วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเริ่มต้นฤดูฝนของไทยว่าจะเริ่มในวันที่ 20 พ.ค. 62 คงเป็นห้วงเวลาที่เหงาที่สุดของนักดูดาว ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย… เพราะในค่ำคืนแห่งเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่ยังสังเกตเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ แต่อาจไม่ดีเท่ากับเดือนอื่นเนื่องจากมีเมฆมาก

แต่ท้องฟ้า (จำลอง) จังหวัดร้อยเอ็ดไม่เป็นเช่นนั้น ท้องฟ้าบนจอพาโนรามา 360 องศาใต้โดมลูกโลกใหญ่นั้นใส มีเมฆเพียงบางส่วน และดาวทุกดวงส่องสกาว อ้อ… มีเสียงพากย์ประกอบด้วย (ฮา)

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

‘ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด’ หรือที่ถูกเรียกกันชินหูว่า ‘ท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ด’ มีศักดิ์ศรีเป็นท้องฟ้าจำลองที่ทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน และยังมีอีกหลายส่วนให้เรียนรู้ ทั้งดาราศาสตร์และอวกาศ วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โลกล้านปี ฯลฯ บรรดาสถาบันการศึกษาอย่างโรงเรียนที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงจึงพาเด็กนักเรียนมาที่นี่เสมอ ทุกครั้งที่เปิดนิทรรศการใหม่ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ที่นี่จะส่งข่าวไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ จังหวัดใกล้เคียง ดังนั้น เด็กๆ ก็รอคอยที่จะมาดูว่ามีนิทรรศการใหม่อะไร

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

เช่นเดียวกับที่วันนี้ The Cloud พร้อมน้องๆ นักเรียนจากหลายโรงเรียนทั่วภาคอีสานมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ นอกจากท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ดจะมีภาพยนตร์สารคดีดาราศาสตร์ชุดใหม่แล้ว ยังมี ‘นิทานจักรวาล’ นิทรรศการล่าสุดที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติได้รับโจทย์จากท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ดในการเล่าเรื่องจักรวาล ดวงดาว และอวกาศ ให้เด็กทางภาคอีสานได้เล่นรู้ อ่านไม่ผิดหรอก… เพราะเด็กๆ จะได้ Play + Learn = เพลิน ภายใต้แนวคิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือ Discovery Museum ที่มุ่งยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้ทั่วประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ดังในต่างประเทศ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… นิทานเรื่องนี้เล่าอะไรให้เราฟังบ้าง?

“เราไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องของงานวิทยาศาสตร์หรืองานอวกาศมาก แต่เรามีจุดเด่นของเราในการเป็นนักวัฒนธรรม ในเรื่องการจัดการวัฒนธรรม จึงคิดว่าจะ Mix and Match อะไร แล้วก็เจอว่าเรามีเรื่องเกี่ยวกับตำราจักรวาล โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อที่เป็นคัลเจอร์ของคนไทยแน่ๆ เลยพยายามเอาอันนี้มาบวกกับเรื่องของจักรวาลจนเกิดมาเป็นเรื่องนี้ คือเรื่องนิทานจักรวาล” กอล์ฟ-ซองทิพย์ เสริมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและการตลาด มิวเซียมสยาม เล่าให้เราฟัง

ใจความสำคัญคือตัวนิทรรศการอยากให้เด็กเข้ามา ดังนั้น จึงอยากจะปลูกฝังเรื่องของความดี ความชั่ว ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตกนรก ปลูกฝังแค่นี้ ง่ายๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้ตระหนักถึง เพราะเขาบอกว่าโลกปัจจุบันคนไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องนี้แล้ว คำนึงแต่เรื่องของความถูกใจของตัวเองเป็นหลัก เราก็เลยอยากขุดเรื่องความดี ความชั่ว กลับเข้ามาอยู่ในใจของคน นิทานจักรวาลจึงเล่าเรื่องนี้เป็นหลัก …เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง”

หลังประโยคสุดท้ายของคุณซองทิพย์ไม่นาน เราก็มายืนอยู่หน้า ‘ประตูสู่จักรวาล’ จินตนาการไม่ออกว่านอกโลกตามคติชนวิทยาของ ‘นิทานจักรวาล’ หน้าตาเป็นอย่างไรใช่ไหม ขออนุญาตยืมประโยคของคุณซองทิพย์

เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง…

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 1 ประตูสู่จักรวาล จะพาเราลอดอุโมงค์แบ็กไลต์เพื่อเตรียมพร้อมก่อนดำดิ่งสู่การเรียนรู้ ‘ไตรภูมิจักรวาล’ จักรวาลตามคติความเชื่อของคนไทย ผนังทั้งซ้ายและขวารอบตัวมีภาพกราฟิกบอกเล่าเรื่องราวความดี ความชั่ว ที่สะท้อนให้เห็นว่าแท้จริงแล้วไตรภูมิจักรวาลเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่คนไทยเกือบทุกคนเริ่มจำความได้

โซนที่ 2 ดินแดนในนิทาน เมื่อผ่านประตูจักรวาลเข้ามาจะพบไฮไลต์ของนิทรรศการ ‘นิทานจักรวาล’ ที่จะพาทุกคนไปเข้าใจกับไตรภูมิจักรวาลผ่านโมเดลที่จำลองแดนมนุษย์ แดนบุญหรือสวรรค์ และแดนบาปหรือนรกชั้นต่างๆ พร้อมกลไกการเคลื่อนไหวและโมชันกราฟิก รวมถึงปรากฏการณ์ตามความเชื่อ และโมเดลจำลองทวีปทั้งสี่ใน ไตรภูมิกถา และผนังที่มีปุ่มกดไฟ LED นำเสนอขนาดของจักรวาลเปรียบเทียบกับขนาดมนุษย์และโลกในปัจจุบัน

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

อย่างที่บอกไว้ด้านบนว่านิทรรศการนี้คาดหวังเด็กๆ รุ่นสะพายกระติกน้ำที่มีพลังทำลายล้างสูงให้มาเล่นรู้ โซนที่ 2 นี้จึงถูกออกแบบมาอย่างดีให้รองรับแรงเล่นของเด็กๆ ได้

โซนที่ 3 สุดแดนมนุษย์ จำลองภพคู่ขนานก่อนมนุษย์จะถูกตัดสินความดี ความชั่ว เป็นสถานที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์ เช่น เปรตไฟออกปาก เปรตก้อนเนื้อ ฯลฯ แถมยังมีตุ๊กตาอสุรกายจำลองให้สามารถหยิบออกไปเล่นได้ด้วย

“พิภพมัจจุราช ใครถึงฆาตดับชีวี สุวรรณตรวจดูบัญชี ถ้าทําดีให้ไปสวรรค์ ทําชั่วพระยมว่าไง ข้าส่งลงไปนรกโลกันตร์น่ะสิ…”

เพลงนี้จะไม่แล่นเข้ามาในหัวเลยถ้าไม่ใช่เพราะเรากำลังตก เอ้ย! ยืนอยู่ในนรก   

“จักรวาลของฝรั่งหมุนด้วยพลังงาน แรงโน้มถ่วง แต่จักรวาลตามคติความเชื่อไทยๆ นั้นหมุนและขับเคลื่อนด้วยแรงบาป แรงบุญ” ปรามินทร์ เครือทอง ที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เล่าให้ทุกคนฟัง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 4 แดนบาป หลังจากโซนตัดสินโทษทัณฑ์แล้ว เราจะได้สัมผัสอบายภูมิหรือนรกในพื้นที่แสงแบ็กไลต์โทนร้อน จะได้พบทั้งอสุรกายและเรียนรู้การรับโทษทัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ บนจอ Flip ซึ่งหมุนเปลี่ยนเวียนภาพอสุรกายต่างๆ มานำเสนอ ไม่ต้องห่วงว่าจะโหดร้ายเกินสายตาเด็กดู เพราะโซนนี้ถูกคิดมาแล้วด้วยคำนึงถึงกลุ่มผู้เข้าชมคือเด็กๆ และเยาวชน จึงออกแบบโดยลดทอนความรุนแรง ภาพล่อแหลม ความน่ากลัว ให้เป็นอสุรกายการ์ตูนน่ารักๆ ที่เข้าใจได้ง่าย และยังมีลิ้นชักใต้โต๊ะ 8 ชั้น เป็นนรกจำลองที่เด็กๆ ต้องนอนอ่านเพื่อให้ใกล้ชิดนรกมากที่สุด

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 5 แดนบุญ ถัดมาจากแดนบาปหรือนรกก็คือสุคติภูมิหรือสวรรค์ที่มาในธีมสว่างสีสะอาดตา พาไปเรียนรู้สวรรค์แต่ละชั้นของจักรวาลไตรภูมิ ดูว่าเทวดา นางฟ้า วันๆ เขาทำอะไรกันบ้าง มีการเจาะรูบนผนังเป็นกิมมิกเก๋ๆ ให้ได้เข้าไปนอนลองทำตัวเป็นเหล่าเทวดา นางฟ้า ในสวรรค์ชั้นต่างๆ ด้วย

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 6 สวรรค์บนดิน จากคติชนวิทยาเรื่องไตรภูมิจักรวาล มาสู่เรื่องบ้านๆ คือการประยุกต์โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก เข้าสู่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวไทย เช่น การออกแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โบราณสถาน ที่ล้วนได้แนวคิดมาจากไตรภูมิ และยังคงมีให้เห็นกันจนถึงทุกวันนี้

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

ขึ้นสวรรค์ลงนรกจนครบแล้ว เราสงสัยว่าทำไมต้องเป็นที่จังหวัดซึ่งรั้งตำแหน่ง 1 ใน 18 เมืองรองของภาคอีสาน

“การทำนิทรรศการที่ออกไปต่างจังหวัดค่อนข้างได้ผล เพราะโอกาสทางเลือกที่เด็กจะไปหาความรู้นอกห้องเรียนมีน้อยมาก เรามองว่าที่ สพร. หรือมิวเซียมสยามมาร่วมทุนทำนิทรรศการมันเกิดประโยชน์ค่อนข้างชัดเจน เพราะพอมีอะไรใหม่ๆ ปุ๊บ เด็กๆ ก็จะมารุมดูกัน แล้วอย่างวันนี้ก็มีเด็ก 400 คน มารอดูทั้งๆ ที่ปิดเทอม คือพอโรงเรียนรู้ปุ๊บก็ขอมาทั้งโรงเรียนเลย นี่แค่วันแรก มันก็แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเรียนรู้ที่มันสามารถที่จะเกิดขึ้นแล้ว ทางด้านมิวเซียมสยามเองก็เป็นส่วนในการกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” คุณซองทิพย์ตอบ

‘นิทานจักรวาล’ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…เปิดเทอมนี้และวันหยุดยาวนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปทัศนศึกษาที่ไหน นิทรรศการประจำศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ร้อยเอ็ดนี้ก็เป็นอีกทางเลือกในการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ได้นะ

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

ภาพ : ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

นิทรรศการนิทานจักรวาล

ชั้น 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
เวลาทำการ : วันอังคาร-เสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
โทร : 043569340

Writer

Avatar

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load