืองเดียวที่เป็นศูนย์กลางของการเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ ของหมู่เกาะยาเอะยามะ ด้วยสนามบิน New Ishigaki และท่าเรือเฟอรี่ที่จะข้ามไปยังเกาะต่าง ๆ ในหมู่เกาะ

เกาะอิชิกากิตั้งอยู่ห่างจากโอกินาว่าลงมาประมาณ 400 กิโลเมตร และอยู่ห่างไปจากไต้หวันไปเพียงราว 300 กิโลเมตรเท่านั้น ชีวิตผู้คนในแถบนี้จึงมีการผสมผสานกันระหว่าง 2 วัฒนธรรมทั้งของจีนและญี่ปุ่น ซึ่งพบทั้งในอาหาร ศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงเรื่องความเชื่อและอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เกาะอิชิงากิถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของการดำน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากท้องทะเลในบริเวณนี้คือที่ตั้งของแนวปะการังที่มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง

กระแสน้ำอุ่น Kuroshio ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำที่หมุนวงรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ได้นำความอุดมสมบูรณ์จากท้องทะเลเข้ามาสู่ญี่ปุ่น เช่นเดียวกันกระแสน้ำกัลฟ์สตรีมในมหาสมุทรแอตแลนติก และกระแสน้ำนี้ก็นำพาความหลากหลายของชีวิตขึ้นมาจากทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ หนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Coral Triangle ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินี ซึ่งเป็นศูนย์กลางความหลากหลายของแนวปะการังและสรรพชีวิตในแนวปะการังบนโลกของเรา ทำให้ในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะ รวมไปถึงโอกินาว่านี้ เป็นแนวปะการังเขตร้อนที่อยู่ในตำแหน่งสูงและห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในโลก

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะและโอกินาว่า แนวปะการังเขตร้อนที่อยู่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ในช่วงเวลาที่ผมมาดำน้ำ บริเวณนี้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นถึง 33 องศาเซลเซียส ยาวนานนับเดือน จนทำให้ปะการังในแนวน้ำตื้นหลาย ๆ พื้นที่เริ่มพบปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว แต่เมื่อลมมรสุมเริ่มพัดผ่านเข้ามา อุณหภูมิของน้ำก็จะลดต่ำลง และปะการังส่วนใหญ่ก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติ

หากแนวปะการังในบริเวณหมู่เกาะยาเอะยามะนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากไปกว่านั้น ก็คือ จะต้องรับมือกับอุณหภูมิน้ำที่เปลี่ยนแปลงมากมายตามฤดูกาล อุณหภูมิน้ำจะลดลงไปถึง 16 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว และในช่วงฤดูร้อนบางปี อุณภูมิก็จะสูงขึ้นมาถึง 30 องศาเซลเซียส ทำให้แนวปะการังที่หมู่เกาะแห่งนี้มีความน่าสนใจ ซึ่งแตกต่างไปจากแนวปะการังเขตร้อนในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งในบริเวณนี้ปรับตัวให้ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงของปี แนวปะการังน้ำตื้นในบริเวณนี้ เกิดและตายลงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดเวลา เมื่อปะการังบางส่วนตายไป ก็จะเป็นรากฐานให้เมล็ดพันธุ์ปะการังตัวใหม่เข้ามายึดเกาะโครงสร้างนั้นและใช้ชีวิตเติบโตต่อไป

ก้าวแรกเมื่อลงจากเครื่องบิน ผมรู้สึกแปลกใจมากที่เกาะแห่งนี้ดูไม่เหมือนญี่ปุ่นที่ผมเคยรู้จักสักนิดเดียว ถ้าจะบอกว่ามันคือฮาวาย หรือกวม หรือปาเลา ผมก็คิดว่าใช่

ตลอดเวลาที่นั่งรถแท็กซี่เข้ามาในเมือง สองข้างทางคือพื้นที่รกร้าง พื้นที่บางส่วนเป็นฟาร์มเกษตรกรรม สิ่งที่เลื่องชื่อที่สุดบนเกาะแห่งนี้ก็คือเนื้อวัวจากเกาะอิชิงากิ ซึ่งโด่งดังไม่แพ้เนื้อวัวจากแหล่งอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองอิชิงากิจัดได้ว่าค่อนข้างเล็ก มีถนนอยู่ไม่กี่บล็อก ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ 2 – 3 แห่ง กิจกรรมหลักของผู้คนที่เดินทางมาเกาะแห่งนี้มีอยู่ 2 – 3 อย่าง ถ้าไม่ดำน้ำ ก็ตกปลา หรือไม่ก็เล่นเซิร์ฟ

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะยาเอะยามะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ในท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ เมืองอิชิงากิเป็นเมืองส่งออกเนื้อวัวคุณภาพสูงไม่แพ้หลายพื้นที่ในญี่ปุ่น

เรือที่เราออกไปดำน้ำนั้นเป็นเรือ Day Trip ดัดแปลงมาจากเรือประมงของญี่ปุ่น ค่อนข้างกว้างขวาง สะอาด และสะดวกสบายมาก มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำขนาดใหญ่ไว้บริการ ถังดำน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้บนเกาะนี้เป็นถังเหล็กใบสั้น ๆ ใช้วาวล์แบบ Yoke Valve เหมือนที่ใช้ในบ้านเรา ส่วนอุณหภูมิน้ำในช่วงหน้าร้อนของปีนี้สูงถึง 33 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าร้อนที่สุดตั้งแต่ผมเคยดำน้ำมาเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดสำหรับการดำน้ำที่หมู่เกาะยาเอยามะ ก็คือแนวปะการัง ปกติที่อื่น ๆ ในโลก แนวปะการังแข็งส่วนใหญ่มักเป็นแนวลาดลงไปตาม Reef Slope หรือไม่ก็เป็นแนวยาวแบน ๆ ราบ ๆ ไปตามข้างชายเกาะ แต่แนวปะการังแข็งของที่นี่เป็นเสมือนหุบเขาที่มียอดเขาสูงต่ำสลับซับซ้อนกันไปสุดลูกหูลูกตา เวลาที่เราดำน้ำไปก็จะเหมือนล่องลอยไปตามยอดของหุบเขาเหนือหน้าผาสูง เต็มไปด้วยปะการังหลากหลายสายพันธุ์ สีสัน และรูปทรงที่แย่งกันเกาะบนเหลี่ยมมุมต่าง ๆ ของยอดเขาอันสลับซับซ้อน ยิ่งในปีนี้เป็นปีที่อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นไปเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดสภาวะปะการังฟอกขาว โดยเฉพาะในบริเวณแนวปะการังน้ำตื้นใกล้ผิวน้ำ ก็จะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น และจากความร้อนของแสงแดด

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
แนวปะการังแข็งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาราวกับเนินเขา เกิดขึ้นมาจากการทับถมตัวของแนวปะการังชั้นแล้วชั้นเล่า ทำให้การดำน้ำในบริเวณนี้เหมือนกับการว่ายเวียนไปมาเหนือยอดเขาและหุบเหวแห่งปะการัง

โอโยะ ไดฟ์ลีดเดอร์ของผมบอกว่า ปีนี้น้ำร้อนมากผิดปกติ ทำให้ปะการังเริ่มฟอกขาวมาเกือบเดือนแล้ว เพราะปีนี้ยังไม่มีพายุเข้าเลย ทำให้อุณหภูมิของน้ำไม่ลดลงเลย ถ้ามีพายุเข้ามาสักลูกหรือ 2 ลูก ปะการังที่ฟอกขาวก็น่าจะกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ

นอกเหนือไปจากแนวปะการังที่งดงามแล้ว เกาะยาเอะยามะยังเป็นจุดหนึ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดในญี่ปุ่น เรื่องการมาเฝ้าชมพฤติกรรมการทำความสะอาดร่างกายของปลากระเบนราหู หรือ Manta Ray ในบริเวณ Cleaning Station 

ถ้าหากจะนับจำนวนปลากระเบนราหูที่พบได้ในบริเวณนี้ อาจจะไม่มากเท่ากับในบริเวณอ่าว Hanifaru ที่มัลดีฟส์ หรือในบริเวณหมู่เกาะโคโมโด แต่การเฝ้าชมพฤติกรรมการทำความสะอาดร่างกายของกระเบนราหูที่มาลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ เหนือทุ่งปะการัง ซึ่งเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนของจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อในบริเวณนี้ อย่าง Manta Road หรือ Manta City ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนเช่นเดียวกัน

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
ท้องทะเลสีครามและฟ้าสีสดใสในบริเวณประภาคาร Hirakubozaki บริเวณตอนเหนือของเกาะอิชิงากิ ถ้าหากไม่มีแอปฯ ตรวจสภาพอากาศ ไม่มีทางที่เราจะรู้เลยว่ามีพายุขนาดใหญ่ระดับ Super Typhoon กำลังเคลื่อนที่ตรงเข้ามาในวันรุ่งขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมอยากเดินทางมาดำน้ำในบริเวณนี้ ก็คือปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ในกลุ่ม Stonogoiops ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Black-ray Goby ในบ้านเรา พบไปได้ทั่วมหาสมุทรอินเดียและน่านน้ำแปซิฟิก หากที่ในบริเวณนี้ มีปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Yasha Goby หรือ Stonogobiops yasha ที่เพิ่งถูกค้นพบในช่วงไม่กี่ปี ก่อนเปลี่ยนศตวรรษในราวปี 1990 และเพิ่งได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการในปี 2001 ที่ผ่านมานี้เอง ด้วยสีสันที่สวยสะดุดตาของมันทำให้ Yasha Goby เป็นที่หมายปองของกลุ่มคนเลี้ยงปลาทั่วโลก ซึ่งใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครองใส่ตู้เลี้ยงปลาไว้ที่บ้าน

แต่สำหรับผม Yasha Goby ที่อาจหาดูได้ตามแหล่งขายปลาอย่างตลาดนัดสวนจตุจักรหรือตามตู้ปลาบ้านเพื่อนนั้น ทำให้ผมต้องเก็บกระเป๋า แพ็กอุปกรณ์ดำน้ำ และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำน้ำหนักรวมกันมากกว่า 50 กิโลกรัม ขึ้นเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมานับสิบชั่วโมง เปลี่ยนเครื่อง 2 รอบ เพื่อจะมาดูปลาตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของมันจริง ๆ

เมื่อมาถึงผมก็พยายามค้นหาเจ้า Yasha Goby ตามบริเวณแนวพื้นทรายด้านนอกแนวปะการัง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งผมมาพบกับ Koji ซึ่งเป็นไดฟ์ลีดเดอร์อีกคนหนึ่งที่บอกว่าเขาเคยเห็น Yasha Goby และถ่ายภาพไว้ด้วยในบริเวณจุดดำน้ำที่ชื่อว่า Osaki Hanagoi Reef 

เราลงไปตามแนว Slope และพยายามค้นหาเจ้า Yasha Goby กันอยู่ 30 นาที จนเกือบจะหมดเวลาที่เราจะใช้ได้ในความลึกนั้น (การดำน้ำที่ญี่ปุ่นนี้เขาค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องเวลามาก ว่าจะให้ดำน้ำแค่ไดฟ์ละประมาณ 45 นาทีเท่านั้น) ในขณะที่พวกเรากำลังบ่ายหัวเพื่อกลับเรือ ผมเหลือบไปเห็นปลาตัวจิ๋ว ๆ สีสันสดใส ลอยตัวขึ้นมาเหนือพื้นทรายเพื่ออ้าปากจับกินแพลงก์ตอนที่ล่องลอยมากับกระแสน้ำ อยู่เหนือพื้นทรายที่ห่างไปประมาณ 5 เมตร มันคือเจ้า Yasha Goby ที่เราตามหากันมาทั้งไดฟ์นั่นเอง

ผมทรุดตัวลงนอนบนพื้นทราย พยายามประคองลมหายใจให้เป็นปกติ และเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าที่สุดเข้าไปทีละคืบ ปลาบู่ในกลุ่มนี้ค่อนข้างไวต่อการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ เราสังเกตอากัปกิริยาและภาษากายได้จากการเคลื่อนไหวของมัน 

ถ้ามันลอยตัวขึ้นกลางน้ำและอ้าปากกินแพลงก์ตอน เราค่อย ๆ ขยับเข้าไปได้ทีละนิด แต่ถ้าหากมันหยุดนิ่งลงนอนบนพื้นทรายและยกครีบหลังขึ้นสูง แปลว่ามันเริ่มระแวงและพร้อมมุดกลับลงไปในรูที่อาศัยอยู่กับกุ้งดีดขันตัวเล็ก ๆ แล้ว ผมใช้เวลาในการขยับเข้าไปทีละคืบ ๆ อย่างช้า ๆ เกือบ 5 นาที กว่าที่จะเข้าใกล้และสร้างความคุ้นเคยกับเจ้า Yasha Goby ก่อนเริ่มต้นบันทึกภาพแรก และใช้เวลาอีกเกือบ 10 นาที ก่อนที่จะกลับขึ้นมาพักน้ำและขึ้นสู่ผิวน้ำ

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
ปลาบู่ทะเล Yasha Goby (Stonogobiops yasha) ปลาบู่ทะเลตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งมีรายงานพบเป็นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา และได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ในปี 2001 ปลาบู่ทะเลชนิดนี้พบได้มากในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะในบริเวณหมู่เกาะโอกินาว่าและยาเอะยามะ รวมไปถึงบางส่วนของเกาะไต้หวัน

เราดำน้ำมาได้สัก 3 – 4 วัน โอโยะก็บอกกับผมว่า มะรืนนี้พายุกำลังจะเข้า เรืออาจจะออกไปดำน้ำไม่ได้อย่างน้อย 4 – 5 วัน จะเลื่อนตั๋วกลับเมืองไทยไหม หรือจะรอให้พายุผ่านพ้นไปก่อน สถานการณ์ของปะการังที่ฟอกขาวอยู่อาจดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำลดต่ำลง

Yaeyama หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แนวปะการังเขตร้อนที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรที่สุดในโลก
พายุไต้ฝุ่น หินหนามหน่อ ขณะกำลังเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในบริเวณชายฝั่งเกาะอิชิงากิ เนื่องจากท้องทะเลในบริเวณนี้ต้องพบกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดเวลา ท่าจอดเรือในเมืองนี้จึงต้องสร้าง Break Water เป็นแนวกันคลื่นลมในท้องทะเลไม่ต่ำกว่า 3 – 4 ชั้น
หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
บนนถนนในเมืองที่ดูไร้ผู้คนราวกับเมืองร้าง ในช่วงเวลาที่พายุพัดผ่านเข้ามา เมืองอิชิงากิเคยประสบเหตุพายุพัดถล่มเมืองไปหลายครั้ง และครั้งล่าสุดคือเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนที่พายุพัดถล่มเข้าใจกลางเมือง มีรถลอยขึ้นไปติดระเบียงชั้นสองของโรงแรม และมีเรือถูกพายุขึ้นมาอยู่บนฝั่งหลายลำ การใช้ชีวิตท่ามกลางพายุทำให้คนที่นี่ต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติไม่แพ้ปะการัง เมื่อมีประกาศแจ้งเตือนพายุ ทุกคนก็จะเริ่มตุนอาหารและหาที่หลบภัยอยู่ในบ้าน จนเมื่อพายุพัดผ่านไป ทุกคนก็ออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ

ก่อนพายุเข้าวันหนึ่งผมขับรถวนเวียนรอบเกาะ บนเนินสูงกลางทุ่งโล่งเหนือหน้าผาริมทะเล ผมเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งยืนต้นโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งหญ้า รูปทรงอันแปลกตาของมันนั้นเติบโตขึ้นจากความพยายามที่จะถ่วงสมดุล เพื่อรับกับสภาพอากาศจากลมพายุรุนแรงที่โถมกระหน่ำเข้าในบริเวณชายฝั่งของเกาะแห่งนี้เกือบทุกปี

หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
ต้นไม้โดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้าเหนือหน้าผาริมทะเล พยายามเอนต้นเพื่อต่อสู้กับลมพายุที่พัดแรงถาโถมเข้ามาในบริเวณริมชายฝั่งเกาะอิชิงากิ ตลอดช่วงฤดูมรสุมที่พายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นในบริเวณกลางมหาสมุทรแปซิฟิก และมักเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาในบริเวณนี้ปีละอย่างน้อย 7 – 8 ลูก

ด้วยที่ตั้งของเกาะแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิกและเป็นแหล่งกำเนิดของพายุไต้ฝุ่น ที่ประมาณการณ์กันว่าจะมีพายุเกิดขึ้นในบริเวณนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ลูก และมีโอกาสที่ไต้ฝุ่นเหล่านี้จะเคลื่อนตัวพัดผ่านเข้ามาในบริเวณหมู่เกาะในแถบโอกินาว่านี้อย่างน้อยโดยเฉลี่ยปีละ 7 – 8 ลูก ผู้คนที่นี้ค่อนข้างคุ้นชินกับวิถีชีวิตที่จะต้องรับมือกับพายุ และอยู่กับพายุอย่างคุ้นชินไปกับมัน

หมู่เกาะยาเอะยามะ ศูนย์กลางการดำน้ำของญี่ปุ่น จุดชมปลากระเบนราหูทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และปลาแสนสวย Yasha Goby
ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่ปรับชีวิตให้รับมือกับสภาพอากาศที่เลวร้ายจากลมมรสุมและพายุไต้ฝุ่นได้ดี ผมบันทึกภาพในไว้ในเย็นวันก่อนที่พายุ Super Typhoon Hinnamnor จะเคลื่อนที่ตรงเข้ามาที่เกาะแห่งนี้ ในยามเย็นวันนั้น ผู้คนก็ยังคงออกมาชื่นชมความงดงามของแสงสุดท้ายของวัน ก่อนที่จะหลบอยู่ในบ้านไปอีกเกือบสัปดาห์ 1 เต็ม ๆ ในช่วงที่ไต้ฝุ่นความเร็วลมเกือบ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาที่เกาะ

หลาย ๆ คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ อาจคิดว่าพายุไต้ฝุ่นเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย ทำให้ฝนตกน้ำท่วม บ้านเรือนของผู้ตนเสียหาย ผู้คนได้รับอันตราย หากในความเป็นจริงแล้ว พายุไต้ฝุ่นคือองค์ประกอบหนึ่งในการหมุนเวียนของน้ำบนโลกใบนี้ ที่นำพาน้ำจากมหาสมุทรให้กลับกลายเป็นฝน ไปตกตามพื้นที่ต่าง ๆ บนโลกใบนี้ หากไม่มีลมพายุและลมฝนเกิดขึ้นบนโลกเลย สถานการณ์ที่เราทั้งหลายต้องเผชิญกับความแห้งแล้งอาจจะน่ากลัวมากกว่า

แน่นอนที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศบนโลกใบนี้ ส่งผลให้เกิดพายุที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น มนุษย์เองก็ต้องปรับตัวรับกับสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

ทุกสิ่งในธรรมชาติล้วนต้องปรับตัว ไม่เว้นแม่แต่มนุษย์ที่เป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในธรรมชาตินี้เช่นกัน

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load