นี่เป็นบันทึกช่วงหนึ่งของชีวิตที่เจอกับโรคระบาดครั้งใหญ่ในปี 2019 ลากยาวมาปี 2020

ปกติเราเป็นคนที่ใช้รถไฟในการเดินทางตลอด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟไทย BTS MRT ARL จะว่าไปก็รถไฟทุกแบบนั่นแหละ โดยทั่วไปรถไฟจะคนแน่นมากถึงมากที่สุด หากเป็นรถไฟฟ้าคงชินกับภาพคนที่ยืนกันเต็มชานชาลา ประตูเปิดปั๊บก็ต้องแย่งกันเข้าไปในรถ ยืนเบียดกันตรงประตู ไม่ค่อยเดินเข้าข้างใน 

หรือถ้าเป็นรถไฟไทยก็มีหมดทั้งนั่งทั้งยืน ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟชานเมืองที่ผู้คนเดินทางกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่น่าเชื่อว่าวันนึงมันเปลี่ยนภาพไปจริงๆ

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เริ่มต้น

ปลายปี 2019 เริ่มมีกระแสเข้ามาในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดมาจากจีน แถมเคลมกันว่ารุนแรงกว่า SARS หรือไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซะอีก ตอนนั้นยังมีเหตุการณ์อื่นที่สร้างความสนใจให้กับคนไทยมากกว่าเรื่องนี้ และอีกอย่างคนยังมองว่ามันเป็นเรื่องที่แสนจะไกลตัวและไม่มีทางมาถึงไทยได้ง่ายๆ หรอกน่า

จนกระทั่งเริ่มมีข่าวการติดเชื้อในประเทศไทย เริ่มมีคนป่วย เริ่มมีการให้กักตัวของคนที่เดินทางมาจากจีนหรือประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ติดเชื้อในโลกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ชื่อเสียงของโคโรนาไวรัส 2019 ต้นกำเนิดโรค COVID-19 เริ่มโด่งดังมากขึ้นและเกิดการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ตอนนั้นการตามข่าว COVID-19 แทบจะเป็นงานประจำวันของเราที่คอยดูว่าจำนวนมันจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน คงที่ไหม หรือมีแนวโน้มลดลง

ช่างน่าตกใจที่มันดันไม่ลดลง แถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

มาตรการทำงานที่บ้านและการดูแลตัวเองเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คนเริ่มไม่ค่อยออกจากบ้าน ระบบขนส่งมวลชนเริ่มมีคนน้อยลง ยิ่งมีข่าวจากญี่ปุ่นว่าขนส่งมวลชนคือหนึ่งในปัจจัยการกระจายของผู้ติดเชื้อ ยิ่งทำให้คนวิตกกังวลกันสุดๆ จนหน่วยงานด้านขนส่งต่างๆ ต้องออกมาประกาศกันยกใหญ่ว่ามีมาตรการป้องกันและการทำความสะอาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ จนกระทั่งเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลก็เลยประกาศมาตรการควบคุมออกมา 

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ที่มีผลกระทบต่อรถไฟก็สตาร์ทเครื่องเมื่อวันที่มาเลเซียปิดชายแดน และรถไฟที่วิ่งระหว่างไทย-มาเลเซียต้องงดให้บริการเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 ก่อนจะตามมาติดๆ ด้วยการปิดด่านพรมแดนฟากไทย-ลาว ที่หนองคาย ทำให้รถไฟที่วิ่งระหว่างหนองคาย ประเทศไทย กับท่านาแล้ง สปป. ลาว ก็ต้องระงับการให้บริการด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะเริ่มงดขบวนรถไฟนำเที่ยวที่ปริมาณคนทิ้งตั๋วไม่เดินทางมีเยอะมากจนทั้งขบวนนับหัวคนเดินทางได้

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟต่างๆ ในไทยก็ต้องยกระดับมาตรการเพื่อป้องกันโรคแพร่ระบาด ทั้งระดมทำความสะอาดถี่ขึ้น เช็ดทุกพื้นที่อย่างละเอียด พ่นยาฆ่าเชื้อ วางเจลแอลกอฮอล์ให้ผู้โดยสาร จนตอนหลังต้องเริ่มล่ามโซ่เอาไว้เพราะโดนฉกไปบ่อยเหลือเกิน ออกกฎให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถไฟทุกระบบ และสุดท้ายที่พีกที่สุดแล้วคือ Social Distancing กำหนดที่นั่งให้ผู้โดยสารนั่งตามจุดกันเลยทีเดียว

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สำหรับ BTS MRT ARL นั้น ยังมีความจำเป็นที่ยิ่งยวดต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากพอควร เพราะยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องทำงาน แต่ที่สร้างความช็อกให้กับแฟนคลับรถไฟมากที่สุด คงเป็นรถไฟไทยที่เป็นรถไฟระบบเดียวในประเทศที่ต้องงดให้บริการบางขบวน ด้วยเพราะเป็นระบบรถไฟที่เดินทางไปทั่วประเทศ

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เริ่มงด

เมื่อรัฐบาลประกาศให้วันสงกรานต์เป็นวันทำงานตามปกติ และการรถไฟประกาศให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้ตั้งแต่ก่อนวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 คืนตั๋วได้เต็มราคา ตอนนั้นยังมีรถไฟแค่ไม่กี่ขบวนที่หยุดวิ่ง โดยส่วนใหญ่รถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รถไฟท้องถิ่น ก็ยังให้บริการตามปกติ จนกระทั่งตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากขึ้น 

การรถไฟก็เลยตัดสินใจเริ่มงดรถไฟหลายขบวนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป ผู้คนที่จองตั๋วกันไว้แล้วก็เลยต้องแห่มาคืนตั๋วกันจนเป็นปรากฏการณ์แถวคืนตั๋วยาวกว่าการซื้อตั๋ว รวมถึงออกมาตรการจำกัดที่นั่งในตู้รถไฟที่ยังวิ่งให้บริการอยู่ให้รถนั่งเหลือที่นั่งแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ และรถนอนเหลือที่นั่ง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ขายตั๋วเพิ่มหากทุกที่นั่งจองเต็มแล้ว

นั่งกันเหงาๆ เลย

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

แน่นอน ถึงรถไฟหลายขบวนหยุดวิ่ง แต่เราก็ยังต้องไปทำงานตามปกติโดยใช้รถไฟสุดที่รักในการเดินทางตามเดิม สิ่งที่เห็นทุกเช้าและเย็นคือคนบางตาลงมาก อาจเป็นเพราะรถไฟชานเมืองถูกเพิ่มตู้ให้ยาวขึ้น เพื่อลดการนั่งและยืนที่แออัด ก็ยังเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงรถเมล์แล้วมาใช้รถไฟแทน เพราะมีรอบเวลาชัดเจน วางแผนได้ เพราะรถเมล์ส่วนใหญ่หากมีคนยืนมากเกินไป คนก็ไม่สะดวกใจจะขึ้นเท่าไหร่

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ตอนนั้นถ้ากวาดตามองในลิสต์ของขบวนรถไฟทั้งประเทศก็ยังมีรถไฟวิ่งอยู่ราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งประเทศไทย จนกระทั่งรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวช่วงหลังเที่ยงคืน ทำให้รถไฟระหว่างเมืองที่วิ่งตอนกลางคืนปลิวยกกระดานและมีประกาศจากการรถไฟกันแบบฉุกเฉินสุดๆ ให้เหลือบริการเฉพาะรถไฟเที่ยวกลางวันและไม่คาบเกี่ยวเวลาเคอร์ฟิวเท่านั้น

นอกเหนือไปจากนั้น กระบวนการในการนั่งรถไฟก็เพิ่มขึ้นมา จากเดิมเข้าสถานี ซื้อตั๋ว เดินขึ้นรถ ตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนความเคยชินอีกนิดหน่อย ต้องตรวจอุณหภูมิและล้างมือก่อนเข้าสถานี ก่อนซื้อตั๋วต้องกรอกข้อมูลเพื่อใช้ในการติดตามตัวถึงจะซื้อตั๋วได้ และต้องใส่หน้ากากบนรถไฟและในสถานีตลอดเวลาแม้แต่ผู้ปฏิบัติงาน แม้จะดูวุ่นวายขึ้นจากเดิม แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีไม่น้อยสำหรับสวัสดิภาพของเราเอง และเป็นที่น่าดีใจที่หลายๆ คนปรับตัวได้เป็นอย่างดีทีเดียว

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ยกกระดาน

เราพยายามนึกอยู่ตลอดว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา 30 กว่าปีในชีวิตเรามีช่วงไหนบ้างที่รถไฟเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดวิ่งเยอะขนาดนี้

น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2538 ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีบางสายที่วิ่งได้อยู่ แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก ภาพที่จำได้คือมีรถไฟวิ่งลุยน้ำด้วยความเร็วต่ำๆ มีภาพน้ำท่วมทางรถไฟ มีภาพคนลุยน้ำ

น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 นั่นก็เหมือนกัน ยังมีรถไฟบางสายที่วิ่งได้อยู่ แต่ก็ลุ้นระทึกพอสมควร เพราะสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ มวลน้ำก้อนใหญ่ค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้กรุงเทพฯ จากตอนแรกงดเฉพาะโซนต่างจังหวัด ก่อนค่อยๆ ร่นลงมายกเลิกหลายขบวนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่มันก็ยังเดินรถได้เป็นช่วงๆ เฉพาะที่ไม่ได้มีปัญหากับเรื่องน้ำท่วม 

เรายังจำได้ดีว่าเราเพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟสายอีสานตอนนั้นมาก เพราะมันถูกเอาไปวิ่งในเส้นทางสายฉะเชิงเทรา-องครักษ์-แก่งคอย ที่มีแต่รถสินค้า เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนรักรถไฟทั้งหลายตายตาหลับ เมื่อได้นั่งรถไฟผ่านเส้นทางที่พวกเขาไม่เคยได้นั่งผ่านมาก่อน

แต่กับเหตุการณ์นี้มันไม่ใช่เลย 

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะอีกนานแค่ไหน จะสิ้นสุดที่ตรงไหน 

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ปริมาณคนที่เดินทางเริ่มน้อยลง แม้แต่รถไฟชานเมืองที่มีคนมากมายอาศัยมาทำงาน จนในที่สุดวันที่ 8 เมษายน ก็เหลือรถไฟวิ่งอยู่ทั้งหมด 54 ขบวน จาก 200 กว่าขบวน นั่นหมายความว่ามีรถไฟที่งดวิ่งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยรถไฟระหว่างเมืองกลางคืนทุกขบวน รถไฟนำเที่ยว รถไฟระหว่างประเทศ รถไฟสายแม่กลอง หยุดให้บริการทั้งหมด เหลือเพียงรถไฟระหว่างเมืองกลางวันบางขบวน รถไฟชานเมือง และท้องถิ่นบางขบวนที่ยังจำเป็นกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่ยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองอยู่

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

รถไฟที่ยังให้บริการอยู่เพิ่มความยาวตู้จากเดิม 1 – 2 เท่า เพื่อลดความแออัดจากรอบที่น้อยลง

จริงอย่างที่เขาบอกว่าอะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นในยุคนี้

รถไฟชานเมืองจากเดิมที่มีความยาวแค่ 5 – 8 ตู้ กลายเป็นยาวถึง 16 ตู้ 

รถไฟระหว่างเมืองที่ยังวิ่งอยู่เพิ่มความยาวจากเดิมมาเป็นเท่าตัว กลายเป็นภาพที่คนรักรถไฟตื่นเต้นกันเป็นทวีคูณ เพราะเราไม่ได้เห็นภาพรถไฟที่ยาวเหยียดขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ หลายคนอยากออกไปถ่ายรูปมากแต่ก็ต้องอดใจเอาไว้ก่อน

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เราไม่เคยเห็นสถานีรถไฟกรุงเทพเงียบเหงาขนาดนี้มาก่อน ไม่มีคนในห้องโถงเลยตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ชานชาลาที่เคยมีคนเดินขวักไขว่เงียบกริบ รถไฟที่จอดอยู่ในชานชาลาดูเหมือนจะนอนหลับอยู่ตลอดเวลา ช่องขายตั๋วที่เคยมีคนยาวเหยียดกลับมีแต่ความว่างเปล่าเงียบเหงา บอร์ดหน้าจอที่บอกว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายจะออกจากสถานีในเวลา 18.25 น. จากที่เที่ยวสุดท้ายเคยออกตอน 5 ทุ่ม แม้แต่ป้ายบอกเส้นทางของรถไฟก็ถูกถอดออกจากตู้มาวางรวมกัน มองแล้วยิ่งย้ำเข้าไปอีกว่า มีรถไฟหลายขบวน หลายเส้นทาง ที่ต้องหยุดพักตอนนี้

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สถานีระหว่างทางก็ไม่ต่างกัน 

สถานีเงียบเหงามาก ไม่มีผู้คนตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง บรรยากาศมันอึมครึมและเงียบเชียบอย่างบอกไม่ถูก และยิ่งสะเทือนใจเรายิ่งกว่า เมื่อบอร์ดเวลาเข้าออกของรถไฟนั้นเต็มไปด้วยคำว่า ‘งดให้บริการ’ เหลือเว้นว่างไว้แค่ไม่กี่ขบวนที่ยังได้ไปต่อ 

นี่คงเป็นเหตุการณ์ที่หนักหนาที่สุดของรถไฟที่เราเคยเห็นตั้งแต่อยู่กับรถไฟมา 30 กว่าปี

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราต้องขอบคุณคือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่อีกหลายๆ คน ทุกส่วน ทุกหน้าที่ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็น รฟท. BTS MRT ARL ที่ยังให้บริการผู้โดยสารอีกหลายชีวิตที่ยังต้องพึ่งพารถไฟในการเดินทาง เขายังต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะรถไฟยังหยุดไม่ได้ ตราบใดที่ประชาชนยังใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ได้ถูกจำกัด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี และขอเป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงที่หนักหนาที่สุดช่วงนี้ไปให้ได้ 

จะรอเธอกลับมาวิ่งเต็มตารางเหมือนเดิม ในวันที่ทุกอย่างมันดีขึ้นและเข้มแข็งขึ้น ระหว่างนี้ก็พักผ่อนก่อนหลังจากที่เหนื่อยมาหลายปีไม่ได้หยุดพักเลย

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

พูดถึงหัวหิน คงจะนึกถึงเมืองชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

หัวหินครั้งแรกของเราคือการนั่งรถไฟนำเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์กับครอบครัว แล้วค่อยอัปเลเวลโดยการนั่งรถทัวร์จากขนส่งสายใต้ใหม่ (ในตอนนั้น) นอนพักใกล้วัดหัวหิน เล่นน้ำที่หาด เดินผ่านโรงแรมเซ็นทรัล (ในตอนนั้น) กินอาหารทะเล และจบด้วยการนั่งรถไฟขบวนหัวหิน-ฉะเชิงเทรา มาลงที่มักกะสัน เป็นประจำเกือบทุกปีจนเป็นกิจวัตรหลักของครอบครัวนี้

จะว่าไปแล้วหัวหินเป็นหนึ่งในจุดหมายของใครหลายคน ด้วยความเป็นเมืองชายทะเลที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ค่อนข้างสงบแต่ไม่เงียบสงัด อาหารอร่อย มีความเป็นท้องถิ่นสูง และเดินทางได้ง่าย จึงไม่แปลกที่จะเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม ซึ่งมีฉากหลังเป็นความคลาสสิกในยุคเฟื่องฟูของวัฒนธรรมการตากอากาศ หลังจากมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย หนึ่งในนั้นคือรถไฟสายใต้

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

ก่อนจะเกิดเป็นหัวหินนั้น ชุมชนดั้งเดิมตั้งรกรากอยู่ใกล้เขาตะเกียบตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 3 ที่นี่มีหาดทรายสวยงามแซมด้วยแนวหินกระจายไปทั่ว ดินโดยทั่วไปก็เหมาะกับการทำการเกษตร ชาวบ้านที่ตั้งรกรากทำการเกษตรและประมงเลี้ยงชีพ หมู่บ้านนี้เรียกว่า ‘บ้านสมอเรียง’ จนกระทั่ง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร) ได้ทรงสร้างตำหนักแสนสำราญสุขเวศน์ ก็ได้มีการเรียกชื่อพื้นที่หาดที่เต็มไปด้วยหินนี้ว่า ‘หัวหิน’

จนเมื่อทางรถไฟสายใต้จากบางกอกน้อยสร้างมาถึงปลายทางที่เพชรบุรี และต่อขยายปลายทางลงใต้เพื่อไปมลายู ส่วนหนึ่งของทางรถไฟได้ผ่านชุมชนหัวหิน และมีสถานีรถไฟเหมือนกับชุมชนขนาดใหญ่รายทางอื่นๆ ทำให้หัวหินยิ่งเริ่มมีการตั้งรกรากของชุมชนมากขึ้นกว่าเดิมจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่

การมาถึงของรถไฟใน พ.ศ. 2454 ไม่ได้เพียงแค่ทำให้หัวหินเจริญเติบโตในแง่ของเมือง แต่ยังนำวัฒนธรรมการท่องเที่ยวตากอากาศให้เดินทางมาถึงชุมชนแห่งนี้อีกด้วย

การเติบโตของหัวหินก้าวกระโดดหลังจากที่รถไฟสายใต้เดินทางมาถึงนั้น พอจะบอกเล่าได้ว่ารถไฟได้นำพาความเจริญมาที่นี่ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงความเจริญด้านการคมนาคม แต่ยังมีสิ่งที่รถไฟพามาถึงและยังคงหลงเหลือสิ่งนี้ให้เห็น ได้สัมผัส จนถึงปัจจุบัน

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

‘หัวหิน’ สถานีทรงคุณค่า

สถานีรถไฟสีครีมตัดแดง ป้ายสถานีสีขาวขอบสลักลวดลายวิจิตรสีแดง พร้อมตัวหนังสือสีดำรูปลักษณ์ไม่เหมือนสถานีไหนๆ เรียกได้ว่าเป็นภาพจำของสถานีรถไฟหัวหินก็ว่าได้

ถ้าพูดถึงสถานีรถไฟที่สวยเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศไทย สถานีหัวหินก็อยู่ในลิสต์นี้ด้วย

หลายคนคงเข้าใจว่าสถานีหัวหินสร้างขึ้นด้วยความวิจิตรตั้งแต่แรก แท้จริงแล้วอาคารที่เราเห็นในปัจจุบันไม่ได้สร้างมาเพื่อเป็นสถานีรถไฟ

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่
สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่
สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

สถานีรถไฟหัวหินที่เราเห็นทุกวันนี้เป็นอาคารหลังที่ 2 อาคารหลังแรกไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นรูปแบบใด คาดว่าเป็นเพียงอาคารไม้เล็กๆ แบบพิมพ์นิยมของการสร้างสถานีรถไฟยุคนั้น

อาคารสถานีที่วิจิตรเดิมเป็นอาคารไม้ที่ประกอบขึ้นเพื่อจัดงาน ‘สยามรัฐพิพิธภัณฑ์’ ที่สวนลุมพินีใน พ.ศ. 2468 แต่ไม่ได้มีการจัดจริง เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตก่อนการจัดงาน งานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์จึงถูกยกเลิก และได้นำมาประกอบขึ้นใหม่เพื่อใช้เป็นอาคารสถานีหัวหินที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

สถานีหัวหินสร้างด้วยไม้ รูปแบบได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนที่นิยมมากในอังกฤษ เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังคาทรงปั้นหยา มุขกลางเป็นแบบจั่วตัด มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าว โครงสร้างอาคารเป็นกรอบเสารับคาน โครงเคร่าและไม้กรุผนังทาสีตัดกันจนเห็นความแตกต่างชัดเจน เสามีการเซาะร่องเป็นลวดลาย และประดับหัวเสาเลียนแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก ตัวสถานีทาสีขาวครีมตัดกับสีแดง ป้ายสถานีมีเอกลักษณ์ทั้งตัวอักษรและกรอบที่สลักอย่างวิจิตร สอดคล้องกับตัวอาคารสถานี

ด้วยความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์นี้ จึงได้รับพิจารณาคัดเลือกจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็น ‘อาคารอนุรักษ์ดีเด่น’ เมื่อ พ.ศ. 2525

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

พลับพลาพระมงกุฎเกล้า’ สวยสง่า

ด้านทิศใต้ของสถานีหัวหิน ห่างจากอาคารสถานีไปเล็กน้อย มีพลับพลาทรงจตุรมุขทรงไทยประยุกต์ตั้งอยู่ พลับพลานี้ไม่ใช่อาคารสถานีหัวหิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสถานี

พลับพลานี้มีชื่อว่า ‘พลับพลาพระมงกุฎเกล้า’

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

เดิมทีเป็นอาคารสถานีรถไฟหลวงสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เรียกกันว่า ‘พลับพลาสนามจันทร์’ ทำหน้าที่เป็นสถานีรถไฟหลวงเหมือนกับสถานีจิตรลดาที่กรุงเทพฯ จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต กรมรถไฟได้รื้อตัวพลับพลาสถานีสนามจันทร์มาเก็บรักษาไว้ จนใน พ.ศ. 2511 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้นำพลับพลากลับมาประกอบใหม่ และย้ายไปตั้งไว้ที่สถานีหัวหิน เพื่อใช้เป็นพลับพลาที่ประทับในการเสด็จทางรถไฟของพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อมีการแปรพระราชฐานที่วังไกลกังวล

พลับพลาได้ประกอบเสร็จ ทำพิธีเปิดโดย สมเด็จพระเจ้าภคิณีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในครั้งนั้นก็ได้มีการตั้งชื่อพลับพลาใหม่ว่า ‘พลับพลาพระมงกุฎเกล้า’

ทั้งสถานีหัวหินและพลับพลาจึงเป็นอีกสถานที่ซึ่งถ้าใครมาหัวหินแล้ว ก็ไม่ควรพลาดแวะไปเยี่ยม ไปทักทายอาคารเก่าทรงคุณค่าทั้งสอง

สถานีหัวหิน อาคารไม้จากงาน 'สยามรัฐพิพิธภัณฑ์' สมัย ร.6 ที่ไม่ได้จัด สู่สถานีโฉมใหม่

โรงแรมรถไฟหัวหิน’ สุดโอ่อ่า

การมาถึงของรถไฟไม่ได้พาแค่ผู้โดยสารเดินทางมาถึง แต่ยังพาวัฒนธรรมการพักตากอากาศชายทะเลมาหัวหินด้วย

วัฒนธรรมนี้เริ่มมาจากชนชั้นสูงในยุคนั้นรวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ได้มาซื้อที่ดินและสร้างตำหนัก สร้างบ้านพักตากอากาศเป็นจำนวนมาก เมื่อความนิยมในการตากอากาศชายทะเลมีมากขึ้น กรมรถไฟจึงได้เริ่มธุรกิจโรงแรม นั่นคือ ‘โรงแรมรถไฟหัวหิน’ ที่เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมชั้นนำแห่งแรกๆ ของไทยก็ว่าได้

โรงแรมรถไฟหัวหินถูกสร้างขึ้นริมชายหาด บนถนนเส้นตรงที่ตัดมาจากสถานีรถไฟหัวหิน รูปแบบของโรงแรมนั้นมีลักษณะและสิ่งอำนวยความสะดวก เหมือนกับโรงแรมตามสถานที่ตากอากาศในต่างประเทศ

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้

ตัวโรงแรมออกแบบโดย นายเอ. รีกาซซี (A. Rigazzi) นายช่างสถาปนิกชาวอิตาลีที่ทำงานให้กับกรมรถไฟ เป็นสไตล์โคโลเนียล หลังคาสูง ลวดลายตกแต่งด้วยไม้สัก มีห้องพักหลากหลาย ห้องอาหาร บาร์ เครื่องครัวชุดกระเบื้องนำเข้าประทับตราครุฑ พื้นประดับด้วยกระเบื้องที่มีลวดลายคล้ายกับตึกบัญชาการรถไฟ และโรงแรมราชธานีที่สถานีกรุงเทพ

ในปัจจุบัน โรงแรมรถไฟหัวหินได้เปลี่ยนเป็นโรงแรม Centara Grand Beach Resort and Villa Huahin บนพื้นที่เดิม และโรงแรมเองก็ได้สร้างอาคารเพิ่มขึ้นมาให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับอาคารดั้งเดิมของโรงแรมรถไฟหัวหิน

ถ้าใครอยากพักในบรรยากาศของโรงแรมรถไฟ ให้เลือกห้องพักที่อยู่ในตึก Railway Wing ซึ่งยังคงมีกลิ่นอายดั้งเดิมของอดีตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัวห้อง โซนจิบน้ำชายามบ่าย ระเบียงทางเดิน ราวระเบียง ราวบันได กระเบื้องบนพื้น หรือแม้แต่สัญลักษณ์ล้อปีกของการรถไฟที่ประดับอยู่บนกระจกตามทางเดิน

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้

นอกจากบรรยากาศที่พักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมากับรถไฟและยังคงอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ นั่นคือเมนูสุดพิเศษที่เริ่มต้นจากบนตู้เสบียงของรถด่วนสายกรุงเทพฯ-หัวหิน ในยุครุ่งเรือง นั่นคือเมนูข้าวผัดรถไฟ

ข้าวผัดรถไฟที่เราเห็นสูตรตามอินเทอร์เน็ตว่าเป็นข้าวผัดคลุกกับเต้าหู้ยี้ บ้างก็บอกว่าซอสเย็นตาโฟ บ้างก็บอกว่าซีอิ๊วดำ บ้างก็บอกว่าซอสพริก ถือว่าไม่ใช่สูตรแท้ดั้งเดิม เพราะสูตรดั้งเดิมที่ผัดกันโช้งเช้งบนตู้เสบียงรถไฟนั้น ใช้วัตถุดิบเฉพาะที่ในยุคนั้นต้องนำเข้ามาอย่างเดียว

ข้าวผัดรถไฟสูตรแท้คลอดมาจากบนรถไฟนั้น จะต้องมีองค์ประกอบก็คือ ใช้เนื้อหมูหรือไก่ มีกุนเชียง หอมใหญ่ ถั่วลันเตา มะเขือเทศ และของแท้นั้นต้องใช้ซอสมะเขือเทศเข้มข้นยี่ห้อ MICA ผัดลงไปกับข้าวเท่านั้น

เรายังสามารถลิ้มลองรสชาติจากเมนูซิกเนเจอร์บนรถเสบียงสู่โรงแรมรถไฟนี้ได้ที่ห้องอาหาร Railway Restaurant ของโรงแรม Centara Grand Beach Resort and Villa Huahin หรืออดีตโรงแรมรถไฟแห่งนี้เท่านั้น ซึ่งเชฟของโรงแรมเองก็ได้คงสูตรนี้เอาไว้ พร้อมเพิ่มกิมมิกของโรงแรมด้วยการเพิ่มกุ้งย่างและมะม่วงหิมพานต์เข้าไปด้วย

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
ข้าวผัดรถไฟ สูตรของโรงแรม Centara 
ภาพ : โรงแรม Centara Grand Beach Resort and Villa Huahin 

รถไฟนำเที่ยว’ ขวัญใจนักเดินทางวันหยุด

ในยุคแรกๆ รถไฟที่พาคนจากกรุงเทพฯ​ ไปหัวหินเป็นรถด่วน มีให้บริการตู้เสบียง น่าจะถือได้ว่าเป็นขบวนรถไฟที่เริ่มต้นตั้งไข่ด้วยอิทธิพลจากการท่องเที่ยวชายทะเล และพักตากอากาศในแบบค้างคืน

วันเวลาผ่านไป รถด่วนหัวหินไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ยังคงมีรถไฟนำเที่ยวให้บริการแทน และปรับรูปแบบจากไปค้างคืนให้เหลือไปเช้าเย็นกลับ (ถ้าใครจะนั่งไปวันหนึ่ง ไปนอนค้างและกลับอีกวันหนึ่งก็ได้)

ประสบการณ์แรกกับหัวหินของเราก็เริ่มต้นมาจากรถไฟนำเที่ยว มันพานักท่องเที่ยวออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า มาถึงหัวหินช่วงสาย เล่นน้ำให้สบายอุราแล้วออกจากหัวหินในช่วงบ่าย และถึงกรุงเทพฯ ในช่วงหัวค่ำ

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้

ในช่วงประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเปิดหาดสวนสนประดิพัทธ์ที่อยู่ในพื้นที่พักฟื้นกองทัพบกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ รถไฟนำเที่ยวชายทะเลหัวหินก็ได้ขยับขยายปลายทางออกไปอีกหน่อยหนึ่ง จนกลายเป็นรถไฟนำเที่ยวชายทะเลหัวหิน-สวนสนประดิพัทธ์ จนถึงทุกวันนี้ แม้ปลายทางเปลี่ยน แต่ราคาก็ยังสบายกระเป๋าเหมือนเดิม

รถไฟนำเที่ยวหัวหิน-สวนสนฯ ออกวิ่งทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ล้อเริ่มหมุนจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในช่วงเช้าตรู่ 6 โมงครึ่ง ผ่านสามเสน บางซื่อ บางซ่อน ศาลายา ไปหยุดแวะนครปฐม 40 นาทีให้สรรหาของกินอร่อยๆ เป็นมื้อเช้า หรือใครใคร่ไหว้พระปฐมเจดีย์ก็ตามสบาย จากนั้นมันก็จะวิ่งปุเลงๆ ต่อไปจนถึงชะอำ หัวหิน และสวนสนประดิพัทธ์ จากชานชาลารถไฟเดินไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงทะเล พอถึงเวลาบ่าย 3 โมงมัน จะกลับมารับนักท่องเที่ยวเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สนนราคาค่าโดยสารรถพัดลม 120 บาท และรถแอร์ 240 บาท ถือว่าสบายกระเป๋ามากทีเดียว

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้

รถไฟกับหัวหิน

ในระยะร้อยปีที่ผ่านมา หลังจากทางรถไฟสายใต้ผ่านหัวหิน มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย หัวหินกับรถไฟกลายเป็นเมืองที่ผูกกันไว้อย่างเหนียวแน่น หลายสถานที่ในหัวหินเลือกจะสร้างรูปแบบที่คล้ายคลึงกับสถานีรถไฟหัวหินขึ้นมา จนกลายเป็นสัญลักษณ์เมือง รวมถึงป้ายชื่อถนน ป้ายซอย หรือแม้แต่การกระจายอัตลักษณ์ของสถานีหัวหินไปยังสถานีรถไฟทุกสถานีในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้มีธีมขาว-แดง เพื่อสื่อว่า ‘ขณะนี้รถไฟของเรากำลังเดินทางอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์’

แม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงจากทางเดี่ยวสู่ทางคู่ การเก็บอาคารสถานีเก่าเอาไว้และรีโนเวตให้แข็งแรงเพื่อใช้งานต่อ ยังคงแนวคิดความเป็น ‘สถานีรถไฟสีขาวแดง’ พิมพ์เดียวกับหัวหินไม่ต่างจากเดิม

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
สถานีสวนสนประดิพัทธ์ สถานีใหม่ในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-ชุมพร ใช้รูปแบบอาคารคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟแบบเก่า ผสมผสานกับสีสันของสถานีหัวหิน

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สถานีรถไฟหัวหินก็จะปรับรูปแบบไปอีก ตามโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หัวหิน-ชุมพร ทางรถไฟที่ผ่าใจกลางเมืองหัวหินถูกปรับให้กลายเป็นทางยกระดับ สถานีรถไฟหัวหินก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งเยื้องห่างกันไปนิดเดียว

สถานีใหม่สร้างให้เป็นรูปแบบร่วมสมัย และดึงอัตลักษณ์ของสถานีหัวหินออกมา ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานของเก่าและของใหม่ สีสันของสถานี รวมถึงเสาตอม่อทางรถไฟยกระดับ ที่สลักลวดลายเดียวกันกับเสาไม้ในอาคารสถานีรถไฟหัวหินหลังปัจจุบัน

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้
หลังคาชานชาลาสถานีหัวหินแห่งใหม่

ส่วนสถานีหัวหินเดิมนั้น ยังคงเป็นสถานีรถไฟประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่ทางรถไฟตัดมาถึง วันที่ตัวสถานีได้ประกอบร่างขึ้นมาใหม่ วันที่มีโรงแรมรถไฟ วันที่ผู้คนเริ่มตากอากาศชายทะเล วันที่พลับพลาพระมงกุฎเกล้ามาอยู่เคียงคู่สถานี วันที่เรายืนอยู่ตรงนี้ และจนถึงวันที่สถานีแห่งใหม่เปิดใช้งาน

น่าจะบอกได้ว่าหัวหินคือส่วนหนึ่งของรถไฟ และรถไฟก็เป็นส่วนหนึ่งของหัวหินเช่นกัน

นั่งรถไฟไปหัวหิน ดูสถานีรถไฟยุควิกตอเรียน พลับพลาสนามจันทร์ที่ย้ายมา และชิมข้าวผัดรถไฟสูตรดั้งเดิมของแท้

เกร็ดท้ายขบวน

  1. ช่วงเวลาที่ถ่ายรูปกับสถานีรถไฟหัวหินได้สวยงามที่สุด คือช่วงบ่ายแก่ๆ ไปจนถึงช่วงเย็น แสงอาทิตย์จะอยู่ด้านทิศตะวันตก ส่องเข้าด้านหน้าสถานี ขับสีขาว-ครีม ตัดแดงให้ออกมาเด่นมาก
  2. หากใครแวะไปทางเขาตะเกียบ ยังมีสถานีรถไฟหนองแกที่บูรณะอาคารเก่าให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง บรรยากาศช่วงเย็นดีมาก น่านั่งเล่นบนชานชาลาดูรถไฟวิ่งผ่านไปมาได้
  3. รถไฟสายใต้ทุกขบวนจอดที่สถานีหัวหิน จึงง่ายต่อการเดินทาง แต่ส่วนใหญ่แล้ว จากกรุงเทพฯ มีรถออกในช่วงบ่ายถึงค่ำ หากจะเดินทางกลางวันจะมีเที่ยวรถค่อนข้างน้อย

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load