18 กุมภาพันธ์ 2563

คราฟต์ไทยใครก็ว่ายาก ต้องอาศัยความประณีต ความศรัทธา และความรัก แต่ความยากของหัตถศิลป์ไทยไม่เป็นอุปสรรคกับ Thai Craft Studio สตูดิโอสอนหัตถศิลป์ไทยของ เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง ช่างฝีมือผู้คว่ำหวอดในวงการศิลปะไทยมากว่าสิบปีสู่คุณครูหัวสมัยใหม่ที่เชื่อว่า ‘ไม่ว่าใครก็เรียนหัตถศิลป์ไทยได้’ ด้วยการแปลงวิชาช่างสิบหมู่สุดหินให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย เรียนจบหลักสูตรด้วยระยะเวลาอันสั้น พร้อมต่อยอดได้ทันที การันตีผลลัพธ์ตลอดชีวิต! 

เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง

เรากำลังพานักอ่านเดินทางไปยังสตูดิโอขนาดกะทัดรัดหน้าซอยวุฒากาศ 24 หลังประตูบานใหญ่กรุฟุ้งด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย ทั้งม่านดอกรักโยงระย้าสวยงาม เพลงบรรเลงคลอเพิ่มบรรยากาศ สงบ และอบอุ่น ภายในมีโต๊ะไม้เข้าชุดขนาด 15 คน พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์งานฝีมือเรียงรายเป็นระเบียบ หญิงสาวสวมผ้าไทยส่งยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง

ขอเชิญนักเรียนทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ เปิดประตูบานใหญ่มาเรียนรู้และอนุรักษ์คราฟต์ไทยไปพร้อมกัน

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

ทลายกำแพง

หลังจากเรียนจบสาขาศิลปะประจำชาติ วิทยาลัยเพาะช่าง ครูเพียงเข้าทำงานกับกรมศิลปากร เป็นช่างซ่อมแซมบูรณะวัดวังที่ชำรุดทรุดโทรม จนถึงจุดอิ่มตัว เธอมาย้อนคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ต้องการจริงหรือเปล่า จนค้นพบคำตอบของคำถามว่า เธออยากเป็นนักอนุรักษ์ รักษา และสืบทอดหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่ เลยตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำสิ่งที่รัก Thai Craft Studio เลยก่อร่างขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อสอนคนที่สนใจและหลงใหลงานคราฟต์ไทยเหมือนกับเธอ

คุณครูสาวแววตามุ่งมั่นเล่าให้ฟังว่า ตอนเริ่มทำ Thai Craft Studio มักถูกตั้งแง่มองเป็นเรื่องไร้สาระ โรงเรียนในฝันคงกลายเป็นจริงไม่ได้ คำว่างานหัตถศิลป์ฟังดูลิเกและล้าสมัย แต่เธอพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นเห็นด้วยการเปลี่ยนข้อจำกัดของงานหัตถศิลป์ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คนที่สนใจเข้าถึงและเรียนรู้งานคราฟต์ไทยด้วยแนวคิดสมัยใหม่ที่ไม่มีใครทำมาก่อน

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด
Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

“งานหัตถศิลป์ไทยเป็นงานมีเสน่ห์ เราคิดว่าน่าจะมีคนชอบเหมือนกับเรา เลยสร้างประตูบานนี้ขึ้นมา ให้เขาเปิดมาเมื่อต้องการ เขาจะได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับงานคราฟต์ไทย เพื่อต่อยอดเป็นงานศิลปะ สร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เรากำลังเดินตามสายเลือดใหม่ เราอยากสร้างคนที่รัก ชื่นชอบ และไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ Thai Craft Studio เลยเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นตรงกับองค์กรใด สิ่งที่ขับเคลื่อนเราได้คือ พลัง” เธอกำลังทำสิ่งนี้ด้วยความรักและศรัทธาจากหัวใจจริง

เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง

คราฟต์ไทยเป็นของทุกคน

งานหัตถศิลป์ไทยถูกมองเป็นงานชั้นสูง ทำให้คนคิดว่าต้องข้องเกี่ยวกับกษัตริย์ วัด และคนวงการศิลปะเท่านั้น แถมพ่วงด้วยอาถรรพ์ที่กระซิบกันรุ่นต่อรุ่น คนเลยพากันกลัวและไม่กล้าทำความรู้จัก ครูเพียงเข้าใจจุดอ่อนตรงนั้นดี

เธอและเพื่อนเลยลบเลือนสิ่งเหล่านั้นด้วยการอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า งานคราฟต์ไทยใกล้ตัวกว่าที่เราคิด ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง ชุดผ้าไหมของแม่ ฯลฯ แต่คนมักรู้จักเฉพาะความสวยงามผ่านการมองเห็น ไม่มีใครลงลึกศึกษาต่อ เพราะการเข้าถึงแหล่งความรู้เป็นไปได้ยาก ต้องเป็นทายาทช่างศิลป์ถึงจะมีการส่งมอบวิชา สุดท้ายสิ่งเหล่านั้นกลับเป็นข้อจำกัด

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

“งานหัตถศิลป์ไทยเป็นศิลปะวัฒนธรรมของคนไทยที่ใกล้ตัวเรามาก ถ้าถามว่ารูปแบบของศิลปะวัฒนธรรมเป็นของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า เราตอบเลยว่าไม่ เพราะเป็นการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม บางครั้งมาจากประเทศอื่นแล้วหลอมรวมกัน เรายอมรับว่าคนไทยเก่งเรื่องปรับเปลี่ยนและต่อยอด พอได้รับไอเดียน่าสนใจ ก็เสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาใหม่

“ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องหวงแหนมากเกินไป ความรู้เหล่านั้นไม่ควรปิด เพราะทุกคนมีเสรีภาพที่จะเรียนรู้เท่ากัน”

Thai Craft Studio เลยชักชวนคนที่สนใจคราฟต์ไทยมาทำความรู้จักและทำความเข้าใจว่าความสวยงามที่เขาเห็นมันมาได้อย่างไร ใครเป็นคนทำและเขาจะทำขึ้นเองได้ด้วยวิธีใดบ้าง ผ่านหลักสูตรสั้นกระชับของคุณครูมากฝีมือ

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด
Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

ปรับเปลี่ยนเพื่ออยู่รอด

“เราต้องดิ้นรนเพื่อเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราเคยเจอทางตันและเราไม่อยากให้คนที่มาเรียนเขารู้สึกแบบเดียวกับเรา” เธอเลยจำลองตัวเองเป็นคนที่ไม่เคยทำหัตถศิลป์ไทยมาก่อน เพื่อปรับเปลี่ยนหลักสูตรที่มีแกนหลักเป็นช่างสิบหมู่ให้เข้ากับยุคสมัยและนักเรียนหน้าใหม่หัวใจคราฟต์ไทย ด้วยการย่อส่วนข้อมูล ร่นระยะเวลาการเรียน และสอดแทรกกำลังใจ

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

ครูเพียงยกตัวอย่างคลาสเรียนทำปิ่นปักผมที่ใช้วิชาช่างสิบหมู่แบบเดียวกับการทำเรือพระราชพิธี แม้ขณะสนทนากันอยู่หญิงสาวตรงหน้าก็ขอแวบไปสวมบทบาทคุณครูสอนปักสไบแก้วกรองทอง สำหรับห่มองค์พระพุทธรูป สายตาทุกคู่ของนักเรียนต่างจับจ้องใบหน้าของเธออย่างตั้งใจ ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ และสาวจากแดนอาทิตย์อุทัยก็มี

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

การเรียนการสอนของสตูดิโอคราฟต์จะถูกปรับเปลี่ยนทุกเดือนไม่ซ้ำกัน ทั้งปักผ้า ปิดทอง ลายรดน้ำ ทอผ้าด้วยกี่ ฯลฯ แถมกระจายความรู้ออกไปข้างนอกมากกว่าห้องสี่เหลี่ยม ด้วยการอาสาเข้าไปสอนหัตถศิลป์ไทยให้กับทหารผ่านศึกและทำสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ทางไกลกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

ความพิเศษของสตูดิโอสุดอบอุ่นหลังนี้ คือการรับเคลมปัญหางานคราฟต์ตลอดชีวิต สิ่งไหนเรียนไปแล้วลืมจนจำไม่ได้ Thai Craft Studio ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้ทำในสิ่งที่รัก คอยเป็นกำลังใจและส่งแรงเชียร์ให้ฮึดสู้ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะทำให้ทุกคนอยากกลับมาเรียนอีกครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากคนที่เข้าใจ

คนรุ่นใหม่-ครูรุ่นใหม่

“เด็กยุคใหม่เขาถูกสอนให้กล้าแสดงออกในสิ่งที่เขาอยากเป็น มันง่ายมากถ้าเขาจะเริ่ม”

จึงไม่แปลกใจถ้าจำนวนคนรุ่นใหม่ที่สนใจหัตถศิลป์ไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พวกเขาไม่ได้มองว่าการเดินเข้า Thai Craft Studio เป็นการก้มหน้าทำงานคราฟต์ แต่บนโต๊ะตัวยาวพร้อมหน้าด้วยคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ เป็นการแลกเปลี่ยนและสนทนาภาษาศิลปะ เอาหัตถศิลป์ไทยมาเล่าใหม่ บ้างก็หยิบลวดลายบนเสื้อผ้าแบบไทยคู่กับสายงานแฟชั่น ทั้งประยุกต์เพื่อทำทีสิสสำหรับวิชาเรียน ทั้งต่อยอดเป็นอาชีพ เพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าให้วงการคราฟต์ไทย

อีกหนึ่งความพยายามของ Thai Craft Studio คือการผลักดันครูช่างช้างเผือกในวงการคราฟต์ไทยให้ออกมาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้กับคนที่มีความสนใจและรักงานศิลปะอย่างไทย ด้วยการชวนเชิญมาสอนวิชาที่พวกเขาถนัด

เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง

“ครูพิเศษที่เราหามาส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ออกมายาก เพราะหลายคนยังติดกับอะไรโบราณ แต่พอเขามาเห็นโลกเดียวกับที่เราเห็น ซึ่งเป็นโลกของความเอ็นดู เมตตากัน เขาก็เกิดความผูกพัน จากคนที่ไม่อยากสอนกลายเป็นอยากสอนให้คนทำเป็นเยอะๆ กลัวว่าวันหนึ่งเขาตายไปจะไม่มีใครสานต่อ สิ่งนี้ถือเป็นความสำเร็จของเราที่เปลี่ยนความคิดเขาได้”

การปรับตัวยังคงหลงเหลือรากเหง้าศิลปะความเป็นไทย เป็นมนตร์เสน่ห์แห่งงานหัตถศิลป์ที่ไม่มีวันเลือนหาย

Thai Craft Studio สตูดิโอช่างสิบหมู่ที่เชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

นักอนุรักษ์

Thai Craft Studio ผลิตนักเรียนหัวใจคราฟต์ไทยไปแล้วมากกว่าพันคน เป็นเหมือนเครือข่ายเล็กจิ๋วที่คอยปล่อยสัญญาณ กระจายข่าวสารบอกเล่าความงดงามของศิลปะไทย และสร้างความภูมิใจด้วยการย้อนมองรากเหง้าของตัวเอง 

“เคยมีคนบอกครูเพียงว่า บ้า ไม่มีใครมาเรียนด้วยหรอก ใครจะแต่งตัวลิเกตลอดเวลา แต่เราก็รู้สึกว่า ฉันบ้า แต่ก็มีคนบ้ามาเรียนกับฉันเยอะเลย เมื่อเราผ่านจุดนั้นมาได้มันก็เกิดความสุข เราไม่ได้คาดหวังอะไรเกินตัว เราคาดหวังแค่ให้เราได้มีพื้นที่ทำในสิ่งที่เรารัก เรากำลังเปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกสายอาชีพเข้ามาเรียนรู้ในสิ่งที่เขารักเหมือนกับเรา

“เราเชื่อว่า การให้ความรู้เป็นการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด”

และเรายังคงเชื่อว่าเธอกำลังทำสิ่งนี้ด้วยความรักและศรัทธาจากหัวใจจริง

เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง

Thai Craft Studio

ที่อยู่ 276/20 ซอยวุฒากาศ 24 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

เปิดทำการวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 -17.00 น.

ติดต่อ 085 849 4455

Writer

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load