คุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซน เป็นธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

เรียนจบปริญญาตรีสาขาเอเชียศึกษา จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เคยฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto และทำงานกับ Hermès ที่นิวยอร์ก

หลังจากใช้ชีวิตที่อเมริกานานถึง 30 ปี คุณใหม่ก็กลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย ด้วยการรับราชการตำแหน่งนักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ช่วยราชการที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร

คุณใหม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้สนใจแค่การอนุรักษ์อาคาร เธออยากให้คนมีความรู้ความเข้าใจในสถานที่นั้นๆ ด้วย เพราะถ้าคนไม่เห็นความสำคัญก็ยากจะช่วยกันดูแล

คุณใหม่เลยพยายามขับเคลื่อนงานด้านการเก็บข้อมูล (Documentation) และการตีความเพื่อเผยแพร่ (Interpretation)

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

นิทรรศการ วังน่านิมิต ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งคุณใหม่เป็นผู้อำนวยการโครงการ คือการรวบรวมข้อมูลเรื่องวังหน้ามาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญ

นอกจากนี้ คุณใหม่ยังชวน The Cloud จัดกิจกรรม Walk with The Cloud 08 : The Hidden Palace คุณใหม่จะพาผู้สนใจไปเดินทำความรู้จักวังหน้าด้วยกันแบบสุดพิเศษ!

และนี่คือบทสนทนากับคุณใหม่ ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับงานด้านประวัติศาสตร์ วังหน้า การใช้เวลาว่างเดินไปคุยกับคนตามชุมชน การเอาชนะความกลัว ชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงตลอด การใช้จักรยานในนิวยอร์ก การแบกเป้ปีนเขาไปเที่ยวโบสถ์โบราณที่เอธิโอเปีย การปีนเขาคนเดียวในโอมาน การถ่ายรูปด้วยเลนส์เก่า และกิจกรรมพิเศษที่กำลังจะทำร่วมกับ The Cloud

ที่ผ่านมาคุณใหม่ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ออกสื่อสักเท่าไหร่

เราเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยกล้าให้สัมภาษณ์ มีคนขอสัมภาษณ์บ้างเหมือนกัน มีคนอยากเห็นว่าแต่ละวันเราทำงานอะไรบ้าง บางทีเราก็อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เลยไม่อยากให้สัมภาษณ์ กลัวคนเบื่อ (หัวเราะ)

สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากรู้เกี่ยวกับคุณใหม่คืออะไร

บางทีคนเห็นเราไกลๆ เห็นเราเวลาไปงาน เห็นเราจากภาพถ่ายหรือสื่อต่างๆ ก็ดูไม่ค่อยออกว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร คิดว่าเขาคงอยากรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น

ตอนอยู่ที่อเมริกาคุณใหม่เป็นวัยรุ่นแบบไหน

ช่วงมัธยมจะขี้อาย ตอนนี้ก็ขี้อาย แต่ตอนนั้นยิ่งกว่านี้อีก เป็นเด็กที่ไม่ค่อยมั่นใจ เรียนก็ไม่เก่งมาก ถ้ารู้จักกันเราจะเป็นคนตลก ตอนเรียนวิชาการแสดงถูกจับให้เล่นเป็นตัวตลกทุกครั้ง เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ไม่ค่อยออกไปเที่ยวกับเพื่อน ชอบอยู่กับบ้าน ใช้ชีวิตง่ายมาก บ้านอยู่ใกล้ทะเล ชอบไปเล่นน้ำกับเพื่อน กลับเมืองไทยปีละครั้งสองครั้ง นิสัยเหมือนเด็กฝรั่งมากกว่า

เหตุการณ์สึนามิส่งผลกับชีวิตวัยรุ่นของคุณใหม่ยังไงบ้าง

เราอาจจะพูดถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นลำบาก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลำบาก ซึ่งมันก็ลำบากสำหรับทุกคน ตอนแรกเราก็ตกใจ แต่มันทำให้เราเริ่มคิดว่าพรุ่งนี้เราอาจจะไม่ได้อยู่ต่อก็ได้ ถ้ามัวแต่นั่งกลัวทั้งวันเราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่าง ทำให้เราเริ่มกล้ามากขึ้น เราเคยกลัวอะไรก็จะทำเลย เคยไปกระโดดร่มจากเครื่องบินด้วย หลังจากสึนามิเราเริ่มเป็นแบบนั้น เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์ก

การย้ายไปเรียนที่นิวยอร์กสำคัญยังไง

เราอยู่ที่แคลิฟอร์เนียมา 19 ปี อยากเรียนที่ NYU (New York University) มานานแล้ว แต่เรากลัว เคยมีคนบอกว่าอย่าเรียนที่นี่เลย เราเลยเลิกคิด พอเราไม่อยากเป็นคนขี้กลัวแล้ว อยากเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราคิดว่าถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ต้องเปลี่ยนเลย เราตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์กคนเดียวโดยที่ไม่รู้จักใครในเมืองนั้นเลย เราเร่ิมห่างจากครอบครัวเป็นครั้งแรก ถ้าอยู่ใกล้ครอบครัวเราอาจจะไม่ค่อยกล้าแสดงออก พอมาอยู่นิวยอร์กเราก็กล้ามากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น พยายามตั้งใจเรียนให้ได้คะแนนสูงๆ ได้พบคนที่นิสัยคล้ายๆ กัน สนใจศิลปะ ประวัติศาสตร์ ชอบผจญภัยเหมือนกัน เป็นเมืองที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาก

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ กลัวไหม

ไม่กลัว มันเป็นเมืองที่ปลอดภัยนะ แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าทุกคนในเมืองใหญ่จะเป็นคนดี เราเคยถูกคนเดินตาม ก็ต้องระวังตัวตลอด ต้องไม่ทำตัวอินโนเซนต์ แต่เมืองใหญ่ที่ไหนก็เป็นแบบนี้

นอกเวลาเรียนคุณใหม่ชอบทำอะไร

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ช่วงนั้นเป็น Introvert ชอบอยู่คนเดียว ไปไหนก็ไปคนเดียว บางทีก็ไปพิพิธภัณฑ์ทั้งวัน เราเดินได้ทั้งวัน ไม่ก็นั่งอ่านหนังสือ

ชอบเล่นกีฬาด้วย

เราถนัดกีฬาทางน้ำ ตอนเด็กๆ เคยเล่นกระดานโต้คลื่น ว่ายน้ำในทะเล ชอบกีฬาทุกอย่างที่อยู่ในน้ำ ตอนอยู่นิวยอร์กปั่นจักรยานบ่อยมาก ถ้าไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟใต้ดิน เราจะปั่นจักรยานไปตลอด เพราะได้ช่วยดูแลโลก แล้วก็ได้ออกกำลังกายด้วย เราใช้ Citi Bike (จักรยานสาธารณะของนิวยอร์ก) บางทีก็ปั่นข้ามสะพาน มันเป็นจักรยานที่ใหญ่และหนัก ดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ ปั่นไปไหนคนก็ล้อตลอด เรามีจักรยานเสือหมอบของตัวเองคันหนึ่ง เอาไว้ปั่นไกลๆ นอกเมือง เป็นจักรยานที่เก็บไว้กับตัวตลอด ถ้าใช้ในเมืองก็กลัวว่าจอดทิ้งไว้จะหาย แล้วเราก็วิ่งฮาล์ฟมาราธอน ตอนนี้ไม่ค่อยได้วิ่งแล้วเพราะข้อเท้าไม่ค่อยดี เมื่อก่อนยังไปปั่นจักรยานที่สุวรรณภูมิบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว ว่ายน้ำอย่างเดียว

เริ่มสนใจประวัติศาสตร์ตอนไหน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเราเรียนด้านเอเชียศึกษา เพราะเราอยากทำงานร่วมกับคนเอเชีย ก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมของคนเอเชีย ถ้าไม่เข้าใจกันคงคุยกันไม่รู้เรื่อง เราไม่ได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์โดยตรง แต่เรียนทุกอย่าง ทั้งวรรณกรรมและหนังที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา เราสนใจความเป็นมาของสิ่งต่างๆ เร่ิมตรงไหน เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ส่งผลต่ออะไรบ้าง

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ความสนุกของประวัติศาสตร์คืออะไร

ประวัติศาสตร์มีหลายมุมมอง มีมุมที่เคยมีคนอธิบายไว้ มุมที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ และมุมของคนทั่วไปที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งไม่เคยมีคนบันทึกไว้ แล้วประวัติศาตร์ก็ยังถูกบันทึกไว้ในวรรณกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะ หลายประเทศสอนประวัติศาสตร์ไม่เก่งเท่าไหร่ ให้ท่องจำอย่างเดียว เราต้องเข้าใจว่าประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อโลกเปลี่ยน วิธีคิดของคนที่มีต่อโลกก็เปลี่ยน ศิลปะก็เปลี่ยน สถาปัตยกรรมก็เปลี่ยน สิ่งที่ถูกบันทึกก็เปลี่ยน เราต้องคุยกันแบบนี้

การเรียนประวัติศาสตร์เอเชียในอเมริกาต่างจากการเรียนในเอเชียไหม

คนสอนแต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เวลาที่เราฟังประวัติศาสตร์หลายๆ มุมเหมือนจะไม่ใช่ก้อนเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นก้อนเดียวกัน เพียงแต่เป็นคนละส่วน คนอเมริกันมีวิธีคิดแบบหนึ่ง เวลาสอนเขาก็จะบอกว่าคนเอเชียทำแบบนี้เพราะแบบนี้ แต่คนเอเชียก็มองอีกแบบ เมื่อมาอยู่ที่เอเชียเราก็จะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

พอเรียนจบทำไมถึงเริ่มทำงานในวงการแฟชั่น

ช่วงนั้นยังไม่อยากทำงานวิชาการ กลัวจะไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรายังเป็นเด็กอยู่ ถ้าลองไปทำงานอีกด้านหนึ่งก่อนก็ไม่เสียหาย ก็เปิดหนังสือพิมพ์หางาน แล้วสมัครฝึกงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto งานแฟชั่นเป็นสิ่งที่สนุกดี แต่สุดท้ายเราก็ชอบงานที่ค่อนข้างเป็นวิชาการ เป็นประวัติศาสตร์ ช่วงที่ทำงานกับ Hermès หัวหน้าของเราเคยทำงานที่ Costume Institute ซึ่งเอาเรื่องเครื่องแต่งกายของคนยุคก่อนมาเล่าให้คนเข้าใจว่าเมื่อก่อนคนแต่งตัวแบบนั้นเพราะอะไร เล่าถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของคน ทำให้เราเห็นว่า ประวัติศาสตร์กับความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยกันได้ เลยคิดว่าอยากจะกลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ทำไมถึงเลือกกลับมาทำงานด้านประวัติศาสตร์ที่ไทย

ตอนอายุ 30 เป็นช่วงที่คิดว่าถ้าจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตก็ต้องเปลี่ยนตอนนี้ เริ่มแก่แล้ว (หัวเราะ) ที่ผ่านมา ภาษาไทยก็ไม่ค่อยได้พูด เมืองไทยก็ไม่ค่อยได้กลับ วัฒนธรรมไทยก็ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งเท่าไหร่ เราชอบประวัติศาสตร์ไทยมานาน แต่ไม่เคยเรียนด้านนี้แบบจริงจัง ได้เรียนตอนเด็กๆ บ้าง ได้เห็นตอนไปงานบ้าง เหตุผลหนึ่งก็คืออยากกลับมาเพื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น อยู่ใกล้ชิดคนไทยมากขึ้น

การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

นิวยอร์กเป็นเมืองที่อยู่แล้วไม่อยากไปที่อื่น เป็นเมืองที่สบาย เพื่อนก็เยอะ เราอยู่นิวยอร์กมา 12 ปี ในความคิดเรา คนเราไม่ควรอยู่ที่หนึ่งนานเกินไป เพราะชีวิตจะเริ่มนิ่ง คนเราต้องการการเปลี่ยนแปลงตลอด จะได้พัฒนาตัวเองตลอด คนอื่นถ้าคุ้นกับสถานที่คุ้นกับคนแล้วจะไม่ค่อยกล้าไปที่อื่น แต่เรากลับคิดว่าถ้าคุ้นเมื่อไหร่ควรไปได้แล้ว

อีกเรื่องคือ ถ้าเราอยากเปลี่ยนมาทำสิ่งที่เราอยากทำมาตลอด ไม่เริ่มจากจุดนี้ก็อาจจะช้าไป เพราะเราอยู่ในจุดที่อาจจะสบายเกินไปแล้ว มันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ต้องปรับตัวเรื่องไหนมากที่สุด

เราเป็นคนพูดตรง ตอนนี้ก็ยังพูดตรงอยู่ แต่ดีขึ้นหน่อย (หัวเราะ) ต้องใช้เวลาปรับเยอะเหมือนกัน เมื่อก่อนเราคิดเหมือนคนอเมริกัน คิดอะไรก็พูด มันก็เป็นไปตามนั้น แต่อยู่เมืองไทยต้องระมัดระวังหน่อยหนึ่ง (หัวเราะ) เราต้องทำความเข้าใจคนมากขึ้น ต้องคิดถึงใจของคนอื่นมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ การย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ทุกคนคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อคนอื่นหรือเปลี่ยนเพื่อเมือง แต่เราคิดว่า เราต้องยอมปรับตัวเพื่อให้เข้ากับคนอื่น ต้องเข้าใจคนที่อยู่ในสถานที่นั้น และเข้าใจตัวเอง บางคนย้ายไปไหนก็ไม่สำเร็จเพราะเขาพยายามให้คนที่อยู่รอบตัวปรับตามเขา

ตอนกลับมาเมืองไทยเราพยายามมีเพื่อนคนไทยอย่างเดียว พยายามคุยภาษาไทยมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูดภาษาไทยเท่าไหร่ ก็ต้องบังคับให้พูด กลัวแค่ไหนก็ต้องบังคับตัวเองให้พูด

กลัวพูดผิด

เป็นคนขี้อาย ขนาดภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยกล้าคุยเลย ถ้าไม่รู้จักกันจะไม่คุยเลย ภาษาไทยยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ กลัวโดนล้อ ตอนกลับมาต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน วันไหนต้องออกไปเจอคนเยอะๆ คืนก่อนนั้นเราจะนอนไม่ค่อยหลับ พอไปลงพื้นที่คุยกับคนเราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรา ต่างคนต่างกลัว (หัวเราะ) คนที่ไม่รู้จักกันคงสงสัยว่าทำไมคนนี้พูดแล้วสั่น

แก้ปัญหานี้ยังไง

พยายามออกไปคุยกับคน เข้าไปในวัดก็คุยกับรองเจ้าอาวาส พอคุยกับคนเยอะขึ้นก็ดีขึ้น แล้วก็เริ่มเข้าใจคนไทยมากขึ้น

คุยเรื่องอะไรกัน

เรื่องทั่วไป ชีวิตเป็นยังไง เราสนใจวิธีคิดของทุกคน ชอบเข้าใจหลายๆ มุม ชอบคุยเรื่องความรู้สึกที่มีต่อสถานที่ ความรู้สึกต่อประวัติศาสตร์ เราเรียนประวัติศาสตร์ไทยจากการนั่งฟัง จากการลงพื้นที่ไปคุยกับคน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน อาจจะรู้ไม่ถึงระดับที่ควรจะต้องรู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องใช้เวลา

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ดีกว่าการอ่านหนังสือไหม

หนังสือก็อ่าน แต่เราเน้นคุยกับคนมากกว่า เพราะวิธีบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อก่อนก็คือการพูด ช่วงปีแรกที่มาทำงานที่กรมฯ เขาไปทำงานที่ไหนเราก็จะขอตามไปด้วย ไปฟังอย่างเดียวเลย บางคนถามว่าทำไมไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยสนใจหรือเปล่า ไม่ใช่นะ ถ้ามัวแต่คิดว่าจะพูด เราจะไม่ฟัง ถ้าไม่ฟังก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไร สุดสัปดาห์ถ้าไม่ได้ทำงานเราก็จะออกไปศึกษาประวัติศาสตร์ ไปเดินย่านเก่าในกรุงเทพฯ คนเดียว

ไปที่ไหน

เราเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ได้รางวัล อ่านเรื่องหอไตรของวัดระฆังฯ แล้วอยากเรียนรู้เรื่องนี้ ก็ไปที่วัดเลย เดินตรงไปที่หอไตร เจอคนที่ดูแลหอไตรมา 30 ปี ก็นั่งคุยกันชั่วโมงสองชั่วโมง เขาอธิบายให้ฟังว่าจิตรกรรมฝาผนังหมายความว่าอะไร ซ่อมเมื่อไหร่ ปัญหาในการอนุรักษ์คืออะไร ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เข้าไปศึกษาเองได้ เราเรียนแบบนี้

ประทับใจที่ไหนเป็นพิเศษ

หลายที่ ตอนไปเมืองกาญจน์ศึกษาเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 มีโอกาสได้คุยกับคนที่คุณปู่ของเขาอยู่ในเหตุการณ์ และคนออสเตรเลียที่อยู่ในเหตุการณ์ มุมมองของเขาไม่เหมือนกันเลย เลยต้องมีการคุยกับคนหลายๆ ฝ่าย ยิ่งเป็นเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ยิ่งมีหลายมุม

เมืองจันท์เราก็ชอบมาก ไม่ใช่แค่เพราะทุเรียนอร่อย (หัวเราะ) แต่มีชุมชนที่เข้มแข็ง โครงการบ้านหลวงราชไมตรีทำได้ดีมาก เอาตึกเก่ามาพัฒนาเป็นที่พัก ให้คนในชุมชนได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ ให้เกียรติเขา ให้งานเขา อาหารเช้าที่เสิร์ฟก็มาจากอาหารในชุมชน คนที่ทำงานในนั้นก็เป็นคนในชุมชน

เขาบันทึก (Documentation) การทำงานไว้ทุกขั้นตอน ถ้าชุมชนจะทำโครงการแบบนี้อีกก็ย้อนกลับไปดูได้ ส่วนของการตีความเพื่อสื่อความหมาย (Interpretation) ในศูนย์การเรียนรู้ก็เอาข้อมูลที่คนทั่วไปอาจจะเข้าถึงยาก มานำเสนอด้วยวิธีที่ง่าย เช่น รูปถ่าย แผนผัง หรืออาร์ตเวิร์ก ดูแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงในเมืองนี้คืออะไร คนในชุมชนก็ภูมิใจ

เห็นโครงการแบบนี้แล้วรู้สึกว่ามันเป็นไปได้ แต่ต้องมีส่วนผสมที่ดีมากๆ เป็นเมืองที่ให้โอกาสคน ซึ่งบางทีเราไม่ค่อยนึกถึงคนเท่าไหร่ นึกถึงแต่สิ่งก่อสร้าง ถ้าเราไม่สนใจคน ประวัติศาสตร์ก็จะหยุดนิ่งไปต่อไม่ได้

 ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

การทำงานอนุรักษ์อาคารเก่าต้องสนใจคนในมุมไหน

ตอนนี้คนสนใจแต่การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้าง แต่เราดูแลตึกอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องดูแลจิตใจคนด้วย ถ้าเราอนุรักษ์โบราณสถานแห่งหนึ่ง แต่คนที่อยู่รอบพื้นที่นั้นไม่เข้าใจความสำคัญของที่นี่ ไม่เข้าใจว่าความเชื่อของคนยุคที่สร้างคืออะไร ทำไมถึงสร้างแบบนี้ เขาก็จะดูแลไม่ถูก จะไม่เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องดูแล ถ้าตึกอยู่แต่คนไม่อยู่ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ก็ไม่ไปต่อ

เป็นวิธีคิดที่ใหม่มาก

ใช่ เราสนใจอยากเข้าไปเก็บข้อมูล แล้วเอาข้อมูลนั้นไปสื่อสารให้คนเข้าใจวัฒนธรรมของตัวเอง ให้เห็นว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ศึกษาได้ คุยกันได้ ถ้าทำให้คนเห็นความสำคัญได้ ประวัติศาสตร์ก็จะไปต่อได้

มีตัวอย่างไหนที่น่าสนใจบ้าง

ที่เกาหลีใต้ เมื่อก่อนวัฒนธรรมของเขาเคยถูกทำลายไปหลายครั้ง เขารู้สึกว่าต้องทำงานหนักเพื่อเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้ ถ้าไม่รีบมันจะหายไป เด็กรุ่นใหม่จะไม่รู้จักศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมแล้ว ไม่รู้จักวิธีเขียน วิธีทำงานศิลปะ ตอนนี้เขาพยายามรื้อฟื้นทุกอย่างกลับมาเพื่อให้ประวัติศาสตร์ได้ดำเนินต่อเนื่องไป ของแบบนี้ถ้าหายไปแล้วจะรื้อฟื้นกลับมายากมาก บางอย่างที่รื้อฟื้นไม่ได้แล้วก็ต้องเอาวิธีการของประเทศอื่นมาใช้ เขาพยายามเน้นไปที่เรื่องของคน ให้การศึกษากับคน ทำให้คนเข้าใจ

สนใจวังหน้าในมุมไหน

เราสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลง สนใจสิ่งที่คนอาจจะไม่ได้มอง อาจจะเข้าไปไม่ถึง วังหน้าเป็นเรื่องของคน และเป็นสิ่งก่อสร้างหลักช่วงต้นรัตนโกสินทร์ แต่คนอาจจะไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเคยใหญ่โต เคยมีความสำคัญมาก มีการเปลี่ยนแปลงตลอด สำนักของเรามีโครงการศึกษาโบราณคดี มีการขุดค้นเกี่ยวกับวังหน้าโดยตรง ส่วนหนึ่งของสนามหลวงเมื่อก่อนเป็นที่ฝึกรบของวังหน้า ขุดลงไปก็เจอปืนใหญ่ ปืนเก่า ช่วงสร้างพระเมรุก็เจอของเก่า ซึ่งเราปล่อยไว้ งานโบราณคดีไม่ได้ขุดทุกอย่าง เพราะอาจมีผลกระทบได้ เราต้องศึกษาว่าควรขุดขึ้นมาไหม ถ้าไม่จำเป็นก็ปล่อยไว้

เราอยากเอาข้อมูลทั้งหมดที่ทุกคนทำไว้แล้วมาปรับเพื่อเผยแพร่กับคนนอกกรมฯ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบ้าง เรายังต้องศึกษามากกว่านี้อีกเยอะ ต้องขุดค้น ต้องหาข้อมูลจากเมืองไทยและเมืองนอก เพราะบางทีรูปเก่าก็ไม่ได้อยู่แค่ในประเทศไทย ต้องใช้เวลา เราไม่อยากรอให้ได้ข้อมูลครบร้อยเปอร์เซ็นต์ค่อยเผยแพร่ ไม่อย่างนั้นคงต้องรอกันเป็นสิบปี

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ทำไมถึงชวน The Cloud ทำกิจกรรม Walk with The Cloud เรื่องวังหน้า

โครงการเฟสนี้มีนิทรรศการที่หอศิลป์กรุงเทพฯ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่หายไปแล้วแต่อยากให้คนนึกถึง The Cloud เคยพาคนไปเดินพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแล้ว แต่โครงการนี้ไม่เหมือนกัน เพราะจะเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ ตอนเดินอาจจะยากหน่อย เพราะจะเน้นในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา การเดินครั้งนี้จะทำให้รู้ว่าวังหน้าใหญ่แค่ไหน สำคัญระดับไหน ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลง เราจะพูดถึงช่วงต้นรัตนโกสินทร์บ้างเพื่อให้เข้าใจภาพรวม แต่จะเน้นช่วงรัชกาลที่ 4 และ 5

จะไม่เหมือนการบรรยายในห้องเรียนใช่ไหม

ไม่เหมือน เป็นการคุยกันของวิทยากรแบบไม่มีผิด ไม่มีถูก เราจะคุยกันเรื่องการเปลี่ยนแปลงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาจารย์พรธรรม ธรรมวิมล เป็นสถาปนิกที่เชี่ยวชาญเรื่องผังเมือง จะเล่าว่าทำไมยุคเก่าถึงตั้งวังหน้าแบบนี้ อาจารย์พีรศรี โพวาทอง เน้นเรื่องสถาปัตยกรรมโดยตรง อาจารย์สันติ เล็กสุขุม เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตรกรรมฝาผนัง เราคุยกับอาจารย์สันติแล้วถูกใจมาก เพราะเป็นคนที่เข้าใจว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ไม่มีวันถูกต้อง มันเปลี่ยนแปลงตลอด มีการขุดค้นได้ข้อมูลใหม่ เราต้องเอาข้อมูลนั้นเข้าไปถึงคน ให้คนเริ่มตั้งคำถาม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ เราก็คุยกันใหม่ได้เลย

งาน ‘วังน่านิมิต’ ครั้งนี้คุณใหม่ลงมือทำด้วยตัวเองเยอะมาก

มันเป็นโปรเจกต์ใหญ่ชิ้นแรกที่เราสนใจ ทุ่มเทมาก ลงมือทำเยอะ เพราะเราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในทุกด้าน เราเป็นทั้ง Project Director และ Project Manager ต้องเข้าไปหาและประสานงานคนด้วยตัวเอง ต้องขอความช่วยเหลือจากคน ทริปนี้เราเป็นคนจัดเส้นทางการเดิน เป็นคนนำประเด็นพูดคุยว่าจะไปทางไหน ถ้าเป็นหัวหน้างานแล้วไม่ได้ลงไปเอง อยู่ในห้องอย่างเดียวก็คุมทุกอย่างไม่ได้ จะเป็นปัญหาพอสมควร

เวลาเจอปัญหาจัดการยังไง

เราไม่เคยทำโครงการแบบนี้มาก่อน รู้แค่เราอยากทำแบบนี้ เป้าหมายคือแบบนี้ การทำงานที่ใหญ่ขนาดนี้อาจจะมีบางส่วนที่ทำให้บางคนไม่พอใจบ้าง เราอาจจะไม่ได้ทำถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำผิดพลาดบ้าง ถ้ามัวแต่กลุ้มใจว่าทำไมถึงผิดพลาด ก็จะอยู่กับที่ไม่มีอะไรดีขึ้น เราต้องยอมรับก่อนว่าถ้าเข้าไปทำงานด้านที่เราไม่เคยทำมาก่อน ต้องกล้าทำ ถ้าทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับ ต้องฟังคนอื่นว่าทำไมคุณถึงทำผิด คราวหน้าจะได้ไม่ทำแบบนี้อีก การยอมรับว่าทำผิดเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง

เวลาทำผิดมีคนกล้าเตือนไหม

เราอยากให้คนเตือนนะ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ก็จะมีผู้ใหญ่คอยเตือนว่าคราวหน้าคุณใหม่ลองทำแบบนี้ก็ได้นะ อาจจะดีกว่า

เวลามีปัญหาคุณใหม่ปรึกษาใคร

คุยกับทุกคนนะ เวลาเหนื่อยๆ นี่ระบายกับทุกคนเลย (หัวเราะ) คำแนะนำที่เราได้มาคือ ถ้านี่คือสถานการณ์ที่แย่ที่สุดแล้วก็ถือว่าโชคดี เพราะบางอย่างอาจจะยากกว่านี้อีกเยอะเลย ถ้าเหตุการณ์ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป อย่าบ่น (หัวเราะ)

วันที่ไปเดินสำรวจเส้นทางอากาศร้อนอบอ้าวมากและต้องเดินไกลมาก คุณใหม่ก็เดินไปพร้อมทีมงาน ร่มก็ไม่กาง ปกติคุณใหม่ใช้ชีวิตแบบนี้หรือ

ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ตอนอยู่อเมริกาเราก็อยู่คนเดียวแบบคนธรรมดา ตอนนี้ก็ธรรมดา (หัวเราะ) ตอนกลับมาก็ตกใจเหมือนกัน ต้องปรับตัว เพราะเราไม่ชินที่มีคนตามเยอะๆ เราเป็นคนง่ายๆ ชอบความร้อนอยู่แล้ว เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องร้อน

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ไม่กลัวดำ

ตัวดำอยู่แล้ว ไม่เป็นไร (หัวเราะ)

คุณใหม่ชอบเที่ยว

เที่ยวเยอะเลย (หัวเราะ)

สงกรานต์ที่ผ่านมาไปทำอะไรที่เอธิโอเปีย

มีหลายคนสงสัยเหมือนกัน (หัวเราะ) เราอยากไปที่นี่มาก เพราะได้ฟังคนเล่า เห็นรูปถ่าย และฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ในเอธิโอเปีย เอธิโอเปียเป็นประเทศที่มีภาษาของตัวเองซึ่งเก่าแก่มากๆ ทางตอนเหนือเป็นที่ตั้งของจักรวรรดิอัคซูไมท์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล เป็นจักรวรรดิสำคัญแห่งแรกที่นับถือศาสนาคริสต์ ที่นี่เลยมีประวัติศาสตร์สำคัญที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ศาสนาคริสต์ในแอฟริกาถือว่าพระเยซูเป็นทั้งมนุษย์และพระเจ้า แต่ศาสนาคริสต์ในเอธิโอเปียไม่เหมือนที่อื่น เพราะถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าอย่างเดียว เลยมีความพิเศษและเก่าแก่มาก

หาคนไปด้วยยากไหม

เราไปกัน 2 คนกับเพื่อนสนิท เขาเป็นคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ครอบครัวเขาอยู่อเมริกามาร้อยปีแล้ว เป็นเพื่อนผู้หญิงที่เราเดินทางด้วยตลอด ไปเที่ยวอาร์เจนตินาด้วยกันเดือนหนึ่ง พม่า ตุรกี เปรู ทุก 3 ปีเราจะไปเที่ยวด้วยกัน เขาจะแต่งงานเดือนกรกฎาคมนี้ เราเลยบอกว่านี่เป็นทริปสละโสดของเธอ (หัวเราะ) แฟนเขาขอไปด้วย เราก็บอกว่าไม่ได้ นี่เป็นทริปของสองสาวเท่านั้น เราก็ไปเที่ยวกันแบบลุยเลย

ไปลุยที่ไหนกันบ้าง

ทางตอนเหนือมีโบสถ์เก่าที่สร้างในช่วงต้นคริสตกาล เก่ากว่าโบถส์ลาลีเบลาที่ขุดอยู่ใต้ดินที่ดังๆ อีก เราต้องเดินประมาณชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็ปีนเขาขึ้นไปแบบใช้อุปกรณ์ปีนเขา มีเชือกผูกเอว เพราะโบสถ์อยู่บนเขา ภาพเขียนเก่าบนเพดานโบสถ์สภาพดีมาก เพราะคนไม่ค่อยเข้าไปถึง แดดก็ไม่ค่อยโดน อากาศก็แห้ง ไม่ชื้นเหมือนเมืองไทย วันนั้นเราเดินไป 28 กิโลเมตร มันมาก ปีนเขา ดูบ้านเก่า แล้วก็พักที่บ้านดินในชุมชน เหมือนที่ชาวบ้านเขาอยู่กัน ไม่มีเครื่องทำความร้อน หนาวมาก ห้องน้ำก็ต้องออกมาเข้าข้างนอก เป็นแบบขุดหลุม

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

ชอบเที่ยวแบบนี้

ใช่ เราชอบความสบายนะ แต่ถ้าจะไปประเทศอื่นเราก็อยากเข้าใจวัฒนธรรมของเขา เราไม่อยากไปทำสิ่งที่ทำที่เมืองไทยก็ได้ เราอยากเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ช้อปปิ้งก็ทำได้นะ แต่อาจจะแค่วันสองวัน ส่วนใหญ่เราชอบออกไปเที่ยว ไปเดินเขา ชอบลุยมากกว่า

มีทริปแปลกๆ อีกไหม

ก็มีเยอะนะ เราเคยไปพม่าตอนที่เปิดประเทศใหม่ๆ ตอนนั้นไม่มีใครไปเลย ผู้หญิง 2 คนไปเที่ยวพุกามกัน เช่าจักรยานวันละ 6 เหรียญฯ (200 บาท) ปั่นไปเรื่อยๆ ไปดูเจดีย์ กินอาหารริมน้ำกัน อาร์เจนตินาก็เป็นเมืองที่สนุก ตอนนั้นไปแบบไม่แพงเท่าไหร่ ที่พักคืนละ 11 เหรียญ (380 บาท) ไปขึ้นเขากัน

เคยไปเที่ยวคนเดียวไหม

เคยไปเมืองจีนคนเดียว เราอยากไปดูแพนด้าที่เฉิงตูมาก ขี้เกียจชวนใคร บังเอิญมีเพื่อนของเพื่อนสนิทอยู่ที่นั่น เป็นคนจีน เขาอยากฝึกภาษาอังกฤษ เลยขอพาเราเที่ยว พาไปดูแพนด้า ไปดูพระพุทธรูปใหญ่ เป็นเมืองที่อาหารอร่อย สนุกดี แพนด้าก็น่ารักดี แต่มันดูขี้เกียจหน่อยหนึ่ง (หัวเราะ) โอมานเป็นอีกที่ที่ชอบ ไปคนเดียวเหมือนกัน สวยมาก มีอะไรแปลกๆ เยอะ มีภูเขาที่เป็นเหมือนแกรนด์แคนยอนของเขา ช่วงนั้นเป็นช่วงกุหลาบบาน ตอนปีนเขาจะได้กลิ่นกุหลาบทั่วไปหมด อีกที่ชื่อทะเลสาบวาดิ ถ้าจะไปถ้ำต้องปีนเขาแล้วว่ายน้ำไป คนแถวน้ันชอบมาเมืองไทย พอรู้ว่าเป็นคนไทยเขาจะดีใจมาก เป็นประเทศที่เราชอบมาก

ทำไมถึงชอบถ่ายรูปด้วยเลนส์เก่า

เราไม่ได้เป็นช่างภาพนะ แต่เราชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็กๆ หลายคนบอกว่ามุมมองของเราดี น่าจะจัดแสดงภาพถ่ายนะ เราใช้เลนส์เก่าเพราะเป็นคนประหยัด (หัวเราะ) ตอนเริ่มถ่ายรูปเราก็ซื้อกล้อง Mirrorless มา ตอนนั้นเลนส์แพงมากเลย เราเข้าไปดูในอีเบย์ว่าซื้อเลนส์อะไรได้บ้าง ก็ไปเจอคนซ่อมกล้องคนหนึ่งอายุ 70 แล้วมั้ง เขาแนะนำว่าลองใช้เลนส์แบบนี้ๆ นะ เลยเริ่มจากตรงนั้น พอเป็นเพื่อนกับเขา เขาก็สอนเราว่าต้องถ่ายแบบนี้ เราใช้เลนส์เก่าแบบโฟกัสด้วยมือ ก่อนถ่ายต้องคิดเยอะขึ้น ต้องคิดว่ามันโฟกัสหรือเปล่า ไม่ใช่ถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะลบได้ เราชอบตรงที่ได้คิด หลังจากนั้นก็ติดเลย เคยซื้อเลนส์ที่เป็นโฟกัสอัตโนมัติมาใช้เหมือนกัน แต่ไม่นานก็ต้องย้อนกลับไปใช้เลนส์เก่า เพราะมันมีเอกลักษณ์ของมัน การเอาเลนส์เก่ามาใช้กับกล้องใหม่มันไม่ลงตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องใช้ตัวแปลง มันจะมีส่วนที่เป็นเงาๆ บ้าง เราชอบตรงนี้แหละ

เพื่อนบางคนบอกว่าเขาไม่มีเงินซื้อกล้องแพงๆ เราว่ามันไม่ได้ขึ้นกับกล้อง แต่ขึ้นกับตาของคน บางคนถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือมุมมองของเขาก็ยังสวย เหมือนเขาเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

เวลาไปเที่ยวชอบถ่ายอะไร

ตอนเด็กๆ คนล้อว่าเราไม่ชอบถ่ายคน ชอบถ่ายธรรมชาติ ถ้ามีคนยืนอยู่ในรูป เราจะบอกให้เขาออกไป (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ชอบถ่ายรูปคน ชอบโมเมนต์ของคน บางทีเราก็ไม่ค่อยกล้าถ่าย อย่างที่นิวยอร์กคนเขาถือ แต่คนพม่าไม่ถือ ชอบให้ถ่ายรูป ก็ง่ายเลย

สายสิญจน์ที่ข้อมือสำคัญกับคุณใหม่ยังไง

หลายคนคิดว่าศาสนาพุทธคือการไปวัดแล้วขอพร สายสิญจน์แบบนี้อาจจะเอาไว้ขอให้ได้แฟนหรือขอให้สอบได้ แต่สำหรับเราศาสนาพุทธไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้สอนว่าขอแล้วจะได้ แต่สอนให้มีสติ สายสิญจน์คือสิ่งที่ทำให้เรามีสติอยู่กับตัว เส้นหนึ่งเราได้มาจากวัดที่เชียงใหม่ อีกเส้นได้มาจากวัดอรุณฯ ตอนที่พาเพื่อนชาวต่างชาติไปคุยกับรองเจ้าอาวาสเรื่องศาสนา ประวัติศาสตร์ การอนุรักษ์ อีกเส้นซื้อมาจากวัดพูที่ลาวตอนไปเที่ยวกับเพื่อน เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและการเดินทาง เรามีสายสิญจน์แบบนี้เยอะเหมือนกัน

ชอบตัวละครไหนในซีรีส์ Game of Thrones ที่สุด

Arya Stark เขาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจและกล้า ไม่กลัวอะไรเลย ซื่อสัตย์ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัว เพื่อคนที่เขารัก ถ้าเขารักใครเขาจะไม่ท้ิงไป เราชอบนิสัยเขา เขาเป็นคนที่เท่

เป็นท่านหญิงที่ไม่เหมือนท่านหญิงเท่าไหร่ ดูลุยๆ อินดี้ๆ เหมือนคุณใหม่ไหม

เราก็ไม่เคยฆ่าคนนะ (หัวเราะ) เขาเป็นคนที่สนุก จริงจัง จริงใจ นิสัยอาจจะคล้ายกัน เราก็เลยชอบเขา เรื่องนี้สนุกจริงๆ ดูแล้วติดเลย

มีครั้งหนึ่งที่คุณใหม่เคยสั่งกาแฟแล้วพนักงานถามว่าชื่ออะไร รู้สึกยังไงบ้างเวลาที่คนไม่รู้จัก

ก็ไม่รู้สึกอะไร (หัวเราะ) เราชอบความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว คนไม่รู้จักก็ดีเหมือนกัน จะได้มีอิสระหน่อยหนึ่ง เราใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกตลอด เพิ่งกลับมา อาจจะไม่มีข่าวให้คนรู้จัก ก็ไม่ได้หวังจะให้คนรู้จักนะ ไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ

หลังจากนั้นสักพักก็มีคนเดินมาที่โต๊ะเพื่อขอถ่ายรูป เขาบอกว่าเป็นแฟนคลับคุณใหม่ ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง

ก็ตกใจ ถ้ามีคนรู้จักเราจะตกใจกว่าคนไม่รู้จัก เพราะเราไม่ได้เป็นคนดัง ก็จะตกใจ อาย หน้าก็จะแดงขึ้น (หัวเราะ) แต่ถ่ายรูปได้นะ ไม่ได้คิดอะไร ให้คุยกันก็คุยได้ ไม่มีปัญหา

ประวัติศาสตร์, วังหน้า, คุณใหม่ เจนเซน, คุณใหม่ สิริยากร เจนเซ่น

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

“พนักงานทำความสะอาดอะไรวะ เขียนหนังสือโคตรดีเลย”

ผมพูดสิ่งนี้กับตัวเองและคนรอบข้างหลายรอบระหว่างอ่านหนังสือเรื่อง ‘บริการสุดท้ายแด่ผู้ตาย เก็บกวาดความแตกสลายของชีวิต‘ หนังสือแปลจากภาษาเกาหลี ของนักเขียนที่ชื่อ คิมวัน (Kim Wan)

มันเป็นบันทึกของ ‘พนักงานทำความสะอาดบ้านของผู้ล่วงลับ’ ซึ่งเป็นการทำความสะอาดแบบพิเศษสำหรับบ้านที่มีผู้เสียชีวิตโดยลำพังในบ้าน เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเกาหลีใต้

ทีแรกผมเดาว่า แต่ละบทคงเล่าถึงเรื่องราวของผู้เสียชีวิตแต่ละคน แต่ผิดคาด ผู้เขียนเรียบเรียงเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิงกว่านั้น เขาถ่ายทอดเรื่องราวหลากมิติของการเสียชีวิตโดยลำพัง รวมไปถึงความน่าสนใจของงานทำความสะอาดแบบพิเศษของเขา

อ่านแล้วไม่ได้หม่นเศร้า เพราะเป็นเรื่องราวของ ‘ความตาย’ ที่ทำให้เข้าใจความหมายและความงามของ ‘ชีวิต’

เมื่ออ่านมาถึงท้ายเล่ม ก็รู้ว่า คิมวันเรียนมาทางด้านกวีนิพนธ์ เคยทำงานสิ่งพิมพ์ พออายุ 30 ปลาย ๆ ก็ทำงานเป็นนักเขียนเต็มตัวและปลีกตัวไปอยู่บนเขา จากนั้นย้ายไปญี่ปุ่นหลายปีเพื่อเก็บข้อมูลเขียนหนังสือ เขาสนใจเรื่องสิ่งของที่ผู้ล่วงลับทิ้งไว้ และการเก็บกวาดสถานที่เสียชีวิต

เมื่อกลับมาเกาหลี เขาตั้งบริษัท Hardworks รับทำความสะอาดแบบพิเศษ และได้เขียนหนังสือเล่มนี้ จากนั้นเขาก็โด่งดังมาก เพราะทำยอดขายไปกว่า 120,000 เล่ม ได้รับเลือกให้เป็นหนังสือแห่งปี 2020 อันดับ 1 ของร้าน Kyobo Book Center ขายลิขลิทธิ์ไป 5 ประเทศ และแปลเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ Bibli

Kim Wan นักเขียนชื่อดังและเจ้าของบริษัทรับทำความสะอาดบ้านที่มีผู้ตายโดยลำพังในเกาหลี

นอกจากการให้สัมภาษณ์สื่อแล้ว คิมวันยินดีให้สัมภาษณ์กับนักศึกษา และให้คำปรึกษาคนเขียนบท ผมเลยคิดว่าน่าจะขอสัมภาษณ์เขาได้

สำนักพิมพ์ Bibli ประสานงานให้ผมได้คุยกับเขาผ่านหน้าจอ โดยมี คุณมินตรา อินทรารัตน์ ผู้แปลหนังสือเล่มนี้รับหน้าที่เป็นล่าม

คิมวันยินดีพูดคุยกับ The Cloud อย่างที่คาด เขาขอแค่อย่าเปิดเผยภาพใบหน้าของเขาออกสื่อก็พอ

คุณไม่เปิดเผยใบหน้าเวลาออกสื่อ ทำไมถึงไม่อยากให้คนรู้จัก

ผมไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทำงานในด้านนี้ ผมแค่มีเรื่องอยากบอกผู้อ่านผ่านตัวหนังสือ ถ้าเปิดเผยตัวตน คนอาจจะสนใจตัวของผมมากกว่าเรื่องราวในหนังสือ ที่เกาหลีมีรายการวาไรตี้ชื่อดังติดต่อให้ผมไปออก ผมก็ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลนี้

คุณไม่อยากดังเหรอ น่าจะเป็นผลดีกับงานของคุณหรือยอดขายหนังสือนะ หล่อแบบนี้เปิดหน้าไปสาวๆ กรี๊ดแน่นอน

สงสัยคุณคงคิดว่ากำลังส่องกระจก เลยมองว่าผมหล่อเหมือนคุณหรือเปล่า (หัวเราะ) ผมไม่อยากดัง งานผมเกิดขึ้นได้เพราะมีคนเสียชีวิต แทนที่จะแสวงหาชื่อเสียง ผมอยากทำงานช่วยเหลืออยู่ข้างหลังเงียบ ๆ แบบนี้มากว่า

Kim Wan นักเขียนชื่อดังและเจ้าของบริษัทรับทำความสะอาดบ้านที่มีผู้ตายโดยลำพังในเกาหลี

การออกหนังสือเล่มนี้เปลี่ยนชีวิตคุณไปยังไงบ้าง

มีเสียงตอบรับหลายอย่างจากผู้อ่าน มีคนเขียนจดหมาย ส่งอีเมล และโทรมาหาผมเยอะขึ้น ผมยังทำงานด้านนี้อยู่ เบอร์ผมหาได้ง่ายมาก นอกจากโทรมาเรื่องงานแล้วก็มีผู้อ่านโทรมาขอบคุณที่เขียนหนังสือ บางคนโทรมาเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองสูญเสียคนที่รักไป บางคนก็บอกว่าอ่านหนังสือแล้วเหมือนได้รับการปลอบประโลมจิตใจ

การรับสายเหล่านี้ทำให้คุณลำบากใจไหม

อย่างแรก ผมรู้สึกขอบคุณที่ผู้อ่านโทรหาผม ถ้าจะมีเรื่องหนักใจบ้างก็ตรงหลายคนโทรมาระบายว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ถ้าตัวเองตายไปแล้วจะมีจุดจบที่น่ากลัว ผมไม่รู้ว่ากำลังสร้างความกลัวให้ผู้อ่านหรือเปล่า ในอีกด้านหนึ่งผมก็ดีใจ เพราะหลาย ๆ คนอ่านหนังสือแล้วก็โทรไปหาพ่อแม่ที่บ้านเพราะความคิดถึง

อะไรทำให้หนังสือของคุณประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ

อาจเพราะเกี่ยวกับความตาย ไม่ว่าใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์ช่วงโควิดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอ่านหนังสือเล่มนี้เยอะ เพราะมันเปลี่ยนความคิดคน ไม่ใช่แค่คนอายุมากหรือคนป่วยเท่านั้นที่มีโอกาสเสียชีวิต คนอายุน้อย หรือคนแข็งแรงก็เสียชีวิตได้เช่นกัน ผู้อ่านมีมุมมองว่าความตายใกล้ตัวขึ้น หนังสือเล่มนี้เลยอยู่ในใจคนมากขึ้น

อะไรทำให้คุณเริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้

ผมทำงานเขียนทำสำนักพิมพ์มานาน ผมเคยให้สัมภาษณ์สื่อหลายแห่งเรื่องการตายอย่างโดดเดี่ยว การที่มีคนเขียนหนังสือได้มาทำงานด้านนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เลยมีบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ติดต่อมา ช่วงแรกผมกังวลว่า สิ่งที่เขียนจะถูกต้องไหม แต่ก็คิดได้ว่า มีเนื้อหาหลายอย่างที่เราสื่อสารให้คนรู้ได้ ก็เลยเริ่มเขียน เวลามีใครสักคนมาขอให้ผมช่วยทำอะไร ผมก็มักจะตอบรับอยู่แล้ว การเขียนก็เช่นกัน

สิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนเรื่องนี้คือ

เรื่องที่เขียนยากที่สุดคือตอนที่ต้องไปจัดการศพแมวหลาย ๆ ตัว ผมเป็นคนเจ้าน้ำตากว่าที่คุณคิด บ้านผมไม่ได้มีที่เขียนงาน ผมเลยต้องออกไปเขียนที่คาเฟ่ ร้านที่ผมชอบคือสตาร์บัคส์ เพราะมีห้องน้ำในร้าน เวลาเขียนแล้วร้องไห้ ผมต้องแอบหลบไปร้องไห้ในห้องน้ำ

ระหว่างเขียนอะไรทำให้คุณมีความสุขที่สุด

การเขียนเหมือนกับการทำความสะอาดตรงพอทำเสร็จแล้วจิตใจเราจะสงบสุข การคุยกับคุณทำให้ผมนึกถึง คุณจำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอนเด็กผมได้อ่านหนังสือของคุณจำลองแล้วประทับใจมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับโต๊ะเขียนหนังสือที่เขาใช้ตั้งแต่สมัย ม.ต้น จนเป็นผู้ว่าฯ ก็ยังใช้ตัวเดิม มันมีอิทธิพลกับชีวิตในวัยเด็กของผมมาก แล้วก็ส่งผลถึงเรื่องการทำความสะอาดของผมด้วย เพราะคุณจำลองมีฉายาว่า ‘นายสะอาด’ เขาเล่าเรื่องการทำความสะอาด แม้ว่างานของเขาจะเป็นการทำความสะอาดสิ่งที่เห็นด้วยตา แต่อีกด้านก็เกี่ยวกับการทำความสะอาดจิตใจด้วย

ทำไมนักเขียนอย่างคุณถึงอยากเปิดบริษัททำความสะอาดแบบพิเศษ

ตอนผมไปหาไอเดียเขียนต้นฉบับที่ญี่ปุ่น ผมเจอตลาดขายของรีไซเคิลของผู้เสียชีวิต หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ผมก็กลับมาที่เกาหลี เปิดสำนักพิมพ์เป็นอย่างแรก แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารเลยไปได้ไม่ดีนัก หลังจากนั้นก็เริ่มงานทำความสะอาดเพราะต้องหารายได้ ส่วนหนึ่งเพราะทำงานทำความสะอาดแล้วยังทำงานเขียนควบคู่ไปได้ ช่วงแรกเป็นการทำความสะอาดทั่วไปสำหรับคนย้ายบ้าน หลังจากนั้นมีคนจ้างไปทำความสะอาดแบบพิเศษ เช่น บ้านที่มีกลิ่นแปลก ๆ ผมเพิ่งมารู้ที่หลังว่านั่นคือกลิ่นของผู้เสียชีวิต จากนั้นก็มีงานทำความสะอาดแบบพิเศษเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

Kim Wan นักเขียน 'บริการสุดท้ายแด่ผู้ตาย เก็บกวาดความแตกสลายของชีวิต' เจ้าของบริษัททำความสะอาดบ้านที่มีคนตายลำพัง

การเป็นนักเขียนทำให้คุณทำงานต่างจากคนอื่นไหม

เวลาผมไปทำงาน จะได้เจอเพื่อนบ้านด้วย แทนที่เพื่อนบ้านหรือคนรอบตัวจะแสดงความคิดถึงหรือห่วงหา กลับพูดว่าศพของผู้เสียชีวิตสร้างปัญหาให้เขายังไง ให้ผมช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย มันก็แปลกดี สิ่งที่บริษัทผมแตกต่างจากที่อื่นคงเป็นความเชื่อและจิตใจของพนักงานว่าเรากำลังปฏิบัติต่อบุคคลมากกว่าสิ่งของ

คุณเขียนว่าตอนเข้าไปทำความสะอาด บางครั้งก็เจอคราบของเสียที่แห้งแล้ว บางครั้งก็ยังสดอยู่ หลังจากพบผู้เสียชีวิตแล้ว ต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง คุณถึงจะถูกตามไปทำความสะอาด

ถ้าเป็นการเสียชีวิตตามลำพัง ตำรวจต้องเข้ามาสืบสวนว่าเสียชีวิตเองจากโรค หรือฆ่าตัวตาย หรือจากฆาตกรรม ถ้าทีมทำความสะอาดเข้าไปก่อนตำรวจก็จะเป็นการทำลายหลักฐาน เมื่อตำรวจพิสูจน์หลักฐานแล้ว ทีมของเราก็จะเข้าไป เราไม่มีทางรู้ว่าความเน่าเฟะจะอยู่ในระดับไหน บางกรณีอาจจะเสียชีวิตผ่านไปแค่วันเดียว บางกรณีอาจจะเสียชีวิตแล้ว 3 หรือ 6 เดือน

คราบที่ออกมาจากร่างกายผู้เสียชีวิตจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับสาเหตุของการเสียชีวิตและจุดที่เสียชีวิต ถ้าเป็นการแขวนคอ โรคหัวใจ หรือโรคปอด จะมีน้ำออกจากร่างกายเยอะ เวลาเข้าไปเราจะเจอของเหลวมากมาย ซึ่งมาจากของเหลวและของเสียในร่างกาย อีกสิ่งหนึ่งที่ส่งผลกับสภาพศพคือ ฤดูกาลหรืออุณหภูมิ

การทำความสะอาดแบบนี้ทำไมญาติ ๆ ถึงไม่ทำกันเอง อะไรคือความเชี่ยวชาญของคุณที่ญาติ ๆ ไม่มี

อย่างแรกคือทักษะในการจัดการ เมื่อเสียชีวิตจะมีแบคทีเรียเกิดขึ้นเยอะมาก เวลาที่สิ่งมีชีวิตตายจะปล่อยสารอีเทนไทออล (Ethanethiol) เป็นสารที่มีกลิ่นแรงที่สุด การกำจัดกลิ่นนั้นต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ งานของผมคือการต่อสู้กับกลิ่นไม่พึงประสงค์ บางครอบครัวก็อยากเข้ามาช่วยทำงานในที่เกิดเหตุด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นการร่วมแสดงความอาลัย ทีมผมก็จะเตรียมอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายแบบเดียวกันให้ แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบนั้น เพราะการเข้าไปเก็บข้าวของผู้เสียชีวิต จะทำให้เกิดความรู้สึกร่วมและเครียดมาก เพราะสิ่งที่ทิ้งไว้มักเกี่ยวกับความรักที่เขามีต่อครอบครัว อาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้จึงมีอาชีพแบบผมเกิดขึ้น

งานของคุณต้องใช้ความอดทนสูงมาก หาผู้ร่วมงานยากไหม และคนแบบไหนที่อยากมาสมัครงานกับคุณ

ที่เกาหลีมีคนทำงานประเภทนี้เยอะกว่าที่คิด เป็นงานในตลาดที่แข่งขันค่อนข้างสูง เป็น Red Ocean อาจจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบครอบครัวของเกาหลีด้วย ตอนนี้เกาหลีมีคนที่อาศัยคนเดียวเพิ่มขึ้นเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในชนบทคนที่ไม่ค่อยมีงานมีเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีคนอาศัยคนเดียวเพิ่ม คนที่เสียชีวิตโดยลำพังก็เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นก็มีคนอยากใช้บริการเพิ่มขึ้น คนที่สมัครเข้ามาก็มีทั้งคนที่เพิ่งออกจากเรือนจำ อยากชดใช้ความผิดด้วยการทำงานประเภทนี้ บางคนก็เป็นเหตุผลด้านศาสนา อยากทำบุญ

ค่าจ้างสูงกว่าทำความสะอาดประเภทปกติไหม

เราไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าน่าจะสูงกว่าการทำความสะอาดทั่วไป 3 เท่า ขึ้นกับกรณีด้วย

ในหนังสือคุณเขียนว่า คุณทิ้งทุกอย่างในห้อง หนังสือทั้งชั้นก็ทิ้ง อะไรคือสิ่งที่คุณจะไม่ทิ้งแน่ ๆ

ผมจะไม่ตัดสินใจเอง จะถ่ายรูปส่งไปถามครอบครัวว่าจะเก็บไว้ไหม ผมจะไม่เอาความเห็นของตัวเองเข้าไปตัดสินว่าของชิ้นนี้สำคัญหรือไม่สำคัญ ควรทิ้งหรือไม่ควรทิ้ง บางครอบครัวก็ขอให้ทิ้งทุกอย่าง เก็บไว้แค่รูปติดบัตรเล็ก ๆ ใบเดียวก็มี

Kim Wan นักเขียน 'บริการสุดท้ายแด่ผู้ตาย เก็บกวาดความแตกสลายของชีวิต' เจ้าของบริษัททำความสะอาดบ้านที่มีคนตายลำพัง

แทนที่จะทิ้งทั้งหมด เราเอาไปขายเป็นของมือสองได้ไหม

ได้ ทรัพย์สินเป็นมรดกของครอบครัวผู้เสียชีวิต มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเต็มที่ ถ้าครอบครัวต้องการ ผมจะติดต่อบริษัทรับซื้อของรีไซเคิลมาให้ แต่บางบ้านก็กลิ่นแรงติดเครื่องใช้ไฟฟ้าจนต้องทิ้ง

การเข้าไปเก็บของผู้เสียชีวิตทิ้งบ่อย ๆ ทำให้คุณมองการสะสมวัตถุต่างไปจากเดิมไหม

ชุดของผู้เสียชีวิตในเกาหลีไม่มีกระเป๋า ความหมายคือ สุดท้ายแล้วเราเอาอะไรไปไม่ได้เลย สำหรับผม สิ่งเดียวที่จะยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือ จิตใจของเรา

ทั้งเล่มคุณเขียนถึงการจากไปอย่างโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยปัญหา คุณเคยเจอการจากไปที่เป็นสุขบ้างไหม

ผมไม่รู้ว่ามันคือความสุขไหม ผมเคยไปเก็บของแล้วมีคนในครอบครัวแวะมาตลอด บางคนเข้ามาแล้วก็ร้องไห้ บางคนก็กรีดร้องด้วยความเสียใจ การเห็นภาพนั้นค่อนข้างเศร้า แต่ในแง่หนึ่งก็อบอุ่นใจเหมือนกัน

คุณมองความตายเปลี่ยนไปไหม

จะบอกว่าผมมองความตายเปลี่ยนไปก็ได้ แต่ผมมองชีวิตเปลี่ยนไปมากกว่า เมื่อก่อนผมคิดเรื่องอดีตค่อนข้างเยอะ มองย้อนอดีตแล้วก็เสียใจบ่อย ๆ พอมาทำงานนี้ก็กังวลกับอดีตน้อยลง อนาคตด้วย ไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดจนปล่อยให้เรื่องปัจจุบันหลุดมือไป แต่ก็ไม่อยู่กับปัจจุบันจนใช้ชีวิตเสเพล

ความคิดเกี่ยวกับผู้คนของผมก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ผมไม่ตัดสินคนที่คิดต่างจากผม หรือมีมุมมองการเมืองศาสนาต่างจากผม เวลาที่ผมอยู่ต่อหน้าความตายของใครสักคน ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินเขาเลย ชีวิตยุติธรรมกับทุกคน เราต่างต้องเจอความตายเหมือนกัน

คุณเปลี่ยนอาชีพมาหลายครั้ง อะไรทำให้คุณยังทำ Hardworks อยู่

เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ผมชอบงานทำความสะอาด เมื่อเช้าผมก็ทำความสะอาดบ้านก่อนออกมา

ทำไมถึงตั้งชื่อบริษัทว่า Hardworks

นั่นคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของผม ผมควรเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Easyworks สงสัยเป็นเพราะชื่อบริษัท งานที่เข้ามาเลยยากขึ้นทุกปี ผมคิดว่าคงไม่มีงานไหนจะยากกว่านี้แล้ว แต่ก็มีงานที่ยากขึ้นมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ชื่อบริษัทของผมน่าจะเป็น More than Hardworks มากกว่า

หนังสือเล่มต่อไปของคุณจะเกี่ยวกับอะไร

บางคนมองหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นเหมือนการไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต หรือความเรียงเกี่ยวกับการทำงาน แต่ผมมองว่ามันคือบันทึกเกี่ยวกับความรักมากกว่า ผมไม่ได้เขียนเพื่อบอกว่าชีวิตบนโลกนี้ทุกข์ยาก แต่มันก็สร้างความกลัวให้กับคนที่ไม่คุ้นเคยกับความตาย ผมรู้สึกผิดมาก ฉะนั้น เล่มต่อไปผมอยากจะชดเชยให้หนังสือเล่มแรกด้วยการพูดเรื่องความรักแบบจริงจัง เป็นเหมือนจดหมายที่ผมอยากทิ้งไว้ให้ครอบครัวของผมก่อนที่จะจากโลกนี้ไป ผมอยากส่งต่อความอบอุ่น ความรัก ทำให้เห็นว่าชีวิตคนเราเกิดขึ้นมาได้เพราะความรัก

ถ้าวันหนึ่งที่คุณจากไป แล้วมีคนเข้าไปทำความสะอาดในห้องของคุณ เมื่อสำรวจจากข้าวของแล้ว เขาจะคิดว่าคุณเป็นคนอย่างไร

ผมขอตอบว่า ตัวเองอยากเป็นที่จดจำแบบไหนได้ไหม (หยิบกระดาษมาชูกับกล้อง แสดงข้อความว่า With my heart singing to the stars. I shall love all the things that are dying – Yoon Dong-Joo) นี่คือบทกวีของ ยุนดุงจู เขาเสียชีวิตในเรือนจำตอนอายุ 27 ปี คนเกาหลีมองว่าเขาเป็นคนดี ไม่เคยว่าร้ายใคร ดวงดาวคือสิ่งที่มีความหมายกับเขามาก เป็นสิ่งที่ล้ำค่าสูงส่ง ตอนที่เขากำลังจะเสียชีวิตเขาก็มองดวงดาวแล้วร้องเพลงเกี่ยวกับดวงดาว เขาใช้ชีวิตโดยมองว่าทุกอย่างที่เห็นล้ำค่าและสูงส่ง ผมอยากถูกจดจำว่าเป็นคนที่มีความรักให้ทุกสิ่ง ไม่แบ่งแยกว่าอะไรมีค่า อะไรไม่มีค่า ผมอยากถูกจดจำแบบนั้น

เรียบร้อยครับ ขอบคุณมากครับ

ผมยินดีที่ได้พบกับทุกคนในวันนี้ครับ มีสิ่งหนึ่งที่ผมมักจะพูดหลังจากจบการสัมภาษณ์คือ ผมหวังว่า เราจะเป็นคนที่ใจดีกับตัวเองมากกว่าคนอื่น ๆ บนโลกนี้ ถ้าทำอย่างนั้น ทุกคนจะมีความรักได้ด้วยจิตใจแบบเดียวกัน ขอบคุณมากครับ

Kim Wan นักเขียน 'บริการสุดท้ายแด่ผู้ตาย เก็บกวาดความแตกสลายของชีวิต' เจ้าของบริษัททำความสะอาดบ้านที่มีคนตายลำพัง

ภาพ : Gimm-Young Publishers, Inc.

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load