16 มกราคม 2564
31.78 K

อะไรคือจุน 

จุนคืออะไร 

มาทำความรู้จักกันก่อน 

หากใครรู้จักคอมบูฉะ (Kombucha) อยู่แล้ว ลองมาดูกันว่าคอมบูฉะกับจุน (Jun) แตกต่างกันอย่างไร

จุน คือชาหมักแบบเดียวกับคอมบูฉะ แตกต่างกันเล็กน้อยจากวัตถุดิบตั้งต้น จุนเป็นชาหมักจากประเทศญี่ปุ่น ใช้ชาเขียวและน้ำผึ้งเป็นตัวตั้งต้นหลัก และในปัจจุบันก็ยังใช้ชาเหลืองหรือชาขาวแทนชาเขียวได้เช่นเดียวกัน 

โดยทั่วไปจุนกับคอมบูฉะให้ประโยชน์กับร่างกายไม่ต่างกัน นั่นคือช่วยปรับสมดุลให้ระบบทางเดินอาหาร และเพิ่มโปรไบโอติกหรือยีสต์ที่ร่างกายต้องการ ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ 

แต่ต่างกันตรงชา ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาดำหลายเท่าตัว อีกทั้งการใช้น้ำผึ้งเป็นสารตั้งต้นหรืออาหารของยีสต์ตั้งแต่แรก ทำให้กระบวนการการสร้างจุนเกิดได้เร็วขึ้นกว่าการใช้น้ำตาลกับชาดำแบบปกติ เพราะโมเลกุลของน้ำผึ้งเล็กกว่าน้ำตาล และแตกตัวได้มากกว่าน้ำตาลหลายเท่า เนื่องจากน้ำตาลมีสูตรโมเลกุลคือ C6H12O6 แต่น้ำผึ้งมีสูตรโมเลกุลคือ C18H36O18 เลยทำให้น้ำผึ้งมีขาของพันธะเคมีที่แตกตัวไปจับกับพันธะอื่น จนเกิดเป็นโมเลกุลใหม่ได้ง่ายกว่าน้ำตาล

วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน

ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวคือมีประสิทธิภาพต่อต้านมะเร็ง ชาเขียวไม่ได้เกิดจากการหมัก สารต้านอนุมูลอิสระในใบชาจึงยังไม่ถูกทำลาย เลยมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาชนิดอื่น 

อีกทั้งสารโพลีฟีนอลในชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มเอนไซม์ในร่างกาย ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ รวมถึงยังช่วยเพิ่มกลูตาไธโอน ลดการอักเสบและลดการทำลายโครงสร้างของกระดูกอ่อนได้ ชาเขียวจึงมีส่วนช่วยการรักษาโรคข้ออักเสบ

สำหรับผม จุนและคอมบูฉะมีประโยชน์หลักเหมือนๆ กัน แตกต่างกันตามที่บอกข้างต้นเล็กน้อย ส่วนวิธีการหมักหรือผลิตหัวเชื้อเพื่อให้เกิด Scoby ไม่ได้แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันสำหรับผมคือรสชาติ ซึ่งแล้วแต่คนชอบ บางท่านก็ชอบชาดำมากกว่าชาเขียว หรือจริงๆ แล้ว เราใช้ชาอื่นๆ ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชาอู่หลง ชาผู่เอ๋อร์ แม้แต่ชาสมุนไพรก็นำมาทำได้เช่นเดียวกัน ประโยชน์ที่ได้ก็แตกต่างกันตามสารตั้งต้นนั้นๆ 

คอมบูฉะหรือจุน เป็นวิธีหนึ่งให้เราดื่มน้ำส้มสายชูหมักหรือเอนไซม์ที่มีกรดสูงได้ โดยการใช้ชาที่มีความเป็นด่างมาผสม เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้นและทำให้ความเป็นกรดลดลง เพราะเราไม่ต้องการกรด แต่เราต้องการประโยชน์ที่ได้จากน้ำส้มสายชูหมักที่เกิดจากชา และได้ประโยชน์ที่มีในชาอีกต่อหนึ่งด้วย 

ในปัจจุบันยังไม่ค่อยเห็นจุนในประเทศไทยมากนัก ส่วนใหญ่จะเหมารวมเป็นคอมบูฉะที่มีความหลากหลายมากกว่า ผมว่าทั้งชาเขียวและน้ำผึ้งยังคงเป็นสารตั้งต้นที่ราคาแพงกว่าสารตั้งต้นชนิดอื่นๆ ถ้าใครยังไม่เคยทำ แนะนำว่าจุนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กัน และไม่ว่าจะเป็นจุนหรือคอมบูฉะก็ยังอยากแนะนำว่าให้ทำเองดื่มได้ที่บ้านโดยไม่ต้องไปหาซื้อ เพราะเราสร้างหัวเชื้อและทำเองได้ไม่ยาก และปรุงรสชาติตามที่ต้องการได้เองที่บ้าน 

ส่วนผสมของการทำจุน สำหรับเป็นหัวเชื้อ มีดังนี้

วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน

1. ชาเขียวต้ม กรองเอาแต่น้ำ 1 ลิตร

2. น้ำผึ้ง 50 ซีซี 

3. หัวเชื้อจุน (ถ้าไม่มี แนะนำให้ไปหาหัวเชื้อแบบง่ายๆ จากแอปเปิ้ลไซเดอร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ฉลากเขียนว่า With Mother ก็พอใช้ได้ในเริ่มแรก)

วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของคอมบูฉะที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน

วิธีการทำจุน สำหรับเป็นหัวเชื้อ

  1. วิธีทำก็ไม่ยาก เริ่มจากต้มชาเขียวตามต้องการตามอุณหภูมิ
  1. ปล่อยให้เย็นสักพัก อุณหภูมิที่แนะนำคืออยู่ในช่วง 30 – 50 องศาเซลเซียส เพราะถ้าร้อนกว่านี้เอนไซม์และยีสต์ที่ดีทั้งในชาเขียวและน้ำผึ้งจะถูกทำลายไม่เหลือ 
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของคอมบูฉะที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของคอมบูฉะที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
  1. นำน้ำผึ้งลงไปผสมคนให้ละลาย
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของคอมบูฉะที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของคอมบูฉะที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
  1. เติมหัวเชื้อลงไปประมาณ 5 – 10 ซีซี และ Scoby (ถ้ามี)
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
  1. เทลงในภาชนะที่เป็นโหลแก้วใสและผ่านการล้างหรือพาสเจอไรซ์แล้ว ปิดฝาให้สนิทหรือจะใช้ผ้าขาวบางปิดก็ได้ 
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
  1. นำไปวางในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้คิดไว้เสมอว่า เราชอบอยู่ตรงไหนที่สบาย ก็เอาขวดโหลไปวางที่นั่น เพราะยีสต์เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแลอย่างดีเช่นเดียวกัน ไม่ชอบที่ร้อนไปหรือเย็นไปที่มืดหรือที่อับชื้น 
วิธีทำ ‘จุน’ ชาหมักขั้นกว่าของ Kombucha ที่กำลังมา และคุณทำเองได้ที่บ้าน
  1. หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เกิดกระบวนการตามธรรมชาติประมาณ 14 – 21 วันแล้วแต่ความแข็งแรงของยีสต์ ถ้าใครทำจุนสำหรับดื่มแล้วเลยจุดที่เปรี้ยวจนกินไม่ได้ ก็ปล่อยให้จุนนั้นเป็นหัวเชื้อครั้งต่อไปได้เลย ไม่ต้องทิ้ง

ข้อควรระวังในการทำคอมบูฉะหรือจุนคือความสะอาด ทั้งจากวัตถุดิบ ภาชนะ และตัวเราเอง ที่ต้องสะอาดมากๆ เพราะเรากำลังกินสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จุลชีพที่ดีและไม่ดีต่างเกิดขึ้นได้โดยที่เรามองไม่เห็น 

จุนหรือคอมบูฉะที่จะมีรสชาติดี มีวุ้นหรือ Scoby ที่สวยงามได้ มาจากการดูแลการเอาใจใส่และรักษาความสะอาด อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวที่ดี เหมาะสมกับการเติบโตของยีสต์ 

หากในขั้นตอนการหมักเกิดเชื้อรา ไม่ว่าเป็นสีอะไร ก็แนะนำให้ทิ้งและทำใหม่ ในทางวิทยาศาสตร์สายลึก เชื้อราที่เกิดขึ้นก็ทำให้เกิดประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน แต่ในเบื้องต้นไม่แนะนำให้นำมาใช้ เพราะเราไม่มีอุปกรณ์ในการทดลองหาเชื้อเหมือนในห้องแล็บ

ส่วนวิธีการปรุงสำหรับดื่มนั้น ผมมีหลากหลายวิธีตามความพอใจ นอกจากชากับน้ำผึ้งที่นำมาหมักแล้ว เราผสมน้ำผัก ผลไม้ หรือใส่สมุนไพรอื่นๆ ในตอนที่เราชงดื่มได้ด้วย เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการดื่มและรสชาติที่ดีขึ้นตามที่เราต้องการ โดยต้องไม่เปรี้ยว ไม่หวานจนเกินไป และยังคงได้กลิ่นของชาที่เราหมัก เพื่อให้เกิดความสมดุลในการดื่มและสุนทรีย์มากขึ้น

Writer

เชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ

เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่ ผู้หลงใหลในของหมักดองอย่างมีสติ และยูทูเบอร์มือใหม่หัดตัดใน “คลิปคลิปเพื่อนครัว” ที่ให้ความรู้เรื่องของหมักดองและเล่นแร่แปรธาตุจากของเหลือในครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

16 มิถุนายน 2565
1.56 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

เมื่อต้องรับหน้าที่ช่วยแม่ (บังอร ริ้วบำรุง) หรือคุณยายอรของทุกคน คิดและเขียนว่าจะชวนทำอะไรสำหรับ Staycation ในช่วงสัปดาห์ The Cloud Golden Week นี้ ฉันคิดถึงขนมหอมอร่อยของแม่หลายอย่าง คงเพราะช่วงนี้เห็นแม่ง่วนทำขนมอยู่หน้าเตาถ่านเล็ก ๆ ทั้งวัน “ทำเมี่ยงคำไหม” แม่ว่า เพราะเห็นว่าน่าจะเหมาะกับอากาศในช่วงนี้ที่มีฝนตกบ่อย พาลจะเป็นหวัดเป็นไข้กันง่าย ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำ เป็นขนมที่แม่ทำให้กินตั้งแต่เด็ก คงเป็นเพราะมีวัตถุดิบมากมายในสวน ทั้งมะพร้าวหลายสิบต้นที่อยู่ปลายสวน และต้นทองหลาง 2 ต้นใหญ่ริมคลอง เวลาแม่ทำเมี่ยงคำ แม่จะเตรียมคั่วมะพร้าวเก็บใส่กระปุกไว้จำนวนมาก เพราะใช้เวลาทำนาน บางทีเพื่อนบ้านก็มาลงแขกช่วยกันหั่นซอยมะพร้าว ช่วยกันคั่วมะพร้าว คั่วถั่ว เป็นเรื่องสนุกของเด็ก ๆ ที่ได้เจอกันในวันพิเศษที่ผู้ใหญ่ช่วยกันเตรียมเครื่องเมี่ยง

ของว่างโบราณ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เมี่ยงคำเป็นของว่างโบราณที่มีมาช้านาน ดังปรากฏในเอกสารเก่า เป็นของว่างที่มีเครื่องเครามากมาย นำมาห่อรวมกันในใบไม้ อย่างใบทองหลาง ใบชะพลู หรือใบมะยม มีน้ำเมี่ยงเพิ่มรสชาติให้เมี่ยงแต่ละคำอร่อยอย่างลงตัว เมี่ยงคำถือเป็นอาหารปรับสมดุลที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาประกอบกันเป็นเมี่ยงแต่ละคำ ต่างเป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย

เมี่ยงคำประกอบไปด้วย น้ำเมี่ยง เครื่องเมี่ยง และใบห่อเมี่ยง

น้ำเมี่ยง

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

ส่วนผสม

กะปิแท้ ประมาณ 60 กรัม

น้ำตาลมะพร้าวแท้ 500 กรัม

กุ้งแห้งตำ 30 กรัม

มะพร้าวคั่ว 30 กรัม

น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร

ข่าหั่นฝอยนำมาคั่วให้หอมแล้วนำมาตำให้ละเอียด

วิธีทำ

นำน้ำตาลมะพร้าว กะปิ และน้ำ มาละลายให้เข้ากัน จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ แล้วเคี่ยวจนน้ำเมี่ยงเริ่มใสและเหนียวน้อย ๆ (เพราะเมื่อน้ำเมี่ยงเย็นลง จะเหนียวและข้นขึ้นอีกเล็กน้อย) เมื่อยกขึ้นจากเตา ใส่มะพร้าวคั่วที่ตำละเอียดลงไป ตามด้วยกุ้งแห้งที่ตำจนเนื้อเป็นปุย และข่าคั่วตำละเอียด 

*สัดส่วนของกะปิ เลือกปรับใช้ตามความชอบ และให้ระวังว่ากะปิแต่ละเจ้ามีความเค็มไม่เท่ากัน 

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยง

ส่วนผสม

ถั่วลิสงคั่ว

กุ้งแห้งทอด

มะนาวหั่นเต๋า

ขิงหั่นเต๋า (ใช้ขิงกลางแก่กลางอ่อน ขิงอ่อนไม่มีรสชาติ ถ้าแก่เกินไปจะเป็นเสี้ยนและเผ็ดเกิน)

หอมแดงไทยหั่นเต๋า

พริกขี้นกหรือพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ๆ

สอนทำเมี่ยงคำสูตรคุณยายอรแห่งบ้าน Little Tree จากวัตถุดิบในสวนที่ชวนกันทำได้ทั้งบ้าน บังอร ริ้วบำรุง

เครื่องเมี่ยงของคุณยายอรครั้งนี้มีใบผักก้านก่อง (ดาวกระจายป่า) ตะลิงปลิง และดอกอ่อมแซบสีขาวที่ปลูกไว้ในสวนมาเพิ่มคุณค่า รสชาติ และความสวยงามให้ห่อเมี่ยงคำด้วย

เรามองว่าเป็นเรื่องสนุก ถ้าหากใครจะลองเพิ่มเติมอะไรลงไปให้เป็นเมี่ยงคำสูตรของตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใส่ลงไปแล้ว เมี่ยงคำของเราต้องอร่อยขึ้นและน่าทานขึ้น

Tips 

เมี่ยงคำของเราจะอร่อยมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรส่วนผสมต่าง ๆ กะปิดี น้ำตาลดี เลือกมะนาว ขิง หอมแดง พริก และใบไม้ปลอดสาร จะทำให้เราวางใจในเมี่ยงทุกคำ

มะพร้าวคั่ว

มะพร้าวแห้งที่ปอกเปลือกนอกออกเหลือแต่กะลา นำไปตากแดดสัก 1 แดด นำมากะเทาะกะลาออกให้เหลือแต่เนื้อมะพร้าว นำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วซอยขวางเป็นเส้นเล็ก ๆ ซอยให้ชิ้นเสมอเท่ากัน เพื่อเวลาคั่วจะได้สีเหลืองเสมอและกรอบอร่อย คุณยายเลือกใช้เตาถ่านคั่วไฟกลาง ๆ จนเหลืองเข้ม แต่ไม่ให้สีแก่เกินจนไหม้ขม ไฟแรงเกินก็ไหม้เร็ว ไฟอ่อนเกินก็ทำให้มะพร้าวไม่หอมอย่างที่ต้องการ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง
ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

การคั่วถั่วใช้ไฟเหมือนคั่วมะพร้าว คั่วไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหอม โดยอย่าใช้ไฟแรง ทิ้งไว้ให้คลายความร้อนจะกรอบขึ้น บี้เปลือกถั่วออก แล้วฝัดเอาเปลือกถั่วออกให้หมด (ขั้นตอนนี้เด็ก ๆ ชอบนัก แต่ระวังจะเหลือถั่วไม่เท่าเดิม เพราะหกไปบ้าง หรืออยู่ในท้องเด็ก ๆ บ้าง)

เมื่อผึ่งมะพร้าวและถั่วให้คลายความร้อนจนเย็นสนิท ให้เก็บใส่โหลไว้ แล้วปิดฝาให้สนิท ก็จะเก็บได้นาน

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ใบห่อเมี่ยง

แม่จะใช้ใบไม้อยู่ 3 ชนิด คือ ใบทองหลาง ใบชะพลู และใบมะยม ในการห่อเมี่ยง ใบทองหลางให้รสชาติออกมัน ๆ ใบชะพลูมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนใบมะยมก็มีรสชาติดี ออกเปรี้ยว แต่น่าเสียดายที่ใบมะยมมีขนาดเล็ก ห่อเมี่ยงคำได้เพียงคำเล็ก ๆ เท่านั้น นอกเหนือจากใบไม้ 3 ชนิดนี้ บางทีก็เห็นคนใช้ใบคะน้า ใบกลีบบัวแดง มาห่อเมี่ยงเช่นกัน 

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

ทานอย่างไร ทานกับใคร

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ นำเครื่องเมี่ยง ใบเมี่ยง และน้ำเมี่ยง มาจัดวางในจานให้สวยงามพร้อมทาน หยิบใบไม้มาพับเป็นกรวย แล้วใส่เครื่องเมี่ยงอย่างละนิดลงไป จากนั้นราดด้วยน้ำเมี่ยง ห่อเป็นคำ แล้วนำเข้าปากเคี้ยวไปพร้อม ๆ กัน จะได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว

เมี่ยงคำเป็นของว่างที่นิยมทานด้วยกันหลาย ๆ คน เพราะสนุกและอร่อยกว่า ถือเป็นอาหารผูกสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้านและในหมู่เพื่อนได้เป็นอย่างดี

มานั่งล้อมวงทานเมี่ยงคำกันค่ะ

ลูกสาวบันทึกสูตรเมี่ยงคำของแม่ ของว่างโบราณในความทรงจำที่ชวนเพื่อนและครอบครัวมากินด้วยกัน บังอร ริ้วบำรุง

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

บังอร ริ้วบำรุง

คุณยายอร เติบโตและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ริมน้ำท่าจีน ชอบแต่งตัวสวย ๆ ชอบเข้าสวนไปเก็บเมล็ดพันธ์ุดอกไม้ เพาะไปเรื่อย ๆ ชอบทำขนมด้วยเตาถ่าน ตำแหน่งปัจจุบัน คนจัดดอกไม้และแม่ครัวขนมประจำร้าน Little Tree

ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง

จบคณะโบราณคดี ศิลปากร เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นครู และ เลือกเป็นครูของลูกด้วยการทำบ้านเรียน ปัจจุบันก็ยังเลือกเป็นครูพาเด็กๆเก็บผัก เก็บดอกไม้ใบไม้ มาทำขนม ทำงานศิลปะ

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load