The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ผมทรุดตัวลงนั่งเงียบในขณะที่ครอบครัวนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ (Sandhill) ค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาหาผม ลูกน้อยสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองตัวของมันเดินตามอยู่ไม่ห่างพ่อนกกับแม่นก เมื่อมองจากภาพเบื้องหน้าผ่านเลนส์กล้องถ่ายภาพของผม ผมเชื่อว่าทุกคนคงคิดว่าผมบันทึกจากจากในซุ้มบังไพรที่ตั้งอยู่ริมน้ำในเขตพื้นที่อนุรักษ์สักแห่งในทวีปอเมริกาเหนือ และบันทึกภาพด้วยเลนส์บันทึกภาพระยะไกลแล้วครอปภาพเข้ามา

หากในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังของผมไปไม่กี่เมตร คือ Highway สาย 19 ที่มุ่งหน้าสู่นคร Tampa ในมลรัฐฟลอริดา และทุ่งหญ้าเบื้องหน้าของผมนั้นก็คือที่รกร้างริมทาง เป็นอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณนั้น ผมเห็นนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์คู่นี้ในขณะที่ผมกำลังขับรถกลับจาก Crystal River เพื่อกลับไปยังไมแอมี และบังเอิญเห็นนกตัวใหญ่ๆ สองสามตัวเดินอยู่บนที่รกร้างริมทาง 

ผมตัดสินใจกลับรถ แล้วย้อนกลับมาจอดรถในบริเวณที่เป็นที่จอดรถของช้อปปิ้งมอลล์เล็กๆ แห่งหนึ่ง หยิบกล้องออกไปบันทึกภาพนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ที่เดินหากินอยู่ในพื้นที่รกร้างอย่างไม่สนใจใครหรือว่ารถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมา

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee เป็นญาติสนิทกันกับพะยูนที่พบในบ้านเรา ในอดีตในช่วงปี 1970 Manatee เคยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ประมาณการว่ามี Manatee เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 1,000 ตัวเพียงเท่านั้นในฟลอริดา ผ่านมา 40 ปี จากการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ จำนวนของ Manatee ในฟลอริดาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบ 7,000 ตัว

เมื่อพูดถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าประเทศที่ออกใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ในแทบทุกรัฐ ประเทศที่ตกปลาได้ในเขตอุทยานแห่งชาติ และประเทศที่เคยมีสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไปมากมายจากการล่าหลายชนิดในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว กลับกลายมาเป็นประเทศหนึ่งที่สรรพสัตว์ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี ในพื้นที่อนุรักษ์อันหลากหลายรูปแบบ

เมื่อมองไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นฝูงแร้งบนร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า นกล่าเหยื่ออย่างนกอินทรีและเหยี่ยวขนาดใหญ่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและชายป่า ในสวนหลังบ้านเราอาจจะพบกวางออกมาหากินในช่วงฤดูกาลห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่บางครั้งเราไม่ต้องออกเดินทางไกลไปถึงพื้นที่อนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากในยามค่ำคืนเวลาที่เราขับรถไปนอกเมือง อาจจะต้องระมัดระวังเวลาที่กวางจะข้ามถนนในเวลากลางคืน

สำหรับช่างภาพสัตว์ป่า การบันทึกภาพชีวิตของสัตว์นั้นทำได้ตั้งแต่ในบ้านเลยด้วยซ้ำ Jim Albernethy เพื่อนชาวฟลอริดาของผมคนหนึ่ง บันทึกภาพนกสารพัดชนิดจากห้องนั่งเล่นภายในบ้าน และในสวนสาธารณะรอบๆ บ้านในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร นอกเหนือไปจากพื้นที่อนุรักษ์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างบึงเอเวอร์เกลด 

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็คือธรรมชาติไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมนุษย์ และมนุษย์นั้นก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากธรรมชาติเลย

บทเรียนที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติเอาไว้ให้มีปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม สรรพสัตว์ขยายพันธุ์ขึ้นมาเองได้ โดยที่มนุษย์แทบจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Sandhill Crane เป็นนกกระเรียนที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ในฟลอริดาจะเป็นสายพันธุ์ย่อยที่พบเหลืออยู่ไม่มากนัก ผมบันทึกภาพนี้จากริมถนน

Crystal River เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือทางฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา ติดกับอ่าวเม็กซิโก ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ฝูง Manatee จากอ่าวเม็กซิโกจะอพยพเข้ามารวมตัวกันบริเวณที่เป็นน้ำพุร้อน ที่อุณหภูมิของน้ำอุ่นกว่าด้านนอก และในช่วงเวลานั้นของปี เราจะพบ Manatee เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้คนมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ 

ในบางครั้ง เมื่อตื่นนอนตอนเช้าและออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เราอาจจะพบ Manatee ว่ายน้ำเข้ามานอนหลับอยู่ในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ หรือถ้าเราออกแรงเดินเพียงเล็กน้อยไปจนถึง Three Sister Springs ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่ฝูง Manatee นับร้อยมารวมตัวกันอยู่ในช่วงฤดูหนาว เราก็จะเห็นหลังสีดำๆ ตะคุ่มๆ ของ Manatee นับร้อยดำผุดดำโผล่อยู่ในแอ่งน้ำพุร้อน 

Fish and Wildlife Conservation Commission เป็นหน่วยงานหลักที่บริหารและจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์ป่าและการตกปลาในแต่ละรัฐ ซึ่งมีรายได้หลักจากการออกใบอนุญาตตกปลาและล่าสัตว์ เพื่อนำรายได้มาใช้ในการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสภาพแวดล้อม ทั้งการตรวจตราและจับกุมผ่านเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Fish and Wildlife Law Enforcement ผู้ทำหน้าที่เสมือนตำรวจ จับกุมผู้กระทำผิดและส่งฟ้องศาลได้ทันที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Osprey ตัวนี้มาเกาะบนกิ่งไม้หลังบ้านที่เราพักใน Crystal River เพื่อรอจับปลาในลำธารกินแทบทุกเย็น การบันทึกภาพสัตว์ป่าในอเมริกานั้นในบางครั้งก็แทบจะไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์

รวมไปถึงหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คน และสนับสนุนให้ผู้คนเข้ามาหาธรรมชาติ ไม่ใช่การกีดกันคนออกจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้จัดการง่ายเหมือนกับบางประเทศ ซึ่งผลสำเร็จของการจัดการที่ดีนั้นก็ส่งผลออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในแทบทุกมลรัฐ

สำหรับที่ Crystal River นั้น การจัดการที่ดีและครบวงจรมีตั้งแต่การจำกัดความเร็วของเรือที่วิ่งในพื้นที่ที่ Manatee อาศัยอยู่ โดยการแสดงป้ายที่เห็นได้อย่างชัดเจน การออกกฎที่ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวและนักดำน้ำทำอะไรได้และห้ามทำอะไรบ้าง การให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คนและเยาวชนที่สนใจเดินทางมาศึกษาเกี่ยวกับ Manatee ผ่านทั้งทางบริษัทที่ทำทัวร์ไปดู Manatee และอาสาสมัครที่คอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ ที่จะพายเรือแคนูออกมาดูความเรียบร้อยและคอยตักเตือนคนที่ละเมิดกฎ รวมไปถึงการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการกระทำผิด

เมื่อเราเข้าไปจองทัวร์ไปดู Manatee กับโอเปอเรเตอร์หลายเจ้าที่พาเราไปชม Manatee ในช่วงเช้ามืดก่อนที่จะออกเรือ ทุกคนต้องมานั่งชมวิดีโอข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการเฝ้าชม Manatee ที่จัดทำขึ้นโดย Fish and Wildlife Conservation Commission ไกด์ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ออกระเบียบไว้อย่างเคร่งครัด

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
นกยางโทน Great Egret เป็นนกที่เป็นสัญลักษณ์ของ National Audubon Society องค์กรเอกชนเพื่อการอนุรักษ์นกและธรรมชาติที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ John James Audubon นักปักษีวิทยาและศิลปินผู้วาดภาพนก และจัดทำหนังสือ Birds of America ขึ้นใน ค.ศ. 1827

สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือห้ามว่ายน้ำไล่ Manatee เด็ดขาด ผู้ประกอบการแทบทุกแห่งจะมีทุ่นลอยให้เกาะและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ตีนกบ สำหรับคนที่ถือกล้องตัวใหญ่ อาจจะอนุโลมให้ใส่ตีนกบได้ วิธีการเฝ้าชมคือเราต้องลอยตัวเหนือผิวน้ำ แล้วรอให้ Manatee เป็นฝ่ายว่ายเข้ามาหาเราเอง ห้ามสัมผัสตัว Manatee ยกเว้นว่า Manatee จะเข้ามาสัมผัสตัวเรา ห้ามดำน้ำลงไปใต้ผิวน้ำ ห้ามใช้ไฟแฟลชและแสงไฟในการบันทึกภาพ และห้ามว่ายเข้าไปแยกแม่กับลูก Manatee ออกจากกันอย่างเด็ดขาด 

ถ้าเป็นช่วงที่ Manatee เข้ามาอยู่ใน Three Sister Spring มากจนล้นออกมา ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission จะปิดทางเข้า โดยนำเชือกมากั้นเอาไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวน Manatee ที่นอนพักอยู่ในเขตเชือกกั้น ซึ่งเราจะสังเกต Manatee ได้จากด้านนอกเท่านั้น

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
สำหรับคนอเมริกัน การชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและสรรพสัตว์อาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก เพียงแค่ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน ก็มองเห็น Manatee ที่ในบางครั้งก็มาแอบอยู่ใต้สะพานท่าเทียบเรือหน้าบ้าน หรือว่าในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ และจะลงไปว่ายน้ำเล่นกับ​ Manatee ทั้งวันก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ยังปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ

ข้อห้ามที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งบริเวณ Three Sister Spring คือการห้ามใช้โดรนบันทึกภาพจากมุมสูง ในวิดีโอพรีเซนเทชันของทาง Fish and Wildlife Conservation Commission มีภาพที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบว่า การละเมิดกฎเหล่านั้นส่งผลอย่างไรกับ Manatee เช่น การใช้โดรนในการบันทึกภาพ หรือเมื่อมีคนฝ่าฝืนว่ายเข้าไปในเขตที่กั้นไว้เพื่อให้ Manatee ได้พักผ่อน เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ฝูง Manatee ที่กำลังพักผ่อนอยู่อย่างสงบสุขก็แตกตื่นตกใจ ว่ายน้ำกระจายกันออกไปคนละทิศละคนละทาง แน่นอนที่สุดสำหรับคนที่รักและเข้าใจธรรมชาติ ย่อมเข้าใจดีว่าการฝ่าฝืนกฎที่ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission ตั้งไว้จะส่งผลเช่นไร 

หากเราปฏิบัติตัวถูกต้องตามกฎระเบียบที่วางไว้ เราจะใช้เวลายาวนานสักกี่วันก็ได้ในการบันทึกภาพได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครเพื่อเข้าใช้พื้นที่ในการบันทึกภาพ 

หลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่าผมใช้เวลากับท้องทะเลและผืนป่าในต่างประเทศมากขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รักประเทศไทย หรือว่าหมดความสนใจในสัตว์ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ของบ้านเราแล้ว แต่ผมคิดว่าการจัดการเรื่องการอนุรักษ์ในบ้านเรานั้นมุ่งไปผิดทาง แทนที่จะส่งเสริมให้คนรักและเข้าใจธรรมชาติ รวมไปถึงมีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ มากขึ้น กลับใช้วิธีการที่กีดกันคนสนใจและรักธรรมชาติให้ห่างออกธรรมชาติมากขึ้นทุกที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee ที่ Crystal River ค่อนข้างคุ้นเคยกับมนุษย์ และมักเป็นฝ่ายที่ว่ายเข้ามาหามนุษย์เสมอ กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดก็คือ สัตว์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเข้ามาหาเราหรือไม่เสมอ

การออกกฎและระเบียบ พร้อมถึงการอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีกฎข้อบังคับที่หยุมหยิมเช่นนั้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่เข้าใจได้สำหรับการท่องเที่ยวในธรรมชาติที่เปราะบาง

หากวิธีการที่ดูเหมือนจะง่ายกว่าในการจัดการ คือการออกกฎห้ามไม่ให้คนเข้าไปใช้พื้นที่ทางธรรมชาติที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เสมอๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ใช้เวลากว่า 60 ปีในการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นมาในบ้านเรา

ดูเหมือนว่าผู้คนกับธรรมชาติดูจะห่างไกลกันมากขึ้นทุกที

สารคดีสัญชาติไทย

The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ผมทรุดตัวลงนั่งเงียบในขณะที่ครอบครัวนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ (Sandhill) ค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาหาผม ลูกน้อยสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองตัวของมันเดินตามอยู่ไม่ห่างพ่อนกกับแม่นก เมื่อมองจากภาพเบื้องหน้าผ่านเลนส์กล้องถ่ายภาพของผม ผมเชื่อว่าทุกคนคงคิดว่าผมบันทึกจากจากในซุ้มบังไพรที่ตั้งอยู่ริมน้ำในเขตพื้นที่อนุรักษ์สักแห่งในทวีปอเมริกาเหนือ และบันทึกภาพด้วยเลนส์บันทึกภาพระยะไกลแล้วครอปภาพเข้ามา

หากในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังของผมไปไม่กี่เมตร คือ Highway สาย 19 ที่มุ่งหน้าสู่นคร Tampa ในมลรัฐฟลอริดา และทุ่งหญ้าเบื้องหน้าของผมนั้นก็คือที่รกร้างริมทาง เป็นอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณนั้น ผมเห็นนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์คู่นี้ในขณะที่ผมกำลังขับรถกลับจาก Crystal River เพื่อกลับไปยังไมแอมี และบังเอิญเห็นนกตัวใหญ่ๆ สองสามตัวเดินอยู่บนที่รกร้างริมทาง 

ผมตัดสินใจกลับรถ แล้วย้อนกลับมาจอดรถในบริเวณที่เป็นที่จอดรถของช้อปปิ้งมอลล์เล็กๆ แห่งหนึ่ง หยิบกล้องออกไปบันทึกภาพนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ที่เดินหากินอยู่ในพื้นที่รกร้างอย่างไม่สนใจใครหรือว่ารถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมา

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee เป็นญาติสนิทกันกับพะยูนที่พบในบ้านเรา ในอดีตในช่วงปี 1970 Manatee เคยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ประมาณการว่ามี Manatee เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 1,000 ตัวเพียงเท่านั้นในฟลอริดา ผ่านมา 40 ปี จากการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ จำนวนของ Manatee ในฟลอริดาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบ 7,000 ตัว

เมื่อพูดถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าประเทศที่ออกใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ในแทบทุกรัฐ ประเทศที่ตกปลาได้ในเขตอุทยานแห่งชาติ และประเทศที่เคยมีสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไปมากมายจากการล่าหลายชนิดในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว กลับกลายมาเป็นประเทศหนึ่งที่สรรพสัตว์ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี ในพื้นที่อนุรักษ์อันหลากหลายรูปแบบ

เมื่อมองไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นฝูงแร้งบนร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า นกล่าเหยื่ออย่างนกอินทรีและเหยี่ยวขนาดใหญ่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและชายป่า ในสวนหลังบ้านเราอาจจะพบกวางออกมาหากินในช่วงฤดูกาลห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่บางครั้งเราไม่ต้องออกเดินทางไกลไปถึงพื้นที่อนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากในยามค่ำคืนเวลาที่เราขับรถไปนอกเมือง อาจจะต้องระมัดระวังเวลาที่กวางจะข้ามถนนในเวลากลางคืน

สำหรับช่างภาพสัตว์ป่า การบันทึกภาพชีวิตของสัตว์นั้นทำได้ตั้งแต่ในบ้านเลยด้วยซ้ำ Jim Albernethy เพื่อนชาวฟลอริดาของผมคนหนึ่ง บันทึกภาพนกสารพัดชนิดจากห้องนั่งเล่นภายในบ้าน และในสวนสาธารณะรอบๆ บ้านในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร นอกเหนือไปจากพื้นที่อนุรักษ์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างบึงเอเวอร์เกลด 

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็คือธรรมชาติไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมนุษย์ และมนุษย์นั้นก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากธรรมชาติเลย

บทเรียนที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติเอาไว้ให้มีปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม สรรพสัตว์ขยายพันธุ์ขึ้นมาเองได้ โดยที่มนุษย์แทบจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Sandhill Crane เป็นนกกระเรียนที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ในฟลอริดาจะเป็นสายพันธุ์ย่อยที่พบเหลืออยู่ไม่มากนัก ผมบันทึกภาพนี้จากริมถนน

Crystal River เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือทางฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา ติดกับอ่าวเม็กซิโก ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ฝูง Manatee จากอ่าวเม็กซิโกจะอพยพเข้ามารวมตัวกันบริเวณที่เป็นน้ำพุร้อน ที่อุณหภูมิของน้ำอุ่นกว่าด้านนอก และในช่วงเวลานั้นของปี เราจะพบ Manatee เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้คนมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ 

ในบางครั้ง เมื่อตื่นนอนตอนเช้าและออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เราอาจจะพบ Manatee ว่ายน้ำเข้ามานอนหลับอยู่ในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ หรือถ้าเราออกแรงเดินเพียงเล็กน้อยไปจนถึง Three Sister Springs ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่ฝูง Manatee นับร้อยมารวมตัวกันอยู่ในช่วงฤดูหนาว เราก็จะเห็นหลังสีดำๆ ตะคุ่มๆ ของ Manatee นับร้อยดำผุดดำโผล่อยู่ในแอ่งน้ำพุร้อน 

Fish and Wildlife Conservation Commission เป็นหน่วยงานหลักที่บริหารและจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์ป่าและการตกปลาในแต่ละรัฐ ซึ่งมีรายได้หลักจากการออกใบอนุญาตตกปลาและล่าสัตว์ เพื่อนำรายได้มาใช้ในการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสภาพแวดล้อม ทั้งการตรวจตราและจับกุมผ่านเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Fish and Wildlife Law Enforcement ผู้ทำหน้าที่เสมือนตำรวจ จับกุมผู้กระทำผิดและส่งฟ้องศาลได้ทันที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Osprey ตัวนี้มาเกาะบนกิ่งไม้หลังบ้านที่เราพักใน Crystal River เพื่อรอจับปลาในลำธารกินแทบทุกเย็น การบันทึกภาพสัตว์ป่าในอเมริกานั้นในบางครั้งก็แทบจะไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์

รวมไปถึงหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คน และสนับสนุนให้ผู้คนเข้ามาหาธรรมชาติ ไม่ใช่การกีดกันคนออกจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้จัดการง่ายเหมือนกับบางประเทศ ซึ่งผลสำเร็จของการจัดการที่ดีนั้นก็ส่งผลออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในแทบทุกมลรัฐ

สำหรับที่ Crystal River นั้น การจัดการที่ดีและครบวงจรมีตั้งแต่การจำกัดความเร็วของเรือที่วิ่งในพื้นที่ที่ Manatee อาศัยอยู่ โดยการแสดงป้ายที่เห็นได้อย่างชัดเจน การออกกฎที่ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวและนักดำน้ำทำอะไรได้และห้ามทำอะไรบ้าง การให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คนและเยาวชนที่สนใจเดินทางมาศึกษาเกี่ยวกับ Manatee ผ่านทั้งทางบริษัทที่ทำทัวร์ไปดู Manatee และอาสาสมัครที่คอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ ที่จะพายเรือแคนูออกมาดูความเรียบร้อยและคอยตักเตือนคนที่ละเมิดกฎ รวมไปถึงการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการกระทำผิด

เมื่อเราเข้าไปจองทัวร์ไปดู Manatee กับโอเปอเรเตอร์หลายเจ้าที่พาเราไปชม Manatee ในช่วงเช้ามืดก่อนที่จะออกเรือ ทุกคนต้องมานั่งชมวิดีโอข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการเฝ้าชม Manatee ที่จัดทำขึ้นโดย Fish and Wildlife Conservation Commission ไกด์ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ออกระเบียบไว้อย่างเคร่งครัด

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
นกยางโทน Great Egret เป็นนกที่เป็นสัญลักษณ์ของ National Audubon Society องค์กรเอกชนเพื่อการอนุรักษ์นกและธรรมชาติที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ John James Audubon นักปักษีวิทยาและศิลปินผู้วาดภาพนก และจัดทำหนังสือ Birds of America ขึ้นใน ค.ศ. 1827

สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือห้ามว่ายน้ำไล่ Manatee เด็ดขาด ผู้ประกอบการแทบทุกแห่งจะมีทุ่นลอยให้เกาะและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ตีนกบ สำหรับคนที่ถือกล้องตัวใหญ่ อาจจะอนุโลมให้ใส่ตีนกบได้ วิธีการเฝ้าชมคือเราต้องลอยตัวเหนือผิวน้ำ แล้วรอให้ Manatee เป็นฝ่ายว่ายเข้ามาหาเราเอง ห้ามสัมผัสตัว Manatee ยกเว้นว่า Manatee จะเข้ามาสัมผัสตัวเรา ห้ามดำน้ำลงไปใต้ผิวน้ำ ห้ามใช้ไฟแฟลชและแสงไฟในการบันทึกภาพ และห้ามว่ายเข้าไปแยกแม่กับลูก Manatee ออกจากกันอย่างเด็ดขาด 

ถ้าเป็นช่วงที่ Manatee เข้ามาอยู่ใน Three Sister Spring มากจนล้นออกมา ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission จะปิดทางเข้า โดยนำเชือกมากั้นเอาไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวน Manatee ที่นอนพักอยู่ในเขตเชือกกั้น ซึ่งเราจะสังเกต Manatee ได้จากด้านนอกเท่านั้น

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
สำหรับคนอเมริกัน การชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและสรรพสัตว์อาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก เพียงแค่ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน ก็มองเห็น Manatee ที่ในบางครั้งก็มาแอบอยู่ใต้สะพานท่าเทียบเรือหน้าบ้าน หรือว่าในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ และจะลงไปว่ายน้ำเล่นกับ​ Manatee ทั้งวันก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ยังปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ

ข้อห้ามที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งบริเวณ Three Sister Spring คือการห้ามใช้โดรนบันทึกภาพจากมุมสูง ในวิดีโอพรีเซนเทชันของทาง Fish and Wildlife Conservation Commission มีภาพที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบว่า การละเมิดกฎเหล่านั้นส่งผลอย่างไรกับ Manatee เช่น การใช้โดรนในการบันทึกภาพ หรือเมื่อมีคนฝ่าฝืนว่ายเข้าไปในเขตที่กั้นไว้เพื่อให้ Manatee ได้พักผ่อน เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ฝูง Manatee ที่กำลังพักผ่อนอยู่อย่างสงบสุขก็แตกตื่นตกใจ ว่ายน้ำกระจายกันออกไปคนละทิศละคนละทาง แน่นอนที่สุดสำหรับคนที่รักและเข้าใจธรรมชาติ ย่อมเข้าใจดีว่าการฝ่าฝืนกฎที่ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission ตั้งไว้จะส่งผลเช่นไร 

หากเราปฏิบัติตัวถูกต้องตามกฎระเบียบที่วางไว้ เราจะใช้เวลายาวนานสักกี่วันก็ได้ในการบันทึกภาพได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครเพื่อเข้าใช้พื้นที่ในการบันทึกภาพ 

หลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่าผมใช้เวลากับท้องทะเลและผืนป่าในต่างประเทศมากขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รักประเทศไทย หรือว่าหมดความสนใจในสัตว์ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ของบ้านเราแล้ว แต่ผมคิดว่าการจัดการเรื่องการอนุรักษ์ในบ้านเรานั้นมุ่งไปผิดทาง แทนที่จะส่งเสริมให้คนรักและเข้าใจธรรมชาติ รวมไปถึงมีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ มากขึ้น กลับใช้วิธีการที่กีดกันคนสนใจและรักธรรมชาติให้ห่างออกธรรมชาติมากขึ้นทุกที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee ที่ Crystal River ค่อนข้างคุ้นเคยกับมนุษย์ และมักเป็นฝ่ายที่ว่ายเข้ามาหามนุษย์เสมอ กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดก็คือ สัตว์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเข้ามาหาเราหรือไม่เสมอ

การออกกฎและระเบียบ พร้อมถึงการอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีกฎข้อบังคับที่หยุมหยิมเช่นนั้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่เข้าใจได้สำหรับการท่องเที่ยวในธรรมชาติที่เปราะบาง

หากวิธีการที่ดูเหมือนจะง่ายกว่าในการจัดการ คือการออกกฎห้ามไม่ให้คนเข้าไปใช้พื้นที่ทางธรรมชาติที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เสมอๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ใช้เวลากว่า 60 ปีในการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นมาในบ้านเรา

ดูเหมือนว่าผู้คนกับธรรมชาติดูจะห่างไกลกันมากขึ้นทุกที

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 คือทริปดำน้ำนอกประเทศครั้งล่าสุด ชีวิตก่อน COVID-19 ของเรา เต็มไปด้วยการเดินทาง ทริปดำน้ำนอกประเทศมีต่อเนื่อง การเดินทางเพื่อออกไปตามหาทะเลที่มีฉลามเยอะกว่า ทะเลที่มีฝูงปลาเยอะกว่า ทะเลที่น้ำใสกว่า ทะเลที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า

ภาษาอังกฤษมีคำกล่าวที่ว่า สนามหญ้าข้างบ้านเขียวกว่าบ้านเราเสมอ เรามักจะมองออกไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา และเผลอคิดอิจฉาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่เสมอ

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา การเดินทางออกนอกประเทศถูกจำกัด หลายคนเดินทางย้อนอดีตด้วยการนั่งไล่ดูภาพเก่าจากฮาร์ดดิส เฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปเดินทางดำน้ำต่างประเทศอีกครั้ง สำหรับเราการออกไปดำน้ำหลายๆ ที่ในไทย กลายเป็นการย้อนอดีตโดยไม่ได้ตั้งใจ การเดินทางพากลับสู่พื้นที่ละแวกบ้านเก่าที่ไม่ได้แวะเวียนไปเสียนาน

แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย
แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย

แสงแดดจ้า ท้องฟ้าใส พื้นทรายและกองหินใต้น้ำมองเห็นได้ชัดจากบนเรือ ทรายสีขาวที่เป็นลักษณะเด่นของเกาะราชาน้อยเป็นเหมือนแผ่นรีเฟล็กต์ขนาดใหญ่ สะท้อนแดดที่ส่องผ่านลงมาทำให้ทุกอย่างสว่างสดใส ปลาตัวเล็กสีสดกระจายตัวไปทั่ว เหมือนดอกไม้ประดับทุ่งปะการัง

20 ปีที่แล้วสมัยยังทำงานเป็นไกด์ดำน้ำดูแลลูกค้าที่ภูเก็ต ร้านดำน้ำที่ทำงานประจำด้วยจะไปดำน้ำที่เกาะราชาน้อยทุกวันพุธ ชีวิตของไกด์ดำน้ำสมัยนั้นคือต้องโทรเช็กงานทุกวันว่าพรุ่งนี้มีงานให้เราทำหรือไม่ ถ้าหากวันไหนไม่มีงานทำ ก็มีสิทธิ์ขอติดเรือไปเพื่อดำน้ำเล่นได้ ทุกสัปดาห์เราคอยลุ้นอยากให้วันพุธเป็นวันว่างงาน เพราะอยากไปดำน้ำเล่นที่เกาะราชาน้อย กอปะการังอ่อนหลายสีที่อัดตัวแน่นตามซอกหิน กัลปังหาต้นใหญ่แผ่กิ่งกว้าง ขวางทางกระแสน้ำไหล กลางน้ำมีปลาสากตัวใหญ่ว่ายเป็นฝูง ลานทรายด้านนอกมีโอกาสให้ลุ้นเจอฉลามเสือดาวนอนนิ่งอยู่ สภาพใต้น้ำของที่นี่คล้ายกับสภาพใต้น้ำของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมากกว่าจุดดำน้ำอื่นๆ ของภูเก็ต หากจะเรียกว่านี่คือจุดดำน้ำลับที่ซ่อนอยู่ก็คงไม่ผิด

เกาะราชาน้อยเคยเป็นเกาะที่อยู่นอกเส้นทางของทริปดำน้ำแบบ Liveaboard เพราะตำแหน่งที่ตั้งซึ่งห่างไกลจากจุดดำน้ำหลักที่นิยมกันอยู่หลายชั่วโมง หลังจาก COVID-19 มาเยือน ทุกคนมองหาจุดดำน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เกาะราชาน้อยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของหลายคน

พอได้กลับมาลงดำน้ำในจุดที่คุ้นเคย ความตื่นเต้นและความคิดถึงผสมปนเปกันไปหมด หินใต้น้ำหลายก้อนดูคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะจำได้ แต่พอมองอีกสักพักก็เริ่มไม่แน่ใจ ความทรงจำในอดีตคอยกระตุกให้เราแวะดูตามซอกเล็กซอกน้อย มองหาสิ่งที่เคยพบที่นี่เมื่อหลายปีก่อน

การเดินทางสู่อดีตไม่ได้สนุกสนานประทับใจไปเสียทั้งหมด ปะการังเขากวางที่เคยแผ่ตัวเป็นลานกว้างกอใหญ่ในอดีตหายไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ใจหายอย่างบอกไม่ถูก พื้นที่เดิมถูกแทนที่ด้วยปะการังอื่นๆ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ ปลากัดทะเลว่ายออกมาจากโพรงกอปะการังใหม่นี้ ปลาชนิดนี้พบตัวได้ยาก ในอดีตเราก็เคยเจอพวกมันอยู่บ้างที่เกาะนี้ ภาพจากอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้พื้นที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ผู้อยู่อาศัยหน้าเดิมๆ ยังคงมีให้เห็นอยู่

 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะนำข่าวฉลามวาฬหลายตัวเข้าพื้นที่มาบอกนักดำน้ำท้องถิ่น จากปากต่อปาก จากภาพถ่ายไม่กี่ใบ เพียงไม่กี่อาทิตย์ จุดดำน้ำที่ชื่อว่าหินแปดไมล์ซึ่งเคยถูกเมินจากเรือ Liveaboard มาหลายปีเพราะความไกลและเงียบเหงา กลายเป็นจุดดำน้ำที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ฉลามวาฬ 4 – 5 ตัวว่ายวนรอบกองหินโชว์ตัวให้นักดำน้ำเห็นพร้อมๆ กันเกือบทุกวัน บางตัวเข้ามาใกล้นักดำน้ำอย่างอยากรู้ พวกมันผลัดกันเข้าออกวนรอบกองหินตลอดทั้งชั่วโมงที่เราอยู่ใต้น้ำ

ฉลามวาฬเปรียบเหมือนเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของนักดำน้ำ เป็นเควสต์ที่ต้องผ่าน เป็นเป้าหมายในชีวิตของนักดำน้ำ ทุกคนอยากจะเห็นฉลามวาฬอย่างน้อยครั้งหนึ่ง และถ้าหากได้พบมากกว่าหนึ่งตัวพร้อมกัน มันคือสุดยอดความฝันที่เป็นจริง

แทบไม่เคยมีการพบเจอฉลามวาฬหลายตัวพร้อมๆ กันแบบนี้ในเมืองไทย บางคนถึงกับพูดว่าไม่ต้องไปถึงต่างประเทศอีกแล้วก็ได้ เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศของการดำน้ำกับฉลามวาฬหลายตัว เมืองไทยคือที่สุดของแหล่งดำน้ำ

เหตุการณ์ ‘ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์’ ดำเนินอยู่ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าพวกมันมารวมตัวกันทำไม สิ่งที่ทุกคนทำได้คือแค่รอให้เดือนสิงหาคมกลับมาอีกครั้ง

ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว
ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

“แหล่งดำน้ำของไทยเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก” 

นักดำน้ำส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ที่มาของประโยคนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว นักดำน้ำรุ่นบุกเบิกซึ่งเป็นตำนานของการสำรวจโลกใต้ทะเล ฌาร์ก คูสโต (Jacques Cousteau) นำเรือคาลิปโซที่เป็นฐานในการสำรวจทะเลรอบโลก เข้ามาสำรวจทะเลไทย จากการเดินทางครั้งนั้น คูสโตยกให้กองหินริเชลิวเป็นหนึ่งในสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก เพราะความหลากหลายอัดแน่น และความตื่นตาที่เขาพบเจอตลอดทั้งไดฟ์

ทุกวันนี้กองหินริเชลิวเป็นจุดหมายที่ไม่มีเรือลำไหนอยากพลาด รูปทรงเกือกม้าของกองหินฝังแน่นอยู่ในใจ ถ้าหากปิดตาแล้วพาเราไปหย่อนไว้ตรงไหนก็ตาม เราก็มั่นใจว่าจะหาทางกลับไปสู่จุดที่มีทุ่นผูกเรือได้ถูกแน่นอน ทุกปีเราได้กลับมาดำน้ำที่กองหินนี้อยู่เสมอ แต่ทุกไดฟ์ล้วนแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำเดิม

ที่นี่คือจุดที่เราได้เจอฉลามวาฬครั้งแรกในชีวิตของการดำน้ำ พอว่ายผ่านมุมหินด้านเดิม ภาพของฉลามวาฬตัวแรกที่ว่ายตรงเข้ามาหาก็ผุดขึ้นมาในใจ โพรงถ้ำเก่าที่เคยเป็นที่อยู่ของกุ้งตัวตลกตัวแรกที่เคยเจอ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอพวกมันที่จุดนี้มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เราก็แอบหยุดมองหาไม่ได้ ปีนี้ที่ริเชลิวก็มีกุ้งตัวตลกอาศัยอยู่ แต่พวกมันหลบอยู่อีกฝากหนึ่งของหินทรงเกือกม้า กุ้งตัวตลกคู่ล่าสุดของริเชลิวมีขนาดตัวเล็กกว่าตัวอื่นๆ ที่เคยเห็นมา เราแวะดูพวกมันทุกครั้งที่ทำได้ ถึงแม้บางครั้งจะเป็นการแวะเพื่อทักทายเฉยๆ ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปพวกมันเลยด้วยซ้ำ

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาปักเป้าสองตัวว่ายไล่กัน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาสากเจ้าประจำลอยตัวนิ่ง
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ฝูงปลาข้างเหลืองว่ายเกาะกลุ่มตามกันเป็นสาย

ในพื้นที่อ่าวด้านทิศใต้ ปลาปักเป้าตัวใหญ่สองตัวว่ายไล่กันโดยไม่สนใจทิศทางและนักดำน้ำที่คอยแอบมองอยู่ข้างๆ 2 – 3 ปีหลังที่มาที่นี่จะเจอปลาสากหนึ่งตัวลอยนิ่งอยู่ด้านในกองหิน เราไม่เคยแน่ใจว่ามันเป็นปลาสากตัวเดิมหรือเปล่า แต่ก็คอยมองหามันทุกรอบ ฝูงปลาข้างเหลืองที่อยู่ประจำข้างแนวหินสูงที่โผล่พ้นน้ำดูเหมือนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหล่าปลานักล่าที่คอยวนอยู่รอบกองก็น้อยลงไปเช่นกัน

ทุกจุดที่ว่ายผ่าน เราอดเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับภาพในอดีตไม่ได้ ภาพจากความทรงจำมักจะหอมหวานกว่าปัจจุบันเสมอ ปลาเยอะกว่า ปะการังแน่นกว่า แต่เมื่อตั้งใจมองภาพปัจจุบันอย่างเป็นกลาง สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ได้แย่กว่าอดีตไปเสียทั้งหมด

ปีนี้ปลากบสีดำตัวใหญ่ใช้กองหินด้านนอกเป็นที่อยู่อาศัยตลอดทั้งซีซั่น ปลากบตัวใหญ่ถือเป็นของหายากในน่านน้ำไทย สีตัวของมันค่อยๆ เปลี่ยนจากดำล้วนตอนช่วงต้นฤดูกาล กลายเป็นโทนสีเหลืองเปรอะแซมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หินก้อนเดียวกัน 2 – 3 เดือนล่าสุด มีปลาหมอทะเลตัวใหญ่ ลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงลูกปลา ทำหน้าที่เป็นแบบให้นักดำน้ำช่างภาพอย่างดี ผิดกับปลาหมอทะเลทั่วไปที่พบเจอ เจ้าตัวนี้ยอมให้นักดำน้ำเข้าใกล้มันได้มากโดยที่ไม่ว่ายหนีไป

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลากบยักษ์ที่เป็นสีดำสนิทตอนช่วงต้นฤดูกาล เริ่มมีสีเหลืองเปรอะมากขึ้นทุกที 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาหมอทะเลตัวใหญ่ลอยนิ่งเป็นแบบให้ช่างภาพโดยไม่ว่ายหนี

การระบาดรอบที่ 3 ทำให้ปีนี้เราต้องบอกลาหินเกือกม้าและจุดดำน้ำอื่นทางฝั่งอันดามันเร็วกว่าปกติ หลังจากเดือนพฤษภาคม ลมมรสุมก็จะเริ่มเข้ามา ฤดูกาลตามธรรมชาติก็จะหมุนไปอีกปีหนึ่ง

เมื่อวันที่ทางเลือกในการเดินทางเปิดกว้างอย่างอิสระกลับมา การเลือกมองหาร่องรอยที่เปลี่ยนไปของอดีต หรือมองออกไปหาความตื่นเต้นที่มากกว่าข้างหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สิ่งที่ทำให้สุขใจอย่างแท้จริงไม่ได้อยู่ที่สถานที่ที่ล้อมเราอยู่ แต่อยู่ภายในใจของเราเอง

สารคดีสัญชาติไทย

พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 คือทริปดำน้ำนอกประเทศครั้งล่าสุด ชีวิตก่อน COVID-19 ของเรา เต็มไปด้วยการเดินทาง ทริปดำน้ำนอกประเทศมีต่อเนื่อง การเดินทางเพื่อออกไปตามหาทะเลที่มีฉลามเยอะกว่า ทะเลที่มีฝูงปลาเยอะกว่า ทะเลที่น้ำใสกว่า ทะเลที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า

ภาษาอังกฤษมีคำกล่าวที่ว่า สนามหญ้าข้างบ้านเขียวกว่าบ้านเราเสมอ เรามักจะมองออกไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา และเผลอคิดอิจฉาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่เสมอ

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา การเดินทางออกนอกประเทศถูกจำกัด หลายคนเดินทางย้อนอดีตด้วยการนั่งไล่ดูภาพเก่าจากฮาร์ดดิส เฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปเดินทางดำน้ำต่างประเทศอีกครั้ง สำหรับเราการออกไปดำน้ำหลายๆ ที่ในไทย กลายเป็นการย้อนอดีตโดยไม่ได้ตั้งใจ การเดินทางพากลับสู่พื้นที่ละแวกบ้านเก่าที่ไม่ได้แวะเวียนไปเสียนาน

แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย
แนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ของเกาะราชาน้อย 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย
ทรายขาวละเอียดของเกาะราชาน้อย

แสงแดดจ้า ท้องฟ้าใส พื้นทรายและกองหินใต้น้ำมองเห็นได้ชัดจากบนเรือ ทรายสีขาวที่เป็นลักษณะเด่นของเกาะราชาน้อยเป็นเหมือนแผ่นรีเฟล็กต์ขนาดใหญ่ สะท้อนแดดที่ส่องผ่านลงมาทำให้ทุกอย่างสว่างสดใส ปลาตัวเล็กสีสดกระจายตัวไปทั่ว เหมือนดอกไม้ประดับทุ่งปะการัง

20 ปีที่แล้วสมัยยังทำงานเป็นไกด์ดำน้ำดูแลลูกค้าที่ภูเก็ต ร้านดำน้ำที่ทำงานประจำด้วยจะไปดำน้ำที่เกาะราชาน้อยทุกวันพุธ ชีวิตของไกด์ดำน้ำสมัยนั้นคือต้องโทรเช็กงานทุกวันว่าพรุ่งนี้มีงานให้เราทำหรือไม่ ถ้าหากวันไหนไม่มีงานทำ ก็มีสิทธิ์ขอติดเรือไปเพื่อดำน้ำเล่นได้ ทุกสัปดาห์เราคอยลุ้นอยากให้วันพุธเป็นวันว่างงาน เพราะอยากไปดำน้ำเล่นที่เกาะราชาน้อย กอปะการังอ่อนหลายสีที่อัดตัวแน่นตามซอกหิน กัลปังหาต้นใหญ่แผ่กิ่งกว้าง ขวางทางกระแสน้ำไหล กลางน้ำมีปลาสากตัวใหญ่ว่ายเป็นฝูง ลานทรายด้านนอกมีโอกาสให้ลุ้นเจอฉลามเสือดาวนอนนิ่งอยู่ สภาพใต้น้ำของที่นี่คล้ายกับสภาพใต้น้ำของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมากกว่าจุดดำน้ำอื่นๆ ของภูเก็ต หากจะเรียกว่านี่คือจุดดำน้ำลับที่ซ่อนอยู่ก็คงไม่ผิด

เกาะราชาน้อยเคยเป็นเกาะที่อยู่นอกเส้นทางของทริปดำน้ำแบบ Liveaboard เพราะตำแหน่งที่ตั้งซึ่งห่างไกลจากจุดดำน้ำหลักที่นิยมกันอยู่หลายชั่วโมง หลังจาก COVID-19 มาเยือน ทุกคนมองหาจุดดำน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เกาะราชาน้อยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของหลายคน

พอได้กลับมาลงดำน้ำในจุดที่คุ้นเคย ความตื่นเต้นและความคิดถึงผสมปนเปกันไปหมด หินใต้น้ำหลายก้อนดูคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะจำได้ แต่พอมองอีกสักพักก็เริ่มไม่แน่ใจ ความทรงจำในอดีตคอยกระตุกให้เราแวะดูตามซอกเล็กซอกน้อย มองหาสิ่งที่เคยพบที่นี่เมื่อหลายปีก่อน

การเดินทางสู่อดีตไม่ได้สนุกสนานประทับใจไปเสียทั้งหมด ปะการังเขากวางที่เคยแผ่ตัวเป็นลานกว้างกอใหญ่ในอดีตหายไปแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ใจหายอย่างบอกไม่ถูก พื้นที่เดิมถูกแทนที่ด้วยปะการังอื่นๆ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ ปลากัดทะเลว่ายออกมาจากโพรงกอปะการังใหม่นี้ ปลาชนิดนี้พบตัวได้ยาก ในอดีตเราก็เคยเจอพวกมันอยู่บ้างที่เกาะนี้ ภาพจากอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้พื้นที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ผู้อยู่อาศัยหน้าเดิมๆ ยังคงมีให้เห็นอยู่

 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
 ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ
บางครั้งหินแปดไมล์ก็มีสภาพน้ำขุ่น การโผล่มาใกล้ๆ ของฉลามวาฬเป็นเซอร์ไพรส์ให้นักดำน้ำ

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะนำข่าวฉลามวาฬหลายตัวเข้าพื้นที่มาบอกนักดำน้ำท้องถิ่น จากปากต่อปาก จากภาพถ่ายไม่กี่ใบ เพียงไม่กี่อาทิตย์ จุดดำน้ำที่ชื่อว่าหินแปดไมล์ซึ่งเคยถูกเมินจากเรือ Liveaboard มาหลายปีเพราะความไกลและเงียบเหงา กลายเป็นจุดดำน้ำที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ฉลามวาฬ 4 – 5 ตัวว่ายวนรอบกองหินโชว์ตัวให้นักดำน้ำเห็นพร้อมๆ กันเกือบทุกวัน บางตัวเข้ามาใกล้นักดำน้ำอย่างอยากรู้ พวกมันผลัดกันเข้าออกวนรอบกองหินตลอดทั้งชั่วโมงที่เราอยู่ใต้น้ำ

ฉลามวาฬเปรียบเหมือนเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของนักดำน้ำ เป็นเควสต์ที่ต้องผ่าน เป็นเป้าหมายในชีวิตของนักดำน้ำ ทุกคนอยากจะเห็นฉลามวาฬอย่างน้อยครั้งหนึ่ง และถ้าหากได้พบมากกว่าหนึ่งตัวพร้อมกัน มันคือสุดยอดความฝันที่เป็นจริง

แทบไม่เคยมีการพบเจอฉลามวาฬหลายตัวพร้อมๆ กันแบบนี้ในเมืองไทย บางคนถึงกับพูดว่าไม่ต้องไปถึงต่างประเทศอีกแล้วก็ได้ เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศของการดำน้ำกับฉลามวาฬหลายตัว เมืองไทยคือที่สุดของแหล่งดำน้ำ

เหตุการณ์ ‘ฉลามวาฬแห่งหินแปดไมล์’ ดำเนินอยู่ประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าพวกมันมารวมตัวกันทำไม สิ่งที่ทุกคนทำได้คือแค่รอให้เดือนสิงหาคมกลับมาอีกครั้ง

ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว
ปลาไหลมอเรย์ตาขาว เป็นปลาธรรมดาๆ ที่หาดูได้ไม่ยาก แต่เราก็ชอบที่จะมองหามันตามซอกเล็กของกองหินริเชลิว 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน

“แหล่งดำน้ำของไทยเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก” 

นักดำน้ำส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ที่มาของประโยคนี้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว นักดำน้ำรุ่นบุกเบิกซึ่งเป็นตำนานของการสำรวจโลกใต้ทะเล ฌาร์ก คูสโต (Jacques Cousteau) นำเรือคาลิปโซที่เป็นฐานในการสำรวจทะเลรอบโลก เข้ามาสำรวจทะเลไทย จากการเดินทางครั้งนั้น คูสโตยกให้กองหินริเชลิวเป็นหนึ่งในสุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก เพราะความหลากหลายอัดแน่น และความตื่นตาที่เขาพบเจอตลอดทั้งไดฟ์

ทุกวันนี้กองหินริเชลิวเป็นจุดหมายที่ไม่มีเรือลำไหนอยากพลาด รูปทรงเกือกม้าของกองหินฝังแน่นอยู่ในใจ ถ้าหากปิดตาแล้วพาเราไปหย่อนไว้ตรงไหนก็ตาม เราก็มั่นใจว่าจะหาทางกลับไปสู่จุดที่มีทุ่นผูกเรือได้ถูกแน่นอน ทุกปีเราได้กลับมาดำน้ำที่กองหินนี้อยู่เสมอ แต่ทุกไดฟ์ล้วนแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำเดิม

ที่นี่คือจุดที่เราได้เจอฉลามวาฬครั้งแรกในชีวิตของการดำน้ำ พอว่ายผ่านมุมหินด้านเดิม ภาพของฉลามวาฬตัวแรกที่ว่ายตรงเข้ามาหาก็ผุดขึ้นมาในใจ โพรงถ้ำเก่าที่เคยเป็นที่อยู่ของกุ้งตัวตลกตัวแรกที่เคยเจอ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอพวกมันที่จุดนี้มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เราก็แอบหยุดมองหาไม่ได้ ปีนี้ที่ริเชลิวก็มีกุ้งตัวตลกอาศัยอยู่ แต่พวกมันหลบอยู่อีกฝากหนึ่งของหินทรงเกือกม้า กุ้งตัวตลกคู่ล่าสุดของริเชลิวมีขนาดตัวเล็กกว่าตัวอื่นๆ ที่เคยเห็นมา เราแวะดูพวกมันทุกครั้งที่ทำได้ ถึงแม้บางครั้งจะเป็นการแวะเพื่อทักทายเฉยๆ ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปพวกมันเลยด้วยซ้ำ

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาปักเป้าสองตัวว่ายไล่กัน
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาสากเจ้าประจำลอยตัวนิ่ง
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ฝูงปลาข้างเหลืองว่ายเกาะกลุ่มตามกันเป็นสาย

ในพื้นที่อ่าวด้านทิศใต้ ปลาปักเป้าตัวใหญ่สองตัวว่ายไล่กันโดยไม่สนใจทิศทางและนักดำน้ำที่คอยแอบมองอยู่ข้างๆ 2 – 3 ปีหลังที่มาที่นี่จะเจอปลาสากหนึ่งตัวลอยนิ่งอยู่ด้านในกองหิน เราไม่เคยแน่ใจว่ามันเป็นปลาสากตัวเดิมหรือเปล่า แต่ก็คอยมองหามันทุกรอบ ฝูงปลาข้างเหลืองที่อยู่ประจำข้างแนวหินสูงที่โผล่พ้นน้ำดูเหมือนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหล่าปลานักล่าที่คอยวนอยู่รอบกองก็น้อยลงไปเช่นกัน

ทุกจุดที่ว่ายผ่าน เราอดเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับภาพในอดีตไม่ได้ ภาพจากความทรงจำมักจะหอมหวานกว่าปัจจุบันเสมอ ปลาเยอะกว่า ปะการังแน่นกว่า แต่เมื่อตั้งใจมองภาพปัจจุบันอย่างเป็นกลาง สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ได้แย่กว่าอดีตไปเสียทั้งหมด

ปีนี้ปลากบสีดำตัวใหญ่ใช้กองหินด้านนอกเป็นที่อยู่อาศัยตลอดทั้งซีซั่น ปลากบตัวใหญ่ถือเป็นของหายากในน่านน้ำไทย สีตัวของมันค่อยๆ เปลี่ยนจากดำล้วนตอนช่วงต้นฤดูกาล กลายเป็นโทนสีเหลืองเปรอะแซมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หินก้อนเดียวกัน 2 – 3 เดือนล่าสุด มีปลาหมอทะเลตัวใหญ่ ลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงลูกปลา ทำหน้าที่เป็นแบบให้นักดำน้ำช่างภาพอย่างดี ผิดกับปลาหมอทะเลทั่วไปที่พบเจอ เจ้าตัวนี้ยอมให้นักดำน้ำเข้าใกล้มันได้มากโดยที่ไม่ว่ายหนีไป

ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลากบยักษ์ที่เป็นสีดำสนิทตอนช่วงต้นฤดูกาล เริ่มมีสีเหลืองเปรอะมากขึ้นทุกที 
ภาพ : พลพิชญ์ คมสัน
ท่องอดีตแหล่งดำน้ำเมืองไทยที่ได้ชื่อว่า 1 ใน 10 สุดยอดแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก
ปลาหมอทะเลตัวใหญ่ลอยนิ่งเป็นแบบให้ช่างภาพโดยไม่ว่ายหนี

การระบาดรอบที่ 3 ทำให้ปีนี้เราต้องบอกลาหินเกือกม้าและจุดดำน้ำอื่นทางฝั่งอันดามันเร็วกว่าปกติ หลังจากเดือนพฤษภาคม ลมมรสุมก็จะเริ่มเข้ามา ฤดูกาลตามธรรมชาติก็จะหมุนไปอีกปีหนึ่ง

เมื่อวันที่ทางเลือกในการเดินทางเปิดกว้างอย่างอิสระกลับมา การเลือกมองหาร่องรอยที่เปลี่ยนไปของอดีต หรือมองออกไปหาความตื่นเต้นที่มากกว่าข้างหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นทางเลือกของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหน สิ่งที่ทำให้สุขใจอย่างแท้จริงไม่ได้อยู่ที่สถานที่ที่ล้อมเราอยู่ แต่อยู่ภายในใจของเราเอง

สารคดีสัญชาติไทย

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay และหนึ่งในทีมสารคดีสัญชาติไทย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load