The Cloud X ททท.

โปรดเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าและรูดซิปปิดให้สนิท เพราะสถานที่ที่เรากำลังจะพาคุณไป ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกวนใจ ขอชวนใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของจังหวัดน่านกับ อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช นัดหมายกับเราที่ปั๊มน้ำมันบนถนนสีเทาสายยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงมาพร้อมรถกระบะสีดำคู่กาย ก่อนรถเธอจะออกตัว เรายกมือขอนั่งหลังกระบะรับลม เธอใจดีอนุญาต

รถเคลื่อนตัวออกจากถนนไปไม่ไกล แต่ราวกับอยู่กันละโลก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวหลากพันธุ์ เราเห็นสวนส้ม ความจริงต้องเรียกว่า ‘ไร่’ เพราะเยอะมากจนเรายกสิบนิ้วมานับคงไม่หมด ล้อสีดำทักทายเจ้าโคลนสีแดงได้ไม่นานก็จอดสนิทหน้าบ้านที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง บรรยากาศเบื้องหลังเป็นภูเขาลูกโต มองเพียงแวบก็รู้ว่าอุดมสมบูรณ์สุดขีด

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

หนิง และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์ สองเจ้าบ้านพาเราเดินบนบันไดไม้ไผ่ทำเองลงไปยังห้องพักใกล้ชิดธรรมชาติ ก่อนจะปล่อยให้เราเดินสำรวจรอบบ้าน นั่งเล่นกับบอสตันและบรูตัส สุนัขต่างสายพันธุ์ที่มักโปรยเสน่ห์ให้แขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำ 

ก่อนจะพาคุณเดินสำรวจด้วยกัน ขอเล่าก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นของหญิงสาวเมืองกรุงที่ทำลายกำแพงอายุ ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนอายุ 40 ปีในจังหวัดน่าน ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเมืองน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา อย่างสบู่เหลว แชมพู ครีมนวด สครับขัดผิวกาย รวมกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘อยู่อย่างน่าน’ และทำบ้านพักหลังน้อยสุดอบอุ่น 2 หลัง พ่วงสตูดิโองานศิลปะของคนรัก ท่ามกลางป่าผืนใหญ่ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กของภาคเหนือ

หนิงไม่ใช่คนน่าน แต่เหตุผลใดทำให้เธอตัดสินใจมาลงหลักปักฐานในจังหวัดเล็กๆ หลังทำความรู้จักเมืองนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ล้อมวงรอบเตาหมูกระทะแล้วฟังเธอเล่าพร้อมกัน (เราเลือกหมูกระทะเป็นอาหารมื้อเย็น)

ผู้มาเยือน

5 ปีก่อน หนิงแวะมาเที่ยวจังหวัดน่าน บังเอิญเจอเจ้าของร้านกาแฟวัยใกล้เคียงกัน คุยกันถูกคอจนรู้ว่าเจ้าของก็เป็นคนต่างถิ่นที่ลาออกจากงานมาเปิดร้านกาแฟอยู่จังหวัดน่านตอนอายุ 40 ตอนนั้นเธออายุเข้าเลข 4 พอดี

บทสนทนาครานั้นราวกับเป็นชนวนชั้นดีให้เธอฉุกคิดบางอย่างและตั้งคำถามกับตัวเอง 

“ทำไมเราไม่ทำแบบนั้นบ้างวะ” 

เพล้ง! กำแพงอายุทลายตัวลง เหมือนดังประโยค ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข’ 

หลังจากกลับบ้านได้เพียง 1 เดือน เธอตัดสินใจเดินทางมาปักหลักอยู่จังหวัดน่านทันที

“เราอยู่น่านหนึ่งวัน เราทำอะไรได้เยอะเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ เรามีความสุขกว่ามาก

“คนน่านก็น่ารัก ตั้งแต่เราเริ่มมาอยู่ไม่เคยมีใครมองว่าเราเป็นคนจากที่อื่น เขามีไมตรีและเมตตาสูงมาก” 

นั่นคงเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจได้อย่างฉับพลันทันด่วน แต่การมาของหนิง เธอวางแผนอย่างดิบดี ไม่ได้มาตัวเปล่าแน่นอน เพราะเธอพกวิชาแปลงโฉมสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวติดตัวมาด้วย 

ผู้มาอยู่

หนิงเช่าบ้านไม้ 2 ห้องราคาหลักพัน มีบานเฟี้ยมอย่างที่เธอชอบ เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านขายผลิตภัณฑ์สปาจากสมุนไพร ภายใต้แบรนด์อยู่อย่างน่าน ถ้าถามว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เธอบอกว่ามันลอยมาเอง ตอนคิดจะมาอยู่จังหวัดน่าน 

อยู่ได้ 2 ปี เธอเริ่มเรียนรู้ผ่านการสังเกตว่าน่านก็ปลูกกาแฟ มีหลายดอยด้วย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก เธอเลยปิ๊งความคิดจากการนั่งดูรายการทีวีจากแดนอาทิตย์อุทัย ว่าด้วยเทศกาลทุ่งลาเวนเดอร์ ภายในงานมีผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์จำหน่าย ย้ำ! ผลิตจากลาเวนเดอร์เท่านั้น 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงเปิดการ์ดกาแฟน่านมาสู้ ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์สปามากมาย เช่น สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม สครับขัดผิวหน้าและผิวตัว ฯลฯ 

“เราไม่อยากให้คนรู้สึกว่ากาแฟเป็นได้แค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เป็นผลิตภัณฑ์สปาได้ด้วยนะ

“เราพยายามขายความเป็นตัวตน ขายความเป็นจังหวัดน่าน มากกว่าเน้นสรรพคุณความดีเลิศ อยากให้คนรู้ว่าเราเอากาแฟจากชาวบ้านมาช่วยเขาแปรรูป ถ้าการดื่มกาแฟหนึ่งแก้วเท่ากับปลูกป่า ผลิตภัณฑ์ของเราก็ไม่ต่างกัน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ สมาชิกกลุ่มจะคัดเมล็ดกาแฟสวยเต็มเมล็ดส่งไปยังอีกกลุ่มเพื่อคั่วอ่อน คั่วกลางและคั่วเข้ม ส่วนเมล็ดกาแฟไม่สวย แต่ยังใช้งานได้ดีจะถูกคัดทิ้งเป็นขยะ หนิงเลือกเก็บเมล็ดส่วนนั้นมาใช้ เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สารพัดกาแฟ แถมสร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านสันเจริญด้วย

ปัจจุบันเธอฝากขายในร้านค้าจังหวัดน่านและร้านตำรับไทยอีก 67 สาขาทั่วประเทศ

ผู้มาอยู่เจอผู้มาเยือน 

“ปีแรกเรามาอยู่เพื่อเรียนรู้ ปีที่สองเรามาอยู่ จบปีที่สามเราถึงเรียนรู้ได้ว่าควรจะไปหรือควรจะอยู่ต่อ” เธอหัวเราะเสียงดังก่อนจะเสริมต่อว่า “ปีที่สองเรากลับกรุงเทพฯ ไปขายคอนโดฯ เพื่อที่จะอยู่น่านต่อในปีต่อไปอย่างไม่เครียด” 

หลังจากได้เงินก้อน เธอตัดสินใจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่กลางป่าร่วมกับเพื่อนพ้องพี่น้องชาวน่าน

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

พูดแบบกันเองว่าเธอซื้อทิ้งเอาไว้ จะเก็บไว้สร้างเป็นอะไรเธอยังไม่ฟันธง อย่างน้อยก็มีที่นอนเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งหนิงพบรักกับหนึ่ง ครูสอนศิลปะจากสังขละบุรี ไม่เพียงเกิดเป็นความรัก แต่เกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ โฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติพ่วงสตูดิโอศิลปะสุดสงบ มีเพียงเสียงลมไหวและใบไม้ปลิวกระทบกัน ช่างสุนทรีย์เกินบรรยาย

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“มันเป็นความฝันว่าเราอยากมีโฮมสเตย์ แต่จะทำยังไงให้เป็นตัวเรามากที่สุดโดยไม่ต้องบริการมากจนเกินตัว เลยเกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ เราทำสตูดิโอเป็นพื้นที่ทำงานของเรากับพี่หนึ่ง อีกส่วนเราเปิดบริการห้องพักเล็กๆ กางเต็นท์บ้างบางช่วง เราพยายามไม่ทำเยอะเกินฐานความพอดีของตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราเหนื่อยเกินไป ความสุขจะหายไปทันที” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

เขาและเธอจึงเลือกทำโฮมสเตย์ด้วยแนวคิดกิน-อยู่-รู้-นอน ชวนแขกมากินในแบบที่เขาและเธอมี มาอยู่ในแบบที่เขาและเธอเป็น มารู้ในสิ่งที่เขาและเธอรัก และมานอนอย่างที่เคยๆ ปราศจากแอร์คอนดิชันเนอร์ มีเพียงลมหนาวจากภูเขา

บันเทิง เริงจิต เริงใจ 

จากพื้นที่กลางป่า ถูกถางหญ้า ปรับหน้าดิน เดินสายไฟฟ้าจนกลายเป็นพื้นที่พร้อมสร้าง 

หนิงเลือกสร้างสตูดิโอก่อน ตามด้วยห้องครัว ห้องเก็บของ ก่อนจะปิดท้ายด้วยบ้านพัก 2 หลัง ตามความฝัน

อ้อ ก่อนจะพาเดินสำรวจห้องบันเทิง บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจ เจ้าบ้านหนุ่มเล่าที่มาที่ไปของชื่อให้เราฟังว่า

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“เริงใจ แปลว่า ความรื่นเริงในความสงบ เราชอบเรื่องของข้างใน เรื่องของจิตใจอยู่แล้ว วัยนี้แล้วด้วยเลยต้องการความเงียบและสงบเป็นพิเศษ” หนิงเสริมต่อแทบจะทันที “เริงใจฟังดูแรด แต่มีความครบรส กับข้าวฉันก็ทำได้ อันนั้นฉันก็พอทำเป็น ทำเป็นทุกอย่าง แต่อาจจะไม่ได้แตกฉานสักเรื่อง เอาตัวรอดได้ด้วยนะ มันเลยเป็นความหมายของชื่อเริงใจ”

เริงใจโฮมสเตย์รับผู้มาเยือนได้มากสุด 16 คน บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจนอนพักได้ห้องละ 3 คน ห้องบันเทิงพักได้ 2 คน อีกส่วนนั้นขอเชิญสายชิลล์นอนกลางเต็นท์ตีพุงให้สบายใจ มีห้องอาบน้ำบริการครบครัน แถมทุกห้องรวมอาหารเช้าและอาหารเย็นไว้เสร็จสรรพ

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

ขอแนะนำหมูกระทะเป็นมื้อเย็น เพราะเข้ากับบรรยากาศลมพัดเย็นสบายเป็นที่สุด

ภายในห้องนอนทั้งสามห้อง ตกแต่งด้วยชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินสดใสจากฝีมือการมัดและย้อมของหนิง 

ความน่ารักอีกอย่างของเจ้าบ้าน คือทุกห้องจะมีผลิตภัณฑ์กาแฟแบรนด์อยู่อย่างน่านให้ทดลองใช้ ขัดผิวด้วยสครับบ์น้ำตาลกาแฟผสมขมิ้น ตามด้วยสบู่เหลวกาแฟเนื้อละมุน แถมสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดกาแฟปิดท้าย แล้วคุณจะหลงรักคาเฟอีน ถ้าใครติดใจกาแฟน่าน บริเวณสตูดิโอมีวางจำหน่าย ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เลือกติดมือกลับบ้านได้เลย

กาแฟ ผ้าคราม ฟันดาบ

  ก่อนแขกผู้มาเยือนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หนิงจัดกิจกรรมย้อมผ้าครามคนละ 1 ผืนให้เป็นที่ระลึก หรือใครสนใจเวิร์กช็อปแปรรูปกาแฟน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา หนิงยินดีเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบส่วนตัว ขอเพียงบอก เธอจัดให้

“ถ้าช่วงไหนลงไปกรุงเทพฯ เราจะไปหากิจกรรมทำ เคยไปลองมัดย้อมชิโบริมา มันสนุกมาก เราเชื่อว่าตอนแกะมัดผ้าออกมาทุกคนต้องยิ้มเหมือนเราแน่นอน พอกลับมาน่านเราเลยเพิ่มกิจกรรมนี้ให้แขกผู้มาพักทุกคน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“ถ้ามีลูกมีหลานมาฝึกดาบเบื้องต้นได้ด้วยนะ เราสอนฟันดาบและวาดภาพได้ อีกหน่อยจะทำลานฝึกซ้อมด้านล่างข้างบ่อน้ำ” อาจารย์สอนศิลปะเสริมต่อ

แค่ฟังดูก็น่าสนุก กิจกรรมเยอะแยะชวนลงมือทำ แถมพื้นที่สีเขียวมากมายเหมาะเป็นปอดของเมืองน่าน หนิงมองว่าที่นี่ยังขาดพื้นที่ธรรมชาติในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว 

“ถ้าวันหนึ่งเราพร้อม เราจะมีพื้นที่สำหรับเด็ก มีกระบะทราย มีพื้นที่นั่งระบายสี ให้เขาเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงให้สัญญา เพราะภาพที่เธอเห็นคุณแม่คุณลูกช่วยกันมัดย้อมสีธรรมชาติช่างน่ารักและมีความสุขเหลือเกิน

น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่ทำให้เธอตั้งคำถามและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และเราเชื่อว่าเธอกำลังทำบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงและตอบแทนเมืองเล็กๆ เมืองนี้

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

เปิดจองที่พักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เข้าพักท่ามกลางธรรมชาติได้อีกครั้งเดือนตุลาคม

ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000 

Facebook : อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

ติดต่อ : 08 9664 3402

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load