จิตรกรบนท้องฟ้าคงมีจำนวนมากกว่าเม็ดทรายทุกๆ เวลาจะวาดลวดลายพรรณนาฤดูกาลเคลื่อนผ่านยังทำงานไม่เคยมีวันหยุดพักผ่อนละเลงแสงสาดสีระบายมิติสร้างแสงเงาเกินจินตนาการอีกทั้งยังมีนักสร้างประติมากรรมลอยฟ้าคอยปั้นปรุงแต่งก้อนสีขาวน้ำหนักเบากว่าสำลีให้มีรูปร่างต่างๆ ตามใจฝันสร้างดวงดาวระยิบระยับนับเกินกว่าพันเริงระบำในเวลาที่ความมืดเข้าครอบครอง

ฉันจะแหงนมองท้องฟ้าเป็นประจำทุกๆ เวลาที่เกิดเรื่องราวไม่ว่าจะร้ายดี และฝันที่อยากจะกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถบินได้ในสักวัน เพื่อจะไปใกล้ชิดกับศิลปะอันสูงส่งของเธอ ท้องฟ้าฉันหวังอยากจะเป็นผู้สร้างงานที่มีความหมายให้กับคนอื่นเหมือนที่งานของเธอมีความหมายสำหรับฉัน

ฉันหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันก่อนอวกาศจะสลายกลายเป็นเพียงชื่อที่บันทึกไว้ในหน้าหนึ่งของหนังสือเรื่องเล่าดึกดำบรรพ์

ฉันรู้ว่าเวลาที่จะได้มองเห็นในสิ่งที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาคงเหลืออีกไม่นาน

ฉันจะพยายามเก็บบันทึกงานศิลปะของเธอทั้งในภาพถ่ายและความทรงจำเชื่อฉันเถอะความหวังของฉันไม่มีวันจางหาย

ในสักวันเราคงได้ร่วมละเลงสีสันต่างๆ เหล่านั้นในอาณาเขตที่เธอปกครอง

จิตรกรบนท้องฟ้าคงมีจำนวนมากกว่าเม็ดทรายทุกๆ เวลาจะวาดลวดลายพรรณนาฤดูกาลเคลื่อนผ่านยังทำงานไม่เคยมีวันหยุดพักผ่อนละเลงแสงสาดสีระบายมิติสร้างแสงเงาเกินจินตนาการอีกทั้งยังมีนักสร้างประติมากรรมลอยฟ้าคอยปั้นปรุงแต่งก้อนสีขาวน้ำหนักเบากว่าสำลีให้มีรูปร่างต่างๆ ตามใจฝันสร้างดวงดาวระยิบระยับนับเกินกว่าพันเริงระบำในเวลาที่ความมืดเข้าครอบครอง

ฉันจะแหงนมองท้องฟ้าเป็นประจำทุกๆ เวลาที่เกิดเรื่องราวไม่ว่าจะร้ายดี และฝันที่อยากจะกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถบินได้ในสักวัน เพื่อจะไปใกล้ชิดกับศิลปะอันสูงส่งของเธอ ท้องฟ้าฉันหวังอยากจะเป็นผู้สร้างงานที่มีความหมายให้กับคนอื่นเหมือนที่งานของเธอมีความหมายสำหรับฉัน

ฉันหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันก่อนอวกาศจะสลายกลายเป็นเพียงชื่อที่บันทึกไว้ในหน้าหนึ่งของหนังสือเรื่องเล่าดึกดำบรรพ์

ฉันรู้ว่าเวลาที่จะได้มองเห็นในสิ่งที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาคงเหลืออีกไม่นาน

ฉันจะพยายามเก็บบันทึกงานศิลปะของเธอทั้งในภาพถ่ายและความทรงจำเชื่อฉันเถอะความหวังของฉันไม่มีวันจางหาย

ในสักวันเราคงได้ร่วมละเลงสีสันต่างๆ เหล่านั้นในอาณาเขตที่เธอปกครอง

Writer & Photographer

อธิวัฒน์ อุต้น

มีนามปากกาที่ชื่อ Myremind เป็นเจ้าของร้านสมุดทำมือที่ชื่อเดียวกันกับนามปากกา เขียนเพลงและเล่นกีตาร์กับวง Postrait ปัจจุบันชื่อวงเก่ากำลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Collage papers ศึกษางานศิลปะไทยแต่ชอบความร่วมสมัย ชอบเล่นดนตรีแต่ไม่ได้อยากเรียนดนตรี ชอบถ่ายรูปถ่ายเล่นๆ ตามใจชอบ ชอบเขียนหนังสือ มีความฝันว่าอยากเขียนนวนิยายขนาดยาวสักเล่มให้เสร็จ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

อดีตนักศึกษาล้วนเคยมีช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างยากลำบากที่สุด ทั้งกดดันและยาวนาน แต่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นด่านแรกในการพิสูจน์ตัวเองก่อนจะไปเผชิญชีวิตวัยทำงาน นั่นคือช่วงของการทำโปรเจกต์จบหรือทีสิส ที่หลายคนคงจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ไม่ลืม เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้

ชุดภาพถ่ายนี้เป็นผลงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บังเอิญมีใจให้ศิลปะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องศิลปะเลย แต่ในเมื่อเราไม่สามารถบอกรักวิทยาศาสตร์ได้อย่างหมดหัวใจ เลยได้แอบบอกรักศิลปะ ผ่านสีสันระดับจุลภาคในโปรเจกต์ของภาควิชาวัสดุศาสตร์นี้

โปรเจกต์นี้ได้ศึกษาอิทธิพลของความร้อนต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าไร้สนิม หรือสเตนเลสที่เรารู้จักกัน

เมื่อมันได้รับความร้อนมากพอ ฟิล์มใสๆ บนผิวสเตนเลสจะค่อยๆ หนาขึ้นเป็นกลไกตามธรรมชาติ และเมื่อมีแสงมาตกกระทบฟิล์มเหล่านี้ จะเกิดการหักเหให้เห็นเป็นสีต่างๆ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับปรากฏการณ์สายรุ้งของละอองน้ำ

ความหนาของฟิล์มที่แตกต่างกันจึงหักเหแสงออกมาได้สีแตกต่างกัน ทำให้ความตื่นเต้นของการทำโปรเจกต์เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ได้มองสีสันที่มหัศจรรย์เหล่านี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์

Writer & Photographer

พศิกา สรรเสริญ

ศรัทธาในวิทย์ ดำเนินชีวิตด้วยศิลป์ ปัจจุบันเป็นวิศวกรที่เหนื่อยล้าคนหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load