“คุณพ่อชอบใครมากที่สุดใน The Beatles”

“ตอบไม่ได้หรอก” คุณพ่อหัวเราะ “เราชอบคนละอย่าง เรื่องคาแรกเตอร์ชอบ จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) เขามีคาแรกเตอร์ที่สุขุม ฮิปปี้ เรื่องความคิดชอบ จอห์น เลนนอน (John Lennon) ชอบความคิดทางการเมือง มีความขบถ ความฉลาดต้องเป็น พอล แม็กคาร์ตนีย์ (Paul McCartney) เขาฉลาด เขาอ่านหนังสือเยอะ ส่วน ริงโก สตาร์ (Ringo Starr) ชอบความตลก แต่น่าสงสาร เพราะคนจะคิดถึงริงโกหลังสุด”

เรารู้อย่างแน่ชัดตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าบ้านของครอบครัวฉัตรกุล ณ อยุธยา ว่าบ้านนี้คือแฟนคลับตัวยงของ The Beatles และที่รู้มาว่า คุณพ่อป๊อก-ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา เป็นนักสะสมของทุกอย่างเกี่ยวกับวงดูเหมือนจะน้อยเกินไป

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

ถ้าบอกว่านี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Beatles เราก็คงจะเชื่อสนิท มันเป็นมากกว่าบ้านนักสะสมรวมของอย่างแผ่นเสียง หนังสือ หรือของที่ระลึก เพราะหลายอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อมาได้ทั่วไป ทั้งใบไม้แห้งจากบ้านของสี่เต่าทองในลิเวอร์พูล หรือรูปคู่กับสมาชิก The Beatles คนที่ 5 ในทางกลับกัน ของที่คุณพ่อมีก็ไม่ใช่ของหายากราคาแพง แต่เป็นสิ่งที่คุณพ่อลงมือทำเองกับมือจากความหลงใหล อย่างงานอาร์ตบนบันได The Beatles Song Garden ที่ปรับปรุงจากที่ร้างข้างบ้าน และทางม้าลายสีรุ้งหนั้ารั้วที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Abbey Road 

ก่อนอื่นขอชวนทุกคนเปิดเพลงจาก Let It Be อัลบั้มโปรดของคุณพ่อป๊อกคลอไปด้วย แล้วไปอ่านเรื่องราวของนักสะสมคนนี้พร้อมๆ กัน

Love, Love Me Do

คุณพ่อเริ่มรู้จักสี่เต่าทองตั้งแต่สมัยยุค 1970 ตอนที่ยังเรียนมัธยมอยู่ โดยได้รับอิทธิพลมาจากพี่ข้างบ้านและนักจัดรายการเพลงรุ่นแรกๆ ที่เป็นเพื่อนของพ่อ เพลงแรกๆ ที่ได้ฟังคือ Love Me Do และ She Loves You

“เพลงเขาเพราะ แล้วก็สนุก เรารับ The Beatles อ้อมมาจากฝั่งอเมริกา เพราะเป็นช่วงที่อเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทย พอ The Beatles ไปดังที่อเมริกา แล้วถึงจะมาดังที่ไทย ไม่ใช่ดังโดยตรงมาจากที่อังกฤษ ตอนแรกก็เริ่มจากความชอบแบบคนทั่วไป เขาดูเท่ วงนี้ดังมาพร้อมๆ กับ The Rolling Stones แต่จะเป็นแนวเรียบร้อย ใส่สูท พวกผู้ใหญ่ก็จะชอบเขา คาแรกเตอร์ของเขาก็พัฒนาเรื่อยๆ จากบอยแบนด์มาจนถึงตอนวงแขก เขาเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่บอยแบนด์แบบเดิมแล้ว เขามีความขบถ มีการต่อต้านสังคม อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคม อยากมีส่วนร่วม”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

คุณพ่อเล่าให้เราฟังพลางเปิดหนังสือดนตรีที่พูดถึงวง The Beatles ครั้งแรกๆ มันเป็นคอลัมน์ที่พูดถึงอนาคตของดนตรี คาดการณ์ความสำเร็จของวงต่างประเทศที่เข้ามาในบ้านเรา

“The Beatles พ่อนักร้องสี่เกลอหัวแข็ง ไม่มีวันจะมาฮิตในเมืองไทยได้” เนื้อความในหนังสือเขียนไว้แบบนั้น

ผู้เขียนคนนั้นประเมินผิด

เพลงของ The Beatles โด่งดังต่อเนื่องทั่วโลกแม้จะยุบวงไปแล้ว ด้วยผลงาน 12 อัลบั้มเต็ม อีพี และซิงเกิ้ลอีกนับไม่ถ้วน คุณพ่อชื่นชมเขาในฝีมือ ความทุ่มเท และผลงานที่ออกมาไม่ขาดสาย และก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรีแบบนั้น จนถึงขั้นไปเจรจากับพ่อว่าอยากหยุดเรียนเพื่อเล่นดนตรีในตำแหน่งมือเบส แต่พ่อไม่อนุญาต

“เป็นมือเบสเหมือนพอล แม็กคาร์ตนีย์ เลย” – เราว่า

“ใช่ แต่เราเล่นมือขวา”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

I’ll Send All My Loving to You

เพราะเติบโตมาในครอบครัวตระกูลเก่าแก่ มีคุณย่าเป็นนักเก็บของผู้ไม่เคยทิ้งอะไรเลยสักชิ้น คุณพ่อจึงถูกปลูกฝังว่า ถ้าชอบอะไรต้องไปให้ลึก ต้องเก็บ ต้องสะสม เวลาชอบอะไรจึงพยายามหาความรู้ผ่านแง่มุมต่างๆ ให้ได้มากที่สุด 

“สมัยก่อนไม่มีอินเทอร์เน็ต ต้องไปหาซื้อหนังสือ เราเป็นคนชอบประวัติศาสตร์อยู่แล้ว พอเริ่มทำงานก็เริ่มหาของมาเก็บ เจออะไรเกี่ยวกับ The Beatles ต้องหามาเก็บไว้ แล้วเราก็ชอบเขียนรูปด้วย แต่เขียนอยู่อย่างเดียวคือ The Beatles กับรูปครอบครัว”

ของสะสมชิ้นแรกของคุณพ่อคือหนังสือเพลง มีทั้ง I.S. Song Hits, Current Song Hits หรือถ้ามีนิตยสารเพลงฉบับพิเศษสำหรับ The Beatles โดยเฉพาะ ก็ต้องซื้อมาเก็บไว้ จนขยับมาเป็นของกระจุกกระจิกอย่างตุ๊กตา ผ้า พรม ตามด้วยเทป แผ่นเสียงที่คุณพ่อตามเก็บครบทุกอัลบั้ม ไปจนถึงเครื่องดนตรีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวงนี้

“ถ้าแต่ก่อนจะซื้อของสะสมที่คลองถม ที่ตลาดนัดจตุจักร ต้องค่อยๆ เดิน โชคดีก็เจอ ถ้าเป็นหนังสือเพลง เจอจะซื้อเลย เพราะชอบหนังสือเพลง อย่างแผ่นเสียงก็มีร้านประจำชื่อ เจ๊หมวย คนจะไปแย่งซื้อกัน เจ๊หมวยแกอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลยนะ แต่จำได้หมดว่าแผ่นนี้ของใคร คือใคร จนตอนหลังเจ๊หมวยก็เลิกกิจการไป อย่างตลาดจตุจักร เมื่อก่อนมีร้านหนึ่งทำรูปปั้น เพราะเจ้าของร้านชอบ The Beatles เหมือนกัน”

ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ คุณพ่อจะต้องหาเวลาไปดูของเก่าเพื่อเลือกซื้อของสะสมมาเก็บไว้ และก็เหมือนแฟนคลับของวงคนอื่นๆ ที่มีสหราชอาณาจักรเป็นหมุดหมายหนึ่งของการเดินทางในชีวิต ครั้งแรกที่เขาได้ไปยังบ้านเกิดของสี่เต่าทองนั้น คุณพ่อทำตารางของตัวเองอย่างตั้งใจ โดยมีแผนการเดินทางไปสามเมืองใหญ่ 

ลิเวอร์พูล บ้านเกิด 

ลอนดอน เมืองที่ทำให้มีชื่อเสียง

และแมนเชสเตอร์ ที่ที่พวกเขาเคยไปเล่นคอนเสิร์ตหลายต่อหลายครั้ง

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

It’s Been A Hard Day’s Night

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีนับตั้งแต่ที่ The Beatles ออกอัลบั้มสุดท้ายร่วมกันทั้งสี่คน บรรยากาศในเมืองลิเวอร์พูลก็ยังมีเรื่องราวของพวกเขาซ้อนไว้ทุกหนทุกแห่ง ในผับ บนถนน หรือแม้กระทั่งบทเพลงของนักดนตรีเปิดหมวก
หลังจากที่ลูกสาว (ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ Juli Baker and Summer) ไปเที่ยวลิเวอร์พูลช่วงที่ไปเรียนต่อ ก็กลับมาบอกพ่ออย่างหนักแน่นว่า ‘พ่อต้องไปให้ได้’

“มันเหมือนเราได้ย้อนไทม์แมชชีนไปเลย ได้ไปเจอคนรุ่นเดียวกันจากทั่วโลก สำหรับแฟนคลับได้มาครั้งหนึ่งก็นอนตายตาหลับแล้ว

“ก่อนไปเรารีเสิร์ชเลยว่าจะเริ่มตรงไหนดี ที่ไหนเป็นประวัติศาสตร์ของวง เราจะไปให้ครบ เช่น จุดนี้คือจุดที่พอลเจอกับจอห์นครั้งแรกนะ หลุมศพในโบสถ์นี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งเพลง Eleanor Rigby นะ ที่นี่อยู่ในเพลง Strawberry Fields Forever นะ เขามี Walk Tour ที่ไกด์จะนำเราไปตามจุดต่างๆ เราไปกับเขาก่อน แล้วถ้าอยากเจาะลึกค่อยไปทีหลัง”

เพราะทริปนั้นเองที่ทำให้คุณพ่อมีของสะสมมากขึ้นเป็นกอง หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เราตื่นเต้นที่จะเล่ามากที่สุด มันคือใบไม้และกิ่งไม้แห้งที่คุณพ่อบรรจงเก็บมาจากบ้านของจอห์น พอล จอร์จ และริงโก ก่อนจะนำกลับมาเมืองไทยใส่ขวดโหลอย่างประณีต 

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เหมือนเมื่อกี้ที่บอกไปว่าริงโกน่าสงสาร คนคิดถึงหลังสุด แต่มีหนังหลายเรื่องที่ตัวละครบอกว่าชอบริงโกกัน อย่าง (500) Days of Summer น้องป่านชอบเรื่องนั้น เลยติดเข็ม I Love Ringo Starr ไป Beatles Tour ทีนี้คุณลุงที่เป็นไกด์เขาเห็น พอไปถึงบ้านริงโก เขาก็เอาค้อนไปทุบกำแพงบ้าน แล้วให้เศษอิฐน้องป่านมาก้อนหนึ่ง เป็นของที่ระลึกสำหรับคนที่รักริงโก พอตาเรา เราก็เตรียมเลยว่าจะไปเก็บของที่ระลึกมาบ้าง” เขาหัวเราะพร้อมหยิบขวดโหลที่ว่ามาให้ดูใกล้ๆ

Oh, I Believe in Yesterday

ของสะสมของคุณพ่อมีราคาตั้งแต่หลักสิบ ไปจนของทำมือที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ อย่างรูปวาด บอร์ดไทม์ไลน์ชีวิตของวง ภาพฝาผนัง อูคูเลเล่และกีตาร์เพนต์ลายเอง บันไดบ้านที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ การตกแต่งทั้งภายนอกและภายในบ้านที่มีเนื้อเพลงและรูปของ The Beatles ซ่อนอยู่ Beatles Park และ The Beatles Song Garden ที่ดัดแปลงจากพื้นที่รกร้างข้างบ้านมาทำให้มีความหมายและน่ามองมากยิ่งขึ้น

ถามสมาชิกในบ้าน ต่างก็บอกคุณพ่อทำเองทั้งหมด

อัลบั้มโปรดของคุณพ่อคือ Let It Be แม้ใครจะมองว่า Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band คืออัลบั้มที่เห็นพัฒนาการของวงมากที่สุด และเขาไม่เคยคิดว่า โยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) เป็นสาเหตุให้วงแตกเหมือนที่หลายทฤษฎีว่ากัน

“เพราะว่าเขาเก่งกันทุกคน มันถึงเวลาหนึ่งเขาอิ่มตัวแล้ว เราจะเห็นว่าเขาเริ่มเป็นตัวของตัวเอง แต่ละคาแรกเตอร์ ความสามารถของแต่ละคนไม่สามารถทำให้เขาอยู่ด้วยกันต่อไป ความสนใจแตกต่างกันด้วย และสไตล์เพลง เขาเริ่มทะเลาะกันเริ่มบอกว่าจะเอาเพลงใครใส่ในอัลบั้ม อย่างพอแยกวง ปรากฏว่าจอร์จได้ออกอัลบั้มเร็วกว่าเพื่อน เพราะเพลงเขาได้อยู่ในอัลบั้มแค่เพลงสองเพลงต่ออัลบั้มเอง”

คุณพ่อเล่าเรื่องบีทเทิลคนที่ 5 ให้เราฟังต่ออย่างมีความสุข พร้อมเดินนำเราไปยังชั้นหนังสือที่ซ่อนของสะสมอันเป็นที่รักไว้หลายชิ้น เขาชี้ให้เราดูสวน The Beatles ที่ทำเองกับมือทุกขั้นตอนนอกหน้าต่าง และการเลือกของรักมาแค่ไม่กี่ชิ้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของห้อง ก็มีของสะสมวางเรียงรายเต็มไปหมด
แต่คุณพ่อได้พยายามอย่างเต็มความสามารถ คัดเลือกของ 8 ชิ้นต่อไปนี้

The Beatles : Yesterday and Today

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อัลบั้มนี้หายาก ตามหามานานกว่าจะได้ เป็นอัลบั้มที่โดนแบนเพราะมีภาพรุนแรง พอโดนแบนก็มีการเปลี่ยนหน้าปก แต่อันนี้น้องป่านได้มาจากประเทศอิตาลี”

รูปคู่กับพีท เบสต์

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“ตอนไปทัวร์ย้อนรอย The Beatles เมื่อสามปีก่อน เราไปเดินที่ Matther Street ซึ่งเป็นที่ตั้งของ The Cavern Club ผับที่วงเคยไปแสดง เราเดินสวนกับ พีท เบสต์ (Pete Best) เขาเป็นมือกลองรุ่นก่อนที่ริงโก สตาร์ จะเข้าวง เขาโดนเชิญให้ออกเพราะโปรดิวเซอร์ไม่ค่อยพอใจกับฝีมือ แล้วจากที่ศึกษามา เหมือน The Beatles อีกสามคนก็ไม่ค่อยชอบเขา เพราะเขาหล่อมาก ได้รับความนิยมที่สุดในวง แฟนคลับเยอะ นอกจากนี้ เขายังไม่ยอมทำผมทรง Mop Top แบบคนอื่น

“ตอนเจอกันเราจำเขาได้เพราะเคยดูสารคดี เข้าไปทัก เขาก็ดีใจมาก ถ่ายรูปคู่เก็บไว้ เขากำลังจะทำพิพิธภัณฑ์ The Beatles Museum ของตัวเอง แต่ตอนเราไปยังไม่เปิด กำลังตกแต่งอยู่ แล้วปีถัดมาเขาก็เปิดจริง”

หนังสือ Lennon Legend

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“ถ้าถามถึงหนังสือที่ชอบมากที่สุดเล่มแรกของ The Beatles จริงๆ เราชอบเล่มนี้ เล่มนี้ได้มาจากคลองถมนานแล้ว เป็นประวัติของเลนนอน เป็นเล่มแรกๆ ที่ผมเจอหนังสือที่รายละเอียดเยอะๆ มีแผ่นเสียงข้างใน มีผลการเรียน มีโปสเตอร์ ตอนหลังๆ หนังสือแบบนี้คนทำกันเยอะ”

The Beatles Timeline Board

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้เป็นไทม์ไลน์ที่เราทำเอง ทำมาตั้งแต่ตอนอยู่บ้านเก่า จะเห็นตั้งแต่จอห์นเจอกับพอลวันที่ 6 เดือน 7 ได้เล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในฐานะวง The Quarrymen จนแยกวงใน ค.ศ. 1970 มันเป็นประวัติศาสตร์เล่าเรื่องราวของ The Beatles ที่เราค่อยๆ ทำไป มีแม่เหล็ก มีตั๋วที่เขาทำจำลองขึ้นมามาติดไว้ด้วย”

Song Parade หนังสือดนตรีที่พูดถึงสี่เต่าทองครั้งแรก

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เล่มที่ภูมิใจคือเล่มนี้ ที่เขาพูดถึง The Beatles เป็นครั้งแรก เขาบอกว่าจะไม่ดัง” คุณพ่อหัวเราะ

หนังสือทำมือ

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้ทำเองตั้งแต่เมื่อสี่ห้าเดือนที่แล้ว ตั้งใจจะเอาไปให้ผู้ที่เป็นแฟน  The Beatles เป็นประวัติวงตั้งแต่ที่ยังเป็นวง The Quarrymen มีรูปโบสถ์ที่เขาแสดง บ้านที่ฮัมบูร์ก แล้วก็ The Cavern Club จนมายุค ‘Beatlemania’ ที่คนคลั่งเขามากๆ มีเรื่องตอนไปอเมริกา และ The Beatle คนที่ 5 มีหน้าหนึ่งรวมผู้หญิงของ The Beatles”

The Beatles กับประชาธิปไตย

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้เป็นภาพ Abbey Road ที่เราวาดเอง เราชอบเรื่องประชาธิปไตย ไม่ชอบเผด็จการทหาร เลยเอาสองเรื่องที่ตัวเองชอบมารวมกัน จะเห็นว่าแบกกราวนด์มีรถถัง มีโซ่ล้อมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้”

The Beatles Song Garden

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

ของชิ้นนี้ใหญ่กว่าชิ้นอื่น เพราะเป็นพื้นที่ข้างบ้านที่ว่างไม่ได้ทำอะไร

“เดิมที่ข้างๆ บ้านเป็นที่ว่าง แล้วคนชอบเอาขยะมาทิ้ง เรามาคิดว่าจะทำยังไงให้มันสวย คนจะได้ไม่เอาขยะมาทิ้ง ก็เลยทำเป็นสวนขึ้นมาชื่อ The Beatles Song Garden ซึ่งอิฐที่วางไว้แต่ละอันจะมีชื่อเพลงของวงอยู่ เขามีเพลงทั้งหมดสองร้อยสิบสามเพลง เราเขียนไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่ครบ

“หลังจากนั้นก็ไม่มีคนเอาขยะมาทิ้งอีก เราก็ทำไปเรื่อยๆ กำแพงข้างบ้านก็เพนต์เหมือนกัน เพราะเจ้าของที่ชอบมาก หลานบ้านข้างๆ ก็อยากให้ไปเพนต์กำแพงบ้านให้ ก็บอกไป ถ้าจะวาด จะวาดแต่ The Beatles อย่างเดียว”

There Will be an Answer, Let It Be

ความชอบของคุณพ่อส่งต่อมายังป่าน ลูกสาวในวัยเลขสองที่หลงรักวงดนตรีรุ่นปู่เป็นชีวิตจิตใจ เวลาใครไปไหนเจออะไรก็จะซื้อกลับมาฝากอีกฝ่าย

“ตอนเขาเล็กๆ เขาไม่ชอบ เราก็ฟังตามใจเขาบ้าง แต่สุดท้ายก็วนมาฟังเพลงในเพลย์ลิสต์เราอยู่ดี พอวันหนึ่งเขาเริ่มมาตั้งใจฟังแล้วก็ชอบ เพลงที่ถูกใจเขาแรกๆ น่าจะเป็นเพลงของพอล รู้สึกจะเป็น Here, There and Everywhe

จากเพลย์ลิสต์เพลงเก่าของพ่อ กลายเป็นความสนใจที่ของสองพ่อลูกแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้เราจึงเห็นองค์ประกอบบางอย่างเกี่ยวกับ The Beatles ในงานของป่าน ขณะที่คุณพ่อป๊อกก็ยังใช้ฝีแปรงแต่งเติมส่วนต่างๆ ในบ้านอยู่ทุกวัน

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

“ถ้างานไหนป่านไม่ว่าง ให้พ่อทำแทนได้เลย” ป่านที่เดินมาแวะทักทายพูดติดตลก

รั้วของบ้านครอบครัวฉัตรกุล ณ อยุธยา ปกคลุมด้วยเฉดสีนับร้อยและเนื้อเพลงของวง The Beatles พร้อมจิตรกรรมฝาผนังฝีมือคุณพ่อ และสองพ่อลูกยังตั้งใจจะทำหนังสือด้วยกันในเร็ววันนี้

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เราเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรจะให้เวลากับมัน สิ่งที่เราทำทำให้คนอื่นรู้จักวง The Beatles มากขึ้น เพราะเขามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ดนตรี

“ส่วนของสะสมก็ยังหาอยู่เรื่อยๆ มีความคิดอยากให้ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์ดนตรีเหมือนที่เราไป The Beatles Story ที่ลิเวอร์พูล เราอยากเห็นพิพิธภัณฑ์ดนตรีของไทย อาจจะเริ่มตั้งแต่สุนทราภรณ์ในช่วงสงครามโลก ไล่มาถึงยุคฮิปฮอป อาจจะมีจำลองสถานที่เที่ยวสมัยคุณปู่อย่างไนต์คลับโลลิต้า วังสราญรมย์ เหมือนที่ The Beatles Story จำลองผับที่สมาชิกพบกันครั้งแรก”

คุณพ่อลุกขึ้นไปหยิบคอสตูมจากปกอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club มาสวมตามคำขอของเรา คอสตูมสีสดที่เพิ่งซื้อจาก Alibaba เมื่อไม่นานมานี่

“จริงๆ มีสี่ชุด ตอนนี้เรามีสอง ค่อยๆ ซื้อเก็บไป”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ แจ้งเกิดในวงการหนังสือของไทยเมื่อ พ.ศ. 2539 หรือ 26 ปีมาแล้ว ด้วยผลงานเล่มแรกชื่อ ความรักที่มาทางไปรษณีย์ จากนั้นวินนี่ เดอะปุ๊ หรือลุงหมีปุ๊ของแฟนหนังสือและหลาน ๆ ก็สร้างผลงานเขียนเผยแพร่แก่ผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยให้เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลนราธิปประจำปี 2564 ซึ่งมอบให้แก่นักเขียนอาวุโสที่อายุถึง 75 ปี

ลุงหมีปุ๊ทำงานหลักทางด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศ เมื่อตอนที่เปิดเผยตัวตนว่าคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติวัย 50 ปี (และปีถัดมาก็ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติ) สร้างความแปลกใจให้คนที่รับรู้กันมาก เพราะ ดร.ชัยวัฒน์ มีชื่อเสียงว่าเป็นคนทำงานจริงจังและค่อนข้างดุ แต่นักเขียนวินนี่ เดอะ ปุ๊ กลับชอบเขียนเรื่องเล่าแบบเบา ๆ อ่านง่าย สอดแทรกทั้งความรู้และอารมณ์ขัน

ลุงหมีชี้แจงว่า ใช้นามปากกา วินนี่ เดอะ ปุ๊ เพื่อเขียนหนังสือเพราะชื่นชอบหนังสือเรื่อง Winnie the Pooh เป็นพิเศษ จึงนำชื่อเจ้าหมีผู้มีจิตใจดี แต่มักทำเรื่องเปิ่น ๆ ขำขันอยู่เสมอตัวนี้มาผสมกับชื่อเล่นปุ๊ของตัวเอง ทำให้หมีปุ๊เกี่ยวดองกับหมีพูห์ไปในตัว

Winnie the Pooh จัดเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กระดับคลาสสิก แต่งโดยนักเขียนอังกฤษชื่อ เอ. เอ. มิลน์ (A. A. Milne) เมื่อ ค.ศ. 1926 หรือ 96 ปีมาแล้ว เป็นหนังสือที่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็ก ๆ อ่านเหตุการณ์เล่นสนุกหรือการผจญภัยของหมีพูห์กับผองเพื่อนตุ๊กตาหมีอย่างเพลิดเพลิน แต่ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่จะพบว่าผู้เขียนได้ซ่อนนัยยะไว้ในเรื่องให้ผู้อ่านค้นพบมุมมองและความขำขันแบบลึก ๆ ไว้มากมาย จึงมีนักเขียนและนักวิชาการนำเรื่องราวของหมีพูห์มาเขียนตีความ หรือเขียนแต่งต่อให้ผู้อ่านผู้ใหญ่ได้ความสนุกสนานในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น เรื่องของหมีพูห์จึงเป็นนิยายอมตะ ส่งต่อความชื่นชอบจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นถัดไปได้ตลอดมา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของหมีพูห์คนหนึ่ง ลุงหมีจึงจัดทำมุมหนังสือเล็ก ๆ สะสมหนังสือหมีพูห์ในเวอร์ชันต่าง ๆ รวมทั้งหนังสือที่นักเขียนคนอื่นแต่งหนังสือเพื่อเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย อาทิ อาจารย์ด้านวรรณกรรมแต่งหนังสือเพื่อล้อเลียนนักวิจารณหนังสือ ที่มักจะตีความหนังสือให้ลึกลงไปเกินความตั้งใจของผู้เขียน คือ หนังสือชื่อ The Pooh Perplex กับ Postmodern Pooh

อาจารย์ด้านศาสนาเขียนหนังสือเปรียบเทียบพฤติกรรมของหมีพูห์และเพื่อน ๆ ว่าสอดคล้องกับลัทธิเต๋า ได้แก่ หนังสือ The Tao of Pooh และยังมีมุมมองในแง่ของความลี้ลับของจักรวาล (Pooh and the Millennium) หมีพูห์ในมุมมองการบริหารจัดการ (Winnie-The-Pooh on Management and Problem Solving) นอกจากนั้นยังมีผู้พยายามเขียนเรื่องราวของหมีพูห์ภาคต่อจากต้นฉบับด้วย (Sequel) ได้แก่เรื่อง Return to the Hundred Acre Wood

เวลาเราสะสมอะไร ควรหาความรู้เกี่ยวกับของสะสมเหล่านั้นด้วย เพราะจะทำให้ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และวิธีการคิด มากกว่าเพียงสะสมเป็นของสวยงาม

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ลุงหมีเองก็ร่วมวงเล่นสนุกกับหมีพูห์ด้วย โดยเขียนหนังสือชื่อ ‘เรื่องหมีหมี’ ออกมาใน พ.ศ. 2544 โดยทำเป็นหนังสือ Two-in-One คือมี 2 เรื่องในเล่มเดียวกัน เรื่องหนึ่งคือ เพื่อนผองของหมีพูห์ เป็นการแนะนำหนังสือเรื่องหมีพูห์ผ่านจดหมายที่หมีปุ๊เขียนไปคุยกับหมีพูห์ ส่วนเรื่องที่สอง คือ เรื่องเล่าจากคนรักหมี เป็นการแนะนำตัวละครหมีในวรรณกรรมเล่มอื่น ๆ 

เล่มนี้เป็นความภูมิใจของลุงหมี เพราะเป็นเล่มที่เขียนเอง และรูปเล่มก็ออกแบบอย่างลงตัว เป็นหนังสือที่ระลึกสำหรับคนรักหมีได้

ภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ใช้ตุ๊กตาหมีต่าง ๆ ที่ลุงหมีสะสมไว้มาเป็นตัวแสดง การที่ทำหนังสือให้อ่านได้ทั้งจากข้างหน้าและข้างหลัง (เพราะเป็นคนละเรื่อง) ทำให้มีเรื่องขำขันเกิดขึ้นตอนเปิดตัวหนังสือโดยลุงหมีไปนั่งแจกลายเซ็น มีแฟนคลับคนหนึ่งถือหนังสือมาขอลายเซ็น 2 เล่ม บอกว่าพลิกดูแล้วน่าอ่านทั้ง 2 เรื่อง เมื่อลุงหมีบอกว่าความจริงเป็นเล่มเดียวกันแต่มี 2 ปก เขาหัวเราะชอบใจ บอกว่ายังไงก็ขอลายเซ็นทั้ง 2 เล่ม และจะเอาไปฝากเพื่อนเล่มหนึ่ง

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมี Winnie the Pooh เป็นตัวละครจากหนังสือที่ชาวอังกฤษภาคภูมิใจ จึงได้ขึ้นไปอยู่บนแสตมป์ของประเทศอังกฤษมาแล้ว แต่เมื่อปีที่แล้วนี้เองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหมีพูห์มีอายุครบ 95 ปี ทางการอังกฤษได้จัดทำเหรียญที่ระลึกหมีพูห์ออกเผยแพร่ โดยมีแผ่น Pop-up ให้แฟน ๆ ได้เก็บรูปและเรื่องราวไว้เป็นของสะสมเพิ่มเติม อีกทั้งมีนักเขียนคนหนึ่งแต่งหนังสือเล่าประวัติหมีพูห์ย้อนหลังไปถึงช่วงเวลาก่อนที่จะมาเป็นตัวละครเอกในหนังสือคลาสสิกของ เอ. เอ. มิลน์ ตั้งชื่อเรื่องว่า Winnie-the-Pooh: Once There Was a Bear (เรื่องลักษณะนี้เรียกว่า Prequel ลุงหมีขอแอบวิจารณ์ว่า อ่านยังไงก็ไม่สนุกแบบเรื่องต้นแบบของมิลน์)

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

ในหนังสือ เรื่องหมีหมี ซึ่งลุงหมีเขียนไว้นั้น ได้แนะนำตัวละครหมีมีชื่อจากวรรณกรรมเด็กของอังกฤษอีกตัวหนึ่ง คือ หมีแพดดิงตัน (Paddington Bear แต่งโดย ไมเคิล บอนด์ เมื่อ ค.ศ. 1958 หรือ 64 ปีมาแล้ว) หมีแพดดิงตันเกิดที่ประเทศเปรู แต่อยากออกมาผจญภัยในโลกกว้าง จึงเดินทางมากับเรือเดินทะเล ขึ้นบกที่นครลอนดอน แล้วหลงทางไปไหนไม่ถูกอยู่หน้าสถานีรถใต้ดินแพดดิงตัน จนมีครอบครัวอังกฤษใจดีรับไปอุปถัมภ์ไว้ ด้วยความที่ไม่ได้เกิดในอังกฤษ หมีแพดดิงตันจึงไม่เข้าใจวิถีชีวิตและประเพณีของชาวอังกฤษ จึงทำเรื่องวุ่นวายแบบขำขันอยู่เสมอ หนังสือชุดหมีแพดดิงตันได้รับความนิยมจากชาวอังกฤษระดับน้องของหนังสือหมีพูห์

ในปีนี้เองหมีแพดดิงตันได้สร้างวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ชนิดเรียกว่าจารึกประวัติศาสตร์ทีเดียว คือได้รับเลือกให้เป็นตัวละครในคลิปพิเศษจัดทำโดยพระราชวังบักกิงแฮม ในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในคลิปที่สนุกสนานและสร้างความแปลกใจให้คนดูชิ้นนี้ หมีแพดดิงตันได้รับเชิญเป็นแขกมาร่วมดื่มน้ำชากับพระราชินีเป็นการส่วนพระองค์ แน่นอนว่าเจ้าหมีโชคดีตัวนี้ก็ทำอะไรเปิ่น ๆ ออกมาตามเคย แต่จบท้ายด้วยการใช้ช้อนเคาะจังหวะกับถ้วยน้ำชาในเพลง We Will Rock You ของวง Queen ให้เข้ากับการรัวกลองของวงดุริยางค์กองรักษาพระองค์ที่หน้าพระราชวังนี่เอง

ก่อนหน้านี้เมื่อ ค.ศ. 2012 ในโอกาสพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน สมเด็จพระราชินีฯ ทรงเล่นสนุกให้ชาวโลกชื่นชมด้วยการเผยแพร่คลิปทรงเดินทางไปทำพิธีเปิดงานที่สนามกีฬา โดยมี เจมส์ บอนด์ 007 มาที่วัง เพื่อรับพระองค์เสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปสนามกีฬา

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ
อุ้มหมีมหาวิทยาลัย Williams และ MIT ที่รุ่นน้องเอามาฝาก

ตุ๊กตาหมีของอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากพอควรอีกตัวหนึ่งคือ Me to You Bear ซึ่งลุงหมีชอบเรียกว่าหมีปุปะ รูปวาดของหมีตัวนี้เริ่มปรากฏให้เห็นในการ์ดอวยพรของบริษัท Carte Blanche เมื่อ ค.ศ. 1987 และปรับปรุงรูปแบบอยู่เรื่อย ๆ จนใน ค.ศ. 1995 บริษัทได้ปรับแต่งภาพลักษณ์หมีตัวนี้ให้เป็นแบบที่คนสะสมกันในปัจจุบัน คือเป็นตุ๊กตาหมีที่มีรอยปุปะหลายแห่ง ขนสีเทา จมูกสีฟ้า และสลักคำว่า Me to You ที่ฝ่าเท้า โดยมีการแต่งเรื่องเล่าที่มาของหมีตัวนี้ว่า เดิมเป็นตุ๊กตาหมีที่ถูกเจ้าของโยนทิ้งกองขยะในช่วงที่หิมะกำลังตก ต่อมามีเด็กหญิงใจดีไปพบเข้า จึงเก็บมาเลี้ยงที่บ้านโดยให้คุณแม่ช่วยเย็บซ่อมแซมจุดที่ขาดวิ่นบนลำตัว แต่ด้วยหมีตัวนี้ถูกทิ้งอยู่กับความหนาวเหน็บของหิมะ จึงทำให้ขนบนตัวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเทา และจมูกเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีฟ้า นับว่าน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง ลุงหมีมีรูปหมีตัวนี้ให้ดูพร้อมทั้งหนังสือเล่มจิ๋วเล่าประวัติของหมีตัวนี้

รวมของสะสมหมีพูห์ระดับแฟนพันธุ์แท้ของ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ

หมีพูห์ หมีแพดดิงตัน และหมีปุปะ จึงเป็นหมีอังกฤษ 3 เจนเนอเรชันที่เป็นความน่าภาคภูมิใจของหมี ๆ ทั้งหลาย

เมื่อลุงหมีได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับหมีน่ารักทั้งหลายไปหลายเล่ม ก็ขยายความเอ็นดูหมีไปสู่การสะสมตุ๊กตาหมี (ทำให้ลุงหมีเรียกตัวเองว่าคนรักหมีได้) เริ่มต้นด้วยการหาซื้อตุ๊กตาหมีแบบนิ่ม ๆ น่ากอดที่เรียกว่าเทดดี้แบร์ (Teddy Bear) มาให้ลูกสาวเล่นสนุก 

ที่สะสมส่วนหนึ่งเพื่อให้ลูกเล่น แต่อีกส่วนหนึ่งตัวเองชอบเอง ลูกหลานของลุงหมีจึงเติบโตมากับตุ๊กตาหมี

พอมีมากตัวขึ้น ก็จัดเล่นเกมตั้งชื่อและช่วยกันแต่งเรื่องราวครอบครัวหมีกัน การสะสมเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อลุงหมีชอบมองหาตุ๊กตาหมีน่ารักจากประเทศต่าง ๆ ที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนจากการทำงาน เรียกว่าหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาเชียว หลังจากมีตุ๊กตาหมีขนาดกลางและใหญ่นั่ง ๆ นอน ๆ ในมุมต่าง ๆ ของบ้านหลายสิบตัวจนเริ่มหาที่เก็บยากขึ้น ลุงหมีจึงปรับวิธีสะสมตุ๊กตาหมี คือ มองหาตุ๊กตาขนาดเล็กและจิ๋ว รวมทั้งหมีที่ทำจากวัสดุต่าง ๆ มีทั้งขนสัตว์นุ่ม แก้ว ไม้ ยาง ดินเหนียว และพลาสติก มาเก็บสะสม โดยจัดทำตู้โชว์ไว้เก็บตุ๊กตาหมีเล็กไว้ที่เดียวกัน  

การที่นักเขียน วินนี่ เดอะ ปุ๊ ชอบเขียนเล่าเรื่องราวหมีจากหนังสือต่าง ๆ และชอบสะสมตุ๊กตาหมีด้วย ทำให้คนคุ้นเคยและแฟนคลับทั้งหลายมักหาตุ๊กตาหมีมามอบให้เป็นของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ จำนวนหมีที่สะสมไว้จึงเพิ่มเป็นหลักร้อย 

จึงขอแนะนำคนที่อยากจะสะสมว่า พยายามเล่าความชอบเกี่ยวกับของที่เราสะสมให้คนฟังเยอะ ๆ เพราะเมื่อเขาเห็นของที่เราสะสมที่ไหนก็จะนึกถึง แล้วนำมาฝากเป็นของขวัญ

แม่บ้านขอร้องว่าอย่าหาตุ๊กตาหมีมาเพิ่มให้มากนักเพราะเริ่มจะล้นบ้านแล้ว ลุงหมีจึงต้องไปเปิดมุมหมีตัวใหม่ ๆ ไว้ที่ห้องทำงาน     

ในช่วงที่ลุงหมีทำหน้าที่เป็นประธานบริหารของธนาคารกรุงไทย 6 ปี และเป็นประธานตลาดหลักทรัพย์ 5 ปี จะมีน้อง ๆ เพื่อนร่วมงานแวะมาเยี่ยมเยือนที่ห้องทำงานบ่อย ๆ เหตุผลหนึ่งคือมาขอดูว่ามีตุ๊กตาหมีตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบ้างไหม (แต่ลับหลังถูกตั้งฉายาว่าเป็นประธานคิกขุ ชอบสะสมตุ๊กตาหมีทั้งที่อยู่วัยสูงอายุแล้ว)

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
“Sometimes the smallest things take up the most room in your heart.” – วินนี่ เดอะ พูห์

เมื่อ 3 ปีก่อน ลุงหมีมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับบรรดาหมีที่สะสมไว้ เนื่องจากตกลงใจจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่ซึ่งขนาดเล็กกว่าเดิม ให้สอดคล้องกับเป็นบ้านของผู้สูงอายุซึ่งลูก ๆ แยกตัวไปมีบ้านของตัวเองกัน ดังนั้นจึงต้องตัดใจคัดเลือกข้าวของเท่าที่จำเป็นไปไว้ที่บ้านใหม่ ส่วนของที่จะไม่เอาไปแต่ยังอยู่ในสภาพดีก็ใช้วิธีบริจาคให้มูลนิธิ เช่น เสื้อผ้าของใช้ก็ให้มูลนิธิหนึ่ง หนังสือหลายร้อยเล่มก็มอบให้สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยไปช่วยแจกจ่ายให้ห้องสมุดต่างๆ (วิธีการแบบนี้ทำให้ตัวเราเบาลงในวัยชรา และเป็นการเตรียมการจากไปแบบสงบ โดยไม่ต้องทิ้งภาระให้คนที่ยังอยู่ต้องดูแลจัดการ)

สำหรับบรรดาตุ๊กตาหมีที่สะสมไว้นั้น ลุงหมีมีลูกและหลานคัดเลือกตัวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเก็บไว้เองบ้าง ตุ๊กตาที่มุมหมีในห้องทำงานก็แจกจ่ายให้น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานช่วยกันรับไปอุปถัมภ์ 

เมื่อก่อนเคยมีหมีพูห์ขนาดยักษ์อยู่ 2 ตัว ตอนที่หลาน 2 คนอายุขวบครึ่งก็ยังมานั่งบนขาหมีคนละตัว เป็นภาพที่น่ารักมาก

แต่ตอนนี้ ตัวหนึ่งอยู่ที่บ้านลูกสาว ส่วนอีกตัวหนึ่งให้แฟนคลับผู้โชคดีที่เอ่ยปากขอเป็นคนแรก 

และต่อมาก็ตกลงใจมอบตุ๊กตาหมีขนาดเล็กและกลางร้อยกว่าตัวให้เด็กนักเรียนชาวเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ 

เพื่อนร่วมงานที่ช่วยลำเลียงตุ๊กตาหมีไปส่งนักเรียนเล่าว่า เด็ก ๆ ตื่นเต้นและมีความสุขกันมากที่ได้ตุ๊กตาหมีไปกอดเป็นของตัวเอง 

ในรูปที่ถ่ายกลับมา ทุกคนยิ้มแย้มเจ่มใส อุ้มตุ๊กตาหมีกันคนละตัว รู้ข่าวแบบนี้ลุงหมีก็ชื่นใจเป็นที่สุดแล้ว     

อย่างไรก็ตาม ลุงหมียังมีตุ๊กตาหมีตัวเล็กบางตัวที่ชอบมากเป็นพิเศษ เก็บไว้เองบ้างเพื่อเป็นที่ระลึกของการสะสมตุ๊กตาหมีมายาวนาน 20 กว่าปี จึงขอฝากรูปมาให้ผู้อ่านได้เห็นความน่ารักของตุ๊กตาหมีเหล่านี้

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

มุมหนังสือสะสม

01 Winnie the Pooh : The Complete Collection of Stories and Poems 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

หนังสือ Winnie the Pooh ที่ชอบมากที่สุดคือหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่อ่านจุใจ เพราะรวมทั้งภาคหนึ่ง คือ Winnie the Pooh ภาคสอง The House at Pooh’s Corner และบทกวีที่ เอ. เอ. มิลน์ แต่งก่อนมีหมีพูห์ไว้ในเล่มใหญ่เล่มนี้ 

อีกอย่างหนึ่งคือ รูปสวยมาก มีภาพวาดสีของหมีพูห์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ชื่อว่าพูห์ประกอบอยู่ด้วย ที่จริงแล้วเล่มโตเล่มนี้มี 2 เล่ม แต่ให้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกไปเล่มหนึ่ง เพราะเขาก็ชอบเหมือนกัน

02 The Brilliant Career of Winnie-the-Pooh

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นอีกเล่มที่ชอบมาก เพราะเป็นการศึกษาประวัติของหมีพูห์อย่างลึกซึ้ง เล่าที่มาในเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ที่มาของการเขียนเรื่องคืออะไร ต้นแบบหมีพูห์คือหมีชนิดไหน ป่าร้อยเอเคอร์เป็นอย่างไร พร้อมรูปประกอบเรื่องราวที่หาดูได้ยาก

เล่มนี้จึงขึ้นชื่อว่าเป็น ‘Definitive History’ ของ วินนี่ เดอะ พูห์ คือไม่มีเล่มไหนสรุปประวัติของหมีพูห์ได้สมบูรณ์เท่านี้แล้ว

03 The Pooh Perplex 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เล่มนี้เจอตอนเรียนปริญญาตรีที่ร้านหนังสือมหาวิทยาลัย เป็นการตีความหมีพูห์​เชิงวิชาการ ผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์​ วรรณคดี จิตวิทยา และลัทธิ Marxist พออ่านแล้วก็ติดใจว่า ทำไมนักวิจารณ์เขามองหมีพูห์​ลึกขนาดนี้ 

ตอนหลังไปอ่านคำนำ จึงได้รู้ว่าเป็นการล้อเลียนนักวิจารณ์ ที่ชอบวิจารณ์ลึกกว่าความตั้งใจของนักเขียน เขียนได้ตลกมาก อ่านเท่าไหร่ก็หัวเราะ 

04 Postmodern Pooh 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ประมาณ 20 ปีหลังจากที่อ่าน The Pooh Perplex ได้ไปที่ Harvard Bookstore แล้วเจอเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกัน เป็นภาคสองซึ่งนำทฤษฎีวิจารณ์วรรณกรรมใหม่ ๆ มาใช้วิจารณ์หมีพูห์อีกรอบหนึ่ง

มุมสะสมหมีที่ตัดใจให้ใครไม่ได้

05 คลาสสิกพูห์ ตุ๊กตาหมีตัวโปรด

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้เป็นหมีตัวโปรด เคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้ง รวมทั้งตอนจัดงานวันเกิด 60 ปีด้วย เป็นหมีพูห์แบบคลาสสิกที่กอดกำลังสบาย  

06 กล่องเพลงหมีพูห์

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ชิ้นนี้เป็นของขวัญที่น้อง ๆ แบงก์ชาติทำให้ก่อนออกจากการเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ความชอบจึงเกิดจากความผูกพันกับคนที่ทำให้ ข้างในมีแสตมป์หมีพูห์ด้วย

07 เซ็ตหมีแพดดิงตัน

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี
คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตอนที่หมีแพดดิงตันออกมาใหม่ ๆ มีคนให้มาประมาณสิบตัว แต่ก็แจกคนไปเยอะ 

ตอนนี้ที่เก็บไว้มีหมีแพดดิงตันตัวเล็กในถุงกระดาษ ปฏิทินหมีแพดดิงตัน และหมีแพดดิงตันหมวกดำ 

เดิมทีเคยมีหมีแพดดิงตันหมวกแดงอยู่ที่ออฟฟิศ แต่ตัดสินใจให้เลขาเป็นที่ระลึก เพราะที่บ้านไม่มีที่แล้ว

08 พูห์วิริยะ 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตามเนื้อเรื่อง หมีพูห์เป็นหมีที่ไม่ค่อยฉลาดนัก ตัวละครที่ได้เรียนหนังสือ คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน เจ้าของหมี ก็จะมาอวดว่าเขียนหนังสือเป็น หมีพูห์เลยพยายามเขียนบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีความรู้เหมือนกัน

09 หมีเหงา 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

ตัวนี้ไปเจอที่เมืองนอกในร้านขายของที่ระลึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าตัวนี้มีความน่ารักของมันอยู่ รูปทรงสวย ขนาดก็พอดิบพอดีสำหรับการนำมาตั้ง แล้วหน้าตาก็เศร้าเชียว

10 พูห์คริสตัล Swarovski 

คอลเลกชันหมีพูห์ของนักเขียน ‘วินนี่ เดอะ ปุ๊’ ที่ตัวจริงคือ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติวัย 75 ปี

เป็นชุดที่พิเศษ เพราะทำจากคริสตัล ราคาแพง และทำหมีพูห์ในท่าทางต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม ตัวที่เป็นหมีพูห์ถือลูกโป่งมีเรื่องราว คือในตอนหนึ่งของหนังสือ หมีพูห์พยายามลอยตัวขึ้นไปกับลูกโป่งเพื่อกินน้ำผึ้งบนต้นไม้ หลอกผึ้งว่าตนเองเป็นเมฆฝนเพื่อจะกินน้ำผึ้ง สุดท้ายผึ้งไม่เชื่อ ทำท่าจะต่อย หมีพูห์เลยปล่อยมือจากลูกโป่ง ตกลงมาเจ็บตัว

Writer

ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เขียนงานวรรณกรรมโดยใช้นามปากกาว่า วินนี่ เดอะ ปุ๊

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load