The Cloud X ททท.

สวัสดีครับ! 

ก่อนที่ทุกคนจะอ่านบันทึกการเที่ยวต่อไปนี้ ผมขอแนะนำตัวก่อนสักทีว่า บันทึกนี้เป็นของ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ เองครับ

ถ้าใครได้ตามอินสตาแกรมของผม คงเห็นภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ เยอะไปหมด จนไม่น่าแปลกใจว่าผมชอบเที่ยวมากแค่ไหน

ผมได้ออกไปท่องเที่ยวเกือบทั่วประเทศไทย เก็บรูปภาพสวยๆ ไว้มากมาย ถ้าอยากรู้ว่าผมชอบเที่ยวที่ไหน สไตล์ท่องเที่ยวเป็นยังไง ผมได้เล่าไว้ในบันทึกเที่ยวตามใจของผมแล้ว

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

บ้านนี้ชอบเที่ยว

ถ้าถามที่มาที่ไปของความรักการท่องเที่ยวของผม บอกได้เลยว่าส่งต่อมาจากคุณพ่อคุณแม่ครับ 

ตั้งแต่จำความได้ ทุกช่วงปิดเทอม เด็กอีสานอย่างผมมักไปโผล่อยู่ตามเกาะ นั่งอยู่บนเรือกลางทะเลอันดามัน ไม่อย่างนั้นก็ปีนป่ายอยู่ตามภูเขา เพราะบ้านผมชอบเที่ยว ถ้ามีเวลาได้พักเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเสมอ 

คุณพ่อชอบเที่ยวแนวดิบๆ ลุยๆ เป็นพิเศษ (จนบางครั้งคุณแม่ก็แอบบ่น) ผมเคยค้นอัลบั้มรูปเก่าๆ มาดู เห็นรูปที่คุณพ่อแบกผมที่ตัวยังเล็กมากขึ้นไปปีนเขาด้วยกัน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าผมชอบเที่ยวแนวลุยๆ นี้มาจากใคร การได้เที่ยวตั้งแต่เด็กทำให้ผมรู้สึกว่า การออกจากบ้านไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับเรา

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

พอเรียน ม.ปลาย ผมก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่อยากลองเที่ยวกับเพื่อนกันเองดูบ้าง ตอนแรกเราก็เที่ยวกันใกล้ๆ บ้านก่อน สมัยนั้นเด็กอีสานอย่างเราๆ ยังไงก็ต้องมาภูกระดึง ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาพิชิตยอดภูกระดึงให้ได้

คุณพ่อของเพื่อนคนหนึ่งก็ใจดีขับรถกระบะพาเราไปถึงที่ พวกเรานั่งหลังกระบะไปแบบบ้านๆ รับลมเย็นกันไปตลอดทาง ตอนขึ้นภูก็เป็นจริงอย่างที่คนเขาว่า ‘ยิ่งเหนื่อยยิ่งสวย’ ตลอดทาง 9 กม. ตามทางชัน กับ 9 กม.ทางราบ ทัศนียภาพสวยงามจับใจ ธรรมชาติในเวลานั้นยังอุดมสมบูรณ์เพราะคนยังมากันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ กว่าจะไปถึงที่พักกางเต็นท์ เราก็แทบหมดแรงไปตามๆ กัน

ช่วงเวลาไม่กี่วันบนภูกระดึง พวกผมได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไปดูความสวยงามตามผาต่างๆ จนครบ ตกเย็นก็มาตั้งแคมป์ กินข้าว พูดคุย รับลมหนาว ซึ่งสมัยนั้นหนาวมากชนิดที่ยืนขาแตกปากแตกกันทีเดียว 

จากทริปแรกที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ม.ปลาย ก็ทำเอาพวกผมติดใจ ปิดเทอมทีไรขอหาเรื่องไปเที่ยวที่เที่ยวขึ้นชื่อในอีสานกันทุกที

ไปไหนไปกัน 

ไหนๆ เล่าเรื่องเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้ว ผมจะขอเล่าต่ออีกสักหน่อย

ทุกปีที่เห็นว่าผมลงรูปเที่ยวในอินสตาแกรมไม่หยุด ก็เพราะต้องมีทริปเที่ยวกับเพื่อนหลายๆ กลุ่มนี่แหละ กลายเป็นว่าตอนนี้ ในหนึ่งปีผมจะต้องมีทริปกับกลุ่มเพื่อนโรงเรียน กลุ่มเพื่อนวิศวะ เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นการออกมา Outing กันนอกจังหวัดขอนแก่น แต่ก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ส่วนมากจะอยู่แถวเขาใหญ่ สระบุรี โคราช นครนายก แถบๆ นี้

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แล้วไปเที่ยวกับเพื่อนแต่ละที โอ้โห จัดเต็มกิจกรรมกันทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงเนี่ย ชอบคิดเรื่องธีมเสื้อผ้าเป็นประจำ! ก่อนทริปต้องมาแล้วว่า

“เวียร์ แกเตรียมเสื้อสีเอิร์ธโทนมานะ แกวันนี้ต้องเสื้อยีนส์นะ เฮ้ย แกขอแบบสีสันด้วย” บางครั้งก็ขอธีมชาวบ้านชุดม่อฮ่อม ธีมเดนิมเดย์ เยอะแยะไปหมด แต่ก็จัดกระเป๋าง่ายดี ไม่ต้องคิดเยอะ แถมถ่ายรูปมาก็มีกิมมิกน่ารักดีเหมือนกัน

ความสนุกเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ผมว่าเหมือนเราได้เที่ยวทุกสไตล์ ทุกคนพร้อมจะสนุกไปด้วยกัน บางคนชอบถ่ายรูปเยอะ อาหารก็ต้องถ่าย เราก็ถ่ายไปด้วยกัน หรือต้องเช็กอินทุกที่ ได้เลย ก็เช็กอินไปด้วยกัน 

มนุษย์เรานี่ชอบคิดหากิจกรรมมาเพิ่มเติมสีสันให้การไปเที่ยวสนุกขึ้น ถึงบางครั้งจะแอบเหนื่อยบ้าง แต่สุดท้ายก็มีความสุขมากจริงๆ 

เที่ยวตามใจ

ผมมักมีลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวในใจเสมอ และรอว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ บางช่วงผมจะทำตัวเป็น Mr.Yes Man ที่ใครชวนไปไหนผมพร้อมไปทันที แต่บางช่วงผมเลือกที่จะเที่ยวแบบไม่รอใคร ลุยมันไปคนเดียวนี่แหละ

บางทีเพิ่งถ่ายละครเสร็จ เสื้อผ้าที่จัดไปทำงานยังมีอยู่ ก็เอาเว้ย กระเป๋าใบเดิม ไปได้เลย (เรามันคนอาบน้ำไม่บ่อยอยู่แล้ว) บางครั้งผมขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป แล้วก็ไลน์เข้าไปบอกในกลุ่มว่า ผมจะผ่านเส้นทางนี้นะ มีใครอยากไปด้วยกันก็มาได้ รอเจอกันที่ร้านกาแฟ นัดกันนั่งคุยแล้วขี่ต่อไปด้วยกัน ใครอยู่ได้กี่วันก็อยู่ ถ้าไม่มีงาน ผมเองก็เลยเถิดไปหลายวันจนที่บ้านบ่นก็มี

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ผมว่าบางครั้งจุดหมายปลายทางก็ไม่สำคัญ เพราะใจแค่อยากจะไปเที่ยว ออกไปจากที่เดิมๆ เท่านั้นเอง ผมชอบแวะเวียนที่เก่าๆ แต่ว่าอาจจะไปกับคนใหม่ๆ หรือไปในสไตล์อื่นที่เราไม่เคยไป ครั้งก่อนเคยไปถ่ายละคร ถ่ายแบบ หรือไปถ่ายรูปที่นี่ ครั้งนี้ผมอาจไปนั่งเฉยๆ พักผ่อน ดื่มด่ำบรรยากาศ และอยู่กับตัวเอง

สถานที่ที่ผมไปบ่อยมากมักไม่ไกลกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ผมชอบไปเขาใหญ่ แก่งคอย และนครนายก แถวนี้อากาศดีตลอดปี แต่ละฤดูก็สวยงามแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถึงกลางวันอาจจะร้อน แต่เวลาเช้ากับกลางคืนก็มีลมพัดเย็นสบายเสมอ

โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ผมไปถ่ายละครบ่อยมาก เพราะโลเคชันใกล้ แต่มีความเป็นธรรมชาติคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสาน และมีความอุดมสมบูรณ์ที่เรียกว่าเป็นจังหวัดอู่ข้าวอู่น้ำได้เลย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ที่พักใจ

จากที่ไปทำงานที่นครนายกบ่อยมาก ผมก็ชอบจังหวัดนี้แบบไม่รู้ตัว สุดท้ายก็ชอบจนถึงกับซื้อที่ดินไว้ผืนหนึ่งแล้ว

 ที่ดินผืนนี้ติดกับแม่น้ำนครนายก มีต้นไม้ใหญ่ในแบบที่ถูกใจผมพอดี พอมีที่หลบพักผ่อนของตัวเอง ผมก็ยิ่งไปบ่อยขึ้น เมื่อก่อนไปเที่ยวไม่รู้จะไปนอนไหนก็ต้องกลับมาบ้าน แต่ตอนนี้เรามีที่มีทางของเราแล้ว 

แรกๆ ผมเอาเต็นท์ไปกางนอนบ้าง จนตอนหลังน้ำประปาไฟฟ้าพร้อมก็สร้างศาลาพักเล็กๆ ถมดินเป็นเนินเขาย่อมๆ ของเราเอง แล้วก็ชวนเพื่อนมา ใครอยากมานอนก็เอารถคาราวานมาจอดได้ ผมกลายเป็นเจ้าบ้านที่มีความสุข พอเพื่อนคนนี้มาเที่ยว เรารู้ว่าเพื่อนชอบธรรมชาติ เราก็พาไปเขื่อน ไปล่องแก่ง เพื่อนอีกกลุ่มเป็นสายทำบุญ ก็พาเขาไปวัดแถวนี้ อีกกลุ่มชอบกิน เราก็พาตระเวนกินของอร่อย ไม่ว่าใครมาสไตล์ไหน ผมพร้อมต้อนรับพาไปได้หมด

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แต่ถ้ามาคนเดียวหรือมาแบบพักผ่อน ก็จะเป็นแนวลากเก้าอี้ไปนั่งบนเนินเขาส่วนตัวนี่แหละ แล้วเปิดเพลงคลอเบาๆ นั่งดื่มด่ำบรรยากาศกันเงียบๆ รอถ่ายรูปช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก บอกเลยว่า จุดนี้สวยมาก ขนาดที่ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมแล้วมีแต่คนอิจฉา 

บางทีคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะไปไหน ผมก็โทรไปให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ ทำหมูกระทะไว้ให้ ไปรับตอนบ่ายสาม แล้วก็ขับรถตรงมานั่งย่างหมูกระทะที่นครนายกนี่แหละ กินเล่นให้สบายใจ เก็บ ล้าง แล้วกลับเข้ากรุงเทพฯ พรุ่งนี้ถ่ายละครต่อ

ใจเรามันชอบพักผ่อน ชอบออกไปจากที่เดิมๆ ไปไหนก็ได้ว่ากันไป ขอให้ได้ไปสักนิดหน่อยก็ยังดี เพราะบางครั้งการที่เราทำงานเหมือนเดิมทุกวัน มันก็เหมือนกับตีกอล์ฟวงเดิมๆ ตลอด จนจำได้แล้วว่าต้องทำแบบนี้ ทำจนเป็นความเคยชิน ความเบื่อหน่าย และจืดชืดไปได้ การออกไปสัมผัสธรรมชาติหรือแค่เปลี่ยนที่ทางเพื่อพักใจ ก็เป็นการชาร์จแบตให้ชีวิตเดิมๆ ได้ดี

สนุกทุกภาค

จากการที่ชอบไปเที่ยวอยู่แล้วและได้ทำรายการท่องเที่ยว Super Weir ทำให้ผมได้ไปเที่ยวครบทุกภาคในประเทศไทย ได้เห็นความหลากหลายของภูมิประเทศ ผู้คน และวัฒนธรรม

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ผมเป็นคนชอบทะเลมาก เรียกว่าบ้าทะเลก็ว่าได้ พอไปภาคใต้ก็อิ่มเอมไปกับทะเลสวยๆ ยิ่งนั่งเรือออกไปกลางทะเลยิ่งชอบ ผมนี่กระโดดลงน้ำตลอดเลย คิดแล้วก็อยากกลับไปเรียนดำน้ำให้จบคอร์ส จะได้ลงไปดำน้ำสัมผัสความงามใต้ทะเลด้วย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

พูดถึงภาคใต้ ไม่พูดถึงอาหารคงไม่ได้ เขาบอกว่าภาคใต้อาหารทะเลสดสุดๆ ผมชอบกินปลามาก (เพราะแพ้กุ้งกับปู รับรองว่าถ้ามาด้วยกัน ผมไม่แย่งแน่นอน) และชอบกินผักพื้นเมืองหลากชนิดกับน้ำพริกปักษ์ใต้ ผมว่ารสชาติอาหารใต้จัดจ้านเหมือนอีสาน และคนใต้ก็น่ารัก รักพวกพ้องเหมือนคนอีสานเช่นกัน ผมจึงรู้สึกว่าเรากันใกล้กันมาก

สำหรับภาคอีสาน ผมไม่พูดเยอะดีกว่า เพราะเราเลือดอีสาน รักสุดใจอยู่แล้ว ทุกอย่างดีหมด อาหารอร่อย พูดจากันรู้เรื่อง ได้ยินภาษาอีสานแล้วนี่มันอุ่นใจเพราะอยู่บ้านเรา เอาเป็นว่า ไม่อวยเยอะแล้วกัน

ส่วนภาคเหนือ ผมไปบ่อย เพราะมีเพื่อนปลูกไร่กาแฟบนดอยที่นั่น คนรักกาแฟอย่างผมเคยไปไร่กาแฟมาแล้ว ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ได้ไปคลุกคลีกับชาวกะเหรี่ยงที่อยู่บนดอย และชื่นชมว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเรามาก

อาหารเหนือก็ลำขนาดเจ้า ผมชอบกินทั้งไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกอ่อง แล้วก็กั๊นจิ๊น หรือข้าวคลุกเลือดนึ่ง ผมกินครั้งแรกตอนที่ไปถ่ายหนังกับบี้ สุกฤษฎิ์ แล้วเขาซื้อมาให้กินในกองถ่าย จากนั้นมาภาคเหนือทีไรเป็นเมนูที่ต้องหากินให้ได้ทุกที กินไปฟังคนเหนือพูดภาษาเหนือเนิบๆ แล้วอยากจะคุยกับเขา นานน้าน นานนาน

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

อีกอย่างที่มาภาคเหนือแล้วต้องทำ คือขี่มอเตอร์ไซค์ คนที่ชอบโค้งตัวงู ต้องการทดสอบสมรรถนะของรถและตัวเอง ต้องมาที่ภาคเหนือเท่านั้น การขี่มอเตอร์ไซค์เข้าโค้งมีอันตรายน้อย เพราะทำความเร็วไม่ได้ ต้องขี่เข้าโค้งไปเรื่อยๆ ตามทาง ได้ฟีลอย่างที่ที่อื่นไม่มีแน่นอน โค้งจนไม่ต้องนับ โค้งเยอะเหลือเกิน ซึ่ง Dream Route ที่เขาว่ากันอย่างบ่อเกลือ ผมก็ไปมาแล้ว (ลองไปกันได้นะครับ)

ถ้าช่วงไหนไม่ค่อยมีเวลาไปไกล ก็เที่ยวภาคกลางนี่แหละ แค่ในกรุงเทพฯ ที่เที่ยวก็เยอะมาก ผมจัด One-day Trip ในกรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ ไปเดินเล่นตามชุมชนเมืองเก่าอย่างตลาดน้อย หรือลองแวะไปบางกระเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ ก็หลายครั้ง ปริมณฑลรอบนอกก็มีชุมชนน่าสนใจหลายแห่ง ชุมชนริมน้ำบรรยากาศดีๆ มีเยอะมาก ที่สำคัญคือใกล้ ไปเช้าเย็นกลับได้สบาย

เที่ยวชุมชน ผู้คนน่ารัก

เสน่ห์หนึ่งของการท่องเที่ยวทั่วไทยอย่างอบอุ่นใจ คือการได้พบเจอพูดคุยกับคนในท้องถิ่นแท้ๆ ของแต่ละชุมชน

ผมว่าคนท้องถิ่นน่ารัก จริงใจ เป็นกันเองแบบสบายๆ ไม่มีหน้ากาก ไม่มีกำแพง บางครั้งเขาอาจจะพูดไม่เพราะ แต่ฟังแล้วไพเราะหูดีจัง ผมชอบที่จะออกไปเจอคนแบบนี้ และมีความสุขที่ได้ยินผู้คนพูดภาษาของตัวเอง บางครั้งก็คุยกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สื่อสารกันได้

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ส่วนใหญ่ที่ผมแวะไปเที่ยวตามชุมชนท้องถิ่น เขาตื่นเต้นเพราะจำผมได้ คนเฒ่าคนแก่อายุ 90 ปียังถามผมเลยว่า “นี่พระเอกใช่ไหม” แหม กะว่าจะหนีมาเที่ยวไม่ให้คนรู้จัก ก็มีคนรู้จักเราเสียนี่ 

หลังจากทักทาย ถ่ายรูปจนหนำใจ เขาก็จะถามกันว่า ผมอยากไปไหน อยากกินอะไร ที่ได้ยินเสมอคือ 

“ไปบ้านพี่ไหม” 

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ทุกคนพร้อมจะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเขา และนี่คือโอกาสที่เราจะได้ไปเที่ยวสถานที่แบบ Unseen ที่ไม่เคยมีใครไปปักหมุดแน่นอน ซึ่งเข้าทางผมเลย เพราะการเที่ยวสไตล์เวียร์คือต้องซอกแซก คนอื่นเห็นทางอาจคิดว่า ไม่เอา กลับรถดีกว่า แต่ถ้าเป็นเวียร์แล้ว ต้องขอไปต่ออีกหน่อย แล้วก็จะได้เจอผู้คนน่ารักและสถานที่สวยระดับ Unseen เสมอ

โลเคชันที่ไม่ต้องการปักหมุด

ถ้าลองสังเกตรูปถ่ายในอินสตาแกรมของผมดีๆ จะเห็นว่าผมชอบไปเที่ยวเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ

ส่วนหนึ่งที่ชอบเที่ยวเขื่อนก็เพราะคุณพ่อผมเป็นวิศวกรชลประทาน อีกอย่างคือ ผมชื่อ เวียร์ (Weir) ที่แปลว่า เขื่อนขนาดเล็กหรือฝายน้ำล้น นั่นแหละครับ ผมจึงมีความผูกพันกับเขื่อนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ต้องไปโผล่ตามเขื่อน ตามอ่างเก็บน้ำทุกที เพราะคิดว่านี่แหละคือฉันเอง

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แน่นอนว่า เขื่อนแรกที่ผมเคยไป คือเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานที่ที่มีความผูกพันมาก ไปทำทุกอย่างมาหมดแล้ว อีกเขือนที่ผูกพัน คือเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทำงานคุณพ่อผมเอง ที่นี่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่วิถีชีวิตสนุกสนาน มีชาวบ้านออกเรือ ไปทำแพปลา ผมก็ขอชาวบ้านแถวนั้นลงเรือหาปลาไปด้วย

เวลาลงรูป ผมไม่ค่อยเช็กอินสถานที่สักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเพราะที่ที่ไปยังไม่มีใครปักหมุดให้เลย เวลาออกทริปขี่มอเตอร์ไซค์ ผมมักเปิดแผนที่แล้วซูมหาพื้นที่สีฟ้าๆ ที่บอกว่ามีน้ำ แล้วลองขี่ไปสำรวจดู เชื่อไหม ยิ่งที่ที่ไม่มีปักหมุดชื่อนี่ยิ่งสวย 

และอย่างที่บอกว่า เมื่อเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชนก็จะยิ่งได้ข้อมูลเที่ยวเชิงลึก ถ่ายรูปสวยๆ แปลกตามาลงอินสตาแกรม ลงรูปแบบนี้ทีไรก็ภูมิใจ เพื่อนต้องถามแน่ว่าไปเที่ยวที่ไหนมา

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ดอกไม้ย้อนแสง

แต่เอาเป็นว่า ครั้งนี้ผมใจดี ผมจะเฉลยให้ว่า รูปถ่าย ‘ดอกไม้ย้อนแสง’ ที่ผมลงไว้ในอินสตาแกรมของผมถ่ายที่ไหน

คำตอบคือ… จังหวัดน่านครับ

ทริปล่าสุดของผม คือการกลับไปจังหวัดน่านอีกครั้ง (หลังจากที่เคยไปมา 3 ครั้งได้) กับ ททท. เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ที่ผาผึ้ง ภูลังกา และแน่นอนว่า มีแวะอ่างเก็บน้ำด้วย

ผมไปผาผึ้งเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไปน้อยและมีการดูแลโดยหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง การเดินทางยังค่อนข้างลำบากเพราะเป็นถนนเลนเดียว ต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นไปเท่านั้น ความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังอยู่ครบ 

ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสขอนอนบ้านชาวกะเหรี่ยงบนผาผึ้ง เพราะมีนัดทำงานกันตั้งแต่ตีสี่ นานๆ ทีจะได้สัมผัสอากาศหนาวระดับ 12 องศา ที่ทำเอาลำบากเวลาอาบน้ำ ขันแรกผมต้องสาดใส่กำแพง แล้วร้องว่า หนาว! หลอกเพื่อนและทีมงาน ก่อนเดินออกมาโม้ว่า “โห พวกนี้ไม่กล้าอาบน้ำเย็นเลย” (ทั้งที่ผมไม่ได้อาบเหมือนกัน)

การมาน่านครั้งล่าสุดนี้ ผมรู้สึกว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวในสไตล์ที่เป็นตัวผมเองครบถ้วนจริงๆ และผมยังมีภาพถ่ายสวยๆ เก็บไว้อีกเยอะนะครับ อยากให้รอชมให้ดี แต่ที่แน่นอนคือไม่ได้ปักหมุดโลเคชันไว้ตามเคย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

อยากเที่ยวที่ไหน ถามเวียร์ได้นะครับ

ผมเป็นคนขี้อวด ชอบอวดรูปไปเที่ยวในโซเชียลตลอด แต่อย่างที่บอกคือ ผมไม่ค่อยเช็กอินสถานที่ให้เห็น ดังนั้นเวลาเจอเพื่อน มักจะได้ยินคำถามว่า

“ไปเที่ยวที่ไหนมาเนี่ย” 

มันเป็นความรู้สึกดีใจเหมือนกันนะ ที่เวลาไปเจอเพื่อน แฟนคลับ หรือใครๆ จะมีบทสนทนาถามไถ่หรือขอคำแนะนำเรื่องเที่ยวจากผม ไม่ว่าจะเป็น วันหยุดสงกรานต์ไปเที่ยวที่ไหนดี ถ้าอยากไปเที่ยวแบบเวียร์ต้องทำยังไง อยากนอนรถบ้านต้องไปที่ไหน อยากนั่งรถอีแต๊กมีที่หมู่บ้านไหนบ้าง

กลายเป็นว่า การไม่ปักหมุดสถานที่ดีอย่างนี้ เพราะถ้าอยากรู้อะไรดีๆ ต้องมาถามเวียร์โดยตรง

และจากการที่ได้เที่ยวเกือบทั่วไทย ผมบอกตามตรงเลยว่า ประเทศไทยของเราสวยงาม ไปแวะเที่ยวตรงไหนก็อบอุ่นใจ อยากเที่ยวสไตล์ไหน รับรองว่าเมืองไทยตอบโจทย์คุณได้ทุกสไตล์ ขอให้ออกมาเที่ยว มาทำอะไรที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบกันดีกว่า

แต่ถ้าติดใจอยากเที่ยวที่ที่ยังไม่ได้หมุดปักโลเคชัน ขอให้เกาะติดอินสตาแกรมของผมไว้ให้ดี ผมยังมีอีกหลายสถานที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้มาเฉลยอีกเยอะครับ

ถึงตรงนี้ ผมขอจบบันทึกเที่ยวตามใจของผมไว้ก่อนดีกว่า เพราะอยากให้คุณออกมาท่องเที่ยวในแบบที่ชอบและใช่กันเอง

และถ้าได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ่ายรูปมาอวดให้ผมดูบ้างนะครับ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุกลวัฒน์ คณารศ

นักแสดงช่อง 7 ที่มีบทบาทที่ 2 เป็นนักเดินทางที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ และบทบาทที่ 3 เป็นพิธีกรรายการ Super Weir รายการการเดินทางเพื่อสังคม ที่เกิดจาก 2 สิ่งที่ชอบ คือการขี่มอเตอร์ไซค์ และการช่วยเหลือสังคม

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load