2 มีนาคม 2563
12 PAGES
4 K

กึกกึก กึกกึก กึกกึก

เสียงล้อบดไปบนรางซึ่งทำจากวัสดุเดียวกันดังขึ้นเป็นจังหวะ เสียงล้อกระทบรางเป็นเหมือนดนตรีที่เป็นจังหวะจะโคนที่ดีมากในการขับกล่อมนักเดินทาง แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรักมัน แถมรำคาญด้วยซ้ำ แต่ก็เลือกไม่ได้ที่ต้องได้ยินเสียงมันไปตลอดทางจนชิน ยังดีที่สมัยนี้รางรถไฟถูกเชื่อมให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อนที่เป็นรางต่อๆ กัน เสียงจังหวะดังถี่ยิบเสียจนอยากจะลุกขึ้นมาใส่สเต็ปกลางตู้รถไฟซะให้ได้

หลังจากที่ชินกับเสียงล้อเหล็กที่บดกับรางไปเรื่อยๆ อยู่ๆ เสียงที่ดังสม่ำเสมอก็ค่อยๆ ช้าลง ช้าลง ช้าลง พร้อมเสียงเครื่องดนตรีอีกชิ้นที่แทรกเข้ามาดัง “เอี๊ยยยยดดดด” 

เสียงเบรกนั่นเอง

เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เมื่อรถไฟเบรก สิ่งแรกที่จะทำคือการมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่ารถไฟหยุดที่สถานีอะไร 

สิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าที่นี่คือที่ไหน นั่นคือป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่สีขาว มีตัวอักษรสีดำภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยฟอนต์เฉพาะตัวที่บอกเราได้ว่าที่นี่คือสถานีอะไร 

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

วันนี้เราจะมาพูดถึง ‘ป้ายสถานีรถไฟ’ กันครับ 

ป้ายสถานีรถไฟไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การบอกว่าสถานีนั้นคือสถานีอะไรเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นจุดเช็กอินที่มีมาก่อนกาล 

ใช่เลย มันมีมาก่อนที่เฟซบุ๊กจะเกิดเสียอีก

ป้ายประเพณี

วันก่อนผมเข้าไปในเพจโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ แหล่งรวมภาพรถไฟเก่าและปัจจุบันให้เสพกันจนแฟนรถไฟนั้นฟินกันไปสามวันแปดวัน ภาพที่มีเป็นพันนั้นถูกเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ ด้วยความเพลิน จนกระทั่งไปเจอภาพชุดเบ้อเริ่มเป็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าป้ายสถานีรถไฟ ยืนนิ่งบ้าง แอ็คท่าบ้าง ประหนึ่งว่าภาพถ่ายเหล่านั้นคือตัวแทนแห่งความทรงจำว่าครั้งหนึ่งฉันเคยไปเหยียบที่นี่มาแล้วนะ โดยมีภาพถ่ายเหล่านั้นเป็นสักขีพยาน

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ภาพสถานีอุตรดิตถ์ (สะกดแบบเดิม อุตตรดิตถ์)

สมัยก่อนการเดินทางที่สะดวกที่สุดก็ไม่พ้นรถไฟนั่นแหละ ภาพความทรงจำตามจุดเช็กอินต่างๆ ก็ไม่พ้นสถานีรถไฟ บางคนเก็บภาพไว้เป็นล่ำเป็นสันกันเลย จะว่าไปสมัยนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่ามีการเช็กอินผ่านโซเชียลมีเดียเข้ามาในกระบวนการด้วย แล้วเราก็สังเกตด้วยว่าใครต่อใครที่นั่งรถไฟไปเที่ยว เกินร้อยละ 50 ก็จะต้องถ่ายภาพคู่กับป้ายสถานีรถไฟ ซึ่งเจ้าป้ายสถานีนี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดตั้งแต่สมัยก่อนโน้นจนถึงตอนนี้ ทั้งรูปแบบ ตัวอักษร การเขียนชื่อสถานี หรือแม้แต่รูปร่างหน้าตา

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

เรียกได้ว่าถ้านั่งรถไฟเมื่อไหร่ก็ต้องไปถ่ายภาพคู่กับป้ายสถานีนั้นเก็บไว้เป็นความทรงจำ ถ่ายกันจนเหมือนเป็นประเพณีไปซะแล้ว ถ้ามาถึงแล้วไม่ถ่ายภาพคู่ป้ายจะผิดผี ผิดประเพณี แม้แต่ตัวเราเองก็ทำนะ พอลงรถไฟปุ๊บ ก่อนจะเดินทางต่อต้องวิ่งไปปลายชานชาลาเพื่อไปแชะภาพกับป้ายสถานีซะหน่อย

เพื่อนในแก๊งรถไฟของเราตั้งสมญานามป้ายสถานีรถไฟทุกแห่งในประเทศไทยว่า ‘ป้ายประเพณี’ 

ยุคแรก

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายชื่อสถานีหัวตะเข้ แบบไม่มีภาษาอังกฤษ วางขนานไปกับชานชาลา หันชื่อเข้าหาหน้าต่างรถไฟ

ป้ายสถานีรถไฟของไทยในยุคเริ่มต้นทำด้วยไม้แผ่นใหญ่ มีเสา 2 ข้างประคองไว้ โดยแผ่นไม้ใหญ่ทาด้วยสีเข้ม ที่บอกว่าสีเข้มก็เพราะภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นภาพขาวดำหรือซีเปีย เลยบอกไม่ได้ว่าสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มกันแน่ เอาเป็นว่ามันคือสีเข้มแล้วกันครับ โดยตำแหน่งที่วางอยู่นั้นแต่แรกเลยไม่ได้อยู่ตรงปลายชานชาลาอย่างทุกวันนี้ ซึ่งของเดิมปักเอาไว้ตรงกลางชานชาลา แล้วหันหน้าป้ายชื่อขนานกับทางรถไฟ ก่อนย้ายมาอยู่ที่ปลายชานชาลาแล้วหันหน้าเข้าหาหน้ารถไฟแทนแบบในปัจจุบัน

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
สถานีปางม่วง มีการปรับป้ายใหม่ให้อยู่ปลายชานชาลา และห้นหน้าเข้าหาหัวรถไฟ โดยยังคงเป็นป้ายไม้พื้นสีเข้ม

ความน่าสนใจอีกอย่างอยู่ตรงชื่อของสถานีรถไฟนั้นเป็นฟอนต์แบบพิเศษที่เฉพาะและเป็นเอกลักษณ์ แต่เริ่มเลยเป็นตัวอักษรแบบลายมือเขียน ดูโบราณเลยล่ะ ต่อมาเพื่อความเป็นเอกลักษณ์และไม่ต้องไปลอกเลียนตัวหนังสือของใคร กรมรถไฟหลวงจึงได้ออกแบบตัวอักษรศิลป์เป็นมาตรฐานของกรมรถไฟหลวงขึ้นเอง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รูปแบบเหมือนลายมือที่เขียนด้วยตัวบรรจง ความหนาของฟอนต์ไม่มาก ดูบอบบาง อ่อนช้อย กับตัวอักษรที่มีความแบนแต่ไม่หักมุม แฝงความมนดูนุ่มนวล 

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวง

ตั้งแต่นั้นมาตัวอักษรรูปแบบมาตรฐานจึงได้ถูกกำหนดให้ใช้บนป้ายชื่อของสถานีรถไฟทุกแห่ง และนอกจากที่ป้ายชื่อแล้ว ยังพบเห็นตัวอักษรมาตรฐานของกรมรถไฟหลวงบนตู้รถไฟชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้โดยสารหรือตู้สินค้า อีกสิ่งที่น่าสนใจคือบนป้ายสถานีรถไฟยังปรากฏชื่อสถานีเป็นภาษาจีนต่อท้ายภาษาอังกฤษอีกด้วย นั่นน่าจะเป็นการบอกเล่าสภาพทางสังคมในยุคนั้นๆ ที่ชาวจีนหรือชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มมีอิทธิพลต่อการเดินทางและการค้าขายในประเทศ ซึ่งถ้าเราลองสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าชุมชนใกล้สถานีรถไฟต่างๆ มักมีร้านค้าหรือกิจการของชาวจีนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่นัก

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายชื่อสถานีกบินทร์บุรี (สะกดเดิม กระบินทร์บุรี) มีภาษาจีนกำกับบนป้าย
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีนครลำปาง มีภาษาจีนกำกับ ให้สังเกตดูดีๆ ว่าป้ายนี้ทำเป็นตัวอักษรนูนขึ้นมาแตกต่างกับป้ายอื่นๆ ที่เป็นการทาสีลงไปเท่านั้น

ยุคสอง

ต่อมาหลัง พ.ศ. 2500 หลังจากที่กรมรถไฟเปลี่ยนสภาพจากหน่วยงานราชการเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้ชื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงป้ายสถานีครั้งใหญ่อีกหน โดยป้ายไม้ทั่วประเทศเริ่มทยอยเปลี่ยนเป็นป้ายคอนกรีตแผ่นใหญ่สีขาว ตัวอักษรสีดำ และที่สำคัญฟอนต์ชื่อสถานีก็โดนเปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ฟอนต์ป้ายสถานีมาตรฐานของการรถไฟหลัง พ.ศ. 2500 มีความโค้งมนมากขึ้น ตัวหนาขึ้น และเป็นต้นแบบของฟอนต์ที่ใช้กับทางหลวง

จากฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวงที่ร่างบางอ่อนช้อย เปลี่ยนเป็นฟอนต์ขนาดหนาปึ้ก ขึ้นรูปตัวอักษรเป็นปูนปั้นสามมิติฝังลงไปบนเนื้อป้ายคอนกรีต โดยยังคงเอกลักษณ์ในความโค้งมน ดูแล้วไม่แข็งกระด้าง รวมถึงตัวอักษรใดที่มีหางตวัดขึ้นไป เช่น ส เสือ หรือ ช ช้าง ก็จะตวัดอย่างสวยงาม ซึ่งต่อมาฟอนต์นี้ได้กลายเป็นต้นแบบฟอนต์ของป้ายจราจรทางหลวง (ถ้าเอามาเทียบจะเห็นความแตกต่างอยู่) คาดว่าเพราะความอวบหนาทำให้มองชัดเจนได้จากที่ไกลๆ มันจึงถูกใช้งานเป็นมาตรฐานของป้ายสถานีรถไฟในเวลาต่อมา 

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

ถ้าจะให้ลงรายละเอียดลงไปลึกๆ อีก ก็จะพบว่าไม่ใช่ทุกสถานีที่ถูกเปลี่ยนเป็นฟอนต์แบบใหม่บนป้ายคอนกรีต เพราะในสายหนองคายตั้งแต่สถานีบ้านเกาะไปจนถึงสถานีอุดรธานียังคงใช้ฟอนต์ของกรมรถไฟหลวงอยู่ เราไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงยังคงเอกลักษณ์ตัวอักษรแบบเก่าในสายนั้น เพราะเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าคือทางรถไฟสายฉะเชิงเทรา-สัตหีบที่สร้างในปลาย พ.ศ. 2520 นั้น ก็ใช้ฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวงบนป้ายคอนกรีตเช่นกัน จึงกลายเป็นของแปลกสำหรับคนที่สนใจเรื่องรถไฟไปเลยว่าทำไมยังมีการใช้ฟอนต์แบบนี้อยู่ และกลายเป็นเอกลักษณ์ของป้ายสถานีไปเลยจริงๆ

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
สถานีเขาสวนกวางในสายหนองคาย ใช้ฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวงบนป้ายคอนกรีต
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
สถานีบ้านพลูตาหลวง ในสายสัตหีบ ซึ่งสร้างใหม่ในยุคหลังแต่ใช้ฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวงบนป้ายคอนกรีตเช่นเดียวกับสายหนองคาย

นอกจากฟอนต์ป้ายสถานีมาตรฐานของการรถไฟแล้ว เรายังพบเห็นฟอนต์ประดิษฐ์ขึ้นมาโดยเฉพาะกับบางสถานีอีกด้วย ราวกับจงใจเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของสถานีนั้นๆ เช่น ฟอนต์ของสถานีสามเสน ดอนเมือง ที่เป็นตัวอักษรเหลี่ยมศิลป์ที่ดูเป็นเอกลักษณ์ หรือฟอนต์เหมือนหนังสือพิมพ์โบราณของสถานีเชียงใหม่ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย 

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีเชียงใหม่ มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์อักษรศิลป์ และมีพื้นหลังเป็นสีเขียวแห่งเดียวในประเทศ

ยุคสองนี้คงเป็นความหลากหลายที่สุดของ ‘ป้ายประเพณี’ ที่ให้เราเลือกเก็บภาพความทรงจำเอาไว้อย่างสนุกสนาน กับการตามล่าความแปลกและเอกลักษณ์เฉพาะของป้ายสถานีในสายต่างๆ ที่ดูปั๊บรู้ปุ๊บว่าตัวอักษรแบบนี้อยู่โซนไหนของประเทศ

ยุคปัจจุบัน

การเข้ามาถึงของโครงการรถไฟทางคู่ในช่วงปลายของพ.ศ. 2530 นั้น หลายสถานีที่มีการสร้างใหม่ได้เปลี่ยนชื่อสถานีด้วย โดยฟอนต์การรถไฟหลวงแบบเดิมๆ ไม่ได้ถูกใช้งานบนป้ายสถานีนั้น แต่กลับไปใช้ฟอนต์ที่อยู่ในระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แทน เช่น Angsana, Browallia หรือแม้แต่ Cordia

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

เราพอเข้าใจว่าทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ฟอนต์แบบเดิมๆ ป้ายแบบเดิมๆ อาจจะดูล้าสมัยกับรูปแบบของสถานีรถไฟใหม่ๆ ที่จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามโครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งออกแบบสถานีรถไฟให้เข้ากับบริบทปัจจุบันมากขึ้น ก็ยังต้องขอขอบคุณผู้ออกแบบและการรถไฟที่ยังคงเก็บรักษาป้ายประเพณีเอาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟทุกๆ แห่ง 

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ที่หยุดรถพระจอมเกล้า ในสายตะวันออก ใช้ฟอนต์ Cordia
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
สถานีบ้านมะค่า (หลังใหม่) ตามโครงการรถไฟทางคู่ ยังคงมีป้ายชื่อสถานีแบบเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบของฟอนต์ใหม่

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงนั้น คือฟอนต์ของป้ายสถานีที่ถูกปรับปรุงแล้วได้ถูกเปลี่ยนเป็นฟอนต์สมัยใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มต้นจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหัวหมาก-ชุมทางฉะเชิงเทรา เมื่อหลายสิบปีก่อน นั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ของการใช้ฟอนต์ Cordia บนป้ายสถานี และยิ่งย้ำไปมากกว่านั้น เมื่อสถานีในสายหนองคายเดิมที่เคยใช้ฟอนต์มาตรฐานกรมรถไฟหลวงได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นป้ายใหม่ฟอนต์ Cordia ทั้งหมดตั้งแต่สถานีบ้านเกาะจนถึงสถานีขอนแก่นตามโครงการรถไฟทางคู่ นั่นทำให้เห็นได้ว่าป้ายประเพณีแบบเดิมๆ กำลังจะเข้าสู่ยุคเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เปลี่ยนมาแล้วครั้งใหญ่ตอนเปลี่ยนถ่ายจากป้ายไม้เป็นป้ายคอนกรีต 

ถึงแม้ว่าป้ายสถานีรถไฟจะเปลี่ยนแปลงไปยังไงก็ตาม แต่สิ่งที่มันไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือการทำหน้าที่บ่งบอกว่าที่นี่คือสถานีอะไร ต่อให้จะเป็นรูปแบบดั้งเดิม รูปแบบใหม่ หรือรูปแบบเฉพาะ หน้าที่ของมันจะเหมือนเดิมตลอดไป นอกจากนั้นแล้วมันก็ยังคงเป็นจุดเช็กอินของนักเดินทางทุกรุ่นทุกวัยตลอดไปอย่างแน่นอน

เดินทางครั้งต่อไป อย่าลืมไปถ่ายภาพคู่กับป้ายสถานีนะครับ

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน
ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

ขอขอบคุณภาพถ่ายเก่าจาก Facebook : โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ


อีกนิดอีกหน่อย

1. สถานีรถไฟที่ไม่มีป้ายชื่อสถานีที่ปลายชานชาลาเลย คือสถานีปาดังเบซาร์ (ไทย) และสถานีรถไฟหลวงจิตรลดา

2. ป้ายสถานีรถไฟที่มีตัวอักษรน้อยที่สุดบนป้ายคือสถานีสวี ดูมินิมอลมาก

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

3. หลายสถานีที่มีการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนการสะกด มักใช้วิธีสกัดตัวอักษรออกแล้วขึ้นรูปตัวอักษรใหม่ เราจึงมักเห็นบางสถานีมีการเว้นวรรคชื่อแปลกๆ เช่น สถานีแหลมโตนด เดิมสะกดว่าแหลมตะโหนด เมื่อเจอป้ายที่มีการจัดวางตัวอักษรแปลกๆ ให้อนุมานไว้ก่อนเลยว่าเคยถูกเปลี่ยนชื่อมาก่อน

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

4. บางสถานีถ้าเดินทางต่อไปที่อื่นได้ จะมีป้ายน้อยๆ ห้อยอยู่ใต้ชื่อสถานี เพื่อบอกว่าลงสถานีนี้ไปที่ไหนต่อได้

ป้ายสถานีรถไฟ จุดเช็กอินที่มีมาก่อนเฟซบุ๊กเกิด และวิวัฒนาการป้ายสถานีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

แฮม คือชื่อเล่น มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิทและใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมากกว่าบ้านของตัวเอง เสพติดการเดินทาง แฮมมึนคือฉายาแต่ไม่เคยมึนเรื่องเที่ยว เรื่องกิน และเรื่องรถไฟ เป็นผู้ริเริ่ม hashtag #ทีมนั่งรถไฟ ใน Twitter Instagram และ Facebook

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!