เวลาเราเดินทางไปต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเป็นกันมั้ยครับ ที่เราจะพยายามไปเยือนบ้านของคาแรกเตอร์ซึ่งมาจากดินแดนนั้นๆ

ถ้าไปเนเธอร์แลนด์เราก็อยากจะไปเยือนบ้านของ MIFFY ถ้าเราไปฟินแลนด์เราก็อยากจะไปหา Moomin

หรือถ้าเราไปญี่ปุ่นเราก็อยากไปเยือนบ้านของ Doraemon, Hello Kitty, One Piece (และอื่นๆ อีกมากมาย)

ในมุมกลับกันถ้าเราอยากจะไปหาบ้านของตัวการ์ตูนและเสื้อผ้าจากฝีมือคนไทยที่โด่งดังอยู่ในญี่ปุ่นอย่าง น้องมะม่วง และเสื้อผ้าอย่าง VL BY VEE ที่มาจากการสร้างสรรค์ของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ นั้น เราแทบอับจนปัญญาไม่รู้จะไปหาบ้านของน้องมะม่วงที่ไหน แม้แต่การจะหาซื้อตุ๊กตาน้องมะม่วงตัวเล็กๆสักตัวก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

แต่เราเพิ่งได้รับข่าวดีว่าโรงรับจำนำเก่าแก่บนถนนหลานหลวงกำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับน้องมะม่วงและเสื้อผ้าของ VL BY VEE ในตอนนี้แล้ว เราจึงอยากจะขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักบ้านของทั้งสองคนแห่งนี้ให้ดีมากขึ้นกัน

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

ร้านเลขที่ 1 บนถนนหลานหลวง

ตึกแถวบนต้นถนนหลานหลวงบริเวณที่ตัดกับถนนราชดำเนินนั้นเคยซบเซาอยู่นาน จนเริ่มมีร้านค้าอย่าง EDEN‘S และโรงแรมอย่าง Bangkok Publishing Residence เปิดใหม่อีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ย่านนี้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้โรงรับจำนำเก่าเจ้าของบ้านเลขที่ 1 ถนนหลานหลวงนั้นก็ว่างลง ก่อนที่เด่นซึ่งอยู่แถวนั้นจะบอกข่าวแก่ตั้มและวี จนออกมาเป็นร้าน ‘MAMUANG SHOP’ และ VL BY VEE Thailand ซึ่งตัวร้านนี้ถูกออกแบบและตกแต่งโดยฝีมือของวีเองอีกด้วย

ผนังสีขาวสะอาด พร้อมด้วยแสงไฟสีนวลตา ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ย้อนยุคตามมุมต่างๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยภาพตัวการ์ตูนเด็กหญิงหัวโตผมหน้าม้าที่มาในรูปแบบติดอยู่ตามผนังต่างๆ และเป็นสินค้ากระจุ๊กกระจิ๊กอีกมากมาย และเสื้อผ้าน่ารักมากมายที่แขวนอยู่บนราวแขวน ซึ่งพอองค์ประกอบทุกอย่างที่ว่ามาอยู่รวมกัน ทำให้บรรยากาศคล้ายกับเป็นบ้าน และที่นี่คือบ้านหลังแรกของมะม่วง และเป็นบ้านหลังใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง VL BY VEE ด้วย

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

“ตอนที่ลิโดปิดเราต้องหาร้านใหม่ ทีแรกก็หาที่ว่างตามห้างในเมืองอย่างสยาม สุขุมวิท แล้วบ้านเราอยู่ค่อนข้างไกลจากเมือง เราก็กลัวว่าจะไม่สามารถเดินทางไปดูแลร้านได้ทุกวัน ทีนี้มีเพื่อนคือคุณเด่น (ที่เปิดร้าน EDEN’S) มาบอกว่าตึกแถวข้างๆ เขามีห้องว่าง เราก็สนใจเพราะชอบแถวนั้นอยู่แล้ว” วีเล่าให้เราฟัง ก่อนจะอธิบายต่อหลังจากเห็นหน้าตาประหลาดใจว่าร้านเสื้อผ้ามันไม่น่าจะมาตั้งอยู่แถวนี้ได้

“ทำร้านเสื้อผ้าบนถนนสายนั้นก็คิดว่ามันยากแหละ แต่ว่ามันใกล้บ้านมาก (หัวเราะ) คือลูกค้าของร้านเราเป็นคนญี่ปุ่นซะเป็นส่วนมาก ถ้าบอกให้เขานั่งเรือจากสยามมาลงที่ผ่านฟ้าแล้วเดินมาที่ร้านเราเขาน่าจะสนุก เพราะมาง่าย รถไม่ติด มีอะไรให้ดู แล้วก็เดินเที่ยวแถวนี้ต่อได้อีก

“ลูกค้าญี่ปุ่นหลายคนพยายามมาหาเรามากที่ร้านเก่าตรงลิโด ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ นะ บางคนหาทางขึ้นไม่เจอด้วย แต่อันนี้แค่ลงจากเรือหันมาก็เห็นแล้วนะ แล้วจริงๆ ในซอยแถวนั้นมีซอยเล็กซอยน้อยที่มีอะไรจุ๊กจิ๊กน่ารักอยู่เต็มไปหมด คาเฟ่ที่อร่อยก็มี แล้วพอเป็นสถานที่ที่ไม่ได้อยู่ในห้างมันก็กดดันน้อยกว่า เราเลยคิดว่าน่าจะไหว ก็เลยลองทำดู”

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

บ้านของเรา

หลังจากเดินเล่นรอบร้านได้พักใหญ่ เราเห็นว่าตัวร้านมีทางเข้า 2 ทาง บรรยากาศสบายๆ ข้างใน เฟอร์นิเจอร์เก่าที่ดูไม่คุ้นตา ก็ชวนให้เราถามตั้มและวีว่ามีไอเดียหรือคอนเซปต์อะไรในการแต่งร้านเป็นพิเศษรึเปล่า

“เราอยากให้คนมาแล้วมีความสุข อยากให้มาแล้วได้เจอความเป็นออริจินัลของเราสองคน โดยเฉพาะพวกที่มาจากต่างประเทศ เหมือนเราไปฟินแลนด์ก็อยากไปเจอ Moomin ได้เจอตัวจริงอะไรแบบนั้น ไปอเมริกาก็อยากไปเจอดิสนีย์ตัวเป็นๆ อะไรแบบนั้น แล้วตอนที่ตกแต่งร้านเราไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจอะไรเท่าไหร่เลย สิ่งที่คิดคือแค่เป็นที่ที่อยากให้คนที่เข้ามามีความสุขจริงๆ สะอาด สบาย ห้องน้ำนี่ตั้งใจทำมาก (เน้นเสียง)” ตั้มเริ่มอธิบายถึงที่มาของไอเดียการตกแต่งร้าน

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

“ก่อนหน้านี้ที่วีทำร้านอยู่ที่ลิโด ตอนนั้นเป็นการแชร์พื้นที่กับร้านของเพื่อน ตอนแรกก็เริ่มจากขอแบ่งเช่ามามุมหนึ่ง ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าเริ่มใช้พื้นที่เยอะกว่าร้านของเพื่อนที่ไปเช่าด้วยซ้ำ เราเริ่มเกรงใจเขาก็เลยคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่ควรจะมีจุดนัดพบ ถ้ามีคนมาจากญี่ปุ่นถึงไทย มาถึงประเทศของมะม่วงกับ VL แล้ว แต่ดันไม่รู้จะไปหาทั้งสองอย่างนี้ได้ที่ไหน ทั้งที่เสื้อผ้าของวีนี่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงเหมือนกัน มีทั้งดาราใส่เล่นในละคร และลงปกแมกกาซีนด้วย

“แล้วที่ผ่านมาของของมะม่วงกับเสื้อผ้า VL มันวางปนๆ กันมาตลอด ทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสองอันมันปนกันไปหมด ก็เลยอยากจะแบ่งกันให้ชัดเจนไปเลย อย่างวีนี่ทำเสื้อผ้ามาจะ 10 ปีแล้ว มะม่วงก็ 15 ปีแล้ว กลุ่มแฟนของวีเขาก็เริ่มชัดและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเลือกจะแบ่งกันโดยใช้คนละประตูไปเลย การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็เป็นของที่เราสองคนชอบปนๆ กันอยู่ ทีนี้พอทำไปทำมาร้านมันก็เลยออกมาเหมือนกับบ้านของเราเลย ทั้งที่ทีแรกตั้งใจว่าจะให้ออกมาไม่เหมือนกันเลยนะ”

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

ตั้มและวียังเล่าให้เราฟังอีกด้วยว่า เมื่อก่อนสมัยที่แชร์ร้านกับเพื่อน ถ้ามีจัดแสดงงานหรืออยากแต่งร้านใหม่ก็จะรู้สึกเกรงใจเพื่อนอยู่เสมอ แต่พอมีร้านและที่ทางเป็นของตัวเองแล้วก็ทำให้เกิดไอเดียขึ้นมาเต็มไปหมด อย่างชั้นล่างสุดทั้งสองคนก็วางให้เป็นร้านของมะม่วงและร้านเสื้อผ้า VL BY VEE

อาจจะปรับชั้นสองซึ่งเป็นตู้เซฟเก่าที่เอาไว้เก็บของมีค่าของโรงรับจำนำเป็นพื้นที่ขายขนมที่ทำให้คนมากินนั้นมีความสุข อย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้คือไอติมน้องมะม่วง (ที่เราเห็นแล้วถึงกับกรีดร้องแม้จะยังไม่ได้ชิมเลยก็ตาม) ส่วนชั้นสามก็จะทำเป็นแกลเลอรี่ เอาไว้ใช้จัดงานนิทรรศการ เล่นดนตรี จัดฉายหนัง ทำเวิร์กช็อป วาดภาพพอร์เทรต ทั้งทำเองหรือจะชวนเพื่อนมาร่วมกันทำ

Mamuang Shop Official Mamuang Shop Official

นอกจากนี้แล้ว ทั้งตั้มและวีก็ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า จะมีสินค้าพิเศษที่ไม่มีวางขายที่อื่นมาขายที่นี่อีกด้วย อย่างเสื้อผ้า VL BY VEE ที่จะมีคอลเลกชันพิเศษที่มีขายที่ร้านนี้อย่างเดียวเท่านั้น หรือสินค้าของมะม่วงที่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นที่อื่นก็มีอยู่ที่นี่ ทั้งกระเป๋าต่างๆ ไปจนถึงกาชาปอง รวมไปจนถึงเราอาจจะได้เห็นการเพนต์น้องมะม่วงขนาดใหญ่ภายในร้านโดยฝีมือของตั้มเองอีกด้วย

ฟังแล้วก็น่าตื่นเต้นและรอคอยจะเห็นกิจกรรมน่าสนใจต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นที่นี่ และหลังจากนี้ไปเวลาคนต่างชาติมาไทยก็สามารถมาหาน้องมะม่วงได้อย่างเป็นทางการแล้ว

Mamuang Shop Official

Mamuang Shop Official

ร้าน MAMUANG SHOP และ VL BY VEE เปิดวันวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. ซึ่งคนที่ไปอาจจะได้ลองชิมไอติมใหม่น้องมะม่วงที่แค่เห็นก็ร้องว้าวแล้วล่ะ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ mamuangshopofficial

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load