The Cloud X ททท.

สวัสดีครับ! 

ก่อนที่ทุกคนจะอ่านบันทึกการเที่ยวต่อไปนี้ ผมขอแนะนำตัวก่อนสักทีว่า บันทึกนี้เป็นของ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ เองครับ

ถ้าใครได้ตามอินสตาแกรมของผม คงเห็นภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ เยอะไปหมด จนไม่น่าแปลกใจว่าผมชอบเที่ยวมากแค่ไหน

ผมได้ออกไปท่องเที่ยวเกือบทั่วประเทศไทย เก็บรูปภาพสวยๆ ไว้มากมาย ถ้าอยากรู้ว่าผมชอบเที่ยวที่ไหน สไตล์ท่องเที่ยวเป็นยังไง ผมได้เล่าไว้ในบันทึกเที่ยวตามใจของผมแล้ว

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

บ้านนี้ชอบเที่ยว

ถ้าถามที่มาที่ไปของความรักการท่องเที่ยวของผม บอกได้เลยว่าส่งต่อมาจากคุณพ่อคุณแม่ครับ 

ตั้งแต่จำความได้ ทุกช่วงปิดเทอม เด็กอีสานอย่างผมมักไปโผล่อยู่ตามเกาะ นั่งอยู่บนเรือกลางทะเลอันดามัน ไม่อย่างนั้นก็ปีนป่ายอยู่ตามภูเขา เพราะบ้านผมชอบเที่ยว ถ้ามีเวลาได้พักเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเสมอ 

คุณพ่อชอบเที่ยวแนวดิบๆ ลุยๆ เป็นพิเศษ (จนบางครั้งคุณแม่ก็แอบบ่น) ผมเคยค้นอัลบั้มรูปเก่าๆ มาดู เห็นรูปที่คุณพ่อแบกผมที่ตัวยังเล็กมากขึ้นไปปีนเขาด้วยกัน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าผมชอบเที่ยวแนวลุยๆ นี้มาจากใคร การได้เที่ยวตั้งแต่เด็กทำให้ผมรู้สึกว่า การออกจากบ้านไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับเรา

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

พอเรียน ม.ปลาย ผมก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่อยากลองเที่ยวกับเพื่อนกันเองดูบ้าง ตอนแรกเราก็เที่ยวกันใกล้ๆ บ้านก่อน สมัยนั้นเด็กอีสานอย่างเราๆ ยังไงก็ต้องมาภูกระดึง ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาพิชิตยอดภูกระดึงให้ได้

คุณพ่อของเพื่อนคนหนึ่งก็ใจดีขับรถกระบะพาเราไปถึงที่ พวกเรานั่งหลังกระบะไปแบบบ้านๆ รับลมเย็นกันไปตลอดทาง ตอนขึ้นภูก็เป็นจริงอย่างที่คนเขาว่า ‘ยิ่งเหนื่อยยิ่งสวย’ ตลอดทาง 9 กม. ตามทางชัน กับ 9 กม.ทางราบ ทัศนียภาพสวยงามจับใจ ธรรมชาติในเวลานั้นยังอุดมสมบูรณ์เพราะคนยังมากันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ กว่าจะไปถึงที่พักกางเต็นท์ เราก็แทบหมดแรงไปตามๆ กัน

ช่วงเวลาไม่กี่วันบนภูกระดึง พวกผมได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไปดูความสวยงามตามผาต่างๆ จนครบ ตกเย็นก็มาตั้งแคมป์ กินข้าว พูดคุย รับลมหนาว ซึ่งสมัยนั้นหนาวมากชนิดที่ยืนขาแตกปากแตกกันทีเดียว 

จากทริปแรกที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ม.ปลาย ก็ทำเอาพวกผมติดใจ ปิดเทอมทีไรขอหาเรื่องไปเที่ยวที่เที่ยวขึ้นชื่อในอีสานกันทุกที

ไปไหนไปกัน 

ไหนๆ เล่าเรื่องเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้ว ผมจะขอเล่าต่ออีกสักหน่อย

ทุกปีที่เห็นว่าผมลงรูปเที่ยวในอินสตาแกรมไม่หยุด ก็เพราะต้องมีทริปเที่ยวกับเพื่อนหลายๆ กลุ่มนี่แหละ กลายเป็นว่าตอนนี้ ในหนึ่งปีผมจะต้องมีทริปกับกลุ่มเพื่อนโรงเรียน กลุ่มเพื่อนวิศวะ เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นการออกมา Outing กันนอกจังหวัดขอนแก่น แต่ก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ส่วนมากจะอยู่แถวเขาใหญ่ สระบุรี โคราช นครนายก แถบๆ นี้

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แล้วไปเที่ยวกับเพื่อนแต่ละที โอ้โห จัดเต็มกิจกรรมกันทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงเนี่ย ชอบคิดเรื่องธีมเสื้อผ้าเป็นประจำ! ก่อนทริปต้องมาแล้วว่า

“เวียร์ แกเตรียมเสื้อสีเอิร์ธโทนมานะ แกวันนี้ต้องเสื้อยีนส์นะ เฮ้ย แกขอแบบสีสันด้วย” บางครั้งก็ขอธีมชาวบ้านชุดม่อฮ่อม ธีมเดนิมเดย์ เยอะแยะไปหมด แต่ก็จัดกระเป๋าง่ายดี ไม่ต้องคิดเยอะ แถมถ่ายรูปมาก็มีกิมมิกน่ารักดีเหมือนกัน

ความสนุกเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ผมว่าเหมือนเราได้เที่ยวทุกสไตล์ ทุกคนพร้อมจะสนุกไปด้วยกัน บางคนชอบถ่ายรูปเยอะ อาหารก็ต้องถ่าย เราก็ถ่ายไปด้วยกัน หรือต้องเช็กอินทุกที่ ได้เลย ก็เช็กอินไปด้วยกัน 

มนุษย์เรานี่ชอบคิดหากิจกรรมมาเพิ่มเติมสีสันให้การไปเที่ยวสนุกขึ้น ถึงบางครั้งจะแอบเหนื่อยบ้าง แต่สุดท้ายก็มีความสุขมากจริงๆ 

เที่ยวตามใจ

ผมมักมีลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวในใจเสมอ และรอว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ บางช่วงผมจะทำตัวเป็น Mr.Yes Man ที่ใครชวนไปไหนผมพร้อมไปทันที แต่บางช่วงผมเลือกที่จะเที่ยวแบบไม่รอใคร ลุยมันไปคนเดียวนี่แหละ

บางทีเพิ่งถ่ายละครเสร็จ เสื้อผ้าที่จัดไปทำงานยังมีอยู่ ก็เอาเว้ย กระเป๋าใบเดิม ไปได้เลย (เรามันคนอาบน้ำไม่บ่อยอยู่แล้ว) บางครั้งผมขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป แล้วก็ไลน์เข้าไปบอกในกลุ่มว่า ผมจะผ่านเส้นทางนี้นะ มีใครอยากไปด้วยกันก็มาได้ รอเจอกันที่ร้านกาแฟ นัดกันนั่งคุยแล้วขี่ต่อไปด้วยกัน ใครอยู่ได้กี่วันก็อยู่ ถ้าไม่มีงาน ผมเองก็เลยเถิดไปหลายวันจนที่บ้านบ่นก็มี

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ผมว่าบางครั้งจุดหมายปลายทางก็ไม่สำคัญ เพราะใจแค่อยากจะไปเที่ยว ออกไปจากที่เดิมๆ เท่านั้นเอง ผมชอบแวะเวียนที่เก่าๆ แต่ว่าอาจจะไปกับคนใหม่ๆ หรือไปในสไตล์อื่นที่เราไม่เคยไป ครั้งก่อนเคยไปถ่ายละคร ถ่ายแบบ หรือไปถ่ายรูปที่นี่ ครั้งนี้ผมอาจไปนั่งเฉยๆ พักผ่อน ดื่มด่ำบรรยากาศ และอยู่กับตัวเอง

สถานที่ที่ผมไปบ่อยมากมักไม่ไกลกรุงเทพฯ เท่าไหร่ ผมชอบไปเขาใหญ่ แก่งคอย และนครนายก แถวนี้อากาศดีตลอดปี แต่ละฤดูก็สวยงามแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถึงกลางวันอาจจะร้อน แต่เวลาเช้ากับกลางคืนก็มีลมพัดเย็นสบายเสมอ

โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ผมไปถ่ายละครบ่อยมาก เพราะโลเคชันใกล้ แต่มีความเป็นธรรมชาติคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสาน และมีความอุดมสมบูรณ์ที่เรียกว่าเป็นจังหวัดอู่ข้าวอู่น้ำได้เลย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ที่พักใจ

จากที่ไปทำงานที่นครนายกบ่อยมาก ผมก็ชอบจังหวัดนี้แบบไม่รู้ตัว สุดท้ายก็ชอบจนถึงกับซื้อที่ดินไว้ผืนหนึ่งแล้ว

 ที่ดินผืนนี้ติดกับแม่น้ำนครนายก มีต้นไม้ใหญ่ในแบบที่ถูกใจผมพอดี พอมีที่หลบพักผ่อนของตัวเอง ผมก็ยิ่งไปบ่อยขึ้น เมื่อก่อนไปเที่ยวไม่รู้จะไปนอนไหนก็ต้องกลับมาบ้าน แต่ตอนนี้เรามีที่มีทางของเราแล้ว 

แรกๆ ผมเอาเต็นท์ไปกางนอนบ้าง จนตอนหลังน้ำประปาไฟฟ้าพร้อมก็สร้างศาลาพักเล็กๆ ถมดินเป็นเนินเขาย่อมๆ ของเราเอง แล้วก็ชวนเพื่อนมา ใครอยากมานอนก็เอารถคาราวานมาจอดได้ ผมกลายเป็นเจ้าบ้านที่มีความสุข พอเพื่อนคนนี้มาเที่ยว เรารู้ว่าเพื่อนชอบธรรมชาติ เราก็พาไปเขื่อน ไปล่องแก่ง เพื่อนอีกกลุ่มเป็นสายทำบุญ ก็พาเขาไปวัดแถวนี้ อีกกลุ่มชอบกิน เราก็พาตระเวนกินของอร่อย ไม่ว่าใครมาสไตล์ไหน ผมพร้อมต้อนรับพาไปได้หมด

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แต่ถ้ามาคนเดียวหรือมาแบบพักผ่อน ก็จะเป็นแนวลากเก้าอี้ไปนั่งบนเนินเขาส่วนตัวนี่แหละ แล้วเปิดเพลงคลอเบาๆ นั่งดื่มด่ำบรรยากาศกันเงียบๆ รอถ่ายรูปช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก บอกเลยว่า จุดนี้สวยมาก ขนาดที่ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมแล้วมีแต่คนอิจฉา 

บางทีคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะไปไหน ผมก็โทรไปให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ ทำหมูกระทะไว้ให้ ไปรับตอนบ่ายสาม แล้วก็ขับรถตรงมานั่งย่างหมูกระทะที่นครนายกนี่แหละ กินเล่นให้สบายใจ เก็บ ล้าง แล้วกลับเข้ากรุงเทพฯ พรุ่งนี้ถ่ายละครต่อ

ใจเรามันชอบพักผ่อน ชอบออกไปจากที่เดิมๆ ไปไหนก็ได้ว่ากันไป ขอให้ได้ไปสักนิดหน่อยก็ยังดี เพราะบางครั้งการที่เราทำงานเหมือนเดิมทุกวัน มันก็เหมือนกับตีกอล์ฟวงเดิมๆ ตลอด จนจำได้แล้วว่าต้องทำแบบนี้ ทำจนเป็นความเคยชิน ความเบื่อหน่าย และจืดชืดไปได้ การออกไปสัมผัสธรรมชาติหรือแค่เปลี่ยนที่ทางเพื่อพักใจ ก็เป็นการชาร์จแบตให้ชีวิตเดิมๆ ได้ดี

สนุกทุกภาค

จากการที่ชอบไปเที่ยวอยู่แล้วและได้ทำรายการท่องเที่ยว Super Weir ทำให้ผมได้ไปเที่ยวครบทุกภาคในประเทศไทย ได้เห็นความหลากหลายของภูมิประเทศ ผู้คน และวัฒนธรรม

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ผมเป็นคนชอบทะเลมาก เรียกว่าบ้าทะเลก็ว่าได้ พอไปภาคใต้ก็อิ่มเอมไปกับทะเลสวยๆ ยิ่งนั่งเรือออกไปกลางทะเลยิ่งชอบ ผมนี่กระโดดลงน้ำตลอดเลย คิดแล้วก็อยากกลับไปเรียนดำน้ำให้จบคอร์ส จะได้ลงไปดำน้ำสัมผัสความงามใต้ทะเลด้วย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

พูดถึงภาคใต้ ไม่พูดถึงอาหารคงไม่ได้ เขาบอกว่าภาคใต้อาหารทะเลสดสุดๆ ผมชอบกินปลามาก (เพราะแพ้กุ้งกับปู รับรองว่าถ้ามาด้วยกัน ผมไม่แย่งแน่นอน) และชอบกินผักพื้นเมืองหลากชนิดกับน้ำพริกปักษ์ใต้ ผมว่ารสชาติอาหารใต้จัดจ้านเหมือนอีสาน และคนใต้ก็น่ารัก รักพวกพ้องเหมือนคนอีสานเช่นกัน ผมจึงรู้สึกว่าเรากันใกล้กันมาก

สำหรับภาคอีสาน ผมไม่พูดเยอะดีกว่า เพราะเราเลือดอีสาน รักสุดใจอยู่แล้ว ทุกอย่างดีหมด อาหารอร่อย พูดจากันรู้เรื่อง ได้ยินภาษาอีสานแล้วนี่มันอุ่นใจเพราะอยู่บ้านเรา เอาเป็นว่า ไม่อวยเยอะแล้วกัน

ส่วนภาคเหนือ ผมไปบ่อย เพราะมีเพื่อนปลูกไร่กาแฟบนดอยที่นั่น คนรักกาแฟอย่างผมเคยไปไร่กาแฟมาแล้ว ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ได้ไปคลุกคลีกับชาวกะเหรี่ยงที่อยู่บนดอย และชื่นชมว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเรามาก

อาหารเหนือก็ลำขนาดเจ้า ผมชอบกินทั้งไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกอ่อง แล้วก็กั๊นจิ๊น หรือข้าวคลุกเลือดนึ่ง ผมกินครั้งแรกตอนที่ไปถ่ายหนังกับบี้ สุกฤษฎิ์ แล้วเขาซื้อมาให้กินในกองถ่าย จากนั้นมาภาคเหนือทีไรเป็นเมนูที่ต้องหากินให้ได้ทุกที กินไปฟังคนเหนือพูดภาษาเหนือเนิบๆ แล้วอยากจะคุยกับเขา นานน้าน นานนาน

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

อีกอย่างที่มาภาคเหนือแล้วต้องทำ คือขี่มอเตอร์ไซค์ คนที่ชอบโค้งตัวงู ต้องการทดสอบสมรรถนะของรถและตัวเอง ต้องมาที่ภาคเหนือเท่านั้น การขี่มอเตอร์ไซค์เข้าโค้งมีอันตรายน้อย เพราะทำความเร็วไม่ได้ ต้องขี่เข้าโค้งไปเรื่อยๆ ตามทาง ได้ฟีลอย่างที่ที่อื่นไม่มีแน่นอน โค้งจนไม่ต้องนับ โค้งเยอะเหลือเกิน ซึ่ง Dream Route ที่เขาว่ากันอย่างบ่อเกลือ ผมก็ไปมาแล้ว (ลองไปกันได้นะครับ)

ถ้าช่วงไหนไม่ค่อยมีเวลาไปไกล ก็เที่ยวภาคกลางนี่แหละ แค่ในกรุงเทพฯ ที่เที่ยวก็เยอะมาก ผมจัด One-day Trip ในกรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ ไปเดินเล่นตามชุมชนเมืองเก่าอย่างตลาดน้อย หรือลองแวะไปบางกระเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ ก็หลายครั้ง ปริมณฑลรอบนอกก็มีชุมชนน่าสนใจหลายแห่ง ชุมชนริมน้ำบรรยากาศดีๆ มีเยอะมาก ที่สำคัญคือใกล้ ไปเช้าเย็นกลับได้สบาย

เที่ยวชุมชน ผู้คนน่ารัก

เสน่ห์หนึ่งของการท่องเที่ยวทั่วไทยอย่างอบอุ่นใจ คือการได้พบเจอพูดคุยกับคนในท้องถิ่นแท้ๆ ของแต่ละชุมชน

ผมว่าคนท้องถิ่นน่ารัก จริงใจ เป็นกันเองแบบสบายๆ ไม่มีหน้ากาก ไม่มีกำแพง บางครั้งเขาอาจจะพูดไม่เพราะ แต่ฟังแล้วไพเราะหูดีจัง ผมชอบที่จะออกไปเจอคนแบบนี้ และมีความสุขที่ได้ยินผู้คนพูดภาษาของตัวเอง บางครั้งก็คุยกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สื่อสารกันได้

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ส่วนใหญ่ที่ผมแวะไปเที่ยวตามชุมชนท้องถิ่น เขาตื่นเต้นเพราะจำผมได้ คนเฒ่าคนแก่อายุ 90 ปียังถามผมเลยว่า “นี่พระเอกใช่ไหม” แหม กะว่าจะหนีมาเที่ยวไม่ให้คนรู้จัก ก็มีคนรู้จักเราเสียนี่ 

หลังจากทักทาย ถ่ายรูปจนหนำใจ เขาก็จะถามกันว่า ผมอยากไปไหน อยากกินอะไร ที่ได้ยินเสมอคือ 

“ไปบ้านพี่ไหม” 

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ทุกคนพร้อมจะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเขา และนี่คือโอกาสที่เราจะได้ไปเที่ยวสถานที่แบบ Unseen ที่ไม่เคยมีใครไปปักหมุดแน่นอน ซึ่งเข้าทางผมเลย เพราะการเที่ยวสไตล์เวียร์คือต้องซอกแซก คนอื่นเห็นทางอาจคิดว่า ไม่เอา กลับรถดีกว่า แต่ถ้าเป็นเวียร์แล้ว ต้องขอไปต่ออีกหน่อย แล้วก็จะได้เจอผู้คนน่ารักและสถานที่สวยระดับ Unseen เสมอ

โลเคชันที่ไม่ต้องการปักหมุด

ถ้าลองสังเกตรูปถ่ายในอินสตาแกรมของผมดีๆ จะเห็นว่าผมชอบไปเที่ยวเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ

ส่วนหนึ่งที่ชอบเที่ยวเขื่อนก็เพราะคุณพ่อผมเป็นวิศวกรชลประทาน อีกอย่างคือ ผมชื่อ เวียร์ (Weir) ที่แปลว่า เขื่อนขนาดเล็กหรือฝายน้ำล้น นั่นแหละครับ ผมจึงมีความผูกพันกับเขื่อนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ต้องไปโผล่ตามเขื่อน ตามอ่างเก็บน้ำทุกที เพราะคิดว่านี่แหละคือฉันเอง

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

แน่นอนว่า เขื่อนแรกที่ผมเคยไป คือเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานที่ที่มีความผูกพันมาก ไปทำทุกอย่างมาหมดแล้ว อีกเขือนที่ผูกพัน คือเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทำงานคุณพ่อผมเอง ที่นี่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่วิถีชีวิตสนุกสนาน มีชาวบ้านออกเรือ ไปทำแพปลา ผมก็ขอชาวบ้านแถวนั้นลงเรือหาปลาไปด้วย

เวลาลงรูป ผมไม่ค่อยเช็กอินสถานที่สักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเพราะที่ที่ไปยังไม่มีใครปักหมุดให้เลย เวลาออกทริปขี่มอเตอร์ไซค์ ผมมักเปิดแผนที่แล้วซูมหาพื้นที่สีฟ้าๆ ที่บอกว่ามีน้ำ แล้วลองขี่ไปสำรวจดู เชื่อไหม ยิ่งที่ที่ไม่มีปักหมุดชื่อนี่ยิ่งสวย 

และอย่างที่บอกว่า เมื่อเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชนก็จะยิ่งได้ข้อมูลเที่ยวเชิงลึก ถ่ายรูปสวยๆ แปลกตามาลงอินสตาแกรม ลงรูปแบบนี้ทีไรก็ภูมิใจ เพื่อนต้องถามแน่ว่าไปเที่ยวที่ไหนมา

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

ดอกไม้ย้อนแสง

แต่เอาเป็นว่า ครั้งนี้ผมใจดี ผมจะเฉลยให้ว่า รูปถ่าย ‘ดอกไม้ย้อนแสง’ ที่ผมลงไว้ในอินสตาแกรมของผมถ่ายที่ไหน

คำตอบคือ… จังหวัดน่านครับ

ทริปล่าสุดของผม คือการกลับไปจังหวัดน่านอีกครั้ง (หลังจากที่เคยไปมา 3 ครั้งได้) กับ ททท. เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ที่ผาผึ้ง ภูลังกา และแน่นอนว่า มีแวะอ่างเก็บน้ำด้วย

ผมไปผาผึ้งเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไปน้อยและมีการดูแลโดยหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง การเดินทางยังค่อนข้างลำบากเพราะเป็นถนนเลนเดียว ต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นไปเท่านั้น ความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังอยู่ครบ 

ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสขอนอนบ้านชาวกะเหรี่ยงบนผาผึ้ง เพราะมีนัดทำงานกันตั้งแต่ตีสี่ นานๆ ทีจะได้สัมผัสอากาศหนาวระดับ 12 องศา ที่ทำเอาลำบากเวลาอาบน้ำ ขันแรกผมต้องสาดใส่กำแพง แล้วร้องว่า หนาว! หลอกเพื่อนและทีมงาน ก่อนเดินออกมาโม้ว่า “โห พวกนี้ไม่กล้าอาบน้ำเย็นเลย” (ทั้งที่ผมไม่ได้อาบเหมือนกัน)

การมาน่านครั้งล่าสุดนี้ ผมรู้สึกว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวในสไตล์ที่เป็นตัวผมเองครบถ้วนจริงๆ และผมยังมีภาพถ่ายสวยๆ เก็บไว้อีกเยอะนะครับ อยากให้รอชมให้ดี แต่ที่แน่นอนคือไม่ได้ปักหมุดโลเคชันไว้ตามเคย

บันทึกประสบการณ์เที่ยวตามใจเกือบทั่วไทยจากปลายปากกา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

อยากเที่ยวที่ไหน ถามเวียร์ได้นะครับ

ผมเป็นคนขี้อวด ชอบอวดรูปไปเที่ยวในโซเชียลตลอด แต่อย่างที่บอกคือ ผมไม่ค่อยเช็กอินสถานที่ให้เห็น ดังนั้นเวลาเจอเพื่อน มักจะได้ยินคำถามว่า

“ไปเที่ยวที่ไหนมาเนี่ย” 

มันเป็นความรู้สึกดีใจเหมือนกันนะ ที่เวลาไปเจอเพื่อน แฟนคลับ หรือใครๆ จะมีบทสนทนาถามไถ่หรือขอคำแนะนำเรื่องเที่ยวจากผม ไม่ว่าจะเป็น วันหยุดสงกรานต์ไปเที่ยวที่ไหนดี ถ้าอยากไปเที่ยวแบบเวียร์ต้องทำยังไง อยากนอนรถบ้านต้องไปที่ไหน อยากนั่งรถอีแต๊กมีที่หมู่บ้านไหนบ้าง

กลายเป็นว่า การไม่ปักหมุดสถานที่ดีอย่างนี้ เพราะถ้าอยากรู้อะไรดีๆ ต้องมาถามเวียร์โดยตรง

และจากการที่ได้เที่ยวเกือบทั่วไทย ผมบอกตามตรงเลยว่า ประเทศไทยของเราสวยงาม ไปแวะเที่ยวตรงไหนก็อบอุ่นใจ อยากเที่ยวสไตล์ไหน รับรองว่าเมืองไทยตอบโจทย์คุณได้ทุกสไตล์ ขอให้ออกมาเที่ยว มาทำอะไรที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบกันดีกว่า

แต่ถ้าติดใจอยากเที่ยวที่ที่ยังไม่ได้หมุดปักโลเคชัน ขอให้เกาะติดอินสตาแกรมของผมไว้ให้ดี ผมยังมีอีกหลายสถานที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้มาเฉลยอีกเยอะครับ

ถึงตรงนี้ ผมขอจบบันทึกเที่ยวตามใจของผมไว้ก่อนดีกว่า เพราะอยากให้คุณออกมาท่องเที่ยวในแบบที่ชอบและใช่กันเอง

และถ้าได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ่ายรูปมาอวดให้ผมดูบ้างนะครับ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศุกลวัฒน์ คณารศ

นักแสดงช่อง 7 ที่มีบทบาทที่ 2 เป็นนักเดินทางที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ และบทบาทที่ 3 เป็นพิธีกรรายการ Super Weir รายการการเดินทางเพื่อสังคม ที่เกิดจาก 2 สิ่งที่ชอบ คือการขี่มอเตอร์ไซค์ และการช่วยเหลือสังคม

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

สุโขทัย นามจังหวัดนี้คนไทยที่ได้ร่ำเรียนวิชาสังคมศึกษาคงจดจำในฐานะราชธานีเก่า ควบคู่กับพระพุทธรูป สถูป เจดีย์สมัยนั้น ที่บัดนี้ได้หักทลายกลายสภาพเป็นวัตถุโบราณในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ พลอยให้หลายคนเข้าใจว่า จังหวัดนี้คงเหลือแต่ร่องรอยวัฒนธรรมในอดีตที่ไม่อาจหวนคืน

ทว่าความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะแม้ว่าสุโขทัยจะสิ้นสถานะเมืองหลวงมานานกว่า 500 ปี หากวิถีชีวิต จิตวิญญาณหลายด้านของอาณาจักรสุโขทัยกลับได้รับการสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน

ที่เห็นได้ชัดคือการสร้างสรรค์ศิลปะจากก้อนดินอย่างเช่นเครื่องปั้นดินเผา สังคโลก พระพิมพ์ ซึ่งล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชาวสุโขทัยทำขึ้นเพื่อใช้เอง และส่งขายเป็นรายได้สำคัญของหลาย ๆ ครัวเรือน

ปลายเดือนสิงหาคม 2565 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้ชักชวนสื่อท่องเที่ยวไปเปิดโลกของดินเมืองพระร่วง อันเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Toursim) ซึ่ง อพท. กำลังผลักดันอยู่ในตอนนี้

นี่จึงไม่ใช่แค่ทริปเที่ยวชมเมืองหลวงเก่าธรรมดา แต่เป็นทริปเปิดโอกาสให้ชาวเมืองหลวงใหม่อีกหลายชีวิตได้เล่าเรียนวิชาภูมิปัญญาชาวบ้านโดยการทำงานศิลป์จากดินเหนียว ทั้งยังสร้างรายได้คืนสู่ท้องถิ่นตามแนวความคิดของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อีกด้วย

ปั้นและเขียนลายสังคโลกร่วมสมัย

ใต้ร่มไม้ใบบังของบ้านสวนอันร่มรื่นที่อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ‘โมทนาเซรามิก’ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความรักของหนุ่มสุโขทัยกับสาวลำปางเมื่อ พ.ศ. 2542

ทั้ง อู๊ด-เฉลิมเกียรติ บุญคง และ ไก่-อณุรักษ์ บุญคง ต่างก็ไม่ใช่ศิลปินมืออาชีพ เมื่อครั้งยังศึกษาในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็เลือกเรียนสาขาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างศิลป์อย่างนิติศาสตร์ แต่เพราะความสนใจในศิลปะมาแต่เดิม บวกกับการได้เล่นปั้นดินน้ำมันกับลูกสาวในวัยเยาว์ สองสามีภรรยาจึงเริ่มลงมือทำงานปั้น ลองผิดลองถูกอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เซรามิกกลางสวน

นานกว่า 23 ปีที่โมทนาเซรามิกได้แจ้งเกิดมา บ้านอิฐหลายหลังได้รับการสร้างขึ้นเป็นแหล่งผลิตควบคู่กับแหล่งเรียนรู้ มอบโอกาสแก่คนนอกให้มาเห็นเครื่องปั้น และลองทำงานปั้นดูกับมือตัวเอง ไล่มาตั้งแต่ศาลาทำดิน ห้องปั้น ห้องเขียนลาย ศาลาเคลือบ เตาเผา ไปจนกระทั่งพิพิธภัณฑ์และร้านค้า

เมื่อคณะของเราไปถึง พี่อู๊ดและพี่ไก่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าบ้านอิฐที่ผนังฝังเครื่องถ้วยชามสังคโลกหลากขนาด ลวดลาย และรูปร่าง ซึ่งเกิดขึ้นจากหัวศิลป์และการลงแรงของทั้งคู่ 

เรือนอิฐหลังนี้คือพิพิธภัณฑ์โมทนาที่ภายในลายตาไปด้วยเครื่องปั้นสารพัดประเภท ถ้วย โถ โอ ชาม แก้วน้ำ ถาดรอง และอีกหลายชิ้นที่ยากจะเฟ้นหาคำมาเรียก กระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้องอย่างเป็นหมวดหมู่ ทั้งของโบราณและของเก่าคลุกเคล้ารวมกันอย่างงดงามลงตัว

ทั้งสองคนได้ให้ความรู้กับเราว่า ชื่อ ‘สังคโลก’ มาจากชื่อสวรรคโลกหรือศรีสัชนาลัย เดิมเคยเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัยและเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นชนิดนี้ ภายหลังชื่อนี้ได้เพี้ยนเป็นสังคโลก และถูกใช้เรียกเครื่องปั้นดินเผาของสุโขทัย ในขณะที่เครื่องปั้นดินเผาคืองานปั้นที่ผ่านการเผาไฟ ตรงกับคำว่า Ceramic ในภาษาอังกฤษ

ได้รู้จักเครื่องปั้นชนิดต่าง ๆ กันไปแล้ว พี่อู๊ดมอบหมายให้กรุ๊ปทัวร์ของเราแยกกลุ่มเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้ลองทำงานเขียนลาย อีกกลุ่มให้ลองทำงานปั้น

ในห้องเขียนลายที่เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กถูกจัดวางไว้บนพื้น พร้อมด้วยดินสอ กระดาษ หมึก พู่กันหลากขนาด เหนืออื่นใดคือจานเซรามิกที่ให้ผู้คนได้ทดลองทำเวิร์กชอป

พร้อมกับเสียงน้ำไหลที่เปิดคลอไว้ให้เกิดสมาธิ พี่ไก่ซึ่งรับหน้าที่ผู้สอนได้ให้คำแนะนำว่า ควรใช้ดินสอร่างลายลงไปในกระดาษก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงนำลวดลายที่ร่างไว้ไปเขียนบนจาน ตบท้ายด้วยการใช้พู่กันที่เธอตระเตรียมไว้ให้ วาดทับลงไปบนลายเส้นดินสอนั้น

ขั้นตอนการทำเวิร์กชอปเขียนลายนี้ พี่ไก่มักจะให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียนลายตามเครื่องสังคโลก แต่หากอยากเขียนลวดลายตามใจชอบก็ย่อมได้เช่นกัน เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เธอจะให้เจ้าของผลงานเขียนชื่อพร้อมที่อยู่ เพื่อที่เธอจะได้ส่งคืนเจ้าของได้ถูกที่ถูกคนหลังนำไปเคลือบและเผาไฟแล้ว

ตัดมาที่ห้องปั้นของพี่อู๊ด ลูกศิษย์รุ่นใหม่ต่างกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการฝึกหัดขึ้นรูปภาชนะอยู่ แก้วน้ำเป็นภาชนะอย่างง่ายที่เขาชอบใช้เป็นแบบให้ลองทำ อาศัยนิ้วมือในการกดดุนทรง และไม้เป็นอุปกรณ์เสริม ก็จะได้รูปทรงของแก้วออกมาอย่างไม่ยากเย็นนัก

เสร็จจากเวิร์กชอปที่กินเวลานานกว่าชั่วโมง คณะทัวร์หลายคนเริ่มผุดเครื่องหมายปรัศนีบนหัว ว่าผลงานฝีมือพวกเราที่ทำเสร็จแล้วจะเดินทางไปไหนต่อ สองผู้ก่อตั้งโมทนาเซรามิกเลยอาสาพาพวกเราตรงดิ่งไปยังหลังบ้าน ซึ่งเป็นที่หมายปลายทางของงานปั้นทุกชิ้น

เตาเผาโมทนาเซรามิกคือคำตอบของคำถามเมื่อครู่ รวมถึงฉายา ‘สังคโลกร่วมสมัย’ ซึ่งที่นี่นิยามตนเอง เพราะแทนที่จะใช้เตาโบราณอย่างเตาทุเรียง พี่อู๊ดกับพี่ไก่เลือกที่จะนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างเตาไฟฟ้าที่ให้ความร้อนสูงแตะหลัก 1,000 องศาเซลเซียส

เมื่อเราไปถึง ก็ได้เวลาที่จะต้องเปิดเตาพอดิบพอดี พี่อู๊ดจึงนำผลงานที่เผาเสร็จแล้วออกมาอวดแก่สายตาผู้มาเยือนทุกคู่ ก่อนที่เครื่องปั้นทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปให้ลูกค้าซึ่งเป็นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในทะเลอ่าวไทย

ผู้ใดชื่นชอบงานเซรามิกรวมถึงเครื่องปั้นใด ๆ ของยี่ห้อโมทนา ที่นี่มีร้านค้าสำหรับจัดจำหน่าย หรือหากจะมาทดลองทำเวิร์กชอปทั้งปั้นดิน เขียนลาย ขึ้นรูป หรือเคลือบก็ย่อมได้ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 750 – 1,000 บาท และต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ให้พี่ไก่กับพี่อู๊ดได้มีเวลาในการจัดเตรียมอุปกรณ์

กดลายพระพิมพ์ดินเผา

พระเครื่องซึ่งเป็นวัตถุมงคลในปัจจุบัน มีรากฐานมาจากพระพิมพ์ ซึ่งเป็นประติมากรรมขนาดเล็กรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดจากการนำวัสดุต่าง ๆ เช่น ดินเหนียวและผงว่านมงคลมากดลงในพิมพ์ 

อาณาจักรโบราณในดินแดนไทยล้วนมีคติการปั้นพระพิมพ์ไว้เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาไว้ทั้งสิ้น คติความเชื่อนี้ตกทอดมาสู่อาณาจักรสุโขทัยที่ได้ประจุพระพิมพ์ดินเหนียวฝังไว้ในสถูปเจดีย์ ด้วยความเชื่อแบบพุทธว่าทุกสรรพสิ่งไม่จีรัง เจดีย์ที่สูงใหญ่ก็อาจพังทลายลงมาได้ในวันหนึ่ง เมื่อวันนั้นมาถึง พระพิมพ์ที่ซ่อนองค์อยู่ในกรุของซากปรักหักพังเจดีย์เหล่านั้นก็จะทำหน้าที่บอกเล่าพุทธประวัติผ่านอิริยาบถของพระพุทธเจ้าในพระพิมพ์เหล่านั้นต่อไป

เรื่องราวของพระพิมพ์โบราณผ่านหูผ่านตา กบ-ณรงค์ชัย โตอินทร์ มาแต่เยาว์วัย ด้วยชาติตระกูลเป็นถึงลูกหลานควาญช้างของเจ้าเมืองสุโขทัยร้อยกว่าปีก่อน เขาจึงซึมซับประวัติความเป็นมาของสุโขทัยตลอดทั้งชีวิต ก่อนเลือกเอาดีด้านงานพิมพ์พระเมื่อเติบใหญ่

ท่ามกลางผืนไม้ที่ขึ้นรกเป็นทุ่ง รถของทัวร์สื่อมวลชนบุกป่าฝ่าดงมาถึง ‘บ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์’ ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย หลานชายหญิงตัวน้อยของ ‘ลุงกบ’ ยิ้มร่าหน้าบานเมื่อพบกับคณะของเรา น้อง ๆ ทั้งสองเชื้อเชิญเราทั้งผองไปฟังบรรยายของผู้เป็นลุงที่เรือนไม้หลังเล็กที่แวดล้อมไปด้วยภาพวาดสะท้อนคติจักรวาลในพุทธศาสนาและแผนที่เมืองเก่าของสุโขทัย

ด้านหน้าของพวกเราคือตัวอย่างพระพิมพ์ฝีมือพี่กบแห่งบ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์ ซึ่งมีถึง 850 พิมพ์ ทั้งหมดทำโดยนายช่างแห่งดินแดนพระร่วงผู้นี้

หลังจากให้ความรู้ด้านพุทธประวัติ ความเชื่อเรื่องไตรภูมิ รูปแบบเจดีย์ และพระพิมพ์พอหอมปากหอมคอแล้ว หนุ่มใหญ่ชาวสุโขทัยผู้ยังรักษาสำเนียงเหน่อแบบไทยกลางปนเหนือก็ถือไม้เท้าประคองร่างตนเองไปนั่งหน้าชั้นเรียน โดยมีหลาน ๆ พากันเชื้อเชิญให้แขกเหรื่อไปนั่งตามเก้าอี้ว่าง

ห้องทำเวิร์กชอปของพี่กบอยู่ใต้หลังคามุงจาก โต๊ะเรียนเป็นโต๊ะไม้ตัวยาวซึ่งทอดเรียงเป็นแถว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละคนจะได้รับพิมพ์อย่างน้อยคนละ 2 ชิ้น 2 ลาย กระปุกแป้ง และก้อนดินที่ใช้พิมพ์ ทั้งหมดจัดเรียงอย่างสวยงาม ประดับดอกลีลาวดี รวมทั้งมีผลไม้ตามฤดูกาล เช่น กล้วย เงาะ ที่พี่กบตั้งรอไว้ให้คนทำกิจกรรมได้เลือกกินได้ตามใจต้องการ

การสาธิตวิธีทำพระพิมพ์ของพี่กบเริ่มตั้งแต่นำดินเหนียวมาตำคลุกกับผงว่านมงคลและส่วนผสมทั้งหลายในครกให้ได้เนื้อดินตามคุณสมบัติ ก่อนนำดินที่ตำเสร็จแล้วไปกดลงกับพิมพ์ที่เตรียมไว้ ลบลายนิ้วมือที่ติดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะมาถึงขั้นตอนสำคัญที่เขามักเน้นย้ำให้เจ้าของพระพิมพ์องค์นั้นหลับตาลง ตั้งจิตอธิษฐาน รำลึกถึงพุทธคุณและบุคคลที่พึงได้รับพระพิมพ์องค์นั้น

แม้ในระยะหลังอาการเจ็บป่วยในตัวพี่กบจะไม่ยินยอมให้เขาใช้ร่างกายซีกหนึ่งของตนเองได้ แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต เขาก็ยังใช้ร่างกายอีกครึ่งที่เหลือในการตำดินและพิมพ์พระอย่างชำนิชำนาญเหมือนเคย

แกะดินออกจากพิมพ์ พระพิมพ์ที่เพิ่งพิมพ์ลายเสร็จใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ยังต้องนำไปตากแดดให้ดินแห้งแข็ง เท่านี้ก็ได้พระพิมพ์เป็นอันสมบูรณ์

การสาธิตลุล่วงไปด้วยดี ทุกคนจึงแยกย้ายไปพิมพ์พระบนที่นั่งของตัวเอง ในรอบนี้พี่กบมอบหมายให้แต่ละคนพิมพ์พระองค์ใหญ่ขึ้น และพิมพ์ไปจนกว่าดินเหนียวในสำรับของตนจะหมด

คราวนี้อุปกรณ์ 2 สิ่งที่ทุกคนจะต้องหัดใช้เองคือแป้ง ซึ่งช่วยโรยให้เนื้อดินไม่ยึดกับพิมพ์ ทำให้แกะออกได้ง่ายขึ้น กับมีดคัตเตอร์ซึ่งกรีดลงบนดินตามจุดที่เห็นว่าบิ่น ล้ำ หรือไม่ได้ขอบรูปทรงที่สวยงาม

แล้วระหว่างรอการตากแดดอันนานโข เพื่อไม่ให้ผู้มาทำเวิร์กชอปเบื่อหน่าย พี่กบก็พาเราทุกคนมาเล่นกิจกรรมสนุก ๆ อีกอย่างหนึ่ง อย่างเกมยิงธนู ลูกธนูที่พี่กบกับหลานใช้ยิงเป็นแบบไม่มีหัว และใช้วิธีการยิงแบบล้านนาซึ่งมีการตั้งมือ เหนี่ยวคันธนูไม่เหมือนกับแถบยุโรป

ทั้งลุงและหลานผลัดกันสอนมือใหม่หัดยิงธนูไม่นาน ทุกคนก็เกิดความคุ้นชินและเพลิดเพลินกับการเล็งเป้า หลายคนยิงจนลืมเลยทีเดียวว่ากำลังรอให้พระพิมพ์ของตนแห้งอยู่

พี่กบเล่าด้วยสีหน้านิ่งเฉยเป็นนิจ หากน้ำเสียงเผยความภูมิใจว่า ลูกศิษย์ลูกหาหลายคนที่มาเรียนทำพระพิมพ์กับเขา สามารถพิมพ์พระขาย สร้างรายได้กับตัวเองมากมาย คนที่มาฝึกเรียนวิชาพิมพ์พระกับเขาก็ไม่ได้มีเฉพาะคนไทย แต่ยังอุดมด้วยชาวต่างชาติมากมายหลายสัญชาติ ซึ่งช่วยให้พี่กบได้หัดพูดภาษาอังกฤษจนคล่อง และขณะนี้กำลังฝึกภาษาจีนอยู่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชุดใหม่ที่กำลังจะหลั่งไหลมาจากแผ่นดินมังกรในเร็ววัน

เช่นเดียวกับโมทนาเซรามิก บ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์ของพี่กบเปิดรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ไม่ว่าใครก็เข้าชมและทำพระพิมพ์ฝีมือตนเองได้ แต่ต้องนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน พร้อมกับค่าใช้จ่ายอีกคนละ 300 บาทเท่านั้น

ทริปนี้ให้แง่คิดกับเราหลายอย่าง และทำให้เรามองจังหวัดนี้ในมุมแปลกไปจากเดิม

ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนอาจเหลือเพียงแค่อดีต แต่พื้นความรู้ความสามารถของผู้คนยังสืบต่อมาถึงปัจจุบัน และจะเชิดหน้าชูตาให้แดนรุ่งอรุณแห่งความสุขนี้ต่อไปในอนาคต

ภาพ : อำนาจ เพ็งเอี่ยม

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load