The Cloud X ททท.

โปรดเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าและรูดซิปปิดให้สนิท เพราะสถานที่ที่เรากำลังจะพาคุณไป ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกวนใจ ขอชวนใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของจังหวัดน่านกับ อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช นัดหมายกับเราที่ปั๊มน้ำมันบนถนนสีเทาสายยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงมาพร้อมรถกระบะสีดำคู่กาย ก่อนรถเธอจะออกตัว เรายกมือขอนั่งหลังกระบะรับลม เธอใจดีอนุญาต

รถเคลื่อนตัวออกจากถนนไปไม่ไกล แต่ราวกับอยู่กันละโลก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวหลากพันธุ์ เราเห็นสวนส้ม ความจริงต้องเรียกว่า ‘ไร่’ เพราะเยอะมากจนเรายกสิบนิ้วมานับคงไม่หมด ล้อสีดำทักทายเจ้าโคลนสีแดงได้ไม่นานก็จอดสนิทหน้าบ้านที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง บรรยากาศเบื้องหลังเป็นภูเขาลูกโต มองเพียงแวบก็รู้ว่าอุดมสมบูรณ์สุดขีด

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

หนิง และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์ สองเจ้าบ้านพาเราเดินบนบันไดไม้ไผ่ทำเองลงไปยังห้องพักใกล้ชิดธรรมชาติ ก่อนจะปล่อยให้เราเดินสำรวจรอบบ้าน นั่งเล่นกับบอสตันและบรูตัส สุนัขต่างสายพันธุ์ที่มักโปรยเสน่ห์ให้แขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำ 

ก่อนจะพาคุณเดินสำรวจด้วยกัน ขอเล่าก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นของหญิงสาวเมืองกรุงที่ทำลายกำแพงอายุ ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนอายุ 40 ปีในจังหวัดน่าน ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเมืองน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา อย่างสบู่เหลว แชมพู ครีมนวด สครับขัดผิวกาย รวมกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘อยู่อย่างน่าน’ และทำบ้านพักหลังน้อยสุดอบอุ่น 2 หลัง พ่วงสตูดิโองานศิลปะของคนรัก ท่ามกลางป่าผืนใหญ่ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กของภาคเหนือ

หนิงไม่ใช่คนน่าน แต่เหตุผลใดทำให้เธอตัดสินใจมาลงหลักปักฐานในจังหวัดเล็กๆ หลังทำความรู้จักเมืองนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ล้อมวงรอบเตาหมูกระทะแล้วฟังเธอเล่าพร้อมกัน (เราเลือกหมูกระทะเป็นอาหารมื้อเย็น)

ผู้มาเยือน

5 ปีก่อน หนิงแวะมาเที่ยวจังหวัดน่าน บังเอิญเจอเจ้าของร้านกาแฟวัยใกล้เคียงกัน คุยกันถูกคอจนรู้ว่าเจ้าของก็เป็นคนต่างถิ่นที่ลาออกจากงานมาเปิดร้านกาแฟอยู่จังหวัดน่านตอนอายุ 40 ตอนนั้นเธออายุเข้าเลข 4 พอดี

บทสนทนาครานั้นราวกับเป็นชนวนชั้นดีให้เธอฉุกคิดบางอย่างและตั้งคำถามกับตัวเอง 

“ทำไมเราไม่ทำแบบนั้นบ้างวะ” 

เพล้ง! กำแพงอายุทลายตัวลง เหมือนดังประโยค ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข’ 

หลังจากกลับบ้านได้เพียง 1 เดือน เธอตัดสินใจเดินทางมาปักหลักอยู่จังหวัดน่านทันที

“เราอยู่น่านหนึ่งวัน เราทำอะไรได้เยอะเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ เรามีความสุขกว่ามาก

“คนน่านก็น่ารัก ตั้งแต่เราเริ่มมาอยู่ไม่เคยมีใครมองว่าเราเป็นคนจากที่อื่น เขามีไมตรีและเมตตาสูงมาก” 

นั่นคงเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจได้อย่างฉับพลันทันด่วน แต่การมาของหนิง เธอวางแผนอย่างดิบดี ไม่ได้มาตัวเปล่าแน่นอน เพราะเธอพกวิชาแปลงโฉมสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวติดตัวมาด้วย 

ผู้มาอยู่

หนิงเช่าบ้านไม้ 2 ห้องราคาหลักพัน มีบานเฟี้ยมอย่างที่เธอชอบ เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านขายผลิตภัณฑ์สปาจากสมุนไพร ภายใต้แบรนด์อยู่อย่างน่าน ถ้าถามว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เธอบอกว่ามันลอยมาเอง ตอนคิดจะมาอยู่จังหวัดน่าน 

อยู่ได้ 2 ปี เธอเริ่มเรียนรู้ผ่านการสังเกตว่าน่านก็ปลูกกาแฟ มีหลายดอยด้วย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก เธอเลยปิ๊งความคิดจากการนั่งดูรายการทีวีจากแดนอาทิตย์อุทัย ว่าด้วยเทศกาลทุ่งลาเวนเดอร์ ภายในงานมีผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์จำหน่าย ย้ำ! ผลิตจากลาเวนเดอร์เท่านั้น 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงเปิดการ์ดกาแฟน่านมาสู้ ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์สปามากมาย เช่น สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม สครับขัดผิวหน้าและผิวตัว ฯลฯ 

“เราไม่อยากให้คนรู้สึกว่ากาแฟเป็นได้แค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เป็นผลิตภัณฑ์สปาได้ด้วยนะ

“เราพยายามขายความเป็นตัวตน ขายความเป็นจังหวัดน่าน มากกว่าเน้นสรรพคุณความดีเลิศ อยากให้คนรู้ว่าเราเอากาแฟจากชาวบ้านมาช่วยเขาแปรรูป ถ้าการดื่มกาแฟหนึ่งแก้วเท่ากับปลูกป่า ผลิตภัณฑ์ของเราก็ไม่ต่างกัน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ สมาชิกกลุ่มจะคัดเมล็ดกาแฟสวยเต็มเมล็ดส่งไปยังอีกกลุ่มเพื่อคั่วอ่อน คั่วกลางและคั่วเข้ม ส่วนเมล็ดกาแฟไม่สวย แต่ยังใช้งานได้ดีจะถูกคัดทิ้งเป็นขยะ หนิงเลือกเก็บเมล็ดส่วนนั้นมาใช้ เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สารพัดกาแฟ แถมสร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านสันเจริญด้วย

ปัจจุบันเธอฝากขายในร้านค้าจังหวัดน่านและร้านตำรับไทยอีก 67 สาขาทั่วประเทศ

ผู้มาอยู่เจอผู้มาเยือน 

“ปีแรกเรามาอยู่เพื่อเรียนรู้ ปีที่สองเรามาอยู่ จบปีที่สามเราถึงเรียนรู้ได้ว่าควรจะไปหรือควรจะอยู่ต่อ” เธอหัวเราะเสียงดังก่อนจะเสริมต่อว่า “ปีที่สองเรากลับกรุงเทพฯ ไปขายคอนโดฯ เพื่อที่จะอยู่น่านต่อในปีต่อไปอย่างไม่เครียด” 

หลังจากได้เงินก้อน เธอตัดสินใจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่กลางป่าร่วมกับเพื่อนพ้องพี่น้องชาวน่าน

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

พูดแบบกันเองว่าเธอซื้อทิ้งเอาไว้ จะเก็บไว้สร้างเป็นอะไรเธอยังไม่ฟันธง อย่างน้อยก็มีที่นอนเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งหนิงพบรักกับหนึ่ง ครูสอนศิลปะจากสังขละบุรี ไม่เพียงเกิดเป็นความรัก แต่เกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ โฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติพ่วงสตูดิโอศิลปะสุดสงบ มีเพียงเสียงลมไหวและใบไม้ปลิวกระทบกัน ช่างสุนทรีย์เกินบรรยาย

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“มันเป็นความฝันว่าเราอยากมีโฮมสเตย์ แต่จะทำยังไงให้เป็นตัวเรามากที่สุดโดยไม่ต้องบริการมากจนเกินตัว เลยเกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ เราทำสตูดิโอเป็นพื้นที่ทำงานของเรากับพี่หนึ่ง อีกส่วนเราเปิดบริการห้องพักเล็กๆ กางเต็นท์บ้างบางช่วง เราพยายามไม่ทำเยอะเกินฐานความพอดีของตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราเหนื่อยเกินไป ความสุขจะหายไปทันที” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

เขาและเธอจึงเลือกทำโฮมสเตย์ด้วยแนวคิดกิน-อยู่-รู้-นอน ชวนแขกมากินในแบบที่เขาและเธอมี มาอยู่ในแบบที่เขาและเธอเป็น มารู้ในสิ่งที่เขาและเธอรัก และมานอนอย่างที่เคยๆ ปราศจากแอร์คอนดิชันเนอร์ มีเพียงลมหนาวจากภูเขา

บันเทิง เริงจิต เริงใจ 

จากพื้นที่กลางป่า ถูกถางหญ้า ปรับหน้าดิน เดินสายไฟฟ้าจนกลายเป็นพื้นที่พร้อมสร้าง 

หนิงเลือกสร้างสตูดิโอก่อน ตามด้วยห้องครัว ห้องเก็บของ ก่อนจะปิดท้ายด้วยบ้านพัก 2 หลัง ตามความฝัน

อ้อ ก่อนจะพาเดินสำรวจห้องบันเทิง บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจ เจ้าบ้านหนุ่มเล่าที่มาที่ไปของชื่อให้เราฟังว่า

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“เริงใจ แปลว่า ความรื่นเริงในความสงบ เราชอบเรื่องของข้างใน เรื่องของจิตใจอยู่แล้ว วัยนี้แล้วด้วยเลยต้องการความเงียบและสงบเป็นพิเศษ” หนิงเสริมต่อแทบจะทันที “เริงใจฟังดูแรด แต่มีความครบรส กับข้าวฉันก็ทำได้ อันนั้นฉันก็พอทำเป็น ทำเป็นทุกอย่าง แต่อาจจะไม่ได้แตกฉานสักเรื่อง เอาตัวรอดได้ด้วยนะ มันเลยเป็นความหมายของชื่อเริงใจ”

เริงใจโฮมสเตย์รับผู้มาเยือนได้มากสุด 16 คน บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจนอนพักได้ห้องละ 3 คน ห้องบันเทิงพักได้ 2 คน อีกส่วนนั้นขอเชิญสายชิลล์นอนกลางเต็นท์ตีพุงให้สบายใจ มีห้องอาบน้ำบริการครบครัน แถมทุกห้องรวมอาหารเช้าและอาหารเย็นไว้เสร็จสรรพ

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

ขอแนะนำหมูกระทะเป็นมื้อเย็น เพราะเข้ากับบรรยากาศลมพัดเย็นสบายเป็นที่สุด

ภายในห้องนอนทั้งสามห้อง ตกแต่งด้วยชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินสดใสจากฝีมือการมัดและย้อมของหนิง 

ความน่ารักอีกอย่างของเจ้าบ้าน คือทุกห้องจะมีผลิตภัณฑ์กาแฟแบรนด์อยู่อย่างน่านให้ทดลองใช้ ขัดผิวด้วยสครับบ์น้ำตาลกาแฟผสมขมิ้น ตามด้วยสบู่เหลวกาแฟเนื้อละมุน แถมสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดกาแฟปิดท้าย แล้วคุณจะหลงรักคาเฟอีน ถ้าใครติดใจกาแฟน่าน บริเวณสตูดิโอมีวางจำหน่าย ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เลือกติดมือกลับบ้านได้เลย

กาแฟ ผ้าคราม ฟันดาบ

  ก่อนแขกผู้มาเยือนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หนิงจัดกิจกรรมย้อมผ้าครามคนละ 1 ผืนให้เป็นที่ระลึก หรือใครสนใจเวิร์กช็อปแปรรูปกาแฟน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา หนิงยินดีเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบส่วนตัว ขอเพียงบอก เธอจัดให้

“ถ้าช่วงไหนลงไปกรุงเทพฯ เราจะไปหากิจกรรมทำ เคยไปลองมัดย้อมชิโบริมา มันสนุกมาก เราเชื่อว่าตอนแกะมัดผ้าออกมาทุกคนต้องยิ้มเหมือนเราแน่นอน พอกลับมาน่านเราเลยเพิ่มกิจกรรมนี้ให้แขกผู้มาพักทุกคน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“ถ้ามีลูกมีหลานมาฝึกดาบเบื้องต้นได้ด้วยนะ เราสอนฟันดาบและวาดภาพได้ อีกหน่อยจะทำลานฝึกซ้อมด้านล่างข้างบ่อน้ำ” อาจารย์สอนศิลปะเสริมต่อ

แค่ฟังดูก็น่าสนุก กิจกรรมเยอะแยะชวนลงมือทำ แถมพื้นที่สีเขียวมากมายเหมาะเป็นปอดของเมืองน่าน หนิงมองว่าที่นี่ยังขาดพื้นที่ธรรมชาติในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว 

“ถ้าวันหนึ่งเราพร้อม เราจะมีพื้นที่สำหรับเด็ก มีกระบะทราย มีพื้นที่นั่งระบายสี ให้เขาเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงให้สัญญา เพราะภาพที่เธอเห็นคุณแม่คุณลูกช่วยกันมัดย้อมสีธรรมชาติช่างน่ารักและมีความสุขเหลือเกิน

น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่ทำให้เธอตั้งคำถามและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และเราเชื่อว่าเธอกำลังทำบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงและตอบแทนเมืองเล็กๆ เมืองนี้

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

เปิดจองที่พักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เข้าพักท่ามกลางธรรมชาติได้อีกครั้งเดือนตุลาคม

ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000 

Facebook : อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

ติดต่อ : 08 9664 3402

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

4 กุมภาพันธ์ 2566
303

การเลือกที่พักของคนยุคนี้ รีสอร์ตขนาดใหญ่สไตล์ที่พักครอบครัวซึ่งเปิดบริการมาหลายสิบปี เหมือนจะน่าสนใจน้อยกว่าโรงแรมบูติกยุคใหม่ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูป

แต่ ‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ จังหวัดกาญจนบุรี ดูจะเป็นข้อยกเว้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ที่นี่คือที่พักสไตล์วินเทจบนพื้นที่ 120 ไร่ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนถือเป็นที่พักกลางป่าแห่งเดียวที่อยู่กลางตัวเมืองกาญจนบุรี แถมยังอยู่ติดแม่น้ำแควใหญ่แบบมีหาดส่วนตัวให้เราเดินลงไปแช่น้ำเล่นได้ จะพายเรือ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ สปา ดูนก ศึกษาธรรมชาติ ล่องแพ เล่นบ้านต้นไม้ ก็ได้

และที่ตอกย้ำความวินเทจแบบที่คนยุค Y2K ต้องกรี๊ดก็คือ ที่นี่เป็นโลเคชันถ่ายโฆษณาชาเขียวของญี่ปุ่นที่ ทาเคชิ คาเนชิโร (Takeshi Kaneshiro) พระเอกลูกครึ่งไต้หวัน-ญี่ปุ่นสุดเท่แห่งยุคนั้น บินมาเข้าฉาก จนท่าน้ำที่เขายืนในโฆษณาถูกเรียกว่า ‘สะพานทาเคชิ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท จึงกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ‘อ่านเถิดหนา 07 : Best of 2022’ ของ The Cloud เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และกำลังจะเป็นสถานที่จัด ‘อ่านเถิดหนา 08 : อ่านเอาแรง’ ในช่วงวันแรงงานที่จะถึงนี้

มาทำความรู้จักที่พักสไตล์ย้อนยุคท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้กัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท เปิดตัวประมาณ พ.ศ. 2534 โดย คุณลัดดาวัลย์ เผ่าวิบูลย์ ซึ่งมีธุรกิจร้านอาหารอยู่ในตัวเมืองกาญจนบุรี “คุณน้าเป็นคนชอบเที่ยวป่า เลยอยากสร้างรีสอร์ตที่เป็นสวนป่า คนขายที่ดินบอกว่า ที่นี่เป็นที่แปลงที่สวยที่สุดในแม่น้ำแควใหญ่ คุณน้ามาดูแล้วชอบก็เลยซื้อค่ะ เริ่มต้นจากปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมแม่น้ำ แล้วขยายมาเรื่อย ๆ” คุณเอิ๊ก-ผศ.ดร.อรลัชชา ศิวรักษ์ หลานสาวที่ปัจจุบันเข้ามาช่วยดูแลกิจการเล่าถึงที่มา แล้วอธิบายต่อว่า สามีของคุณน้าเป็นสถาปนิก ส่วนคุณน้าเองก็เป็นคนชอบออกแบบตกแต่งบ้านอยู่แล้ว เลยสนุกกับการทำรีสอร์ตแห่งนี้

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ รีสอร์ตแห่งนี้ถือว่าใหญ่โตและหรูหรามาก มีการทำประชาสัมพันธ์ใหญ่โต ถึงขนาดมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ อย่างเวทีประกวดนางงามระดับประเทศที่นี่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ที่นี่ในช่วงเปิดตัว ก็อยู่ในตลาดกลุ่มเดียวกับรีสอร์ตสุดหรูที่เขาใหญ่ในยุคนี้

ในส่วนของที่พักมีทั้งหมด 4 โซน รวมแล้วประมาณ 90 ห้อง บรรยากาศในห้องพักตกแต่งด้วยไม้ ซึ่งถ้าพูดกันในยุคนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นสไตล์วินเทจที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบเคร่งขรึม ห้องที่ถูกใจนักออกแบบทั้งหลายมากเป็นพิเศษคือห้องสวีต มีลูกเล่นในการแบ่งพื้นที่ภายในห้อง และรายละเอียดของงานไม้ที่หาไม่ได้จากที่พักยุคใหม่

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

เช่นเดียวกับล็อบบี้ย้อนยุคที่ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก สวยคลาสสิกแบบสร้างความประทับใจแรกให้กับแขกทุกคน

ภายในรีสอร์ตแห่งนี้ไม่ได้มีแค่โรงแรมเท่านั้น ยังมีการจัดสรรพื้นที่บางส่วนขายเป็นบ้านจัดสรรให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติด้วยกัน

“ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ เลยปลูกต้นไม้เพิ่มเยอะมาก จนทำให้พื้นที่ 120 ไร่ของเรามีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น เป็นรีสอร์ตกลางเมืองกาญจนบุรีแห่งเดียวที่มีต้นไม้ใหญ่มากขนาดนี้” คุณเอิ๊กอธิบายต่อว่า “ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ รีสอร์ตของเราเลยมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวกับห้องพักเยอะมาก คือมีห้องพักน้อยมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

สิ่งนั้นดูจะไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ ระบบนิเวศขนาดย่อม ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านของนกประมาณ 12 ชนิด และแหล่งผลิตอากาศที่สดชื่น โดยเฉพาะในช่วง PM 2.5 อากาศในนี้ก็ไม่แย่เหมือนข้างนอก

แล้วที่นี่ยังตั้งใจดูแลต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดอย่างดีให้ยืนยงอีกยืนยาว ไม่หักหรือโค่นล้มลงมาสร้างความเสียหาย ด้วยการใช้บริการรุกขกรมืออาชีพภายใต้คำแนะนำของ BIG Trees

“สถานที่ไฮไลต์ของที่นี่คือหาดกรวด” คุณเอิ๊กพูดถึงพื้นที่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นหาดที่ค่อย ๆ ลาดลง พื้นล่างเป็นหินกรวดมน ในช่วงน้ำลง เราเดินลงไปท่องน้ำเล่นในแม่น้ำได้สบาย รวมไปถึงการเล่นน้ำแบบจริงจัง หรือการล่องแพที่ทางรีสอร์ตมีให้บริการ “เวลาอยู่ที่นี่ เอิ๊กชอบมานั่งสอนหนังสือออนไลน์แถวนี้ มันชิลล์มาก ถ้ามีแขกมา เราก็จัดตรงนี้ให้เป็นที่นั่งรับประทานอาหารเย็น อยากกินหมูกระทะพร้อมดูวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำ ที่นี่ก็มีให้บริการ”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ในเมื่อเป็นวิวเด็ด ตรงนี้ก็เลยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายหนัง ถ่ายละครมากมาย รวมไปถึงถ่ายโฆษณาชาเขียวซึ่งฉายในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ในช่วงโควิด หลานวัย 10 ขวบ เอ่ยปากว่าอยากได้บ้านต้นไม้ ก็เลยเกิดพื้นที่ใหม่ในรีสอร์ตแห่งนี้ เป็นโครงเหล็กสูง 3 ชั้นที่ประกบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ พอเดินขึ้นไปก็เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ ให้ความรู้สึกพิเศษไปอีกแบบ

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างก็คือ ที่นี่เริ่มปลูกผักและสมุนไพรมากขึ้น เพื่อนำมาผลิตเป็น Welcome Drink และขายเป็นสินค้า ตอนนี้มีแปลงเก๊กฮวยขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเลี้ยงผึ้งอย่างจริงจัง แต่สินค้าที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ ดอกปีบ คุณเอิ๊กเล่าว่า “ถนนเส้นหลักของเรามีต้นปีบขึ้นสองข้างทางเยอะมาก มีดอกปีบร่วงลงมาตลอด เราเลยเก็บมาตากแล้วทำเป็นชาดอกปีบ ใช้เป็น Welcome Drink จากนั้นก็เอาไปทำสบู่ แชมพู เจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้บริการกับแขก ถ้าใครใช้แล้วติดใจ เราก็มีขายนะคะ”

จากรีสอร์ตสุดหรูในช่วงเปิดตัวเมื่อ 30 ปีก่อน พอเวลาเปลี่ยนไปก็เกิดการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งโดยมากจะปรับตามความถนัดของผู้จัดการโรงแรม จากรีสอร์ตสุดหรูกลายมาเป็นที่พักแนวกรุ๊ปสัมมนา จนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวเรื่องความยั่งยืน ทั้งการวางระบบแยกขยะ เอาเศษอาหารไปทำแก๊สหุงต้ม จนได้รางวัลศาสตร์พระราชา มีคนมาขอดูงานตลอด

‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี
‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี

“ตอนนี้กลุ่มคนที่มาที่นี่แล้วจะชอบคือกลุ่มครอบครัว คนวัย 40 ขึ้นไป กับเด็ก ๆ” คุณเอิ๊กพูดถึงตลาดในยุคปัจจุบันของที่นี่ “ด้วยบรรยากาศของที่พักทำให้คนสูงอายุคุ้นเคย บางคนมาอยู่เป็นเดือนเลย เราก็มีบริการทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ ถ้ามาเป็นกลุ่มเราก็จัดกิจกรรมเต้นรำ คาราโอเกะเพลงเก่าให้ได้ ส่วนเด็ก ๆ เขาจะได้ดูนก ปีนต้นไม้ ขี่จักรยาน ไปดูรอยเท้าสัตว์”

“Family Outing ด้วย” คุณเอิ๊กพูดถึงอีกตลาดที่น่าสนใจมาก “พอเพื่อน ๆ เรามีครอบครัว เวลานัดเจอกันก็ต้องพาลูกไปด้วย ไม่รู้จะไปรวมตัวกันที่บ้านใครถึงจะพอ ก็มาที่นี่ มากี่บ้านก็ได้ พ่อแม่ก็สังสรรค์กันไป ลูกก็มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น ไม่ต้องห่วง เคยมีกลุ่มผู้ปกครองจากโรงเรียนเดียวกัน ชวนกันไปชวนกันมา มากัน 140 คน เราก็รับได้สบาย”

ช่วงนี้ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท กำลังเตรียมวางแผนเรื่องการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้ากับธุรกิจที่พักในยุคนี้ ส่วนจะออกมาอย่างไร ต้องติดตาม

3 Things
you should do

at Comsaed River Kwai Resort&Spa

01

ล่องแพที่หาดกรวด แค่นั่งชิลล์หรือเดินเล่นริมตลิ่งคงไม่พอ ที่นี่มีบริการล่องแพสัมผัสธรรมชาติดื่มด่ำกับแม่น้ำแควใหญ่แบบใกล้ชิดจากหาดหน้ารีสอร์ต และมีรถรับกลับมาส่งถึงที่พัก

02

ไปเยี่ยมสะพานทาเคชิ ถ้าคุณเป็นคนยุค Y2K ที่มี ทาเคชิ คาเนชิโร เป็นดาราคนโปรด นี่คือฉากที่คุณต้องไปเยือน

03

ใช้ผลิตภัณฑ์ดอกปีบ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีดอกคำแสดเป็นชื่อ แต่ดอกปีบก็เป็นไฮไลต์ไม่แพ้กัน ชาปีบนั้นหาชิมไม่ง่าย เช่นเดียวกันสบู่แชมพูดอกปีบที่ใช้กลิ่นจากดอกปีบจริง ๆ ก็หาไม่ง่ายเช่นกัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load