9 กุมภาพันธ์ 2564
6 K

“คุณพ่อชอบใครมากที่สุดใน The Beatles”

“ตอบไม่ได้หรอก” คุณพ่อหัวเราะ “เราชอบคนละอย่าง เรื่องคาแรกเตอร์ชอบ จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) เขามีคาแรกเตอร์ที่สุขุม ฮิปปี้ เรื่องความคิดชอบ จอห์น เลนนอน (John Lennon) ชอบความคิดทางการเมือง มีความขบถ ความฉลาดต้องเป็น พอล แม็กคาร์ตนีย์ (Paul McCartney) เขาฉลาด เขาอ่านหนังสือเยอะ ส่วน ริงโก สตาร์ (Ringo Starr) ชอบความตลก แต่น่าสงสาร เพราะคนจะคิดถึงริงโกหลังสุด”

เรารู้อย่างแน่ชัดตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าบ้านของครอบครัวฉัตรกุล ณ อยุธยา ว่าบ้านนี้คือแฟนคลับตัวยงของ The Beatles และที่รู้มาว่า คุณพ่อป๊อก-ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา เป็นนักสะสมของทุกอย่างเกี่ยวกับวงดูเหมือนจะน้อยเกินไป

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

ถ้าบอกว่านี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Beatles เราก็คงจะเชื่อสนิท มันเป็นมากกว่าบ้านนักสะสมรวมของอย่างแผ่นเสียง หนังสือ หรือของที่ระลึก เพราะหลายอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อมาได้ทั่วไป ทั้งใบไม้แห้งจากบ้านของสี่เต่าทองในลิเวอร์พูล หรือรูปคู่กับสมาชิก The Beatles คนที่ 5 ในทางกลับกัน ของที่คุณพ่อมีก็ไม่ใช่ของหายากราคาแพง แต่เป็นสิ่งที่คุณพ่อลงมือทำเองกับมือจากความหลงใหล อย่างงานอาร์ตบนบันได The Beatles Song Garden ที่ปรับปรุงจากที่ร้างข้างบ้าน และทางม้าลายสีรุ้งหนั้ารั้วที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Abbey Road 

ก่อนอื่นขอชวนทุกคนเปิดเพลงจาก Let It Be อัลบั้มโปรดของคุณพ่อป๊อกคลอไปด้วย แล้วไปอ่านเรื่องราวของนักสะสมคนนี้พร้อมๆ กัน

Love, Love Me Do

คุณพ่อเริ่มรู้จักสี่เต่าทองตั้งแต่สมัยยุค 1970 ตอนที่ยังเรียนมัธยมอยู่ โดยได้รับอิทธิพลมาจากพี่ข้างบ้านและนักจัดรายการเพลงรุ่นแรกๆ ที่เป็นเพื่อนของพ่อ เพลงแรกๆ ที่ได้ฟังคือ Love Me Do และ She Loves You

“เพลงเขาเพราะ แล้วก็สนุก เรารับ The Beatles อ้อมมาจากฝั่งอเมริกา เพราะเป็นช่วงที่อเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทย พอ The Beatles ไปดังที่อเมริกา แล้วถึงจะมาดังที่ไทย ไม่ใช่ดังโดยตรงมาจากที่อังกฤษ ตอนแรกก็เริ่มจากความชอบแบบคนทั่วไป เขาดูเท่ วงนี้ดังมาพร้อมๆ กับ The Rolling Stones แต่จะเป็นแนวเรียบร้อย ใส่สูท พวกผู้ใหญ่ก็จะชอบเขา คาแรกเตอร์ของเขาก็พัฒนาเรื่อยๆ จากบอยแบนด์มาจนถึงตอนวงแขก เขาเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่บอยแบนด์แบบเดิมแล้ว เขามีความขบถ มีการต่อต้านสังคม อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคม อยากมีส่วนร่วม”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

คุณพ่อเล่าให้เราฟังพลางเปิดหนังสือดนตรีที่พูดถึงวง The Beatles ครั้งแรกๆ มันเป็นคอลัมน์ที่พูดถึงอนาคตของดนตรี คาดการณ์ความสำเร็จของวงต่างประเทศที่เข้ามาในบ้านเรา

“The Beatles พ่อนักร้องสี่เกลอหัวแข็ง ไม่มีวันจะมาฮิตในเมืองไทยได้” เนื้อความในหนังสือเขียนไว้แบบนั้น

ผู้เขียนคนนั้นประเมินผิด

เพลงของ The Beatles โด่งดังต่อเนื่องทั่วโลกแม้จะยุบวงไปแล้ว ด้วยผลงาน 12 อัลบั้มเต็ม อีพี และซิงเกิ้ลอีกนับไม่ถ้วน คุณพ่อชื่นชมเขาในฝีมือ ความทุ่มเท และผลงานที่ออกมาไม่ขาดสาย และก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรีแบบนั้น จนถึงขั้นไปเจรจากับพ่อว่าอยากหยุดเรียนเพื่อเล่นดนตรีในตำแหน่งมือเบส แต่พ่อไม่อนุญาต

“เป็นมือเบสเหมือนพอล แม็กคาร์ตนีย์ เลย” – เราว่า

“ใช่ แต่เราเล่นมือขวา”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

I’ll Send All My Loving to You

เพราะเติบโตมาในครอบครัวตระกูลเก่าแก่ มีคุณย่าเป็นนักเก็บของผู้ไม่เคยทิ้งอะไรเลยสักชิ้น คุณพ่อจึงถูกปลูกฝังว่า ถ้าชอบอะไรต้องไปให้ลึก ต้องเก็บ ต้องสะสม เวลาชอบอะไรจึงพยายามหาความรู้ผ่านแง่มุมต่างๆ ให้ได้มากที่สุด 

“สมัยก่อนไม่มีอินเทอร์เน็ต ต้องไปหาซื้อหนังสือ เราเป็นคนชอบประวัติศาสตร์อยู่แล้ว พอเริ่มทำงานก็เริ่มหาของมาเก็บ เจออะไรเกี่ยวกับ The Beatles ต้องหามาเก็บไว้ แล้วเราก็ชอบเขียนรูปด้วย แต่เขียนอยู่อย่างเดียวคือ The Beatles กับรูปครอบครัว”

ของสะสมชิ้นแรกของคุณพ่อคือหนังสือเพลง มีทั้ง I.S. Song Hits, Current Song Hits หรือถ้ามีนิตยสารเพลงฉบับพิเศษสำหรับ The Beatles โดยเฉพาะ ก็ต้องซื้อมาเก็บไว้ จนขยับมาเป็นของกระจุกกระจิกอย่างตุ๊กตา ผ้า พรม ตามด้วยเทป แผ่นเสียงที่คุณพ่อตามเก็บครบทุกอัลบั้ม ไปจนถึงเครื่องดนตรีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวงนี้

“ถ้าแต่ก่อนจะซื้อของสะสมที่คลองถม ที่ตลาดนัดจตุจักร ต้องค่อยๆ เดิน โชคดีก็เจอ ถ้าเป็นหนังสือเพลง เจอจะซื้อเลย เพราะชอบหนังสือเพลง อย่างแผ่นเสียงก็มีร้านประจำชื่อ เจ๊หมวย คนจะไปแย่งซื้อกัน เจ๊หมวยแกอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลยนะ แต่จำได้หมดว่าแผ่นนี้ของใคร คือใคร จนตอนหลังเจ๊หมวยก็เลิกกิจการไป อย่างตลาดจตุจักร เมื่อก่อนมีร้านหนึ่งทำรูปปั้น เพราะเจ้าของร้านชอบ The Beatles เหมือนกัน”

ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ คุณพ่อจะต้องหาเวลาไปดูของเก่าเพื่อเลือกซื้อของสะสมมาเก็บไว้ และก็เหมือนแฟนคลับของวงคนอื่นๆ ที่มีสหราชอาณาจักรเป็นหมุดหมายหนึ่งของการเดินทางในชีวิต ครั้งแรกที่เขาได้ไปยังบ้านเกิดของสี่เต่าทองนั้น คุณพ่อทำตารางของตัวเองอย่างตั้งใจ โดยมีแผนการเดินทางไปสามเมืองใหญ่ 

ลิเวอร์พูล บ้านเกิด 

ลอนดอน เมืองที่ทำให้มีชื่อเสียง

และแมนเชสเตอร์ ที่ที่พวกเขาเคยไปเล่นคอนเสิร์ตหลายต่อหลายครั้ง

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

It’s Been A Hard Day’s Night

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีนับตั้งแต่ที่ The Beatles ออกอัลบั้มสุดท้ายร่วมกันทั้งสี่คน บรรยากาศในเมืองลิเวอร์พูลก็ยังมีเรื่องราวของพวกเขาซ้อนไว้ทุกหนทุกแห่ง ในผับ บนถนน หรือแม้กระทั่งบทเพลงของนักดนตรีเปิดหมวก
หลังจากที่ลูกสาว (ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ Juli Baker and Summer) ไปเที่ยวลิเวอร์พูลช่วงที่ไปเรียนต่อ ก็กลับมาบอกพ่ออย่างหนักแน่นว่า ‘พ่อต้องไปให้ได้’

“มันเหมือนเราได้ย้อนไทม์แมชชีนไปเลย ได้ไปเจอคนรุ่นเดียวกันจากทั่วโลก สำหรับแฟนคลับได้มาครั้งหนึ่งก็นอนตายตาหลับแล้ว

“ก่อนไปเรารีเสิร์ชเลยว่าจะเริ่มตรงไหนดี ที่ไหนเป็นประวัติศาสตร์ของวง เราจะไปให้ครบ เช่น จุดนี้คือจุดที่พอลเจอกับจอห์นครั้งแรกนะ หลุมศพในโบสถ์นี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งเพลง Eleanor Rigby นะ ที่นี่อยู่ในเพลง Strawberry Fields Forever นะ เขามี Walk Tour ที่ไกด์จะนำเราไปตามจุดต่างๆ เราไปกับเขาก่อน แล้วถ้าอยากเจาะลึกค่อยไปทีหลัง”

เพราะทริปนั้นเองที่ทำให้คุณพ่อมีของสะสมมากขึ้นเป็นกอง หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เราตื่นเต้นที่จะเล่ามากที่สุด มันคือใบไม้และกิ่งไม้แห้งที่คุณพ่อบรรจงเก็บมาจากบ้านของจอห์น พอล จอร์จ และริงโก ก่อนจะนำกลับมาเมืองไทยใส่ขวดโหลอย่างประณีต 

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เหมือนเมื่อกี้ที่บอกไปว่าริงโกน่าสงสาร คนคิดถึงหลังสุด แต่มีหนังหลายเรื่องที่ตัวละครบอกว่าชอบริงโกกัน อย่าง (500) Days of Summer น้องป่านชอบเรื่องนั้น เลยติดเข็ม I Love Ringo Starr ไป Beatles Tour ทีนี้คุณลุงที่เป็นไกด์เขาเห็น พอไปถึงบ้านริงโก เขาก็เอาค้อนไปทุบกำแพงบ้าน แล้วให้เศษอิฐน้องป่านมาก้อนหนึ่ง เป็นของที่ระลึกสำหรับคนที่รักริงโก พอตาเรา เราก็เตรียมเลยว่าจะไปเก็บของที่ระลึกมาบ้าง” เขาหัวเราะพร้อมหยิบขวดโหลที่ว่ามาให้ดูใกล้ๆ

Oh, I Believe in Yesterday

ของสะสมของคุณพ่อมีราคาตั้งแต่หลักสิบ ไปจนของทำมือที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ อย่างรูปวาด บอร์ดไทม์ไลน์ชีวิตของวง ภาพฝาผนัง อูคูเลเล่และกีตาร์เพนต์ลายเอง บันไดบ้านที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ การตกแต่งทั้งภายนอกและภายในบ้านที่มีเนื้อเพลงและรูปของ The Beatles ซ่อนอยู่ Beatles Park และ The Beatles Song Garden ที่ดัดแปลงจากพื้นที่รกร้างข้างบ้านมาทำให้มีความหมายและน่ามองมากยิ่งขึ้น

ถามสมาชิกในบ้าน ต่างก็บอกคุณพ่อทำเองทั้งหมด

อัลบั้มโปรดของคุณพ่อคือ Let It Be แม้ใครจะมองว่า Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band คืออัลบั้มที่เห็นพัฒนาการของวงมากที่สุด และเขาไม่เคยคิดว่า โยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) เป็นสาเหตุให้วงแตกเหมือนที่หลายทฤษฎีว่ากัน

“เพราะว่าเขาเก่งกันทุกคน มันถึงเวลาหนึ่งเขาอิ่มตัวแล้ว เราจะเห็นว่าเขาเริ่มเป็นตัวของตัวเอง แต่ละคาแรกเตอร์ ความสามารถของแต่ละคนไม่สามารถทำให้เขาอยู่ด้วยกันต่อไป ความสนใจแตกต่างกันด้วย และสไตล์เพลง เขาเริ่มทะเลาะกันเริ่มบอกว่าจะเอาเพลงใครใส่ในอัลบั้ม อย่างพอแยกวง ปรากฏว่าจอร์จได้ออกอัลบั้มเร็วกว่าเพื่อน เพราะเพลงเขาได้อยู่ในอัลบั้มแค่เพลงสองเพลงต่ออัลบั้มเอง”

คุณพ่อเล่าเรื่องบีทเทิลคนที่ 5 ให้เราฟังต่ออย่างมีความสุข พร้อมเดินนำเราไปยังชั้นหนังสือที่ซ่อนของสะสมอันเป็นที่รักไว้หลายชิ้น เขาชี้ให้เราดูสวน The Beatles ที่ทำเองกับมือทุกขั้นตอนนอกหน้าต่าง และการเลือกของรักมาแค่ไม่กี่ชิ้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ว่าจะมุมไหนของห้อง ก็มีของสะสมวางเรียงรายเต็มไปหมด
แต่คุณพ่อได้พยายามอย่างเต็มความสามารถ คัดเลือกของ 8 ชิ้นต่อไปนี้

The Beatles : Yesterday and Today

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อัลบั้มนี้หายาก ตามหามานานกว่าจะได้ เป็นอัลบั้มที่โดนแบนเพราะมีภาพรุนแรง พอโดนแบนก็มีการเปลี่ยนหน้าปก แต่อันนี้น้องป่านได้มาจากประเทศอิตาลี”

รูปคู่กับพีท เบสต์

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“ตอนไปทัวร์ย้อนรอย The Beatles เมื่อสามปีก่อน เราไปเดินที่ Matther Street ซึ่งเป็นที่ตั้งของ The Cavern Club ผับที่วงเคยไปแสดง เราเดินสวนกับ พีท เบสต์ (Pete Best) เขาเป็นมือกลองรุ่นก่อนที่ริงโก สตาร์ จะเข้าวง เขาโดนเชิญให้ออกเพราะโปรดิวเซอร์ไม่ค่อยพอใจกับฝีมือ แล้วจากที่ศึกษามา เหมือน The Beatles อีกสามคนก็ไม่ค่อยชอบเขา เพราะเขาหล่อมาก ได้รับความนิยมที่สุดในวง แฟนคลับเยอะ นอกจากนี้ เขายังไม่ยอมทำผมทรง Mop Top แบบคนอื่น

“ตอนเจอกันเราจำเขาได้เพราะเคยดูสารคดี เข้าไปทัก เขาก็ดีใจมาก ถ่ายรูปคู่เก็บไว้ เขากำลังจะทำพิพิธภัณฑ์ The Beatles Museum ของตัวเอง แต่ตอนเราไปยังไม่เปิด กำลังตกแต่งอยู่ แล้วปีถัดมาเขาก็เปิดจริง”

หนังสือ Lennon Legend

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“ถ้าถามถึงหนังสือที่ชอบมากที่สุดเล่มแรกของ The Beatles จริงๆ เราชอบเล่มนี้ เล่มนี้ได้มาจากคลองถมนานแล้ว เป็นประวัติของเลนนอน เป็นเล่มแรกๆ ที่ผมเจอหนังสือที่รายละเอียดเยอะๆ มีแผ่นเสียงข้างใน มีผลการเรียน มีโปสเตอร์ ตอนหลังๆ หนังสือแบบนี้คนทำกันเยอะ”

The Beatles Timeline Board

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้เป็นไทม์ไลน์ที่เราทำเอง ทำมาตั้งแต่ตอนอยู่บ้านเก่า จะเห็นตั้งแต่จอห์นเจอกับพอลวันที่ 6 เดือน 7 ได้เล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในฐานะวง The Quarrymen จนแยกวงใน ค.ศ. 1970 มันเป็นประวัติศาสตร์เล่าเรื่องราวของ The Beatles ที่เราค่อยๆ ทำไป มีแม่เหล็ก มีตั๋วที่เขาทำจำลองขึ้นมามาติดไว้ด้วย”

Song Parade หนังสือดนตรีที่พูดถึงสี่เต่าทองครั้งแรก

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เล่มที่ภูมิใจคือเล่มนี้ ที่เขาพูดถึง The Beatles เป็นครั้งแรก เขาบอกว่าจะไม่ดัง” คุณพ่อหัวเราะ

หนังสือทำมือ

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้ทำเองตั้งแต่เมื่อสี่ห้าเดือนที่แล้ว ตั้งใจจะเอาไปให้ผู้ที่เป็นแฟน  The Beatles เป็นประวัติวงตั้งแต่ที่ยังเป็นวง The Quarrymen มีรูปโบสถ์ที่เขาแสดง บ้านที่ฮัมบูร์ก แล้วก็ The Cavern Club จนมายุค ‘Beatlemania’ ที่คนคลั่งเขามากๆ มีเรื่องตอนไปอเมริกา และ The Beatle คนที่ 5 มีหน้าหนึ่งรวมผู้หญิงของ The Beatles”

The Beatles กับประชาธิปไตย

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“อันนี้เป็นภาพ Abbey Road ที่เราวาดเอง เราชอบเรื่องประชาธิปไตย ไม่ชอบเผด็จการทหาร เลยเอาสองเรื่องที่ตัวเองชอบมารวมกัน จะเห็นว่าแบกกราวนด์มีรถถัง มีโซ่ล้อมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้”

The Beatles Song Garden

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน
นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

ของชิ้นนี้ใหญ่กว่าชิ้นอื่น เพราะเป็นพื้นที่ข้างบ้านที่ว่างไม่ได้ทำอะไร

“เดิมที่ข้างๆ บ้านเป็นที่ว่าง แล้วคนชอบเอาขยะมาทิ้ง เรามาคิดว่าจะทำยังไงให้มันสวย คนจะได้ไม่เอาขยะมาทิ้ง ก็เลยทำเป็นสวนขึ้นมาชื่อ The Beatles Song Garden ซึ่งอิฐที่วางไว้แต่ละอันจะมีชื่อเพลงของวงอยู่ เขามีเพลงทั้งหมดสองร้อยสิบสามเพลง เราเขียนไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่ครบ

“หลังจากนั้นก็ไม่มีคนเอาขยะมาทิ้งอีก เราก็ทำไปเรื่อยๆ กำแพงข้างบ้านก็เพนต์เหมือนกัน เพราะเจ้าของที่ชอบมาก หลานบ้านข้างๆ ก็อยากให้ไปเพนต์กำแพงบ้านให้ ก็บอกไป ถ้าจะวาด จะวาดแต่ The Beatles อย่างเดียว”

There Will be an Answer, Let It Be

ความชอบของคุณพ่อส่งต่อมายังป่าน ลูกสาวในวัยเลขสองที่หลงรักวงดนตรีรุ่นปู่เป็นชีวิตจิตใจ เวลาใครไปไหนเจออะไรก็จะซื้อกลับมาฝากอีกฝ่าย

“ตอนเขาเล็กๆ เขาไม่ชอบ เราก็ฟังตามใจเขาบ้าง แต่สุดท้ายก็วนมาฟังเพลงในเพลย์ลิสต์เราอยู่ดี พอวันหนึ่งเขาเริ่มมาตั้งใจฟังแล้วก็ชอบ เพลงที่ถูกใจเขาแรกๆ น่าจะเป็นเพลงของพอล รู้สึกจะเป็น Here, There and Everywhe

จากเพลย์ลิสต์เพลงเก่าของพ่อ กลายเป็นความสนใจที่ของสองพ่อลูกแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้เราจึงเห็นองค์ประกอบบางอย่างเกี่ยวกับ The Beatles ในงานของป่าน ขณะที่คุณพ่อป๊อกก็ยังใช้ฝีแปรงแต่งเติมส่วนต่างๆ ในบ้านอยู่ทุกวัน

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

“ถ้างานไหนป่านไม่ว่าง ให้พ่อทำแทนได้เลย” ป่านที่เดินมาแวะทักทายพูดติดตลก

รั้วของบ้านครอบครัวฉัตรกุล ณ อยุธยา ปกคลุมด้วยเฉดสีนับร้อยและเนื้อเพลงของวง The Beatles พร้อมจิตรกรรมฝาผนังฝีมือคุณพ่อ และสองพ่อลูกยังตั้งใจจะทำหนังสือด้วยกันในเร็ววันนี้

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

“เราเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรจะให้เวลากับมัน สิ่งที่เราทำทำให้คนอื่นรู้จักวง The Beatles มากขึ้น เพราะเขามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ดนตรี

“ส่วนของสะสมก็ยังหาอยู่เรื่อยๆ มีความคิดอยากให้ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์ดนตรีเหมือนที่เราไป The Beatles Story ที่ลิเวอร์พูล เราอยากเห็นพิพิธภัณฑ์ดนตรีของไทย อาจจะเริ่มตั้งแต่สุนทราภรณ์ในช่วงสงครามโลก ไล่มาถึงยุคฮิปฮอป อาจจะมีจำลองสถานที่เที่ยวสมัยคุณปู่อย่างไนต์คลับโลลิต้า วังสราญรมย์ เหมือนที่ The Beatles Story จำลองผับที่สมาชิกพบกันครั้งแรก”

คุณพ่อลุกขึ้นไปหยิบคอสตูมจากปกอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club มาสวมตามคำขอของเรา คอสตูมสีสดที่เพิ่งซื้อจาก Alibaba เมื่อไม่นานมานี่

“จริงๆ มีสี่ชุด ตอนนี้เรามีสอง ค่อยๆ ซื้อเก็บไป”

นักสะสม The Beatles ตั้งแต่ใบไม้จากบ้านสี่เต่าทอง ถึงสร้างสวนศิลปะบีทเทิลส์ข้างบ้าน

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศีรษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราว 1 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนังเพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุด หญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load