The Cloud x ททท.

เสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น ผ้าผืนยาวอเนกประสงค์ จากฝ้ายเนื้อนุ่ม มัดย้อมสีธรรมชาติเรียงตามความอบอุ่นของเฉดสี ดึงดูดสายตาราวกับดอกไม้สีสวยแข่งกันชูช่อรับแสงแดดยามเช้า ชวนให้เราอยากเขยิบกายเข้าใกล้ราวไม้ขนาดยาวไปสัมผัสความงามจากธรรมชาติที่ส่งผ่านสองมือของคนทำถึงสองมือของคนรับ เพียงสายตามองก็อบอุ่นไปถึงหัวใจ 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เดินวนไปวนมา อดไม่ได้ เราหยิบเสื้อสีเหลืองจากใบหูกวางมาทาบตัว หยิบผ้าผืนยาวสีน้ำตาลจากเปลือกประดู่มาพันรอบกาย เล่นสนุกกับสีธรรมชาติได้ไม่นาน โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล สาวเจ้าของแบรนด์ ‘รวยบุญ’ แบรนด์เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากพืชนานาพันธุ์ของจังหวัดน่าน เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมชวนเราล้อมวงฟังบทสนทนาของเด็กอยากกลับบ้านเพื่อหาอะไรทำเอาสนุกพร้อมกับช่วยเหลือชุมชนและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน

โบ-บุษยรัตน์ ผัดผล และ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา

เป็นเวลากว่า 4 ปี คนตัวเล็กกำลังมีหมุดหมายใหญ่ขึ้น เมื่อความสนุกเปลี่ยนเป็นการทำอย่างไรให้สมาชิกในเครือข่ายประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตอบแทนสิ่งแวดล้อมและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของ แม่นาย-ปานจิตร พรมเกษา ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน

รวยบุญ

“เรายืมคำว่า รวย กับคำว่า บุญ มาจากชื่อคุณพ่อและคุณแม่ ‘รวยบุญ’ เป็นความหมายหลักที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกันกับชุมชน ภายใต้การสร้างบุญและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน” โบอธิบายชื่อแบรนด์สุดเรียบง่ายและตรงไปตรงมา

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

เธอชวนเราย้อนไปนานถึง 15 ปี สาววิทยาศาสตร์ไบโอเคยทำงานร่วมกับชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน ชุมชนบ้านโป่งคำ และชุมชนบ้านห้วยไฮ หลังจากเรียนจบเธอคิดว่าน่าจะทำอะไรกับชุมชนได้มากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับคนในจังหวัดน่าน เธอนั่งทบทวนว่ามีชุมชนไหนบ้างที่ยังเข้าถึงและผูกพัน จนลงเอยเป็น 3 ชุมชน 3 ตำบล

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

กองทัพหญิงแกร่งแห่งรวยบุญช่วยกันผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นนิยมจนถึงเสื้อผ้าสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง สไตล์เรียบง่าย เน้นใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สาววัยทำงานจะใส่ไปออฟฟิศย่านอโศก-สุขุมวิทก็ไม่ขัดเขินทั้งที่เป็นผ้าฝ้ายทอมือ แต่กลับร่วมสมัยและเปี่ยมด้วยเรื่องราวจากความตั้งใจของกลุ่มแม่ป้าหัวใจสุดคราฟต์

3 ตำบล 3 ผลิตภัณฑ์

การทำงานร่วมกับ 3 ชุมชน พ่วงมาด้วยความถนัดแตกต่างกัน บ้านน้ำเกี๋ยนถนัดการมัดย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ ผ้าพันคอผืนยาวขนาดหนึ่งคนกำลังอบอุ่น และสารพัดเสื้อผ้าเรียบง่ายสำหรับสาวเล็ก สาวน้อย และสาวใหญ่ ส่วนเสื้อผ้าแฟชั่นนานาต้องยกความดีความชอบให้ชุมชนบ้านโป่งคำที่ถนัดการทอผ้าฝ้าย เน้นลายผ้าพื้น ลายตารางแบบง่ายๆ ทำให้ดีไซเนอร์ตัดเป็นชุดมินิมอลตามสมัยนิยมได้ถนัด ส่วนชุมชนบ้านห้วยไฮ ถนัดการจักสานไม้ไผ่ ด้วยความละเอียดและประณีตของช่างฝีมือ เธอจึงเลือกกล่องจักสานสั่งทำพิเศษมาเป็นแพ็กเกจของแบรนด์สำหรับสินค้าราคาพรีเมียม ลูกค้าเอากล่องไปใช้ต่อได้นานถึง 1 ปี ย่อยสลายเองได้ด้วย รับประกันด้วยฝีมือว่ามอดไม่ไต่ไรไม่ตอม! 

รวยบุญแบ่งงานกับ 3 ชุมชนแบบ 50:50 รวยบุญคิดครึ่งหนึ่ง ชุมชนคิดครึ่งหนึ่ง เธอให้เกียรติและให้อิสระแม่ช่างทอ แม่ช่างย้อม และแม่ช่างสาน สร้างสรรค์งานชิ้นโบว์แดงตามใจชอบ ไม่ว่าจะสีผ้าทอมือหรือลวดลายในการมัดย้อม 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

ถ้าแม่บ้านไหนอยากเรียนเพิ่ม เสริมความอยากรู้ เธอยินดีจัดให้จากใจจริง อย่างปีที่แล้วแม่ช่างย้อมอยากเรียนรู้การก่อม่อฮ่อม เธออาสาชวนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนพ้องสายคราฟต์ผู้ถนัดด้านสีสันมาสอนถึงบ้านน้ำเกี๋ยน 

ส่วนปีนี้เธอชวนกลุ่มแม่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยกัน ภายใต้วัตถุดิบท้องถิ่นในหมู่บ้าน

ธรรมชาติหื้อสีสัน

สีน้ำตาลจากเปลือกประดู่ สีเหลืองจากใบหูกวาง เคลื่อนตัวจากน้ำสีสวยไปอยู่บนผ้าเช็ดหน้า จนทำให้ลูกค้าจากทั่วประเทศจดจำ ‘รวยบุญ’ จากคาแรกเตอร์สีเพียงสองสี ขอชื่นชมแม่ช่างย้อมจากกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน!

เดิมทีกลุ่มแม่บ้านบ้านน้ำเกี๋ยนประกอบอาชีพเกษตรกรและทำไร่ข้าวโพดเป็นหลัก เย็บปักถักร้อยบ้างเป็นงานอดิเรก ส่วนสีธรรมชาติเพิ่งทำความรู้จักกันจริงจังก็ตอนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับแบรนด์รวยบุญ

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

“เมื่อก่อนหมู่แม่ยะไร่ข้าวโพดกั๋น พอดีเจอพิษเศรษฐกิจ ขายของบ่ะได้ ก็เลยอยากจะมีอาชีพเสริม แล้วอาจารย์บานจิตร เปิ้นเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิ้นกลับมาแอ่วบ้าน หันว่าเฮาเป็นจะใด๋กั๋น เปิ้นก็เลยจวนว่าอยากมีอาชีพเสริมบ๋อ แม่บะฮู้จะยะอะหยัง เปิ้นเลยจวนทำสีธรรมชาติ ก็มายะสีธรรมชาติกั๋น จวนหมู่แม่บ้านที่เปิ้นสนใจ๋ จวนกันมาหัดย้อม พอดีเปิ้นแนะนำให้ป๊ะกับน้องโบ หมู่แม่เดิมทีก็เย็บผ้า พอจะมีความฮู้เจ้า น้องโบเปิ้นหันก็จ้วยเอาไปขายหื้อ 

ผ้ามัดย้อม

“ถ้าถามหมู่แม่ว่าขายเป็นมั้ย ทำได้ แต่ขายบ่เป็น ดีตี้มีรวยบุญเข้ามาจ้วยในการตลาด การตั้งราคาเฮาบ่เกยคิดว่าค่าแรงเฮาออกไปเต้าใด แต่ก่อนแค่กึ๊ดว่าจะขายแค่ 5 บาท 10 บาท แต่เฮามีค่าแรงนะเจ้า บ่เกยได้กึ๊ดจุดนั้น เพียงแต่อยากจะขาย ขายได้ก็ปอใจแล้วแล้วเจ้า” แม่นาย ประธานกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยน เล่าความเดิมให้เราฟัง

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

นอกจาก 2 สีประจำแบรนด์ที่กลุ่มแม่ย้อมจนเรียกว่าชำนาญ ยังขยายพาเล็ตต์สีไปถึงชมพูครั่ง เหลืองจากใบมะม่วงหิมพานต์ น้ำตาลอมเทาจากเปลือกประดู่หมักโคลน และสารพัดเฉดสีอ่อนไล่ไปยังเฉดสีเข้ม ด้วยการผสมสารกระตุ้นสี (Mordant) จากธรรมชาติอย่างน้ำปูนใส สารส้ม และขี้เปรอะ! (โคลน) ส่วนข้อดีของการมีเจ้าของแบรนด์ที่เรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์ไบโอ ยังทำให้โบค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติจากงานวิจัยของเธอเอง สนุกมาก!

โบบอกว่า ใบหูกวาง 1 กิ่ง จะมีทั้งใบอ่อนและใบแก่ ใบแรกของกิ่งจนถึงใบลำดับที่ 5 จะให้สีเหลืองเฉดหนึ่ง ถ้าเป็นใบลำดับที่ 6 ลงมาจนถึงใบสุดท้ายจะให้สีเหลืองอีกเฉดหนึ่ง ฉะนั้น ต้นหูกวางเพียงต้นเดียวให้สีเหลืองนับเฉดไม่ถ้วน

จะว่าไปความหลากหลายของสีสันก็เป็นเอกลักษณ์ของรวยบุญ ทำให้สินค้าพิเศษและมีหนึ่งเดียวในโลก 

เกือบลืมเสริมให้คุณฟัง แม่นายบอกว่าการย้อมสีจากพืชชนิดเดียวกัน ทว่าต่างฤดูกาล เฉดสีที่ได้ออกมาจะอ่อนและเข้มแตกต่างกัน แค่ย้อมประดู่ต้นฤดูฝน กลับมาย้อมประดู่อีกทีปลายฤดูฝน สีน้ำตาลก็กลายเป็นอีกเฉดทันที หรือพืชชนิดเดียวกัน ทว่าสารกระตุ้นสีต่างกัน เฉดสีที่ได้ออกมาก็ต่างกันไปด้วย เช่น น้ำต้มครั่งให้สีชมพู ทดลองกับสนิม ปูนขาว สารส้ม และโคลน สารกระตุ้นสีทั้งสี่จะเป็นตัวตัดสินเฉดเข้มอ่อนของสีชมพูจากครั่งเคยมีชีวิต ธรรมชาติสนุกอย่างนี้เอง!

ออกแบบจากสิ่งตี้เฮามี

รวยบุญออกแบบเสื้อผ้าอย่างเรียบง่าย ง่ายต่อการตัดเย็บ ง่ายต่อการสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เสื้อยืดบ้าง เสื้อคอกะเหรี่ยงก็มี หมวกใบเท่เหมาะกับวัยรุ่น กางเกงทรงสวยใส่ไปทำงานก็สุภาพ ใส่อยู่บ้านก็สบ๊ายสบาย

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

สำคัญมาก ทุกครั้งของการตัดเย็บแม่ช่างฝีมือต้องเหลือผ้าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่เป็นการสร้างขยะ แม้เหลือเศษผ้าเพียงนิด โบและกลุ่มแม่บ้านผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนผู้ถนัดงานประดิดประดอย จัดการแปลงโฉมเศษผ้าเป็นดอกแก้วจิ๋ว เพื่อทำเครื่องประดับบ้าง ยางรัดผมแสนน่ารักบ้าง ใส่กับเดรสสีชมพูจากเจ้าครั่ง เข้ากั๋นตี้สุดเจ้า!

  “เราออกแบบจากการเห็นวัสดุก่อน ต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่เขาออกแบบก่อนแล้วค่อยหาวัสดุ เพราะเรากำหนดแม่ช่างทอไม่ได้ เราให้สิทธิ์เขาในการออกแบบลวดลายและสีสัน บางทีสีก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สมมติฤดูกาลหน้าได้สีเหลืองเยอะหน่อย แม่อาจจะทอลายขาวสลับเหลืองมาให้ นั้นเป็นสิ่งที่รวยบุญต้องคิดต่อว่าจะออกแบบอย่างไร เราจำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีแล้วค่อยมองต่อไปยังช่างตัดเย็บ” มะตูม-วรรณวิสาข์ สายใจ มือขวาของรวยบุญขยายความ

ปีนี้พิเศษมาก รวยบุญร่วมงานกับ British Council แสดงความเป็นน่านด้วยการผสานลายโบราณประจำจังหวัดด้วยการทำงานกับกลุ่มทอผ้าบ้านศาลา อำเภอปัว ภายใต้รูปแบบผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติตามแบบฉบับรวยบุญ

อดใจรออีกนิด เรารับรองว่าสองสาวและกลุ่มแม่บ้านอีก 4 ชุมชนจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

คนทำป๊ะคนใส่ คนใส่ป๊ะคนทำ

ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจว่า ‘ทำไมผ้าย้อมสีธรรมชาติถึงราคาแพงกว่าผ้าย้อมสีทั่วไปตามท้องตลาด’ รวยบุญจึงสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าทุกครั้งเวลาออกงานต่างจังหวัด และขยับขยายเป็นการทำเวิร์กช็อปให้คนทดลองมัดย้อมผ้าสีธรรมชาติ เพื่อหวังว่าการลงมือทำจะทำให้คนเข้าใจและตอบคำถามนั้นด้วยตนเอง แถมยิ่งลงมือทำ ยิ่งเห็นคุณค่า

ยางรัดผม

ก่อนจะนั่งล้อมวงสนทนา โบพากลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนไปทำเวิร์กช็อปด้วยกัน 

“เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เราพากลุ่มแม่ไปเวิร์กช็อปเพื่อให้เขารู้จักลูกค้าตัวเอง เมื่อก่อนแม่มีความกังวลว่าของเขาจะขายได้มั้ย ลููกค้าเป็นกลุ่มไหน แต่พอเราพาไปเจอลูกค้า เขาก็รู้ว่าสินค้าของพวกเขาไปต่อได้ หน้าตาคนสวมใส่เป็นแบบไหน และการเวิร์กช้อปเป็นผลดีให้เราสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าทำไมสีธรรมชาติถึงแพงกว่าสีเคมี” เธอเล่าก่อนจะเสริมต่อว่า 

ย้อมสีธรรมชาติ

“เราไม่คิดว่ารวยบุญจะมาไกลถึง 4 ปี เราเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่เหมือนเด็กกลับบ้านทำเอาสนุก ได้ช่วยชุมชน ได้เอาสินค้าของคนน่านไปกระจายออก เราเดินทางมาด้วยกันแล้ว เราต้องไปต่อ จากความคาดหวังของคนตัวเล็ก ตอนนี้เป็นความสนุกใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น กลายเป็นกระบวนการที่เราต้องคิดแบบครบวงจร ไม่ใช่แค่การขาย แต่ต้องเริ่มตั้งแต่หลังบ้าน เราจะทำหลังบ้านให้เข้มแข็งได้อย่างไร เพื่อให้ทุกคนยั่งยืนไปพร้อมกัน นั้นเป็นเป้าหมายหลักของรวยบุญ”

บ้านน้ำเกี๋ยนเปิดยินดีเปิดรับผู้คนให้มาเยี่ยมเยียน ช้อปปิ้ง หรือเข้ามาเวิร์กช็อปย้อมสีธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี ขอเพียงนัดล่วงหน้ามาเท่านั้น คนทำจะได้ป๊ะคนใส่ และคนใส่จะป๊ะคนทำอย่างสม่ำเสมอ

ตอบแทนธรรมชาติ

แม้การเข้ามาทำงานร่วมกับรวยบุญดูราบรื่น แต่สมาชิกภายในกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนกลับลดลงเหลือแต่คนที่สนใจจริงและพร้อมเดินหน้าต่อ แน่นอน! แม่นายยังสู้ เธอบอกเราด้วยแววตาเปี่ยมความหวังว่า

“ยิ่งคนน่อยยิ่งมีความเข้มแข็ง เฮาอยากจะสู้ อยากจะทำให้คนอื่นหันว่าเฮาทำได้ เฮาไปได้ ยังสู้อยู่ กี่คนก็สู้เจ้า เฮาอยากจะเปลี่ยนจากการทำไร่ข้าวโพด ปัญหาที่มันเกิดบ่ใจ้บ่ฮู้ ฮู้หมดแหละ แต่ยะหยังบ่ะได้ ถ้าบ่ะยะไร่ข้าวโพดลูกจะได้เฮียนบ่หนังสือ มันบ่ได้เฮียนละ มันต้องมีงานเสริมขึ้นมา เฮาอยากจะมีจุดนี้ อยากจะมีงานตี้มั่นคงขึ้นเจ้า”

รวยบุญเข้ามาพลิกชีวิตชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำเกี๋ยน

“เฮาฮู้ตัวแล้วว่าเฮาสร้างปัญหาหื้อกับสิ่งแวดล้อมมาเยอะมาก เฮาฮู้ทุกอย่าง แต่เฮาบ่ฮู้จะยะอะหยัง เฮาเลยอยากจะยะอะหยังตี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตี้จะคืนให้เปิ้น เอาของเปิ้นมาใช้นักแล้ว แม่ก็บ่ะได้มีอะหยัง อยากจะอุ้มคนในชุมชน เปิ้นฮ้องเตี้ยอุ้มค่อม เปิ้นก็บ่ะมี เฮาก็บ่ะมี ก็จ้วยกันไปจะอั้น อยากหื้อมันมีการเปลี่ยนแปลงกับหมู่จาวบ้าน กลุ่มของแม่เป็นแม่บ้านตี้บ่มีความฮู้ บ่ได้เป็นแนวหน้าของชุมชน เป็นกลุ่มแม่บ้านแต้ๆ อยากจะมีอะหยังสักอย่างตี้เฮาทำแล้วมันเกิดประโยชน์กับคน ถ้าเป็นไปได้อยากเลิกทำไร่ข้าวโพดเจ้า 

“แต่ตึงวันนี้มีการลด แม่ลดพื้นที่การปลูกข้าวโพด สวนของแม่เริ่มปลูกต้นไม้ที่หื้อสี แม่เอาต้นมะม่วงหิมพานต์ไปปลูก เปื้อตี้จะเอากลับมาใจ๊วันข้างหน้า ถ้าเกิดว่ากลุ่มของแม่ยังอยู่ แม่จะเอาผลผลิตหมู่นั้นมาใจ๊เจ้า ประดู่แม่ก็เก็บในสวนละเป็นพื้นที่ว่างแล้วปล่อยให้ประดู่ขึ้นนะเจ้า แม่พยายามที่จะหื้อหมู่เปิ้นขายให้ อี่แม่จะละให้มันเป๋นป่า แล้วแม่จะใจ๊ประโยชน์กับป่า แม่จะอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนหื้อดีตี้สุด จะใจ๊ชีวิตตี้เหลือกับชุมชน” เสียงเธอมุ่งมั่นและตั้งใจทำจริง

แม่นายกำลังตอบแทนธรรมชาติเท่าที่เธอและกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านน้ำเกี๋ยนจะทำได้

อย่างสุดความสามารถ ด้วยคำมั่นสัญญาที่มีต่อธรรมชาติและชุมชน 

รวยบุญ แบรนด์เสื้อผ้าสีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้แม่บ้าน จ.น่าน ด้วยการทอผ้า มัดย้อม และจักสาน

รวยบุญ

วางขาย ณ Curve Project 106 หมู่ 6 ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000

ติดต่อ : 09 2362 8998

Facebook : รวยบุญ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ร่มแดงหนึ่งคัน หม้อหนึ่งใบ เตาหนึ่งลูก กับหญิงสาวผู้ตั้งหน้าตั้งตาต้มสีย้อมผ้าที่ริมน้ำหลังตลาด

น้อยหน่า-ปนัดดา โพธิ นักออกแบบสิ่งทอ (Textile Designer) ผู้หันหลังจากเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แล้วปล่อยให้ความคิดถึงพาเธอหวนคืนสู่อ้อมกอดบ้านเกิดท่ามกลางผืนไพร ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

นวล สตูดิโอ’ สตูดิย้อมผ้าเล็ก ๆ ของน้อยหน่าเริ่มต้นด้วยการกางร่มแดง แล้วนั่งต้มสีย้อมผ้าจากต้นไม้ที่หาได้แถวบ้าน ท่ามกลางแดดฝนที่โรงเก็บของหลังตลาดของแม่ จนกลายมาเป็นโรงย้อมผ้าเต็มตัวท่ามกลางหุบเขาที่บรรจงสร้าง Pantone สีธรรมชาติของปากช่อง ผ่านเส้นใยและผืนผ้าด้วยสีนวล ๆ สบายตาหลายเฉดสีจากพืชพรรณบนหุบเขา

“ธรรมชาติคือห้องสมุดที่ใหญ่มาก เป็นที่ที่รอให้เราอ่านเจอ เพราะวันพรุ่งนี้เราก็จะเปิดเจอหน้าใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ”

หญิงสาวผู้มาพร้อมร่มแดงจึงอยากพาพวกเราไปเปิดใจรู้จักกับสีย้อมผ้า Pantone ของปากช่อง เมืองแห่งผ้าไหมและสิ่งทอ ด้วยการเปิดหน้าหนังสือท่ามกลางห้องสมุดธรรมชาติทีละหน้าสองหน้าไปด้วยกัน ตั้งแต่การดั้นด้นค้นพบสีธรรมชาติ การเลือกเส้นใยที่ไม่ซ้ำใคร จนถึงการส่งมอบสีนวล ๆ ที่เต็มไปด้วยมวลของความสุข

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

หน้าที่ 1 หญิงสาวผู้มากับร่มสีแดง

หนังสือหน้าแรกเปิดประตูสู่ปากช่อง เมืองแห่งภูมิปัญญาการทอและเป็นขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหม ย่ำกรายไปบ้านไหน ก็มักเห็นกี่ทอผ้าและอุปกรณ์ทำเส้นไหมตั้งอยู่สักมุมของตัวบ้าน บ้านยายของน้อยหน่าก็เช่นเดียวกัน แม้แต่เดิมบ้านยายของเธอตั้งอยู่ที่อำเภอใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่วายมีกี่ทอผ้าและเหล่าเครือไหมที่ใช้ทำเส้นใยเพื่อทอผ้าผืน 

“สมัยเด็ก ยายเป็นคนทำผ้าไหม เรามีความชอบแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ค่อยได้เล่นแบบเด็ก ๆ ทั่วไป เพราะคอยจับเครือไหมให้ยายตลอด ตอนเรายังเด็ก ป้า ๆ ยาย ๆ เขาเคยทำ แต่กว่าเราจะโต กว่าจะเรียนจบ ป้า ๆ ยาย ๆ ก็ไปทำอาชีพอื่นแล้ว ทุกบ้านเลยมีอุปกรณ์ทอผ้าปล่อยทิ้งร้างไว้” หญิงสาวเล่าการเปลี่ยนผ่านของอาชีพช่างทอ

แม้ที่บ้านยายของน้อยหน่าไม่มีใครทอผ้ากันแล้ว แต่เธอยังชื่นชอบสิ่งทอมาโดยตลอด กระทั่งเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย เธอใช้เวลาค้นพบตัวเองถึง 2 ปี เพื่อพิสูจน์ว่ามีใจรักเรื่องผ้าและสิ่งทอแบบเต็มร้อย

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“เราเคยซิ่ว 2 รอบ ตอนแรกมองข้ามและตัดสินใจไม่เรียนสายสิ่งทอเพราะใกล้ตัว ยายบอกว่าเรียนทำไม ของแบบนี้เรียนกับยายกับป้าก็ได้ เราเลยเรียนอย่างอื่น รู้สึกว่าไม่ใช่ สุดท้ายเรายังชอบผ้า พอมาเรียน Textile Design เราก็พุ่งสุดตัวเลย เพราะไม่ได้มาหาตัวเองระหว่างเรียน แต่เราหาตัวเองระหว่างซิ่ว เป็นการนับหนึ่งแบบเต็ม 100”

หลังจากเรียนจบและใช้เวลากับการเป็น Textile Designer ด้านเครื่องแต่งกายอยู่ 2 ปี น้อยหน่าก็ทยอยเก็บของแล้วลาจากกรุงเทพฯ มาตั้งรากฐานใหม่บนหุบเขาบ้านเกิด ที่ใช้คำว่าทยอยเก็บของ เป็นเพราะการตัดสินใจในครั้งนี้เกิดจากความคิดถึง ผสานกับความรักที่มีต่อธรรมชาติในอำเภอปากช่องที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย

 “เราแค่กลับบ้านในวันหยุด เริ่มต้นด้วยเสื่อผืนหมอนใบ ซื้อเตาหนึ่งอัน หม้อหนึ่งใบ แล้วก็มีร่มแดง เหมือนร่มตลาดนัดกางอยู่ริมแม่น้ำ เราต้มและย้อมสีผ้าตรงนั้น ช่วงแรกก็สนุก เรายังไม่ได้คิดถึงว่าตัวเองจะต้องไปยังไงต่อ 

“ฝนตกแดดออกเราก็ย้อม แต่เรารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมากเลย เพราะเดี๋ยวเราก็ต้องกลับกรุงเทพฯ ไปทำงาน มันก็เลยเริ่มจากตรงนั้น เราเริ่มขยับเป็นซื้อหม้อ ซื้อเตาเพิ่มอีกหนึ่งชุด” น้อยหน่าเล่าถึงวันแรกของ นวล สตูดิโอ

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง
'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

ทุกวันหยุดของน้อยหน่ามักใช้เวลาไปกับการกางร่มแดงแล้วย้อมสีที่ริมน้ำหลังตลาด กระทั่งถึงจุดที่เธอคิดว่าประสบการณ์จากการทำงานประจำนั้นอยู่ตัวแล้ว เธอจึงตัดสินใจเริ่มธุรกิจและกลับมาอยู่กับสิ่งที่รัก ณ บ้านเกิดพร้อมกันกับ อีฟ-ณัฐรวี ดีทองหลาง เพื่อนคนโคราชด้วยกันที่ลางานประจำเพื่อมาลงมือกับ นวล สตูดิโอ อย่างจริงจัง

“เราขอพื้นที่เสี้ยวเดียวในโรงเก็บของของแม่ ก็เลยตั้งชื่อว่า นวล สตูดิโอ เพราะคุณแม่ชื่อนวล เราขอโรงเก็บของตรงนั้นมา ก็ต้องให้เป็นชื่อเจ้าของ บวกกับคอนเซ็ปต์ของเราคือเน้นเรื่องสีธรรมชาติ เราฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฉะนั้นสีก็ออกมาเป็นสีนวล ๆ ไม่เข้มมาก ทุกอย่างจะเป็นสีนวล ๆ ตามชื่อเจ้ากับโรงย้อมเลย” ลูกสาวเล่าที่มาที่ไป

ที่ตั้งเดิมของนวล สตูดิโอ เริ่มจากบริเวณริมน้ำหลังตลาด แต่เพราะเป็นที่ลุ่มน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากทำให้พื้นที่ตรงนี้เกิดน้ำท่วมทุกปี น้อยหน่าและอีฟจึงได้ฤกษ์ย้ายสตูดิโอหลังจากทำงานที่โรงย้อมเดิมเมื่อเข้าปีที่ 3

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“การย้ายสตูดิโอย้อมผ้า สิ่งที่ยากคือเราไม่ได้หาที่ดิน แต่ต้องหาแหล่งน้ำ เราตระเวนเก็บน้ำทั่วปากช่องมาลองย้อมดูว่าน้ำที่ไหนโอเค ปัจจัยแหล่งน้ำธรรมชาติต้องมีตลอดทั้งปี จนเจอแหล่งน้ำใกล้เขื่อนลำตะคอง เป็นบ่อน้ำผุดที่มีน้ำตลอดปี เป็นบ่อที่ถูกต่อท่อเพื่อใช้โดยน้ำไม่ลดเลยกว่า 10 หมู่บ้าน บ่อน้ำตรงนี้อยู่บนภูเขา ไม่ไกลจากที่เดิม แหล่งวัตถุดิบยังเหมือนเดิม ชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำทิพย์ เพราะน้ำในบ่อไม่เคยหมด สตูดิโอใหม่ของเราเลยได้ตั้งอยู่ที่นี่”

ระยะเวลากว่า 5 ปีที่สองคู่หูชวนกันกลับบ้าน และกล้าลงมือเปลี่ยนหม้อหนึ่งใบ เตาหนึ่งอัน ให้กลายเป็นสตูดิโอบนภูเขาใกล้เขื่อนลำตะคอง โรงย้อมผ้าที่อยากเล่าเรื่องราวขุนเขาแห่งปากช่องผ่านสีฟุ้ง ๆ นวล ๆ จากต้นไม้ใบหญ้า

หน้าที่ 2 Natural Limited

“Natural Limited”

แก่นหลักที่น้อยหน่าให้คำจำกัดความถึงธรรมชาติในแบบของนวล สตูดิโอ

“สตูดิโอย้อมสีนวล ๆ ที่มองว่าธรรมชาติมีความพิเศษเฉพาะตัวเหมือนสินค้า Limited Edition สีธรรมชาติเป็นสีลิมิเต็ดที่เกิดขึ้นมาเฉพาะในช่วงวัน เวลา ฤดูกาล อุณหภูมิ อากาศ ณ ตอนที่เราย้อม ทำให้สีของเขาเปลี่ยนไป

“บางคนมักคิดว่าสีเปลือกไม้ต้องได้จากสีธรรมชาติสีน้ำตาล แต่พอย้อมจริงแล้วไม่เป็นสีน้ำตาล เรามองว่านั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เรารู้สึกว้าวที่เขากลายเป็นสีอื่น เพราะมันคือความพิเศษเฉพาะตัว เขาอาจจะไม่ใช่สีน้ำตาล Brown แต่เขาอาจจะเป็นน้ำตาล Butter สีจากธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มันคือ Natural Limited”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

เมื่อสีธรรมชาติเปลี่ยนเฉดสีตลอดเวลาตามสภาพอากาศ สภาพดิน สภาพน้ำ รวมถึงปัจจัยวันและเวลา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของการกำหนดค่าเฉดสีของนวล สตูดิโอ การกำหนดค่าเฉดสีให้สีธรรมชาติกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นอีกต่อไป

“Code สีของเราไม่ได้บอกว่ามันเป็นสีแดงหรือสีชมพู แต่เราจะบอกว่าเป็น สีฝาง เป็นชมพูจากฝาง เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าในแต่ละครั้งที่ย้อม คุณจะได้สีชมพูจากแก่นฝาง แต่สีชมพูในแต่ละรอบของการย้อมเฉดสีจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุในดิน วันและเวลาของฝางแต่ละต้น” นอกจากสีชมพูจากฝางแล้ว ยังมีชื่อเรียกสีอื่น ๆ อย่างสีม่วงจากกะหล่ำม่วง สีดำจากมะเกลือ สีครีมจากยูคาลิปตัส หรือสีผิวเด็กจากมะพร้าว

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“เรากำหนดสีการย้อมแต่ละครั้งให้เหมือนเดิมไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราทำให้ใกล้เคียงได้นะ ถ้าครั้งแรกลูกค้าซื้อแล้วสีเข้มกว่านิดหนึ่ง แล้วซื้อรอบที่สองสีไม่เข้มเท่ารอบแรก เราก็ลงสีซ้ำให้อีกรอบจนได้สีที่ใกล้เคียงกัน เราแนะนำลูกค้าตลอดว่า สั่งให้พอกับความต่อเนื่องของชิ้นงาน เพราะรอบหน้าไม่การันตีเฉดสีเดิมที่ลูกค้าเคยสั่งไว้ 

“เราทำงานกับธรรมชาติ ก็ต้องคุยกับลูกค้าให้เข้าใจธรรมชาติไปด้วยกัน” น้อยหน่าเฉลยหัวใจสำคัญ

 สียืนพื้นของ นวล สตูดิโอ มีทั้งหมด 20 สี 48 เฉด เป็นสีนวล ๆ ที่น้อยหน่าและอีฟเห็นว่าเหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบหรืองานสร้างสรรค์ทุกชนิด เช่น สีดาวเรือง สีอัญชัญ สีสะเดา สีครั่ง สีขมิ้น ฯลฯ

“เราคิดกันว่าธรรมชาติทำได้เหมือนดินสอสีที่เราใช้ไหม ตอนเด็ก ๆ ดินสอสีที่เราใช้มี 12 สีก็โอเคแล้ว แต่ถ้ามี 24 สีเรายิ่งว้าว ถ้ามี 36 สีเราเอาไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนได้เลย เลยคิดว่าสีธรรมชาติมันทำขึ้นมาอยู่บนเส้นใยโดยไม่มีขีดจำกัดได้ไหม เพราะสีเคมีไม่มีขีดจำกัด อยากได้สีไหนก็ได้ แต่เราค่อนข้างเซนซิทีฟกับสีเคมี ถ้าเปลี่ยนจากสีเคมีเป็นสีประดู่ สีมะพร้าว สีสะเดา ไปอยู่บนชิ้นงานเดียวกันจนเป็นลวดลาย มันดูน่าสนุก ไม่อันตรายกับตัวเราด้วย”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

แม้น้อยหน่าเสกสีธรรมชาติขึ้นมาได้มากกว่า 48 เฉดสี แต่เธอเลือกทำเพียงเท่านี้เพื่อสมดุลวัตถุดิบและเคารพธรรมชาติ เพราะสีที่ได้ล้วนหยิบใช้จากธรรมชาติ การคำนึงถึงวัตถุดิบไม่ให้หมดไปก็สำคัญ ดังนั้น วิธีการได้มาของสีจากเหล่าพืชพรรณจึงมีหลากหลาย เพื่อกระจายความสมดุลของวัตถุดิบให้คงมีเหลือใช้ทำสีตลอดปีและตลอดฤดูกาล

“เราเน้นวัตถุดิบในท้องที่เป็นหลัก ฉะนั้น เฉดสีที่ได้คือเฉดสีของปากช่อง” 

วัตถุดิบส่วนมากที่ นวล สตูดิโอ ใช้มักเป็นต้นไม้ยืนต้น อย่างประดู่ สะเดา และมะพร้าว โดยใช้เพียงส่วนของเปลือกนอก 20 – 30 เซนติเมตร และไม่ตัดถึงท่อน้ำเลี้ยง การได้มาซึ่งวัตถุดิบมีหลายวิธีด้วยกัน

“งานอดิเรกของเราคือการขับรถเล่น เพื่อหาดูต้นไม้หักโค่น เราพร้อมเก็บกวาดให้ ยิ่งช่วงที่เทศบาลตัดต้นไม้เพราะมันขึ้นใกล้สายไฟ เราก็จะไปเก็บช่วงที่เขาตัด ไม่ต้องให้เขาขนขึ้นรถ เราก็เอากลับบ้านมาจัดการเอง แล้วแถวนี้ก็ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นไร่เป็นสวน เราก็ไปหาซื้อเขาเอา เป็นการกระจายรายได้ส่วนเล็ก ๆ ของเราให้ชุมชน

“หรือมีช่วงหนึ่งที่เขาปลูกดาวเรืองส่งตลาดกัน มักมีดาวเรืองตกเกรดเหลือทิ้งเป็นภูเขา เรามองว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ของสีธรรมชาติ เราไปขอซื้อ บ้างก็ขาย บ้างก็ให้เราเลย เหมือนเราจัดการขยะให้เขาไปในตัว”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบที่ได้จากตลาดปากช่องด้วย นวล สตูดิโอ ไม่ได้มีเพียงสีธรรมชาติบนผืนป่า แต่นำสีจากความเป็นเมืองชนบทมาให้เราเห็นบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงจากกะหล่ำบนแผงของป้าในตลาด สีจากสายบัวที่มีขายบางฤดูกาล นอกจากกะหล่ำแล้วก็ยังมีพืชที่ขายบางฤดูกาลด้วยเหมือนกัน แค่ฟังเธอเล่าก็สนุกตามไปด้วย

“ช่วง High Season ปลายพฤศจิกายนถึงต้นมีนาคม ชาวบ้านที่รู้ว่าเราย้อมสีธรรมชาติมักเอามะเกลือมาขายให้ บางฤดูกาลหาได้ไม่เยอะ ทำให้มะเกลือกลายเป็นลิมิเต็ด ถ้าไม่ซื้อฤดูกาลนี้ เดือนหน้าไม่ได้ใช้แล้วนะ ต่อให้ไม่มีแผนจะใช้ก็ต้องซื้อเก็บไว้ก่อน เพราะบางคนรอสีมะเกลือตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว กลายเป็นการสร้างคุณค่าให้มะเกลือไปในตัว เราบอกลูกค้าว่ามะพร้าว ประดู่ มีทั้งปี แต่มะเกลือหรือบางตัวต้องรอ กลายเป็นคอนเซ็ปต์ของเราเลย คือ Natural Limited”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

หน้าที่ 3 มนุษย์ผู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

นวล สตูดิโอ ไม่เพียงแค่สรรสร้างสีแห่งปากช่อง แต่ยังต้องการส่งต่อเส้นใยธรรมชาตินอกกระแสให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่รักในผ้าและสิ่งทอเหมือนกัน แต่ชุดความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่น้อยหน่านำมาส่งต่อ ล้วนเป็นภูมิปัญญาโบราณจากรุ่นยายที่ประยุกต์เข้ากับความรู้สมัยใหม่

“เราได้ความรู้เก่าตั้งแต่ยายทอไหม แล้วก็ศึกษาเพิ่มเติมทั้งของไทยและต่างชาติ เพื่อประยุกต์เรื่องพืชและวิธีการย้อมผ้าที่ใกล้เคียงกัน ตอนเด็ก ๆ เราคุ้นชินกับการที่ยายใช้ยางมะละกอฟอกไหม เราก็ลองเอายางมะละกอมาต้มกับฝ้ายดูค่าไขมันดู องค์ความรู้พวกนี้เป็นความทรงจำในวัยเด็ก ประกอบกับที่เรามาศึกษาเพิ่มเติมตอนโตด้วย

“แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือการคลุกคลีกับธรรมชาติ ทฤษฎีเป็นพื้นฐานเพื่อแค่ให้รู้ แล้วเราก็ไปเรียนรู้กับธรรมชาติอีกที ธรรมชาติดิ้นได้ บางสีที่ทฤษฎีคนบอกว่าทำไม่ได้ แท้จริงมันผสมได้ ธรรมชาติเป็นครู เรากอดธรรมชาติ กอดขอบคุณต้นไม้ ให้ความเคารพว่าเขาเป็นครูของเราในทุก ๆ ต้นเลย”

นวล สตูดิโอ เป็นเพียงโรงย้อมสีธรรมชาติเล็ก ๆ เรื่องของการทำเส้นใยจึงจำเป็นต้องพึ่งแหล่งผลิตจากโรงงานทั้งในและต่างประเทศ ที่นี่จึงใช้วิธีทำงานร่วมกันกับชาวบ้าน โดยการหาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตเส้นใยจากเกษตรกรหลายกลุ่ม อย่างเส้นใยสับปะรดจากราชบุรีและเพชรบุรี การนำเข้าเส้นใยจากต่างประเทศอย่างเส้นใยกัญชงจากฝรั่งเศส รวมถึงฝ้ายออร์แกนิกจากอินเดีย

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา
การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

“คนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในงานวงการสิ่งทอ จะรู้จักแค่ฝ้ายกับไหม เราอยากเปิดโลกว่า ที่จริงเส้นใยธรรมชาติบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ฝ้ายกับไหม ต้นไม้ที่มีเส้นใย นำมาถักทอเป็นผืนผ้าได้ เราก็เลยทำเส้นใยอื่น ๆ อย่างเส้นใยกัญชง ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก เป็นเส้นใยทางเลือกที่จะทดแทนเส้นใยอื่น ๆ ในอนาคต คนก็จะยังไม่เข้าถึง แต่เราก็ทำขึ้นมาก่อนเพื่อให้คนรู้และซึมซับ”

หลังจากได้เส้นใยธรรมชาติที่ต้องการแล้ว เป็นวิธีการลงมือย้อมกันเองของสองคู่หูน้อยหน่าและอีฟ Pantone จึงมักออกมาอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่เป็นเส้นใยสำหรับงานถักทอและงานออกแบบเป็นหลัก แต่นอกจากเส้นใยเพื่องานถักทอและงานออกแบบ นวล สตูดิโอ ก็มีผ้าผืนสำหรับผู้ชื่นชอบสีแต่ไม่ถนัดงานคราฟต์ด้วย

“เรามีผ้าทอ 2 แบบ คือ ทอเครื่องกับทอมือ ทอมือก็ให้แม่ ๆ ป้า ๆ ที่บ้านยายทอ การทอมือมีขีดจำกัดเยอะ ป้า ๆ แม่ ๆ เขาทอหน้ากว้างได้แค่ 1 เมตร เพราะที่หมู่บ้านไม่ได้ใช้กี่กระตุก แต่ใช้ทอกระสวย ระยะ 1 เมตร มันสุดแรงเอื้อมของมือเขาแล้ว ส่วนทอเครื่อง มีเพื่อผ้าหน้ากว้าง งานดีไซน์อย่างการตัดชุด ตัดกระโปรง ตัดเดรส ต้องใช้หน้ากว้างเพราะไม่เปลืองผ้าเวลาตัดเฉลียง”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

แม้ นวล สตูดิโอ จะสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของน้อยหน่าและอีฟ แต่ระหว่างการเดินทางตลอด 5 ปีของพวกเธอก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันระหว่างชุมชนกับธรรมชาติในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการหาวัตถุดิบยันขั้นตอนการผลิตออกมาเป็นเส้นใยสิ่งทอสีนวล ๆ ให้เราได้ชื่นชมกัน 

“ลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งนักออกแบบ ออกแบบแฟชั่นและตกแต่ง มัณฑนศิลป์ นักออกแบบภายใน พวกออกแบบของตกแต่งบ้าน บางคนเอาไปปัก ทำงานจิตรกรรม หลัก ๆ ก็ทำงานถักงานทอผ้า เอาไปทอสลับลายขิต ลายยกดอกกับผ้าถุงและพวกย่ามสะพาย ขายให้คนที่ทำงานอดิเรกเสียส่วนใหญ่ บางคนเริ่มจากงานอดิเรกแล้วได้ทำขายจนกลายเป็นอาชีพก็มี ลูกค้าบางคนเราอยู่กับเขาตั้งแต่เริ่มถัก จนตอนนี้ถักขายได้แล้ว”

หน้าที่ 4 ธรรมชาติคือเรา

นวล สตูดิโอ ผู้เปิดประตูสู่เรื่องราวของปากช่องด้วย Pantone ที่ร้อยเรียงหลากสีบนเส้นใยและผืนผ้า เชิญชวนให้ผู้คนเข้ามารู้จักกับความเป็นปากช่องที่ไม่ใช่แค่สีเขียวของเขาใหญ่ และไม่ใช่แค่สีน้ำตาลของผืนดินหรือสีฟ้าของผืนน้ำ แต่ยังพาให้คนที่เข้าสู่ประตูนี้ได้รู้จักค้นพบสิ่งใกล้ตัวและใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบกายมากขึ้น

“เราคุยกับลูกค้าเยอะมาก เราบอกเล่าเรื่องราวของสีแต่ละฤดูกาลว่าเป็นมายังไง ใช้ต้นไม้แบบไหนบ้าง พอของไปถึงมือลูกค้า เขาก็จะบอกเราว่า ‘น้องประดู่น่ารักจังเลย สีน้องทำไมเป็นแบบนี้’ บางคนซื้อสีมะพร้าวน้ำหอมไป เขาบอกว่าอยากไปซื้อมะพร้าวน้ำหอมมากินเลย หลายคนเวลาออกไปข้างนอก เขารู้สึกว่าอยากมองหาต้นไม้นั้น ๆ บางคนบอกว่าสั่งต้นมะเกลือไม่เคยเห็นมะเกลือเลย บางคนสั่งประดู่เขาก็มาเล่าว่าวันนี้เจอต้นประดู่ พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าธรรมชาติสำคัญ ไม่ใช่รู้แค่ว่าสีธรรมชาติมันสวยหวาน

“เส้นใยที่ถึงมือลูกค้าทำให้เขาสังเกตธรรมชาติ รักธรรมชาติ และรู้สึกผูกพัน เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่แค่ในพื้นคอนกรีต แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติด้วยเหมือนกัน เราเองพอมาทำตรงนี้เราก็มองต้นไม้ใบหญ้าอยู่ตลอดเวลา ลูกค้าก็เริ่มเป็นเหมือนเรา เราไม่ได้แค่ซื้อขาย แต่เหมือนคุยและบอกเล่าเรื่องราวที่เราไปเจอกันมา”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

คงจะดีไม่น้อย หากการแบ่งปันความสุขทำได้มากกว่าการตอบแชตบนเพจเฟซบุ๊ก คิดได้เช่นนั้นน้อยหน่าและอีฟก็ริเริ่มจัดเวิร์กชอปทำสีย้อมธรรมชาติ เพื่อพบปะลูกค้าและผู้ที่สนใจเรื่องงานผ้าให้ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันใกล้เขื่อนลำตะคอง ครั้งแรกที่จัดคือปีก่อนที่จะเจอโควิด-19 หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็กลับมาจัดอีกครั้งในวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

“คอนเซ็ปต์เวิร์กชอปรอบนี้คือ ย้อมผ้ากินปลาเขื่อน คือพาย้อมผ้าและปิกนิกกินปลาเขื่อน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลเปิดเขื่อนลำตะคอง ชาวบ้านจะหาปลาสดมาจากเขื่อนให้เราได้เอามาทำกับข้าว เอามาเผาให้ลูกค้ายามเย็นหลังย้อมผ้าเสร็จ ทุกคนจะได้ซึมซับความเป็นชาวเขื่อนลำตะคอง เพราะน้ำย้อมก็ใช้น้ำเขื่อนลำตะคอง โคลนที่ใช้หมักผ้าก็ใช้โคลนจากเขื่อน วัตถุดิบเราก็ใช้จากปากช่อง คุณจะเห็นเฉดสีของปากช่องที่เราสกัดออกมาได้ มีมากกว่าสีเขียวของเขาใหญ่เลยด้วยซ้ำ อยากให้คนมาสัมผัสและใกล้ชิดกับสีของธรรมชาติมากขึ้นด้วย”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

การใกล้ชิดกับธรรมชาติไม่เพียงทำให้เราได้มองสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมากขึ้น แต่น้อยหน่าที่ค้นพบ Pantone สีของปากช่องยังได้อีกหนึ่งบทเรียนจากธรรมชาติ ซึ่งเธอเองก็พยายามส่งต่อบทเรียนนี้ให้ผู้อื่นได้รับเช่นเดียวกัน

“ช่วงแรก ๆ ที่เราทำสีย้อมแล้วอยากได้เฉดสีที่เป๊ะ มันเครียดมาก จนเรารู้สึกว่าทำไมต้องไปบังคับธรรมชาติ ทำไมไม่มองว่าสีที่มันผิดเพี้ยนจากเดิมคือความพิเศษและลิมิเต็ดไม่เหมือนใคร 

“ธรรมชาติคือความพิเศษ พอมองแบบนั้นแล้ว เรายิ่งชอบการทำสีธรรมชาติมากขึ้น 

“ธรรมชาติสอนเราว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนในธรรมชาติ อย่าลืมว่าธรรมชาติคือตัวเราด้วย อย่าไปยึดติดกับตัวเองและธรรมชาติมาก เพราะยิ่งคาดหวังมากเท่าไร ยิ่งผิดหวังมากเท่านั้น ธรรมชาติสอนเราแบบนี้” 

หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ แต่ไม่ใช่กระดาษแผ่นสุดท้ายของ นวล สตูดิโอ เพราะในอนาคตคู่หูน้อยหน่าและอีฟจะยังคงค้นหาสีใหม่ ๆ ของปากช่องที่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดแห่งขุนเขาอันกว้างใหญ่นี้ต่อไป สร้างประตูหลายบ้านให้ผู้คนเข้ามาทักทายและทำความรู้จักกับปากช่อง อันเป็นบ้านเกิดแสนรักของพวกเธอไปกับสีธรรมชาติบนเส้นใยและสิ่งทอ

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

ภาพ : นวล สตูดิโอ

Writer

กชกร ด่านกระโทก

มนุษย์แมนนวล ผู้หลงใหลในกลิ่นและสัมผัสของหนังสือ ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านนิยาย/มังงะ สนุกไปกับการเดินทาง และชื่นชอบในการเรียนรู้โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load