The Cloud x OKMD

1.

ไม่รู้เหมือนกันว่า หนังสือ กับ เพลง อะไรมาก่อน-หลัง ที่ทำให้โตมาแล้วยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดเป็นชีวิตจิตใจจนเข้าวัยเลข 3 คงไม่สำคัญแล้ว เพราะทั้งหมดแทบไม่สามารถแยกออกจากกันได้

‘สมจริง’ เป็นทั้งร้าน (ห้อง) หนังสือเล็ก ๆ ของ ไนท์-พิชิต ชัยสิทธิ์ กับ ยิ้ม-ปราณีต จารุพันธุ์งาม และเป็นวงดนตรีอิสระเล็ก ๆ ที่เขียนเอง ทำกันเองกับเพื่อน ๆ ทั้งสองสิ่งที่รักและถนัดที่สุดคลานคลอดออกมาห่างกันไม่ถึงปี เพลงที่เขียนทั้งหมดล้วนมีส่วนประกอบจากหนังสือที่เคยอ่าน กลายร่างเป็นเรื่องราวใหม่ให้เราได้รับฟัง ‘ห้องหนังสือสมจริง (Somjing Book)’ โตมากับ ‘วงสมจริง (Somjing Studio)’ ย่างเข้าปีที่ 4 แล้ว

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

2.

ห้องหนังสือสมจริง (Somjing Book) คือหนึ่งในสมาชิกของชุมชนเล็ก ๆ ที่ชื่นชอบการทำงานศิลปะ งานดนตรี งานฝีมือ กาแฟ-เบเกอรี่ บ้านพัก รวมถึง Workshop & Creative Space กับสมาชิกอีกกว่า 10 ร้าน ในชื่อ ‘Columbo craft village’ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เรียกว่า ‘ห้อง’ ได้เต็มปากกว่า ‘ร้าน’ เพราะเริ่มต้นไม่ได้เป็นการค้าขายแต่แรก ตัวเองกินอยู่ใช้ชีวิตที่นี่ เป็นธรรมชาติที่อยากสร้างแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกว่าที่นี่คือ ‘บ้านของเรา’ พร้อมต้อนรับทุกคนที่แวะเวียนมา ตัดสินใจระบายหนังสือที่อ่านและสะสมมาทั้งชีวิตออกจากห้องนอนที่มีพื้นที่จำกัดขึ้นทุกวันมาไว้หน้าบ้าน เพื่อชวนทุกคนมาหยิบ เติม แลกเปลี่ยน ยืม และปันกันอ่าน เพียงไม่นานเริ่มมีคนสนใจมากขึ้น ทั้งจากเพื่อนพี่น้องที่รู้จักและไม่เคยรู้จักแวะเวียนถามไถ่อยากได้หนังสือเล่มอื่น ๆ ตามมา ทุกอย่างเริ่มจากการเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตมาก่อน ถึงได้ขยับเป็นการงานอีกด้านของชีวิตภายหลัง

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง
ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

3.

เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากยิ้ม คนรักที่เคยคลุกคลีกับงานหนังสือมาก่อน บวกกับไนท์ที่ตัดสินใจเลิกทำงานประจำตอนเช้า มาเติมความตั้งใจและให้นิยามของ ‘สมจริง’ ไว้ด้วยกันว่า “คือพื้นที่ที่มีความจริง เพื่อได้เห็นความจริง แต่มีความหวัง ให้ได้ผ่อนคลายหัวใจแล้วคงความคิดสร้างสรรค์เอาไว้”

พยายามสำรวจตลาดหนังสือไม่ให้ช้ำและซ้ำจากร้านหนังสือตามห้างใหญ่ คัดเลือกหนังสือกันเองจากความสนใจส่วนตัวก่อน ติดต่อสายส่งจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนมากคือติดต่อสำนักพิมพ์ที่เราเป็นแฟนหนังสืออยู่แล้วโดยตรง อย่าง สำนักพิมพ์กำมะหยี่, 10 ML, อ่าน – ฟ้าเดียวกัน, หอน ของน้าชาติ กอบกิตติ, Anthill Archive​ และคัดบางปกพิเศษ เช่น สำนักพิมพ์ Bookscape, Merry-Go-Round, Bibli​o -​ Be(ing)​, ผจญภัย​, Bookmoby, มองฟ้า​, มติชน​ฯ​ รวมถึงสำนักพิมพ์ที่ไนท์เคยทำงานด้วย เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ การเมือง วรรณกรรมอีสาน ภายหลังเลือกหนังสือเล่มพิเศษสำหรับเด็ก-เยาวชน เข้ามาเพิ่มด้วยอีกจำนวนหนึ่ง

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

4.

พอให้เราอยู่กับพื้นที่นี้ไปได้ยาว ๆ และ อยากทำให้เป็นมากกว่าร้าน (ห้อง) หนังสือ คือหัวใจหลัก

นอกเหนือจากดนตรีกับหนังสือ ยังมีความสนใจในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานศิลปะ งานฝีมือ อาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงประเด็นทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชน ยังคงคลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มาตลอด ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของงานอีกด้านที่เราทำอยู่ ยิ้มทำฟาร์มสเตย์ การท่องเที่ยว Content Creative ที่เรียนจบเกี่ยวกับภาพยนต์ ส่วนไนท์ยังเล่นดนตรี รับถ่ายภาพ เฝ้าห้องหนังสือ ที่เรียนจบกฎหมาย เราวาดหวังไว้เล็ก ๆ ว่าสิ่งต่าง ๆ นี้จะมีที่ทางให้สามารถมาอยู่และไปด้วยกันได้ในที่สุด

ไม่นานนักเราค่อย ๆ หยิบเอากิจกรรมต่าง ๆ มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับห้องหนังสือ เช่น เทศกาลดนตรีหน้าห้องหนังสือ Columbo Folk Music #1 #2 ฟังเพลงจาก 10 ศิลปินอิสระในขอนแก่น ชวนนำต้นไม้หรือหนังสืออย่างน้อย 1 ต้น / เล่ม แลกกับบัตรเข้าชม เพื่อชวนทำห้องสมุดในพื้นที่และคัดหนังสือมอบให้พื้นที่อื่น ๆ / กิจกรรมอ่านเพลงบรรเลงหนังสือ #1 #2 ชวนศิลปินที่เป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่มาพูดคุยเรื่องหนังสือ มุมมองการทำงาน การใช้ชีวิต การเดินทาง แรงบันดาลใจ และแสดงงานดนตรี (Song is your book, Book is your Song) / ฉายภาพยนตร์ทางเลือกร่วมกับ Documentary Club , Cinemaspot , พก ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดเล็ก (Movie is your book, Book is your Movie) / จัดโซนหนังสือในมุมเล็ก ๆ ที่ไม่ขาย แต่ชวนมา เติม แบ่ง แลก ให้ และให้ยืม / ตั้งวงเล่า เอาหนังสือที่อ่านมารีวิวให้กันฟังร่วมกับเพื่อนพี่น้องนักอ่านกลุ่มเล็ก ๆ ในชื่อ Empathizer / Photo book และจัดแสดงงานภาพถ่าย งานศิลปะจากเพื่อน / พื้นที่เสวนาต้อนรับนักอ่าน นักเขียน คนทำงานหนังสือ ศิลปินหลากสาขา นักท่องเที่ยว และองค์กรอิสระที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ ตามโอกาสและวาระพิเศษ ฯลฯ

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง
ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

5.

ในความคิดเห็น ‘หนังสือ หรือ ร้านหนังสือ’ ไม่ใช่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมร่ำรวย แต่หนังสือคือมหาสมุทรทางความคิด วัฒนธรรมและคลังข้อมูลคุณภาพที่ร่ำรวยและหลากหลากหลายที่สุด

ในเมื่อร้าน (ห้อง) หนังสือคือพื้นที่ที่มีเสน่ห์ มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวอยู่แล้ว ยิ่งประกอบสร้างไปกับบุคลิก อุปนิสัย ความสนใจ และความถนัดส่วนตัวของเจ้าของพื้นที่เอง รวมกับการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมจากความหลากหลายของผู้คนรอบข้างที่แวะเวียนมาก็ยิ่งทำให้พื้นที่มีชีวิต มีบรรยากาศที่ดี เติบโตไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ มีเรื่องให้ได้แปลกใจ เกินความคาดหมาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวพิเศษระหว่างผู้อยู่กับผู้มาเยือนอยู่เสมอ

ความสนใจที่หลากหลายนี้ทำงานไปด้วยกันได้ไม่ต่างกับประเภทหนังสือที่มีให้เราได้เลือกอ่าน ตามอิสระของความสนใจ คงน่าเสียดาย ถ้าเราไม่ลองทำ ไม่ลองเอาความสนใจเหล่านี้มาอยู่ด้วยกันเพื่อหนุนเสริมเติมเต็ม ตามความถนัดและชื่นชอบในแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นทั้งประโยชน์ต่อการอยู่รอดในเชิงธุรกิจ​ และ​เป็นการสร้างคุณค่าต่อพื้นที่​และแวดล้อมของผู้คนรอบข้าง

‘หนังสือ’ ได้เตือนย้ำว่าหลายอย่างคือหนังสือประเภทหนึ่ง เพียงแต่การรับรู้เปลี่ยนแปลงแตกแขนงหลากรูปแบบ ไม่ใช่แค่ ‘ตัวอักษร’ เมื่อใดที่เรายังมีความสนใจ ความต้องการ เปิดรับ และยังมีความรักที่อยากจะเรียนรู้ หนังสือดี ๆ บทเพลงดี ๆ ภาพยนตร์ ดนตรี งานศิลปะ แม้แต่ประเด็นทางสังคมในมิติต่าง ๆ จะเป็นไปเพื่อความสุนทรีย์ เพื่อจรรโลงใจ เพื่อการพักผ่อน เพื่อการต่อสู้ เพื่อรับฟังแง่มุมที่ต่างออกไป หรือแม้แต่เพื่อการซึมซับรับรู้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่าง ตามจริตของแต่ละบุคคล

สิ่งเหล่านี้ล้วนทำงานคล้ายกัน และเชื่อว่าสามารถขับเคลื่อนไปด้วยกันได้เสมอ

ห้องหนังสือสมจริง ร้านหนังสือของคู่รักในขอนแก่น ที่มีเพลงและเทศกาลดนตรีของตัวเอง

6.

อย่างไรก็ตาม ห้องหนังสือเล็ก ๆ นี้ยังอยากลองทำอะไรอีกหลายอย่าง ตามกำลังที่มี แล้วอยู่ให้ได้โดยธรรมชาติแวดล้อมของพื้นที่เอง ท้ายสุด ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และการออกแบบพื้นที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับไนท์หรือยิ้ม เพียงใครคนหนึ่ง หากอยากให้เป็นพื้นที่ของทุกคนที่มาใช้ร่วมกันได้ ร่วมกันขับเคลื่อน และมีส่วนในการออกแบบพื้นที่จากทุกคนได้

จะเป็นคำเสนอแนะ ความต้องการ เสียงตอบรับ คำติชม กำลังใจ แรงสนับสนุน ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่อยากจะให้พื้นที่ทางเลือกเล็ก ๆ แห่งนี้ดำเนินอยู่ต่อไปท่ามกลางสภาพนิยามการพัฒนาสังคมเมืองกระแสหลักที่ซับซ้อน ขัดแย้ง เร่งเร้า บอบบาง และในวันหนึ่งวันใดหวังเล็ก ๆ ไว้ว่าจะได้รับการสานต่อจากคนรุ่นใหม่ หรือแม้แต่การมีร้านหนังสือ มีคาเฟ่ มีชุมชนเล็ก ๆ เกิดขึ้นอีกในหลาย ๆ พื้นที่ในอนาคต

หวังว่าเราจะได้เจอกันในเร็ววัน ยินดีต้อนรับทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการงานและความเป็นอยู่ของชีวิต ^^  

หนังสือแนะนำ

1. 

โอ้แม่มหากวีศรีศตวรรษที่ 21 (Oh, the Great Poetess of the 21st Century)

ผู้เขียน : นันดานี

สำนักพิมพ์ : Anthill Archive 

ราคา : 260 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

12 เรื่องสั้นจากสำนักพิมพ์อิสระที่ถูกคุมโทนอารมณ์แต่ละเรื่องไว้ได้ลื่นนัว เจ็บแสบ จัดจ้าน เปรี้ยวเผ็ด ร้อน ขี้ดื้อ กวน ฮา แบบอึน ๆ

2.

เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง : รวมเรื่องเอก

ผู้เขียน : รพินทรนาถ ฐากุร

สำนักพิมพ์ : ชนนิยม-แม่คำผาง 

ราคา : 250 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

วรรณกรรมของรพินทรนาถ แม้บางส่วนจะมีภาษาเบงกาลีก็จริง แต่ขอบเขตแห่งความรู้สึกนึกคิดของท่านมิได้จำกัดอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของอินเดียโดยเฉพาะ โดยเนื้อหาสารัตถะอันสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นแนวคิดที่โอบอ้อมไว้ซึ่งมวลมนุษยชาติทั้งผอง เป็นทั้งของชาติอินเดียและของนานาชาติ

3.

มันทำร้ายเราได้แค่นี้

ผู้เขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน 

ราคา : 550 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

แม้เราอาจคาดหวังว่า.. มันจะเป็นหนังสือเล่าเรื่องความทุกข์โศกแสนสาหัส แต่อย่าได้ปฏิเสธเรื่องราวอันไม่ทุกข์โศกนี้เลย เพราะแท้จริงมันเป็นดินแดนแสนสนุก ที่จะทำให้พวกคุณรู้ว่า มนุษย์นั้นมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่และงดงาม แม้จะต้องอยู่ในความมืด

4. 

แมววัด

ผู้เขียน : ยูโตะ ฟุคะยะ

สำนักพิมพ์​ : ผีเสื้อ 

ราคา : 239 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนังสือบันทึกจากเยาวชน ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เมืองขอนแก่น กับโครงการสมุดบันทึกของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ สมุดบันทึกคือวิธีค้นหาอัจฉริยภาพของเด็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ อ่านเพลินมาก ๆ

5. 

คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน

เรียบเรียง : วัฒน์ วรรลยางกูร

สำนักพิมพ์ : the writer’s secret

ราคา : 590 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและผลงานของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน เนื้อหาภายในเล่มถูกถ่ายทอดผ่านสำนวนภาษาของ วัฒน์ วรรลยางกูร โดยหนังสือเล่มนี้ถูกจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 4 โดยมีการเพิ่มข้อมูลในส่วนภาคผนวกเข้ามา นอกจากนั้นแล้วยังมีการเพิ่มรูปภาพและเอกสารประกอบอีกจำนวนมาก จึงทำให้การพิมพ์ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการพิมพ์ที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่มีการจัดพิมพ์ขึ้นมา

6. 

ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย : Norwegian Wood

ผู้เขียน : Haruki Murakami

สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่ 

ราคา : 365 บาท

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง) ร้านหนังสือใน Columbo craft village ที่บรรจบกันของความรักในหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานฝีมือ และความถูกต้อง

หนึ่งในหนังสือวรรณกรรมที่ชอบที่สุดของ มูราคามิ อาจไม่หวือหวาแต่อ่านได้เรื่อย ๆ อ่านไปเหมือนได้ฟังเพลงไปในตัว มีความเหงา ร้าวลึกอยู่ในนั้น คาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละครถูกดึงความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง หัวใจคนทำไมถึงซับซ้อนและเปราะบางเหลือเช่นนี้

Somjing Book (ห้องหนังสือสมจริง)

ที่ตั้ง ​: โครงการ​ Columbo​ craft​ village​ 674​ ม.19​ ต.ศิลา​ อ.เมือง​ ขอนแก่น ​40000​ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันพุธ-จันทร์ (หยุดทุกวันอังคาร) 10.00 น. 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3393 5393​ / 08 5083 7635​

เว็บไซต์ : www.somjingdairy.com

Facebook : Somjing Book 

Line​ ID : che_knight / yimpyimpyimp

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer & Photographer

พิชิต ชัยสิทธิ์

เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เป็นนักดนตรีกลางคืน ที่ชอบเขียนพลง ขายหนังสือตอนกลางวัน ที่แอบไปรับงานถ่ายรูป หลัง ๆ หลงรักการฉายหนัง ตั้งแคมป์ จัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ เล่นกับแมว INSTAGRAM : somjing2121

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

The Cloud x OKMD

ตอนเด็ก ๆ ป๊ามีโอกาสร่ำเรียนน้อย เรียนถึงแค่ ป.4 เพราะต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเองและน้อง ๆ” นี่คือประโยคที่แม่ผมพูดถึงพ่ออยู่บ่อยครั้ง 

ผมเติบโตมากับร้านหนังสือที่เกิดจากแรงบันดาลใจของคนคนหนึ่งที่ ‘ต้องการมีความรู้ และให้คนอีกมากมายมีโอกาสได้อ่านหนังสือ’

ผมขอย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2509 ‘เสียงทิพย์’ เป็นร้านขายและซ่อมวิทยุทรานซิสเตอร์เล็ก ๆ ที่มีแผงหนังสือพิมพ์วางจำหน่ายให้ผู้ที่ผ่านไปมา วันเวลาผ่านไปได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง วิทยุทรานซิสเตอร์ สินค้าแฟชั่นที่เคยได้รับความนิยมค่อย ๆ จางหายไป ช่วงเวลานั้นหนังสือได้เข้ามาแทนที่ และเปลี่ยนร้านเสียงทิพย์ให้กลายเป็นร้านขายหนังสือ

จากความทรงจำในวัยเด็กของผม ร้านหนังสือเปรียบเหมือนสถานที่นัดพบ (Landmark) ของนักเรียนหลังเลิกเรียน และผู้คนในชุมชนมากมาย ทุกวันหลังเลิกเรียน ลูก ๆ ของร้านเสียงทิพย์ต้องผลัดกันมาเฝ้าร้าน เพื่อขายหนังสือและคิดเงินให้ลูกค้า

พ.ศ. 2550 ชายผู้มีปณิธานอันตั้งมั่นได้จากเราไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าให้แก่ครอบครัวอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ในเวลานั้นผมทำงานเป็นสถาปนิกอยู่ในกรุงเทพฯ และตัดสินใจลาออก เพื่อกลับบ้านมาสานต่อร้านหนังสือในทันที

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ
57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

ณ เวลานั้น ถือเป็นจุดสูงสุดของธุรกิจร้านหนังสือ ผู้คนอ่านหนังสือกันมากทุกหมวดหมู่ นำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้น ด้วยความมั่นใจ ผมจึงขยายเพิ่มอีก 2 สาขาในจังหวัดพิษณุโลก หลังจากนั้นไม่กี่ปี ความมั่นใจนี้ไม่เป็นดังที่วาดไว้ รายได้ไม่เป็นไปตามแผน “เริ่มมีอะไรบางอย่างเข้ามาแย่งความสนใจของผู้คนไปจากการอ่านและหนังสือ” ผมจึงได้ปิด 2 สาขานั้นลง

ผมกลับมาคิดทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้ง “เราทำร้านหนังสือไปเพื่ออะไร ร้านของเรายังควรจะเปิดต่อไปไหม เมืองนี้ยังต้องการหนังสืออยู่ไหม” ผมได้คำตอบว่า คนพิษณุโลกต้องอ่านหนังสือ

พ.ศ. 2560 ท่ามกลางความท้อแท้ของวงการสิ่งพิมพ์ หนังสือได้รับความนิยมน้อยมาก ร้านหนังสือต่าง ๆ ทยอยปิดตัวลง ลดจำนวนสาขา แต่เรายังคงยืนหยัดดังปณิธานของคุณพ่อที่ ‘ต้องการมีความรู้ และให้คนอีกมากมายมีโอกาสได้อ่านหนังสือ’ ผมจึงใช้พื้นที่ร้านนี้เป็นตัวกลางให้ผู้คนหันมาสนใจหนังสือมากขึ้น เราปรับปรุงร้านรูปแบบใหม่ ให้มีพื้นที่ที่เอื้อต่อการอ่านเพิ่มขึ้น และเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาอ่านหนังสือมากขึ้น ท่ามกลางตัวเลขยอดขายที่สวนทางลดลงมาตลอด

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

ความรู้ ความคิด และมิตรภาพ

ร้านหนังสือเป็นธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคมผ่านสินค้าและบริการ คุณค่าในสิ่งที่เราทำให้ผลลัพธ์ที่ประเมินไม่ได้… หลายสิบปีที่เราเฝ้ามองผู้คน และผู้อ่านมากมายหลายรุ่น หลายช่วงอายุ ที่แวะเวียนกันเข้ามาที่ร้านหนังสือ เราเห็นว่าผู้คนกำลังสนใจอะไร เราเห็นว่าผู้คนกำลังอ่านอะไร และเราเห็นว่าผู้คนสนใจใฝ่รู้หรือไม่

เราอยากสร้าง ‘Story of Hope’ ท่ามกลางผู้อ่านที่อาจลดน้อยถอยลงไปบ้าง มีคนถามว่า “ทำไมเราถึงยังทำร้านขายหนังสืออยู่ ในขณะที่ร้านขายหนังสือทยอยปิดตัวลง หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจไปทำอย่างอื่น”

เราเชื่อมาตลอดว่า นอกจากรายได้แล้ว ร้านของเราได้รับความสุขเป็นส่วนเติมเต็มจากหนังสือ และผู้ที่รักการอ่านหนังสือเหมือนกับเรา เรายึดมั่นใน ‘ปณิธาน’ ของการมีอยู่ของหนังสือ มากกว่าการมีอยู่ของร้าน หรืออาจพูดได้ว่า เราดำเนินร้านของเราต่อไปได้ เพราะการมีอยู่ของหนังสือและผู้อ่านหนังสือนั่นเอง เราให้หนังสือเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นแหล่งส่งต่อความรู้ ความคิด และสร้างมิตรภาพให้กันและกัน

ด้วยประสบการณ์ของร้านเกือบ 60 ปี ทำให้ร้านของเรามีหนังสือมากมายหลายประเภท ครอบคลุมทุกความชื่นชอบของผู้คนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงวัย เราอยากเป็นร้านที่ให้บริการกับทุกคนอย่างแท้จริง

เคยมีลูกค้าคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่อำเภอหนึ่งในต่างจังหวัด เล่าให้เราฟังว่า เมื่อตอนยังเป็นเด็กนักเรียน ได้มาซื้อคู่มือหนังสือเรียนกับทางร้าน โดยนั่งรถไฟมาและเดินจากสถานีรถไฟ เพื่อมาซื้อหนังสือที่ร้านเป็นประจำ เพราะมีหนังสือให้เลือกซื้อได้เยอะ และครบในทุกระดับชั้นเรียน จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว จากลูกค้าแปรเปลี่ยนเป็นเพื่อน พี่น้อง ที่มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ผ่านภาพความทรงจำของร้านเสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ
57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

หากย้อนเวลาไป 10 – 15 ปีก่อน การเข้าถึงความรู้ทางอินเทอร์เน็ตค่อนข้างจำกัด และการซื้อขายทางออนไลน์ยังไม่ง่ายเหมือนอย่างปัจจุบัน รวมถึงความเท่าเทียมในการได้รับความรู้ ก็เหลื่อมล้ำระหว่างคนในเมืองกับคนนอกเมือง และระหว่างคนที่ฐานะเพียงพอจะซื้อหนังสือ กับคนที่ไม่เพียงพอแม้แต่จะได้ทานสารอาหารที่ครบถ้วนในแต่ละวัน

เราอยากให้ร้านของเราเป็นพื้นที่สำหรับ ‘แหล่งความรู้ ความคิด และมิตรภาพ’ ในการเป็นร้านตัวเลือกที่มีหนังสือครบทุกประเภท ทุกช่วงวัย และทุกช่วงฐานะทางสังคม

เรามีความสุขทุกครั้งที่เห็น ‘ผู้คนเปิดหนังสืออ่าน’

เรามีความสุขทุกครั้งที่เห็น ‘รอยยิ้มของผู้คนผ่านการอ่านหนังสือ’

เรามีความสุขทุกครั้งที่ ‘เป็นส่วนหนึ่งของการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางความรู้’

แม้เราจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ในโลกอันกว้างใหญ่ แต่ปณิธานนี้ไม่เคยจืดจางไปเลย

จากสถิติใน พ.ศ. 2564 พบว่า คนไทยใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน และใช้เวลาไปกับการเล่นโซเชียลมีเดีย โดยเฉลี่ยสูงถึง 2 ชั่วโมง 36 นาที เชื่อว่าเวลาส่วนนี้อาจเป็นสิ่งที่หนังสือเล่มถูกลดบทบาทลงไป เวลาของคนคนหนึ่งมีจำกัดต่อวัน ทางเลือกของกิจกรรมมีมากขึ้น การทำกิจกรรมหนึ่งจึงอาจให้เวลาที่ไม่เพียงพอสำหรับทำอีกกิจกรรมหนึ่ง บทบาทของหนังสือเล่มจึงลดลงไป

อีกทั้งสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ได้เปิดการสั่งจองหนังสือล่วงหน้า พร้อมส่วนลดพิเศษ สายส่งหนังสือรายใหญ่ต่างกระหน่ำแจกจ่ายโปรโมชันลดราคา แต่เราไม่สามารถลดต้นทุนได้ เพราะมีพนักงานอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล เราจึงไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสำนักพิมพ์รายใหญ่ได้ รายได้ของเราจึงลดลงไป

เราเรียนรู้ในทุก ๆ วันจากการหมุนเวียนของผู้คนที่ผ่านเข้าร้าน วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เราคิดว่าดีหรือถูกต้องในวันนี้ อาจจะไม่ใช่สำหรับวันพรุ่งนี้ก็ได้ เราจึงปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและผู้คน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ปรับเปลี่ยนและยึดมั่นมาเสมอ นั่นคือปณิธานของเรา 

ความรู้ ความคิด และมิตรภาพ

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ
57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

ร้านหนังสือเราต้องไม่เป็นเพียงสถานที่หยิบเลือกหนังสือ จ่ายเงิน แล้วเดินจากไป ร้านหนังสือต้องสร้างสังคมของตัวเองอย่างแข็งแกร่ง เพื่อกลับมาเป็นสถานที่นัดพบ เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ และแนวความคิดที่หลากหลายของผู้คน ตอนนี้เป้าหมายของเรายังไปไม่ถึงหรอกครับ แต่ถ้าเรายืนหยัดและยืนนานพอก็คงไปถึงได้ ‘สักวันหนึ่ง’

ตลอดเวลาเกือบ 60 ปี เราสร้างความผูกพันกับนักอ่านไว้มากมาย จนเมื่อปลาย พ.ศ. 2564 เรามีโอกาสนั่งคุยกับลูกค้าท่านหนึ่ง ที่เติบโตมากับหนังสือในร้านของเรา ตั้งแต่วัยเด็กจนปัจจุบัน เขาทำงานเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หมอบอกผมว่า “จัดกิจกรรม Book Club กันไหมพี่ เดี๋ยวผมช่วย” เราตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “จัดไปครับ” 

กิจกรรม Book Club ของเราจึงเริ่มขึ้น เพื่อให้เกิดเป็นชุมชนนักอ่านที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดซึ่งกันและกัน มีผู้ร่วมงานมากกว่าที่ตั้งไว้มาก บางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด สิ่งนี้อาจสะท้อนได้ว่า พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดในปัจจุบันนั้นยังค่อนข้างจำกัด และการสนับสนุนจากส่วนกลางและภาครัฐยังไม่เพียงพอ จนถึงวันนี้เราได้จัดไปทั้งสิ้น 4 ครั้งแล้ว ในหัวข้อหนังสือที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง และเราจะยังคงจัดกิจกรรมนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อขยายชุมชนนักอ่านให้มากขึ้น

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

ครั้งที่ 1 เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเรื่องหนังสือที่ดีที่สุดใน พ.ศ. 2564 ผู้อ่านแต่ละคนได้นำหนังสือที่ตนรัก มาแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน

ครั้งที่ 2 เราลองจัดเป็นลักษณะ 2 หัวข้อที่สนใจ ในช่วงเช้าเรื่อง ‘เป็นเด็กมันเหนื่อย’ ร่วมกับจิตแพทย์เด็กและสำนักพิมพ์หนังสือเด็ก และช่วงบ่าย ‘AI Superpowers’ ร่วมกับเจ้าของสำนักพิมพ์บิงโก

ครั้งที่ 3 เราจัดในหัวข้อวรรณกรรมนิยายที่ชื่นชอบ

และล่าสุดครั้งที่ 4 จัดขึ้นในหัวข้อ ‘อ่านอย่างไรให้เป็นนักลงทุน’ ร่วมกับเพจลงทุนศาสตร์  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และผู้เข้าร่วมอยากให้เราจัดต่อไป 

ในทุกครั้งที่เราได้จัดนั้น เราได้กำลังใจ และได้พลังชีวิตมากมาย และเราได้ยินเสียงสะท้อนบอกว่า “หนังสือและผู้อ่านหนังสือนั้นไม่มีวันหายไป”

57 ปี เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านหนังสือของคนจบ ป.4 ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือ

หนังสือแนะนำ

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด

นักเขียน : Rando Kim (รันโด คิม)

นักแปล : วิทิยา จันทร์พันธ์

สำนักพิมพ์ : Springbooks

ราคา : 199 บาท

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด นักเขียน : Rando Kim (รันโด คิม)

แม้หนังสือเล่มนี้จะตั้งชื่อให้เราเข้าใจว่าเหมาะกับวัยรุ่น แต่ในมุมมองของผมแล้ว หนังสือเล่มนี้เหมาะสมกับผู้อ่านทุกวัย เพราะให้ข้อคิดและกำลังใจได้เป็นอย่างดี ผมขอหยิบบางบทของหนังสือเล่มนี้ ที่ให้ข้อคิดกับชีวิตผมเป็นอย่างยิ่ง มาเป็นตัวอย่างครับ

“ในชีวิตหนึ่ง ไม่มีช่วงอายุใดเร็วเกินไปหรือสายเกินแก้” ประโยคที่คอยกระซิบบอกผมอยู่เสมอว่า สิ่งสำคัญของชีวิตคือเวลา และอย่าเร่งรีบกับชีวิตเกินไป โดยอาจารย์คิมเปรียบเทียบว่า หากเวลา 24 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 1,440 นาที ชีวิตที่มีอายุขัย 80 ปี จะมีค่าเท่ากับปีละ 18 นาที ผมยกตัวอย่าง อายุ 40 ปี เวลาในช่วงชีวิตของเราจะเท่ากับ 12 หรือเที่ยงวัน เวลาเที่ยงวันนี้บอกผมว่า เรายังพอมีเวลากับชีวิตอยู่ ขอเพียงดำเนินต่อไป อย่าหยุดก้าวเดิน อย่าท้อแท้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต วันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จในรูปแบบที่เราเลือกเดิน

อีกบทหนึ่งนั้น คือ ‘ฤดูกาลที่ตัวคุณผลิบาน’ ดอกไม้แต่ละชนิดมีฤดูกาลที่ผลิบานแตกต่างกัน เหมือนกับชีวิตของเรา เราอาจจะประสบความสำเร็จช้ากว่าคนอื่นก็คงไม่เป็นไร หากเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่คิดว่ามีความสุขและถูกต้อง วันหนึ่งที่ฤดูแห่งการผลิบานของชีวิตเรามาถึง ก็คงเป็นวันที่สวยงามเช่นกัน

2

เกมของคนที่มองเห็นอนาคต (The Infinite Game)

นักเขียน : Simon Sinek

นักแปล : วิโรจน์ ภัทรทีปกร

สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น

ราคา : 295 บาท

นักเขียน : Simon Sinek เกมของคนที่มองเห็นอนาคต (The Infinite Game)

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงธุรกิจว่าเป็นเกมที่ไร้ขอบเขต ธุรกิจจะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีผู้ชนะหรือผู้ที่ดีที่สุด แต่เราดูที่ธุรกิจของใครดำเนินต่อไปได้ยาวนานกว่า ธุรกิจที่ไปต่อไม่ได้จะหายไปจากเกมเอง โดยมีตัวแปรที่สำคัญคือ ‘ปณิธาน’ หากเรามีปณิธานที่ดีงามและตั้งมั่น สิ่งนี้จะเป็นแรงผลักดันและกำหนดทิศทางให้เราเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าคุ้มค่า เราอาจไม่ได้วัดที่ตัวเงิน แต่ให้ความหมายกับส่วนที่เติมเต็มพลังใจของเรา การกระทำแบบนี้ทำให้เกิดความต่อเนื่อง และยืนหยัดในระยะยาวได้

เกมไร้ขอบเขตนี้นำมาใช้กับชีวิตได้เช่นกัน ชีวิตของเราไม่จำเป็นต้องชนะหรือดีไปกว่าใคร ขอแค่ดีในแบบของเรา และดีต่อสังคมก็เพียงพอแล้ว ปณิธานเหล่านี้เองที่จะมอบความหมาย ให้กับชีวิตในแต่ละวันของเรา

3

The Last Lecture : เดอะลาสต์เลกเชอร์

ผู้เขียน : แรนดี เพาช์ (Randy Pausch)

ผู้แปล : วนิษา เรซ

สำนักพิมพ์ : Amarin HOW-TO

ราคา : 175 บาท

ผู้เขียน : แรนดี เพาช์ (Randy Pausch) The Last Lecture : เดอะลาสต์เลกเชอร์

“ถ้าคุณมีเวลาอีกไม่กี่เดือนที่จะได้มีชีวิตอยู่บนโลก คุณจะทำอย่างไร” เล่มนี้เป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่ผมหยิบขึ้นมาอ่านหลายครั้ง และแต่ละครั้งที่อ่าน ก็จะได้อะไรที่ต่างออกไป 

เมื่อช่วงอายุ 28 เล่มนี้ให้กำลังใจ ให้แง่คิดในการทำตามความฝันของตัวเอง และให้แง่คิดในการใช้ชีวิต มันสะเทือนอารมณ์ที่สุด เมื่ออ่านเล่มนี้อีกครั้งตอนมีครอบครัวและมีลูก ๆ แล้ว เพราะมันให้มุมมองของผู้เป็นพ่อ ที่มีเรื่องราวมากมายอยากจะสอนลูก ๆ ของเขา เฝ้ามองดูการเติบโต สอนสิ่งที่สำคัญ และรับมือกับความท้าทายที่มาพร้อมกับชีวิต 

แต่เวลาของเขาเหลือน้อยมากแล้ว เขาจึงใส่ทุกอย่างที่พอจะเป็นไปได้ ลงไปในเดอะลาสต์เลกเชอร์ ปาฐกถาที่บันทึกการบรรยายเอาไว้และหนังสือเล่มนี้ เผื่อว่าวันหนึ่ง เมื่อเวลานั้นมาถึง ลูก ๆ ของเขาจะได้รับคำสอนที่ผู้เป็นพ่อนั้นฝากเอาไว้

4

โจนาทาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล

ผู้เขียน : ริชาร์ด บาก

ผู้แปล : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

สำนักพิมพ์ : จินต์

ราคา : 220 บาท

วรรณกรรมยุค 70 เชิงปรัชญาระดับโลก ชวนให้ค้นหาความเป็นปัจเจกของมนุษย์แต่ละคน ชวนให้คนอ่านแสวงหาวิถีและความมีอิสระของตนเอง โจนาทาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล เป็นเหมือนหนังสือ How To ในยุคปัจจุบัน เป็นเรื่องราวที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ คนยุคใหม่ เอาไปใช้เป็นแรงผลักดันตนเอง ให้พยายามทำในสิ่งที่ใคร ๆ ก็ว่าเป็นไปไม่ได้

นกนางนวล โดยธรรมชาติแล้วจะบินออกจากฝั่งไปหาอาหาร โดยโฉบตามเรือประมงที่มีปลา หรือเรือที่คอยโยนเศษขนมปังและเศษอาหาร ใจความสำคัญของนกนางนวลมีแค่นี้ มันทำอยู่แค่นี้ มันมีชีวิตเพียงเพื่อกินและอยู่ให้ชีวิตยืนยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สำหรับ ‘โจนาทาน’ เป็นนางนวลกบฏ เป็นนางนวลแหกคอกที่คิดต่าง มันไม่โฉบไปแย่งอาหารกับตัวอื่น ๆ แต่ใช้เวลากับการฝึกบิน บินให้สูง บินให้เร็ว บินด้วยท่าที่พิสดาร บินด้วยรูปแบบที่แปลกใหม่ และที่สำคัญ คือ ‘มีอิสรภาพและเสรี’

ในหนังสือมีการใช้คำว่า ‘นกผู้ใหญ่’ และ ‘นางนวลผู้ใหญ่’ แทนผู้ที่ยึดถือในขนบดั้งเดิมของสังคม ส่วนโจนาทาน คือ ‘นกเด็ก’ ผู้ที่ต้องการแสวงหาอิสระเสรี และเลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบของตน

เล่มนี้เหมาะกับคนทุกวัยในสังคมเรายุคนี้มากครับ เพราะ ‘เรามีทั้งนกผู้ใหญ่และนกเด็ก’

เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์

ที่ตั้ง ​: 108/3 – 5 เอกาทศรฐ ถนนเอกาทศรฐ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (แผนที่)

เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5525 8862

Facebook : Siangthip book center

เว็บไซต์ : www.stbookcenter.com

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

นิติพันธ์ ตั้งนพรัตน์

คนพิษณุโลก มีบ้านเป็นร้านหนังสือ มีเพื่อนเยอะ ชอบถ่ายภาพ หลงใหลกาแฟ อดีตเป็นสถาปนิกบริษัทในกรุงเทพฯ ปัจจุบันสานต่อธุรกิจครอบครัว ขายหนังสือ เพิ่มเติมคือเป็นบาริสต้าและนักลงทุน

Photographer

ภาณุวิช ขวัญยืน

ช่างภาพจากสุโขทัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load