The Cloud x ททท.

เสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น ผ้าผืนยาวอเนกประสงค์ จากฝ้ายเนื้อนุ่ม มัดย้อมสีธรรมชาติเรียงตามความอบอุ่นของเฉดสี ดึงดูดสายตาราวกับดอกไม้สีสวยแข่งกันชูช่อรับแสงแดดยามเช้า ชวนให้เราอยากเขยิบกายเข้าใกล้ราวไม้ขนาดยาวไปสัมผัสความงามจากธรรมชาติที่ส่งผ่านสองมือของคนทำถึงสองมือของคนรับ เพียงสายตามองก็อบอุ่นไปถึงหัวใจ 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เดินวนไปวนมา อดไม่ได้ เราหยิบเสื้อสีเหลืองจากใบหูกวางมาทาบตัว หยิบผ้าผืนยาวสีน้ำตาลจากเปลือกประดู่มาพันรอบกาย เล่นสนุกกับสีธรรมชาติได้ไม่นาน โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล สาวเจ้าของแบรนด์ ‘รวยบุญ’ แบรนด์เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากพืชนานาพันธุ์ของจังหวัดน่าน เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมชวนเราล้อมวงฟังบทสนทนาของเด็กอยากกลับบ้านเพื่อหาอะไรทำเอาสนุกพร้อมกับช่วยเหลือชุมชนและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน

โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล และ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา

เป็นเวลากว่า 4 ปี คนตัวเล็กกำลังมีหมุดหมายใหญ่ขึ้น เมื่อความสนุกเปลี่ยนเป็นการทำอย่างไรให้สมาชิกในเครือข่ายประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบแทนสิ่งแวดล้อมและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน

รวยบุญ

“เรายืมคำว่า รวย กับคำว่า บุญ มาจากชื่อคุณพ่อและคุณแม่ ‘รวยบุญ’ เป็นความหมายหลักที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกันกับชุมชน ภายใต้การสร้างบุญและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน” โบอธิบายชื่อแบรนด์สุดเรียบง่ายและตรงไปตรงมา

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เธอชวนเราย้อนไปนานถึง 15 ปี สาววิทยาศาสตร์ไบโอเคยทำงานร่วมกับชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน ชุมชนบ้านโป่งคำ และชุมชนบ้านห้วยไฮ หลังจากเรียนจบเธอคิดว่าน่าจะทำอะไรกับชุมชนได้มากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับคนในจังหวัดน่าน เธอนั่งทบทวนว่ามีชุมชนไหนบ้างที่ยังเข้าถึงและผูกพัน จนลงเอยเป็น 3 ชุมชน 3 ตำบล

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

กองทัพหญิงแกร่งแห่งรวยบุญช่วยกันผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นนิยมจนถึงเสื้อผ้าสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง สไตล์เรียบง่าย เน้นใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สาววัยทำงานจะใส่ไปออฟฟิศย่านอโศก-สุขุมวิทก็ไม่ขัดเขินทั้งที่เป็นผ้าฝ้ายทอมือ แต่กลับร่วมสมัยและเปี่ยมด้วยเรื่องราวจากความตั้งใจของกลุ่มแม่ป้าหัวใจสุดคราฟต์

3 ตำบล 3 ผลิตภัณฑ์

การทำงานร่วมกับ 3 ชุมชน พ่วงมาด้วยความถนัดแตกต่างกัน บ้านน้ำเกี๋ยนถนัดการมัดย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ ผ้าพันคอผืนยาวขนาดหนึ่งคนกำลังอบอุ่น และสารพัดเสื้อผ้าเรียบง่ายสำหรับสาวเล็ก สาวน้อย และสาวใหญ่ ส่วนเสื้อผ้าแฟชั่นนานาต้องยกความดีความชอบให้ชุมชนบ้านโป่งคำที่ถนัดการทอผ้าฝ้าย เน้นลายผ้าพื้น ลายตารางแบบง่ายๆ ทำให้ดีไซเนอร์ตัดเป็นชุดมินิมอลตามสมัยนิยมได้ถนัด ส่วนชุมชนบ้านห้วยไฮ ถนัดการจักสานไม้ไผ่ ด้วยความละเอียดและประณีตของช่างฝีมือ เธอจึงเลือกกล่องจักสานสั่งทำพิเศษมาเป็นแพ็กเกจของแบรนด์สำหรับสินค้าราคาพรีเมียม ลูกค้าเอากล่องไปใช้ต่อได้นานถึง 1 ปี ย่อยสลายเองได้ด้วย รับประกันด้วยฝีมือว่ามอดไม่ไต่ไรไม่ตอม! 

รวยบุญแบ่งงานกับ 3 ชุมชนแบบ 50:50 รวยบุญคิดครึ่งหนึ่ง ชุมชนคิดครึ่งหนึ่ง เธอให้เกียรติและให้อิสระแม่ช่างทอ แม่ช่างย้อม และแม่ช่างสาน สร้างสรรค์งานชิ้นโบว์แดงตามใจชอบ ไม่ว่าจะสีผ้าทอมือหรือลวดลายในการมัดย้อม 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

ถ้าแม่บ้านไหนอยากเรียนเพิ่ม เสริมความอยากรู้ เธอยินดีจัดให้จากใจจริง อย่างปีที่แล้วแม่ช่างย้อมอยากเรียนรู้การก่อม่อฮ่อม เธออาสาชวนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนพ้องสายคราฟต์ผู้ถนัดด้านสีสันมาสอนถึงบ้านน้ำเกี๋ยน 

ส่วนปีนี้เธอชวนกลุ่มแม่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยกัน ภายใต้วัตถุดิบท้องถิ่นในหมู่บ้าน

ธรรมชาติหื้อสีสัน

สีน้ำตาลจากเปลือกประดู่ สีเหลืองจากใบหูกวาง เคลื่อนตัวจากน้ำสีสวยไปอยู่บนผ้าเช็ดหน้า จนทำให้ลูกค้าจากทั่วประเทศจดจำ ‘รวยบุญ’ จากคาแรกเตอร์สีเพียงสองสี ขอชื่นชมแม่ช่างย้อมจากกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน!

เดิมทีกลุ่มแม่บ้านบ้านน้ำเกี๋ยนประกอบอาชีพเกษตรกรและทำไร่ข้าวโพดเป็นหลัก เย็บปักถักร้อยบ้างเป็นงานอดิเรก ส่วนสีธรรมชาติเพิ่งทำความรู้จักกันจริงจังก็ตอนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์รวยบุญ

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

“เมื่อก่อนหมู่แม่ยะไร่ข้าวโพดกั๋น พอดีเจอพิษเศรษฐกิจ ขายของบ่ะได้ ก็เลยอยากจะมีอาชีพเสริม แล้วอาจารย์บานจิตร เปิ้นเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิ้นกลับมาแอ่วบ้าน หันว่าเฮาเป็นจะใด๋กั๋น เปิ้นก็เลยจวนว่าอยากมีอาชีพเสริมบ๋อ แม่บะฮู้จะยะอะหยัง เปิ้นเลยจวนทำสีธรรมชาติ ก็มายะสีธรรมชาติกั๋น จวนหมู่แม่บ้านที่เปิ้นสนใจ๋ จวนกันมาหัดย้อม พอดีเปิ้นแนะนำให้ป๊ะกับน้องโบ หมู่แม่เดิมทีก็เย็บผ้า พอจะมีความฮู้เจ้า น้องโบเปิ้นหันก็จ้วยเอาไปขายหื้อ 

ผ้ามัดย้อม

“ถ้าถามหมู่แม่ว่าขายเป็นมั้ย ทำได้ แต่ขายบ่เป็น ดีตี้มีรวยบุญเข้ามาจ้วยในการตลาด การตั้งราคาเฮาบ่เกยคิดว่าค่าแรงเฮาออกไปเต้าใด แต่ก่อนแค่กึ๊ดว่าจะขายแค่ 5 บาท 10 บาท แต่เฮามีค่าแรงนะเจ้า บ่เกยได้กึ๊ดจุดนั้น เพียงแต่อยากจะขาย ขายได้ก็ปอใจแล้วแล้วเจ้า” แม่นาย ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน เล่าความเดิมให้เราฟัง

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

นอกจาก 2 สีประจำแบรนด์ที่กลุ่มแม่ย้อมจนเรียกว่าชำนาญ ยังขยายพาเล็ตต์สีไปถึงชมพูครั่ง เหลืองจากใบมะม่วงหิมพานต์ น้ำตาลอมเทาจากเปลือกประดู่หมักโคลน และสารพัดเฉดสีอ่อนไล่ไปยังเฉดสีเข้ม ด้วยการผสมสารกระตุ้นสี (Mordant) จากธรรมชาติอย่างน้ำปูนใส สารส้ม และขี้เปรอะ! (โคลน) ส่วนข้อดีของการมีเจ้าของแบรนด์ที่เรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์ไบโอ ยังทำให้โบค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจากงานวิจัยของเธอเอง สนุกมาก!

โบบอกว่า ใบหูกวาง 1 กิ่ง จะมีทั้งใบอ่อนและใบแก่ ใบแรกของกิ่งจนถึงใบลำดับที่ 5 จะให้สีเหลืองเฉดหนึ่ง ถ้าเป็นใบลำดับที่ 6 ลงมาจนถึงใบสุดท้ายจะให้สีเหลืองอีกเฉดหนึ่ง ฉะนั้น ต้นหูกวางเพียงต้นเดียวให้สีเหลืองนับเฉดไม่ถ้วน

จะว่าไปความหลากหลายของสีสันก็เป็นเอกลักษณ์ของรวยบุญ ทำให้สินค้าพิเศษและมีหนึ่งเดียวในโลก 

เกือบลืมเสริมให้คุณฟัง แม่นายบอกว่าการย้อมสีจากพืชชนิดเดียวกัน ทว่าต่างฤดูกาล เฉดสีที่ได้ออกมาจะอ่อนและเข้มแตกต่างกัน แค่ย้อมประดู่ต้นฤดูฝน กลับมาย้อมประดู่อีกทีปลายฤดูฝน สีน้ำตาลก็กลายเป็นอีกเฉดทันที หรือพืชชนิดเดียวกัน ทว่าสารกระตุ้นสีต่างกัน เฉดสีที่ได้ออกมาก็ต่างกันไปด้วย เช่น น้ำต้มครั่งให้สีชมพู ทดลองกับสนิม ปูนขาว สารส้ม และโคลน สารกระตุ้นสีทั้งสี่จะเป็นตัวตัดสินเฉดเข้มอ่อนของสีชมพูจากครั่งเคยมีชีวิต ธรรมชาติสนุกอย่างนี้เอง!

ออกแบบจากสิ่งตี้เฮามี

รวยบุญออกแบบเสื้อผ้าอย่างเรียบง่าย ง่ายต่อการตัดเย็บ ง่ายต่อการสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เสื้อยืดบ้าง เสื้อคอกะเหรี่ยงก็มี หมวกใบเท่เหมาะกับวัยรุ่น กางเกงทรงสวยใส่ไปทำงานก็สุภาพ ใส่อยู่บ้านก็สบ๊ายสบาย

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

สำคัญมาก ทุกครั้งของการตัดเย็บแม่ช่างฝีมือต้องเหลือผ้าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่เป็นการสร้างขยะ แม้เหลือเศษผ้าเพียงนิด โบและกลุ่มแม่บ้านผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนผู้ถนัดงานประดิดประดอย จัดการแปลงโฉมเศษผ้าเป็นดอกแก้วจิ๋ว เพื่อทำเครื่องประดับบ้าง ยางรัดผมแสนน่ารักบ้าง ใส่กับเดรสสีชมพูจากเจ้าครั่ง เข้ากั๋นตี้สุดเจ้า!

  “เราออกแบบจากการเห็นวัสดุก่อน ต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่เขาออกแบบก่อนแล้วค่อยหาวัสดุ เพราะเรากำหนดแม่ช่างทอไม่ได้ เราให้สิทธิ์เขาในการออกแบบลวดลายและสีสัน บางทีสีก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สมมติฤดูกาลหน้าได้สีเหลืองเยอะหน่อย แม่อาจจะทอลายขาวสลับเหลืองมาให้ นั้นเป็นสิ่งที่รวยบุญต้องคิดต่อว่าจะออกแบบอย่างไร เราจำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีแล้วค่อยมองต่อไปยังช่างตัดเย็บ” มะตูม-วรรณวิสาข์ สายใจ มือขวาของรวยบุญขยายความ

ปีนี้พิเศษมาก รวยบุญร่วมงานกับ British Council แสดงความเป็นน่านด้วยการผสานลายโบราณประจำจังหวัดด้วยการทำงานกับกลุ่มทอผ้าบ้านศาลา อำเภอปัว ภายใต้รูปแบบผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติตามแบบฉบับรวยบุญ

อดใจรออีกนิด เรารับรองว่าสองสาวและกลุ่มแม่บ้านอีก 4 ชุมชนจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

คนทำป๊ะคนใส่ คนใส่ป๊ะคนทำ

ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจว่า ‘ทำไมผ้าย้อมสีธรรมชาติถึงราคาแพงกว่าผ้าย้อมสีทั่วไปตามท้องตลาด’ รวยบุญจึงสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าทุกครั้งเวลาออกงานต่างจังหวัด และขยับขยายเป็นการทำเวิร์กช็อปให้คนทดลองมัดย้อมผ้าสีธรรมชาติ เพื่อหวังว่าการลงมือทำจะทำให้คนเข้าใจและตอบคำถามนั้นด้วยตนเอง แถมยิ่งลงมือทำ ยิ่งเห็นคุณค่า

ยางรัดผม

ก่อนจะนั่งล้อมวงสนทนา โบพากลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนไปทำเวิร์กช็อปด้วยกัน 

“เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เราพากลุ่มแม่ไปเวิร์กช็อปเพื่อให้เขารู้จักลูกค้าตัวเอง เมื่อก่อนแม่มีความกังวลว่าของเขาจะขายได้มั้ย ลููกค้าเป็นกลุ่มไหน แต่พอเราพาไปเจอลูกค้า เขาก็รู้ว่าสินค้าของพวกเขาไปต่อได้ หน้าตาคนสวมใส่เป็นแบบไหน และการเวิร์กช้อปเป็นผลดีให้เราสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าทำไมสีธรรมชาติถึงแพงกว่าสีเคมี” เธอเล่าก่อนจะเสริมต่อว่า 

ย้อมสีธรรมชาติ

“เราไม่คิดว่ารวยบุญจะมาไกลถึง 4 ปี เราเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่เหมือนเด็กกลับบ้านทำเอาสนุก ได้ช่วยชุมชน ได้เอาสินค้าของคนน่านไปกระจายออก เราเดินทางมาด้วยกันแล้ว เราต้องไปต่อ จากความคาดหวังของคนตัวเล็ก ตอนนี้เป็นความสนุกใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น กลายเป็นกระบวนการที่เราต้องคิดแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่การขาย แต่ต้องเริ่มตั้งแต่หลังบ้าน เราจะทำหลังบ้านให้เข้มแข็งได้อย่างไร เพื่อให้ทุกคนยั่งยืนไปพร้อมกัน นั้นเป็นเป้าหมายหลักของรวยบุญ”

บ้านน้ำเกี๋ยนเปิดยินดีเปิดรับผู้คนให้มาเยี่ยมเยียน ช้อปปิ้ง หรือเข้ามาเวิร์กช็อปย้อมสีธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี ขอเพียงนัดล่วงหน้ามาเท่านั้น คนทำจะได้ป๊ะคนใส่ และคนใส่จะป๊ะคนทำอย่างสม่ำเสมอ

ตอบแทนธรรมชาติ

แม้การเข้ามาทำงานร่วมกับรวยบุญดูราบรื่น แต่สมาชิกภายในกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนกลับลดลงเหลือแต่คนที่สนใจจริงและพร้อมเดินหน้าต่อ แน่นอน! แม่นายยังสู้ เธอบอกเราด้วยแววตาเปี่ยมความหวังว่า

“ยิ่งคนน่อยยิ่งมีความเข้มแข็ง เฮาอยากจะสู้ อยากจะทำให้คนอื่นหันว่าเฮาทำได้ เฮาไปได้ ยังสู้อยู่ กี่คนก็สู้เจ้า เฮาอยากจะเปลี่ยนจากการทำไร่ข้าวโพด ปัญหาที่มันเกิดบ่ใจ้บ่ฮู้ ฮู้หมดแหละ แต่ยะหยังบ่ะได้ ถ้าบ่ะยะไร่ข้าวโพดลูกจะได้เฮียนบ่หนังสือ มันบ่ได้เฮียนละ มันต้องมีงานเสริมขึ้นมา เฮาอยากจะมีจุดนี้ อยากจะมีงานตี้มั่นคงขึ้นเจ้า”

รวยบุญเข้ามาพลิกชีวิตชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน

“เฮาฮู้ตัวแล้วว่าเฮาสร้างปัญหาหื้อกับสิ่งแวดล้อมมาเยอะมาก เฮาฮู้ทุกอย่าง แต่เฮาบ่ฮู้จะยะอะหยัง เฮาเลยอยากจะยะอะหยังตี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตี้จะคืนให้เปิ้น เอาของเปิ้นมาใช้นักแล้ว แม่ก็บ่ะได้มีอะหยัง อยากจะอุ้มคนในชุมชน เปิ้นฮ้องเตี้ยอุ้มค่อม เปิ้นก็บ่ะมี เฮาก็บ่ะมี ก็จ้วยกันไปจะอั้น อยากหื้อมันมีการเปลี่ยนแปลงกับหมู่จาวบ้าน กลุ่มของแม่เป็นแม่บ้านตี้บ่มีความฮู้ บ่ได้เป็นแนวหน้าของชุมชน เป็นกลุ่มแม่บ้านแต้ๆ อยากจะมีอะหยังสักอย่างตี้เฮาทำแล้วมันเกิดประโยชน์กับคน ถ้าเป็นไปได้อยากเลิกทำไร่ข้าวโพดเจ้า 

“แต่ตึงวันนี้มีการลด แม่ลดพื้นที่การปลูกข้าวโพด สวนของแม่เริ่มปลูกต้นไม้ที่หื้อสี แม่เอาต้นมะม่วงหิมพานต์ไปปลูก เปื้อตี้จะเอากลับมาใจ๊วันข้างหน้า ถ้าเกิดว่ากลุ่มของแม่ยังอยู่ แม่จะเอาผลผลิตหมู่นั้นมาใจ๊เจ้า ประดู่แม่ก็เก็บในสวนละเป็นพื้นที่ว่างแล้วปล่อยให้ประดู่ขึ้นนะเจ้า แม่พยายามที่จะหื้อหมู่เปิ้นขายให้ อี่แม่จะละให้มันเป๋นป่า แล้วแม่จะใจ๊ประโยชน์กับป่า แม่จะอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนหื้อดีตี้สุด จะใจ๊ชีวิตตี้เหลือกับชุมชน” เสียงเธอมุ่งมั่นและตั้งใจทำจริง

แม่นายกำลังตอบแทนธรรมชาติเท่าที่เธอและกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนจะทำได้

อย่างสุดความสามารถ ด้วยคำมั่นสัญญาที่มีต่อธรรมชาติและชุมชน 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

รวยบุญ

วางขาย ณ Curve Project 106 หมู่ 6 ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000

ติดต่อ : 09 2362 8998

Facebook : รวยบุญ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากพูดถึงจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่าชื่อ ‘สับปะรดนางแล’ ต้องเป็นผลไม้อร่อยที่หลายคนนึกถึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้เข้าใกล้คำว่า ‘สูญพันธุ์’ 

เราก็เพิ่งรู้จากคำบอกเล่าของลูกหลานชาวเชียงรายอย่าง กะปิ-ปีย์ญานันท์ รัตนจันทร์ เธอเป็นเจ้าของ ‘Himlya Cotton’ (ฮิมญยา คอตตอน) กิจการกระดาษและสีธรรมชาติ (ผลิตมือ) จากวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนบ้านเกิด

กะปิเป็นศิลปินที่ทำแบรนด์เครื่องเขียนเล็ก ๆ จากจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังกู้ชีพให้สับปะรดนางแลกลับมาเป็นภาพจำของจังหวัดอีกครั้ง โดยเธอใช้แทบทุกส่วนมาแปรรูปเป็นกระดาษเส้นใยธรรมชาติและสี สนุกดีที่เธอจำแนกสีจากสับปะรดได้มากถึง 12 เฉด ซึ่งกะปิตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การทำงานและความต้องการของเพื่อนศิลปินอย่างแท้จริง 

นี่เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราต่อสายไปหาเธอ ชวนพูดคุยถึงความสนใจในของดีบ้านเกิด กับการเล่นแร่แปรสารพัดวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก แม้เริ่มตั้งไข่ แต่ขออวยชัยให้นัก ๆ เจ้า

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

จุดเริ่มต้น

Himlya Cotton บ่มเพาะขึ้นในระหว่างการทำวิจัยปริญญาโท ขณะนั้นเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเยื่อสาที่ใช้ทำกระดาษ และนั่นเป็นแรงบันดาลใจชุดแรกที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เริ่มจากเราอยากรู้ว่ากระดาษทำยังไง เลยตัดสินใจไปเวิร์กช็อปที่หมู่บ้านสันต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ตอนนั้นไปเรียนทำกระดาษเพื่องานศิลปะโดยเฉพาะ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ผลิตภัณฑ์ของ Himlya Cotton ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษจากเชียงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคจากต่างประเทศที่กะปิออกเดินทางไปศึกษา ทั้งเทคนิคการทำกระดาษจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินเดีย สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสีน้ำธรรมชาติและกระดาษเส้นใยธรรมชาติจากวัตถุดิบของเชียงราย

“ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทำกระดาษอย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้มั้ย” เธอหัวเราะ “ความคิดแรกเราอยากทำสมุดเย็บมือ เป็นสมุดที่ออกแบบเส้นใยกระดาษของตัวเอง พอถึงกระบวนการย้อมสี เราใช้สีเคมี แต่ใช้ไปใช้มามันมีผลกระทบกับร่างกาย เราเป็นไมเกรน เลยหันมาเลือกทำสีธรรมชาติใช้เอง”

ที่สำคัญ ปณิธานอันแรงกล้าของกะปิ คือการทำให้คนรู้จักสับปะรดนางแลจากสินค้าของเธอ

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ปฏิบัติการกู้ชีพสับปะรดนางแล

แท้จริงแล้วสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิมที่เป็นของดีประจำจังหวัดเชียงราย คือ สับปะรดนางแล ซึ่งตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เปลือกบาง ยากต่อการขนส่ง และส่งออกต่างประเทศไม่ได้ พ่วงกับกระบวนการปลูกที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้ปุ๋ย ใช้กำลังคน เมื่อออกดอกก็ต้องใช้ใบมาคลุมกันฝน กันช้ำ

“ด้วยความที่ต้นทุนสูงสวนทางกับราคาขาย ชาวบ้านเลยไม่ค่อยขายสับปะรดพันธุ์นี้กัน หันไปขายพันธุ์ภูแลแทน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับมาปลูกนางแลกันแล้ว แต่ยังไม่เยอะ อีกอย่างพันธุ์นางแลออกผลผลิตแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทุกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หมดหน้าแล้วก็หมดเลย”

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

เมื่อเล็งเห็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ปฏิบัติการชุบชีวิตสับปะรดนางแลจากผลผลิตของชุมชนป่าซางวิวัฒน์ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ให้กลับมาเป็นพระเอกประจำจังหวัดอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งการส่งเสริมการบริโภคและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง Himlya Cotton ก็ช่วยแปรรูปเป็นเครื่องเขียน อาทิ กระดาษ สมุด สีจากธรรมชาติ เพื่อนำส่วนต่าง ๆ ของสับปะรดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ตอนที่เราอยากทำกระดาษก็พยายามหาวัตถุดิบ แต่เชียงรายไม่มีขาย ต้องสั่งจากเชียงใหม่ ใช้เวลาขนส่งนาน เลยคิดหาวัสดุทดแทนเยื่อสา บวกกับเราเห็นสับปะรดนางแลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่จะทำให้สับปะรดพันธุ์นี้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งและเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว

“เราเลยเข้าไปหา ป้ารัตน์ ในชุมชนป่าซางวิวัฒน์เพื่อเรียนทำกระดาษเส้นใยสับปะรด ซึ่งป้ารัตน์เป็นหลานของคนที่นำพันธุ์นางแลเข้ามาปลูกในเชียงราย เป็นทายาทที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับสับปะรด เขาพยายามชูพันธุ์นางแลอย่างเต็มศักยภาพ” 

ป้ารัตน์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของกะปิด้วยเช่นกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

กระดาษจากศิลปินเพื่อศิลปิน

กะปิบอกกับเราในฐานะศิลปินผู้คลุกคลีกับงานศิลปะอยู่บ่อย ๆ คุณสมบัติที่เธอมองหามากที่สุดในกระดาษ 1 แผ่น คือประสิทธิภาพในการซับน้ำ และความสดของสีหลังแต้มลงบนกระดาษ

นี่แหละสำคัญ คนในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

“ตอนซื้อกระดาษจากญี่ปุ่น กระดาษเขาทำมาจากเยื่อไผ่ ซับน้ำได้ดีมาก กระดาษบางประเภทลงสีไปแล้วสีซีด แต่กระดาษเขาใช้แล้วสีชัดขึ้น ซึ่งเราพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัตินี้”

ซึ่งกระดาษจากใยสับปะรดนางแลดีต่องานศิลปะเป็นพิเศษ เพราะตัวเส้นใยหนา เมื่อจรดปลายพู่กันลงกระดาษก็ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อกระดาษแห้งดี สีก็ติดทนทาน ผลงานออกมาสวยเช้ง

“ล่าสุดเราเอากระดาษของเราไปให้เพื่อนที่เป็นศิลปินใช้ เขาบอกว่ากระดาษของเราซับน้ำได้ดี กระดาษแบรนด์เราเหมาะกับการใช้ในงานศิลปะ โดยเฉพาะสีน้ำและสีอะคริลิก”

ส่วนเทคนิคการทำกระดาษ Himlya Cotton เป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่มีการปรับใช้จากวิธีและเทคนิคของแต่ละประเทศให้เข้ากับสารตั้งต้นท้องถิ่น ที่สำคัญ กะปิรู้อินไซต์ความต้องการของเพื่อนพ้องศิลปิน ทำให้กระดาษเส้นใยธรรมชาติของแบรนด์นี้ตอบโจทย์การทำงานศิลปะแบบสุด ๆ

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

สีจากศิลปินเพื่อศิลปิน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ทนต่อสีเคมี กะปิเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเครื่องเขียนทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสีน้ำ นี่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำสีจากธรรมชาติใช้เอง 

ตอนนี้โทนสีของ Himlya Cotton มีสีจากหิน ดิน ใบไม้ ดอกไม้ สมุนไพร และสับปะรดนางแล ตัวสับปะรดใช้ทุกส่วนมาทำเป็นสี อาทิ ใบ เปลือก น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวัตถุดิบ Made in Chiang Rai

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

“ตอนนี้มีสีจากสับปะรด จำแนกได้ทั้งหมด 12 เฉด จากใบ เปลือก กาก และน้ำ อย่างใบให้โทนสีเขียว เขียวเข้ม เขียวอ่อน ผลสับปะรดกับน้ำให้โทนสีเหลือง เวลาผสมกันให้สีส้ม สีไข่ สีเกือบขาว ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาลดำ นอกจากสีตามธรรมชาติ เราเอาชิ้นส่วนของสับปะรดมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้ม ตาก และอบ เพื่อให้ได้เฉดสีอีกหลายสี อย่างกาก หลังจากเอาน้ำออก ส่วนน้ำให้อีกโทนสีหนึ่ง ส่วนกากก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล เราก็เอากากมาทำต่อได้อีกหนึ่งสี”

Himlya Cotton มีขายทั้งสีน้ำ สีเทียน สีอะคริลิก ซึ่งเคล็ดลับในการทำผงสีของแบรนด์นี้ คือ ดินสอพอง เพราะประสิทธิภาพในการดูดสีอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นวิธีการทำสีของจิตรกรรมไทยโบราณ ซึ่งกะปิมีความรู้ด้านจิตรกรรมไทย เพราะเธอเรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน
Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

โอกาสของภูมิปัญญาเชียงราย

นอกจากสีและกระดาษจากสับปะรดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคต Himlya Cotton อยากทดลองใช้ชา โกโก้ และกาแฟ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของเชียงราย 

“เรามองว่าภูมิปัญญาเป็นแนวคิดเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์และรากเหง้าเฉพาะชุมชน เราไม่อยากให้ภูมิปัญญาสูญหาย เลยต้องสืบทอดและบอกต่อให้คนอื่นรู้จัก อย่างการทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรด เราพยายามหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงรายมาทดลองและต่อยอด เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่ต่อไปได้ และเราตั้งใจให้ Himlya Cotton เป็นแบรนด์จากคนเชียงรายจริง ๆ” 

นอกจากการขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแบรนด์แล้ว กะปิยังเสนอโครงการศิลปะกับชุมชน เพื่อจุดประสงค์ในการเข้าไปพัฒนาชุมชนป่าซางวิวัฒน์ โดยเน้นสร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนาพื้นที่

“เราเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านเพื่อมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เราอยากเห็นเชียงรายเป็นเมืองศิลปะจริง ๆ ที่มีกิจกรรมและพื้นที่เอื้อต่อคนทำงานศิลปะและคนรุ่นใหม่

“ถ้ามีพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนเรียนศิลปะได้แสวงหาแรงบันดาลใจ อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ให้เขาสร้างผลงาน สร้างรายได้อยู่ในบ้านเกิดของเรานี่แหละ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

Himlya Cotton

สั่งซื้อกระดาษเส้นใยธรรมชาติ ที่ Instagram : Himlya Cotton

Writer

Avatar

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

Photographer

Avatar

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load