‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ คือคอลัมน์ใหม่ใน The Cloud ที่ตั้งใจไปเยี่ยมห้องเสื้อแบรนด์แฟชั่น และคุยกันเรื่องบทเรียนธุรกิจ โดย น้องนอนในห้องลองเสื้อ เพจเล็กๆ ที่ชอบลองเสื้อในร้านนานๆ เป็นชีวิตจิตใจ 

ด้วยเพราะสนใจการไปเที่ยวร้านเสื้อผ้า ชอบการมีอยู่ของร้านเล็กๆ ในยุคที่ออนไลน์เฟื่องฟู และเติบโตมาในยุคที่คนซื้อเสื้อผ้าสำเร็จจากตลาดและห้างร้าน เวลาเห็นเสื้อตัดของแม่ในตู้เสื้อผ้าที่ทนแสนทน และยังรับพอดีกับรูปร่างก็อดอิจฉาไม่ได้ 

หลังจากวิ่งเข้าวิ่งออกห้องลองเสื้อแบรนด์ต่างประเทศมาจำนวนหนึ่ง ก็คิดอยากมีพื้นที่รวบรวมห้องเสื้อแบรนด์ไทยหลากสไตล์ หลากขนาด และหลากระดับดูบ้าง แต่จะไปลองเสื้อเฉยๆ ก็ดูใช้หน้าที่การงานในทางมิชอบ เลยขอเข้าไปพูดคุยเรื่องแนวคิดการทำธุรกิจแฟชั่น เผื่อใครที่สนใจธุรกิจ หรือแวดวงแฟชั่นเข้ามาก็จะได้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกัน แต่ถ้าใครคิดว่าธุรกิจแฟชั่นนั้นเข้มเกินไป ก็ข้ามไปอ่านเรื่องห้องลองเสื้อที่ล้อมกรอบด้านล่างอย่างเดียวก็ได้

‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ ตอนที่ 1 พาไปเปิดห้องเสื้อ VL BY VEE แบรนด์ไทยที่วงการแฟชั่นและศิลปะญี่ปุ่นให้การยอมรับ ทั้งไม่เคยหายไปจากหน้านิตยสารและรายการวาไรตี้ของญี่ปุ่น และยังเป็นแบรนด์ที่มีแฟนๆ จงรักภักดีมาก ไม่ว่าจะออกคอลเลกชันไหนก็พากันกลับมาซื้อซ้ำ 

ในมุมของการออกแบบ VL BY VEE เป็นแบรนด์ไทยแท้ๆ ที่คิดอย่างคนญี่ปุ่น ละเอียดมาก (ในบทความมีคำว่าละเอียด ถึง 20 คำ) ละเอียดจนคนญี่ปุ่นยังชมว่าละเอียด

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

ในมุมธุรกิจ เราคุยกับ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ ถึงวิธีขายที่นอกตำรา การขายออนไลน์เมื่อ 13 ปีก่อน และวิธีคุยกับลูกค้าจนรู้ใจไปทุกเรื่อง ไปจนถึงขั้นตอนการขายในห้างฯ ญี่ปุ่นที่รู้แล้วทึ่งไม่หาย

ไม่ว่าความรู้สึกแรกที่คุณมีต่อเสื้อผ้าของ VL BY VEE จะเป็นอย่างไร สงสัยว่าใครใส่ สงสัยว่าใส่ยังไง สงสัยว่าทำไมขายดีจัง ลองฟังเรื่องราวด้านล่าง แล้วภาพแฟชั่นญี่ปุ่นของคุณจะเปลี่ยนไป (แต่ใจที่ยังอยากเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นยังไม่เปลี่ยนแปลง)

ใครอ่านจบแล้วไปลองกระโปรงของคอลเลกชัน Autumn/Winter 2020-21 ‘MY PLEASURE’ อาจจะต้องบินไปถึงญี่ปุ่นนะ เพราะแม้จะขายที่ญี่ปุ่นแล้ว แต่ยังไม่เข้าร้านที่ไทยเลย 

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

1

จากนักเรียนธุรกิจผู้เรียนต่อด้านออกแบบสิ่งทอเพื่อทำงานศิลปะตามฝัน

ความฝันของวีคือการทำงานศิลปะ (Fine Art)

หลังเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วีสมัครเรียนต่อด้านการออกแบบสิ่งทอ ที่ Kobe Design University โดยมีเพียงแฟ้มผลงานวาดรูป จนได้เข้ามาเป็นนักเรียนวิจัยของคณะแฟชั่นและสิ่งทอ เธอใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็สอบเข้าเรียนปริญญาโทได้

“การสอบเข้านั้นใช้ข้อสอบชุดเดียวกับคนที่เรียนแฟชั่นมาสี่ปี ช่วงเป็นนักเรียนวิจัยอยากเรียนวิชาอะไร หรือทดลองทำอะไรก็ปรึกษาอาจารย์ได้ทุกอย่าง ก่อนตัดสินใจเลือกเรียนด้านย้อมและสิ่งทอเพราะว่าเป็นแก่นของ Textile”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

วีบอกว่าเธอชอบแต่งตัว ชอบเสื้อผ้า แต่ไม่ได้คิดว่าจะเรียนแฟชั่นเพื่อทำเป็นอาชีพ 

“ตอนนั้นอยากทำงานศิลปะมากกว่า ซึ่ง Textile อยู่ตรงกลางระหว่างศิลปะและโลกความเป็นจริง ช่วงเรียนก็คิดแต่จะสร้างงาน ไม่ได้จะทำสินค้าเลย สำหรับเรางานศิลปะไม่จำเป็นต้องเป็นภาพวาด เราสนุกกับการทดลองหาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อให้ได้งานศิลปะแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

“ช่วงยังเป็นนักเรียนวิจัย เราทำงานทอผ้าเป็นเรื่องราวของช้างในเมืองไทย ซึ่งคนญี่ปุ่นเข้าใจว่าช้างไทยในเมืองคือสัญลักษณ์ของความล้าหลัง เรื่องเล่าตั้งแต่ป่าสู่เมือง จนถึงวาระสุดท้ายของช้าง ต่อมาเราอินเรื่องต้นไม้และเทวดาที่อยู่ในต้นไม้ เพราะโกเบที่เราอยู่มีแต่ภูเขา มีศาลเจ้าเก่าๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ เป็นช่วงที่อยู่เหงาๆ แล้วรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่มาจากต้นไม้เหล่านั้น และที่ผ่านมา Textile จะเป็นงานแบนๆ เราอยากทำให้มีมิติ ก็เลยลองทอผ้าด้วยเทคนิคทอสองชั้นจากกี่อันเดียว ยัดนุ่นลงไป จากนั้นสอยผ้าให้เป็นต้นไม้ นอกจากนั้นก็มีงานภาพที่ทอด้วยเทคนิคมัดหมี่ ซึ่งปกติจะเกิดลายเดียวกันทั้งผืน เราก็ต้องคำนวณเส้นเริ่มและเส้นจบ ไปจนถึงการย้อมหลายชั้นให้ได้สีไล่กันไป”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

นอกจากใช้ทำงานศิลปะแล้ว ความรู้เชิงลึกเรื่องสิ่งทอทำให้วีเข้าใจวัตถุดิบ รวมถึงให้ความสำคัญกับเนื้อผ้าและเส้นใยมากๆ เธอรู้ว่าผ้าแบบไหนทำเสื้อทรงนี้สวย แบบไหนที่ใส่สบาย หรือแบบนี้ดีต่อสิ่งแวดล้อม

“มาจนถึงวันนี้ก็ยังใช้ความรู้ที่เรียนมาไม่หมดนะ วันหนึ่งถ้าเกิดได้ทำงานที่รวมความรู้ทุกอย่างที่มีก็คงดี”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

เริ่มจากขายเสื้อผ้าคู่สีสนุกบนออนไลน์ ซึ่งป๊อปมากในสายตาคนญี่ปุ่น ทำให้ VL ยุคแรกขายดีสุดๆ

หลังเรียนจบ ช่วงปี 2007 วีกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นตัดสินใจเริ่มทำร้านออนไลน์ชื่อ TAMARIBA มีเสื้อผ้าและข้าวของกระจุกกระจิกจากกี่เล็กๆ ที่บ้าน เป็นการทำเพราะความสนุก ไม่ได้มีคอลเลกชัน ซึ่งบางเดือนมีเสื้อผ้า 4 – 5 แบบแล้วแต่เวลาที่มี โดยระหว่างที่กลับมาประเทศไทย เธอยังคงทำงานศิลปะไปพร้อมๆ กับงานเขียนหนังสือ แปลหนังสือ และทำเสื้อผ้าเป็นเพียงงานอดิเรก ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘VL’ มาจาก ‘วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์’ ชื่อ-นามสกุลของวี 

โจทย์ของวีตอนที่ทำแบรนด์ VL ช่วงปี 2007 คือทำเสื้อผ้าที่น่ารักและสดใหม่ให้คนญี่ปุ่นใส่ 

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

“Relax and Charming คือ ใส่สบาย เพราะขายบนออนไลน์ จะทำเสื้อที่ไม่มีไซส์หรือเข้ารูปคงไม่ได้ สบายแล้วยังต้องมีเสน่ห์ นั่นคือไม่ใช่เสื้อผ้าที่เห็นทั่วๆ ไปในท้องตลาด ต้องมีอะไรใหม่ เช่น บางทีก็ใส่ผ้าไทย แรกๆ เราใช้ผ้าขาวม้า ยุคนั้นแม้แต่แบรนด์ไทยก็ไม่มีใครใช้ผ้าขาวม้าทำเสื้อผ้าเลย เราชอบเรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนเรียน ชอบเดินงาน OTOP ไปหาซื้อผ้าที่ดูไม่ทันสมัย มาทำให้ทันสมัย เพื่อมาเอามาใช้ในชุดยุคแรกของเรา”

เพราะคู่สีของผ้าขาวม้าไทยที่ไม่เหมือนใคร จึงดูป๊อปมากในสายตาคนญี่ปุ่น ทำให้ VL ยุคแรกขายดี

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

ช่วง 2 -3 ปีแรกของการทำแบรนด์ มีลูกค้าประจำรอซื้อในออนไลน์ ทุกครั้งที่ปล่อยสินค้าใหม่ก็ขายหมดภายใน 2 วัน วีเล่าว่าส่วนหนึ่งเพราะเธอทำในจำนวนจำกัดและราคาไม่แพง ช่วงปี 2011 จึงเริ่มทำแบรนด์ที่มีคอลเลกชันจริงจัง และนอกจากเสื้อผ้าออกแบบใหม่ เธอยังแตกไลน์เสื้อผ้ารีเมกจากเสื้อวินเทจที่เธอชอบ ภายใต้ชื่อแบรนด์ชื่อ VL’s Gumgum ซึ่งมีจุดแข็งคือความสนุก คาดเดาไม่ได้ว่าเธอจะเปลี่ยนรูปทรงหรือจับคู่สีออกมาอย่างไร

“เป็นช่วงที่อิสระมาก ไม่ได้คิดถึงธุรกิจเท่าไหร่ เราทำคอลเลกชันและไปแสดงงานที่ญี่ปุ่นเพียงปีละครั้ง ฟังดูจะเซอร์ๆ หน่อย เราพอใจทำเท่านี้ ทำ Pop-up โชว์เสร็จก็ขายเลย คนก็มาจองๆ ไว้ พอหมดงานก็ขายหมด แล้วถึงค่อยผลิตเพิ่มขายในออนไลน์ ซึ่งก็ขายได้เรื่อยๆ ไม่ได้มีปัญหา”

3

ปรับวิธีคิดเมื่อแบรนด์เริ่มอยากเห็นเสื้อผ้าเข้าไปขายอยู่ตามร้านดัง

เมื่อผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ก็มาถึงจุดเปลี่ยน วีตัดสินใจพักงานศิลปะ มาลุยทำแบรนด์จริงจังในปี 2014 ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็น ‘VL BY VEE’ เพื่อให้คนค้นหาข้อมูลของแบรนด์ในอินเทอร์เน็ตง่ายขึ้น ทำลายพิมพ์ของตัวเอง ย้ายไปจัดนิทรรศการและงานโชว์ในช่วงเดียวกับ Tokyo Fashion Week เหมือนแบรนด์อื่นๆ เพื่อให้สะดวกต่อ Buyer (ผู้ซื้อ) ที่มาเลือกซื้อสินค้าไปลงขาย รวมถึงการทำประชาสัมพันธ์ต่อ

“เรามาถึงจุดที่อยากเห็น ‘ผล’ เริ่มมี Buyer เจ้าดังมาสนใจ ชวนไปแสดงงานใหญ่ แต่เราก็ยังไปไม่ถึงจุดที่ร้าน Selected รายใหญ่ซื้อของเราไปขาย เราเริ่มอยากเห็นเสื้อผ้าเราไปอยู่ตามร้านต่างๆ จึงต้องปรับวิธี” 

ความต้องการจาก Buyer ที่มากขึ้น ส่งผลต้องผลิตในจำนวนที่เพิ่มขึ้น จะมารีเมกทีละตัวเหมือนเดิมคงไม่ได้ 

“เรายังชอบงานรีเมกอยู่นะ แต่พอวัตถุดิบอย่างเสื้อวินเทจไม่เหมือนกันก็ลำบาก Buyer และเมื่อเราต้องผลิตเยอะขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีระบบระเบียบมากขึ้นตามประสบการณ์ โดยแก่นของแบรนด์ที่อยากให้คนใส่สนุกและได้พลังงานบวกยังไม่เปลี่ยนไป

“ในมุมของกลุ่มลูกค้าที่เติบโตขึ้น ถ้าเรายังอยู่เหมือนเดิม กลุ่มคนที่ชอบเราจะเหลือเพียงคนที่ชอบแต่งตัวมากๆ จริงๆ เขาถึงรับได้ทุกอย่างที่เราปล่อยออกมา เมื่อกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไป มีคนหลายวัย หลายอาชีพ จากเดิมมีลูกค้าหลักคือนักออกแบบที่สนุกกับงานของเรา เราต้องคิดถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศซึ่งที่ผ่านมาเขาชอบ Vibe ของแบรนด์ แต่ใส่ไปทำงานจริงไม่ได้ นึกภาพตัวเองใส่ในชีวิตประจำวันไม่ออก” วีเล่า

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

ปัจจัยสี่ที่ไม่ได้มีดีแค่เปลือกนอก

วีเชื่อเสมอว่าแฟชั่นไม่ควรมีดีแค่เปลือก เพราะแก่นของเสื้อผ้าคือการเป็นปัจจัยสี่ สำคัญคือต้องใส่สบาย วีจึงเลือกวัตถุดิบและผ้าที่ดี ใส่แล้วสบายตัว เป็นความรู้สึกที่เธอรู้สึกกับเสื้อผ้าจริงๆ งานของ VL BY VEE จึงออกมาแบบนี้ ซึ่งคนที่ใส่ก็สัมผัสได้ ไม่แปลกที่ลูกค้าญี่ปุ่นเกือบทุกคนจึงรู้สึกพิเศษกับแบรนด์

“เราไม่เคยลืมว่ากำลังทำเครื่องนุ่งห่มที่ใช้งานได้จริง ทำให้คิดถึงฟังก์ชัน สมมติทรงนี้ประหลาดจัง จะถอดและใส่อย่างไร โครงเสื้อสวยจากการเบี้ยวไปเบี้ยวมาใส่สบายจริงหรือเปล่า เป็นเราเองที่ชอบจับวัสดุต่างชนิดกันมาเจอกัน สำคัญคือเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วซักได้จริงใช่ไหม เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะคนที่ซื้อไปในราคาเท่านี้ เขาไม่ควรรู้สึกมีปัญหาใส่ครั้งเดียวแล้วเสีย หรือใส่ไม่สบาย ไม่อยากให้รู้สึกว่าดีไซน์แปลกดีแต่อึดอัดจังเลย”

สำหรับวี เสื้อผ้าที่ดีคือเสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันและดีไซน์ใหม่

“ถ้าผลิตแต่งานซ้ำๆ คนไปซื้อที่อื่นก็ได้ ไม่ต้องซื้อของเรา แค่นี้ก็มีคู่แข่งเยอะมากแล้ว เราบอกตัวเองเสมอว่า ถ้างานออกมาไม่ดีมันก็เป็นขยะของโลกเปล่าๆ จะมาเพิ่มขยะทำไม ถ้าสมมติต้องปล่อยของไม่ดีออกมาเยอะๆ สู้ทำแบบให้น้อยลง และทำให้ดีมากไปเลยไม่ดีกว่าหรอ เพราะถ้าคนที่ใส่รู้สึกสบายเขาก็จะกลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่ซื้อครั้งเดียวแล้วเลิกไป ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราทำเสื้อ เราคิดเรื่องพัฒนาสินค้ามากกว่ากำไร ซึ่งไม่ควรเอาอย่างนะ ดังนั้นอย่าถามเราเรื่องขายเลย เราคิดว่าทำของที่ดี คนก็จะกลับมาหาเอง เราเชื่อแบบนั้น ซึ่งความจริงมันผิด”

ทำไมผิด เราถาม

“ทำธุรกิจก็ต้องศึกษาก่อนว่าใครต้องการอะไร แล้วจึงทำของออกมาตอบสนองตลาด แต่เราทำจากความชอบ ไม่ได้คิดทำเป็นธุรกิจ อยู่ๆ วันหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่าอยากรวย แบบนั้นไกลเกินไป ไม่ใช่ตัวเราเลย ไม่ทำดีกว่า ไม่ได้อยากทำอะไรแบบนั้น”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

5

จุดแข็งของแบรนด์อยู่ที่ความละเอียดที่ลอกเลียนได้ยาก

“ความละเอียดเป็นจุดแข็งหนึ่งที่แบรนด์อื่นๆ แม้แต่ในญี่ปุ่นก็ไม่มี เขาอาจจะละเอียดแบบอื่น ซึ่งเราไม่รู้ คนที่เข้ามาดูเสื้อผ้าเรา ไม่ว่าจะดีไซเนอร์ญี่ปุ่นก็ตาม มักจะบอกว่างานของเรามันละเอียด ยิ่งดูยิ่งละเอียด เพราะเป็นนิสัยของเราเอง ชอบมองไปถึงเส้นด้ายและฝีเข็ม เรามองเห็นทุกอย่าง” วีเล่า

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

ถ้าไม่นับเรื่องลายพิมพ์และลายปักบนผ้าในแต่ละคอลเลกชันที่ถึงจะเป็นจุดเด่นของแบรนด์ ก็ยังมีโอกาสถูกลอกเลียนแบบอยู่ดี วีบอกว่าเธอไม่คิดว่าจะมีใครยอมลอกเลียนรายละเอียดที่ซ่อนอยู่เพราะมันยุ่งยากพอตัว

“เช่น เนื้อผ้าที่มองด้วยตาเห็นเป็นเส้นเล็กๆ มาจากการทำให้ผ้าพลีทเรียบชั้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดลายก่อนจึงนำมากุ๊นแต่งคอเสื้อ ทำให้คล้ายก็คงทำได้ แต่ทำให้ละเอียดแบบนี้เลยคงยาก ซึ่งต่อให้เขาทำตามเป๊ะก็คงไม่เหมือน และดูไม่ใช่ VL เราก็เลยช่างมัน”

ไม่ใช่แค่แบบทรงของเสื้อผ้าแสนละเอียด วิธีคิดขายของ VL BY VEE ก็ช่างละเอียดจนเอาชนะใจแฟนๆ

“เราไม่ได้คิดว่าเราขายดีเพราะมีแผนการตลาดที่ดี เราไม่ได้ทำรีเสิร์ชรวบรวมข้อมูลว่าคนกลุ่มไหนกันแน่ที่ใส่ แต่ด้วยความที่ต้องเจอลูกค้าตลอดเวลา ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าที่เข้ามาซื้อเป็นคนแบบไหน ก็ได้เรียนรู้และปรับปรุงแบบเสื้อผ้าของเราให้คนกลุ่มนี้ใส่ได้ ในด้านพัฒนาสินค้าเพื่อให้เหมาะกับลูกค้าก็ต้องเข้าไปดู ไปคุย ไปเจอ มันไม่ใช่แค่ภาพว่าดูดี ใส่แล้วสวย ลูกค้าคำนึงถึงเรื่องใส่แล้วซักยังไง ซักง่ายไหม สมมติเราบอกเราใช้ผ้าไหม เขาจะถามว่าแล้วผ้าไหมนี้ต้องส่งซักไหม ขี้เกียจจังเลย คนญี่ปุ่นเขาสนใจทุกอย่าง เขาจะเปิดป้ายดูว่าเสื้อตัวนี้คอตตอนกี่เปอร์เซนต์ โพลีเอสเตอร์กี่เปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้น เราก็ยิ่งพยายามศึกษาให้มากกว่าเขา ละเอียดให้มากกว่าเขา เพื่อจะตอบคำถามได้ทุกอย่างและปรับปรุงงานเราได้ ช่วงหลังก็พยายามจูนกับคนไทยมากขึ้น ที่ร้านก็มีเสื้อเรียบๆ หรือสินค้าที่ขายเฉพาะในไทย ให้ลูกค้าใส่คู่กับเสื้อผ้าอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

6

ขั้นตอนกว่าจะเข้าไปการขายในห้างฯ ญี่ปุ่น

สตาฟรวมช่างฝีมือของ VL BY VEE ที่อยู่ในฝ่ายการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนนี้มีเพียง 6 คนเท่านั้น จะมีบางส่วนที่ต้องใช้ outsource หน้าที่หลักของวี คือควบคุมการผลิตให้ทันรายการสั่งซื้อทั้งหมด

“ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ก็ทำได้ เราพยายามให้อยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้ ซึ่งเมื่อเรารู้กระบวนการทุกขั้นตอน ถ้ามีปัญหาเราก็จะแก้ไขมันได้ง่าย เพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็หาช่างเย็บผ้าประจำฝีมือดีอยู่ตลอดเพราะบางทีก็เกือบส่งออร์เดอร์ไม่ทันเหมือนกัน”

นอกจากการขายตรงผ่าน Pop-up หากลูกค้าชอบก็ซื้อเลย ยังมีการเข้าระบบห้างร้านญี่ปุ่น ซึ่งมีขั้นตอนที่ละเอียดมาก เริ่มจากแบรนด์ต้องซื้อประกัน เวลามีอะไรเสียหายที่เกิดขึ้นต่อลูกค้าจะได้มีเงินจ่ายค่าเสียหาย จากนั้นต้องเข้ารับการตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อออกใบรับรองยื่นห้างร้านขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น ตั้งแต่ส่งผ้าวัตถุดิบในขนาดที่กำหนดเข้าทดสอบว่าไม่เป็นอันตรายต่อลูกค้าหรือทำให้สีตก เข้าเครื่องสแกนหาเข็มที่อาจตกค้างในเสื้อ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เป็นเข็มหมุด โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ไม่ได้ตัดเย็บในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ใช้เครื่องจักร 

วีบอกว่าหากพบความเสียหายจะส่งกลับมาแก้ไขยาก จึงทำให้วีรอบคอบกับเรื่องนี้มากกว่าคนญี่ปุ่นเสียอีก

“เคยมี Multibrand Store แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ขอส่งสินค้าคืน เพราะปัญหาเรื่องฝีเข็มของด้ายโพ้งในเสื้อที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้หลังจากนั้น QC ละเอียดขึ้นไปอีก และถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงการโพ้งไปเลย”

VL BY VEE แบรนด์ที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความใส่ใจ

เราชอบเวลาที่วีเล่าที่มาของงานแต่ละคอลเลกชัน เพราะเมื่อฟังคอนเซปต์แล้ว เราว่าไม่จริงเลยที่วีบอกว่าเธอหยุดทำงานศิลปะเพื่อมาให้เวลากับแบรนด์เต็มตัว เบื้องหลังที่เหมือนทำงานศิลปะ คือการหยิบความสนใจรอบตัวและเรื่องราวที่พบมาบันทึกเป็นคอลเลกชัน เช่น

Spring/Summer 2016 ‘Sky Picnic’ เกิดขึ้นตอนวีนั่งสมาธิ

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

Autumn/Winter 2016-17 ‘Space Party’ เกิดขึ้นช่วงที่ดูหนัง Star Wars แล้วคิดถึงโปรดักชันโบราณในภาคเก่า หรือหนังเรื่อง E.T. the Extra-Terrestrial

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

Spring/Summer 2017 ‘Siesta’ เป็นคอลเลกชันที่คนเริ่มรู้จักแบรนด์ในวงกว้าง จากลายพิมพ์ที่แปลกตา แรงบันดาลใจจากสเปนที่เธอใฝ่ฝัน โดยลายเส้นวงกลมสีน้ำเงินจากไม้บรรทัดเรขาคณิตที่เล่นตอนเด็กๆ มีดอกไม้ให้ความรู้สึกนอนอาบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

Spring/Summer 2019 ‘Tutti Frutti’ เป็นธีมผลไม้ที่วีตั้งใจแล้วว่าจะไม่ใส่แมว แต่เจ้าแมวก็นั่งอยู่บนโต๊ะนานมาก แบบ ‘ไม่ใส่ชั้นจริงหรอ’ สุดท้ายเธอก็ต้องวาดลงไป เป็นเหตุผลว่าทำไมมักจะมีแมวอยู่ในทุกๆ คอลเลกชัน

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

‘COMING UP ROSES’ เป็นสำนวนแปลว่า ทุกอย่างจะกลายเป็นดี คอลเลกชันที่วีเริ่มทำงานตามใจตัวเองครั้งแรก

จนกระทั้งวันนี้ กลุ่มลูกค้าหลักของ VL BY VEE ยังคงเป็นคนญี่ปุ่น

วีบอกว่าที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2014 ถึงงานคอลเลกชัน Autumn/Winter 2019-20 เธอทำงานจากความรู้สึกที่คิดถึงภาพคนใส่ โดยเฉพาะรูปร่างของคนญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนคนไทย ทั้งสัดส่วนและความสูง

“คนไทยมีเชื้อสายจีนเยอะ รูปร่างจะสูงกว่า ขณะที่คนญี่ปุ่นไม่ชอบใส่เสื้อที่เข้ารูปนัก ที่ผ่านมาเรามีเรื่องพวกนี้ในหัวเต็มไปหมด”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

Spring/Summer 2020 ‘COMING UP ROSES’ เป็นคอลเลกชันแรกที่วีเริ่มทำงานตามใจตัวเอง

“ที่ผ่านมาก็เป็นความสนุกของการสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง เพียงแค่ไม่ใช่เสื้อผ้าที่เราจะหยิบมาใส่ได้บ่อย แต่เราเห็นภาพว่าคนญี่ปุ่นจะหยิบมาใส่ได้บ่อย” 

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

วีออกแบบงานที่ลดทอนความน่ารักลง จากเดิมที่ใช้สีโทนพาสเทลเป็นหลัก เป็นคอลเลกชันที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากลายผ้าที่ใช้สีโทนแข็งแรง และมีความเป็นผู้ชายเยอะขึ้น จากการเลือกเสนอเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อผ้าทรงสุภาพบุรุษ แต่ทั้งหมดยังคงไว้ซึ่งรายละเอียดที่นับวันจะท็อปฟอร์มมากขึ้น

ขอเล่าตั้งแต่ภาพกุหลาบในหัวเจ้าของแบรนด์ โดยทั่วไปกุหลาบมาพร้อมภาพความโรแมนติก ความหวานชื่น วีเล่าว่าช่วงที่เธอคลุกคลีกับกุหลาบ ไม่ว่าจะซื้อจากปากคลองตลาดหรือทดลองปลูกในสวนกลับยากเย็น บ้างเปลี่ยนสีไปตามกรดของดินที่มีอยู่ก่อน กว่าจะสวยพร้อมให้ชื่นชมในแจกันได้ต้องผ่านอะไรมามากมาย

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

“พอพูดถึงกุหลาบ คนมักคิดถึงสีแดง สีชมพู ตอนที่ไปบ้านยายที่โมริโอะกะก็มีทุ่งกุหลาบสีทำนองนี้ แต่ประสบการณ์ปลูกกุหลาบไม่เห็นเป็นแบบนั้น เลยตั้งใจให้กุหลาบมีสีม่วง ก่อนจะจับคู่สีที่ดูแข็งแรงๆ

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

“Coming Up Rose เป็นสำนวนแปลว่า ทุกอย่างจะกลายเป็นดี เราว่าความหมายนี้เชื่อมโยงกับกุหลาบในหัวของเรา ก่อนจะถูกทำให้สวยต้องเจอกับหนาม ต้องผ่านมือหลายมือ เหมือนช่วงที่แสดงงานนี้ ญี่ปุ่นมีไต้ฝุ่นครั้งใหญ่ในรอบปี ทำให้แกลเลอรี่ต้องปิด ช่วงเปิดตัวคอลเลกชันจึงเงียบกว่าที่เคย แต่สุดท้ายก็ขายดี มีเอเจนซี่ติดต่อขอเสื้อผ้าไปใช้ ให้ดารานักแสดงใส่ในรายการวาไรตี้หรือถ่ายแบบเยอะเลย”

สำหรับคอลเลกชันล่าสุด Autumn/Winter 2020-21 ‘MY PLEASURE’ หยิบความสนใจช่วงที่ออกเดินทางในเมืองมากกว่าสถานที่เน้นธรรมชาติอย่างเคย ประกอบกับที่กลับไปฟังเพลงอิเล็กทรอนิกและเทคโน ที่เคยฟังในตอนยุค 90 ปลายๆ ถึง 2000

“มีการผสม Futuristic แบบ Retro ที่ผสมความ Sporty แต่ยังมีความ Elegance ด้วย” วีอธิบาย 

นั่นคือ แม้เสื้อผ้าจะมีความ Feminine แต่ก็มีความ Masculine ด้วยเช่นกัน มีเสื้อที่ใส่ไปทำงานได้ แต่หากดูโครงสร้างดีๆ จะพบความสนุกจากสิ่งที่ดูขัดแย้งกัน เป็นความ VL BY VEE ที่มีอยู่ในงานทุกคอลเลกชัน การใช้วัสดุที่คนทั่วไปมองว่าไม่ควรอยู่ด้วยกันให้มาอยู่ในเสื้อผ้าตัวเดียวกัน จะว่าไปก็สะท้อนหรือได้รับอิทธิพลจากงานรีเมกในยุคแรกอยู่

ล่าสุดช่วงวิกฤตโรคระบาดจากไวรัสโคโรน่า หน้ากาก VL BY VEE ก็ได้รับผลตอบรับดีในญี่ปุ่น จากลายผ้าต้นฉบับของแบรนด์ และเนื้อผ้าที่เหมาะกับการทำหน้ากาก ส่งผลให้ยอดขายดี เพราะคนกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อจนได้ลงแนะนำในเว็บไซต์แฟชั่นชื่อดังมากมาย เช่น SOEN, FUDGE และตามมาอีกหลายเจ้า ทำให้ VL BY VEE ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และยิ่งขายดีกันไปใหญ่ 

แบรนด์ที่วงการแฟชั่นและศิลปะในญี่ปุ่นให้การยอมรับ

“เราบอกตลอดว่าเราเป็นแบรนด์มาจากเมืองไทย แปลกที่เขาจัดให้เราเป็น Domestic Brand อยู่กับแบรนด์ญี่ปุ่น มีบทความแนะนำเราในเว็บไซต์ที่รวมนักออกแบบญี่ปุ่น หรือพวกเว็บไซต์แฟชั่นชั้นนำ อย่าง fashionsnap.com WWD ก็จะอัปเดตแฟชั่นของเราให้เกือบทุกซีซั่น เห็นชัดสุดในนิตยสาร SOEN ที่เล่าเรื่องวงการแฟชั่นและงานศิลปะ มีคอลัมน์ New Comer แนะนำดีไซเนอร์ญี่ปุ่นล้วนไม่ใช่ว่าใครก็มาลงง่ายๆ แต่เขาเลือกสัมภาษณ์เราทั้งที่เป็นคนไทย” วีเล่า หรืออาจจะเป็นเพราะแบรนด์อยู่ในสังคมญี่ปุ่นมานานพอ จนพวกเขาเปิดรับและมองเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น

อะไรคือความยากของการทำธุรกิจแฟชั่นในยุคนี้ เราถาม

“บทเรียนปีนี้สอนว่า อะไรๆ ก็คาดเดาไม่ได้ เราพยายามรักษาไม่ให้ธุรกิจใหญ่เกินไป พยายามให้อยู่ในขนาดที่ควบคุมได้ ยิ่งมีคนข้องเกี่ยวมากผลที่ตามก็ยิ่งกว้าง ก็ต้องดูว่าทำในสเกลนี้ยังไงให้แข็งแรง โดยที่ไม่ทำอะไรเกินตัว”

ปัจจุบัน นอกจากญี่ปุ่นและไทยแล้ว ยังมีสินค้า VL BY VEE ที่ฮ่องกงด้วย 

“เคยมีแผนขายที่อังกฤษ แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องขาย มีปัญหาเรื่องไซส์ หากจะต้องแก้ขนาดทั้งหมดเพื่อรองรับตลาดที่นั่น เราคงยังไม่พร้อมในตอนนี้”


น้องนอนในห้องลองเสื้อ : VL BY VEE

ห้องลองเสื้อของ VL BY VEE เดิมเป็นห้องนิรภัยใต้บันไดในโรงจำนำเก่า มีขนาดใหญ่พอให้ลองเสื้อพร้อมกันได้หลายคน ภายในตกแต่งด้วยพรมและเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่วีขนมาจากบ้าน ซึ่งกลิ่นผลไม้อ่อนๆ ที่อบอวนอยู่ทั่วร้าน พร้อมเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ ทำให้บรรยากาศห้องลองเสื้อของที่นี่ผ่อนคลายและอยู่ได้นาน

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์
เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

ใครที่อยากลองเสื้อผ้าของ VL BY VEE แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นด้วยไอเท็มไหน ขอจงไปที่ร้าน VL BY VEE (ร้านเลขที่ 1 บนถนนหลานหลวง) หากพบวีหรือตั้ม (วิศุทธิ์ พรนิมิตร) ประจำการอยู่ ลองยิ้มทักทายพวกเขาสักนิดแล้วเอ่ยปากว่า อ่านมาจากคอลัมน์ ‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ อยากให้ช่วยแนะนำตัวที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าคู่รักศิลปินจะแนะนำเสื้อสีที่ดีต่อผิวของเรา ใส่แล้วขับผิวให้สวยและดูสดใส หรือถ้าไม่มั่นใจจุดใดบนร่างกาย วีก็ช่วยแนะนำเสื้อผ้ารุ่นที่ช่วงพรางความกังวลส่วนนั้นได้

“ส่วนใหญ่เราแนะนำให้เริ่มจากไอเท็มง่ายๆ ก่อน แต่ง่ายของคนไทยและญี่ปุ่นก็ไม่เหมือนกัน ง่ายของคนไทยคือเสื้อเดรสที่ไม่ต้องแมตช์เยอะ แต่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่น แบบเสื้อที่สีดูโดดเด่นเกินไปถือว่าไม่ง่ายสำหรับเขา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอายุและภาพลักษณ์ของเขา ให้พูดเจาะจงยากมาก เพราะบางคนชอบใส่สีๆ บางคนชอบคุมโทน สีพื้น หรือถ้าอยากให้เขาลองอะไรใหม่ๆ ก็จะเลือกสีทองให้เขา ถ้าสีทองแรงไปก็เลือกสีขาวให้ หรือจับคู่สีบน-ล่างให้ ใจเราอยากให้ทุกคนได้ลองอะไรใหม่ๆ เพราะฉะนั้นเราจะแอบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เขาลอง”

เข้าห้องเสื้อ VL BY VEE ลองชุดและลองคุยว่าทำไมเป็นแบรนด์ไทยขายดีที่ดังมากในญี่ปุ่น, วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์

เราคิดเหมือนกับวีว่าเหตุผลที่คนเราควรได้ลองสิ่งใหม่ๆ คือการเปิดประตูไปสู่โลกอีกใบ แล้วจะพบว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว เกิดมาสักครั้งควรได้ลองทำอะไรใหม่ๆ 

“อย่างเราถ้าใส่เสื้อผ้าหลายแบบก็จะพอรู้ว่าเสื้อผ้าทรงประหลาดมีอะไร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยลอง เขาจะรู้สึกว่าทรงมันใหม่ มันใส่ยังไงนะ บางคนชอบแบรนด์เราแต่ไม่เคยใส่เสื้อผ้าแนวนี้เลย แต่ชอบมาดู ซึ่งเขาก็จะไม่กล้าลองเพราะคิดว่าเป็นเสื้อผ้าสำหรับคนแต่งตัวจัดๆ หรือเปล่า เขาใส่แต่เรียบๆ มาตลอด เขาก็จะอ้ำๆ อึ้งๆ แต่ในหัวเราเห็นภาพเขาอีกแบบ เขาคนนี้จะเปล่งประกายแค่ไหนเมื่อได้ลอง พอใส่และเห็นตัวเองอีกแบบเขาก็มีความสุข และไม่ว่าดีไซน์แปลกตาแค่ไหนสำคัญคือต้องใส่สบาย” วีทิ้งท้าย ขณะที่ตั้มย้ำกับเราซ้ำๆ ว่า อยากให้ลองเสื้อสีแดงในมือหลังจบบทสนทนา

VL BY VEE

www.vlbyvee.com

IG @vlbyvee

Writer

น้องนอนในห้องลองเสื้อ

ชื่อในวงการห้องลองเสื้อของ นภษร ศรีวิลาศ บรรณาธิการบทความธุรกิจ ที่สนใจเรื่องธุรกิจที่ดี ตาเป็นประกายได้ง่ายๆ หากได้ยินเรื่องกิจการครอบครัวสัญชาติไทยอายุเฉียดร้อย ปัจจุบันใช้หน้าที่การงานตีสนิทแบรนด์แฟชั่นไทยและเทศ หวังเป็นนักลองเสื้อเต็มเวลา

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

น้องนอนในห้องเสื้อ

เยี่ยมห้องเสื้อแบรนด์แฟชั่นและคุยกันเรื่องบทเรียนธุรกิจ

“…ออกแบบโดยคุณดุสิตา ดุเหว่าดำ ตัดเย็บโดย ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ” 

สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร คนทั้งห้องประชุมงานประกวดนางสาวไทย ๒๕๖๒ ก็ส่งเสียงร้องและปรบมือพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่สำหรับผู้ชมรอบโซเชียลมีเดียอย่างเรา ไม่รอช้า กดฟังซ้ำๆ จนมั่นใจว่าหูไม่ได้ฟาด

เป็นธรรมเนียมของการประกวดสาวงามที่มีมายาวนาน ว่าห้องเสื้อจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก ไม่ว่าจะหน้าผมและเครื่องแต่งกาย เพื่อพาสาวงามไปยืนในตำแหน่งอันทรงเกียรติ แลกกับการประชาสัมพันธ์ห้องเสื้อ

สำหรับห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ไม่เพียงเป็นชื่อร้านจริงๆ ที่มีอยู่จริงในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องราวการทำร้านของ แคท-ดุสิตา ดุเหว่าดำ และ แม่อึ่งอ่าง-สมสกุล ดุเหว่าดำ ก็สนุกไม่แพ้ชื่อของห้องเสื้อ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ตั้งแต่เส้นทางช่างแต่งหน้าที่เรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพียง 3 วัน เพื่อตัดเย็บผ้าถุงให้เด็กนักเรียนใส่เดินพาเหรด ก่อนจะตามมาด้วยชุดกีฬาสี ชุดนางฟ้าในขบวนแห่นางสงกรานต์ ไปจนถึงทำชุดให้นางงามเวที Miss Supranational Thailand คว้ารางวัลที่ 1 หลายเวที ก่อนจะแจ้งเกิดสุดขีด เป็นไวรัลจากคลิปประกวดนางสาวไทยปีล่าสุด

แต่ใช่ว่าเส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แคทพาตัวเองและแม่อึ่งอ่าง กระโดดโอ๊บ โอ๊บ จากห้องเสื้อนอกสายตา ที่ถนัดงานตัดเย็บงานที่ใช้ความคิดมากกว่าใช้ธนบัตร อดทนจากคำครหา พิสูจน์ตัวเองด้วยชุดต่อชุด งานเวทีต่อเวที จนใครก็ตามหากอยากได้ชุดที่ฉีกกรอบไม่เหมือนใคร เป็นต้องเดินทางมาพบเธอกับแม่อึ่งถึงที่นี่

ไม่ใช่แค่ชุดเดินสายประกวด แต่ไม่ว่าจะงานราษฎร์ งานหลวง งานมงคล งานประจำปี ขอเพียงมีโจทย์ แคทพร้อมจะเนรมิตให้คุณถูกใจ

คอลัมน์ ‘น้องนอนในห้องเสื้อ’ ตอนนี้ ขอพาทุกคนไปเยี่ยมชมห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ กันถึงอยุธยา พูดคุยแข่งกับเสียงเย็บจักรตั้งแต่ร้านเปิดจนคอเจ็บไปหมด ใครอ่านแล้วอยากสัมผัสอรรถรสที่มากกว่านี้ หลังไมค์มาขอไฟล์เสียงได้

ลำดับต่อไป ขอเชิญพบกับ แคท-ดุสิตา ดุเหว่าดำ และ แม่อึ่งอ่าง-สมสกุล ดุเหว่าดำ จากห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ห้องเสื้อจากอยุธยาที่ทำชุดและคิดทำธุรกิจได้นอกกรอบสุดๆ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

วิชาตัดเย็บผ้าถุงแบบเร่งรัดใน 3 วัน

จากความหลงใหลในเสื้อผ้าที่มีมาตั้งเด็ก แคทเล่าว่า เธอชอบปั้นดินเป็นตุ๊กตา และเอาใบตองมาห่มเป็นเสื้อผ้า จนวันที่โตพอจะรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว แคทเริ่มต้นทำงานในร้านเสริมสวยที่กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตเป็นช่างแต่งหน้า 2 ปี ก่อนกลับมาอยู่บ้านที่อยุธยา

วันหนึ่ง เด็กหลังบ้านจะต้องเดินขบวนแห่งานโรงเรียน ผู้ปกครองเลยมาขอให้แคทตัดชุดให้ พอดีกับมีรถแห่วิ่งผ่าน ร้องประชาสัมพันธ์หลักสูตรพัฒนาฝีมือแม่บ้าน แคทผู้ใฝ่ฝันจะจับกรรไกรตัดผ้าพร้อมๆ กับเหยียบจักรก็เลยไปลงเรียน ก่อนรับคำขอเรื่องที่จะทำชุดให้

เพราะไม่รู้มาก่อนว่าจะเจออะไรในห้องเรียนตัดเย็บ หลังผู้สอนบอกให้คำนวณเปลี่ยนเซนติเมตรให้เป็นนิ้ว แคทก็รู้สึกเวียนหัว จนต้องยกมือขอครูให้สอนตัดผ้าถุงหลักสูตรเร่งรัดให้

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“บอกหนูมาเลยดีกว่า ว่าจะวัดเอวและอกอย่างไร” แคทผู้ไฟแรงยื่นคำขอต่อครู

หลักสูตรตัดเย็บผ้าถุงใน 3 วันจบลงด้วยดี แคทตัดสินใจซื้อจักรเย็บผ้า และเริ่มเปิดรับตัดเย็บตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“ความชอบล้วนๆ เลย และตอนเรียนเราก็เรียนวัดขนาดผู้ใหญ่ พอต้องทำชุดเด็ก เราใช้วิธีกะๆ เอา จับขนาดมาหารครึ่ง ตื่นเต้นมาก ตอนที่ทำเสร็จแล้วรีดออกมานะ ฉันมีความสุขมาก” ฟังน้ำเสียงก็พอรู้ว่า แคทตื่นเต้นกับงานชิ้นแรกของเธอแค่ไหน

“บอยมันเก่งนะ ตัดชุดให้หลานยายหมุดได้” คนแถวบ้านเริ่มเอ่ยปากชมแคทในชื่อเดิมของเขา

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

จากชุดนางละเวงวันฬา สู่ชุดพาเหรดกีฬาสีที่ยกดอกไม้ทั้งป่ามาเดินขบวน

จากชุดพาเหรดเด็กชั้นประถม ต่อมาโรงเรียนมีกิจกรรมประกวดแต่งชุดวันสุนทรภู่ โจทย์ก็คือชุดกระโปรงสุ่มฟูๆ ของนางละเวง

“ถูกใจมาก โจทย์ใหม่” แคทร้องบอก

“โรงเรียนยังไม่ได้สอน ฉันก็ดูแบบจากนิตยสารแล้วทดลองใช้ยางยืดทำขอบ ส่วนชั้นๆ ทำไม่เป็นก็คิดเองเลย ตัดผ้าเป็นวงกลมขดๆ แล้วดึงจนเกิดเกลียว ทำเป็นร้อยๆ ชิ้น แล้วเย็บประกอบเป็นกระโปรงฟูสมใจ”

ผลจากการลองทำดู ทำให้ชุดหนูน้อยนางละเวงคว้ารางวัลที่ 1 มาครอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แคทมีชื่อเสียงขึ้นมาในหมู่บ้าน จากร้านเสริมสวยที่มีจักรเย็บผ้าตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของร้าน จากที่เคยมีแต่ลูกค้าเด็กประถม ก็เริ่มขยายตลาดไปเด็กมัธยม แต่ก็ใช่ว่าจะราบรื่น เป็นธรรมดาของธุรกิจที่จะเกิดความขัดแย้งกับผู้ประกอบการเจ้าเดิมในตลาด 

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

เรื่องเริ่มต้น เมื่อเวียนมาถึงกิจกรรมวันสุนทรภู่ในปีถัดมา ที่นักเรียนต้องแสดงจินตลีลาประกอบจังหวะ

“เดิมในชุมชนมีร้านให้เช่าชุดสำหรับงานโรงเรียนอยู่แล้ว แต่เด็กๆ สู้ราคาไม่ไหวจึงมาขอให้แคททำชุดให้ในงบประมาณที่จำกัด เมื่อร้านใหญ่รู้ เขาก็โทรมาหาเรา หาว่าลดราคาปาดหน้าก่อนบอกให้เราคืนเงินเขา ซึ่งสุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำงานนั้น แต่เราจะมายอมแพ้ไม่ได้ เขาแค่ลงทุนใช้คำพูดที่ฟังดูเหมือนจะแรงที่สุด เราจะไม่เป็นเหมือนเขา เราจะสู้ในแบบของเรา” แคทเล่าที่มาของความขัดแย้งทางธุรกิจ ซึ่งเกิดจากเธอทำงานได้ถูกกว่าเพราะใช้ต้นทุนต่ำกว่า

วันเวลาผ่านไป เด็กกลุ่มเดิมที่เคยอยากให้แคททำชุดก็ติดต่อมาอีกครั้ง สำหรับชุดพาเหรดงานกีฬาสีของโรงเรียน เมื่อฟังคอนเซปต์ป่าของแผ่นดินจากประธานสี แคทก็รู้ทันทีว่าจะออกแบบชุดสำหรับทุกคนอย่างไร 

เธอเริ่มจากซื้อดอกไม้พลาสติกราคาถูกมาแกะให้เหลือแต่ก้าน จากนั้นพ่นสีแล้วประกอบกลับเป็นมงกุฎก้านไม้แซมด้วยดอกไม้เล็กๆ ที่เหลือนำไปแต่งหางตา ส่วนชุดทำจากผ้าผืนที่ขายเป็นกิโลกรัม พิมพ์ลายดอกไม้วินเทจ ตัดเป็นชุดเดรส ตรงไหนเย็บไม่เป็นเธอก็ปืนกาวยิงเข้าไป 

ในที่สุดก็ออกมาเป็นชุดสำหรับ 20 คน ได้รับรางวัลแต่งกายสวยงามที่ 1 เอาชนะชุดหรูของสีคู่แข่ง ที่มาพร้อมหัวชฎาสำหรับนางพญา ซึ่งใครมีเงินก็คงซื้อได้ เพราะถ้านับเรื่องการลงแรงและใช้ความคิดสร้างสรรค์ เกมนี้ แคทถือว่าขาดลอย

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

นางฟ้า นางสวรรค์ นางสงกรานต์

งานแจ้งเกิดลำดับถัดมา คือขบวนแห่นางสงกรานต์ของชาวท่าเรือ จังหวัดพระศรีอยุธยา ที่ประกอบด้วย 8 ชุมชน 

เด็กนักเรียนที่แคทเคยทำชุดให้ได้รับเลือกเป็นนางประจำปี ก็เลยมาขอให้เธอออกแบบชุดให้ใส่ เพราะหากต้องไปเช่าเขาก็เกินงบประมาณเด็กนักเรียน เนื่องจากร้านทั่วไปในตลาด มักใช้ผ้าสวยๆ ราคาแพง พร้อมด้วยเครื่องปักฉ่ำๆ แน่นๆ สวยอย่างนางในวรรณคดี

“เราจะทำยังไงดี งบก็ไม่ค่อยมี ตอนนั้นตัดสินใจกู้เงินมาก่อนสองหมื่นบาท ไปซื้อเครื่องประดับถูกๆ ราคาหลักร้อยบาทแบบต่างๆ มากองรวมกัน แล้วใช้เวลานั่งวิเคราะห์หนึ่งวันเต็ม ก่อนบอกให้ลูกๆ ฉันแกะแยกชิ้นส่วนทุกอย่างออกหมด แม้แต่จอนข้างหู เข็มขัดสามแฉก แปดแฉก แยกให้หมด แล้วประกอบร่างใหม่ ได้เครื่องประดับสำหรับสิบกว่าชุด ซื้อเพชรประดับถุงใหญ่และแปะใหม่แทนกระจก”

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

แคทเอาใจใส่ชุดของบรรดาลูกๆ ของเธอมาก ใครอยากใส่สีอะไร เธอก็จะทำชุดให้ออกมาโทนเดียวกัน โดยเลือกใช้ผ้าส่าหรีราคาผืนละ 500 บาท ซึ่งมีความสะท้อนแสงแวววาวได้ดี ตัดเป็นชุดได้ 2 ชุด แต่ตัดเย็บไม่ทันเลยใช้วิธีเย็บเนาสดกับตัว แล้วติดดอกบัว 20 ดอกกับชุดเลื้อยลงมา แต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมสรรพออกมาเป็นนางฟ้านางประจำปีที่แตกต่างแหวกแนว ไม่เหมือนนางฟ้านางสวรรค์ทั่วไปที่สวยแบบดั้งเดิม 

ยังไม่นับเรื่องที่ต้องเดินขบวนเดียวกันกับนางสงกรานต์ซึ่งอยู่ในชุดที่สวยเด่นที่สุด แต่ตำแหน่งที่นั่งของนางฟ้าและความสยายของผ้าสาหรี่กลับแย่งซีนนางสงกรานต์ปีนั้นเสียเรียบ

“Talk of the town เลยสิคะ” เราถาม

“Town มาก รู้กันทั้งตลาด” แคทยิ้ม

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ลูกสาวใคร ทำไมถูกใจจริงๆ ส่งสายตาให้กัน ปิ๊งปิ๊งปิ๊ง

แต่ต่อให้พยายามแค่ไหน แคทบอกว่า เธอก็ถูกมองว่าเป็นคนทำชุดราคาถูกอยู่วันยังค่ำ 

สิ่งที่เรียกความมั่นใจแคทกลับมา คือแม่อึ่งอ่างที่เข้ามาช่วยเต็มตัว ซึ่งยอมให้เธอคิดทำชุดอย่างเป็นอิสระ จนทุกคนชอบ จากลูกตามี หลานยายมา ก็เริ่มมีลูกคนใหญ่คนโตในจังหวัดที่ชอบงานแปลกๆ แหวกแนวเดินเข้ามาหาเรา

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“จากแม่อึ่งผู้ไม่อยากจับจักร กลายมาเป็นลูกมือคนสำคัญของแคทได้อย่างไร” เราถาม

“ตอนทำชุดดอกไม้ เราไม่มีเงินซื้อโครงกระโปรงโครงละเจ็ดถึงแปดร้อย เลยไปซื้อผ้าที่ขายเป็นกิโล ราคาขีดละยี่สิบห้าบาท แม่เลยมาช่วย นางก็สนุกนะ ยิ่งเมื่อเห็นว่าเราโดนกดดัน ใครๆ ก็ดูถูก จากที่สงสารอยากช่วย ก็ชอบทำไปโดยปริยาย” กลายเป็นแม่อึ่งอ่านผู้ชอบธรรม เอ้ย ชอบทำไปแล้วจริงๆ 

หลังจากตัดเย็บชุดเด็ก เคล็ดลับของฝีมือที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด คือแคทเรียนรู้และต่อยอดวิธีการออกแบบและตัดเย็บจากการแกะแบบที่เห็น และคิดเองว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ฉันชอบไปเหมาชุดเจ้าสาวเก่าๆ ของร้านใหญ่ในกรุงเทพฯ มาซักรีดใหม่ ดัดแปลงใหม่ในแบบของเรา บางชุดแพตเทิร์นยังดีอยู่เลย เรากับยายอึ่งก็ชวนกันแกะดูด้านใน อ๋อ แม่ นี่ไงเขาโค้งแบบนี้เลยออกมาแบบนั้น พลิกแผ่นดินหาวิธีอยู่ตั้งนาน เพราะในหนังสือเขียนว่าอกบนอกล่าง อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ” แคทยอมรับว่าได้ดีเพราะเลียนแบบ ที่หมายถึงเรียนเทคนิคการตัดเย็บจากแบบของชุดเก่าตกเทรนด์

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

สงครามนางงาม

เห็นอย่างนี้ ก่อนจะมาทำเสื้อผ้าจนโด่งดัง แคทเคยเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องผมมากๆ 

“ถ้าเป็นเรื่องเกล้าวิกต้องเรียกฉัน ฉันทำผมให้ ไก่โต้ง รัชระวี มิสทิฟฟานี่ ปี 2006 มาตั้งแต่ผมทรงนักเรียน รด.” 

แคทยืนหนึ่งเรื่องการหวีผมให้นางงาม ไม่ว่าจะสิงห์บุรี อ่างทอง ปราจีนบุรี นครนายก เป็นต้องเรียกแคทไปรับงานหวีผมนางงาม เกล้าผมนางงาม 

ชื่อเสียงจากช่างผม ทำให้รู้จักเพื่อนพ้องในวงการนางงาม วันหนึ่งเพื่อนก็ติดต่อมาชวนให้ส่งนางงามเข้าประกวด เวทีมิสซูปราเนชันแนลไทยแลนด์ (Miss Supranational) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของเวทีการประกวดระดับแกรนด์สแลม

แคทและห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ เริ่มจากส่งนางงามลพบุรีเข้าประกวด โดยในการประกวดมีแคมเปญใส่ชุดจากผ้าไทยที่มีอัตลักษณ์ประจำจังหวัด 

“เราเกิดลพบุรี รู้จักผ้าพื้นถิ่นเป็นอย่างดี”

เพราะไม่มีต้นทุนมากพอหาชุดหรูๆ ให้นางงามใส่ แคทจึงตัดเย็บชุดเก็บตัวจากผ้าลพบุรีทั้งหมดอยู่คนเดียว กลายเป็นสร้างคาแรกเตอร์และความโดดเด่น

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม
ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ผ้ามัดหมี่เมตรละร้อยถึงสองร้อยบาท ซื้อมาสองเมตรตัดได้ชุดเดรสหนึ่งชุด ชุดไหนใช้สำหรับงานดินเนอร์ก็เตรียมซื้อผ้ายาวสามเมตร เราต้องประหยัดเพราะค่าใช้จ่ายระหว่างเก็บตัวที่ภูเก็ตนั้นไม่น้อย เราออกเงินส่งเขาเข้าประกวดจริงๆ ทุกบาททุกสตางค์” แคทเล่าหลักการที่ห้องเสื้อส่งนางงามเข้าประกวด แลกกับโอกาสประชาสัมพันธ์ห้องเสื้อบนเวทีระดับประเทศ

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ บนเวทีนางงามเกิดขึ้นในรอบประกวดชุดจากผ้าไทย แคทเลือกออกแบบกางเกงที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระโปรงยาว

“เชื่อไหม ในรอบห้องเย็นที่มีการนำเสนอชุดธีมผ้าไทย เราไปยืนอยู่ข้างอยุธยา ซึ่งเขาใช้ผ้ายกลำพูนผืนละหลายหมื่นมาตัดชุด เห็นแล้วเราหน้าหดเหลือนิดเดียวเพราะต้นทุนเราแค่หกร้อยบาท ใช้ผ้าประจำจังหวัดลพบุรี เป็นผ้าโคกเจริญหรือผ้าไหมมัดหมี่ ลายดอกพิกุลดอกไม้ประจำจังหวัด เป็นลายที่ชาวบ้านคิดกันขึ้นมาเองจริงๆ” 

สุดท้ายก็ไม่วายโดนคู่แข่งล้อว่าเป็นชุดนางเอกคณะลิเก แต่โชคก็เข้าข้างแคท ส่งคณะกรรมการชาวต่างชาติมาตัดสินทั้งหมด

“เห็นเขาจับดูชุดเราอย่างสนใจแค่นั้นก็ดีใจมากๆ โทรไปบอกแม่ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเข้ารอบก็ถือว่ามาไกลมากๆ แล้ว แต่หลังจากฟังผลตัดสินเข้ารอบยี่สิบชุดสุดท้ายจบ ฉันร้องไห้เลย” แคทเล่า

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

จาก 77 จังหวัด สู่ 20 ชุดสุดท้าย

จาก 20 ชุดสุดท้าย สู่ 8 ชุดสุดท้าย 

“ฉันกับนางงามกอดคอกันร้องไห้ดีใจใหญ่ นางงามบอกว่าไม่เอาแล้วก็ได้ตำแหน่งมิสซูปราฯ ขอแค่รางวัลแต่งกายงามนี่แหละ” เพราะไม่ใช่แค่แคท แต่ชุดนี้ก็เป็นความภูมิใจของหนูนา นางงามในสังกัดผู้ตื่นตี 5 มานั่งแปะเพชรบนชุดตัวเองเพราะปักไม่ทัน

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ผลจากความทุ่มเทของชาวห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ทุกคน ในที่สุดก็ได้รางวัลชุดแต่งกายยอดเยี่ยมมาครอบครอง

“เกินคาดสุดๆ เพราะในเจ็ดสิบเจ็ดจังหวัดมาจากห้องเสื้อแบรนด์ดังอยู่แนวหน้าของประเทศทั้งนั้น อยู่ๆ มาเจอห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ปาดรางวัลไป” 

เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความมั่นใจให้แคท แม่อึ่ง และสมาชิกชาวห้องเสื้อทุกคน

แม้จะมีเสียงนกเสียงกาไม่พอใจคำตัดสินของกรรมการ พานประชดประชันแคทและพวกออกสื่อ แต่เมื่อมิสแกรนด์ลพบุรียืมชุดที่ได้รางวัลไปใส่ประกวดเวทีมิสแกรนด์ ผลคือได้รับรางวัลชุดยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

“ชุดเดิม ชนะรางวัลเดิมสองครั้ง” แม้จะเป็นเพียงรางวัลเล็กๆ แต่สิ่งนี้ก็ใหญ่พอที่ทำให้เสียงครหาจางลง

ไวรัลประกาศชื่อ ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

ในการประกวดนางสาวไทย ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ก็ร่วมส่งนางงามปราจีนบุรีเข้าประกวดเช่นเคย แต่ก็ไม่วายมีปัญหาให้แคทตั้งมั่นฝ่าฟันอีก

“ตัดชุดเสร็จ กองประกวดก็บอกให้ไปตัดชุดใหม่ และด่าชุดเราใหญ่ว่า ตะวันแดง ตะวันนา เหมือนลูกทุ่งโป๊งๆ ฉึ่ง เราร้องไห้มันตรงนั้นเลย แล้วหอบชุดกลับบ้าน เหลือเวลาเตรียมตัวเพียงวันเดียวก่อนประกวด ยายอึ่งโมโหมาก เลยตัดมาให้ใหม่สองชุดภายในคืนเดียว” 

แม้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ แต่ในการประกวดที่มีการประกาศชื่อผู้ออกแบบและห้องเสื้อที่ส่งเข้าประกวด ทำให้เกิดเป็นกระแส

ชื่อห้องเสื้อคือแย่งซีนมาก ขำไม่ไหว55555555555#นางสาวไทย2562

Gepostet von ฉันชอบดูนางงาม am Mittwoch, 25. September 2019

“หลังจบการประกวดมีคนเดินมาถามหาหลังเวทีว่าใครคือห้องเสื้ออึ่งอ่างฯ เข้ามากอด เข้ามาขอถ่ายรูปกับยายอึ่งกันใหญ่” แคทเล่าว่า เธอร้องไห้ตลอดทางระหว่างขับรถกลับอยุธยา ตามตัวเลขยอดวิวคลิปไวรัลคลิปนั้น

“เชื่อมั้ย วันที่กรอกชื่อห้องเสื้อในใบสมัคร ตอนจบเราหวังแค่จะตัดคลิปประกวดนั้นสั้นๆ โพสต์โปรโมตร้านลงเพจของเราเงียบๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีคนชื่นชอบและพูดถึงกันมากมายขนาดนี้” 

ใครก็ตามที่สงสัยในใจว่าร้านนี้มีอยู่จริง หรือเพียงตั้งชื่อมาสร้างกระแสเรียกไวรัล ต่างตามหาสืบค้นหาคำว่า ‘ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ’ หรืออะไรก็ตามที่มีคำว่า ‘โอ๊บโอ๊บ’ ก็จะเจอเรื่องราวของแคท แม่อึ่งอ่าง และชาวห้องเสื้อ ติดอันดับการค้นหา และเมื่อสืบสาวไปจนรู้จักผลงานเก่าๆ ของห้องเสื้อ มีลูกค้ามาจากหลายพื้นที่ หลายจังหวัด

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

เฮฮาปาจิงโกะ โอ๊บ โอ๊บ

เกี่ยวกับธุรกิจห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ และ Cat Wedding Studio

แคทเริ่มจากทำ Cat Wedding Studio อยู่ก่อนแล้ว ขณะที่แม่อึ่งอ่างเองก็ตัดเย็บเสื้อผ้า แคทอยากให้เแม่มีพื้นที่ไว้สื่อสารกับลูกค้าเลยทำเพจชื่อ ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ขึ้นมาเพื่อรองรับลูกค้าที่อยากตัดสุดอะไรก็ได้ หรือมีโจทย์แบบไหนก็ได้

ช่างเป็นชื่อที่เรียกความสนใจ เรียกเสียงหัวเราะ และสร้างการจดจำที่ไม่เหมือนใคร

แคทบอกว่า เธอมักได้รับโอกาสจากบรรดาเจ้าสาวที่มองหาชุดแต่งงานแปลกใหม่ ตามมาตัดชุดที่ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

จุดขายของที่นี่ คือการทำชุดเป็นงานศิลปะในราคาจับต้องได้

“ไม่ว่าโจทย์คืออะไร เราอยากทำทั้งหมด” จากงานแต่งงานเล็กๆ สู่งานที่ใหญ่ขึ้น เริ่มมีเงินทุนหมุนเวียน โดยสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ งานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ

แคทจะทำการบ้านก่อนออกแบบชุดเสมอ ความเป็นศิลปินของเธอ ทำให้เธอคิดและให้เหตุผลกับสิ่งที่ทำเยอะมาก 

ถ้าเป็นชุดประกวดเธอจะไม่ประโคมเพชรเยอะๆ หรือทำแต่ชุดซีทรูแบบทุกคน เพราะเชื่อในงานเรียบหรู ต้องรู้จักเด่นจุดด้อยของนางงาม ทำความเข้าใจเรื่องกติกาและหาข้อมูลของคณะกรรมการผู้ตัดสิน ว่ามีคุณนายผู้ว่าด้วยไหม หรือมีแค่อดีตนางงาม

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

“ก่อนอื่นดูบุคลิก น้องที่เดินเก่งๆ หุ่นสับๆ มีต้นทุนที่ดี ถ้าทำรูปแบบเดิมๆ ใช้ผ้าซีทรู ให้เห็นอกเอวสะโพก แต่งหน้าฟาดๆ มันก็สวยดี แต่จะเหมือนคนอื่นๆ เราก็วางแผนใหม่ เริ่มจากเปลี่ยนวัสดุตัดเย็บเป็นผ้าที่หนาขึ้น แหวกเหมือนกัน ให้เห็นแค่ขาสวยๆ อย่างอื่นให้เขาจินตนาการกันเอง กรรมการเก่งๆ จะดูออกว่าใครหุ่นดีแม้เห็นแค่ขา มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา” แคทเล่าความคิดของเธอที่มีตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน

“เราจะถามนางงามเสมอว่า โพสต์ขาไหนหรือถนัดเดินขาไหน ถ้าขาซ้าย ฉันผ่ากระโปรงที่ขาซ้ายให้นะ”

“อย่างน้องหนูนาเป็นคนเอวใหญ่ ขาไม่เรียว ก็สร้างเอวเอสด้วยกระโปรงทิ้งผ้าให้กางออก ซ้อนกางเกงขายาวไว้ด้านใน จากนั้นหลอกตาด้วยช่วงบนเปิดให้เห็นเนินอกสวยแต่ปิดแขน ให้เห็นแค่หน้า คอ และขา” แคทออกแบบโดยที่ไม่ได้เรียนเขียนแบบจากที่ไหน

“ฉันคิดมาจากตัวฉันว่าอยากจะใส่ชุดแบบไหน และแม่เป็นคนตัดที่ตามใจเรา” แคทยิ้ม

แคทเล่าว่า หลังจากออกแบบจนพอใจ เธอต้องปล่อยให้แม่ตัดตามลำพัง ห้ามใครมานั่งมอง คอยจนพร้อมขึ้นหุ่น เธอถึงลงมือประดับประดาตามจินตนาการได้ต่อ

“คอมเมนต์กันเข้มข้นแต่ไม่เคยทะเลาะกันเพราะงาน” สิ้นเสียงเล่า แคทหันไปสั่งรื้อกระโปรงเจ้าสาวที่แม่อึ่งส่งมาให้ตรวจ 

สำหรับแคท แม่อึ่งไม่ใช่แค่แม่ แต่เป็นน้าแท้ๆ ที่เป็นทั้งแม่ พี่ และเพื่อน

ห้องเสื้ออึ่งอ่าง ออกแบบจริงจัง แอนด์ ปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

เมื่อเห็นว่าใครต่อใครต่างก็อยากให้แม่อึ่งตัดชุดให้ เราก็เลยถามหากระดาษร่างแบบงานเก่าๆ จากแม่อึ่ง

“ฉันไม่มีหรอก” แม่อึ่งตอบสั้นๆ ก่อนเอื้อมหยิบมือถือเปิดให้ดูไลน์กลุ่มที่ชาวห้องเสื้ออึ่งอ่างฯ โยนไอเดียใส่กัน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพต้นแบบชุดกระโปรงยาวผ่าข้างกว่า 100 แบบจากหลายชาติ หลายสไตล์ ก่อนจะหยิบส่วนที่ชอบมาประกอบกันในแบบของตัวเอง

แม้กระทั่งชุดของแม่นาคที่บวชลูก ถ้ามาจากห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ จะต้องเป็นเดรสมีโบ ฉีกกฎแม่นาค “นี่ไม่ใช่แม่ แต่เป็นพี่สาว”

ถ้าจะให้แคทออกแบบ เธอบอกว่า อย่ามาถามหาชุดผ้าไหมที่นี่ หลังจากประเมินรูปร่างด้วยสวยตา แคทรู้ทันทีว่าชุดนี้ต้องออกมาเปิดไหล่นิด มีโบตรงนี้หน่อย ทำเอวระบายเพื่อพรางหน้าท้อง ผ้าถุงยาวแค่ครึ่งเข่าก็เพียงพอ

“ถ้าคิดว่าตัดๆ ไปเถอะตามใจลูกค้า พอชุดเสร็จก็จบไป แต่สำหรับชุดที่แคทออกแบบไม่เพียงได้รับคำชมจากทุกคนที่พบเห็น แต่ยังเกิดการบอกต่อไม่สิ้นสุด

“ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เข้าใจความเป็นเรา ทำให้ทำงานง่ายมีความสุขทั้งสองฝ่าย และแม้งานจะจบลงก็ยังช่วยบอกต่อช่วยให้เรายังยืนอยู่ได้” แคทเล่า

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่แคทเป็นตัวของตัวเองในการทำงานทุกอย่าง

“ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เข้าใจความเป็นเรา ทำให้ทำงานง่ายมีความสุขทั้งสองฝ่าย และแม้งานจะจบลงก็ยังช่วยบอกต่อช่วยให้เรายังยืนอยู่ได้”

แคทเล่าว่า ล่าสุดมีลูกค้าคนหนึ่งจะจัดงาน เช่าห้องโรงแรมกลางเมืองราคาเป็นล้าน จัดโต๊ะจีน 10 โต๊ะ ติดต่อให้แคทมาจัดฉากถ่ายรูป หลังจากเห็นเรื่องราวของแคทในข่าว

“ตอนเจอกันครั้งแรก เราไม่ได้มีแฟ้มผลงานไปโชว์เขาเลย เราเป็นทีมจัดงานมาจากต่างจังหวัดก็จริง แต่วิธีคุยงานเราไม่เหมือนใคร แทนที่จะขายไอเดียงานอันยิ่งใหญ่ เราชวนโรงแรมคุยถึงปัญหาที่อาจจะเกิดและวิธีแก้ต่อหน้าเจ้าสาวเลย เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับการขนของ เวลาเข้าออกพื้นที่ ก่อนวันงานมีการใช้พื้นที่นั้นหรือไม่ ตำแหน่งที่ตั้ง ความสูงของพื้นที่จัดงาน ข้อควรระวังเกี่ยวกับพื้น 

“เจ้าบ่าวถึงกับบอกเจ้าสาวให้เราได้ยินว่าเขาชอบความละเอียดนี้ หลังจากกลับถึงบ้านเจ้าสาวก็โทรมาบอกว่า ทั้งที่เจ้าตัวเป็นคนช่างเลือก และเลือกบริษัทที่มีชื่อเสียงมาทำงานด้วยได้ เธอก็ยังเชื่อในตัวแคท บอกว่าสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา สำคัญคือเธออยากสนับสนุนคนเก่ง” แคทฟังสิ่งที่ลูกค้าคนนั้นบอกแล้วร้องไห้ออกมาทันที เธอขอบคุณตัวเองที่อดทนอดกลั้นต่ออุปสรรคที่เจอมาก่อนหน้านี้

“ฉันจะไปยืนสวยๆ อยู่ในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง” แคทบอกตัวเองแบบนั้น

บทเรียนธุรกิจ ที่ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ ส่งเข้าประกวด

เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเสมอมาว่า ธุรกิจที่ดีไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ ธุรกิจท้องถิ่นก็ทำสิ่งที่ดี มีความหมายกับผู้คนในชุมชน ไปพร้อมๆ กับรายได้ที่เติบโตได้เหมือนกัน

แคทพยักหน้าเห็นด้วยกับเรา ก่อนแสดงความคิดเห็น

“สำคัญคือ การเป็นตัวของตัวเองและต้องอดทนมากๆ”

“อดทนกับคนอื่นก็เรื่องหนึ่ง แต่อดทนกับความรู้สึกของตัวเองนั้นยากที่สุด ต่อให้โมโหเขาแทบตาย แต่เราจะบอกตัวเองยังไงไม่ให้ไปโพสต์โต้ตอบกับเขาที่มาด่าเราว่าชุดลิเกบ้าง ใช้เครื่องสำอางราคาถูกบ้าง ใช้เครื่องประดับสไตล์เจ้าสาว คือพวกเครื่องชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ต่างจากสายนางงามที่เน้นเครื่องประดับใหญ่ๆ ฉ่ำๆ เราไม่ใช่คนส่งนางประกวดสายคัดเบ้าตาโหล เราชอบที่ผู้หญิงคนนี้สวยประมาณนี้ แต่งหน้าแต่งตัวเท่านี้ก็พอ” แคทเล่าความคิดของเธอ

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

นางงามของแคทไม่ได้ตาโตที่สุดในโลก หรือจมูกโดดเด้งเหมือนอย่างทุกคนในแถว 

และคำว่า พิมพ์นิยม ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของแคท

“อย่างปีที่ส่งไลอ้อน (จารุภา ยศธานนท์ นางงามจากปราจีนบุรี) ประกวดนางสาวไทย พ.ศ. 2562 คนจะนิยมชุดที่มีเพชรเยอะๆ ผมหน้าต้องเต็มๆ ฉันวางแผนใหม่ จะมาในลุคดารา สวยสะอาด ความน้อยที่โดดเด่นต้องจุดประกายในไลอ้อน เราตีโจทย์นางสาวโคราช หาความเป็นท้องถิ่นไม่ทำให้ดูฟาดเยอะ แต่ทำให้ดูเป็นคนโคราชที่เป็นผู้หญิงสวยอยู่ในเมืองย่าโม” แคทเล่าคอนเซปต์ชุดที่ออกแบบสำหรับการประกวดนางสาวไทยรอบสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อะไรคือความท้าทายของธุรกิจห้องเสื้อในเวลานี้ เราถาม

“บุคลากรคือหัวใจสำคัญ” แม่อึ่งอ่างรีบตอบ

“ต่อให้ฉันเก่งแค่ไหน ฉันทำเองคนเดียวไม่ได้หรอกนะ” แคทเสริม

ไม่ใช่แค่สอนให้เป็นงานและการใช้ชีวิต แต่แคทยังปั้นให้พวกเขามีตัวตน 

“ลูกค้าเรียกหา ไว้วางใจเด็กทุกคนของเรา สามารถคุยงานและจบงานเอง ไม่ใช่ทุกอย่างต้องรอแคทๆๆๆ คนเดียว วิธีการคือให้ความสำคัญกับคนของเรา ทำให้ลูกค้าเห็นว่าทุกคนเป็นมือขวา ทำแทนแคทได้จริง ไม่ใช่ลูกน้องแคท แต่เป็นลูกสาวของแคท” 

แคทบอกว่า ในวันนี้อาจจะรับงานน้อยลงตามสภาพเศรษฐกิจ และเปลี่ยนไปขายยำแซ่บๆ ในชื่อยำหลีแหก ที่ตลาดนัดชุมชนบ้างในบางที 

แคทฝากเรามาบอกว่า เธอยังเป็นแคทคนเดิม ราคาเท่าเดิม แต่วิธีทำงานเปลี่ยน ให้ความสำคัญกับชิ้นงานแต่ละชิ้นมากขึ้น ออกแบบและตัดเย็บชุดอย่างประณีต เพื่อดูแลความรู้สึกของลูกค้าที่จ้างงานเธอทุกคน

ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะโอ๊บโอ๊บ จากช่างที่เรียนตัดผ้า 3 วันสู่ผู้ชนะรางวัลชุดนางงาม

น้องนอนในห้องลองเสื้อ : ห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ

มาแวะห้องเสื้ออึ่งอ่างปาจิงโก๊ะ โอ๊บ โอ๊บ กันถึงอยุธยา อยากลองชุดใจจะขาด แต่โบราณท่านถือ ไม่อยากให้แผนแต่งงานในวัย 30 ล้มพับเลยทำได้เพียงลูบๆ จับๆ ลูกไม้แน่นๆ บนชุดกระโปรงบาน

เราขอให้แคทช่วยแนะนำวิธีเลือกชุด สำหรับคนที่มีใครในใจแล้วแต่ยังไม่มีแบบในใจ

ซึ่งหากสนิทกัน คุณจะรู้ว่าจริงๆ แล้วดิฉันมีแบบชุดแต่งงาน ชุดไหว้ฟ้าดิน ชุดยกน้ำชา ชุดรับไหว้ ชุดบ่ายส่งตัว ชุดปูเตียง ชุดงานเย็น ชุดขึ้นเวที ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ (1) ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ (2) พร้อมอยู่แล้ว

“ถอยหลังไปนิด เท้าเอวซิลูก” ฉันทำตามคำแคทบอก แล้วให้เวลาเธอพิจารณา

“เธอต้องใส่หางปลา เธอใส่สุ่มไม่ได้ เธอเตี้ย” กองเชียร์หัวเราะลั่น 

“ขอโทษที่ใช้คำว่าเตี้ย ฟีลนี้แหละ เป็นตัวของตัวเองไง แต่ถ้าเจ้าสาวที่เรียบร้อยๆ หน่อย เราก็จะพูดกับเขาเบาๆ เธอต้องใส่หางปลาน้าาา” แคททำเสียงสองทันที ก่อนยืนยันว่าไม่ได้แกล้ง แต่มันเป็นศิลปะการขาย หนึ่งในหลักการบริการ ‘เทกแคร์ดูแลจนเขาลืมบ้านเลขที่’ ประจำร้าน ซึ่งบางคนก็ขอให้แคทพูดแรงๆ ใส่เลย สนุกดี 

เคล็ดลับความเฮฮาปาจิงโกะของร้านนี้ คือแคทและแม่อึ่งชอบพูดอวยกันเอง ใครจะนำไปใช้บ้างก็ได้ไม่ผิดลิขสิทธิ์นะ

“แคทเก่งมาก คิดได้ยังไง วางแพตเทิร์นตรงนี้สวยมาก”

“แม่ก็เก่งมากกกกก ตัดได้เลิศมาก” แคททิ้งท้าย ก่อนเดินไปหยิบชุดแต่งงานแบบไทยสีสวยที่ลูกค้าจากเยอรมนีสั่งตัดไว้

Writer

น้องนอนในห้องลองเสื้อ

ชื่อในวงการห้องลองเสื้อของ นภษร ศรีวิลาศ บรรณาธิการบทความธุรกิจ ที่สนใจเรื่องธุรกิจที่ดี ตาเป็นประกายได้ง่ายๆ หากได้ยินเรื่องกิจการครอบครัวสัญชาติไทยอายุเฉียดร้อย ปัจจุบันใช้หน้าที่การงานตีสนิทแบรนด์แฟชั่นไทยและเทศ หวังเป็นนักลองเสื้อเต็มเวลา

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load