22 กุมภาพันธ์ 2563
5 K

เมื่อ 7 ปีก่อน ในวัย 33 ปี เป็นครั้งแรกในรอบนับสิบปีที่เราเลือกหยิบกล้องฟิล์มในตู้เก็บของ ซึ่งไม่มีใครไปแตะต้องมันนับตั้งแต่พ่อเราเสียไปเมื่อสิบปีก่อน กล้องฟิล์มที่เราไม่แน่ใจว่ายังใช้ได้อยู่หรือไม่ และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าใช้งานอย่างไร เอาจริงๆ แล้ว สมัยเด็กๆ พ่อก็แทบไม่ได้ให้จับกล้องพวกนี้สักเท่าไหร่ จะมีก็แต่ช่วงไปทัศนศึกษาหรือไปเที่ยวกับครอบครัวเท่านั้น

หลังจากนั้น ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปเพียงเพราะเราอยากจะนั่งไทม์แมชชีนตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘กล้องฟิล์ม’ เราทั้งทดลอง ทั้งฝึกหัด ซื้อมาขายไปนับร้อยตัว เพื่อเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมัน 

พ.ศ. 2558 เรามีความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มขึ้นอีกเรื่อง ด้วยความอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพสตรีท หรือ Street Photography การเริ่มต้นครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตเราขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น และครั้งนี้มันพาเราไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลปะร่วมสมัย’

ศิลปะร่วมสมัย เป็นเครื่องมือที่อนุญาตให้มนุษย์อย่างเรา (รวมถึงทุกคน) กล้าเปิดปากบอกเล่าในสิ่งที่แม้แต่วัฒนธรรมของประเทศนี้ไม่ต้องการให้พูดหรือคิดถึงมากนัก นั่นทำให้เราเริ่มต้นใช้กล้องฟิล์มเล่าเรื่องในความคิดของตัวเองออกมามากขึ้น แทนที่จะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย

‘วัดพระแก้ว’ ในหัวของเด็กยุค 80 อย่างเรา คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกโปรโมตให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ในยุคที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้นส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง หลังจากประเทศอึมครึมไปด้วยการต่อสู้ทางการเมืองมายาวนานจนแทบจะเป็นประเทศปิด 

แม้ว่าเราจะเติบโตในย่านบางลำพูซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากวัดพระแก้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่เคยเข้าไปเยี่ยมเยียนเลย หรืออาจจะเคย แต่ก็ไม่มีความทรงจำส่วนนั้นอยู่ ในทางตรงข้าม วัดพระแก้วสำหรับคนยุคเราก็มักเป็นเครื่องมือสำหรับนักการเมือง นักกีฬา หรือบุคคลสำคัญ ที่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเองต่อสาธารณชนด้วยการสาบานต่อหน้าพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่นั่น นี่น่าจะดูเป็นเรื่องตลกและเป็นสิ่งที่เราจำได้ดีมากที่สุด

คู่มือท่องเที่ยววัดพระแก้ว คือโปรเจกต์ที่เราเริ่มต้นค้นหาความหมายของวัดพระแก้วในใจของเรา ด้วยการพากล้องฟิล์มไปเดินที่นั่นทุกๆ อาทิตย์ เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ฟิล์มกว่า 100 ม้วนถูกถ่ายและคัดเลือกภาพมาเรียงเป็นเรื่องเล่าในแบบของเราเอง

ความประดักประเดิด สีสันฉูดฉาด ความวุ่นวายและพันพัวของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในพื้นที่นั้นดูไปกันไม่ได้กับความศักดิ์สิทธิ์ในยุค 80 เท่าไหร่นัก นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่เรามองเห็นและบรรยายออกมาเป็นหนังสือภาพหรือโฟโต้บุ๊ก ที่อยากให้คนไทยทั่วไปเข้าถึงงานศิลปะร่วมสมัยได้ง่ายๆ ด้วยเรื่องใกล้ตัว และอมยิ้มได้บ้าง ขำขื่นได้บ้าง ก็แล้วแต่ใครจะคิดกับหนังสือเล่มนี้ยังไง เราไม่มีคำตอบให้ เพราะมันคือ ‘คู่มือ’ สำหรับการหาคำตอบให้กับตัวคุณเองในแง่มุมที่ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกับเราเลยก็ได้

ภาพถ่ายชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือภาพชื่อ คู่มือท่องเที่ยววัดพระแก้ว รายละเอียดการจำหน่าย 

1. หน้าร้าน Happening (ดาดฟ้าลาซาล และ หอศิลป์ฯ กรุงเทพ)

2. ร้าน THE PAPERSMITH BY BOOKSMITH    สาขาเกสรพลาซ่าและเชียงใหม่

3. ร้าน Husband and Wife Shop

4. ในเว็บไซต์ www.husbandandwifeshop.com

มี 4 สี ส้ม ขมพู น้ำเงิน เขียว

ราคาเล่มละ 650 บาท

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล

เจ้าของร้านอุปกรณ์ฟิล์ม Husband and Wife Shop ที่เปิดมานานกว่า 6 ปี , เขียนบล็อกให้ความรู้เกี่ยวกับกล้องฟิล์ม artyt.me "บล็อกของอาทิตย์" และถ่ายภาพสตรีทที่ใช้ฟิล์มได้จัดแสดงหลายที่ในต่างประเทศ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

Writer & Photographer

พศิกา สรรเสริญ

ศรัทธาในวิทย์ ดำเนินชีวิตด้วยศิลป์ ปัจจุบันเป็นวิศวกรที่เหนื่อยล้าคนหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load