The Cloud x ททท.

เสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น ผ้าผืนยาวอเนกประสงค์ จากฝ้ายเนื้อนุ่ม มัดย้อมสีธรรมชาติเรียงตามความอบอุ่นของเฉดสี ดึงดูดสายตาราวกับดอกไม้สีสวยแข่งกันชูช่อรับแสงแดดยามเช้า ชวนให้เราอยากเขยิบกายเข้าใกล้ราวไม้ขนาดยาวไปสัมผัสความงามจากธรรมชาติที่ส่งผ่านสองมือของคนทำถึงสองมือของคนรับ เพียงสายตามองก็อบอุ่นไปถึงหัวใจ 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เดินวนไปวนมา อดไม่ได้ เราหยิบเสื้อสีเหลืองจากใบหูกวางมาทาบตัว หยิบผ้าผืนยาวสีน้ำตาลจากเปลือกประดู่มาพันรอบกาย เล่นสนุกกับสีธรรมชาติได้ไม่นาน โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล สาวเจ้าของแบรนด์ ‘รวยบุญ’ แบรนด์เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากพืชนานาพันธุ์ของจังหวัดน่าน เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมชวนเราล้อมวงฟังบทสนทนาของเด็กอยากกลับบ้านเพื่อหาอะไรทำเอาสนุกพร้อมกับช่วยเหลือชุมชนและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน

โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล และ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา

เป็นเวลากว่า 4 ปี คนตัวเล็กกำลังมีหมุดหมายใหญ่ขึ้น เมื่อความสนุกเปลี่ยนเป็นการทำอย่างไรให้สมาชิกในเครือข่ายประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบแทนสิ่งแวดล้อมและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน

รวยบุญ

“เรายืมคำว่า รวย กับคำว่า บุญ มาจากชื่อคุณพ่อและคุณแม่ ‘รวยบุญ’ เป็นความหมายหลักที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกันกับชุมชน ภายใต้การสร้างบุญและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน” โบอธิบายชื่อแบรนด์สุดเรียบง่ายและตรงไปตรงมา

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เธอชวนเราย้อนไปนานถึง 15 ปี สาววิทยาศาสตร์ไบโอเคยทำงานร่วมกับชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน ชุมชนบ้านโป่งคำ และชุมชนบ้านห้วยไฮ หลังจากเรียนจบเธอคิดว่าน่าจะทำอะไรกับชุมชนได้มากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับคนในจังหวัดน่าน เธอนั่งทบทวนว่ามีชุมชนไหนบ้างที่ยังเข้าถึงและผูกพัน จนลงเอยเป็น 3 ชุมชน 3 ตำบล

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

กองทัพหญิงแกร่งแห่งรวยบุญช่วยกันผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นนิยมจนถึงเสื้อผ้าสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง สไตล์เรียบง่าย เน้นใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สาววัยทำงานจะใส่ไปออฟฟิศย่านอโศก-สุขุมวิทก็ไม่ขัดเขินทั้งที่เป็นผ้าฝ้ายทอมือ แต่กลับร่วมสมัยและเปี่ยมด้วยเรื่องราวจากความตั้งใจของกลุ่มแม่ป้าหัวใจสุดคราฟต์

3 ตำบล 3 ผลิตภัณฑ์

การทำงานร่วมกับ 3 ชุมชน พ่วงมาด้วยความถนัดแตกต่างกัน บ้านน้ำเกี๋ยนถนัดการมัดย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ ผ้าพันคอผืนยาวขนาดหนึ่งคนกำลังอบอุ่น และสารพัดเสื้อผ้าเรียบง่ายสำหรับสาวเล็ก สาวน้อย และสาวใหญ่ ส่วนเสื้อผ้าแฟชั่นนานาต้องยกความดีความชอบให้ชุมชนบ้านโป่งคำที่ถนัดการทอผ้าฝ้าย เน้นลายผ้าพื้น ลายตารางแบบง่ายๆ ทำให้ดีไซเนอร์ตัดเป็นชุดมินิมอลตามสมัยนิยมได้ถนัด ส่วนชุมชนบ้านห้วยไฮ ถนัดการจักสานไม้ไผ่ ด้วยความละเอียดและประณีตของช่างฝีมือ เธอจึงเลือกกล่องจักสานสั่งทำพิเศษมาเป็นแพ็กเกจของแบรนด์สำหรับสินค้าราคาพรีเมียม ลูกค้าเอากล่องไปใช้ต่อได้นานถึง 1 ปี ย่อยสลายเองได้ด้วย รับประกันด้วยฝีมือว่ามอดไม่ไต่ไรไม่ตอม! 

รวยบุญแบ่งงานกับ 3 ชุมชนแบบ 50:50 รวยบุญคิดครึ่งหนึ่ง ชุมชนคิดครึ่งหนึ่ง เธอให้เกียรติและให้อิสระแม่ช่างทอ แม่ช่างย้อม และแม่ช่างสาน สร้างสรรค์งานชิ้นโบว์แดงตามใจชอบ ไม่ว่าจะสีผ้าทอมือหรือลวดลายในการมัดย้อม 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

ถ้าแม่บ้านไหนอยากเรียนเพิ่ม เสริมความอยากรู้ เธอยินดีจัดให้จากใจจริง อย่างปีที่แล้วแม่ช่างย้อมอยากเรียนรู้การก่อม่อฮ่อม เธออาสาชวนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนพ้องสายคราฟต์ผู้ถนัดด้านสีสันมาสอนถึงบ้านน้ำเกี๋ยน 

ส่วนปีนี้เธอชวนกลุ่มแม่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยกัน ภายใต้วัตถุดิบท้องถิ่นในหมู่บ้าน

ธรรมชาติหื้อสีสัน

สีน้ำตาลจากเปลือกประดู่ สีเหลืองจากใบหูกวาง เคลื่อนตัวจากน้ำสีสวยไปอยู่บนผ้าเช็ดหน้า จนทำให้ลูกค้าจากทั่วประเทศจดจำ ‘รวยบุญ’ จากคาแรกเตอร์สีเพียงสองสี ขอชื่นชมแม่ช่างย้อมจากกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน!

เดิมทีกลุ่มแม่บ้านบ้านน้ำเกี๋ยนประกอบอาชีพเกษตรกรและทำไร่ข้าวโพดเป็นหลัก เย็บปักถักร้อยบ้างเป็นงานอดิเรก ส่วนสีธรรมชาติเพิ่งทำความรู้จักกันจริงจังก็ตอนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์รวยบุญ

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

“เมื่อก่อนหมู่แม่ยะไร่ข้าวโพดกั๋น พอดีเจอพิษเศรษฐกิจ ขายของบ่ะได้ ก็เลยอยากจะมีอาชีพเสริม แล้วอาจารย์บานจิตร เปิ้นเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิ้นกลับมาแอ่วบ้าน หันว่าเฮาเป็นจะใด๋กั๋น เปิ้นก็เลยจวนว่าอยากมีอาชีพเสริมบ๋อ แม่บะฮู้จะยะอะหยัง เปิ้นเลยจวนทำสีธรรมชาติ ก็มายะสีธรรมชาติกั๋น จวนหมู่แม่บ้านที่เปิ้นสนใจ๋ จวนกันมาหัดย้อม พอดีเปิ้นแนะนำให้ป๊ะกับน้องโบ หมู่แม่เดิมทีก็เย็บผ้า พอจะมีความฮู้เจ้า น้องโบเปิ้นหันก็จ้วยเอาไปขายหื้อ 

ผ้ามัดย้อม

“ถ้าถามหมู่แม่ว่าขายเป็นมั้ย ทำได้ แต่ขายบ่เป็น ดีตี้มีรวยบุญเข้ามาจ้วยในการตลาด การตั้งราคาเฮาบ่เกยคิดว่าค่าแรงเฮาออกไปเต้าใด แต่ก่อนแค่กึ๊ดว่าจะขายแค่ 5 บาท 10 บาท แต่เฮามีค่าแรงนะเจ้า บ่เกยได้กึ๊ดจุดนั้น เพียงแต่อยากจะขาย ขายได้ก็ปอใจแล้วแล้วเจ้า” แม่นาย ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน เล่าความเดิมให้เราฟัง

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

นอกจาก 2 สีประจำแบรนด์ที่กลุ่มแม่ย้อมจนเรียกว่าชำนาญ ยังขยายพาเล็ตต์สีไปถึงชมพูครั่ง เหลืองจากใบมะม่วงหิมพานต์ น้ำตาลอมเทาจากเปลือกประดู่หมักโคลน และสารพัดเฉดสีอ่อนไล่ไปยังเฉดสีเข้ม ด้วยการผสมสารกระตุ้นสี (Mordant) จากธรรมชาติอย่างน้ำปูนใส สารส้ม และขี้เปรอะ! (โคลน) ส่วนข้อดีของการมีเจ้าของแบรนด์ที่เรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์ไบโอ ยังทำให้โบค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจากงานวิจัยของเธอเอง สนุกมาก!

โบบอกว่า ใบหูกวาง 1 กิ่ง จะมีทั้งใบอ่อนและใบแก่ ใบแรกของกิ่งจนถึงใบลำดับที่ 5 จะให้สีเหลืองเฉดหนึ่ง ถ้าเป็นใบลำดับที่ 6 ลงมาจนถึงใบสุดท้ายจะให้สีเหลืองอีกเฉดหนึ่ง ฉะนั้น ต้นหูกวางเพียงต้นเดียวให้สีเหลืองนับเฉดไม่ถ้วน

จะว่าไปความหลากหลายของสีสันก็เป็นเอกลักษณ์ของรวยบุญ ทำให้สินค้าพิเศษและมีหนึ่งเดียวในโลก 

เกือบลืมเสริมให้คุณฟัง แม่นายบอกว่าการย้อมสีจากพืชชนิดเดียวกัน ทว่าต่างฤดูกาล เฉดสีที่ได้ออกมาจะอ่อนและเข้มแตกต่างกัน แค่ย้อมประดู่ต้นฤดูฝน กลับมาย้อมประดู่อีกทีปลายฤดูฝน สีน้ำตาลก็กลายเป็นอีกเฉดทันที หรือพืชชนิดเดียวกัน ทว่าสารกระตุ้นสีต่างกัน เฉดสีที่ได้ออกมาก็ต่างกันไปด้วย เช่น น้ำต้มครั่งให้สีชมพู ทดลองกับสนิม ปูนขาว สารส้ม และโคลน สารกระตุ้นสีทั้งสี่จะเป็นตัวตัดสินเฉดเข้มอ่อนของสีชมพูจากครั่งเคยมีชีวิต ธรรมชาติสนุกอย่างนี้เอง!

ออกแบบจากสิ่งตี้เฮามี

รวยบุญออกแบบเสื้อผ้าอย่างเรียบง่าย ง่ายต่อการตัดเย็บ ง่ายต่อการสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เสื้อยืดบ้าง เสื้อคอกะเหรี่ยงก็มี หมวกใบเท่เหมาะกับวัยรุ่น กางเกงทรงสวยใส่ไปทำงานก็สุภาพ ใส่อยู่บ้านก็สบ๊ายสบาย

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

สำคัญมาก ทุกครั้งของการตัดเย็บแม่ช่างฝีมือต้องเหลือผ้าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่เป็นการสร้างขยะ แม้เหลือเศษผ้าเพียงนิด โบและกลุ่มแม่บ้านผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนผู้ถนัดงานประดิดประดอย จัดการแปลงโฉมเศษผ้าเป็นดอกแก้วจิ๋ว เพื่อทำเครื่องประดับบ้าง ยางรัดผมแสนน่ารักบ้าง ใส่กับเดรสสีชมพูจากเจ้าครั่ง เข้ากั๋นตี้สุดเจ้า!

  “เราออกแบบจากการเห็นวัสดุก่อน ต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่เขาออกแบบก่อนแล้วค่อยหาวัสดุ เพราะเรากำหนดแม่ช่างทอไม่ได้ เราให้สิทธิ์เขาในการออกแบบลวดลายและสีสัน บางทีสีก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สมมติฤดูกาลหน้าได้สีเหลืองเยอะหน่อย แม่อาจจะทอลายขาวสลับเหลืองมาให้ นั้นเป็นสิ่งที่รวยบุญต้องคิดต่อว่าจะออกแบบอย่างไร เราจำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีแล้วค่อยมองต่อไปยังช่างตัดเย็บ” มะตูม-วรรณวิสาข์ สายใจ มือขวาของรวยบุญขยายความ

ปีนี้พิเศษมาก รวยบุญร่วมงานกับ British Council แสดงความเป็นน่านด้วยการผสานลายโบราณประจำจังหวัดด้วยการทำงานกับกลุ่มทอผ้าบ้านศาลา อำเภอปัว ภายใต้รูปแบบผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติตามแบบฉบับรวยบุญ

อดใจรออีกนิด เรารับรองว่าสองสาวและกลุ่มแม่บ้านอีก 4 ชุมชนจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

คนทำป๊ะคนใส่ คนใส่ป๊ะคนทำ

ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจว่า ‘ทำไมผ้าย้อมสีธรรมชาติถึงราคาแพงกว่าผ้าย้อมสีทั่วไปตามท้องตลาด’ รวยบุญจึงสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าทุกครั้งเวลาออกงานต่างจังหวัด และขยับขยายเป็นการทำเวิร์กช็อปให้คนทดลองมัดย้อมผ้าสีธรรมชาติ เพื่อหวังว่าการลงมือทำจะทำให้คนเข้าใจและตอบคำถามนั้นด้วยตนเอง แถมยิ่งลงมือทำ ยิ่งเห็นคุณค่า

ยางรัดผม

ก่อนจะนั่งล้อมวงสนทนา โบพากลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนไปทำเวิร์กช็อปด้วยกัน 

“เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เราพากลุ่มแม่ไปเวิร์กช็อปเพื่อให้เขารู้จักลูกค้าตัวเอง เมื่อก่อนแม่มีความกังวลว่าของเขาจะขายได้มั้ย ลููกค้าเป็นกลุ่มไหน แต่พอเราพาไปเจอลูกค้า เขาก็รู้ว่าสินค้าของพวกเขาไปต่อได้ หน้าตาคนสวมใส่เป็นแบบไหน และการเวิร์กช้อปเป็นผลดีให้เราสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าทำไมสีธรรมชาติถึงแพงกว่าสีเคมี” เธอเล่าก่อนจะเสริมต่อว่า 

ย้อมสีธรรมชาติ

“เราไม่คิดว่ารวยบุญจะมาไกลถึง 4 ปี เราเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่เหมือนเด็กกลับบ้านทำเอาสนุก ได้ช่วยชุมชน ได้เอาสินค้าของคนน่านไปกระจายออก เราเดินทางมาด้วยกันแล้ว เราต้องไปต่อ จากความคาดหวังของคนตัวเล็ก ตอนนี้เป็นความสนุกใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น กลายเป็นกระบวนการที่เราต้องคิดแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่การขาย แต่ต้องเริ่มตั้งแต่หลังบ้าน เราจะทำหลังบ้านให้เข้มแข็งได้อย่างไร เพื่อให้ทุกคนยั่งยืนไปพร้อมกัน นั้นเป็นเป้าหมายหลักของรวยบุญ”

บ้านน้ำเกี๋ยนเปิดยินดีเปิดรับผู้คนให้มาเยี่ยมเยียน ช้อปปิ้ง หรือเข้ามาเวิร์กช็อปย้อมสีธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี ขอเพียงนัดล่วงหน้ามาเท่านั้น คนทำจะได้ป๊ะคนใส่ และคนใส่จะป๊ะคนทำอย่างสม่ำเสมอ

ตอบแทนธรรมชาติ

แม้การเข้ามาทำงานร่วมกับรวยบุญดูราบรื่น แต่สมาชิกภายในกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนกลับลดลงเหลือแต่คนที่สนใจจริงและพร้อมเดินหน้าต่อ แน่นอน! แม่นายยังสู้ เธอบอกเราด้วยแววตาเปี่ยมความหวังว่า

“ยิ่งคนน่อยยิ่งมีความเข้มแข็ง เฮาอยากจะสู้ อยากจะทำให้คนอื่นหันว่าเฮาทำได้ เฮาไปได้ ยังสู้อยู่ กี่คนก็สู้เจ้า เฮาอยากจะเปลี่ยนจากการทำไร่ข้าวโพด ปัญหาที่มันเกิดบ่ใจ้บ่ฮู้ ฮู้หมดแหละ แต่ยะหยังบ่ะได้ ถ้าบ่ะยะไร่ข้าวโพดลูกจะได้เฮียนบ่หนังสือ มันบ่ได้เฮียนละ มันต้องมีงานเสริมขึ้นมา เฮาอยากจะมีจุดนี้ อยากจะมีงานตี้มั่นคงขึ้นเจ้า”

รวยบุญเข้ามาพลิกชีวิตชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน

“เฮาฮู้ตัวแล้วว่าเฮาสร้างปัญหาหื้อกับสิ่งแวดล้อมมาเยอะมาก เฮาฮู้ทุกอย่าง แต่เฮาบ่ฮู้จะยะอะหยัง เฮาเลยอยากจะยะอะหยังตี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตี้จะคืนให้เปิ้น เอาของเปิ้นมาใช้นักแล้ว แม่ก็บ่ะได้มีอะหยัง อยากจะอุ้มคนในชุมชน เปิ้นฮ้องเตี้ยอุ้มค่อม เปิ้นก็บ่ะมี เฮาก็บ่ะมี ก็จ้วยกันไปจะอั้น อยากหื้อมันมีการเปลี่ยนแปลงกับหมู่จาวบ้าน กลุ่มของแม่เป็นแม่บ้านตี้บ่มีความฮู้ บ่ได้เป็นแนวหน้าของชุมชน เป็นกลุ่มแม่บ้านแต้ๆ อยากจะมีอะหยังสักอย่างตี้เฮาทำแล้วมันเกิดประโยชน์กับคน ถ้าเป็นไปได้อยากเลิกทำไร่ข้าวโพดเจ้า 

“แต่ตึงวันนี้มีการลด แม่ลดพื้นที่การปลูกข้าวโพด สวนของแม่เริ่มปลูกต้นไม้ที่หื้อสี แม่เอาต้นมะม่วงหิมพานต์ไปปลูก เปื้อตี้จะเอากลับมาใจ๊วันข้างหน้า ถ้าเกิดว่ากลุ่มของแม่ยังอยู่ แม่จะเอาผลผลิตหมู่นั้นมาใจ๊เจ้า ประดู่แม่ก็เก็บในสวนละเป็นพื้นที่ว่างแล้วปล่อยให้ประดู่ขึ้นนะเจ้า แม่พยายามที่จะหื้อหมู่เปิ้นขายให้ อี่แม่จะละให้มันเป๋นป่า แล้วแม่จะใจ๊ประโยชน์กับป่า แม่จะอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนหื้อดีตี้สุด จะใจ๊ชีวิตตี้เหลือกับชุมชน” เสียงเธอมุ่งมั่นและตั้งใจทำจริง

แม่นายกำลังตอบแทนธรรมชาติเท่าที่เธอและกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนจะทำได้

อย่างสุดความสามารถ ด้วยคำมั่นสัญญาที่มีต่อธรรมชาติและชุมชน 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

รวยบุญ

วางขาย ณ Curve Project 106 หมู่ 6 ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000

ติดต่อ : 09 2362 8998

Facebook : รวยบุญ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

“โอฮาโย โกะไซมัส!” (อรุณสวัสดิ์ค่ะ!)

“อะริกะโต for coming!” (ขอบคุณที่มานะคะ!)

ประโยคที่ออกจากใจ อย่างไรก็ต้องส่งถึงผู้รับแน่นอน

เราทักทายในฐานะแฟนคลับแดนอาทิตย์อุทัยที่พูดญี่ปุ่นแทบจะไม่ได้

โชคดีที่แขก ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัทจากเกียวโตทั้ง 3 คน ยิ้มรับอย่างสดใสพร้อมโค้งให้เราอย่างสุภาพ

ครั้งนี้ The Cloud ซ้อมเปิดประเทศด้วยการเปิดบ้านต้อนรับทูตวัฒนธรรมผู้มาส่งต่อความเป็นญี่ปุ่นผ่านผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม 3 ชิ้นจาก 3 บริษัท บอกเลยว่าประวัติศาสตร์ยาวนาน งานคราฟต์ไม่ธรรมดา คุณภาพคือที่หนึ่ง และความตั้งใจส่งต่อวัฒนธรรมไปทั่วโลกคือเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBEI ที่ก่อตั้งมาจากธุรกิจครอบครัวอายุ 2 ศตวรรษ ทำให้สินค้าของพวกเขามีคุณภาพล้นแก้ว คนดื่มสุขกาย เกษตรกรท้องถิ่นสบายใจ คนญี่ปุ่นชงได้ คนต่างชาติชงไม่เป็นก็มีแบบ Shake ไว้บริการ

ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER ผู้รับช่วงต่อมาจากคุณปู่ที่เริ่มธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน สมุดทุกเล่มผลิตจากกระดาษคุณภาพดีของประเทศ โดยช่างฝีมือดั้งเดิมที่คงความละเอียดละออไว้ตั้งแต่ปก เนื้อกระดาษ ยันสันที่บรรจงเย็บด้วยมือ

ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI ผู้นำแสงสว่างสู่บ้านของชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 50 ปี พวกเขายกระดับแสงไฟให้มาพร้อมความงาม โดยซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมผ่านวัสดุ การออกแบบ และงานฝีมือ เพื่อให้โคมไฟทุกชิ้นเป็นงานคราฟต์ที่มีเพียงชิ้นเดียวบนโลก

 แค่ฟังน้ำจิ้มตอนที่พวกเขาแนะนำตัวก็ใจสั่น สั่นเพราะความอยากได้ปนความอยากรู้ 

ทั้ง 3 บริษัทมาจากเกียวโต เมืองวัฒนธรรมที่เก่าแก่และคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ แต่กว่าธุรกิจดั้งเดิมเหล่านี้จะก่อร่างสร้างตัวมาเป็นบริษัทในปัจจุบัน เรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

เราขอทานวุ้นแปลภาษาเพื่อพากายทิพย์ของทุกท่านไปเยือนญี่ปุ่นให้หายคิดถึงกันเลย อิตะดะคิมัส~

YAHIRO DENKI

สำนักโคมไฟ

ยกระดับแสงสว่างในเรือนให้มาเยือนพร้อมความงาม

ครอบครัวของ ซาชิโกะ ทันโนะ เริ่มต้นธุรกิจส่งต่อแสงสว่าง YAHIRO DENKI ที่เมืองฮิงะชิโอซะกะมายาวนานกว่า 54 ปี นับตั้งแต่ปี 1968 โดยเธอรับช่วงต่อมาจาก โคจิ ทันโนะ ผู้เป็นพ่อ

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่อยกระดับโคมไฟงานคราฟต์ให้เป็นสินค้าส่งออกทั่วโลก โดยทันโนะหันมาให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบและความสวยงามมากขึ้น นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยและความปลอดภัยที่คุณพ่อของเธอสร้างมาตรฐานเอาไว้อยู่แล้ว

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

“ยุคหนึ่งมีงานเข้ามาน้อยลง ฉันจึงอาสาเป็นคนไปหาลูกค้า โดยเริ่มตระหนักถึงเรื่องการออกแบบ

“รุ่นแรกเริ่มต้นจากการทำโคมไฟธรรมดา เช่น ติดตั้งไฟในโรงงาน แต่รุ่นของฉันใช้โคมไฟในการประดับตกแต่ง เรายังมีช่างฝีมือทั้งงานไม้ งานผ้า งานแก้ว งานไฟ งานเชื่อม ซึ่งเป็นช่างดั้งเดิม ถามว่าดั้งเดิมขนาดไหน บางคนอยู่มาก่อนฉันเกิด พวกเขาเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็กเลย (หัวเราะ) จนตอนนี้ฉันบริหารบริษัทได้แล้ว”

โคมไฟของทางร้านเป็นงานสั่งผลิต มีนักออกแบบทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติร่วมกันสร้างสรรค์พลังไฟและงานศิลป์ให้เหมาะสมแก่สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงอาบน้ำ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ห้องสมุด คลับบาร์ พื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างคือมีลูกค้าต่างชาติเยอะกว่าเดิม

ทันโนะเชื่อว่า ของดีต้องมีที่ให้แสดงออกและเผยแพร่ให้คนรับรู้ ไม่ใช่แค่ความสามารถอันโดดเด่น แต่ยังรวมถึงวัสดุที่เป็นของดีของประเทศ และความพิถีพิถันที่ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นด้วย

“เราอยากสื่อสารเรื่องวัสดุและศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟคิริโกะ โคมไฟโจจิ โคมไฟคุมิโกะ ทำจากกระดาษ แก้ว ไม้ ไม้ไผ่ หรือผ้า ผลงานทั้งหมดถูกส่งไปตั้งแต่ฮอกไกโดถึงโอกินาว่าด้วยฝีมือของสมาชิกเพียง 24 คนในบริษัทที่มีตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงวัยชรา

“วัถุดิบของญี่ปุ่นดีทั้งนั้นเลย แต่คนในประเทศไม่ได้เห็นความสำคัญมากนัก คนที่สนใจกลับเป็นชาวต่างชาติ เพราะฉะนั้นเลยอยากสื่อสารให้รับรู้” ทันโนะเล่า

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI

เธอเสริมว่า เอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นคือความใส่ใจ เพราะฉะนั้นเธอจึงใส่ใจทุกขั้นตอน ทุกอย่างถูกทำให้เป็นจริงโดยช่างฝีมือตัวจริง ซึ่งทำให้โคมไฟมีคุณภาพระดับโลก 

“ระยะเวลา 50 ปีที่พวกเขาทำงานมาทำให้ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่างหรือการเชื่อมเหล็กแม้แต่น้อย มันเนี้ยบและปลอดภัยตามมาตรฐาน Product Safety of Electrical Appliances and Materials (PSE)”

ทันโนะบอกเคล็ดลับอีกอย่างว่า เธอไม่เคยมองคนในบริษัทเป็นพนักงาน เพราะพวกเขาคือหุ้นส่วนทางธุรกิจคนสำคัญที่ช่วยสร้างทีมเวิร์กให้เกิดขึ้น โดยคติของเธอคือ ทุกคนจะต้องมีความสุขทั้งในระดับร่างกายและจิตวิญญาณ ตั้งแต่ผลิตงานจนถึงส่งมอบงาน ซึ่งต้องถึงอย่างปลอดภัย สะอาด ตรงเวลา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่ใช้บริการ ส่วนคนทำก็ภาคภูมิใจ

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI

“นำเสนอความเป็นญี่ปุ่นลงไปในผลงาน คือเรื่องความละเอียดอ่อน พิถีพิถัน และคุณภาพ เช็กทุกขั้นตอน แต่สุดท้ายคนที่เช็กและ QC ได้ดีที่สุดคือลูกค้า”

เมื่อพูดถึงเรื่องวัสดุ ทันโนะยกตัวอย่างสินค้าซีรีส์ใหม่ที่บริษัทภูมิใจนำเสนอในชื่อว่า GOLDBLU Lamp ซึ่งมี ‘แผ่นทอง’ ที่พบได้ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญ

“แผ่นทองนี้เบาและบาง ซึ่งบางเป็นพิเศษกว่าที่อื่น พบแค่ที่เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิคาวา เมื่อนำไปส่องไฟจะไม่ได้แสงสีทอง แต่ได้เป็นแสงสีเงิน”

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

เราลองสัมผัสโคมไฟนั้นดู ภายนอกเป็นแก้ว แต่ภายในคือวัสดุล้ำค่า ทันโนะบอกว่า คนทำแผ่นทองต้องเป็นช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ เหตุผลที่เลือกวัสดุใหม่มานำเสนอก็เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ประเทศและการเผยแพร่วัฒนธรรม เธออยากให้ช่างทุกคนรู้ว่า ผลงานของพวกเขาได้บินลัดฟ้ามาโชว์ที่ต่างประเทศแล้ว และฝีมือของพวกเขาจะถูกโจษจัน ไม่ใช่ถูกลืมไปตามยุคสมัย

“โคมไฟทุกอันมีเพียงชิ้นเดียวบนโลก เพราะเป็นสินค้าที่ทำด้วยมือทั้งหมด เราอยากให้บ้านของทุกคนมีบรรยากาศที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นหรือไม่ มันคือการทำให้ศิลปะและงานแขนงนี้ยังคงอยู่”

ทันโนะทิ้งท้ายว่า หากใครอยากลองเปิดประสบการณ์เวิร์กชอปทำโคมไฟคุมิโกะ ก็สามารถไปเยือนโชว์รูมของเธอได้ในเดือนตุลาคมปีหน้า ทุกคนยินดีต้อนรับ!

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

YAHIRO DENKI

Website : http://yahirodenki.com/ 

Facebook : https://www.facebook.com/yahirodenki.co.jp 

NISHIKAWA PAPER

สำนักกระดาษ 

สมุดทำมือดั้งเดิมโดยช่างฝีมือหัตถาเทพ

กระดาษสีขาวและช่างมือทอง คือสิ่งที่ทุกท่านจะได้พบเมื่อมาเยือนบริษัท NISHIKAWA PAPER ธุรกิจเก่าแก่ของครอบครัวนิชิคาวาที่คัดสรรกระดาษคุณภาพเยี่ยมของประเทศ มาเปลี่ยนเป็นสมุดทำมือแบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์คือ ‘ทำเองทุกขั้นตอน’ และคุณก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเหล่าปรมาจารย์ได้

“ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ก็ทำงานเกี่ยวกับกระดาษมาประมาณร้อยกว่าปี ช่วงปลายของยุคไทโชเริ่มมีการผลิตกระดาษ ต่อมาช่วงปี 1960 เราใช้ชื่อ NISHIKAWA PAPER ส่วนบริษัทก่อตั้งมา 48 ปี นับตั้งแต่ปี 1975” ซาโอริ นิชิคาวา ทายาทของบริษัทเริ่มเล่า

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก

เยื่อไม้ผ่านนานากรรมวิธีออกมาเป็นแผ่นสีขาวบาง หากปล่อยไว้ก็คงเป็นเพียงกระดาษวาดภาพหรือของตกแต่งธรรมดา แต่ครอบครัวนิชิคาวามองเห็นคุณค่าที่มากกว่านั้น พวกเขาจึงแต่งองค์ทรงเครื่องให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สมุดจด สมุดสะสมตราประทับ บานพับ ไปจนถึงกล่องอเนกประสงค์ และสินค้าสั่งผลิตอื่น ๆ มีการเพิ่มสีสันและลวดลายให้ดึงดูดคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความพิถีพิถันทุกรายละเอียด ตั้งแต่การทากาว จนถึงการเข้าเล่มด้วยเส้นด้าย

ธุรกิจกระดาษก้าวผ่านกาลเวลาที่รุ่งเรืองจนถึงวันที่เริ่มร่วงโรย แต่ใบไม้ก็ยังไม่เคยหมดต้น นิชิคาวาและแขกในออฟฟิศของเราเห็นพ้องต้องกันว่า ชาวญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการใช้สมุดจด ทำให้สินค้ายังเป็นที่ต้องการ เพียงแต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไปตามออเดอร์ 

ส่วนสมุดสไตล์ดั้งเดิมบนโต๊ะเป็นสิ่งที่เรารู้สึกแปลกตา

เจ้าของบริษัทกางสมุดออกมาราวกับกางบานพับ หน้าปกสีสันสดใสถูกแปะลงบนกระดาษแข็งอีกทีเพื่อความคงทน เนื้อกระดาษสีขาวภายในทั้งหนาและลื่น รองรับได้ตั้งแต่ดินสอจนถึงน้ำหมึกของพู่กัน

เธอชี้ให้เราดูช่องว่างระหว่างหน้ากระดาษที่ใช้นิ้วสอดเข้าไปได้ ด้านในเนื้อกระดาษหยาบแต่นุ่ม ดูไม่เหมาะกับการเขียนด้วยพู่กัน เพราะน้ำหมึกคงแผ่กระจายจนอ่านไม่ออก 

สมุดดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นการใช้กระดาษ 1 แผ่น ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของหน้าปก พับครึ่ง ให้เหลือขนาดเท่าสมุด โดยนำพื้นผิวที่เรียบและลื่นไว้ด้านนอก ส่วนผิวที่ไม่ได้ใช้เอาไว้ด้านใน จากนั้นจึงนำมาต่อกันด้วยกาวเป็นรูปแบบบานพับ เท่านี้ก็จะได้กระดาษที่หนาตามสไตล์ดั้งเดิม แถมยังไม่เห็นรอยกาวแม้แต่น้อย

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

“เดี๋ยวนี้ยังมีคนมาสั่งผลิตอยู่ เพราะใช้เป็นสมุดสะสมตราประทับเวลาไปศาลเจ้า ปั๊มตราลงไปไม่ทะลุ เขียนด้วยพู่กันก็ไม่ซึม ทนทานและสวยงาม เป็นของที่ขาดไม่ได้ เพราะเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของเรา

“สมุดเหล่านี้คือความมั่นใจและความภูมิใจ จริง ๆ กระดาษมีหลากหลายแบบมากกว่าที่ใครคิด เรานำสิ่งเหล่านั้นมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ด้วยสองมือของช่างเก่าแก่ แนวคิดของเราคือการส่งความสุขและคุณภาพของกระดาษญี่ปุ่นผ่านผลงานอย่างจริงใจ” เธออธิบาย

ธุรกิจแปรรูปกระดาษนิชิคาวาขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถัน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงกระบวนการสุดท้าย

“กระดาษผลิตจากต้นไม้หลายพันธุ์ ทั้งต้นโคโสะ ต้นมิสึมาตะ และต้นกัมปิ ซึ่งอย่างหลังเป็นไม้ราคาแพงที่ตอบโจทย์คนเขียนพู่กัน ในอดีตเวลาเขียนวรรณคดีหรือบทกลอนจะเขียนตัวเล็กมาก ถ้ากระดาษไม่ดี รอยพู่กันที่เขียนจะแตก ดังนั้น กระดาษที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มองข้ามไม่ได้

“เราใส่ใจเรื่องนี้มาก ทุกครั้งก่อนจะนำกระดาษตัวใหม่ออกขาย ต้องใช้พู่กันไปลองเขียนก่อนเพื่อเช็กว่าลายเส้นแตกไหม ถ้าแตกก็ไม่ขาย” ประธานบริษัทย้ำกับเรา

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
ภาพ : NISHIKAWA PAPER

การยกระดับสินค้าเก่าแก่ไม่ใช่เพียงการพัฒนาคุณภาพ แต่การบริการเองก็ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ 

ในปี 2023 เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศ บริษัทของเธอจะเปิดกิจกรรมเวิร์กชอปอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและแบ่งปันวัฒนธรรมที่ตกทอดมากว่า 1 ศตวรรษ

“เรามีช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในบริษัทประมาณ 20 คน ซึี่งฝีมือสุดยอด ผลิตได้สูงสุด 1,500 เล่ม ทำด้วยมือนะคะ มีแค่บางขั้นตอนที่ใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น ตอนกดกระดาษ เพราะถ้าจับด้วยมือบ่อย ๆ อาจทำให้เสียหาย หากท่านไหนสนใจสามารถติดต่อมาที่บริษัท มาเยี่ยมโรงงานได้

“ช่างฝีมือของเราพร้อมสอนให้ทุกท่านออกแบบและลองทำสมุดของตัวเอง ท่านจะได้รู้จักประวัติของเรา เห็นการผลิตจริง แต่ที่เยี่ยมที่สุดคือการได้ลงมือทำเอง แล้วสมุดเล่มนั้นก็จะมีเพียงเล่มเดียวบนโลกและเป็นของคุณ” 

นิชิคาวาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรักที่มอบให้กับสิ่งที่ทำ

การปูทางครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อให้ทั่วโลกรู้ว่า ‘นี่คือกระดาษที่ดีที่ควรค่าแก่การถูกใช้งาน’

พูดแล้วก็อยากได้มาครอบครองตามคำเรียกร้องสักเล่ม

ชา โคมไฟ กระดาษ : งานคราฟต์ดั้งเดิมโดยช่างเกียวโตที่อยากส่งต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก
ภาพ : NISHIKAWA PAPER

NISHIKAWA PAPER

Website : http://nishikawashigyo.com/ 

Instagram : https://www.youtube.com/channel/UCBIFaD3OJ5amyxJvkvg-0SQ

ROKUBEI TEA

สำนักชาเขียว 

จงรักษาคุณภาพเสมือน ‘การดื่มชามีได้แค่ครั้งเดียว’

เมืองอุจิ ไม่ได้มีเพียงวัดเบียวโดอินให้ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นบ้านเกิดของ ‘ชาอุจิ’ อันลือลั่น 

ใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส คือไร่สีเขียวที่เติบโตพร้อมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ไม่ว่าจะบ้านไหนก็ขาดการชงชาไปไม่ได้ 

ครอบครัวของ ทาสุคุ อิโนะอุเอะ จึงไม่เคยหยุดพัฒนาเครื่องดื่มชนิดนี้ตราบจนถึงปัจจุบัน

ส่วนตัวเราคิดว่า หากปล่อยให้ของดีกลายเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ธรรมดาที่โลกไม่รู้จักก็คงน่าเสียดาย

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

ROKUBEI ไม่ได้เน้นชาเพียงชนิดเดียว หากแต่รวบรวมสุดยอดชามาจากทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมัทฉะ เซนฉะ เกียวคุโระ โฮจิฉะ เก็นไมฉะ มัทฉะคาปูชิโน มัทฉะลาเต้ โฮจิฉะคาปูชิโน หรือโฮจิฉะลาเต้ ภายใต้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบดั้งเดิม แบบ Shake (เขย่าดื่ม) แบบถุงชง และแบบซอง

นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดสินค้า จำหน่ายเป็นขนมหวานที่ผลิตจากชาคุณภาพ ทั้งคุกกี้และช็อกโกแลต รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แก้ว ถ้วย ชาม กาน้ำ เครื่องปั้นดินเผาคิโยมิซุยากิ (Kiyomizuyaki) โทโคยาเมะยากิ (Tokonameyaki) และฮาซามิยากิ (Hasamiyaki) ซึ่งทุกอย่างถือเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การดื่มชาให้กับทุกคน

“เรามีร้านอยู่ใกล้วัด Daitokuji ในเกียวโต เป็นธุรกิจของครอบครัว ขายผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดสารพิษ แม้ตัวบริษัทเพิ่งเปิดมาเพียง 6 ปี แต่ครอบครัวของผมทำมาตั้งแต่ปี 1818 เลยมั่นใจว่าประสบการณ์มากกว่า 200 ปี ย่อมทำให้คุณภาพยอดเยี่ยมแน่นอน

“ปัจจุบัน ภารกิจของเราคือการส่งชาญี่ปุ่นไปทั่วโลก” ทาสุคุ อิโนะอุเอะ เล่าอย่างภูมิใจ

บริษัทของเขามีหลักการประจำใจคือ ‘Ichigo Ichie’ (一期一会) เป็นสุภาษิตโบราณ หมายความว่า ‘พบกันครั้งเดียว’ เพราะฉะนั้น ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งนำไปปรับใช้กับการต้อนรับแขกและการทำงานอื่น ๆ ได้ ยกตัวอย่าง พิธีชงชา ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ชงหรือผู้ดื่มก็ต้องมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่กัน โดยอิโนะอุเอะถือว่า หลักการนี้เป็นวัฒนธรรมและจุดเด่นของบริษัทไม่ต่างจากสินค้า

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
ภาพ : ROKUBEI TEA

“ชาญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เดิมทีมาจากจีนเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ยุคแรกเริ่มถือเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ใครก็กินได้ ต้องอยู่ในวงศ์ชั้นสูง แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มแพร่หลาย 

“มันมีรสอูมามิในตัว มีสารแอลธีอะนีน (L-Theanine) ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายตามธรรมชาติ และมีสารแคทีชิน (Catechin) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ผมดื่มแล้วรู้สึกแข็งแรง” เขารีวิวประโยชน์ พร้อมแจกสินค้าสีเขียวและน้ำตาลสดใสให้ถึงมือ

วงการนักดื่มเติบโตไม่หยุดจนชากลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่มีปลายทางไปไกลถึงอเมริกา นอกจากแต่ละสายพันธุ์จะให้รสชาติอันเป็นเอกลักษ์ ดินแต่ละพื้นที่ยังมอบรสชาติที่แตกต่างเช่นเดียวกับไวน์ที่ได้จากองุ่นคนละแปลง

ROKUBEI คัดเลือกชาออร์แกนิก ปลอดสารพิษชั้นดีจากเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พวกเขาเดินทางไปถึงไร่ เพื่อคัดเลือกและตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานของ Japan Organic and Natural Foods Association (JONA) USDA Organic และ European Union organic

“เรามองว่าเกษตรกรเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ การไปเยือนถึงไร่ทำให้พวกเขาได้รับรายได้โดยตรง ถือเป็นการสร้างอาชีพ สร้างความภูมิใจ และสร้างกำลังใจให้ผู้ผลิต

“หลังจากได้วัตถุดิบมา เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะออกแบบและหาวิธีส่งต่อไปทั่วโลก เพราะเราคิดว่าเราไม่ได้แค่ส่งชา แต่เราส่งออกวัฒนธรรมอันงดงาม 

“ผมมีจัด Tea Tour เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นที่ท่องเที่ยว จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ในหลายด้าน เช่น ชงชาอย่างไรให้อร่อย นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องศิลปะและลายเส้นโบราณเอาไว้บนถุง”

เราเห็นกบโวยวาย กระต่ายถือกิ่งไม้ไล่หวดลิงจ๋อที่พกหมวกเหมือนชาวไร่ 

เรื่องราวของเหล่าสรรพสัตว์ที่เลียนแบบท่าทางมนุษย์ เรียกว่า Chōjū-jinbutsu-giga เป็นภาพวาดบนม้วนกระดาษเก่าแก่ของญี่ปุ่น คาดว่าวาดขึ้นช่วงกลางศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นของวัดโคซังจิ ในเกียวโต ส่วนในปัจจุบันถือเป็นสมบัติชาติ ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกียวโตและโตเกียว

อิโนะอุเอะ เลือกภาพโบราณเหล่านี้มาใช้บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อสื่อถึงประวัติศาสตร์และศิลปะที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ เช่นเดียวกับธุรกิจครอบครัวที่ทายาทรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าเก่า

ปัจจุบัน ชาไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นหรือเอาไว้ต้อนรับแขก แต่เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจ เอกลักษณ์ของชาติ และของกำนัลที่ส่งต่อวัฒนธรรมอันงดงามของพวกเขา

คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ
คุยงานคราฟต์กับ 3 สำนักดั้งเดิมแห่งเมืองเกียวโต ที่อยากส่งต่อความพิถีพิถันและวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านชา โคมไฟ และกระดาษ

ROKUBEI TEA

Website : https://rokubei-tea.com/en

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCBIFaD3OJ5amyxJvkvg-0SQ 

ก่อนจบการสนทนาอย่างเป็นทางการ แขกผู้มีเกียรติทั้งสามได้ส่งมอบของที่ระลึกให้เราเพื่อเป็นการเชื้อเชิญไปเที่ยวประเทศของพวกเขา โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากให้คนไทยได้สัมผัสและรู้จักความเป็นญี่ปุ่นที่ลึกซึ้งกว่าเก่า ไม่ว่าจะผ่านการเวิร์กชอปสมุดทำมือ ทำโคมไฟคุมิโกะ หรือลองเข้าพิธีชงชา ทั้งหมดคือการส่งต่อวัฒนธรรมอันมีค่าที่เขารักและไม่อยากให้หายไป

“โดโมะ อาริกาโตโกไซมัส” (ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง)

“มาตะ ไอมะโช” (แล้วพบกันใหม่)

เราบอกลาเจ้าของภาษาที่โค้งให้อย่างพร้อมเพรียง แล้วพบกันที่ประเทศญี่ปุ่น!

ทาสุคุ อิโนะอุเอะ คือประธานบริษัทชาเขียว ROKUBE, ซาโอริ นิชิคาวา เธอคือประธานบริษัทกระดาษ NISHIKAWA PAPER, ซาชิโกะ ทันโนะ ทายาทรุ่นสองของบริษัทโคมไฟ YAHIRO DENKI

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load