13 กุมภาพันธ์ 2564
6K

กระบะคันโตเลี้ยวเข้าสู่ซอยตาเอียด 10 ระหว่างทางสองข้างเต็มไปด้วยยิมและค่ายมวย ถนนคดเคี้ยวเล็กน้อย เนินสูงปานกลาง แม้จับปิ๊กอัพครั้งแรก แต่ฝีมือคุมพวงมาลัยของช่างภาพเราก็นับว่าเด็ดขาดมากทีเดียว

ขับต่อไปอีกไม่ไกล จะพบกับบ้านปูนเปลือยหลังงาม ที่ตั้งของ The Remedy Phuket ร้านกาแฟและสารพัดเครื่องดื่มหมักดองสูตรพิเศษ เปิดประตูรอต้อนรับอยู่แล้ว

การมาภูเก็ตครั้งนี้เงียบเหงากว่าเคย นักท่องเที่ยวบางตา ร้านรวงทยอยปิด เพราะทนพิษ COVID-19 ไม่ไหว ทว่าบาร์ในบ้านของสองหุ้นส่วนร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ มีผู้แวะเวียนไม่ขาดสาย คล้ายมาบ้านเพื่อน เพราะบ้างมาแวะทักทายเฉยๆ บ้างมาชิมครั้งแรก และบ้างก็มาให้ นิล-มารุต เหล็กเพชร และ ตั้ม-นันทวุทธิ์ สงค์รักษ์ ชงเครื่องดื่มรสประจำ ดับกระหาย

The Remedy Phuket, คาเฟ่, นิล–มารุต เหล็กเพชร, ตั้ม–นันทวุทธิ์ สงค์รักษ์

ทั้งคู่บอกว่า ร้านนี้ชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล ทั้งกาแฟ ชา ม็อกเทล กว่า 50 เมนู ซึ่งมีส่วนผสมหลักเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ซ่อนรสชาติแห่งความทรงจำเอาไว้ และเป็นเสมือนห้องทดลองการชงรวมถึงศาสตร์การหมัก (Fermentation) ที่สองหุ้นส่วนกำลังหลงใหล

เราเดินทะลุหน้าบาร์อันเต็มไปด้วยขวดโหลหลากไซส์ ไปยังห้องกระจกที่มองเห็นบรรยากาศทั่วร้าน ผ่านทางเดินเล็กๆ ที่แบ่งพื้นที่ให้ต้นไม้ใหญ่แผ่ร่มเงาให้สระว่ายน้ำกลางบ้าน บันไดสุดเท่ปะทะแสงแดดจ้า เป็นเงาซึ่งสร้างมิติ ดูลอยเด่นออกจากกำแพง

ไม่นาน-หมอหนุ่มเจ้าของนามปากกา ‘นฆ ปักษนาวิน’ ตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เราถามไถ่สารทุกข์กันสักครู่ รอให้บาริสต้าพ่วงตำแหน่งหุ้นส่วน เสิร์ฟลูกค้าในร้านเสร็จ

ไม่นาน-เขาเดินมาพร้อมคอมบูฉะสีชมพูแปลกตา ก่อนเทใส่แก้วให้เราชิม และทั้งคู่ก็เริ่มต้นเล่าเรื่องราวการทำบ้านเป็นร้านเครื่องดื่มที่มีอัตราส่วนความฝันเท่าๆ กัน ให้ฟัง

ชอบที่ชง ชงที่ชอบ

The Remedy เป็นชื่อจริง แปลว่าตำรับยา ทั้งคู่ตั้งใจปรุงแต่ละแก้วจากการทดลองใส่นู่นเติมนี่ด้วยทฤษฎีกลิ่นรสกับศิลปะในการผสม และหากมีใครถามถึงเมนูแนะนำ เขาก็มักถามความชอบกลับ โดยใช้หลักเดียวกับการรักษาโรคและจ่ายยาให้เหมาะสมกับคนและสาเหตุของอาการ

ส่วน บาร์ (ห) ลับ เป็นชื่อเล่น พวกเขาบอกว่าบางทีชงกันจนหลับไปเลย

“คนที่หลับคือเรา บางทีก็ปล่อยเพื่อนๆ เอ็นจอยไป” หมอนิลเริ่มต้นเล่าเสียงกลั้วหัวเราะ

หลังทำร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ มากว่า 16 ปี ประจวบเหมาะกับตั้มที่ตัดสินใจบอกลางานประจำ สองหุ้นส่วนจึงแปรความชอบ-ความสนใจ มาบรรจุไว้ในบ้านหลังนี้ที่พวกเขาเห็นตรงกันว่าอยากทำเป็น Slow Bar

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

เขาว่าความหลงใหลอย่างแรก เกิดขึ้นจากความซับซ้อนในกาแฟ

“กาแฟมันมีกลิ่นรส เราชอบกาแฟเพราะมีความซับซ้อนของรสชาติ เหมือนเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่งรสมีอยู่ห้าอย่าง เปรี้ยว หวาน เค็ม ขม และอูมามิ ถ้าเราทำเครื่องดื่มและบาลานซ์รสชาติ ต้องเข้าใจกลิ่นรสกับศิลปะในการผสม เพื่อให้รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะอร่อย และความอร่อยก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับคนกินด้วย เราเลยต้องถามว่าเขาชอบแบบไหน” 

คุณหมอนักชงเล่าต่อว่า เขาศึกษาเองจากหนังสือและทดลองไปเรื่อยๆ เพื่อการสร้างรสพื้นฐานทั้งห้านั้น

“สำหรับรสหวาน เราตั้งใจไม่ใช้ไซรัปแต่งกลิ่น เลยพยายามทำความหวานขึ้นมาเองจากธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้งดองกับผลไม้ต่างๆ อย่างส้มหรือระกำที่เราหาได้ในท้องถิ่น ส่วนความเปรี้ยว นอกจากมะนาว เราหมักขึ้นมาเอง เช่น น้ำส้มสายชูจากน้ำตาลต้นจาก (Vinegar) คอมบูฉะ (Kombucha) หรือคีเฟอร์ (Kefir) นอกจากนั้นในการหมักดองต่างๆ เราจะได้รสอูมามิเพิ่มขึ้นมาด้วย”

ในอนาคตเขาอยากทดลองทำให้ได้ทุกกลิ่นที่ปรากฏในหนังสือ The Flavour Thesaurus ที่เจ้าตัวลุกไปหยิบมาให้เราดูประกอบ

ชอบของใกล้ตัว

 ความหลงใหลที่ 2 เรื่องของหมักดองและวัตุดิบท้องถิ่นเริ่มจากการชอบทำอาหารของทั้งสอง ซึ่งถ้าติดตามพวกเขาเป็นการส่วนตัว จะเห็นเขาสร้างสรรค์เมนูชวนน้ำลายสอกินเองอยู่บ่อยๆ แถมหน้าตาสวยขึ้นกล้องทุกจาน

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

มากกว่าเรื่องวิธีการทำอาหาร พวกเขาสนใจเรื่อง Fermentation ที่สัมพันธ์กับระบบปรับสมดุลในร่างกาย หมอนิลอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่า

“ตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อมนุษย์เริ่มรวมตัวกันเป็นสังคมและเริ่มสะสมอาหาร ก็เกิดการหมักดองขึ้น อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่เกิดขึ้นมาจากการ Fermentation ก็คือวัฒนธรรม (Culture) ที่หลากหลายของสังคมมนุษย์   

“ส่วนในทางชีววิทยา Culture คือการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ให้เติบโตเป็นกลุ่มก้อน และการทำ Fermentation ก็เกิดขึ้นได้จากการ Culture จุลินทรีย์นั่นเอง ดังนั้นในแง่ความหมาย การหมักดอง ทำให้เกิด Culture ของจุลินทรีย์ และ Culture ของมนุษย์

“ในร่างกายเรามีทฤษฎี Gut-Brain Connection เล่าง่ายๆ คือ ถ้าสมองดี ลำไส้จะดี แล้วถ้าลำไส้ดี สมองก็จะดี เพราะมีการควบคุมโดยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ ส่งผลต่อฮอร์โมนและสารสื่อประสาทในสมอง เพราะฉะนั้น เราจะสังเกตว่าคนที่ท้องผูกมักอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด 

“ถ้าเรามองในแง่นี้ อาหารหมักดองมันทำให้มนุษย์สุขภาพดี เพราะร่างกายของมนุษย์นอกจากประกอบด้วยเซลล์มนุษย์ ยังมีแบคทีเรียบางสปีชีส์และมีจำนวนมากกว่าเซลล์มนุษย์อีก ในเชิงอาหารก็มีโพรไบโอติกเข้าไปทำความสมดุล กิจกรรมของจุลชีพในร่างกายจึงมีผลกับเรา ส่วนหนึ่งการกินของเหล่านี้เลยเป็นตำหรับยา”

ดังนั้น เมนูในร้าน ทั้งคู่ช่วยกันคิดสูตรขึ้นเองหมดโดยบาลานซ์รสชาติกับผลพลอยได้ที่เสริมกันไว้ ซึ่งบางอย่างก็มาจากการคาดเดากลิ่นรส บางอย่างเกิดจากความบังเอิญและของที่มี อย่างล่าสุด ตั้มทดลองทำคอมบูฉะจากรสชาติที่ตัวเองชอบโดยอยากให้กินง่าย เขาใช้เบสเป็นชาเขียวกับชาขาวปนกัน ใส่ราสเบอร์รี่สด และเพิ่มกลิ่นอีกสเต็ปด้วยดอกลาเวนเดอร์แห้ง จากการหมักถึง 3 รอบ ผลออกมาเป็นรสชาติหวานซ่าที่เจ๋งมาก

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

จากเคยมองหาวัตถุดิบไกลตัว นิลและตั้มก็หันกลับมาที่ชุมชนโดยรอบมากขึ้น ได้คุณแม่ทั้งสองเป็นคนเสาะหามา เช่น น้ำผึ้งนครศรีธรรมราช และบางอย่างก็ปลูกเอง เช่น เสาวรสและมะม่วงที่เพิ่งขนมาให้สดๆ ร้อนๆ

“สิ่งที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมันย่อมดีอยู่แล้ว เราใช้น้ำตาลจากธรรมชาติ อย่างน้ำตาลโตนด น้ำตาลอ้อย ส่วนน้ำผึ้ง ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะ เป็นยาเลยนะ” เขาเสริม และเล่าต่อว่ามีวัตถุดิบตามฤดูกาลหรือบางอย่าง ได้จากการเดินทางไปต่างจังหวัดด้วย เช่น ส้มจี๊ด บ๊วยแดงจากเชียงใหม่ สละสุมาลีจากพัทลุง ซึ่งนำไปทำเครื่องดื่มได้เท่าที่มี และหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ชอบของ (ห) ลับ

ความหลงใหลที่ 3 เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เดิมทีตั้งใจไว้ว่าอยากให้ที่นี่เป็นบาร์เหล้าที่เปิดอาทิตย์ละวันด้วยซ้ำ ในแง่ของรายได้ก็คงอินดี้ไปหน่อย จึงปรับเป็นคาเฟ่ เสิร์ฟเมนูที่ทุกคนกินได้

ก็ไม่แน่อีกว่า โปรเจกต์ลับในอนาคตอย่าง บาร์ (ห) ลับซึ่งอยากให้เกิดการดื่มอย่างรับผิดชอบอาจเกิดขึ้นได้ และคนที่หลับจะไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่เป็นคนดื่มแทน

“อยากพัฒนาโปรเจกต์นี้ เพื่อส่งเสริมการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ (Drink Responsibility) และให้ความรู้คนเรื่อง Alcohol Literacy เราไม่ควรห้ามคนกินเหล้าด้วยศีลธรรม ไม่ควรจะไปผูกกับความดีความเลว เราควรมีการดื่มเพื่อวัฒนธรรมนะ เราไม่เคยถูกสอนเรื่องนี้เลย

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

“อยากให้ย้อนกลับไปถึงคำว่า Culture การทำเหล้าก็ทำมาจาก Culture การหมัก บางวัตถุดิบที่เราทำมีเกิดแอลกอฮอล์ขึ้นมาได้ตอนจุลินทรีย์ย่อยน้ำตาล เราอยากให้คนมานั่งคุยเรื่องประวัติศาสตร์ อะไรอร่อย เหล้ามีกี่ชนิด แต่ละชนิดมันทำมาจากอะไรบ้าง แล้วคนก็จะชื่นชมที่มาของมันด้วย ใครเป็นคนทำ แล้วก็กินกับอะไรดี มีการจับคู่ (Pairing) รสชาติต่างๆ แล้วเราก็ไม่ต้องเมากลับไปขับรถชน

“ดูประเทศญี่ปุ่น เขาไม่มีกำแพงภาษี ไวน์ขายได้ คนยังกินสาเกที่เป็นของท้องถิ่นญี่ปุ่นอยู่ไม่รู้กี่ชุมชน แล้วทุกชุมชนก็เติบโต เราก็อยากโปรโมตเรื่องการดื่มแล้วรับผิดชอบ ซึ่งคนทำก็ต้องรับผิดชอบด้วย”

เราถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนไม่ไหวหรือสร่างเมาแล้ว เขาตอบว่า “ตามการแพทย์ กำหนด Standard Drink สำหรับผู้หญิงคือหนึ่งแก้ว ส่วนผู้ชายคือสองแก้ว ในหนึ่งแก้วใช้เวลา Metabolize ประมาณหนึ่งชั่วโมง แอลกอฮอลล์ในเลือดถึงจะต่ำลง เราจะไม่ยอมปล่อยให้คนเมาออกไปจากร้าน ให้ขึ้นไปนอนข้างบนเลย”

ชอบรสชาติแห่งความทรงจำ

ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่า อูมามิ เป็นรสที่อยู่ในปากเรานานที่สุด จึงไม่แปลกหากเราจะจำรสเหล่านั้นได้ขึ้นใจ และรสอูมามิยังสัมพันธ์กับความทรงจำ ก็ไม่แปลกอีกถ้าจะโหยหารสมือแม่ หรืออาหารร้านโปรดที่กินแล้วย้อนกลับไปคิดถึงอะไรบางอย่าง

เครื่องดื่มก็เช่นกัน

ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าอยากให้ลูกค้ามาแล้วจำได้ว่ามาเคยมาดื่มอะไรที่นี่ และได้ความทรงจำที่ดีกลับไป

“การจำได้อาจมีหลายมิตินะ” หมอนักชงเกริ่น

“รสชาติที่เขาถูกใจ หรือว่า เฮ้ย เราหากันจนเจอได้ว่าคุณชอบอะไร บทสนทนา แม้กระทั่งเรื่องราว” เขาว่าต่อ

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

“คำว่า Flavor เป็นความทรงจำ ประสบการณ์การจำรส แล้วความชอบจะมาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเคยกินในอดีต เช่น เราเคยกินมะปรางที่เปรี้ยวมากๆ พอได้ชิมกลิ่นนี้ เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะเปรี้ยว อาจไม่ชอบ แต่ว่าถ้าเราผสมใหม่ ก็อาจเปลี่ยนความทรงจำใหม่ว่าอร่อยเหมือนกัน ส่วนสำคัญของความความอร่อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่เคยชิมมา ดังนั้น ครั้งแรกเราชงตามที่คิดว่าบาลานซ์และอร่อย จากนั้นประสบการณ์ของคนอื่นก็มีส่วนช่วยปรับและสร้างประสบการณ์แก้วนี้ด้วยกันได้” นี่เป็นเรื่องความทรงจำที่จะมีต่อรสชาติ

“การที่คนได้มานั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลายกับเครื่องดื่ม มันก็เป็น Therapy อย่างหนึ่ง และบางอย่างดื่มแล้วรู้สึกถึงอดีต รสที่คุ้นเคยตอนเด็กๆ กลิ่นรสมันอยู่กับอดีตของเราเยอะ

“สมมติ เราได้กลิ่นนี้ เราอาจนึกถึงสิ่งที่เคยกินครั้งแรก เรากินกับใคร กินที่ไหน บางทีมันอร่อยแหละ แต่ว่าการดื่มครั้งนั้น บรรยากาศมันขมขื่น เราก็คงคิดถึงความขมนั้น ซึ่งถ้ายังผ่านไปไม่ได้ มันก็ขมอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าวันหนึ่งมันถูกสร้างความทรงจำขึ้นใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ เปลี่ยนเรื่องราวใหม่ หรือว่าเราอาจจะมาดื่มกับคนใหม่ ก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ เราผ่านมาแล้ว อันนี้ในเชิงปรัชญานะ เราเชื่อว่ามันเยียวยาได้ เรื่องความรู้สึก” นี่เป็นเรื่องความทรงจำที่มีต่อรสชาติ

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

ก่อนจบบทสนทนา ตั้มลุกขึ้นไปหยิบขนมปังสังขยาที่นวดด้วยมือหอมกรุ่นมาให้ลองชิม เราค้นพบว่าไม่ใช่แค่เครื่องดื่มที่พิเศษ ขนมก็ไม่แพ้กัน การันตีด้วยจานเปล่าในมือหนุ่มช่างภาพ

นิลและตั้มชวนเราย้ายไปคุยกันที่หน้าบาร์ เพื่อให้พวกเราชิมเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเองอีกครั้ง

นี่คือ 4 เมนูที่พวกเราทั้ง 4 มีความทรงจำร่วมกัน ณ วันนั้น

แถมยังเป็นเมนูที่พวกเขายังไม่เคยทำมาก่อน เลยยังไม่มีชื่อ (แต่ที่ได้มาเพราะคิดให้สดๆ) และต้องอาจขออภัยล่วงหน้า หากคุณไปฤดูกาลอื่นแต่ไม่มีเมนูเหล่านี้ให้สั่งแล้ว

01 December Lime Cold Brew

กาแฟ Clod Brew เติมความหวานซ่อนเปรี้ยวจากส้มเปลือกหวาน หรือ ส้มกิมจ๊อ (Kumquat) Infused ในน้ำผึ้ง และกลิ่นรสจากใบหูเสือ ย้อนความทรงจำสมัยเด็กจากจิบแรก ชวนให้นึกถึงกลิ่นดิน กลิ่นหญ้าที่เคยเล่นสนุก

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

02 สุมาลี

กาแฟ Cold Brew เมล็ดโคลัมเบียรสหวานละมุนจากสละพันธุ์สุมาลีที่ Infused ในน้ำผึ้งเป็นเวลา 5 วัน เกิดเป็นรสชาติแห่งการรอคอยอันหอมหวน

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

03 Local Gin

Tonic Water กลิ่นส้มซ่าจากแบรนด์น้ำมนตร์ เติมส้มเปลือกหวาน Infused ในเหล้าน้ำตาลโตนดจากอำเภอระโนด บวกท็อปด้วยใบหูเสือสร้างความซับซ้อนให้กลิ่น ได้รสชาติซ่า ก๋ากั๋น เหมาะกับการกินยามบ่ายเป็นที่สุด

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

04 Cashew Sour

เมนูจากบาร์ (ห) ลับนี้ค่อนข้างพิเศษ เพราะเป็นเครื่องดื่มที่เราได้ร่วมสร้างรสชาติไปด้วย

Bitters ออกรสหวานซ่อนเปรี้ยว จากส้มเปลือกหวานแช่กับน้ำผึ้งที่ให้รสคล้ายกำกิกเผี่ยง ใส่ไซรัปซึ่งคั้นจากกาหยูหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่กลิ่นเหมือนกล้วยเข้าไปเพิ่ม ก่อนบรรจงบีบโฟมส้มเปลือกหวานเติมมิติให้รสชาติแปลกล้ำคล้ายยาแก้ไอเด็ก 

นั่นไง นึกถึงวันที่เรายังเป็นเจ้าตัวจิ๋วอีกแล้ว!

The Remedy Phuket คาเฟ่ในบ้านปูนเปลือย ห้องทดลองศาสตร์การหมัก และชงทุกอย่างที่ชอบในจักรวาล

The Remedy Phuket

ที่ตั้ง : 10/50 หมู่ 5 ซอยตาเอียด 10 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดทุกวัน 10.00 – 16.30 น.

Facebook : The Remedy

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ธาม โรจนอุดมวุฒิกุล

อดีตช่างภาพอิสระ คิดว่าการเล่าเรื่องด้วยภาพสำคัญไม่แพ้ตัวอักษร ชอบกินกาแฟในวันที่นอนเยอะ และกินโกโก้ในวันที่นอนน้อย แพ้แมวเวลาทำเสียงกรน ในอนาคตอยากทำเพลงของตัวเองสักเพลง (ถ้าเป็นไปได้)

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

6 พฤศจิกายน 2564
3K

เรื่องร้านกาแฟนั้นเชียงใหม่ขึ้นชื่อมาหลายปีแล้ว แต่หลังๆ นี้ความน่าตื่นเต้นของร้านเบเกอรี่ในเชียงใหม่ก็ชักจะทำให้ใจสั่นได้ไม่แพ้กาแฟเหมือนกัน

การเติบโตของธุรกิจร้านเบเกอรี่ในเชียงใหม่คึกคักมาก โดยมีพระเอกเป็นขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวหรือ ‘ครัวซองต์’ ที่แทบจะกลายเป็นของดีประจำจังหวัดไปอีกหนึ่งอย่าง 

Chez Nous ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่อยากทำให้คนเชียงใหม่กินครัวซองต์ได้ไม่มีเบื่อ

วันนี้เราได้มาที่อำเภอสันกำแพง ห่างจากเมืองเชียงใหม่มาเล็กน้อย ที่นี่มีบ้านหลังเล็ก ตกแต่งเหมือนบ้านขนมปังในนิทานตั้งอยู่ รอบข้างเป็นร้านค้า ลำคลอง และถนน 4 เลน เป็นคาเฟ่ที่ดูแปลกถิ่นแปลกตา ป้ายตรงหน้าร้านเขียนว่า ร้าน ‘Chez Nous’

เรามีนัดกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล เจ้าของร้าน ก่อนจะเริ่มคุยอะไร เราขอถามไหมเรื่องชื่อร้าน และไหมก็คลายสงสัยให้อยากใจดีว่า 

Chez Nous ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่อยากทำให้คนเชียงใหม่กินครัวซองต์ได้ไม่มีเบื่อ

“Chez Nous อ่านว่า เชนู เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า บ้านของเรา” 

ร้านนี้เหมือนบ้านอย่างที่ไหมบอกทั้งในทางการตกแต่งและความรู้สึก

โต๊ะตัวใหญ่เหมือนโต๊ะกินข้าวที่บ้าน ความสูงระดับนั่งกินได้แบบไม่ต้องก้ม เก้าอี้นั่งสบาย แสงสว่างนุ่มนวลไม่แยงตา มีกลิ่นอบขนมที่ร่ายมนต์กับจมูก แล้วก็มีของกระจุกกระจิกน่ารักเหมือนได้เข้าไปในบ้านเพื่อนที่ทำขนมเก่งๆ สักคนจริงๆ

ไหมบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “ตอนออกแบบตั้งใจว่า อยากให้ได้บรรยากาศเหมือนบ้านขนมปังในชนบทของฝรั่งเศส” 

และเราก็รู้สึกว่ามันเป็นอย่างนั้น

เชนูเป็นร้านขายขนมสไตล์ฝรั่งเศสที่มีเมนูขนมให้เลือก 20 กว่าเมนู ทั้งเมนูที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ครัวซองต์ พายผีเสื้อ โดนัท และชีสทาร์ต ไปจนถึงขนมที่ไม่ได้มีทั่วไปอย่างคีช ควินอามาน หรือเลมอนมาเดอลีน แล้วก็ยังมีเมนูอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มต่างๆ อีกเป็นเล่ม แถมยังมีเมนูพิเศษประจำเทศกาลด้วย

ไหมบอกว่า “ลูกค้าสี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าประจำ ร้านเลยมีตัวเลือกให้หลากหลาย เวลาเขามาจะได้ไม่เบื่อ” 

ไหมเล่าให้ฟังว่าสัดส่วนลูกค้าประจำเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน และเธอเชื่อว่าลูกค้าประจำเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด เพราะการที่เขาเหล่านั้นกลับมากินที่ร้านบ่อยๆ เป็นข้อพิสูจน์ชั้นเยี่ยมทั้งเรื่องคุณภาพสินค้าและบริการจากพนักงานในร้าน

Chez Nous ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่อยากทำให้คนเชียงใหม่กินครัวซองต์ได้ไม่มีเบื่อ

เชนูเริ่มกิจการมาตั้งแต่ ค.ศ. 2017 และในช่วงแรกของการทำร้าน ไหมยังทำงานเป็นพนักงานบริการบนเครื่องบินไปพร้อมๆ กันด้วย ร้านนี้เลยได้แรงบันดาลใจเรื่องการตกแต่งร้าน เมนูขนม และการบริการมาจากหลายมุมโลก 

“เราเป็นคนชอบกินขนม แล้วการเป็นแอร์ฯ อยู่ปีกว่าๆ ทำให้ได้เห็น ได้สัมผัสประสบการณ์ และกลิ่นอายของคาเฟ่ทั้งที่ฝรั่งเศสและที่อื่นๆ แล้วรู้สึกว่าชอบบรรยากาศ ลูกค้าเข้าๆ ออกๆ มีขนมเรียงราย มีกลิ่นหอมๆ แล้วก็อยากทำร้านให้เป็นแบบนั้นบ้าง” ไหมเล่า

และเพราะอยากจะจริงจังกับร้านที่ปั้นมาเองกับมือ ไหมจึงลาออกจากสายการบิน มาทำร้านเชนูเต็มตัวก่อนโควิด-19 จะมาเขย่าโลกได้ไม่นาน 

 ไหมบอกว่า “มันอาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้”

Chez Nous ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่อยากทำให้คนเชียงใหม่กินครัวซองต์ได้ไม่มีเบื่อ

Le Croissant

พระเอกของร้านเชนู คือครัวซองต์ที่ทำมาตั้งแต่ยังไม่ใช่ของยอดฮิต 

พอมีกระแสครัวซองต์ฟีเวอร์ขึ้นมา ไหมก็ไม่ลังเลที่จะวิ่งไปกับกระแส เพราะทำให้คนหันมาทำความรู้จักกับครัวซองต์มากขึ้น และยอมรับมันในรูปแบบที่หลากหลายมากกว่าการเป็นอาหารเช้า

ไหมเปรียบเทียบว่า “พอครัวซองต์กลายมาเป็นคัลเจอร์ที่คนสนใจ คนก็จะเริ่มรู้สึกสนใจเรื่องราวของมันมากขึ้น เหมือนกาแฟที่เมื่อก่อนคนอาจจะไม่ได้สนใจไปถึงพันธ์ุหรือการชงรูปแบบต่างๆ แต่ทุกวันนี้การดื่มกาแฟหลากหลายมากขึ้นตามรสนิยมของคนดื่ม”

Chez Nous ร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่อยากทำให้คนเชียงใหม่กินครัวซองต์ได้ไม่มีเบื่อ

คนที่รู้จักครัวซองต์ดีอย่างไหมเล่าให้ฟังด้วยว่า เสน่ห์ของครัวซองต์อยู่ตรงที่ทำยาก และการทำเรื่องยากให้ดีเป็นเรื่องที่เธอหมายมั่นปั้นมือให้สำเร็จ

ในวันที่แทบทุกร้านเลือกวัตถุดิบจากแหล่งพรีเมียมอย่างประเทศฝรั่งเศสมาบริการลูกค้าได้อย่างไม่ยากเย็น ไหมก็มั่นใจว่าคุณภาพของเชนูยังแตกต่าง

“แม้วัตถุดิบจะมาจากแหล่งเดียวกัน แต่เราใช้วัตถุดิบและกระบวนการที่ลองผิดลองถูกมาแล้วห้าปี และเราวัดความสำเร็จจากการมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำสม่ำเสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรารู้สึกท้าทายที่จะทำให้ดี” ไหมอธิบายความตั้งใจและเป้าหมายของเชนูให้เราฟัง 

สร้างเสน่ห์ด้วยการบริการ

ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์แบบเนยฝรั่งเศส ครัวซองต์ไส้ลาวานมสด ไส้อัลมอนด์ หรือถั่วแมคคาเดเมีย ซึ่งไหมตั้งใจเลือกวัตถุดิบอย่างละเมียดละไมมากับมือ ก็ยังไม่พิเศษเท่าบริการที่ใส่ใจลูกค้าของร้านเชนู

ไหมบอกว่า “เราเชื่อว่าเวลาลูกค้าได้รับประสบการณ์บริการทั้งที่ดีและไม่ดี เขาจะจำมันไปอีกนาน และเราก็อยากให้เขามีประสบการณ์ที่ดีทุกครั้งเมื่อมาบ้านของเรา”

ไหมเล่าว่าตอนแรกเริ่ม เชนูมีพนักงาน 4 คน บรรยากาศอบอุ่นมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ จึงทักทายพูดคุยกันได้ ลูกค้าก็แนะนำกันปากต่อปาก และต่อมาแม้ทีมงานจะขยายจาก 4 เป็น 13 คน และเริ่มมีลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้น ไหมก็ยังเทรนเรื่องการบริการให้พนักงานทุกคนเองกับมือ 

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

ไหมยืนยันว่า “เราจริงจังเรื่องการให้บริการ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เป็นสังคมเร่งรีบ ทั้งรีบบริการ รีบให้ลูกค้าบริการตัวเอง มันไม่มีเสน่ห์เหมือนเมื่อก่อน ที่เวลาเข้าไปในร้าน คนในร้านก็จะทักทายและคุยกับลูกค้า เราเลยอยากให้พนักงานดูแลลูกค้าใส่ใจ และทำจากใจจริงๆ” ไหมเล่าอย่างผู้เคยทำงานบริการมาก่อน

ความใส่ใจในบริการที่เชนู เทียบเท่ากับความประทับใจที่ลูกค้าจะได้รับจากโรงแรมหรู หรือการบริการในร้านอาหารชั้นดี ไหมสอนให้พนักงานจำลูกค้าและเมนูโปรดของเขาให้ได้ ให้รู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญจริงๆ ที่ทำให้ร้านได้ไปต่อ และเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ไหมบอกพนักงานว่าควรกลับไปหาลูกค้าที่โต๊ะอีกที เพื่อพูดคุยดูแลและขอโทษที่เกิดความผิดพลาด เป็นการพยายามทำให้ลูกค้ากลับมาประทับใจบริการของเราอีกครั้ง

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

ไหมแนะนำว่า “เราอยากได้รับการบริการยังไง เราก็ให้บริการลูกค้าอย่างงั้น เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เชนูต่างจากร้านอื่น และคิดว่ามันเป็นจุดขายสำคัญ ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นการซื้อกลับบ้านเยอะขึ้น แต่เราก็ต้องบริการลูกค้าที่มาซื้อแบบใส่ใจเต็มร้อยเหมือนเดิม”

พนักงานเชนูทุกคนมีความรู้เรื่องขนมฝรั่งเศส โดยไหมจะมีให้ความรู้ จัดชิมทุก 3 เดือน เป็นการทบทวนกับพนักงานว่าที่ร้านขายอะไรบ้าง ให้พนักงานได้ชิมด้วย จะได้บรรยายให้ลูกค้าถูก 

เวลาลูกค้ามาแล้วเจอขนมที่เขาไม่รู้จัก (ซึ่งมีโอกาสเป็นอย่างนั้นบ่อยมาก) พนักงานก็ต้องให้คำแนะนำได้ว่าขนมนี้เป็นอย่างไรและน่าสนใจตรงไหน

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

ครัวซองต์แบบ ‘พิเศส’

ที่เชนูมีครัวซองต์แบบเบสิกที่ฝรั่งเศสทำกัน เช่น แบบไม่มีไส้ แบบมีถั่วอัลมอนด์ แบบใส่ถั่วแมคคาเดเมีย และมีครัวซองต์ที่ทำสูตรให้เข้ากับลูกค้าคนไทย เช่น ไส้ลาวานมสด ช็อกโกแลต มันม่วง และอื่นๆ

 แต่ที่เราว่าน่ารักสุดๆ คือการมองการเสนอสินค้าให้เหมือนวงการแฟชั่น 

ไหมเล่าว่า “อยากให้ขนมเป็นเหมือนเทรนด์เสื้อผ้า ที่เปลี่ยนคอลเลกชันกันเป็นฤดูกาล ลูกค้าจะได้รู้สึกตื่นเต้นและรอคอย เพราะบางทีลูกค้าประจำเขามาบ่อยๆ เห็นแต่เมนูเดิมก็เบื่อ

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ
คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

ในเทศกาลพิเศษ เชนูก็มีสินค้าประจำเทศกาลให้ลูกค้าได้กินกันด้วย เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง (สงกรานต์) ทุกปีเชนูจะทำครัวซองต์ไส้อั่ว โดยเลือกไส้อั่วมาจากร้านคุณยายแถวลำพูน ช่วงคริสต์มาสมีไส้สตรอว์เบอร์รี่ โดยใช้สตรอว์เบอร์รี่สดๆ จากในเชียงใหม่เอง แล้วก็จะมีครัวซองต์ไส้พิเศษที่ไหมขออุบเป็นความลับไว้ก่อนอีก 1 อย่าง

นอกจากครัวซองต์แล้ว ไหมยังมีอีก 2 เมนูมาแอบบอกคือ มูสเค้กรูปเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสที่จะมาในช่วงปลายธันวาคม และช่วงปีใหม่จะมีฟรุตเค้กที่เอาผลไม้หมักเหล้าไว้ข้ามปีมาให้บริการลูกค้าด้วย 

“ช่วงที่ร้านสนุกที่สุดคือช่วงคริสต์มาส ปีใหม่ เราจะมีเมนูพิเศษแล้วก็ตกแต่งร้านให้เข้ากับบรรยากาศ” ไหมเล่าพร้อมอนุญาตให้เราชวนทุกคนไปเที่ยวร้านเธอได้ในช่วงปลายปีนี้

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

Toujours et à jamais 
(ตลอดมาและตลอดไป)

กระแสครัวซองต์ฟีเวอร์เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ร้านเชนูมีคนต่อคิวหน้าร้านยาวเหยียด ยอดสั่งจองคึกคัก ครัวซองต์ที่ทำเต็มขีดกำลังของพนักงานและอุปกรณ์ในร้านก็ขายหมดตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งจะคล้อยบ่าย 

ไหมบอกว่า “จากเดิมที่มีแต่ลูกค้าประจำและการแนะนำแบบปากต่อปาก ช่วงที่คนฮิตกินครัวซองต์กันก็ทำให้มีคนรู้จักร้านเรามากขึ้น และเราต้องทำงานหนักมากขึ้นมากเพื่อวิ่งไปพร้อมกระแส โดยไม่ลดคุณภาพทั้งของสินค้าและการบริการ”

 ซึ่งสิ่งที่ไหมและทีมงานที่เชนูร่วมกันทำก็ผลิดอกออกผล เมื่อแม้กระแสครัวซองต์จะซาลงไป ร้านก็ยังมีลูกค้าที่ได้กินแล้วติดใจจนกลับมาซื้อซ้ำ แล้วก็กลายมาเป็นขาประจำของร้านกันต่อ

เมื่อถามถึงความพิเศษของร้านนี้ ไหมมักจะกลับมาที่ความทุ่มเทและจริงจังที่เธอมีให้ร้านเสมอ เธอบอกว่า “เรารักร้านและเอาความรักมาทุ่มเทกับมันจริงๆ เราไม่อยากให้มันพังไป” 

ไหมเล่าว่าเธอจะคอยเข้าไปดูเวลาลูกค้าโพสต์รูปหรือคอมเมนต์แล้ว Tag ร้านมาเสมอ เธอบอกว่าจะได้รู้ความเห็นของลูกค้าว่า ขนมและเครื่องดื่มที่เขาได้รับไปเป็นอย่างไร และเก็บข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงร้านเรื่อยๆ 

ถ้าหากมีลูกค้าประเมินความพึงพอใจระดับ 4 ดาว (จากคะแนนเต็ม 5 ดาว) หรือเวลาลูกค้ากินไม่หมดจาน สำหรับเธอ นั่นก็เป็นปัญหาแล้ว และเธอจะเรียกประชุมเพื่อหาทางปรับปรุง โดยไม่ปล่อยปัญหานั้นให้ผ่านไปเฉยๆ

คุยกับ ไหม-ปิยะกมล วาณิชย์มงคล อดีตแอร์โฮสเตสสาวที่กลายเป็นนักอบขนมอร่อย และยังใช้การบริการมัดใจลูกค้าประจำ

ไหมบอกว่าหวงร้านนี้เหมือนลูก และอยากให้เป็นธุรกิจที่เธอรักมากกว่าเป็นธุรกิจที่เน้นกำไร ในขณะเดียวกันธุรกิจก็ต้องขยายและเติบโต เพื่อความมั่นคงของทั้งพนักงานในร้านและของร้านเอง

“เราไม่อยากเป็นตำนาน แต่เราอยากอยู่ไปแบบยาวๆ” ไหมบอกความฝันกับเราแบบจริงจัง 

สุดท้าย ไหมบอกเราว่า ร้านกาแฟและเบเกอรี่ในจังหวัดเชียงใหม่มีสเน่ห์ตรงมีวัตถุดิบให้เลือกใช้ได้มากมาย เช่น เมล็ดกาแฟก็มีแหล่งปลูกดังๆ อยู่ที่นี่ นมวัวดีๆ ก็พัฒนาที่เชียงใหม่ และเชียงใหม่ยังมีวัตถุดิบเฉพาะประจำฤดูกาล จึงออกแบบเป็นของกินได้สนุกกว่าที่อื่น จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองแห่งคาเฟ่ที่ใครๆ ก็แวะเวียนมา

ไหมบอกว่า “การเริ่มมาก่อนคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้นำได้ตลอดไป พอมีคู่แข่งเยอะๆ ทำให้เราไม่ขี้เกียจ และบอกตัวเองว่าจะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องคิดและทำการบ้านตลอด” 

ในฐานะคนทำคาเฟ่ในเมืองแห่งคาเฟ่แบบนี้ ไหมคิดว่าเป็นเรื่องสนุกที่ได้คิดและนำเสนอสิ่งที่เธอรัก เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ดีๆ กับขนมอร่อยๆ จากบ้านขนมปังในชนบทของฝรั่งเศสของเธอไปนานๆ

Chez Nous

ที่ตั้ง : ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ 50130 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (หยุดวันพุธ)

Facebook : Chez Nous

Instagram : cheznous.chiangmai

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load