วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเริ่มต้นฤดูฝนของไทยว่าจะเริ่มในวันที่ 20 พ.ค. 62 คงเป็นห้วงเวลาที่เหงาที่สุดของนักดูดาว ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย… เพราะในค่ำคืนแห่งเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่ยังสังเกตเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้ แต่อาจไม่ดีเท่ากับเดือนอื่นเนื่องจากมีเมฆมาก

แต่ท้องฟ้า (จำลอง) จังหวัดร้อยเอ็ดไม่เป็นเช่นนั้น ท้องฟ้าบนจอพาโนรามา 360 องศาใต้โดมลูกโลกใหญ่นั้นใส มีเมฆเพียงบางส่วน และดาวทุกดวงส่องสกาว อ้อ… มีเสียงพากย์ประกอบด้วย (ฮา)

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

‘ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด’ หรือที่ถูกเรียกกันชินหูว่า ‘ท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ด’ มีศักดิ์ศรีเป็นท้องฟ้าจำลองที่ทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน และยังมีอีกหลายส่วนให้เรียนรู้ ทั้งดาราศาสตร์และอวกาศ วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โลกล้านปี ฯลฯ บรรดาสถาบันการศึกษาอย่างโรงเรียนที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงจึงพาเด็กนักเรียนมาที่นี่เสมอ ทุกครั้งที่เปิดนิทรรศการใหม่ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ที่นี่จะส่งข่าวไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ จังหวัดใกล้เคียง ดังนั้น เด็กๆ ก็รอคอยที่จะมาดูว่ามีนิทรรศการใหม่อะไร

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

เช่นเดียวกับที่วันนี้ The Cloud พร้อมน้องๆ นักเรียนจากหลายโรงเรียนทั่วภาคอีสานมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ นอกจากท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ดจะมีภาพยนตร์สารคดีดาราศาสตร์ชุดใหม่แล้ว ยังมี ‘นิทานจักรวาล’ นิทรรศการล่าสุดที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติได้รับโจทย์จากท้องฟ้าจำลองร้อยเอ็ดในการเล่าเรื่องจักรวาล ดวงดาว และอวกาศ ให้เด็กทางภาคอีสานได้เล่นรู้ อ่านไม่ผิดหรอก… เพราะเด็กๆ จะได้ Play + Learn = เพลิน ภายใต้แนวคิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือ Discovery Museum ที่มุ่งยกระดับพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้ทั่วประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ดังในต่างประเทศ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… นิทานเรื่องนี้เล่าอะไรให้เราฟังบ้าง?

“เราไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องของงานวิทยาศาสตร์หรืองานอวกาศมาก แต่เรามีจุดเด่นของเราในการเป็นนักวัฒนธรรม ในเรื่องการจัดการวัฒนธรรม จึงคิดว่าจะ Mix and Match อะไร แล้วก็เจอว่าเรามีเรื่องเกี่ยวกับตำราจักรวาล โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อที่เป็นคัลเจอร์ของคนไทยแน่ๆ เลยพยายามเอาอันนี้มาบวกกับเรื่องของจักรวาลจนเกิดมาเป็นเรื่องนี้ คือเรื่องนิทานจักรวาล” กอล์ฟ-ซองทิพย์ เสริมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและการตลาด มิวเซียมสยาม เล่าให้เราฟัง

ใจความสำคัญคือตัวนิทรรศการอยากให้เด็กเข้ามา ดังนั้น จึงอยากจะปลูกฝังเรื่องของความดี ความชั่ว ทำดีขึ้นสวรรค์ ทำชั่วตกนรก ปลูกฝังแค่นี้ ง่ายๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้ตระหนักถึง เพราะเขาบอกว่าโลกปัจจุบันคนไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องนี้แล้ว คำนึงแต่เรื่องของความถูกใจของตัวเองเป็นหลัก เราก็เลยอยากขุดเรื่องความดี ความชั่ว กลับเข้ามาอยู่ในใจของคน นิทานจักรวาลจึงเล่าเรื่องนี้เป็นหลัก …เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง”

หลังประโยคสุดท้ายของคุณซองทิพย์ไม่นาน เราก็มายืนอยู่หน้า ‘ประตูสู่จักรวาล’ จินตนาการไม่ออกว่านอกโลกตามคติชนวิทยาของ ‘นิทานจักรวาล’ หน้าตาเป็นอย่างไรใช่ไหม ขออนุญาตยืมประโยคของคุณซองทิพย์

เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง…

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 1 ประตูสู่จักรวาล จะพาเราลอดอุโมงค์แบ็กไลต์เพื่อเตรียมพร้อมก่อนดำดิ่งสู่การเรียนรู้ ‘ไตรภูมิจักรวาล’ จักรวาลตามคติความเชื่อของคนไทย ผนังทั้งซ้ายและขวารอบตัวมีภาพกราฟิกบอกเล่าเรื่องราวความดี ความชั่ว ที่สะท้อนให้เห็นว่าแท้จริงแล้วไตรภูมิจักรวาลเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่คนไทยเกือบทุกคนเริ่มจำความได้

โซนที่ 2 ดินแดนในนิทาน เมื่อผ่านประตูจักรวาลเข้ามาจะพบไฮไลต์ของนิทรรศการ ‘นิทานจักรวาล’ ที่จะพาทุกคนไปเข้าใจกับไตรภูมิจักรวาลผ่านโมเดลที่จำลองแดนมนุษย์ แดนบุญหรือสวรรค์ และแดนบาปหรือนรกชั้นต่างๆ พร้อมกลไกการเคลื่อนไหวและโมชันกราฟิก รวมถึงปรากฏการณ์ตามความเชื่อ และโมเดลจำลองทวีปทั้งสี่ใน ไตรภูมิกถา และผนังที่มีปุ่มกดไฟ LED นำเสนอขนาดของจักรวาลเปรียบเทียบกับขนาดมนุษย์และโลกในปัจจุบัน

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

อย่างที่บอกไว้ด้านบนว่านิทรรศการนี้คาดหวังเด็กๆ รุ่นสะพายกระติกน้ำที่มีพลังทำลายล้างสูงให้มาเล่นรู้ โซนที่ 2 นี้จึงถูกออกแบบมาอย่างดีให้รองรับแรงเล่นของเด็กๆ ได้

โซนที่ 3 สุดแดนมนุษย์ จำลองภพคู่ขนานก่อนมนุษย์จะถูกตัดสินความดี ความชั่ว เป็นสถานที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์ เช่น เปรตไฟออกปาก เปรตก้อนเนื้อ ฯลฯ แถมยังมีตุ๊กตาอสุรกายจำลองให้สามารถหยิบออกไปเล่นได้ด้วย

“พิภพมัจจุราช ใครถึงฆาตดับชีวี สุวรรณตรวจดูบัญชี ถ้าทําดีให้ไปสวรรค์ ทําชั่วพระยมว่าไง ข้าส่งลงไปนรกโลกันตร์น่ะสิ…”

เพลงนี้จะไม่แล่นเข้ามาในหัวเลยถ้าไม่ใช่เพราะเรากำลังตก เอ้ย! ยืนอยู่ในนรก   

“จักรวาลของฝรั่งหมุนด้วยพลังงาน แรงโน้มถ่วง แต่จักรวาลตามคติความเชื่อไทยๆ นั้นหมุนและขับเคลื่อนด้วยแรงบาป แรงบุญ” ปรามินทร์ เครือทอง ที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เล่าให้ทุกคนฟัง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 4 แดนบาป หลังจากโซนตัดสินโทษทัณฑ์แล้ว เราจะได้สัมผัสอบายภูมิหรือนรกในพื้นที่แสงแบ็กไลต์โทนร้อน จะได้พบทั้งอสุรกายและเรียนรู้การรับโทษทัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ บนจอ Flip ซึ่งหมุนเปลี่ยนเวียนภาพอสุรกายต่างๆ มานำเสนอ ไม่ต้องห่วงว่าจะโหดร้ายเกินสายตาเด็กดู เพราะโซนนี้ถูกคิดมาแล้วด้วยคำนึงถึงกลุ่มผู้เข้าชมคือเด็กๆ และเยาวชน จึงออกแบบโดยลดทอนความรุนแรง ภาพล่อแหลม ความน่ากลัว ให้เป็นอสุรกายการ์ตูนน่ารักๆ ที่เข้าใจได้ง่าย และยังมีลิ้นชักใต้โต๊ะ 8 ชั้น เป็นนรกจำลองที่เด็กๆ ต้องนอนอ่านเพื่อให้ใกล้ชิดนรกมากที่สุด

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 5 แดนบุญ ถัดมาจากแดนบาปหรือนรกก็คือสุคติภูมิหรือสวรรค์ที่มาในธีมสว่างสีสะอาดตา พาไปเรียนรู้สวรรค์แต่ละชั้นของจักรวาลไตรภูมิ ดูว่าเทวดา นางฟ้า วันๆ เขาทำอะไรกันบ้าง มีการเจาะรูบนผนังเป็นกิมมิกเก๋ๆ ให้ได้เข้าไปนอนลองทำตัวเป็นเหล่าเทวดา นางฟ้า ในสวรรค์ชั้นต่างๆ ด้วย

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

โซนที่ 6 สวรรค์บนดิน จากคติชนวิทยาเรื่องไตรภูมิจักรวาล มาสู่เรื่องบ้านๆ คือการประยุกต์โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก เข้าสู่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวไทย เช่น การออกแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โบราณสถาน ที่ล้วนได้แนวคิดมาจากไตรภูมิ และยังคงมีให้เห็นกันจนถึงทุกวันนี้

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

ขึ้นสวรรค์ลงนรกจนครบแล้ว เราสงสัยว่าทำไมต้องเป็นที่จังหวัดซึ่งรั้งตำแหน่ง 1 ใน 18 เมืองรองของภาคอีสาน

“การทำนิทรรศการที่ออกไปต่างจังหวัดค่อนข้างได้ผล เพราะโอกาสทางเลือกที่เด็กจะไปหาความรู้นอกห้องเรียนมีน้อยมาก เรามองว่าที่ สพร. หรือมิวเซียมสยามมาร่วมทุนทำนิทรรศการมันเกิดประโยชน์ค่อนข้างชัดเจน เพราะพอมีอะไรใหม่ๆ ปุ๊บ เด็กๆ ก็จะมารุมดูกัน แล้วอย่างวันนี้ก็มีเด็ก 400 คน มารอดูทั้งๆ ที่ปิดเทอม คือพอโรงเรียนรู้ปุ๊บก็ขอมาทั้งโรงเรียนเลย นี่แค่วันแรก มันก็แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเรียนรู้ที่มันสามารถที่จะเกิดขึ้นแล้ว ทางด้านมิวเซียมสยามเองก็เป็นส่วนในการกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน” คุณซองทิพย์ตอบ

‘นิทานจักรวาล’ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…เปิดเทอมนี้และวันหยุดยาวนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปทัศนศึกษาที่ไหน นิทรรศการประจำศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ร้อยเอ็ดนี้ก็เป็นอีกทางเลือกในการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ได้นะ

นิทานจักรวาล, ท้องฟ้าจำลอง

ภาพ : ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

นิทรรศการนิทานจักรวาล

ชั้น 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
เวลาทำการ : วันอังคาร-เสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
โทร : 043569340

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ซอยวานิช 1 หรือสำเพ็งเต็มไปด้วยร้านขายของส่งสารพัด ซึ่งซบเซาลงไปด้วยพิษโรคระบาด และการซื้อของออนไลน์ ซึ่งแพร่กระจายไปบ้านแทบทุกหลังยิ่งกว่าไวรัส

ตอนนี้ย่านสำเพ็ง-เยาวราช กำลังเข้าสู่บทใหม่ จากย่านซื้อขายของราคาย่อมเยา เริ่มขยับสู่การเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรมอาหารโฉมใหม่

ย่ำเท้าเข้าซอยเล็กแคบ ผ่านร้านขายรองเท้า กระเป๋า และของเล่นนานา คุณจะพบ ‘Restaurant.Potong’ ร้านอาหาร Fine Dining และบาร์หรูเท่เบื้องหลังประตูเหล็กยืด ของ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม ร่วมกับสามี ต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ 

จากห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูล สู่ตึกให้เช่าสำหรับร้านขายรองเท้า วันนี้ทายาทรุ่นที่ 5 กลับมาพลิกโฉมตึกโบราณอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสวยสดงดงาม แถมเยียวยาท้องที่หิวโหยหรือหัวใจใฝ่หาที่จิบความเพลิดเพลินด้วยความอร่อย

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ห้างขายยาแห่งความทรงจำ

ปู่เทียด (ปู่ของปู่) ของเชฟแพมเป็นคนฮกเกี้ยน เดินทางมาจากหมู่เกาะจินเหมินหรือคีมอย ไต้หวัน ราว 160 ปีที่แล้ว เพื่อมาค้าขายที่เมืองไทย และจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจยาจีนยี่ห้อ ‘ปอคุนเอี๊ยะบ๊อ’ โดยใช้สูตรลับจากบ้านเกิด เมื่อก่อร่างสร้างตัวได้จึงสร้างตึก 5 ชั้นครึ่งสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน เป็นร้านขายและผลิตยาจีนชื่อ ‘ห้างขายยาโพทง’ โดยชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย นับเป็นบ้านหลังแรกของตระกูลนี้ในสยาม ตั้งแต่สมัยเยาวราชยังเป็นทุ่งนา นับเป็นตึกที่สูงมากในยุคนั้น 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong

กิจการร้านขายยารุ่งเรืองมาก ย่านสำเพ็ง-เยาวราช ก็พลุกพล่านมากขึ้น จนต้องขยับขยายจนเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านเทพารักษ์ ซึ่งภายหลังผลิตแต่ยาน้ำสำหรับสตรีเท่านั้น 

เมื่อสมาชิกมากขึ้น ครอบครัวอุทารธรรมรุ่นสามย้ายไปอยู่สุขุมวิท 33 ตึกเดิมของตระกูลใจกลางสำเพ็งจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นร้านขายรองเท้า โดยคุณปู่ของเชฟแพมให้เช่าเฉพาะชั้นหนึ่งและสองเท่านั้น ด้านบนปิดล็อกเก็บของเก่า อาทิ ขวดยา ภาพวาด สมุดบัญชี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไว้เต็มไปหมด เมื่อร้านขายรองเท้าเลิกกิจการ เชฟแพมได้มาดูอาคารจึงตัดสินใจเช่าตึกจากคุณปู่ และเปิดร้านอาหารหรูเท่ขึ้นใจกลางไชน่าทาวน์ โดยได้แรงบันดาลใจจากย่านชุมชนของนิวยอร์ก ที่ตัวเธอเองได้ไปเรียนรู้และฝึกฝนวิชาทำอาหาร 

“แพมมีฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากทำร้านอาหารของตัวเองให้ได้มิชลินมานานแล้ว แต่ยังหาจังหวะชีวิตไม่เจอ คุณพ่อคุณแม่เคยชี้ให้ดูตึกนี้ตอนเด็กๆ แต่เราก็ไม่เคยเข้ามา พอได้เข้ามาเห็นก็รู้เลยว่านี่จะเป็นร้านที่เราจะภูมิใจ และทุกอย่างที่เราเรียนรู้มาจะเอามาลงที่นี่” เชฟหญิงผู้ศึกษาอาหารตะวันตกมาอย่างโชกโชนอธิบาย

“การกินอาหารก็เหมือนการเล่าเรื่อง ความทรงจำของที่นี่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ แต่มีมานานแล้วจริงๆ ตึกนี้มีเสน่ห์มาก อยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกเหมือนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์นิดๆ ผ่านทั้งตึกและอาหาร”

กว่าจะออกมาเป็น Restaurant.Potong ต้องใช้เวลา 2 ปีครึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว เนื่องจากการรีโนเวตตึกเก่ายากกว่าสร้างตึกใหม่ ผ่านการตัดสินใจหลายครั้งร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรว่าอะไรควรเก็บ อะไรต้องทิ้ง และอะไรต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในตึกแคบยาวที่มีพื้นที่รวมราว 500 ตารางเมตร โดยหลักๆ เก็บโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแรงมากไว้ทั้งหมด และตกแต่งแนว Juxtaposition เก็บของเก่าไว้เคียงคู่กับของใหม่ให้สอดรับกัน ผนังมีทั้งสีเดิมที่สวยด้วยกาลเวลา และลวดลายใหม่ที่งดงาม 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ตึกเก่าเล่าใหม่

จากร้านรองเท้าสีเขียวสดใส เมื่อถอดแผ่นปิดออก ป้ายห้างขายยาโพทง ที่ติดไว้เมื่อ 120 ปีที่แล้วก็ได้อวดโฉมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าร้าน จะเห็นโปสเตอร์ร้านยากับเก้าอี้เก่าของร้านด้านหน้า ให้เว้นระยะหลบความวุ่นวายของตรอกเล็กๆ ด้านนอก 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นแรกนี้เพดานสูงโปร่งเคยเป็นหน้าร้านขายยา ทั้งยาสำหรับสตรี ยาสำหรับบุรุษ และยาหม่อง ส่วนด้านหลังมีห้องหลบภัยที่มีกำแพงหนาใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นบาร์คอมบูฉะและที่นั่ง ซึ่งใต้พื้นทำระบบใหม่ทั้งหมดจนเอี่ยมอ่อง ด้านหลังมีลิฟต์เล็กๆ ที่ทำใหม่เพื่อตึกนี้โดยเฉพาะ และห้องน้ำที่ทำใหม่ทั้งหมด สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือตู้เซฟเก่า แม่พิมพ์ตราปอคุนเอี๊ยะบ๊อ และขวดแก้วสำหรับบรรจุยา ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งร้านและใส่สบู่ในห้องน้ำกับแอลกอฮอลล์ล้างมือ

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

“ตอนแรกอยากวางครัวไว้ชั้นหนึ่ง แต่พอเปิดฝ้าขึ้นไปเห็นเพดานสวยมาก เราเลยตัดสินใจเก็บไว้แล้วย้ายครัวไปชั้นสาม และอนาคตที่ตรงนี้จะทำอาหาร A la carte รับคน Walk-in ได้ค่ะ” เชฟแพมเอ่ยก่อนพาขึ้นบันไดไม้ไปสู่ชั้นถัดไป 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นสองเป็นห้องรับประทานอาหาร ปัจจุบันตกแต่งด้วยขวดยาเก่า ภาพถ่ายเก่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ปรุงยาและเก็บสต็อกยา พนักงานแต่ละคนจะรู้แค่ขั้นตอนของตัวเอง แต่ไม่รู้สูตรทั้งหมด ถ้าสังเกตพื้นจะเห็นช่องไม้ที่เจาะตรงกันแต่ละชั้น ในอดีตเป็นช่องไว้ตะโกนคุยกันและส่งของข้ามชั้น แต่ปัจจุบันปิดไว้แล้ว โดยภาพสเก็ตช์ที่ตกแต่งรอบๆ ร้านและอยู่บนเมนู เป็นฝีมือน้องของคุณปู่ ซึ่งเรียนจบจากอเมริกา

ชั้นสามที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ในอดีตด้านหน้าเป็นห้องทำงานหรือออฟฟิศของคุณปู่ ซึ่งมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู มีระเบียงกว้างขวาง ปัจจุบันฟังก์ชันของห้องนี้เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันยังเก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างโต๊ะทำงานและแท่นบูชา ซึ่งบนป้ายมีภาพกวนอูที่นับถือ มีอักษรจีนมงคลรอบๆ ว่า 普通大薬房

普通 สื่อถึงชื่อร้านว่า โพทง แปลว่า Simple หรือ Ordinary 大 ต้า แปลว่า ใหญ่ 薬 เย่า แปลว่า ยา 房 ฝาง แปลว่า ห้อง แปลรวมๆ ได้ว่าร้านขายยาโพทง หรือร้านขายยาธรรมดา จึงยืมความหมายเรียบง่ายมาเป็นชื่อร้านตราบจนทุกวันนี้

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เนื่องจากโลโก้ของตึกเป็นรูปเสือโคร่งสองตัวโอบลูกโลก สื่อถึงตัวปู่เทียดและย่าเทียดซึ่งเกิดปีเสือทั้งคู่ ผนังของชั้นสามเพนต์ใหม่เป็นรูปเสือดาวตัวเมีย 8 ตัว สื่อถึงความมงคลและการสืบทอดของทายาทเพศหญิง เพราะถ้าใช้เสือโคร่งจะดูดุดันไปหน่อย เชฟแพมเลยตีความเสือใหม่ในรูปแบบของตัวเอง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ด้านหลังชั้นสามเคยมีห้องนอนเล็กๆ และห้องน้ำ ปัจจุบันปรับเป็นห้องครัว และห้องหมักดองของจำพวกซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู โคจิ มิโสะ เนื้อดรายเอจ และวัตถุดิบอื่นๆ สิ่งสนุกในห้องนี้คือลูกน้ำดับเพลิงของเก่าที่ติดไว้บนกำแพง เป็นของหายากที่พบได้ในบ้านเก่าเท่านั้น

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ชั้นสี่เคยเป็นห้องนอนสองห้องและมีเตียงสูบฝิ่น แปลงโฉมใหม่เป็นบาร์ OPIUM และยังมีโซน Private Bar ซึ่งในอนาคตจะเปิดแยกกับร้าน Fine Dining ใครไม่กินข้าวก็มานั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์ที่บาร์ได้ มีธีม Liquid Surreality ให้แขกได้ชิมและได้ทดลองอะไรใหม่ๆ วัตถุดิบทำเองสนุกๆ หลายอย่าง ทั้งโซดาและโคลา 

ภาพ : Restaurant.Potong
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
ภาพ : Restaurant.Potong

ชั้นห้า ซึ่งเป็นโซนดาดฟ้าเคยเป็นสวนและที่หย่อนใจ ออกกำลังกายของคุณปู่ ปรับเป็นรูฟท็อปบาร์และสวนครัวเล็กๆ โดยยังคงโครงไม้เขียนตัวอักษรว่าจินเหมิน แปลว่าประตูทอง สื่อถึงหมู่เกาะบ้านเกิดของต้นตระกูล โดยพื้นที่นี้แขกที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็ขึ้นมาชมวิวได้ ส่วนชั้นหกเล็กๆ ที่มีแค่ครึ่งเดียวเป็นสถานที่ดูดาว กลายเป็นที่เก็บโครงสร้างเครื่องปรับอากาศและส่วนต่อเติมใหม่ให้เรียบร้อยแข็งแรง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

อาหารแห่งกาลเวลา

คอนเซ็ปต์หลัก โพทง คือกาลเวลา ที่อยากให้ลูกค้าสร้างความทรงจำที่นี่ ไม่ว่าจะตึกเก่าปนใหม่ ไปจนถึงมื้ออาหารที่มีกาลเวลาเป็นแม่ครัว โดยวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่นี่ทำเองแทบทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์การใช้ 5 Elements ของเชฟแพม คือความเค็มจากเกลือ ความเปรี้ยว เครื่องเทศ กลิ่นและรสชาติรวมควันจาก Maillard Reaction และเนื้อสัมผัส เช่น ความกรอบ ความนุ่ม ความหนึบ ซึ่งเชฟแพมเชื่อว่าทำให้อาหารซับซ้อนและครบรสมากขึ้น นอกจากนั้นประสบการณ์ของที่นี่ยังเปี่ยมล้นด้วย 5 ผัสสะ ทั้งฟังเรื่องเล่า เห็นความสวยงาม ชิมรสอร่อย ดมกลิ่นหอม และได้หยิบจับส่วนประกอบต่างๆ ในคอร์สอาหารดินเนอร์

“แพมเพิ่งมีลูก เลยได้ศึกษาว่าถ้าอยากให้เด็กเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาได้ทดลองประสาทสัมผัสทั้งห้า ถ้าอยากให้เขารู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร ดูแต่รูปภาพไม่ได้ ต้องเล่าให้ฟัง ให้เห็น จับ ดม และสุดท้ายคือให้กินแอปเปิ้ล เราเอาเรื่องนี้มาผสานกับร้าน” 

อาหารของร้านโพทงเป็น Progressive Thai-Chinese หยิบเอาอาหารไทยจีนของคนจีนโพ้นทะเลมาปรุงและตีความใหม่ ผสานกับความรู้สมัยใหม่ของเชฟแพม ไม่ใช่ทั้งอาหารไทยโบราณ และไม่ใช่อาหารจีนที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองจีน เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกและสื่อถึงตัวตนของเชฟเชื้อสายไทยจีน อาหารที่นี่มี 20 กว่าคอร์ส ตัวเมนูเป็นจดหมายของเชฟแพมต่อบรรพบุรุษที่ซ่อนชื่อรายการอาหารทั้งหมดไว้ และแต่ละเดือนมื้ออาหารจะมีสลับหมุนเวียนทีละอย่าง

ขอยกตัวอย่างอาหารมาให้ชมสักเล็กน้อย 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เมนูแรกคือ Corn Koji ที่ใช้ทุกส่วนของข้าวโพด ได้แรงบันดาลใจจากซุปข้าวโพดจีนที่ใส่พริกไทยขาวเยอะๆ แปลงเป็นคัสตาร์ดพริกไทยขาว มูสข้าวโพดทำจากโคจิ และเมล็ดทานตะวันกับทรัฟเฟิลวิเนการ์ แผ่นข้าวโพดด้านบนทอดด้วย Brown Butter กินแกล้มกับแผ่นข้าวโพดผสมพริกไทยขาวรูปใบไม้ รมควันเปลือกข้าวโพด ส่วนผมข้าวโพด ทำเป็นชาร้อน ใส่เง็กเต็ก ผิวมะนาว กานพลู และโป๊ยกั้ก หอมชื่นใจ

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ต่อมาคือไก่ดำ พระเอกของร้าน ไม่ใช่แค่ตุ๋น เอามาตากแห้ง แล้วก็ย่าง และเสิร์ฟพร้อมหัวใจไก่ดำ ผงดำๆ คือมันไก่อบสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวที่อบกับสมุนไพรยาจีน

ของหวานก็สนุกไม่แพ้กัน ไอศกรีมซีอิ๊วดำครอบด้วยน้ำตาลเป่าทรงพริกแห้ง ด้านในมีช็อกโกแลตขาว พริกซินเจียง คาราเมลช็อกโกแลตกับหม่าล่า และเครื่องพะโล้กับช็อกโกแลตนม เสิร์ฟพร้อม Smoke กลิ่นพะโล้ เป็นเมนูที่สื่อถึงถนนทรงวาด

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวทรงวาดข้างหลังนี้ก็เป็นถนนเครื่องเทศของแห้ง ซึ่งเราซื้อวัตถุดิบแถวนี้หมด แต่พวกอาหารทะเล เราทำงานกับชาวประมงเล็กๆ จากระนอง เพชรบุรี ภูเก็ต พังงา แล้วแต่ว่าวันนี้เราได้อะไรมา ส่วนผักและดอกไม้ออร์แกนิก เราได้วัตถุดิบจากเชียงราย เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ยกเว้นซอสที่ทำเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ”

Restaurant.Potong ตั้งใจจะเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ระยะล็อกดาวน์ทำให้เพิ่งเริ่มเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยปัจจุบันเปิดรับลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน ดินเนอร์มีทั้งหมด 20 กว่าคอร์ส ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และควรจองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า ราคาคอร์สปัจจุบันตกอยู่ที่ 4,500++ บาท 

คอร์สหนึ่งใช้เวลาราว 3 – 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งฟังเรื่องราว พูดคุย และดื่มด่ำกับกาลเวลาและแต่ละมุมในร้านได้อย่างเต็มที่ 

“ตอนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นคนไทย ซึ่งเขาจะคุยกันว่าอาหารเราเชื่อมโยงได้ เข้าใจได้ พาพ่อแม่อาม่าอากงมากินได้ จานสุดท้ายที่เป็นเมนคอร์สคือ Back to Basic มีโต๊ะกลมเสิร์ฟเป็ดย่าง เนื้อ กินกับข้าวสวยตรอก ไม่ใช่แค่เล็กๆ ตลอดแล้วกินเสร็จแล้วไม่อิ่ม ต้องไปทานข้าวต้มต่อ” เชฟแพมรับประกันความเข้าถึงง่ายของอาหารสไตล์ไทยจีนในเยาวราช

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวนี้ก็เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ตึกแถวนี้มีเสน่ห์มาก คุณสมชัย (สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเยาวราช) ก็มาเยี่ยม บอกว่าดีมากเลยที่เราเก็บที่นี่ไว้ และดีที่เยาวราชมีที่แบบนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็พาลูกศิษย์มาดูตึก เพราะสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่เหมือนตึกอื่นๆ รอบๆ เลย ตรงทรงวาดมีแกลเลอรี่ มีร้านเอฟวี เราก็พยายามเกาะกลุ่มกัน ช่วยกัน อยากให้มีร้านเกิดมาแถวนี้เยอะๆ” 

ทายาทรุ่นที่ 5 ของร้านขายยาโพทงเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม คลื่นลูกหลังที่เข้ามาในไชน่าทาวน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกย่านนี้ให้สนุกมีชีวิตชีวา

Restaurant.Potong

วันทำการ : ปิดวันอังคาร-พุธ 

เว็บไซต์ : www.restaurantpotong.com/

Facebook : Restaurant.Potong

โทรศัพท์ : 08 2979 3950 (จองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น) 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load