เข้าสู่ปี 2020 แล้ว อีกประมาณ 6 เดือน อีเวนต์ที่หลายคนเฝ้ารอและตระเตรียมกันมานานกำลังจะเริ่มขึ้น 

คนดูอย่างเรายังรู้สึกตื่นเต้น 

เมื่อโตเกียวโอลิมปิกใกล้เข้ามาทุกที ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงยิ่งรู้สึกตื่นตัว เพราะกำลังง่วนเตรียมงานให้ทันอย่างเต็มที่ ทีมก่อสร้างเร่งทำสนามและหมู่บ้านนักกีฬา ทีมสื่อหรือทีมถ่ายทอดสดเริ่มเตรียมอุปกรณ์และเทรนอาสาสมัครในท้องถิ่น เหล่านักกีฬาเองคงกำลังฝึกซ้อมอย่างเต็มกำลัง บ้างก็เริ่มแข่งรอบคัดเลือกเพื่อมาสู้ศึกชิงชัยที่โตเกียว

ถึงจะเป็น ‘คนดู’ อย่างเดียวก็ต้องเตรียมตัวนะ

อย่าเพิ่งอ่านต่อ ขอให้ลองเข้าไปดูคลิปเหล่านี้ก่อน

เมื่อลองจิ้มดูสักอันจะพบว่า TOKYO SPORTS STATION เป็นช่องที่รวมวิดีโอสั้นๆ 15 และ 60 วินาทีเกี่ยวกับเกร็ดความรู้สนุกๆ ของกีฬาในโอลิมปิกและพาราลิมปิก ตัวอย่างคลิปที่คนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นน่าจะเข้าใจง่ายสุดคือ Boxing เมื่อเห็นภาพสโลโมชันของหมัดที่นักมวยเพิ่งแจกไปไวๆ ก็พอจะเข้าใจได้ว่า อ๋อ ท่าชกใน 1 วิเมื่อกี้มีอะไรบ้าง หรือ Sports Climbing ที่แค่ดูรูปก็รู้ว่าพี่ๆ นักกีฬาประเภทนี้เขาห้อยหัวจากตุ่มปีนเขาโดยใช้แค่ข้อเท้าเกี่ยวเองนะ!

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

TOKYO SPORTS STATION คือโปรเจกต์ที่ 2 บริษัทรถไฟเจ้าใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Metro (รถไฟใต้ดิน) และ East Japan Railway Company (JR East) จับมือกันทำเพื่อเตรียม ‘คนดู’ AKA ผู้โดยสาร ให้พร้อมก่อนการแข่งขัน โดยตั้งใจให้คนรู้จักและเข้าใจความสนุกของกีฬามากยิ่งขึ้น ในฐานะสปอนเซอร์หลักของงาน พวกเขาอยากบิลด์บรรยากาศให้คึกคัก และส่งเสริมให้คนทั่วไปที่ไม่ได้อินกับโตเกียวโอลิมปิกหันมาสนใจงานนี้มากขึ้น

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

ในเมื่อทุกๆ วันผู้คนต้องใช้รถไฟของทั้งสองเจ้านี้เป็นหลักกันอยู่แล้ว แถมเวลาที่ต้องอยู่บนรถไฟก็ไม่ใช่น้อย แทนที่จะปล่อยให้ผู้โดยสารนั่งเล่นมือถือแบบเดิม 2 ตัวท็อปแห่งวงการรถไฟอยากใช้โอกาสนี้นำเสนอข้อมูลสนุกๆ ของกีฬาชนิดต่างๆ ที่น่าจะทำให้คนตื่นเต้นขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย สื่อหลักที่ผลิตออกมามี 2 แบบ คือคลิปวิดีโอความยาว 15 วินาที 60 วินาที และโปสเตอร์สำหรับติดตามพื้นที่โฆษณาในรถไฟ นอกจากนั้นก็มีสแตนดี้สนุกๆ ให้คนลองสัมผัสความรู้สึกของนักกีฬาด้วย

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020
TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

นี่ไม่ได้มีแค่ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ นะ แต่เราได้ลองนอนท่าเดียวกับนักกีฬาเรือใบเลย

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

ตัวอย่างโปสเตอร์ในรถไฟ

คอนเซปต์หลักของเขาก็คือ ‘ยิ่งรู้ยิ่งดูสนุก’ 

เราไปสนุกกับเขาบ้างกันดีกว่า

คอนเทนต์ที่แย็บเบาๆ แต่ทำให้เราตื่นเต้นราวกับโดนสอยด้วยฮุคขวา

“สิ่งที่ยากที่สุดของโปรเจกต์นี้ คือการสื่อสารเสน่ห์ของกีฬานั้นๆ ให้ได้ภายในเวลาสิบห้าวินาทีหรือโปสเตอร์แผ่นเดียว” เจ้าหน้าที่บริษัทรถไฟผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้เริ่มเล่า

พวกเขามอบโปรเจกต์นี้ให้เอเจนซี่เจ้าดังอย่าง Dentsu เป็นผู้สร้างสรรค์ สิ่งที่พวกเขาต้องทำอันดับแรกคือรีเสิร์ชเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬาแต่ละชนิดในการแข่งขันอย่างหนัก เพื่อหามุมที่ทำให้คนสนใจได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้าเนื้อหาลึกเกินไป คนที่ไม่อินอยู่แล้ว ยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่

ดังนั้น หลักในการเลือกเรื่องจึงเรียบง่ายแต่ทำยาก คือคนเห็นแล้วต้องร้อง “เฮ้ย สนุก” ไม่ก็ “เฮ้ย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย” 

และจากที่เราส่องคลิปอย่างเพลิดเพลิน ก็พบว่าเนื้อหาแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือสอนวิธีดูกีฬาที่ทุกคนรู้จักกันดีให้ดูสนุกกว่าเดิม และทำให้กีฬาที่คนไม่ค่อยรู้จักหรือสนใจ ‘ว้าว’ ขึ้นมา

ยกตัวอย่างประเภทแรก Boxing

ในฐานะคนไทย เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า หมัดจะหนักหรือไม่ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อต้นขาด้วย และที่ประทับใจในความคิดสร้างสรรค์สุดๆ คือ เขาเปรียบ ‘การตวัดหมัดฮุค’ เหมือนกับท่าของ ‘แมวกวัก’ ยังไงล่ะ! คำเดียวทำให้คนญี่ปุ่นเข้าใจง่ายสุดๆ แถมทำให้กีฬาชกมวยมีด้านคาวาอี้ อยากรอดูพี่นักเหมียว เอ๊ย นักมวยปล่อยหมัดเด็ดขึ้นมาทันที

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

ข้อมูลของกีฬาอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่นกอล์ฟ เขาบอกว่า ให้ลูกกอล์ฟเดินแบบปูได้ด้วยนะ เป็นเทคนิคที่นักกอล์ฟงัดลูกขึ้นแรงๆ แล้วบังคับให้ลูกเบี่ยงไปด้านข้างแทนที่จะไปข้างหน้า การเทียบความสูงของเนินทั้งหมดที่นักกีฬาปั่นจักรยานต้องข้ามว่ารวมกันแล้วสูงกว่าภูเขาไฟฟูจิ กีฬายกน้ำหนักจริงๆ แล้วไม่ใช่การแข่งขันทางกายภาพ เน้นอึดยกท่อนเหล็กอย่างเดียว แต่เป็น Mind Game ด้วย เพราะต้องเล็งว่าใครจะยกน้ำหนักเท่าไหร่ กีฬายูโด ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าคนทุ่มก็ตัวลอยขึ้นมาจากพื้นเหมือนกัน และแบดมินตันที่ดูใสๆ เบาๆ หยอดกันไปมา ความเร็วสูงสุดของลูกตบน่ะ 493 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะพวกเธอ

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020
TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน Tokyo Olympics 2020

ส่วนการทำให้กีฬาที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักน่าสนใจมากขึ้นก็คู่ควรแก่การตบมือให้รัวๆ เช่น

กีฬายิงธนู เหมือนการยิงไข่ดาวจากระยะ 70 เมตร เพราะเส้นผ่าศูนย์กลางของเป้าประมาณ 12.2 เซนติเมตรเท่ากับไข่ดาวพอดี และการแข่งขันตอนฝนตก นักยิงธนูต้องปรับองศาตามปริมาณน้ำฝนที่โดนลูกศรด้วย

SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020

กีฬาพายเรือแคนูนี่ประทับใจมากเป็นการส่วนตัว ตอนแรกคิดว่าคือการแข่งกันพายไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุดเฉยๆ ปรากฏว่ามีจุดที่ต้องพายเรือแบบฟูลเทิร์น 360 องศา! ซึ่งทำให้อยากดูขึ้นมาทันที และที่สำคัญ เขาบอกว่านักกีฬา Canadian Canoe (ชื่อประเภทกีฬา) ซึ่งใช้ไม้พายข้างเดียว คนที่ฝึกโหดจริงๆ ตำแหน่งสะดือจะเคลื่อนที่ พูดง่ายๆ คือมันเบี้ยว ไม่อยู่ตรงกลางอีกต่อไป แต่จะค่อนไปทางด้านใดด้านนึงมากกว่าเพราะฝึกกล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วง นี่ก็เป็นอีกจุดที่น่าจับตามองในการแข่งขันสินะ

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020
TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020

เซิร์ฟฟิ่งก็น่าสนใจ นอกจากจะสอนชื่อท่าพื้นฐาน เขายังบอกว่าเวลานักเล่นเซิร์ฟดูพยากรณ์อากาศ จะรู้เลยว่าวันรุ่งขึ้นคลื่นจะเป็นแบบไหน ส่วนกีฬาที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้าในโอลิมปิกรอบนี้อย่าง Sport Climbing ก็พีค เขาแข่งกันที่ความไว สถิติคนไต่เร็วที่สุดตอนนี้อยู่ที่ 5 วินาที 15 เมตร นึกภาพตามง่ายๆ คือคนปีนตึกสูง 5 ชั้นใน 5 วินาทีนั่นเอง

TOKYO SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020

นอกจากนี้ เขานำเสนอกีฬาพาราลิมปิกได้น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น คนที่เล่นเทนนิสบนวีลแชร์จะต้องหมุนเก้าอี้เฉลี่ย 500 ครั้งต่อ 1 เกม การแข่งไตรกีฬา นักกีฬาจะใช้มือทั้งหมดในการแข่งขันทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง บาสเก็ตบอล นักกีฬาชู้ตลงห่วงจากระยะ 3 เมตรบนวีลแชร์ได้ ซึ่งคลิปบาสนี้ทำให้คนประทับใจถึงขั้นส่งอีเมลไปชื่นชมและขอให้ทำคลิปของกีฬาพาราลิมปิกทั้งหมดด้วย 

SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020
SPORTS STATION โปรเจกต์สนุก 1,000 วันเตรียมคนญี่ปุ่นให้อิน โตเกียว โอลิมปิก 2020

ยิง Silent Content ให้โดนกลางใจผู้โดยสารด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย

กลุ่มเป้าหมายหลักของสื่อนี้คือ ทุกคนที่ขึ้นรถไฟ

ดังนั้น ความยากที่สูสีกับการสร้างคอนเทนต์ คือการออกแบบสื่อที่เข้าถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย ไม่ดึงดูดใครเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องทำให้พวกเขาเห็นแล้วรู้สึกว่านี่มันช่างวิเศษ

อีกข้อจำกัดที่ทำให้งานยากขึ้นไปอีก คือสื่อบนรถไฟห้ามใช้เสียง คลิปกลายเป็น Silent Content เหมือนโปสเตอร์ที่ต้องประกาศความปังท่ามกลางความเงียบในที่สาธารณะ และทำให้ทุกคนพร้อมจะเงยหน้าจากมือถือของตนเอง

เมื่อโจทย์มาแบบนี้ ทีมดีไซน์จึงตัดสินใจใช้ตัวการ์ตูนแทนคนแสดงจริง เพราะเข้าถึงกลุ่มคนได้มากกว่า อีกทั้งคลิปแอนิเมะยังใช้การเคลื่อนไหวแบบการ์ตูนเรียกความสนใจได้มากกว่าด้วย โดยเน้นความเรียบง่ายทั้งลายเส้นและคู่สีเพื่อให้น่าสนใจแบบครอบจักรวาล 

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ Silent Content ไม่เฉาตายไปเงียบๆ ในรถไฟ คือความสมดุลของปริมาณตัวอักษรและภาพ 

พวกเขาบอกว่าข้อมูลไม่ต้องเยอะ พวกเราเริ่มโปรเจกต์นี้ตั้งแต่ปลายปี 2017 ขอให้การเดินทาง 1,000 วันจากวันนั้นเป็นการเรียนรู้อย่างช้าๆ ตามธรรมชาติที่ผู้คนซึมซับก่อนถึงการแข่งขันในปี 2020 ก็พอ

ยิ่งรู้ยิ่งดูสนุกจริงๆ

ป.ล. โปสเตอร์หรือวิดีโอไม่ได้มีทุกขบวนนะ ภาพ : www.jreast.co.jp/tokyo2020/tss.html

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

ในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา COVID-19 อาละวาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วจนสั่นสะเทือนแทบทุกวงการ นอกจากความกังวลที่แวะเวียนมาทุกครั้งที่เริ่มเจ็บคอนิดๆ แถมไอหน่อยๆ ว่า ติดรึยัง อีกเรื่องที่ทั่วโลกลุ้นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวญี่ปุ่นก็น่าจะเรื่องจะจัดโอลิมปิกรึเปล่า

แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่น้อยลง ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ในยุโรปและอเมริกาทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ญี่ปุ่นก็ยังยืนหยัดประกาศเดินหน้าจัดงานอย่างไม่แคร์โควิดมาตลอด ท่ามกลางความกังวลและเสียงคัดค้านของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ

“โอลิมปิกจะต้องเพอร์เฟกต์” นายกอาเบะ ชินโซ เพิ่งย้ำกับสื่อมวลชนไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในที่สุด ช่วงตอนค่ำของวันอังคารที่ 24 มีนาคม นายกอาเบะและประธาน IOC (International Olympic Committee) เห็นพ้องต้องกันว่าควร ‘เลื่อน’ โดยอย่างช้าที่สุดคือจะจัดในช่วงฤดูร้อนปีหน้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นกับโอลิมปิกชะตาไม่ต้องกัน ครั้งนี้โดนเลื่อนถือว่ายังดี ย้อนกลับไปแปดสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ โอลิมปิกที่ญี่ปุ่นเคยถูก ‘ยกเลิก’ มาแล้ว 

การยกเลิกในครั้งนั้นทำให้เกิดคำว่า ‘โอลิมปิกมายา’ (มะโบะโระชิโนะโอลิมปิก) ซึ่งหมายถึง Tokyo 1940 หรือการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกที่ญี่ปุ่นได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพแต่ไม่ได้จัดนั่นเอง

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

ความฝันที่กลายเป็นจริงก่อนจะสลายเป็นฟองสบู่

คนที่เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการคว้าตำแหน่งเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ค.ศ. 1940 คือ จิโกโร คาโน (Jigoro Kano) ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งโอลิมปิก นอกจากเขาจะคิดค้นกีฬายูโด ก่อตั้งสมาคมนักกีฬาสมัครเล่นญี่ปุ่น เป็นสมาชิกกรรมการ IOC เขายังเป็นคนผลักดันให้ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดงาน ด้วยความหวังให้โอลิมปิกได้มาจัดในทวีปเอเชียบ้าง จะได้เติมเต็มความเป็นตะวันออกให้การแข่งขันระดับนานาชาติซึ่งสมัยนั้นยังมีขับเคลื่อนด้วยชาติตะวันตกเป็นหลัก และกลายเป็นวัฒนธรรมระดับโลกที่แท้จริง

จิโกโรเป็นป๋าดัน แต่คนที่จุดประกายความทะเยอทะยานของประเทศเกาะเล็กๆ ในเอเชียที่ต้องนั่งรถไฟต่อเรือเป็นเดือนไปแข่งขันที่ต่างประเทศคือ ฮิเดะจิโร นากาตะ (Hidejiro Nagata) ผู้ว่าฯ โตเกียวในสมัยนั้น

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

แม้ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกตั้งแต่ ค.ศ. 1912 แต่การแข่งขันผ่านไป 3 – 4 ครั้ง ก็ยังแทบไม่มีใครรู้จักประเทศญี่ปุ่นเลยด้วยซ้ำ เพราะผลงานไม่โดดเด่น ได้เหรียญบ้างนิดๆ หน่อยๆ เริ่มสร้างชื่อได้บ้างจากการตีไข่แตก คว้าเหรียญทองเหรียญแรกมาได้ใน ค.ศ. 1928 

ใครจะไปคิดว่า 4 ปีถัดมา ญี่ปุ่นจะแจ้งเกิดในระดับโลกได้อย่างเปรี้ยงปร้าง ด้วยการส่งนักกีฬาไปแข่ง 142 คน และคว้า 18 เหรียญกลับบ้านจากโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสใน ค.ศ. 1932 ซึ่งเยอะกว่าประเทศอังกฤษด้วยซ้ำ จากประเทศเล็กๆ ทางตะวันออกอันแสนไกล ญี่ปุ่นกลายเป็นที่รู้จัก โลกตะวันตกถึงกับชื่นชมในพัฒนาการ เริ่มมองเห็นศักยภาพ และยกย่องให้เป็นม้ามืดจากเอเชียที่น่ากลัว

ความสำเร็จที่เซอร์ไพรส์ผู้คนทั่วโลกรวมถึงคนญี่ปุ่นเองในครั้งนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ฮิเดะจิโรกล้าคิดการณ์ใหญ่ จะพาโอลิมปิกไปโตเกียว! 

ฮิเดะจิโรรู้ดีว่าคนที่จะสานฝันเขาให้เป็นจริงได้มีเพียง จิโกโร ชาวญี่ปุ่นเพียงหนึ่งเดียวในคณะกรรมการ IOC แถมยังครองตำแหน่งหลายปี รู้จักหัวใจของโอลิมปิก องค์กร IOC และ อ็องรี เดอ บาแย-ลาตูร์ (Henri de Baillet-Latour) ประธาน IOC ดีกว่าใคร แน่นอนว่าจิโกโรเห็นดีเห็นงามด้วยกับความคิดนี้ และไม่ปล่อยให้กระแสนี้จางหายไปโดยเปล่าประโยชน์ ชายวัย 72 ที่ยังเก๋าและว่องไวเริ่มเดินเกมตั้งแต่ในงานเลี้ยงฉลองวันสุดท้ายของการแข่งขันโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส ซึ่งเขาได้รับเลือกให้พูดสปีชในงาน จิโกโรเริ่มหยอดเรื่องการจัดการแข่งขันในเอเชีย เพื่อสร้างสะพานสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของโลกตะวันตกและตะวันออก

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

ทุกคนมองเห็นความเป็นไปได้

เรื่องราวเหมือนจะไปได้สวย จิโกโรเตรียมข้อมูลเดินสายโน้มน้าวใจคณะกรรมการ จนกระทั่งรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามใช้ทางลัด เช่น ยื่นขอเสนอหยุดขายอาวุธให้เอธิโอเปียแลกกับการที่มุสโสลินีถอนโรมออกจากการชิงตำแหน่งเจ้าภาพงาน 1940 ซึ่ง IOC มองว่าญี่ปุ่นมี Hidden Agenda ทางการเมืองซึ่งขัดกับหัวใจของโอลิมปิกที่ต้องการสร้างสันติภาพ

จิโกโรวิ่งรอกแก้ไขความขุ่นเคืองนั้นจนได้ และในที่สุด โตเกียวก็ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกของทวีปเอเชีย 

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

จังหวะกำลังดี นักกีฬากำลังฮึกเหิม ชาวเมืองกำลังคึกคัก แต่แล้วรัฐบาลญี่ปุ่นกลับตัดสินใจ ‘ยกเลิก’ การแข่งขันไปใน ค.ศ. 1938 หลังจากได้รับเลือกแค่เพียง 2 ปี เพราะญี่ปุ่นในช่วงนั้นกำลังง่วนกับสงคราม Sino-Japanese War งบประมาณเกินกว่าครึ่งถูกนำไปทุ่มเทให้กับสงคราม 

Legacy ที่จับต้องได้จากโอลิมปิกมายา

นอกจากจะมีโอลิมปิกที่ไม่ได้จัด โตเกียวยังมีสนามกีฬาและหมู่บ้านโอลิมปิกที่ไม่ได้สร้างเป็น Legacy เสริมความมายาอีกอย่างจาก Tokyo 1940 ด้วย

Komazawa Golf Course เคยถูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็นสนามกีฬาหลักในการจัดงาน Komazawa Olympic Village แทนการรีโนเวต Meiji Jingu Gaien Stadium ที่สร้างเสร็จ ค.ศ. 1924 และเป็นดาวเด่นมาตลอด สนามกีฬาใหม่ที่ไม่ได้สร้างแห่งนี้จะจุผู้ชมได้ถึง 100,000 คนและเป็นที่แข่งขันกรีฑา ฟุตบอล แฮนด์บอล ขี่ม้า และยิมนาสติก ในความน่าเสียดาย โตเกียวก็ยังได้ความเจริญติดมือมาบ้าง คือ Kachidoki สะพานยกอันแรกของฝั่งตะวันออกนั่นเอง

ส่วนเรื่องงานดีไซน์ ต้องขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิกของโตเกียวที่ขยับตัวไว ชิงจัดประกวดออกแบบโปสเตอร์ก่อนรัฐบาลจะตัดสินใจบุกไปทำสงครามกับประเทศจีน เราจึงมีโอกาสชมอาร์ตเวิร์กสวยๆ จากสมัยนั้น โจทย์ในการออกแบบโปสเตอร์ คือความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นของชาวญี่ปุ่นที่จะได้จัดโอลิมปิก มีคนเดาว่าที่โปสเตอร์หลักออกมาดูแนวกรีก เพราะต้องการฉลองความงดงามของร่างกายมนุษย์ด้วยสไตล์คลาสสิคดั้งเดิม

จะว่าบอกว่าสิ่งที่เตรียมเก้อและคั่งค้างไม่มีประโยชน์เลยก็ไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นก็ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเตรียมพรีเซนต์เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จนได้เป็นเจ้าภาพอย่างสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1964 

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด
อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

กลยุทธ์ที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จคือการเน้นเรื่องจิตวิญญาณของโอลิมปิกที่อยู่ประชาชนคนญี่ปุ่นทุกคนแม้จะยังไม่เคยได้เป็นเจ้าภาพสักครั้ง ว่ากันว่าประโยคที่มัดใจกรรมการในตอนนั้นคือ

“จิตวิญญาณของโอลิมปิกถูกเขียนไว้ในหนังสือเรียนของเด็กประถมญี่ปุ่นด้วยซ้ำ พวกเขาจะอยากเห็นโอลิมปิกด้วยตาของตนเองมากแค่ไหนกันนะ” 

โอลิมปิกเกิดขึ้นมาครั้งแรกเพราะ ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง (Pierre de Coubertin) อยากสร้างมิตรภาพ รวมใจคนทั้งโลกให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังแบ่งพรรคแบ่งพวกอย่างชัดเจนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Core Value 3 ประการของโอลิมปิกจึงได้แก่ 

Excellence – การทำให้ดีที่สุดทั้งในการแข่งขันและชีวิตจริง สิ่งสำคัญไม่ใช่ชัยชนะแต่เป็นการมีส่วนร่วม พัฒนาตนเองทั้งทางกายและจิตใจและสามารถรวมทั้งสองเป็นหนึ่งเดียว 

Respect – ความเคารพตนเอง ร่างกาย คนอื่น กฎกติกาและมารยาทในการแข่งขัน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม

Friendship – หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนโอลิมปิก เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นกีฬาเป็นสื่อในการสร้างความเข้าใจระหว่างกันในระดับบุคคลและประเทศ

สถานการณ์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสงครามโลก เรามีศัตรูคนเดียวกันคือโรคระบาด ซึ่งต้องใช้ทั้ง Excellence Respect Friendship ในการเอาชนะศึกครั้งนี้ การเลื่อนไปจัดการแข่งขันปีหน้าหลังการต่อสู้จบลงถือเป็น Tribute ให้การจัดการแข่งขันโอลิมปิกที่งดงามมาก เมื่อเทียบกับการดึงดันจัดโดยมองข้ามสุขภาพนักกีฬา กรรมการ คนดู ฯลฯ รวมไปถึงความไม่พร้อมทางอารมณ์และจิตใจของคนส่วนมาก ยิ่งมีหลายชาติออกตัวชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมโอลิมปิกปีนี้แน่ๆ เห็นได้ชัดเลยว่า Tokyo 2020 ขาดทั้ง 3 Core Value 

ถึงแม้จะต้องรอไปอีก 1 ปี เสียค่าใช้จ่ายและสะสางความวุ่นวายต่างๆ นานา แต่ต้องมีครบทั้งสามอย่างนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นโอลิมปิกที่เพอร์เฟกต์

อาถรรพ์ TOKYO 1940 ถึง TOKYO 2020 ย้อนอดีตประเทศญี่ปุ่นดูโอลิมปิกที่เคยไม่ได้จัด

ภาพ : theolympians.co และ www.alphabetilately.org

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load