18 กันยายน 2563
11 K

The Cloud x ททท.

สวัสดีครับทุกคน เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ กลับมาอีกครั้งแล้วครับ 

หลังจากผมเขียนบันทึกเที่ยวตามใจ เล่าการเดินทางทั่วไทยของตัวเองไปเมื่อคราวก่อน ก็มีเพื่อนๆ ทักทายกันเข้ามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเท่ๆ เส้นทางขี่มอเตอร์ไซค์สวยๆ และชุมชนน่ารักอบอุ่นที่อยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้รู้ว่ามีเพื่อนๆ สายเที่ยวคอเดียวกันอยู่เยอะ วันนี้เลยอยากมาแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางครั้งล่าสุดของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟังอีกครั้ง 

เวียร์ ศุกลวัฒน์, เกาะสมุย, บันทึกเที่ยวตามใจ

ถึงจะเป็นลูกอีสาน แต่ผมชอบทะเลมาก ที่พีกคือผมเคยเล่นละครเป็นนายหัวมาหลายเรื่องมาก แล้วสกิลล์ในละครก็ขั้นเทพ ดำน้ำตัวเปล่า! ช่วยนางเอกขึ้นนางน้ำ! จับปลามือเดียว! ขับเรือไม่มองทาง! ขอแถลงตรงนี้ว่าตัวจริงไม่ได้เทพขนาดนั้นนะครับ (ฮา) ผมเพิ่งสอบผ่าน ได้รับใบอนุญาตดำน้ำแบบ Scuba Diving ในทริปนี้เลยตื่นเต้นมากครับที่ได้เป็นนักดำน้ำเต็มตัว 

ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ลงใต้ วิ่งทะลุไปมาเลเซีย ต่อไปถึงสิงคโปร์เมื่อหลายปีก่อน บอกเลยว่าเส้นทางสายเก่าที่ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นสวยงามมาก มีทั้งภูเขา แม่น้ำ และที่สำคัญคือทะล ผมวาดฝันไว้ไกลๆ ว่าวันหนึ่งจะเอามอเตอร์ไซค์ขึ้นเรือเฟอร์รี่ แล้วไปขี่รอบเกาะสมุยให้ได้ ตอนนี้ได้แค่บินจากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวพลางๆ ก่อน แต่ถึงยังไงผมก็รักเกาะกลางทะเลอ่าวไทยแห่งนี้มาก ไปมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง

ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร ผมขอเล่าไว้ในบันทึกการเดินทางครั้งล่าสุด บนหน้าจอต่อไปนี้นะครับ

เวียร์ ศุกลวัฒน์, เกาะสมุย, บันทึกเที่ยวตามใจ
เวียร์ ศุกลวัฒน์, เกาะสมุย, บันทึกเที่ยวตามใจ

คุยกับคุณลุงชาวเกาะ ใต้ต้นทะพร้าวกลางอ่าวไทย

เวียร์ ศุกลวัฒน์ กับบันทึกการเดินทางทริปล่าสุด เที่ยวชุมชนที่เกาะสมุยและดำน้ำเกาะเต่าครั้งแรก

ผมคิดว่านิสัยของคนอีสานและคนใต้นั้นคล้ายๆ กันเลย คือรักพวกพ้อง ทุกคนเป็นเหมือนครอบครัว มาใต้ทีไรก็รู้สึกเลยว่าเราใกล้กันมาก คุยกันรู้เรื่องถูกคอ 

อย่างเกาะสมุยเนี่ย แรกๆ ก็ไปออกกองถ่ายละคร ไปออกงานกาชาด ไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ต แต่ได้ไปบ่อยเข้า ผมก็ซึมซับความเป็นกันเองของผู้คน และตกหลุมรักธรรมชาติ ที่ไม่ว่าจะจุดไหนของเกาะก็สวยไปหมด หลังๆ เลยไปเที่ยวเองบ่อยๆ เพราะมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ บินถึงก็โดดลงทะเลได้เลย 

เวียร์ ศุกลวัฒน์ กับบันทึกการเดินทางทริปล่าสุด เที่ยวชุมชนที่เกาะสมุยและดำน้ำเกาะเต่าครั้งแรก

คุณลุงชาวเกาะคนหนึ่งแกเล่าให้ฟังว่า ชื่อเกาะสมุย น่าจะมาจากพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในภาคใต้ของไทย ภาษาใต้เรียกกันว่าต้นหมุยหรือตนสมุย สมัยก่อนผู้คนเริ่มอพยพมาตั้งรกราก และได้พบกับต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่เต็มไปหมด มันเลยกลายมาเป็นชื่อเกาะ แต่ก็มีอีกหลายคนบอกว่า สมุยเป็นภาษาทมิฬโบราณ แปลว่าคลื่นลม แค่ที่มาของชื่อเกาะก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ

คุยไปคุยมา ผมยิ่งรู้สึกว่าเกาะสมุยมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก คือเมื่อก่อน เกาะสมุยเป็นชุมชนที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวและตัดขาดจากภายนอกพอสมควร มีการค้ากับชาวจีนไหหลำที่ล่องเรือสินค้า ผ่านมารับมะพร้าวและกะปิไปขายที่กรุงเทพฯ บ้างเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อ 50 ปีที่แล้วสมัยคุณลุงยังเด็ก ฝรั่งแบ็กแพ็กเกอร์รุ่นแรกก็เดินทางมาค้นพบ สวรรค์บนดินแห่งนี้เข้า 

เวียร์ ศุกลวัฒน์ กับบันทึกการเดินทางทริปล่าสุด เที่ยวชุมชนที่เกาะสมุยและดำน้ำเกาะเต่าครั้งแรก

ผมสงสัยมากว่า ในเมื่อสมุยเป็นเกาะปิด แล้วฝรั่งเขาเดินทางมาถึงเกาะได้ยังไง 

“เขานั่งรือขนมะพร้าวมา” คุณลุงตอบกลับด้วยสำเนียงใต้ พร้อมหัวเราะชอบอกชอบใจ

นั่นล่ะครับ จุดเริ่มต้นของการบอกต่อปากต่อปากในหมู่นักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ฝรั่ง ที่ใครเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ต้องดั้นด้นมาเกาะสมุยให้ได้ ทั้งที่ตอนนั้นมีบังกะโลของชาวบ้านเริ่มเปิดให้บริการเพียงแค่ไม่กี่หลัง ถนนบนเกาะยังไม่มีด้วยซ้ำ จากหาดหนึ่งไปอีกหาดหนึ่ง ถ้าไม่นั่งเรืออ้อมเกาะไป ก็ต้องเดินข้ามภูเขาเท่านั้น

เวลาผ่านไป นักท่องเที่ยวเยอะขึ้น พร้อมๆ กับการพัฒนาเติบโตของชุมชนเกาะสมุย จากบังกะโลไม่กี่หลัง เกาะสมุยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอับดับโลก เป็นจุดหมายปลายทางในฝันที่ยังเก็บเอกลักษณ์ ความน่ารักของชุมชนเอาไว้ได้อย่างดี และผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ตกหลุมรักเกาะแห่งนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นกัน

ชิมข้าวผัดสมุยและลองขอสูตรลับอายุ 70 ปี

นี่คือร้านปุยหยก ตั้งอยู่บ้านหน้าทอน ย่านการค้าชาวจีนที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะสมุย 

ร้านนี้เปิดทำการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2492 เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่คิดค้นสูตรอาหารข้าวผัดหมูแดง หรือที่เรียกกันว่าข้าวผัดสมุย โดยการนำน้ำซอสสีแดงที่เป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้านมาผัดกับข้าวสวย จนออกมาเป็นข้าวสีชมพูเอกลักษณ์ของร้าน กินกับกุนเชียงเด้งๆ หมูแดงนุ่มๆ และหมูกรอบที่กรอบจนฟิน 

ชิมข้าวผัดสมุยและลองขอสูตรลับอายุ 70 ปี

อร่อยมากครับ พยายามถามเฮียทายาทรุ่นสองของร้านถึงสูตรลับของน้ำซอส ถามยังไงก็ไม่ยอมบอก ผมเลยประท้วงด้วยการกินรวดสองจานไปเลย

ถ้าใครได้มาเช็กอินที่ร้านปุยหยกแล้ว ผมแนะนำให้เดินมาถัดมาอีกนิด เลี้ยวเข้าถนนเล็กๆ ที่ชื่ออ่างทอง ซึ่งผมชอบมาก เพราะสองฝั่งถนนเรียงรายไปด้วยบ้านไม้เก่าแบบจีนอพยพผสมไทยเกาะ คือผสมผสานระหว่างรูปแบบอาคารแบบจีนกับภูมิปัญญาก่อสร้างของชาวเกาะ บางหลังอายุเกือบร้อยปี ใครเป็นสายถ่ายรูปอย่างผม เดินถนนเส้นนี้เพลินแน่นอน

ชิมข้าวผัดสมุยและลองขอสูตรลับอายุ 70 ปี
ชิมข้าวผัดสมุยและลองขอสูตรลับอายุ 70 ปี

ถ้าใครสงสัยว่าทำไมถนนชื่ออ่างทอง ทั้งๆ ที่อยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นั่นเพราะเกาะสมุยอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ที่ประกอบไปด้วยเกาะในทะเลอ่าวไทยอีกถึง 42 เกาะนั่นเอง 

เจอพี่ๆ น้องๆ แฟนละครเนียวแน่นที่ชุมชนมลายูโพ้นทะเล

ผมชอบเกาะสมุย เพราะมีความหลากหลาย ทั้งทรัพยากรธรรมชาติทะเล ภูเขา น้ำตก ผืนป่า และผู้คน หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าบนเกาะสมุยมีชุมชนมลายูโพ้นทะเลที่มีวัฒนธรรมเข้มแข็งตั้งอยู่ด้วย ผมก็เหมือนกัน ไปสมุยหลายต่อหลายครั้ง ไม่เคยรู้จนกระทั่งทริปนี้นี่แหละ 

ชุมชนหัวถนน คือชุมชนมุสลิมดั้งเดิมที่ล่องเรือจากจังหวัดปัตตานีมาตั้งถิ่นฐานบนเกาะแห่งนี้ เมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว ตอนแรกเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงนักจับปลาเล็กๆ ต่อมาจึงขยายจนกลายเป็นชุมชนมลายูโพ้นทะเล

ชุมชนมลายู, เกาะสมุย
ชุมชนมลายู, เกาะสมุย

เดินเข้ามาในชุมชน ผมได้พบกับมัสยิดนูรุลเอียะห์ซาน ศูนย์กลางสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ตั้งขึ้นพร้อมๆ กับการก่อตั้งชุมชน และเป็นมัสยิดแห่งเดียวบนเกาะสมุย ได้พบพี่ๆ น้องๆ แฟนละครที่ติดตามผมมาตั้งแต่ละครเรื่องแรก พี่ๆ น่ารักมาก ชงชาเย็นแบบมลายูให้ผมของชิมด้วย ขอบคุณมากนะครับ ชื่นใจสุดๆ

ชุมชนมลายู, เกาะสมุย
ชุมชนมลายู, เกาะสมุย

ที่น่าทึ่งคือ แม้จะย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่สมุยกว่าร้อยปีแล้ว แต่ชุมชนมลายูแห่งนี้ยังรักษาอัตลักษณ์ไว้ได้อย่างเข้มแข็ง มีการเรียนการสอนภาษามลายู ทำให้เด็กๆ ที่แม้จะเกิดที่นี่ก็ยังพูดภาษามลายูได้ ผมเดินผ่านนักท่องเที่ยวหลายคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มานั่งจิบชามลายูในชุมชน เห็นแล้วอิจฉาจริงๆ ครับ ไว้ผมจะกลับมาใหม่พร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจ 

ชุมชนมลายู, เกาะสมุย
ชุมชนมลายู, เกาะสมุย
ชุมชนมลายู, เกาะสมุย

ก่อนกลับ ผมไม่ลืมที่จะแวะตลาดแขกหน้าชุมชน มีปลาสดๆ จากท้องทะเลวางขายมากมาย กะห์เจ้าของแผงเล่าให้ฟังว่า เป็นปลาจากการประมงพื้นบ้าน น้องชายของกะห์ออกเรือไปจับเองทุกเช้าด้วยเครื่องมือเล็กๆ ที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมใต้ทะเล หลังบ้านกะห์ทำปลาแปรรูปด้วย เมื่อก่อนส่งขายทั่วทั้งเกาะ แต่ตอนนี้พอนักท่องเที่ยวลดลง ครอบครัวชาวประมงของกะห์ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

ใครมีโอกาสไปเที่ยวเกาะสมุย อย่าลืมแวะไปทักทายและช้อปปิ้งอาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดแขกบ้านกะห์กันด้วยนะครับ

เกาะเต่าครั้งแรก จะได้เจอเต่าไหมนะ

เกาะเต่า
เกาะเต่า

วันต่อมา ผมออกเรือจากเกาะสมุย มุ่งหน้าสู่เกาะเต่าด้วยเรือสปีดโบ๊ต ใช้เวลาไม่นานแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้วครับ สวรรค์ของนักดำน้ำ

ออกตัวก่อนเลยว่านี่เป็นประสบการณ์เที่ยวเกาะเต่าครั้งแรกของผม ตอนแรกกะจะมาเรียน Scuba Diving ให้จบคอร์สเฉยๆ คือผมเคยเรียนดำน้ำตั้งแต่ 2 – 3 ปีก่อน เพื่อเข้าฉากเล่นละคร (เป็นนายหัวขั้นเทพอย่างที่รู้กัน) เมื่อหลายปีก่อน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้สอบขอใบอนุญาตดำน้ำแบบจริงๆ จังๆ เสียที 

เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์
เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์

แต่ปรากฏว่าการมาเกาะเต่าครั้งแรก ผมได้ประสบการณ์เหนือความคาดหมายมากมาย อย่างการได้เจอเต่า! เต่าทะเลสองแม่ลูกที่ว่ายน้ำอย่างสุขใจอยู่ใกล้ๆ แนวปะการัง นี่เป็นการพบสัตว์ทะเลหายากครั้งแรกของผม ทั้งช็อกทั้งเซอร์ไพรส์ ตอนนี้ที่ผมเป็นนักดำน้ำเต็มตัวแล้ว ก็หวังว่าในทริปดำน้ำครั้งต่อไป ผมจะโชคดีได้เจอเจ้าฉลามวาฬหรือแมนต้าอย่างในทริปนี้ สาธุ

เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์
เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์

คนส่วนใหญ่คิดว่าเกาะเต่ามีดีที่โลกใต้น้ำ ใช่ครับ เกาะเต่าขึ้นชื่อระดับโลกว่ามีจุดดำน้ำใกล้ชายฝั่งที่สุดยอด แต่อยากกระซิบบอกว่าทรัพยากรบนเกาะก็สวยงามไม่แพ้กัน เพื่อนชาวกรุงเทพฯ ของผมหลายคนลงไปเที่ยว และติดอกติดใจเสน่ห์เกาะเต่า จนย้ายลงไปตั้งถิ่นฐานเป็นชาวเกาะหลายคน 

เพื่อนผมกลุ่มนี้ สืบเสาะหาเส้นทาง Hiking จุดดำน้ำในเกาะที่ต้องผจญภัยก่อนไปถึง และเส้นทางพายเรือคายัครอบเกาะ และแนะนำให้ผมได้ไปเจอกับสวรรค์บนดินที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ แต่สวยบาดใจที่เขาบอกผมว่า สมมติมีนักท่องเที่ยว 5,000 คน จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่สนใจการท่องเที่ยวแบบนี้ 

ได้ยินแบบนี้ก็ต้องไปสิครับ รออะไร 

เส้นทางผจญภัยที่ 1 ใน 5,000 คนเท่านั้นจะเลือกไป

ก่อนออกเดินทางเราแวะเติมพลังด้วยผัดหมี่กะทิ สารภาพเลยว่าผมไม่เคยกินผัดหมี่ชนิดนี้มาก่อน พี่แม่ค้าบอกว่าใช้น้ำกะทิจากเกาะสมุยเคี่ยวกับเครื่องแกง จากนั้นนำมาผัดกับเส้น เป็นอาหารที่หากินได้แค่ทางใต้เท่านั้น โอ้โห อร่อยสุดๆ

เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์

สำหรับการ Hiking เส้นทางนี้ เราต้องแบกเป้ใส่อาหารปิกนิก ตีนกบและหน้ากาก Snorkel ติดตัวไปด้วย เพราะระยะทางไปกลับใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง แต่เป็น 5 ชั่วโมงที่สุดยอดมาก

เติมพลังกันเสร็จ เริ่มเดินขึ้นเขาผ่านป่าย่อมๆ สู่จุดชมวิวลับที่สูงที่สุดของเกาะ จากนั้นลงมาเจอกับอ่าวเล็กๆ ที่ต้องข้ามเขาไม่ก็นั่งเรือมาถึงจะพบ อ่าวแห่งนี้เงียบสงบมาก จะลงเล่นน้ำ Snorkeling หรือจะให้นั่งมองวิวทั้งวันก็ยังไม่เบื่อเลยครับ 

ผมชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัน แสงสวย ยิ่งถ้าได้มาอยู่ในที่สวยๆ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์

ผมเอากล้องฟิล์มมาด้วย เวลาไปเที่ยวผมจะขนฟิล์มไปหลายแบบหลายม้วน เพราะอยากทดลองดูว่า พื้นที่เดียวกัน แสงและอุณหภูมิใกล้ๆ กัน ถ้าใช้ฟิล์มอันนั้นอันนี้ ภาพจะออกมาเป็นยังไง ผมสนุกกับการถ่ายภาพฟิล์มเพราะมันไม่มีกฎตายตัวเลย อย่างถ้ามาเที่ยวเกาะ หลักการ (แบบมั่วๆ) ของผมคือ อุณหภูมิสูง ลองใช้ฟิล์มฟ้าดูไหม สีจะได้คอนทราสกับโทนของภาพ 

ผมกลับกรุงเทพฯ มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเอาฟิล์มไปล้างเลย เอาเป็นว่าถ้าผมล้างฟิล์มเมื่อไหร่ จะรับลงรูปในอินสตาแกรมให้เพื่อนๆ ได้ดูกันนะครับว่ารูปฟิล์มเซ็ตนี้ของผมรุ่งหรือร่วง (ฮา)

เพื่อนๆ ล่ะชอบถ่ายภาพแบบไหน และมีเทคนิคถ่ายภาพหรือหลักการ (แบบมั่วๆ) อย่างผมไหม ถ้ามีก็ส่งมาบอกกันได้นะครับ แล้วอย่าลืมบอกด้วยล่ะว่าถ่ายที่สถานที่ท่องเที่ยวไหนของเมืองไทย เผื่อผมจะตามไปเช็กอินด้วย เพราะพวกเราสายเที่ยวคอเดียวกันอยู่แล้ว

เกาะเต่า, เวียร์ ศุกลวัฒน์

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

Avatar

ศุกลวัฒน์ คณารศ

นักแสดงช่อง 7 ที่มีบทบาทที่ 2 เป็นนักเดินทางที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ และบทบาทที่ 3 เป็นพิธีกรรายการ Super Weir รายการการเดินทางเพื่อสังคม ที่เกิดจาก 2 สิ่งที่ชอบ คือการขี่มอเตอร์ไซค์ และการช่วยเหลือสังคม

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

ติ๊ด ๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ปลุกผมให้ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่

“วันนี้ที่ ‘หมู่บ้านชิราคาวาโกะ’ จะมีหิมะตกมามั้ย” ประโยคคำถามเดิม ๆ ที่ผมอยากรู้ตลอดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กับการเดินทางมาท่องเที่ยวยังภูมิภาคชูบุ (Chubu) ประเทศญี่ปุ่น โดยมีความฝันอยากมาชมวิวที่นั่นท่ามกลางหิมะสีขาวให้เต็มสองตาสักครั้งในชีวิต

“หวังว่าวันนี้จะได้ยินข่าวดี” ผมแอบลุ้นในใจ (หลังจากกินแห้วไปแล้ว 2 วันก่อนหน้า) พร้อมกับรีบกดมือถือเข้าไปดูบรรยากาศผ่าน Shirakawa-go Live

ตึกตัก ๆ เสียงหัวใจของผมกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองเห็นภาพที่ปรากฏผ่านหน้าจอมือถือสี่เหลี่ยมตรงหน้า กับภาพหิมะสีขาวที่กำลังตกลงมายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้าด้วยความดีใจ ก่อนลุกไปทำธุระส่วนตัว ลงไปทานอาหารเช้า พร้อมกับเช็กเอาต์ออกจากที่พัก

“นับว่ายังโชคดีที่พอจะมีแต้มบุญเหลืออยู่บ้าง” ผมกระซิบบอกกับตัวเองในใจ ก่อนรีบเดินต่อไปยังสถานีรถบัส

เริ่มต้นออกเดินทางตามความฝัน

ภาพเบื้องหน้าในตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มารอขึ้นรถบัสไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน ผมรู้ได้เลยว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ก็คงเฝ้ารอวันนี้เช่นกัน ไม่รอช้า ผมรีบเดินไปต่อท้ายแถว ก่อนหยิบเอาตั๋วใบสี่เหลี่ยมขึ้นมา และตรวจสอบเส้นทางการเดินทางให้แน่ใจอีกครั้ง

ภายหลังที่ยืนรอและมองเห็นคนตรงหน้าค่อย ๆ ทยอยเดินขึ้นรถบัสไปคันแล้วคันเล่า ในที่สุดผมก็ได้ยืนตำแหน่งหัวแถว พร้อมกับรีบยื่น SHORYUDO Bus Pass (ตั๋วแบบเหมาสำหรับท่องเที่ยวด้วยรถบัสแบบไม่จำกัดเที่ยว ในระยะเวลาและเส้นทางที่กำหนด) ที่กำลังจะหมดอายุวันนี้พอดี ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ ก่อนจัดเก็บสัมภาระและหาที่นั่ง โดยระยะทางจากเมืองทาคายาม่า (Takayama) ที่ผมอยู่ตอนนี้ไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะใช้เวลาเดินทาง 50 นาที โดยประมาณ

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดกิฟุ (Gifu) ประกอบไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 – 300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบ ๆ ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) โดยมีบ้านลักษณะเฉพาะ เรียกว่า ‘บ้านแบบกัสโชสึคุริ’ (Gassho-Zukuri) ซึ่งเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม

ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า ‘กัสโช’ ซึ่งแปลว่า พนมมือ ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ทั้งนี้ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูเขาสูงล้อมรอบทุกด้าน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านแถบนี้จึงพัฒนาสังคมและวิถีชีวิตแตกต่างไปจากชุมชนอื่นในญี่ปุ่นมาช้านาน โดยในอดีตชุมชนแห่งนี้ยังชีพด้วยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย

ในปี 1995 หมู่บ้านนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค บ้านเรือนต่าง ๆ แปรสภาพกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และบ้านพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ เรียกว่า Minshuku เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์และสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

เที่ยวชมรอบหมู่บ้าน

หลังจากตื่นตาตื่นใจไปกับภาพบรรยากาศสวย ๆ ระหว่างทาง ในที่สุดรถบัสก็พาผมมาถึงยังจุดหมาย ซึ่งภายหลังจากนำสัมภาระไปเก็บที่จุดบริการรับฝากสิ่งของแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มเดินทางสำรวจพื้นที่รอบ ๆ หมู่บ้าน

เมื่อได้เดินชมบ้านไม้โบราณที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคงเป็นความรู้สึกทึ่งในการออกแบบโครงสร้างของตัวบ้านซึ่งงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ภายใต้หลังคาทรงสูงจากภายนอก เมื่อเข้าไปข้างในจะแบ่งเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ 2 – 4 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ส่วนชั้นล่างเป็นที่อยู่อาศัย

ส่วนหลังคา ชาวบ้านใช้วัสดุท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยากมาใช้มุงหลังคา ประกอบด้วยเศษไม้ ต้นไผ่ ดินเหนียว และหญ้า โดยอาจมีความหนาถึง 1 เมตร เพื่อรองรับน้ำหนักหิมะและป้องกันไม่ให้น้ำซึมทะลุเข้ามาในบ้าน และเนื่องจากหลังคาพวกนี้ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ในทุก 20 – 30 ปี ซึ่งการมุงหลังคาใหม่จะทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หลังจากที่หิมะละลายหมดแล้ว โดยอาศัยแรงงานจากชาวบ้านช่วยกัน

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
หลังคาบ้านที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ออกแบบเป็นทรงแหลมสูงลาดลงด้านข้าง เพื่อช่วยให้หิมะและน้ำฝนไหลลงมาตามหลังคา

ท่ามกลางอากาศหนาวและมีหิมะตกลงมาเป็นระยะ ๆ ทางเดินบนถนนในตอนนี้จึงเต็มไปหิมะสีขาวโพลนตลอดเส้นทาง หลังจากที่ผมเดินสัมผัสความนุ่มของเกล็ดหิมะฟู ๆ มาได้สักพัก ก็เดินมาพบกับสถานที่สำคัญของหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ ‘ศาลเจ้าชิรากาวะ ฮาจิมัง’ (Shirakawa Hachiman Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโต เมื่อได้เข้าไปแล้วก็รู้สึกว่าที่นี่เงียบสงบและร่มรื่นมาก

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
หิมะสีขาวโพลนที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของนักท่องเที่ยว
เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
ศาลเจ้าชิรากาวะ ฮาจิมัง (Shirakawa Hachiman Shrine)

สำหรับไฮไลต์ของสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านนี้ที่ไม่ควรพลาดอีกที่ นั่นคือบ้านโบราณ 3 หลังที่เรียงติดกัน เป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวพากันมาแวะเวียนไม่ขาดสาย ในช่วงที่ผมเดินไปถึงมีหิมะตกลงมาพอดี จึงได้ภาพบรรยากาศที่งดงามไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี ‘บ้านโบราณวาดะ’ (Wada House) ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนท้องถิ่นในอดีต

ทั้งนี้ แม้ว่าบ้านหลายหลังในหมู่บ้านชิราคาวาโกะจะเปิดให้เข้าชมเป็นสาธารณะ แต่อีกหลายหลังก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และดำรงวิถีชีวิตเหมือนดั่งในอดีต

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
ภาพบรรยากาศบ้านเรือนในระหว่างเดินชมหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บ้านโบราณ 3 หลัง (Shirakawa-go Three Houses)
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บ้านโบราณวาดะ (Wada House)

จุดชมวิว

ภายหลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ หมู่บ้านจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ผมเดินต่อไปยังจุดชมวิว ซึ่งต้องเดินขึ้นเนินชัน จึงต้องบังคับให้ตัวเองค่อย ๆ ก้าวเดินช้า ๆ เพื่อทรงตัวไม่ให้ลื่นล้มบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยหิมะ

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
กิ่งไม้และต้นไม้แต่งแต้มไปด้วยหิมะสีขาว

หลังจากใช้เวลาเดินขึ้นเนินมาได้สักพักใหญ่ ในที่สุดผมก็มาถึงจุดชมวิว ซึ่งที่นี่ในแต่ละฤดูจะมีความงดงามแตกต่างกันไป เช่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมองเห็นต้นซากุระสีชมพูบานสะพรั่ง หรือในฤดูใบไม้ร่วง จะมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสี ช่วยแต่งแต้มสีสันไปทั่วทั้งภูเขา 

และในช่วงฤดูหนาว จะมีการจัดงานประดับไฟที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirkawa-go Light Up) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของการท่องเที่ยว จัดขึ้นเฉพาะวันอาทิตย์ ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์เท่านั้น และต้องจองล่วงหน้าก่อนเข้าชม

สายลมพัดโชยเอาเกล็ดหิมะที่กำลังตกลงมาลอยละล่องในอากาศอีกครั้ง หมู่บ้านชิราคาวาโกะในตอนนี้เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน แม้ว่าตัวเลขอุณหภูมิจะลดต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนร่างกายสัมผัสได้ถึงความเหน็บหนาว แต่ภายในใจของผมตอนนี้กลับอบอุ่น เมื่อได้ใช้เวลาดื่มด่ำไปกับภาพตรงหน้าที่กว้างไกลสุดสายตา ก่อนที่ผมจะเผลอยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
ภาพแห่งความทรงจำ
ข้อมูลอ้างอิง
  • องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น 
  • Shirakawa village office
  • Gifu Prefecture Tourism Federation 
  • สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ธนวันต์ วนาภรณ์

ธนวันต์ วนาภรณ์

เภสัชกรที่ชอบความเป็นธรรมชาติ ชอบเวลาได้เดินทาง เพราะจะได้เรียนรู้โลกกว้าง และชอบการเป็นครูอาสา จึงทำเพจของตัวเองที่มีชื่อว่า ครูอาสานอกห้องเรียน (The Journey Memory)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load