The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ผมทรุดตัวลงนั่งเงียบในขณะที่ครอบครัวนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ (Sandhill) ค่อยๆ ขยับตัวเดินเข้ามาหาผม ลูกน้อยสีน้ำตาลอ่อนทั้งสองตัวของมันเดินตามอยู่ไม่ห่างพ่อนกกับแม่นก เมื่อมองจากภาพเบื้องหน้าผ่านเลนส์กล้องถ่ายภาพของผม ผมเชื่อว่าทุกคนคงคิดว่าผมบันทึกจากจากในซุ้มบังไพรที่ตั้งอยู่ริมน้ำในเขตพื้นที่อนุรักษ์สักแห่งในทวีปอเมริกาเหนือ และบันทึกภาพด้วยเลนส์บันทึกภาพระยะไกลแล้วครอปภาพเข้ามา

หากในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังของผมไปไม่กี่เมตร คือ Highway สาย 19 ที่มุ่งหน้าสู่นคร Tampa ในมลรัฐฟลอริดา และทุ่งหญ้าเบื้องหน้าของผมนั้นก็คือที่รกร้างริมทาง เป็นอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณนั้น ผมเห็นนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์คู่นี้ในขณะที่ผมกำลังขับรถกลับจาก Crystal River เพื่อกลับไปยังไมแอมี และบังเอิญเห็นนกตัวใหญ่ๆ สองสามตัวเดินอยู่บนที่รกร้างริมทาง 

ผมตัดสินใจกลับรถ แล้วย้อนกลับมาจอดรถในบริเวณที่เป็นที่จอดรถของช้อปปิ้งมอลล์เล็กๆ แห่งหนึ่ง หยิบกล้องออกไปบันทึกภาพนกกระเรียนแซนด์ฮิลล์ที่เดินหากินอยู่ในพื้นที่รกร้างอย่างไม่สนใจใครหรือว่ารถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมา

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee เป็นญาติสนิทกันกับพะยูนที่พบในบ้านเรา ในอดีตในช่วงปี 1970 Manatee เคยเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ประมาณการว่ามี Manatee เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 1,000 ตัวเพียงเท่านั้นในฟลอริดา ผ่านมา 40 ปี จากการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ จำนวนของ Manatee ในฟลอริดาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบ 7,000 ตัว

เมื่อพูดถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าประเทศที่ออกใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ในแทบทุกรัฐ ประเทศที่ตกปลาได้ในเขตอุทยานแห่งชาติ และประเทศที่เคยมีสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ไปมากมายจากการล่าหลายชนิดในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว กลับกลายมาเป็นประเทศหนึ่งที่สรรพสัตว์ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี ในพื้นที่อนุรักษ์อันหลากหลายรูปแบบ

เมื่อมองไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นฝูงแร้งบนร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า นกล่าเหยื่ออย่างนกอินทรีและเหยี่ยวขนาดใหญ่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและชายป่า ในสวนหลังบ้านเราอาจจะพบกวางออกมาหากินในช่วงฤดูกาลห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่บางครั้งเราไม่ต้องออกเดินทางไกลไปถึงพื้นที่อนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากในยามค่ำคืนเวลาที่เราขับรถไปนอกเมือง อาจจะต้องระมัดระวังเวลาที่กวางจะข้ามถนนในเวลากลางคืน

สำหรับช่างภาพสัตว์ป่า การบันทึกภาพชีวิตของสัตว์นั้นทำได้ตั้งแต่ในบ้านเลยด้วยซ้ำ Jim Albernethy เพื่อนชาวฟลอริดาของผมคนหนึ่ง บันทึกภาพนกสารพัดชนิดจากห้องนั่งเล่นภายในบ้าน และในสวนสาธารณะรอบๆ บ้านในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร นอกเหนือไปจากพื้นที่อนุรักษ์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างบึงเอเวอร์เกลด 

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ก็คือธรรมชาติไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมนุษย์ และมนุษย์นั้นก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากธรรมชาติเลย

บทเรียนที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติเอาไว้ให้มีปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม สรรพสัตว์ขยายพันธุ์ขึ้นมาเองได้ โดยที่มนุษย์แทบจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Sandhill Crane เป็นนกกระเรียนที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ในฟลอริดาจะเป็นสายพันธุ์ย่อยที่พบเหลืออยู่ไม่มากนัก ผมบันทึกภาพนี้จากริมถนน

Crystal River เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือทางฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา ติดกับอ่าวเม็กซิโก ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ฝูง Manatee จากอ่าวเม็กซิโกจะอพยพเข้ามารวมตัวกันบริเวณที่เป็นน้ำพุร้อน ที่อุณหภูมิของน้ำอุ่นกว่าด้านนอก และในช่วงเวลานั้นของปี เราจะพบ Manatee เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้คนมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ 

ในบางครั้ง เมื่อตื่นนอนตอนเช้าและออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เราอาจจะพบ Manatee ว่ายน้ำเข้ามานอนหลับอยู่ในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ หรือถ้าเราออกแรงเดินเพียงเล็กน้อยไปจนถึง Three Sister Springs ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่ฝูง Manatee นับร้อยมารวมตัวกันอยู่ในช่วงฤดูหนาว เราก็จะเห็นหลังสีดำๆ ตะคุ่มๆ ของ Manatee นับร้อยดำผุดดำโผล่อยู่ในแอ่งน้ำพุร้อน 

Fish and Wildlife Conservation Commission เป็นหน่วยงานหลักที่บริหารและจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับสัตว์ป่าและการตกปลาในแต่ละรัฐ ซึ่งมีรายได้หลักจากการออกใบอนุญาตตกปลาและล่าสัตว์ เพื่อนำรายได้มาใช้ในการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าและสภาพแวดล้อม ทั้งการตรวจตราและจับกุมผ่านเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Fish and Wildlife Law Enforcement ผู้ทำหน้าที่เสมือนตำรวจ จับกุมผู้กระทำผิดและส่งฟ้องศาลได้ทันที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Osprey ตัวนี้มาเกาะบนกิ่งไม้หลังบ้านที่เราพักใน Crystal River เพื่อรอจับปลาในลำธารกินแทบทุกเย็น การบันทึกภาพสัตว์ป่าในอเมริกานั้นในบางครั้งก็แทบจะไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์

รวมไปถึงหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คน และสนับสนุนให้ผู้คนเข้ามาหาธรรมชาติ ไม่ใช่การกีดกันคนออกจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้จัดการง่ายเหมือนกับบางประเทศ ซึ่งผลสำเร็จของการจัดการที่ดีนั้นก็ส่งผลออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในแทบทุกมลรัฐ

สำหรับที่ Crystal River นั้น การจัดการที่ดีและครบวงจรมีตั้งแต่การจำกัดความเร็วของเรือที่วิ่งในพื้นที่ที่ Manatee อาศัยอยู่ โดยการแสดงป้ายที่เห็นได้อย่างชัดเจน การออกกฎที่ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวและนักดำน้ำทำอะไรได้และห้ามทำอะไรบ้าง การให้ความรู้และความเข้าใจกับผู้คนและเยาวชนที่สนใจเดินทางมาศึกษาเกี่ยวกับ Manatee ผ่านทั้งทางบริษัทที่ทำทัวร์ไปดู Manatee และอาสาสมัครที่คอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นๆ ที่จะพายเรือแคนูออกมาดูความเรียบร้อยและคอยตักเตือนคนที่ละเมิดกฎ รวมไปถึงการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการกระทำผิด

เมื่อเราเข้าไปจองทัวร์ไปดู Manatee กับโอเปอเรเตอร์หลายเจ้าที่พาเราไปชม Manatee ในช่วงเช้ามืดก่อนที่จะออกเรือ ทุกคนต้องมานั่งชมวิดีโอข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการเฝ้าชม Manatee ที่จัดทำขึ้นโดย Fish and Wildlife Conservation Commission ไกด์ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ออกระเบียบไว้อย่างเคร่งครัด

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
นกยางโทน Great Egret เป็นนกที่เป็นสัญลักษณ์ของ National Audubon Society องค์กรเอกชนเพื่อการอนุรักษ์นกและธรรมชาติที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ John James Audubon นักปักษีวิทยาและศิลปินผู้วาดภาพนก และจัดทำหนังสือ Birds of America ขึ้นใน ค.ศ. 1827

สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือห้ามว่ายน้ำไล่ Manatee เด็ดขาด ผู้ประกอบการแทบทุกแห่งจะมีทุ่นลอยให้เกาะและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ตีนกบ สำหรับคนที่ถือกล้องตัวใหญ่ อาจจะอนุโลมให้ใส่ตีนกบได้ วิธีการเฝ้าชมคือเราต้องลอยตัวเหนือผิวน้ำ แล้วรอให้ Manatee เป็นฝ่ายว่ายเข้ามาหาเราเอง ห้ามสัมผัสตัว Manatee ยกเว้นว่า Manatee จะเข้ามาสัมผัสตัวเรา ห้ามดำน้ำลงไปใต้ผิวน้ำ ห้ามใช้ไฟแฟลชและแสงไฟในการบันทึกภาพ และห้ามว่ายเข้าไปแยกแม่กับลูก Manatee ออกจากกันอย่างเด็ดขาด 

ถ้าเป็นช่วงที่ Manatee เข้ามาอยู่ใน Three Sister Spring มากจนล้นออกมา ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission จะปิดทางเข้า โดยนำเชือกมากั้นเอาไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปรบกวน Manatee ที่นอนพักอยู่ในเขตเชือกกั้น ซึ่งเราจะสังเกต Manatee ได้จากด้านนอกเท่านั้น

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
สำหรับคนอเมริกัน การชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและสรรพสัตว์อาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก เพียงแค่ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน ก็มองเห็น Manatee ที่ในบางครั้งก็มาแอบอยู่ใต้สะพานท่าเทียบเรือหน้าบ้าน หรือว่าในสระว่ายน้ำในบ้านที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบ และจะลงไปว่ายน้ำเล่นกับ​ Manatee ทั้งวันก็ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ยังปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ

ข้อห้ามที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งบริเวณ Three Sister Spring คือการห้ามใช้โดรนบันทึกภาพจากมุมสูง ในวิดีโอพรีเซนเทชันของทาง Fish and Wildlife Conservation Commission มีภาพที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบว่า การละเมิดกฎเหล่านั้นส่งผลอย่างไรกับ Manatee เช่น การใช้โดรนในการบันทึกภาพ หรือเมื่อมีคนฝ่าฝืนว่ายเข้าไปในเขตที่กั้นไว้เพื่อให้ Manatee ได้พักผ่อน เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ฝูง Manatee ที่กำลังพักผ่อนอยู่อย่างสงบสุขก็แตกตื่นตกใจ ว่ายน้ำกระจายกันออกไปคนละทิศละคนละทาง แน่นอนที่สุดสำหรับคนที่รักและเข้าใจธรรมชาติ ย่อมเข้าใจดีว่าการฝ่าฝืนกฎที่ทาง Fish and Wildlife Conservation Commission ตั้งไว้จะส่งผลเช่นไร 

หากเราปฏิบัติตัวถูกต้องตามกฎระเบียบที่วางไว้ เราจะใช้เวลายาวนานสักกี่วันก็ได้ในการบันทึกภาพได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครเพื่อเข้าใช้พื้นที่ในการบันทึกภาพ 

หลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่าผมใช้เวลากับท้องทะเลและผืนป่าในต่างประเทศมากขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รักประเทศไทย หรือว่าหมดความสนใจในสัตว์ป่าหรือพื้นที่อนุรักษ์ของบ้านเราแล้ว แต่ผมคิดว่าการจัดการเรื่องการอนุรักษ์ในบ้านเรานั้นมุ่งไปผิดทาง แทนที่จะส่งเสริมให้คนรักและเข้าใจธรรมชาติ รวมไปถึงมีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ มากขึ้น กลับใช้วิธีการที่กีดกันคนสนใจและรักธรรมชาติให้ห่างออกธรรมชาติมากขึ้นทุกที 

สหรัฐฯ ประเทศที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ได้แทบทุกรัฐ ทำอย่างไรให้คนเข้าใจและรักษ์ธรรมชาติ, การล่าสัตว์ในอเมริกา
Manatee ที่ Crystal River ค่อนข้างคุ้นเคยกับมนุษย์ และมักเป็นฝ่ายที่ว่ายเข้ามาหามนุษย์เสมอ กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดก็คือ สัตว์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเข้ามาหาเราหรือไม่เสมอ

การออกกฎและระเบียบ พร้อมถึงการอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงต้องมีกฎข้อบังคับที่หยุมหยิมเช่นนั้นขึ้นมา เป็นสิ่งที่เข้าใจได้สำหรับการท่องเที่ยวในธรรมชาติที่เปราะบาง

หากวิธีการที่ดูเหมือนจะง่ายกว่าในการจัดการ คือการออกกฎห้ามไม่ให้คนเข้าไปใช้พื้นที่ทางธรรมชาติที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เสมอๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ใช้เวลากว่า 60 ปีในการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นมาในบ้านเรา

ดูเหมือนว่าผู้คนกับธรรมชาติดูจะห่างไกลกันมากขึ้นทุกที

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

10 พฤศจิกายน 2564
1K

ตั้งแต่เด็ก ผมเคยเห็นภาพของฝูงหมีสีน้ำตาล หรือ Alaskan Brown Bear ตัวใหญ่หลายสิบตัว ยืนคอยตะครุบปลาแซลมอนที่กำลังกระโดดข้ามน้ำตกทวนน้ำ เพื่อขึ้นไปวางไข่ในบริเวณที่เรียกว่า Brooks Falls ที่ตั้งอยู่ใน Katmai National Park and Preserve ในดินแดนห่างไกลของอลาสก้า ผ่านจากจอโทรทัศน์ในรายการสารคดีชีวิตสัตว์ของต่างประเทศ

ผ่านไปเกือบ 40 ปี ความฝันวัยเด็กคนหนึ่งจากประเทศอันห่างไกลนั้นก็เป็นจริงขึ้นมา

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear เคยถูกแยกสายพันธุ์ออกจากหมี Grizzlie เมื่อหลายทศวรรษก่อน หากในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันเป็นสายพันธุ์เดียวกัน โดยที่หมี Kodiak ที่พบบนเกาะ Kodiak นั้นเป็น Subspecies ของ Alaskan Brown Bear อีกทีหนึ่ง

จากเมือง Anchorage ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอลาสก้า ผมต้องนั่งเครื่องบินต่อมาลงเมือง King Salmon เมืองที่น่าจะเล็กที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา มีประชากรเพียง 300 กว่าคนเท่านั้นเอง ในช่วงฤดูร้อนที่ท่าอากาศยานเล็กๆ สร้างจากเมทัลชีทแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยคนอเมริกันแต่งตัวแปลกๆ ถ้าไม่ถือกล่องใส่ปืนยาวเพื่อมาล่าสัตว์ ก็จะต้องถือกล่องใส่คันเบ็ดเพื่อมาตกปลา

จาก King Salmon เราต้องขึ้นเครื่องบินน้ำของ Katmai Air เพื่อข้ามทะเลสาบ Naknek ไปยังปากทางเข้าทะเลสาบ Brooks ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Brooks Lodge ที่พักเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 เพื่อเป็นแคมป์สำหรับนักตกปลา ก่อนจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ Katmai ขึ้นมาภายหลังใน ค.ศ. 1980

Brooks Lodge เป็นที่พักแบบ Log Cabin ง่ายๆ ขนาดเล็กๆ มีจำนวนเพียงแค่ 16 หลัง เรียงรายกันอยู่ในพื้นที่เล็กๆ กลางป่า ฝูงแซลมอนจะเดินทางมาถึงน้ำตก และหมีสีน้ำตาลจะมายืนรอดักตะครุบปลาแซลมอนกินในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคม การจองห้องพักที่ Brooks Lodge ในช่วงเวลานั้นใช้ระบบ Lottery จับฉลากที่พักซึ่งมีจำกัด และให้พักแค่คนละไม่เกิน 3 คืนเท่านั้น (ผมลองเข้าไปดูสถานะปัจจุบันตอนเขียนบทความนี้ คือ วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2021 จะเปิดให้สมัคร สำหรับการจองที่พักใน ค.ศ. 2023 ส่วนใน ค.ศ. 2022 นั้นเต็มหมดแล้ว) 

มีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ไปตั้งแคมป์ในพื้นที่ของอุทยานที่เรียกว่า Brooks Camp ที่จำกัดคนไว้เพียง 60 คนต่อวันเท่านั้น (ส่วนใหญ่จะเต็มตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดจองในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี ) การจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกาส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ คือไม่เพิ่ม Capacity เพื่อรับนักท่องเที่ยวเกินไปกว่าจำนวนพื้นที่ที่ธรรมชาติจะรองรับได้ แต่การเดินทางนั้นจะต้องวางแผนการเดินทางกันข้ามปี เราจึงไม่มีโอกาสเห็นสภาพของค่ายผู้อพยพที่กางเต็นท์ชิดติดกันในแหล่งท่องเที่ยวในธรรมชาติของอเมริกา เนื่องมาจากระบบในการบริหารและการจัดการที่ดี

ผมได้ที่พักที่ Brooks Lodge ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แซลมอนส่วนใหญ่จะเดินทางข้ามน้ำตกขึ้นไปแล้วแม้จะไม่ใช่ช่วงพีก ที่มีหมีสีน้ำตาลหลายสิบตัวมายืนบนน้ำตก แต่ก็ยังคงมีหมีหลายตัวเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณลำธารและรอบๆ ที่พัก

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เนื่องจากไม่มีถนน พาหนะอย่างเดียวที่จะนำเรามาที่ Katmai ได้ก็คือเครื่องบินน้ำที่บินออกมาจาก King Salmon

สิ่งแรกที่เราต้องทำเมื่อก้าวลงจากเครื่องบินน้ำก็คือ เจ้าหน้าที่อุทยานจะเดินมารับเราที่ประตูเครื่องบิน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของ Lodge และพาเราตรงไปยังห้องที่ทำการของอุทยาน เพื่อให้เรานั่งฟังกฎ กติกา มารยาท ที่เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตลอดช่วงเวลาที่เราพักและทำกิจกรรมในบริเวณนี้ 

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเข้าไปนั่งฟังกฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติตัว เพื่อความปลอดภัยในการเผชิญหน้ากับหมีนานกว่าครึ่งชั่วโมง และทุกคนจะได้รับแจกเข็มไว้ติดเสื้อ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ผ่านการอบรมแล้ว

รวมถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลว่าเราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เช่น การแขวนกระดิ่งไว้ที่กระเป๋า เพื่อเตือนให้หมีรู้ว่าเรากำลังเดินมา การตะโกนทักทายหมีว่า Hey bear! ก่อนจะเดินผ่านโค้งที่ลับตา หรือเวลาเจอหมีบนเส้นทางเดินจะต้องทำตัวอย่างไร กฎ กติกา มารยาท เวลาเดินบนสะพานหรือบนแพลตฟอร์มที่ดูหมีในบริเวณน้ำตก เราจะต้องปิดประตูรั้วทุกครั้งเมื่อเข้าไปใช้พื้นที่ หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับหมีในระหว่างตกปลาในลำธาร แล้วหมีจะเดินเข้ามาหาเราเพื่อแย่งปลาที่ติดเบ็ดไปกิน เขาก็จะให้ดึงสายเบ็ดให้ขาดไปก่อนหมีจะเข้ามาแย่งปลาเรา เพราะถ้าหากมันเรียนรู้ว่าหาปลากินง่ายๆ มันจะคอยเฝ้าเดินตามนักตกปลาซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear ในขณะยืนขึ้นด้วยขาหลังตอนเดินข้ามน้ำลึก เมื่อยืนขึ้นสองขาจะมีความสูงถึง 3 เมตร ทำให้มันเป็นนักล่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 บนผืนแผ่นดินของโลก มีขนาดไล่เลี่ยกับหมีขาว (ส่วนนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Sperm Whale)

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบของการจัดการอุทยานแห่งชาติ การตกปลาเพื่อการกีฬาในอุทยานแห่งชาติเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ โดยแต่ละอุทยานแห่งชาตินั้นจะมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม และรายละเอียดในการจัดการแตกต่างกันไป บางแห่งก็ใช้ Fishing License ทั่วไปของรัฐที่ออกโดย Fish and Wildlife ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในการจัดการออกใบอนุญาตควบคุมการตกปลาและล่าสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Warden คอยดูแล หรือในบางอุทยานแห่งชาติก็จะออก License พิเศษเฉพาะของตนเองขึ้นมา เช่นที่ Yellowstone National Park การออก License นี้จะกำหนดสายพันธุ์ ขนาด และจำนวนของปลาที่เราเก็บได้ ในขณะที่บางสายพันธุ์ซึ่งเป็น Alien Species จะไม่มีการกำหนด แต่แนะนำให้เก็บมาทำอาหาร หรือแม้กระทั่งกำจัดออกไปไม่ให้มารบกวนสายพันธุ์ท้องถิ่น

สื่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องการจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกา คือกฎทุกอย่างมีพื้นฐานมาจากการวิจัย และมีเหตุผลที่อธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์รองรับทุกอย่าง บางปีอาจจะมีการปรับเพิ่มหรือลดตัวเลข Bag Limit หรืออาจประกาศห้ามจับปลาบางสายพันธุ์ที่พบว่ามีจำนวนลดน้อยลง โดยไม่ใช้ความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ

สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ไม่ได้มีคำตอบว่าห้ามหรือปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ แต่การจัดการก็คือการหาพื้นที่ตรงกลางที่เป็นหัวใจของคำว่า การอนุรักษ์ ซึ่งแปลว่าการนำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ผมก็แบกกล้องเดินไปตามเส้นทางเดินป่า ข้ามลำธารไปตามเส้นทางเดินป่า เพื่อไปเฝ้ารอดูหมีสีน้ำตาลในบริเวณ Viewing Platform ที่อยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตรจากที่พัก ในช่วงเย็นวันนั้นหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ตัวหนึ่งพยายามวนเวียนไล่จับปลา Sockeye Salmon สีแดงสดที่ลอยตัวอยู่ในลำธารน้ำอยู่นานนับชั่วโมง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อลาสก้าในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะตกในช่วงราวๆ 4 – 5 ทุ่ม 

เราเฝ้ารอลุ้นให้หมีจับปลาแซลมอน จนลืมไปว่าอาหารเย็นที่ Lodge นั้นจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม ผมลืมดูเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบ 3 ทุ่มเข้าไปแล้ว เป็นอันว่าวันแรกเราอดข้าวเย็นไปตามระเบียบ เพราะหลัง 2 ทุ่มเขาจะเก็บอาหารทุกอย่างตามกฎที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
บรรยากาศก่อนพลบค่ำ ในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม จากบนสะพานในบริเวณปากอ่าวของ Brooks Lake

เข้าวันที่สอง ผมเดินเข้าไปยังที่ทำการของ Lodge เพื่อติดต่อจ้างไกด์ตกปลาที่จะพาเราเดินตกปลาในลำธาร สำหรับที่ Katmai National Park and Preserve มีกฎเกณฑ์ในการตกปลาว่า จะต้องใช้อุปกรณ์ Fly Fishing เพื่อตกปลาเท่านั้น ห้ามใช้อุปกรณ์ในรูปแบบอื่น และปลาที่ตกได้ทุกตัวในเขตเหนือสะพานที่เข้ามาจากปากแม่น้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำ จะต้องปล่อยกลับลงไปในน้ำทุกตัว

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Fly Fishing เป็นกิจกรรมที่นิยมมากที่สุด รองลงไปจากการไปเฝ้าชมและถ่ายภาพพฤติกรรมของ Alaskan Brown Bear ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ Katmai

การออกเดินท่องลำน้ำตกปลาในลำธารกับไกด์เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม เพราะระหว่างที่เดินตกปลาในลำธารนั้น เราจะพบกับหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่เดินท่องน้ำเพื่อหาปลาเป็นปกติ บางครั้งไกด์ก็จะพาเราเดินผ่านหมีไปแบบหน้าตาเฉย ในระยะที่ห่างออกไปเพียงไม่ถึง 10 เมตรเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไป ไกด์กำชับว่าให้ทำตัวปกติ เดินตามหลังเขาไว้ และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าวิ่งเป็นอันขาด

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
ลูกหมีสีน้ำตาลเดินสวนมาบนทางเดิน ลูกหมีที่น่ารักมักจะขี้เล่นและขี้สงสัย ในบางครั้งอาจจะเดินเข้ามาหาคน และบางครั้งตัวแม่ก็มักจะวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ให้พยายามหลีกเลี่ยงหมีแม่ลูกอ่อน แม้ว่าลูกหมีจะดูน่ารักแค่ไหนก็ตาม

ในลำธารแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาแซลมอนหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Sockeye Salmon Pink Salmon และ Rainbow Trout แต่ปลาที่น่าสนใจมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือ Arctic Grayling ที่มีครีบหลังสวยงาม

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Sockeye Salmon ในขณะที่กระโดดขึ้นมาบน Brooks Fall ในช่วงฤดูอพยพ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี

ช่วงเวลาที่ประทับใจผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมใช้เวลาช่วงเช้าในการตกปลา ช่วงบ่ายก็เดินไปเฝ้าหมีในบริเวณ Viewing Platform รับประทานอาหารเย็น ก่อนลงไปตกปลาจนมืดค่ำในเวลาประมาณ 4 ทุ่มจึงกลับมาที่ห้องพัก

สำหรับคนที่รักธรรมชาติแล้ว ผมคิดว่า Katmai ในช่วงฤดูร้อนนั้นคือประสบการณ์และความทรงจำ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของผมเลยทีเดียว

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load