‘มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่’

คุ้นๆ กันไหมว่าผลไม้ชื่อยาวนี้ปรากฏในวรรณคดีเรื่อง นางสิบสอง เมื่อนางยักษ์แกล้งป่วยหนัก มีเพียงผลไม้วิเศษนี้เท่านั้นที่จะรักษาอาการได้ พระรถเสน พระเอกของเรื่องที่เป็นลูกเลี้ยงจึงออกไปผจญภัยตามหาถึงเมืองของนางเมรี

ถึงนางยักษ์ในนิทานจะป่วยปลอม แต่มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ มีอยู่จริง และมีสรรพคุณเป็นยาจริงๆ

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

ลุงศิริ เจริญช่าง เคยป่วยหนักเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ต่อเนื่องถึง 40 ปี กลับอาการดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจเพราะกินมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ ครอบครัวเจริญช่างจึงตัดสินใจนำผลไม้นี้มาปลูกเป็นสวนบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ในตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

การปลูกสมุนไพรรักษาโรคให้พ่อ กลายเป็นธุรกิจครบวงจรของเกษตรกรยุคใหม่ ที่ทั้งปลูก แปรรูปเป็นสินค้าสารพัดกว่า 30 รายการ ไปจนถึงเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของอัมพวาได้อย่างไร ทสม์ เจริญช่าง ลูกชายคนเล็กของครอบครัวพาเราเข้าอาณาจักรผลไม้สีแดงชมพูแล้วเล่าเรื่องราวให้ฟัง

ไม่แฟนตาซีเหมือนในนิทาน เส้นทางการค้นพบและสร้างธุรกิจจากมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ เป็นโมเดลจริง จับต้องได้ แต่สนุกและสร้างสรรค์ไม่แพ้กัน

เชิญชมการเปลี่ยนสวนแปลกเป็นสวนสนุก ณ บัดนี้

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

แปลกแต่ดี

15 ปีก่อน เมื่อไปไหว้พระทำบุญ แล้วพระแนะนำว่าผลมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ หรือ ‘หนามแดง’ แก้เจ็บคอได้ ลุงศิริทดลองชิมแล้วอาการไอน้อยลง เสมหะลดลง ลุงและ ป้าสมปอง เจริญช่าง ก็หาพันธุ์ผลไม้นี้มาปลูกบนที่ดินที่มีในจังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากต้นไม้โตช้า จึงต้องปลูกจำนวนเยอะเพื่อผลผลิตต่อเนื่องให้ลุงกินทุกวัน

1 ปีผ่านไป แทนที่จะต้องผ่าตัด อาการของคุณลุงวัย 60 กลับดีขึ้นมากจนหมอแปลกใจ เมื่อแนะนำให้เพื่อนฝูงลองทาน ปรากฏว่าช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน โรคความดัน และสารพันโรคของเพื่อนๆ ด้วย ทั้งคู่จึงหันมาทำสวนมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ อย่างจริงจังทั้งในสมุทรสงครามและกาญจนบุรี โดยขายผลไม้และแบ่งต้นให้เพาะพันธุ์ด้วย กลุ่มลูกค้าคือผู้ใหญ่ที่ต้องการรักษาสุขภาพ เห็นว่าพืชชนิดนี้เป็นยา

“ตอนนี้งานวิจัยเกี่ยวกับมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ มีเยอะมากในเมืองไทย ในต่างประเทศเช่นที่อินเดียมีงานวิจัยนานแล้วว่าเป็นอายุรเวช มันเป็นพืชที่ปรากฏชื่ออยู่ในพุทธประวัติ เป็นเหมือนยาของพระพุทธเจ้า เขาปลูกและกินเป็นผลไม้ดองเกลือ เหมือนที่เรากินผักดองในชีวิตประจำวัน”

ทสม์อธิบายคร่าวๆ ว่า ทุกส่วนประกอบของมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ ตั้งแต่รากจรดใบมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย คนไทยมองว่าเป็นสมุนไพรมีประโยชน์ แต่รสชาติเปรี้ยวฝาดแบบนี้ไม่ใช่ของอร่อย ไม่จำเป็นก็ไม่อยากกิน ตอนแรกสวนมะนาวโห่ลุงศิริจึงมีคนมาเยี่ยมไม่มาก มาซื้อผล ซื้อน้ำ หรือซื้อต้นไม้ไปปลูกครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีก

จะทำยังไงให้ผลไม้ในวรรณคดีนี้น่าสนใจขึ้น และทำให้คนอยากกลับมาที่สวนบ่อยๆ

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

หัวการค้า

เคล็ดลับแปลงโฉมสวนมะนาวโห่ลุงศิริแตกต่างจากสวนอื่นๆ คือการคิดแบบพ่อค้า

แต่เดิมครอบครัวของทสม์ไม่ได้อยู่ในวงการเกษตรกรรม พ่อแม่และพี่น้อง 7 คนล้วนทำธุรกิจ เขาซึมซับการทำธุรกิจตั้งแต่เด็กๆ และเรียนปริญญาโทด้านการบริหาร จึงมองเห็นมูลค่าว่าสวนนี้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนได้

“แต่ก่อนเวลาคนนึกถึงสมุทรสงคราม ต้องคิดถึงมะพร้าวอ่อน ลิ้นจี่ ส้มโอขาวใหญ่ ทุกวันนี้ก็เริ่มคิดถึงมะนาวโห่กันบ้างแล้ว” เจ้าของสวนเอ่ยอย่างภูมิใจ

“อาจารย์ที่ปรึกษา ป.โท เราชอบเรื่องท่องเที่ยวชุมชน เราเลยเล่าเรื่องสวนมะนาวโห่ให้ฟังว่ามันพัฒนาเป็นที่เที่ยวได้มั้ย อาจารย์ก็ช่วยแนะนำ ให้เราวางแผนการสร้างที่เที่ยวว่าต้องมีอะไรบ้าง พอไปนำเสนอ เป็นจังหวะที่ยุคทีวีเริ่มเปลี่ยนเป็นดิจิทัล สื่อเพิ่มมากขึ้นทุกช่องทาง และกระแสรักสุขภาพก็มาพอดี เราเลยต่อยอดทำจริงในขณะที่สถานที่พร้อมแล้ว”

ทสม์เท้าความถึงจุดเริ่มต้นการทำแบรนดิ้งเมื่อราว 7 ปีที่แล้ว เขาค่อยๆ สร้างร้านศิริสมปอง ร้านสินค้าหน้าสวนที่ดึงดูดลูกค้าให้ชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ แล้วซื้อของฝากหรือของขวัญกลับบ้าน

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

“ถ้าเป็นที่เที่ยวอย่างเดียว เราไม่ได้เก็บค่าเข้าชม ก็ไม่ได้อะไรจากตรงนั้นเลย ดังนั้น จากที่ขายน้ำคั้นกันบ้านๆ ต้องสร้างผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวจริงจังให้เกิดรายได้ เลยพยายามใส่ลูกเล่นอะไรหลายๆ อย่าง วันนั้นที่พ่อแม่ทำ เขาตีโจทย์ว่ามะนาวโห่คือยา เพราะฉะนั้น ตำแหน่งการตลาดคือผู้ใหญ่วัย 60 – 70 ขึ้นไป แล้วครอบครัวที่มากับเขา รุ่นลูกรุ่นหลานล่ะ

“วัยสัก 30 เป็นวัยที่ชอบช้อปปิ้ง เราก็เลยใส่ไอเดียว่าทำสินค้าคู่ครัวสิ ไปเดินตามท้องตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ เห็นทุกชั้นมีน้ำพริก มีแยม เลยทำน้ำพริก ทำแยมออกมา เพราะคิดว่าคนที่ชอบซื้อของก็จะซื้อฝากเพื่อน ฝากพนักงานที่ออฟฟิศ ตอบโจทย์กลุ่มวัยทำงานถึงวัยกลางคน ส่วนวัยรุ่นไม่อินสินค้าแปรรูป ชอบนั่งร้านกาแฟตอนกลางวันรอไปอัมพวาตอนเย็นๆ ก็มีคาเฟ่ให้นั่งถ่ายรูป

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

“พ่อ แม่ พี่ น้อง ขายได้หมดแล้ว แล้ววัยเด็กล่ะขายอะไร ก็แปรรูปเป็นเยลลี่ เป็นไอศครีม ก็ขายได้ เราเรียนรู้จากปัญหา ถ้ามันกินยาก มันไม่อร่อย ทำให้มันอร่อยสิ ให้เขาอยากกิน ใส่ให้ครบ เติมจุดที่บกพร่อง พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือได้ตังค์จากเขาทุกคน มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้คนเข้ามาและซื้อของเรา ในเมื่อลูกค้ามาหน้าบ้านแล้ว เราต้องตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย”

ทสม์เปลี่ยนภาพลักษณ์สมุนไพรโบราณเป็นเบอร์รี่ชนิดหนึ่งที่พลิกแพลงทำอาหารได้สารพัด จากน้ำผลไม้หรือผลไม้แช่อิ่มง่ายๆ ทุกวันนี้เขามีนักวิทยาศาสตร์อาหารมาช่วยออกแบบของอร่อยซับซ้อน ทั้งแยม น้ำพริก น้ำไซเดอร์ ชา ผลไม้กวน ผลไม้ลอยแก้ว ผลไม้สามรส เยลลี่ และไอศครีมเชอร์เบต ผลไม้ในนิทานจึงดึงดูดผู้คนหลากหลายขึ้นทุกที ตั้งแต่ผู้ใหญ่ที่เข้ามาซื้อสุขภาพ จนถึงลูกค้าตัวน้อยจากชลบุรีที่ให้คุณตาพามาซื้อเยลลี่สีแดง 20 กว่าถ้วยทุกเดือน

สร้างสวนสนุก

เป้าหมายของสวนมะนาวโห่ลุงศิริคือการทำให้ลูกค้ากลับมาเยี่ยมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น ที่นี่จึงต้องเปลี่ยนแปลงขยับขยายตลอด ทุก 2 – 3 เดือนจะมีสินค้ามะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ ใหม่ๆ มาวางขายเสมอ ทั้งในร้านศิริสมปองและคาเฟ่ริมน้ำแม่กลองที่หมุนเวียนเมนูตามฤดูกาล เช่น เอาผลสุกไปปั่นเป็นซอสผัดเปรี้ยวหวาน เอาผลดิบต้มกับปลาทูเป็นปลาทูต้มมะนาวโห่ ขายความเป็นสมุทรสงคราม

ทสม์ใส่ใจตกแต่งสวนและจัดมุมถ่ายรูปใหม่ตลอด จะเข้ามาช่วงต้นปีเพื่อชมสวนดอกไม้สีขาว หรือชมผลเล็กๆ ที่ดกเต็มต้นตลอดกลางปีถึงปลายปี ก็มีกิจกรรมให้ทำเสมอ ตั้งแต่เรียนรู้การเกษตร ย้อมผ้ามัดย้อมสีชมพูด้วยน้ำมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ แถมทุกวันอาทิตย์ก็จัดเรือนำเที่ยวฟรีเพื่อพานักท่องเที่ยวไปกินอาหารหรือช้อปปิ้งที่ตลาดบางนกแขวก ตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปีที่อยู่ใกล้ๆ

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

นอกจากผู้เยี่ยมชมขาจร กลุ่มเป้าหมายในวันธรรมดาของสวนนี้คือเด็กนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนกลุ่มผู้สนใจธุรกิจและแนวคิดการทำเกษตรที่ต้องการเวิร์กช็อป หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้

“มะนาวโห่เป็นพืชที่ปลูกง่ายแต่อยู่กับมันยาก ถ้าคิดจะปลูกเพื่อขายผลผลิตมันขายไม่ได้ ตามบ้านเขาก็ปลูกกัน แต่กินสดๆ ไป 5 เม็ดก็ไม่เอาแล้วเพราะไม่อร่อย ถูกต้องมั้ย คุณต้องสร้างเรื่องราวให้มัน การปลูกเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ เราก็แปรรูปให้กินง่าย แต่กลืนแล้วเป็นยา ปลายน้ำเราก็จัดจำหน่าย ทั้งทำสถานที่ท่องเที่ยว และทำช่องทางอินเทอร์เน็ตให้พร้อม คนที่อยู่ไกลๆ เคยกินอร่อยก็สั่งซื้อได้ตลอด ช่วงวันศุกร์เราเตรียมโฆษณาบนเฟซบุ๊ก วันเสาร์เราก็โปรโมตเจาะสมุทรสงคราม ให้คนที่มาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาแวะมา”

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่แย้มโครงการในอนาคตว่าอยากร่วมมือกับพี่สาว ต่อยอดผลไม้นี้เป็นไวน์เพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง ไปจนถึงสปามาส์กหน้า ทำให้ทุกองค์ประกอบของต้นมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ ได้นำมาใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีส่วนไหนต้องทิ้งเลย

ธุรกิจครอบครัว

กว่าจะสร้างธุรกิจสำหรับคนมากมาย ด่านแรกที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต้องเจอคือพ่อแม่ตัวเอง

ก่อนจะจูงใจคนนอก ลูกชายคนเล็กใช้เวลานานในการเกลี้ยกล่อมคนในบ้าน

“ตอนแรกพ่อแม่ไม่สนใจเรื่องการท่องเที่ยว เพราะทุกอย่างต้องลงทุน ต้องปรับเปลี่ยน เราพยายามปรับแต่งสวนใหม่ให้คนมาเห็น เขาก็ไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจว่าทำทำไม ไม่ได้ประโยชน์ แค่มาดูก็จบ ไม่เห็นต้องมาแต่งมุมต้นไม้ใบไม้ ไม่เห็นต้องถ่ายรูป พ่อแม่เคยขายแบบนี้ ทำแบบนี้ก็ได้ตังค์อยู่แล้ว จะเปลี่ยนทำไม

“เหมือนทุกๆ บ้านแหละ ช่วงรอยต่อมีความขัดแย้ง ถ้าเราแข็งในวันที่เขาขวางก็จะทำไม่ได้ บางอย่างถ้าเขาเบรก ปากเราอาจจะบอกว่าเบรก แล้วเราแอบทำทีหลังได้ ถูกมั้ย” ทสม์กล่าวพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“ต้องค่อยๆ กลืน ให้เขายอมรับไปเรื่อยๆ พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าแนวคิดเด็กวัยรุ่นมันเป็นไปได้ ช่วงเวลาเปลี่ยนนั่นแหละที่ต้องอดทน ไม่ยอมทิ้ง เพราะไม่ใช่ว่ามันราบรื่นไปหมด เราไม่ต้องร้องไห้นะ มันก็มีบ้าง แต่พอธุรกิจค่อยๆ โตขึ้น เขาก็เริ่มเห็นการตอบรับและถอยให้เรา จนตอนนี้อยากทำอะไรก็ให้ทำ โชคดีที่เรามีพี่สาวเป็นโค้ชด้วย อะไรที่ไม่ดี เดินผิด เราก็ตัดทิ้งไปเลย”

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

“เราเป็นลูกคนเล็ก กว่าเราจะกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่ก็จะ 70 แล้ว เรามีเวลาอยู่กับเขาน้อยกว่าทุกคน ก็เลยเอาเวลาที่น้อยนี้มาทำให้เขาสบายใจ เขาเห็นว่าเราทำได้แล้วก็หมดห่วง ยิ่งเป็นธุรกิจที่อยู่หน้าบ้าน เขาลงมาได้คุยกับลูกค้าก็มีความสุข เพราะผู้ใหญ่ส่วนใหญ่อยู่บ้านแล้วเขาเหงา”

ข้อดีอีกอย่างของการสร้างธุรกิจจากสวนสมุนไพรของพ่อแม่ คือมีกลุ่มผู้ใหญ่ที่รักอาหารสุขภาพสนับสนุนเต็มที่ แม้ราคาสินค้าบางอย่างสูงกว่าของเมืองนอก แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็อยากสนับสนุนสินค้าคนไทยรุ่นใหม่ แถมบางคนยังพาลูกหลานมาพูดคุย ให้ทสม์ช่วยสอนเรื่องงานให้ ดูแลกันหลายรูปแบบเหมือนครอบครัว อาณาจักรหนามแดงนี้จึงขยายตัวอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยกำลังใจ

ใส่ใจ จึงเติบโต

แม้จะมีสวนหลายสวนที่ปลูกผลไม้ชนิดเดียวกัน แต่สวนมะนาวโห่ลุงศิริโดดเด่นด้วยโมเดลที่ไม่เหมือนใคร เพราะเจ้าของไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่

“พี่ที่รู้จักคนหนึ่งเคยบอกเราว่าอยู่ที่นี่เราเป็นเจ้าของ แต่อยากให้คิดว่าเราเป็นลูกค้า แล้วเราจะมองในจุดที่เจ้าของมองไม่เห็น ต้องตรวจสอบผลตอบรับและหาทางแก้โจทย์ด้วยประสบการณ์ทุกวัน ตั้งแต่กระจกมีคราบฝุ่นไหม ตู้เย็นมีคราบดำมั้ย หรือรีวิวในอินเทอร์เน็ตบอกว่าริมน้ำสวยนะคะ แต่ขอเพิ่มห่วงยางหน่อยได้มั้ย เผื่อเด็กตกน้ำ เราก็เพิ่มเข้ามา ลูกค้าอยากได้ทางลาดและห้องน้ำผู้สูงอายุ เราก็เพิ่มเข้ามา พอคนกลุ่มนี้รู้ว่าเรารองรับเขา เขาก็มีความสุขและอยากมาอีก”

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

ทสม์ตบท้ายพร้อมนำเยลลี่ผลไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยเก๋มาให้ชิม รสชาติเปรี้ยวฝาดของผลสดกลายเป็นอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่ใช่แค่น้ำตาลหรอกที่ทำให้มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ กลมกล่อม วัตถุดิบที่ปรุงแต่งสวนผลไม้รักษาอาการป่วยของลุงศิริคนเดียว กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของผู้คนมากมาย คือความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ไฟสร้างสรรค์ที่ลุกโชน และความประณีตใส่ใจของคนลงมือ

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ, อัมพวา

The Rules

  • การเก็บสถิติช่วยในการผลิตสินค้า ต้องรู้ว่าเราต้องการของเท่าไหร่ และสังเกตธรรมชาติ เช่น ปีนี้ผลออกน้อย เมื่อรู้ว่าต้นไม้ไม่ชอบอากาศเย็นและหยุดออกลูกช่วงปลายปี ก็ตัดแต่งต้นตอนปลายปี ให้ออกดอกเยอะขึ้น ผลผลิตจะได้เยอะขึ้น
  • วางแผน Things to do ว่าต้องทำอะไร พอทำไปแล้วได้มานั่งฆ่าทิ้งจะรู้สึกมีกำลังใจว่างานสำเร็จ
  • หมั่นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยการสังเกตสินค้าในตลาด และเรียนรู้การใช้เครื่องจักรการเกษตรเพื่ออำนวยความสะดวก

 

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ

ที่ตั้ง : 29/8 ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.30 – 17.30 น. (คาเฟ่เปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์)
โทร : 080-566-5124
www.สวนมะนาวโห่ลุงศิริ.com
Facebook: มะม่วงหาวมะนาวโห่ สวนมะนาวโห่ลุงศิริ 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 66 ล้านคน ในจำนวนนี้มีมากกว่า 20 ล้านคนที่อาจนับเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเติบโตมากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่รวดเร็ว

พวกเขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วยพลังของโซเชียลมีเดีย เห็นปัญหาและความทุกข์ร้อนของผู้คน สังคม และสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ บางส่วนใฝ่ฝันที่จะแก้ไขเพื่อบ้านเมืองที่ดีขึ้นสำหรับพวกเขาและคนรุ่นหลัง

แต่ใครที่เคยผ่านการลงมือทำมาบ้าง คงรู้กันดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด บางความฝันต่อให้ใช้ทั้งชีวิต ก็ไม่อาจเห็นวันที่ฝันเป็นจริงได้

เว้นแต่ว่าเราแท็กทีมกัน เรื่องยากก็อาจจะง่ายขึ้นทันตา

นั่นคือสิ่งที่ ‘Tact Social Consulting’ ธุรกิจเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise ของคนรุ่นใหม่กำลังทำ ผ่านการเป็นที่ปรึกษา และบริหารจัดการโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยชักชวนคนรุ่นใหม่ด้วยกันมาเป็นพลังในการขับเคลื่อน หรือที่เรียกว่า Youth Engagement

ก่อตั้งจากความฝันของ แม็ก-ชยุตม์ สกุลคู (CEO), ซึง-ปวรรัตน์ ลิสกุลรักษ์ (Chief Operating Officer หรือ COO), ป้อง-เชาวนะ วิชิตพันธุ์ (Environment Director) และบรรดาทีมคนรุ่นใหม่ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

ด้วยอายุเฉลี่ยของพนักงานเพียง 25 ปี พวกเขาผ่านการรับงาน ทำงานร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ สร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการศึกษา การจัดการขยะ การช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย และอื่น ๆ

หลังก่อตั้งมานาน 4 ปี และผ่านวันเวลาอันแสนสาหัสจากช่วงโควิด-19 ไปได้แล้ว เรานัดคุยกับพวกเขาถึงการเติบโตของบริษัท ที่มองไกลไปถึงการสร้างโปรเจกต์และบุคลากรด้านความยั่งยืนในระดับภูมิภาค เพื่อโลกใบนี้ที่มีความหวัง

ถ้าพร้อมแล้ว มา Take Action ไปด้วยกัน

01
Tact Team

“Tact เริ่มต้นจากการชวนนักกิจกรรมของมหาวิทยาลัย แต่ละคนอาจสนใจกันคนละเรื่อง แต่สิ่งที่ยึดโยงเราเข้าหากัน คือการมองเห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างให้แก้หลายอย่าง และคนรุ่นเราน่าจะทำอะไรได้บ้าง” แม็ก บัณฑิตนักกิจกรรมวัย 27 ปี จากรั้วคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกริ่นถึงจุดเริ่มต้นและพลังที่ผลักดันให้เขาสร้าง Tact ขึ้นมา

สมัยเรียน แม็กทำกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยสร้างทักษะการทำงานและความเป็นผู้นำ ตั้งแต่เป็นนักโต้วาที ประธานจัดงานใหญ่ของคณะและก่อตั้งชมรมที่มุ่งหมายจะช่วยพัฒนาชุมชน

ระหว่างลงพื้นที่ไปทำงานอาสาของชมรม อาจารย์ท่านหนึ่งพูดสิ่งที่สะกิดใจเขาขึ้นมา

“อาจารย์บอกว่าเด็กรุ่นคุณน่าจะมีพลังทำอะไรได้อีกเยอะ มากกว่าการนั่งทาสีบ้านหรือเปล่า” 

หลังจากวันนั้น แม็กกลับมาคิดหาทางช่วยพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน และพบว่างานแบบนี้ต้องอาศัยทั้งเวลาและความเข้าใจ น่าจะลองฟอร์มทีมคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างจริงจัง ลองดูว่าพวกเขาจะทำกันได้สักแค่ไหน

เมื่อใฝ่ฝัน แม็กจึงตระเวนหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จนพบ ซึง บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ที่เคยทำงานในบริษัทระดับโลก แต่แสวงหางานที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม และ ป้อง รุ่นน้องในคณะที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชวนมาเป็นหนึ่งในรุ่นบุกเบิกและร่วมทีมกันกับ Co-founders อีก 3 คน

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action
Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

“ตอนคุยกับแม็ก เราไม่ได้มีภาพในหัวเลยว่ามันจะมาเป็นแบบทุกวันนี้ แต่เรามองหาว่าองค์กรไหนที่จะทำให้เราได้ใช้พลังของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่อยู่เป็นจุดเล็ก ๆ ในที่ที่อาจจะไม่ได้มีวิสัยทัศน์เรื่องสังคม คุยกับแม็กครั้งแรกนานกว่า 5 ชั่วโมง พอรู้สึกว่าเห็นตรงกันก็ทำ จนถึงทุกวันนี้” ซึงเล่าย้อนความ

ป้องยังเสริมว่า “ตอนนั้นพี่แม็กถามว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร ผมรู้คำตอบว่าอยากจะเป็นคนที่มีประโยชน์ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เราไม่มั่นใจว่าจะทำงานแบบนี้แล้วอยู่รอดได้ไหม แต่พอเห็นโอกาสว่าเป็นไปได้ ก็ได้คำตอบเลย”

แต่ความเป็นไปได้นั้นก็ยังเป็นภาพที่เบลออยู่ ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้มีโมเดลธุรกิจมากไปกว่าการรับจัดโครงการ ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษา เริ่มคิดไอเดีย วางแผน จนจัดงานสำเร็จ อาศัยเงินทุนจากสปอนเซอร์ที่เป็นบริษัทที่ต้องการทำงานด้าน CSR

แต่ถ้าไม่เริ่มสักทาง ก็คงไม่มีวันได้ลงมือทำ

02
Trust Building 

ผลงานแรกของ Tact คือการจัดโครงการ Anacoach ที่สอน Soft Skill และ Growth Mindset ให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ด้วยการสร้างความเชื่อว่า พวกเขาเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด สนับสนุนโดยบริษัท Garena

“เราจัดเป็นค่ายที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์อยู่กับน้อง ๆ และมันออกมาดีมาก เราเห็นว่ามีหลายร้อยคนที่เปลี่ยนทัศนคติกับตัวเองได้เพราะค่าย แน่นอนว่าเราคงพัฒนาไม่ได้ทุกอย่างด้วยเวลาที่มี แต่อย่างน้อยพวกเขาและทีมงานจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดคำนึงถึงสังคมอย่างแน่นอน” ซึงเล่าด้วยความปลื้มใจ พร้อมบอกว่าน้องที่เคยเป็นเด็กค่ายวันนั้น นำประสบการณ์ไปจัดค่ายให้กับรุ่นน้องของตัวเองต่อ และวันนี้กำลังสมัครเข้ามาทำงานฟูลไทม์กับพวกเขาแล้ว

ทีมที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานเหล่านี้ล้วนเป็นอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากเรียนรู้ พัฒนาตัวเองและสังคม การสร้างพื้นที่ตรงนี้ของ Tact ขึ้นมา ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และปล่อยของกันอย่างสุดกำลัง

เมื่อหนึ่งงานสำเร็จ ก็สร้างความน่าเชื่อถือที่เป็นแรงกระเพื่อมให้บริษัทใหญ่ติดต่อให้ Tact ช่วยออกแบบโปรเจกต์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ปรับแต่งให้เหมาะกับบริษัทอย่างไม่ขาดสาย สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เฉิดฉายเพิ่มไปด้วย

เช่น โครงการ Waste Runner ที่เป็นการแข่งขัน 100 วัน เฟ้นหาทีมที่สร้างสรรค์โมเดลการจัดการขยะที่ทำได้จริงในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยได้รับการสนับสนุนจาก PTT Global Chemical (GC), โครงการเติมก่อนโต พาเด็กมัธยมไปค้นหาสายงาน อาชีพในอนาคตที่สร้างรายได้ และพัฒนา Growth Mindset โดยได้รับการสนับสนุนจาก SCG Foundation, โครงการ Bangkok Zero Waste Park ร่วมกับกรุงเทพมหานคร​ เพื่อทำการส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะของคนที่มาสวนสาธารณะ เป็นต้น

และอีกนานาโปรเจกต์จากบริษัทและองค์กรใหญ่ เช่น GC, SCG, Sea Thailand, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือว่าได้รับความไว้วางใจสูงมาก และทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย

“เวลาเราเข้าไปคุยกับผู้บริหาร เราไม่เคยวางตัวเป็นเด็กที่น่าสงสารเข้าไปขอเงินทำโครงการ แต่เราเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสดใหม่ มีพลัง เข้าไปช่วยสนับสนุนองค์กรของเขาได้”

“ถ้าวันนี้คุณอยากสร้าง Engagement กับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ว่าบริษัทไหนก็ทำได้ ในขณะที่ Tact พร้อมจะทำให้เลย เพราะเราทำงานกับคนรุ่นใหม่มาตลอด”

“เป็นเด็กกว่า ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเรา แต่เป็นจุดแข็ง พอเรามีความตั้งใจที่ดี คนก็ไม่เคลือบแคลงใจ” ทั้งสามเผยเคล็ดลับการชนะใจผู้บริหารขององค์กรแนวหน้า

เมื่อประกอบกับการบริการที่คิดตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นภาพปลายทางชัดเจน ไม่ได้วางตัวเป็นแค่ที่ปรึกษาเฉย ๆ แต่เข้าไปช่วยสนับสนุนให้องค์กรเดินหน้าไปตามทางที่วาดฝันไว้ได้จริง บริษัทก็ยิ่งไว้วางใจ Tact

Tact ธุรกิจเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาความยั่งยืน ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ Take Action

03
Turning Point

นอกจากฝีมือแล้ว ความสำเร็จของ Tact ยังดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ ตามความเฟื่องฟูของธุรกิจอีเวนต์ เช่น งานวิ่งที่แทบจัดกันไม่เว้นสัปดาห์ แต่ละงานก็ตามหาวิธีการจัดการขยะ จัดงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tact มีประสบการณ์อยู่แล้ว

ทุกอย่างดูไปได้สวย จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

“ธุรกิจแทบทรุดเลย งานส่วนใหญ่ของเราต้องจัดแบบออฟไลน์” แม็กเล่าถึงช่วงปีที่หลายธุรกิจคงสัมผัสประสบการณ์คล้ายกัน

Tact พยายามหาช่องทางสร้างกระแสเงินสดด้วยการรับโปรเจกต์ที่พอทำได้ หาลู่ทางใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้แบบ 10x รวมถึงการทำแคมเปญช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ไปพร้อมกัน เพื่อให้ธุรกิจและสิ่งที่บริษัทยึดถือยังคงดำเนินไปควบคู่กัน

แต่พอสถานการณ์ไม่ดีขึ้น โปรเจกต์ที่วาดฝันไว้ก็ไม่เกิดขึ้นจริง จนเหลือพนักงานเพียง 5 คนที่อ่อนกำลังลง กับเงินที่กำลังจะหมดไปในอีกไม่ช้า

ในจังหวะที่กำลังย่ำแย่ Tact พลิกวิกฤตด้วยการกลับไปหา Sea Thailand ซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัท ด้วยไอเดียการให้เด็กรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ คิดหาไอเดียช่วย SME ซึ่งตรงกับทิศทางของ Sea ที่อยากพัฒนา Digital Skill ให้เยาวชนพอดี จึงกลายเป็นโปรเจกต์แข่งขันทางธุรกิจชื่อ ‘Digital Opportunities for Talent (DOTs)’ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ามาช่วยปั้นยอดขายของ 25 กิจการที่เป็นโจทย์ในการแข่งขันให้โตเฉลี่ย 3 เท่า เป็นโปรเจกต์ที่ช่วยต่อลมหายใจให้บริษัท (และกำลังจะมีซีซั่น 2 เร็ว ๆ นี้) 

“ต้องขอบคุณโอกาสในครั้งนี้มาก ๆ หลังจากนั้นเรามีลูกค้าติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่ Tact ติดต่อไปช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตอนนั้นหลายงานก็ขายไม่ผ่าน สิ่งนี้ทำให้เราเรียนรู้ว่า ไม่ได้ไม่เป็นไร ลองทำไปก่อน ช่วยใครได้ก็ช่วย เดี๋ยวสักวันจะมีคนกลับมาช่วยเราเอง”

หลังจากความตึงเครียดคลี่คลายลง แม็กและทีมกลับมาตกผลึกเรื่องโมเดลธุรกิจของ Tact และได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นว่า พวกเขาจะเดินหน้าด้วย ‘4C’ คือ

Camp หรือการจัดค่าย มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคการศึกษาหรือมูลนิธิ จัดค่ายที่พัฒนาด้าน Soft Skill และ Mindset

Case Competition หรือการแข่งขันที่ชวนคนรุ่นใหม่มาระดมสมองเพื่อหาทางออกให้สังคม

Campaign หรืองานแคมเปญสื่อสาร

และ Green Consulting หรือที่ปรึกษาและบริหารโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

04
To Be Sustainable

เมื่อสภาพสิ่งแวดล้อมของโลกเรากำลังเข้าใกล้หายนะเข้าไปทุกที ภาครัฐและเอกชนไม่อาจนิ่งเฉย ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ และต้องเร่งปรับตัว

ปัญหาคือ หลายแห่งไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แม้จะมีเงินทุนและบุคลากรมากมาย

Tact จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้

“ตอนนี้โลกกำลังให้ความสนใจเรื่อง ESG (Environmental, Social, and Governance) ทุกคนพร้อมจะลงทุนกับเรื่องความยั่งยืน พร้อมจะทำให้บริษัทเป็น Carbon Neutral ติดตรงที่ขาด Implementator ที่ทำให้เกิดขึ้นจริง

“แผนของเราคือการพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจทั้งห่วงโซ่ และเป็นแพลตฟอร์มที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่สร้างอาชีพด้านความยั่งยืนได้อย่างมั่นคง” ป้องและแม็กกล่าว เราอาจเห็นสำนักต่าง ๆ พยายามปั้นบุคลากรด้านดิจิทัลกันมากมาย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความยั่งยืน ก็ยังถือว่ามีน้อยกว่าเยอะ

ในปัจจุบัน Tact แก้ปัญหาด้วยการให้คำปรึกษาและทำโปรเจกต์

เช่น แคมเปญการสื่อสารรณรงค์เรื่องการจัดการขยะ การจัดอีเวนต์แบบ Zero Waste และการสร้างระบบจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะต่อในแต่ละพื้นที่ ซึ่งล่าสุดเพิ่งเข้าไปติดตั้งถังขยะที่สวนเบญจสิริ

ด้วยประสบการณ์ด้านการจัดการขยะที่ผ่านมา ทำให้ในปัจจุบัน Tact หันมาแก้ปัญหาด้วยการให้คำปรึกษาและทำโปรเจกต์ โดยมี 2 Service หลัก ได้แก่ Zero Waste Event วางแผนและบริหารจัดการงานอีเวนต์ให้ลดปริมาณขยะที่ลงสู่หลุมฝังกลบให้ได้มากที่สุด และ Zero Waste Area สร้างระบบจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะปลายทางให้กับลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครฯ เข้าไปพัฒนาพื้นที่สวนเบญจสิริ ติดตั้งถังขยะที่ออกแบบใหม่เพื่อกระตุ้นพฤติกรรม จัดระบบการเก็บขนแยกประเภท และสร้างระบบการเก็บข้อมูลขยะแบบออนไลน์

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

แม้บางงานจะเป็นโครงการที่เริ่มต้นและจบลงตามวาระการจ้าง แต่ป้องและทีมงานมองว่าพวกเขาสร้างการเปลี่ยนแปลงระหว่างทางที่สำคัญไปด้วย ไม่ได้เป็นเพียงงานระยะสั้นที่เกิดขึ้นแล้วจบไปเฉย ๆ และไม่ได้เป็นเพียงเพื่อภาพลักษณ์ของบริษัทที่ทำงานด้วย

“ในฐานะธุรกิจเพื่อสังคมและที่ปรึกษาที่ลงมือทำจริง เราทำงานกับลูกค้าเพื่อหาทางพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นจริง ๆ แต่ก่อนเขาอาจทำ CSR แล้วได้ผลลัพธ์กลับมา 1 แต่เราจะทำให้ได้ 10 และเราไม่เคยยกยอว่าบริษัทที่เราทำงานด้วยนั้นดีที่สุดในโลกเรื่องความยั่งยืน

“เราเพียงเห็นจุดที่ว่า ภาคเอกชนหลายแห่งอยากเปลี่ยนแปลง แต่คนข้างในยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอมาทำงานกับเรา เขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดตามไปด้วย ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้กันและกัน”

แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจริง ๆ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ พวกเขากำลังวางแผนที่จะพุ่งเป้าไปถึงระดับโครงสร้างของประเทศ

05
Teamwork

ก่อนจะไปถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือทีมที่แข็งแรง ทีมที่ถนัดกันคนละด้าน คอยช่วยสนับสนุนกันและกัน

“ก่อนหน้านี้ เราเคยทำตัวแบบ One-man Show มั่นใจในตัวเองมากเพราะมีประสบการณ์ที่เคยทำงานสำเร็จ แต่โชคดีที่ได้ซึงช่วยเตือนสติด้วยคำถามว่า ‘เรามองบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร’ เราตอบไปว่าจะทำนู่นทำนี่ ซึงถามต่อว่าในภาพอนาคตเหล่านั้น มีทีมอยู่ตรงไหน

“การคุยครั้งนั้นเรียกสติเราเลย มันน่าจะผิดมาก ๆ ถ้า CEO ไม่เห็นภาพของทีมที่มีอยู่ไปด้วยกัน” แม็กเล่าบทเรียนที่ได้รับจากเพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะสร้างและรักษาทีมให้ดีขึ้น ช่วยกันดูแลเรื่องที่ถนัดกับซึงและป้อง

ปัจจุบัน Tact เป็นองค์กรที่มีแผนกและการทำงานเป็นระบบมากขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนได้เติบโตตามที่แต่ละคนถนัด พอเปิดรับสมัครพนักงานชุดใหม่ก็มีคนสมัครเข้ามาเพียบ

“คนกลุ่มนี้มองเห็นว่าการทำงานเพื่อสังคมสามารถสร้างรายได้ไปด้วยและเป็นสิ่งที่น่าทำ ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่ใหญ่และอิมแพคขึ้น จ้างคนเหล่านี้มากขึ้น ลองนึกดูว่าเราจะสร้างบุคลากรที่ดีและช่วยแก้ปัญหาของประเทศได้ตั้งเท่าไหร่” 

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

06
Tact to the Future

ความเป็นไปได้ในอนาคตของ Tact นั้นกว้างมาก 

อาจเป็นเสมือนโรงเรียนที่ปั้นคนรุ่นใหม่ พาพวกเขาออกมาเจอปัญหาสังคมจริง ๆ สอนและช่วยสร้างอาชีพขึ้นมาแก้ไขปัญหานั้น

หรือเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรด้านความยั่งยืนให้กับประเทศ เป็น Recruiter ที่ช่วยหาคนทำงานด้านนี้ให้กับองค์กร เพราะพวกเขาทำงานกับคนเหล่านี้มานับพัน

หรือแม้กระทั่งการสร้างธุรกิจใหม่ที่อาจส่งผลในวงกว้างและช่วยให้ Tact สร้างอิมแพคได้ระดับ 10x

“เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนเริ่มตั้งบริษัท การจัดอีเวนต์ยังเป็นเรื่องสนุก แต่พอเราโตขึ้น งานพวกนี้น้อง ๆ ทำกันได้แล้ว เรามองต่อว่า เป็นไปได้ไหมที่เราและ Tact จะไปจัดการปัญหาที่ใหญ่ขึ้น ในระดับที่เป็นโครงสร้างของประเทศมากขึ้น ตอนนี้เรารู้จักบริษัทใหญ่ ๆ เรามีประสบการณ์ในการทำงานหน้างาน เราหาทางเชื่อมต่อคนที่มีความรู้ คนที่มีเงินทุน และคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐได้ไหม

“หนึ่งในเป้าหมายที่ Tact กำลังมุ่งหน้าไป คือการปรับเปลี่ยนระบบจัดการขยะของประเทศนี้ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกับหลายฝ่าย เปลี่ยนแปลงทั้งนโยบาย ระบบการบริหาร และพฤติกรรมคน โดยเร็ว ๆ นี้ เรามีโอกาสได้ร่วมกับนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอแนวทางการพัฒนาระบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางของกรุงเทพมหานคร ให้กับผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และกำลังจะมี Action ในการทำโครงการ Pilot ในเขตต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขยะในระดับนโยบายและโครงสร้างอย่างจริงจัง ก็นับเป็นก้าวใหญ่ที่ขยับเข้าใกล้ความฝันที่เคยฝันกันไว้อีกก้าวหนึ่ง”

07
Take Action

“ไม่เคยตั้งคำถามกับการทำสิ่งนี้เลย” แม็กตอบ เมื่อเราถามว่าเขาเคยคิดลังเล เสียดายโอกาสอื่น ๆ ที่อาจไขว่คว้าในชีวิตได้หรือเปล่า

“การทำงานนี้ทำให้เราพบกัลยาณมิตรดี ๆ ในวงการ Social Enterprise มีคนรอบข้างทั้งเพื่อน อาจารย์ และผู้ใหญ่ ที่พร้อมช่วยเหลือเรา ซึ่งไม่ใช่แค่เพราะอยากช่วยเรา แต่เพราะเราอยากให้เห็นบางสิ่งเกิดขึ้นในสังคมนี้เหมือนกัน พอยิ่งทำไปด้วยกัน ก็ยิ่งเห็นโอกาสมากขึ้นทุกปี แถมระหว่างทาง ได้เจอและเรียนรู้จากผู้บริหารขององค์กรภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ ต้องทำอะไรหลายอย่างจนตัวเองโตขึ้นเยอะมาก นึกไม่ออกเลยนะว่าจะมีงานไหนที่ทำแล้วได้สิ่งดี ๆ กลับมาเยอะเท่านี้” 

“เราไม่เคยคิดว่าจะไปทำงานที่อื่นเหมือนกัน มีแต่มองว่าเราจะต่อยอด Tact ต่อไปได้อย่างไร ทุกวันนี้พยายามขับเคลื่อนทุกอย่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ซึงเสริม

และนี่คือพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสู้สุดใจ ให้สุดกำลัง เพื่อสังคมดี ๆ ที่พวกเขาใฝ่ฝันถึง

ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อเหมือนกัน หรือเป็นองค์กรที่สนใจอยากพัฒนางานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ลองมาแท็กทีมกับ Tact กันไหม

Tact Social Consulting : SE คนรุ่นใหม่ที่รับแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างบุคลากรด้านความยั่งยืนให้ประเทศ

Lesson Learned

  • ไม่มีใครมีคำตอบสำหรับทุกอย่างตั้งแต่แรก การลงมือทำจริง ๆ และใช้เวลาอยู่กับปัญหา จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์กับผู้คนอย่างยั่งยืน ถ้าพอช่วยใครได้ ก็ช่วยเขา แม้วันนี้เราจะยังไม่ได้ทำอะไรร่วมกัน แต่ในอนาคตอาจมีโอกาสที่เราต้องพึ่งพากันและกัน
  • การทำงานร่วมกับผู้คนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ละฝ่ายมีความต้องการลึก ๆ ที่แตกต่างกัน เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจแต่ละฝ่าย และหาทางรักษาสมดุล
  • อย่าลืมทีมที่สร้างด้วยกันมา

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load