มนุษย์เป็นนักสร้างกิจกรรมที่ทำให้ตัวเองผ่อนคลายมาแต่ไหนแต่ไร แต่ละคนก็มีกิจกรรมเป็นของตัวเองที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ ยามว่างของเราปกติแล้วเราชอบเดินทางมาก อย่างน้อยหนึ่งเดือนต้องได้นั่งรถไฟไปไหนมาไหน แต่ถ้าช่วงไหนที่ไม่ได้ไปหรือร่างกายขาดรถไฟนั้น เราก็จะมีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่เคยมีใครเข้าใจในสิ่งที่พวกเราทำเลยนอกจากพวกเดียวกันเอง

มันอาจจะแปลกๆ หน่อยนะ 

มันคือการนั่งดูรถไฟ

ใช่ครับ นั่งดูเฉยๆ ที่สถานีรถไฟ หรือข้างทางรถไฟนี่แหละ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวนรถไฟไทย, รถไฟไทย

มีคนไม่น้อยเลยเมื่อได้ฟังเราบอกว่า “เราชอบนั่งดูรถไฟ” ก็จะเกิดอาการงงๆ พร้อมเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหัว ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ครับ เพราะมันเป็นกิจกรรมที่ดูไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่สำหรับบรรดาคนชอบรถไฟแล้ว นี่คือกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ ไม่ควรพลาด เพราะมันจรรโลงจิตใจของชาวเรายิ่งนัก เสมือนกับการได้นั่งดูการแข่งขันฟุตบอล ดูวงดนตรี ดูละคร ดูมหรสพ เพียงแค่สิ่งที่พวกเรานั่งดูมันคือรถไฟขบวนยาวที่วิ่งผ่านไปผ่านมานี่แหละ

มาๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

รถไฟมีอะไรให้ดู?

คนมันชอบรถไฟ ยังไงมันก็ต้องดูรถไฟนั่นแหละ และเชื่อว่าคนชอบรถไฟเกือบทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน บางคนบ้านอยู่ไม่ไกลจากทางรถไฟและสถานีก็จะมีกิจกรรมยามแดดร่มลมตก นั่นก็คือการออกมารับลมช่วงเย็น ดูพระอาทิตย์ตกดินที่สถานีรถไฟหรือพื้นที่ใกล้ทางรถไฟ 

ทำไมต้องเป็นริมทางรถไฟ

ทางรถไฟมันเป็นทางเฉพาะให้รถไฟวิ่ง มีการเว้นสองข้างทางในระยะเขตที่ดินรถไฟ ซึ่งตรงนั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ หากไม่ได้ทำสัญญาเช่าไว้ มันเลยเป็นพื้นที่ที่มีพืชธรรมชาติขึ้น หรือเป็นห้วยหนองคลองบึงอะไรก็ว่ากันไป บรรยากาศจึงสุนทรีย์เป็นอย่างมากในการผ่อนคลายอิริยาบถ 

การเห็นรถไฟวิ่งผ่านหน้าไปกับบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากฟ้าอ่อน เป็นส้ม เป็นชมพู เป็นฟ้าเข้ม จนเริ่มเป็นสีหมึก บวกกับอากาศเย็นเอื่อยๆ ยิ่งทำให้ดูมีความสุขกันไปใหญ่ 

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

แต่ถ้าหากเป็นสถานีรถไฟนั้นก็จะได้อารมณ์ที่แตกต่างกัน 

สถานีรถไฟของไทยไม่ใช่สถานีระบบปิด ใครต่อใครก็เข้าไปนั่งในชานชาลาได้ สำหรับสถานีรถไฟขนาดใหญ่นั้น หัวและท้ายชานชาลาบริเวณป้ายสถานีรถไฟเป็นพื้นที่นั่งดูรถไฟที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง เพราะไม่ต้องเจอความวอแวของคนที่มาใช้บริการในสถานี ถ้ามีรถไฟเข้ามาจอด ก็อาจจะตรงตำแหน่งของหัวรถจักรที่เดินไปดูใกล้ๆ ได้ ทำให้หลายคนเริ่มเรียนรู้และสังเกตความเป็นรถไฟจากจุดนี้

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

ถ้าเราไปนั่งดูรถไฟที่สถานีเล็กๆ ก็จะมีความพิเศษขึ้นมาหน่อย ตรงที่เราอาจจะไม่ได้ชิดกับรถไฟมากนัก แต่จะได้เห็นงานด้านปฏิบัติการเดินรถชัดเจนขึ้น 

อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่สถานีเล็กๆ ส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ความเป็นธรรมชาติจึงมีสูงมาก และสถานีรถไฟก็กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปโดยปริยาย 

ความน่าตื่นเต้นอีกอย่างของการมาดูรถไฟในสถานีเล็กๆ คือการที่รถไฟมันไม่ได้จอดทุกขบวน มันเลยมีรถไฟบางขบวนวิ่งฉิวผ่านสถานีไปด้วยความเร็ว ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ปะทะตัวอย่างแรงสร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย เพียงเวลาไม่กี่วินาทีรถไฟขบวนยาวก็วิ่งผ่านสถานีไป พร้อมกับสายตาเราที่มองท้ายรถไฟจนลับสายตา 

อีกหนึ่งความพิเศษของสถานีเล็กๆ คือการได้สนทนาและถามเรื่องที่สงสัยกับพี่ๆ พนักงาน มันย่อมเอ็กซ์คลูซีฟกว่าสถานีใหญ่อยู่แล้ว เพราะเนื้องานของนายสถานีเล็กๆ ไม่ได้วุ่นวายเหมือนสถานีใหญ่ พี่ๆ นายสถานีจึงมีโอกาสมอบความรู้ให้เราได้อย่างเต็มที่ และเป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้รู้จักกับรถไฟให้มากขึ้น

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

ห้องเรียนมีชีวิต

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการ ‘แฟนคลับรถไฟ’ ของใครหลายๆ คนก็เริ่มมาจากพ่อแม่ กิจกรรมการไปนั่งดูรถไฟยามเย็นจึงเป็นสิ่งที่จุดประกายการเรียนรู้ต่างๆ ได้ ทำให้เราได้รู้จักรถไฟได้มากขึ้น

ทำไมน่ะหรือ

การได้เห็นภาพจริงของกระบวนการต่างๆ ในสถานี มันทำให้ยิ่งเข้าใจมากกว่าการอ่านผ่านตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นการตีระฆังที่จำนวนครั้งของเสียงบอกเราได้ว่ารถไฟจะมาจากทางไหน 

การโบกธงเขียวธงแดงที่มีความหมายในตัวของมัน 

การสับรางเพื่อให้รถไฟเปลี่ยนทางวิ่งนั้นทำยังไง

การสับเปลี่ยนทั้งตัดและต่อตู้รถไฟทำยังไงกันนะ 

เขารับส่งห่วงทางสะดวกไปเพื่ออะไร

และอีกหลากหลายภารกิจมากมายที่ถ้าไม่ได้มาใช้เวลาจดจ้องก็คงไม่เห็นเป็นแน่ การมาดูรถไฟที่สถานีแต่ละครั้ง ก็เหมือนเป็นวิชาภาคปฏิบัติที่เพิ่มเติมจากทฤษฎีที่พอรู้มาอยู่บ้างนั่นแหละ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน

นอกเหนือจากเหตุผลข้างต้นแล้ว อีกคุณประโยชน์ที่การดูรถไฟในสถานีให้มากกว่าดูระหว่างทาง นั่นคือการได้รู้ว่ารถไฟที่ตารางเวลาไม่ชัดเจนอย่างขบวนรถสินค้าที่หาดูยากจะปรากฏตัวมาตอนไหน การรอรถไฟระหว่างทางนั้นคาดเดายากมาก เพราะว่าไม่มีใครให้ถาม ไม่ใครตอบคำถาม ชีวิตที่ดูเคว้งคว้างต้องคอยจับจ้องทางรถไฟและเงี่ยหูฟังเสียงเพียงอย่างเดียว บางครั้งก็พลาดไปได้ยินเสียงรถบรรทุกเป็นรถไฟบ้าง บางทีกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นเสียงรถไฟก็วิ่งผ่านหน้ามาซะแล้ว

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

นอกจากได้เรียนรู้เรื่องการเดินรถไฟแล้ว อีกหนึ่งทักษะที่แฟนๆ รถไฟได้รับจากการส่องรถไฟ นั่นคือการอ่านสัญญาณของรถไฟออก ไม่ว่าจะเป็นไฟเขียว ไฟแดง โคมไฟตรงจุดสับรางที่บอกเราได้ว่ารถไฟจะวิ่งไปทางไหน มันเป็นอะไรที่สนุกมากที่ได้รู้ก่อนใครว่ารถไฟกำลังจะมา หรือดูได้ว่ารถไฟจะวิ่งเข้ามารางไหนจะได้ตั้งหลักดูได้อย่างชัดๆ

สถานีรถไฟและกิจกรรมนั่งส่องรถไฟจึงกลายเป็นครูคนแรกที่เปิดโลกรถไฟให้เราไปโดยปริยาย

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

เก็บข้อมูล

อีกกิจกรรมหนึ่งที่สนุกไม่แพ้กัน นั่นคือการดูรถไฟแต่ละขบวนวิ่งมาแล้วนับจำนวนตู้ และลุ้นว่าวันนี้จะใช้หัวรถจักรยี่ห้ออะไร รุ่นอะไรลากรถไฟขบวนยาวมา

คุณอ่านไม่ผิดครับ พวกเราไปกันถึงขั้นนั้นจริงๆ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

รถไฟแต่ละขบวนมีลักษณะการพ่วงรถไม่เหมือนกัน ใช้รถจักรหมุนเวียนกันไปไม่ได้ล็อกขบวน มันวิ่งไปทั่ว ความสามารถพิเศษของแฟนรถไฟจึงมีการจดจำสิ่งที่เรียกว่า ‘ริ้วขบวน’ เพิ่มเข้ามาอีกสกิลล์หนึ่ง ซึ่งรถไฟหนึ่งขบวนนั้นจะจัดวางตู้รถไฟที่ไม่เหมือนกัน เช่น ขบวนรถที่ออกจากกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เอาตู้นอนไว้ท้ายขบวน แต่รถเร็วยะลาเอาตู้นอนไว้ด้านหน้าขบวน รถด่วนพิเศษเชียงใหม่มีตู้นอนชั้นสองทั้งขบวน หรือรถด่วนนครมีตู้แอร์ต่อท้ายจากชั้น 1 ไปอีก 3 คันตัดทิ้งไว้สถานีสุราษฎร์ธานี 

เรียกได้ว่ารายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้ ชาวรถไฟแฟนคลับก็จะจำกันยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าจำไปทำไม แต่รู้ว่าจำแล้วมีความสุข สนุก และรู้สึกตัวเองเก่งที่เห็นรถไฟวิ่งอยู่ไกลๆ แต่บอกได้ว่านั่นคือขบวนอะไร

กว่าจะรู้ได้ขนาดนี้มันก็ต้องผ่านการเก็บข้อมูลจากการไปนั่งดูรถไฟเนี่ยแหละ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

พวกเรามักเลือกเวลามาดูรถไฟในช่วงที่มีรถไฟเข้าออกสถานีมากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับการมาในหนึ่งครั้ง ส่วนใหญ่แล้วเราชอบช่วงเวลาที่รถไฟมารอหลีกทางกันที่สถานี เพราะได้เห็นรถไฟมากกว่าหนึ่งขบวนในครั้งเดียว 

การจดจำเสียงเครื่องยนต์รถไฟก็เป็นอีกเรื่องที่สนุกไม่แพ้กัน 

หัวรถจักรแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีเสียงเครื่องที่แตกต่างกันไป รถจักรอัลสธอมก็เสียงหนึ่ง รถจักรฮิตาชิก็เสียงหนึ่ง และนอกจากเครื่องยนต์แล้ว เจ้าเสียงหวีดรถไฟที่ดังปู๊นๆ ก็ไม่เหมือนกันอีก นั่นทำให้เรายิ่งสนุกกับการทายว่า วันนี้ขบวนรถไฟแต่ละขบวนจะใช้หัวจักรอะไรลากมา มันก็ใช้เป็นข้อมูลได้อีกว่าถ้าเราอยากเห็นหัวรถจักรรุ่นนี้ เราต้องรอคอยดูกับรถไฟขบวนไหน

โอ้โห ลึกล้ำ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

นอกจากการเก็บข้อมูลด้วยตาแล้ว การบันทึกภาพก็เป็นการเก็บข้อมูลที่ดีมากๆ ทีเดียว

หากคุณไปสถานีรถไฟหรือข้างทางรถไฟแล้วพบเจอคนถือกล้องถ่ายรูปสารพัดแบบยืนชะเง้อชะแง้อยู่แถวๆ นั้น ให้ตีความไปได้เลยว่านี่คือ ‘แก๊งดูรถไฟ’ อย่างแน่นอน เพราะพวกเรามีความโปรดปรานที่ถ่ายรูปรถไฟเก็บเอาไว้ มาดูรถไฟเมื่อไหร่ก็ถ่ายเมื่อนั้น ไม่ว่าจะกี่วันต่อสัปดาห์ จะมีขบวนรถไฟเหมือนๆ เดิม ก็จะถ่ายเก็บเอาไว้ดูและโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียหรือกลุ่มต่างๆ ที่ตั้งกันขึ้นมาเสพภาพรถไฟโดยเฉพาะได้เชยชมกัน พอความเป็นรถไฟลิซึ่มมันหนักเข้าๆ ก็เริ่มออกไปถ่ายรูปรถไฟตามมุมแปลกๆ สวยๆ มาอวดกันจนกลายเป็นเรื่องปกติ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

ความดีงามของการถ่ายภาพไว้คือการหวนระลึกถึงสิ่งเก่าๆ เมื่อวันเวลาผ่านไป 

หลายๆ สถานที่ หลายๆ เหตุการณ์ หรือรูปแบบของรถไฟมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแบบปุบปับก็เหอะ) เวลาที่หยิบภาพเก่าๆ มาดูก็จะแฟลชแบ็กเหตุการณ์เก่าๆ 

ขบวนนี้มันเคยยาว 16 ตู้นะ ตอนนี้เหลือแค่ 12 ตู้เอง

สะพานตรงนี้เมื่อก่อนมันเคยทาสีดำ ตอนนี้เปลี่ยนใหม่เป็นสีเงินแล้ว

รถจักรฮิตาชิเบอร์นี้เมื่อก่อนเป็นสีออริจินัล ตอนนี้เป็นสีรถนอนใหม่แล้ว

โค้งนี้เมื่อก่อนโล่งมาเลย ตอนนี้บ้านคนเต็มไปหมด

สถานีนี้ก่อนเป็นทางคู่หน้าตาแบบนี้นี่เอง พอสมัยสร้างทางคู่เสร็จเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยแฮะ

การสังเกต การจดจำ และภาพถ่าย มันคือการเก็บข้อมูลและความทรงจำได้ดีที่สุดของเหล่าแฟนพันธุ์แท้รถไฟ

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
สถานีหนองบัวลาย ก่อนทำทางคู่
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
สถานีหนองบัวลาย ตอนทำทางคู่ ในระยะเวลาที่ห่างกัน 5 ปี

Train Spotter

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

  หลายๆ คนอาจจะพอเข้าใจแล้วว่า กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้เวลาว่างของตัวเองไปนั่งอยู่ข้างทางรถไฟหรือสถานีรถไฟ เพื่อเพียงรอดูรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่าผ่านไปในช่วงเวลาสั้นๆ หรือช่วงเวลาทั้งวัน เขาได้อะไรจากกิจกรรมนี้ และนอกจากการได้นั่งดูรถไฟแค่พื้นที่ใกล้บ้าน มันก็กระจายออกไปทุกหนทุกแห่งที่มีทางรถไฟหรือสถานีรถไฟ ที่มักจะอดไม่ได้ต้องหาเวลาย่องไปที่นั่นเสมอ เพื่อแค่ดูรถไฟจากพื้นที่ที่ไม่คุ้น หรือเพื่อได้เห็นอะไรที่มากขึ้นกว่าเดิม 

ตอนที่เราไปจีน เราก็ไปดูรถไฟที่ใกล้ๆ สถานีปักกิ่ง และยอมเสียเงินค่าเข้าโบราณสถานข้างๆ สถานีเพื่อขึ้นไปดูรถไฟบนนั้นชัดๆ และนั่งแช่อยู่ที่นั่น 2 – 3 ชั่วโมงแค่ดูรถไฟวิ่งผ่านไปผ่านมา 

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เรา แต่ยังมี Train Spotter ชาวจีนที่มาดูรถไฟเป็นเพื่อนเราอีกด้วย

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย
ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมดูรถไฟจริงๆ ก็คือการเรียนรู้เรื่องรถไฟนอกห้องเรียนนั่นแหละ ที่นอกจากจะได้เข้าใจเรื่องของระบบรางที่อาจไม่ได้ใกล้ชิดมากนั้น มันยังได้ผ่อนคลายกับการดูรถไฟขบวนยาววิ่งผ่านหน้า การฟังเสียงล้อกระทบราง การฟังเสียงเครื่องยนต์ การโบกมือให้คนนั่งรถไฟ นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่วิเศษมากที่เราเคยทำ และไม่เสียดายเวลาที่ไปนั่งแช่ตามสถานีรถไฟเพื่อดูรถไฟเลย 

มันเป็นการเก็บชั่วโมงบินอีกอย่างหนึ่งเพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจให้สานฝันตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีทักษะในการถ่ายภาพที่มากขึ้น บางคนอาจจะได้เป็นพนักงานรถไฟสมใจอยาก หรือบางคนอาจจะได้เรียนหรือทำงานด้านระบบรางตามที่ได้วาดฝันไว้

ถ้าคุณตั้งคำถามกับเหล่าคนรักรถไฟว่า “ทำไมถึงชอบรถไฟ” คุณก็จะได้คำตอบแทบจะเป็นเสียงเดียวกันเลยล่ะครับ

“ก็เริ่มมาจากไปนั่งดูรถไฟที่สถานีนี่แหละ” 

ห้องเรียนมีชีวิตเรื่องรถไฟของ 'คนรักรถไฟ' กับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนั่งสังเกตรถแต่ละขบวน, รถไฟไทย

ฝากไว้ท้ายขบวน

เว็บไซต์ www.railpictures.net คือแหล่งรวมภาพถ่ายจากบรรดาแฟนรถไฟทั่วโลกที่นิยมการ ‘ดูรถไฟ’ ที่เราเลือกดูภาพรถไฟได้จากทั่วโลก มีภาพสวยๆ เยอะแยะมากมาย ของไทยก็สวยๆ ไม่แพ้เมืองนอกเลยล่ะ

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

29 พฤศจิกายน 2564
161

บางทีสิ่งที่เรารักอาจไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด

เราบอกตัวเองเป็นการปลอบใจ 

ถ้าหากว่าสิ่งนั้นสลายไปตามวาระของมันจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราคงทำใจได้มากกว่านี้ 

แต่ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสถานที่ที่ผูกพัน มันคงทำใจยากเหมือนกัน และยิ่งเป็นวัตถุหรือสถานที่ ที่อยู่ด้วยกันมานาน ใช้ประโยชน์ได้อย่างดี และแทบไม่มีเหตุผลที่จะต้องจากโลกนี้ไป ยิ่งทำใจยากสุด ๆ

ข่าวช็อกของเรา คือการปิดสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่ทุกคนรู้จักกันว่าหัวลำโพงแบบฟ้าผ่า 

การกำเนิดเกิดมาของสถานีกลางบางซื่อเป็นการลดบทบาทของสถานีกรุงเทพอยู่แล้ว ให้รถไฟส่วนใหญ่ไปใช้งานที่สถานีกลางบางซื่อ และทำให้สถานีกรุงเทพกลายเป็นสถานีรองในเขตเมือง จะมีแค่รถไฟเข้ามาบางขบวน และรับหน้าที่ใหม่ในการเป็นสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง เรื่องนี้เข้าใจดี มันต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อการพัฒนาที่สูงขึ้น

นั่นคือการกระจายให้รถไฟทุกขบวนไม่ต้องมากองที่สถานีกรุงเทพ ถัว ๆ แบ่ง ๆ กันไป

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว
อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

อยู่ ๆ เมื่อต้น พ.ศ. 2564 มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า จะไม่มีรถไฟเข้าหัวลำโพงเลยแม้แต่ขบวนเดียว รวมถึงรถไฟสายตะวันออกด้วย ตามนโยบายที่จะให้ใช้สถานีกลางบางซื่ออย่างเต็มรูปแบบ และแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ 

เสียงบ่นเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที เพราะการเดินทางด้วยรถไฟที่เข้าในเมืองนั้นต้องลำบากขึ้นแน่นอน แถมทางรถไฟตัดตรงเข้ามาที่สามเสน รามาธิบดี ยมราช และหัวลำโพง เป็นอันที่ต้องยุติบทบาท ทำให้คนที่ลงสถานีละแวกนั้นต้องเดือดร้อน เพราะรถเมล์ก็ไม่มี รถไฟฟ้าก็มาไม่ถึง คำถามที่หลายคนตั้งคือ “รถไฟทำให้รถติดขนาดนั้นเลยหรอ หรือจริง ๆ รถมันติดอยู่แล้ว แต่รถไฟแค่เป็นจำเลย”

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

ไม่นานนักก็มีเสียงสวรรค์ดังก้อง ราวกับหยาดฝนชโลมหัวใจว่า จะยังคงเหลือรถไฟเข้าหัวลำโพง 22 ขบวน เป็นรถไฟชานเมืองคนทำงานเที่ยวเช้าและเที่ยวเย็น ซึ่งแน่นอนว่ามันช่วยต่อชีวิตให้กับคนทำงานที่ใช้รถไฟชานเมืองในชีวิตประจำวัน เพราะประหยัดทั้งราคาและเวลา 

หัวลำโพงก็ได้ต่อลมหายใจออกไปอีก ในฐานะสถานีรถไฟที่มีขบวนคนทำงานเข้ามาอยู่ ความเบาใจของประชาชนก็เกิดขึ้น ส่วนตัวอาคารสถานีที่ลดภารกิจลง ใช้พื้นที่บางส่วนพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟ เราชาวคนรักรถไฟรู้สึกดีใจกับทางออกนี้ และรู้สึกว่ามันคือความลงตัวที่สุด เพราะคือพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้หัวลำโพงยังมีชีวิต มีรถไฟเข้ามาใช้บริการหรือมาถึงพิพิธภัณฑ์นั้น นับเป็นข่าวดีที่สุดที่เคยได้ยินมา ในโมงยามแห่งความสับสนของข่าวสารมีอยู่เต็มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

หลังจากดีใจได้ไม่นาน เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงจนไม่ทันตั้งตัวชนิดล้มทั้งยืน เมื่อมีประกาศข่าวมาว่า “จะปิดหัวลำโพง ไม่ให้รถไฟเข้าเลยแม้แต่ขบวนเดียว” (อีกแล้ว) และพื้นที่สถานีนั้นไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2564 และเป็นการบอกล่วงหน้าเพียงเดือนเศษ ๆ จนเรียกได้ว่าคนใช้งานประจำช็อกซีนีม่า แถมต้องคิดต่อว่า จะเดินทางต่อยังไง รถเมล์ รถไฟฟ้าสายไหน แล้วต้องใช้เงินเพิ่มเท่าไหร่ เวลาอีกเท่าไหร่ ถือเป็นโจทย์ที่หนักเอาเรื่องอยู่ โดยเฉพาะช่วงโควิดซาที่หลายคนเริ่มตั้งต้นชีวิตใหม่ได้

ส่วนคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถไฟก็เข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจนหนาตา ช่วงนี้หัวลำโพงจึงอบอุ่นและคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งที่ก่อนหน้าเงียบงันจากช่วงโควิด 

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว
อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

เราใช้เวลาในวันเสาร์นั่งอยู่ที่สถานีกรุงเทพเต็มวัน เพื่ออยู่กับเพื่อนเก่าแก่ของเราให้ได้นานที่สุด และเฝ้ามองช่วงชีวิตของเขาในหนึ่งวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก เราเก็บรายละเอียดทั้งหมดในสถานีในวันนั้น เดินย่ำต๊อกไปบนชานชาลา ตามองเข้าไปผ่านกล้องถ่ายรูป บันทึกภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วความทรงจำมันก็ Flashback เข้ามาเป็นฉาก ๆ 

ความผูกพันของเรากับสถานีรถไฟนี้กินเวลายาวนานกว่าที่คิดไว้ซะอีก ก็คงเหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไป ขุดเท่าไหร่ก็ไม่เจอปลาย แถมดึงต้นไม้นั้นออกมาก็ต้องใช้แรงมหาศาล

ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนที่ชอบรถไฟ แต่เราเป็นคนใช้รถไฟมา 30 กว่าปีตั้งแต่ลืมตาดูโลก

ช่วงวัยเด็กของเรานั้น แม่เล่าให้ฟังว่าหลังจากคลอดเราไม่กี่เดือน แม่อุ้มเราขึ้นรถไฟจากสถานีกรุงเทพ ไปบ้านคุณยายที่พิจิตร ต่อมาก็กลายเป็นกิจวัตรประจำปีที่ต้องไปอยู่บ้านคุณยายในทุก ๆ ปิดเทอม การนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปตะพานหินนั้น คือสิ่งที่เราปรารถนาและตั้งตารอทุกครั้งด้วยความตื่นเต้น วันก่อนเดินทางจะเป็นคืนที่เรานอนไม่หลับเลย ภาพรถไฟกับสถานีหัวลำโพงเวียนวนในหัวอยู่ตลอด หัวใจเต้นตึกตัก พอดึกเข้าไม่หลับไม่นอน พ่อกับแม่ก็จะท้าวเอววีนไล่ให้ไปนอนโดยทันที 

เราจำได้ว่าการขึ้นรถไฟเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เป็นชาเลนจ์ของพ่อเรามากทีเดียว สองคนพ่อลูกเข้าไปรอรถไฟค่อย ๆ ไหลเข้ามาจอด ด้วยความนิยมเดินทางด้วยรถไฟนั้น ทำให้ทุกที่นั่งถูกจองเต็มหมด และมักไม่มีคนนั่งตามที่นั่งของตัวเอง สิ่งที่พ่อเราทำได้เพื่อให้ลูกรักได้มีที่นั่งคือ เมื่อรถไฟจอดสนิท พ่อจะจับเราอุ้มเข้าทางหน้าต่าง ให้จองที่ไว้ก่อนแล้วพ่อค่อยขึ้นตามมา และเมื่อถึงเวลารถไฟออก เราจะโผล่หัวน้อย ๆ หน้ากลม ๆ ออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อดูรถไฟขบวนยาวค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานี 

นั่นคือความทรงจำในวัยเด็ก

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

โตมาหน่อยสักมัธยม ช่วง ม.ต้น คือไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้ไปที่สถานีรถไฟเลย เพราะยังไม่ปีกกล้าขาแข็งพอจะออกไปนั่งรถไฟคนเดียวได้ อิสระเสรีของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อมัธยมปลาย ที่เข้ามาสู่แวดวงรถไฟไทยอย่างเต็มตัว เมื่อโลกอินเทอร์เน็ตได้พัดพาเราไปอยู่ในกลุ่มคนรักรถในโลกออนไลน์ เราเริ่มขอที่บ้านเพื่อไปนั่งรถไฟเที่ยว ไกลที่สุดของเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ตอนนั้นใน พ.ศ. 2546 คือการนั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปบางซื่อ นั่นคือไกลแล้วจริง ๆ นะ พอเริ่มกล้าหาญชาญชัยขึ้น ก็ต่อขยายออกไปเป็นดอนเมืองบ้าง รังสิตบ้าง อยุธยาบ้าง 

การทัศนศึกษาหัวลำโพงเกิดขึ้นเพราะการนั่งรถไฟนี่แหละ กิจวัตรการเยือนหัวลำโพง คือการเข้าไปขอตารางรถไฟที่หน่วยบริการเดินทาง เดินถ่ายรูปในชานชาลา ดูรถไฟวิ่งเข้าออก สเก็ตช์ภาพรถไฟ และถ่ายรูปรถไฟไว้ทั้งวัน ไปโพสต์ในเว็บบอร์ดคนรักรถไฟ ตอนนั้นจำได้ว่าหัวลำโพงคือบ้านหลังที่ 3 รองมาจากบ้านตัวเอง ไอ้การไปทัศนศึกษาหัวลำโพงทำให้เราได้เปิดโลกแบบขั้นสุด เพราะไปเห็นป้ายชื่อหน้าสถานี แล้วก็ลองค้นหาข้อมูลจากหอสมุดแห่งชาติ จนได้ค้นพบว่า “สถานีหัวลำโพงที่เราเรียกกันมาตลอดนั้น จริง ๆ มันชื่อสถานีกรุงเทพ และก็เป็นคนละที่กับสถานีหัวลำโพง” 

หลังจากย่อหน้านี้ไป เราขอเรียกสถานีกรุงเทพว่า ‘หัวลำโพง’ ก็แล้วกัน

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว
อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

ย่างเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย จำได้ว่าพอเอ็นทรานซ์ติด เราขอที่บ้านนั่งรถไฟไปขุนตานกับเพื่อน และแน่นอนว่าจุดเริ่มต้นคือสถานีกรุงเทพนี่แหละ ช่วงวัยนี้เราได้นั่งรถไฟมากขึ้น และทุก ๆ ครั้ง เราเลือกที่จะใช้หัวลำโพงเป็นต้นทางเสมอ แม้ว่าบ้านจะอยู่ใกล้สามเสนมากกว่า 

เหตุผลในการเลือกนั้นไม่ได้มีอะไรเลย นอกจากอยากนั่งรถไฟที่ต้นทาง ความฮึกเหิมในการนั่งรถไฟที่เคลื่อนตัวออกจากสถานีสุดคลาสสิก และเป็นการนั่งรถไฟแบบ ‘เต็มสาย’ จริง ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น รวมถึงการได้นั่งเฝ้าดูรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่า วิ่งเข้า ๆ ออก ๆ ชานชาลาสถานีภายใต้หลังคาโค้งนั้น มันเป็นความสุขของเราที่ยากจะอธิบายได้ วัยขึ้นต้นด้วยเลข 2 ของเรามันขยับเข้าใกล้คำว่าผูกพันกับสถานีแล้วจริง ๆ จนเมื่อการฝึกงานเดินทางมาถึง เราเลือกโดยไม่ต้องคิดว่าจะใช้ชีวิต 3 เดือนฝึกงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดรถไฟ และเริ่มต้นความฝันของเราที่จะได้ทำงานในหน่วยงานแห่งนี้

จากเด็กที่แวะเวียนมาสถานี สู่การเริ่มต้น ‘ฝึกงาน’ อย่างเป็นทางการกับการรถไฟฯ เราเลือกงานที่หน่วยบริการเดินทาง จุดสำคัญในสถานี จุดที่ใครต่อใครหากไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้เวลารถ จะต้องมุ่งหน้าเข้ามาถามไถ่ข้อมูล เราเรียนรู้กับระบบของการรถไฟ เรียนรู้กับข้อมูลรถไฟที่ต้องตอบคำถามในแต่ละวัน จนค่อย ๆ ซึมซับเอารถไฟเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ ของการหลงรักรถไฟไทย และได้จุดประกายการไปแข่งขันรายการ แฟนพันธุ์แท้ รถไฟไทยในเวลาต่อมา 

การฝึกงานที่ดุเดือดเลือดพล่านในหัวลำโพงคือประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญ ช่วงสงกรานต์ที่มวลมหาประชาชนทะลักล้นไปทั่วบริเวณ เราได้ฝึกการรับมือช่วงเทศกาล ฝึกความอดทน เรียนรู้ส่วนต่าง ๆ ในสถานี เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนให้มากที่สุด เหนื่อยแต่หัวใจพองโต จนในที่สุดช่วงเวลา 3 เดือนของการฝึกงานก็สิ้นสุดลง เรากลับไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง และตั้งตารอว่าในวันสำเร็จการศึกษา เราจะได้ทำงานในการรถไฟอย่างที่ฝันไว้ตั้งแต่วัยเด็ก 

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว
รูปถ่ายตอนสมัยเราฝึกงานที่หัวลำโพง

หลายคนคงรู้ว่า เราคือคนที่ไปแข่งขันรายการ แฟนพันธุ์แท้ซูเปอร์แฟน ในหัวข้อรถไฟไทย 

ในรอบออดิชันของรายการนั้น เราต้องเล่าเรื่องความชอบในรถไฟไทยให้กับกรรมการฟังในเวลาเพียง 2 นาที เพื่อเขาจะได้ตัดสินว่าเราเหมาะสมจะก้าวเข้าไปสู่รอบต่อไปหรือเปล่า และเพื่อเป็นการประกอบข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันของรายการ กรรมการต้องถามคำถามเราเพิ่ม และมีกรรมการหนึ่งท่านถามเราว่า “เรื่องเกี่ยวกับรถไฟไทยอะไรที่คุณอยากเล่าแล้วคิดว่าว้าวที่สุด”

ในหัวตอนนั้นตีกันอยู่ 2 เรื่อง 

โบกี้ไม่ใช่ตู้รถไฟ สถานีกรุงเทพไม่ใช่หัวลำโพง

เราเลือก ‘สถานีกรุงเทพไม่ใช่หัวลำโพง’ เพราะเป็นเรื่องที่คนทุกคนเข้าถึงได้มากที่สุด และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยรู้เรื่องนี้ แน่นอน มันทำงานได้ดีมาก ความว้าวเกิดขึ้นจนเราสัมผัสได้ แม้ว่าเราจะรู้อยู่ลึก ๆ ว่า ยังไงชื่อของ หัวลำโพง ก็เป็นที่แพร่หลายมากกว่า สถานีกรุงเทพ อยู่แล้ว ซึ่งเราคงเปลี่ยนการเรียกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะหลาย ๆ ครั้งเราก็เรียกชื่อสถานีกรุงเทพว่าหัวลำโพง แต่เราคิดว่ามันคือเรื่องเล่าที่น่าสนใจ

อำลาสถานีรถไฟกรุงเทพ เมื่อ ‘หัวลำโพง’ อดีตสถานีรถไฟหลักของไทยปิดตัว

วัยทำงานของเรา หัวลำโพงเป็นสถานีปลายทางในช่วงเช้าและต้นทางในช่วงเย็น สถานีที่เป็นเหมือนกับที่ทำงานและที่พักผ่อนแบบ 2 in 1 

34 ปีที่เราเป็นส่วนหนึ่งของหัวลำโพง และหัวลำโพงเป็นส่วนหนึ่งของเรา มันค่อย ๆ ไต่ระดับจากสถานีรถไฟที่พาเราไปบ้านยายในวัยเด็ก สนามเด็กเล่นให้เรียนรู้ตอนวัยเรียน สถานที่ฝึกงานวัยมหาวิทยาลัย และสถานีที่เป็นชีวิตประจำวันในวัยทำงาน

มันทำให้เรารู้สึกรักและผูกพันกับที่นี่ไม่น้อยไปกว่าใคร ลึก ๆ แล้วเราเสียดายถ้าที่นี่ต้องปิดตัวลง สถานีนี้อาจจะไม่ได้เป็นความทรงจำหรือส่วนหนึ่งของชีวิตกับทุกคน แต่มันก็ยังเป็นสถานที่ที่ใครจะเริ่มต้นนั่งรถไฟก็ต้องนึกถึง หรือแม้อีกหลากหลายเหตุการณ์และความทรงจำเกิดขึ้นที่นี่ และยังคงจำมันได้ชัดเจน

รถจักรไอน้ำขบวนพิเศษที่พ่นไอน้ำสีขาว และฉากหลังคือหลังคาโค้งของสถานีรถไฟ พร้อมหมู่คนที่ถือกล้องเพื่อถ่ายรูปขบวนคุณทวดท่าทางขึงขังที่ค่อย ๆ แผดเสียง พ่นไอน้ำ และเคลื่อนตัวออกจากสถานีซึ่งไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่าที่นี่อีกแล้ว

เสียงบูม เชียร์ สันทนาการของขบวนรับน้องรถไฟมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เรียกได้ว่าเป็นประเพณีมาร่วมครึ่งศตวรรษ การเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่จากกระโปรงบานขาสั้นเป็นวัยมหาวิทยาลัยของใครหลาย ๆ คน เริ่มต้นที่นี่

ความตื่นเต้นของการเริ่มต้นเดินทางไปเที่ยว แวะถ่ายรูปก่อนขึ้นสถานีรถไฟ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ก็มีแต่รูปหัวลำโพงนี่แหละที่บอกได้โดยไม่ต้องมีรูปตู้รถไฟเลยว่า “ฉันจะนั่งรถไฟไปเที่ยวแล้วนะ”

ร้านอาหารหลากหลายรอบข้างสถานีรถไฟที่ฝากท้องได้ระหว่างวัน ก่อนจะไปเดินเที่ยวเยาวราช ตลาดน้อย สี่พระยา

อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ

ในแต่ละวันมีหลายพันชีวิตแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ชีวิตของสถานีรถไฟมันก็คือการที่ยังมีคนและขบวนรถไฟเดินทางเข้ามาถึง ไม่ใช่แค่คนเดินทางรถไฟเท่านั้นที่มีบทบาทร่วมกับที่นี่ ความสำคัญของหัวลำโพงมีค่ามากกว่าการเป็นสถานีรถไฟ แต่ยังรวมถึงชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร หรือแม้แต่โรงแรมที่อยู่รายล้อมสถานีรถไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นที่รู้จักมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

ในหลาย ๆ เมือง สถานีรถไฟหลักดั้งเดิมล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองทั้งสิ้น แม้ว่าการขยับขยายสถานีหลักออกไปเพื่อรองรับปริมาณขบวนรถไฟที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิดการลดบทบาทของสถานีเดิม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสถานีเก่ากลางเมืองจะยุติบทบาทเพียงแค่มีสถานีใหม่เกิดขึ้น หากแต่การเชื่อมโยงของสถานีใหม่และเก่านั้นจะถูกวางระบบการเชื่อมต่อด้วยรถไฟเดิมนี่แหละ แค่ลดปริมาณเที่ยวรถแต่ไม่ตัดขาด พร้อมเพิ่มตัวเลือกการเดินทางอื่น ๆ เข้ามา เช่น รถเมล์ หรือรถไฟใต้ดิน ที่เชื่อมโยงให้สถานีเก่าและใหม่เดินทางไปสู่ส่วนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ไม่ขาดตกบกพร่องโดยผ่านการวางแผนมาแล้ว เพราะเขายังมองว่า ‘ใจกลางเมืองคือพื้นที่สำคัญ’ ที่คนต้องเดินทางได้อย่างสะดวกที่สุดและไม่เพิ่มภาระ

เราไม่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา เมื่อถึงวาระหนึ่ง มันย่อมมีการเติบโตขึ้นอยู่แล้ว

สำหรับหัวลำโพง เราอยากเห็นเขายังคงทำหน้าที่เป็นสถานีรถไฟในเมืองที่รับช่วงต่อจากสถานีหลัก เชื่อมจุดใจกลางเมืองกับสถานีใหม่ได้อย่างสะดวกด้วยเวลาและราคาที่สมเหตุสมผล และพื้นที่สำคัญของเมืองที่อยู่ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ ศูนย์แสดงศิลปะ ย่านการค้าของชุมชน Co-working space และพื้นที่สาธารณะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติท่ามตึกของเมืองหลวงที่ทำให้เราได้เลือกที่จะใช้ชีวิตได้ในย่านที่เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดการเดินทางของประเทศ

เพราะหัวลำโพงไม่ใช่แค่สถานีรถไฟ แต่เป็นผู้คน และพื้นที่ที่เรามีความทรงจำร่วมกัน

อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ

ธงสีเขียวโบกสะบัดบนชานชาลาและบนขบวนรถ เสียงหวีดรถไฟดังขึ้น ล้อเหล็กค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากร่มเงาของหลังโค้งใหญ่โต ขบวนรถไฟค่อย ๆ เลื่อนห่างจากเราออกไปทีละนิด ๆ จนลับสายตา 

เรายังนึกไม่ออกเลยว่า วันที่รถไฟขบวนสุดท้ายเคลื่อนออกจากสถานี เราจะเสียน้ำตาแค่ไหน เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าในวันนั้นจะรู้สึกยังไง และไม่อยากให้ถึงวันนั้นจริง ๆ มันคงเจ็บปวดไม่น้อยกับภาพที่เห็นและความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา เก้าอี้ที่เคยมีคนนั่งเต็มต้องว่างเปล่า ชานชาลาที่มีรถไฟจอดก็เงียบเชียบ สถานีที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนก็เหงาหงอย หรือแม้แต่รอบนอกที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนซึ่งมุ่งหน้าเข้ามาในสถานี อาจจะเหลือเพียงแค่คนที่เดินผ่านไป แล้วแค่ยกกล้องถ่ายรูปเฉย ๆ เท่านั้น

ความสุขมันอยู่กับเราไม่นาน เท้าเราก้าวออกจากสถานี เดินออกมาด้านหน้า มองย้อนหลังกลับไปดูอาคารที่เปิดไฟส่องสว่าง สร้างความโดดเด่นท่ามกลางตึกรามบ้านช่อง ที่รายล้อมใต้ท้องฟ้ายามสนธยา 

ขอบคุณนะ ที่เป็นความทรงจำที่ดีของเรา เราจะไม่ลืมเธอในฐานะสถานีรถไฟที่ยิ่งใหญ่อีกเลย

แด่หัวลำโพง เพื่อน… ที่ระลึก

อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ
อำลาอาลัย ‘หัวลำโพง’ ความในใจจากแฟนพันธ์ุแท้รถไฟไทย ตัวแทนชาวไทยที่ผูกพันกับสถานีรถไฟกรุงเทพ

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load