แม้ทางเราจะอยู่ในช่วง Soft Launch ที่อาจจะมีบางอย่างที่ยังต้องรอให้พร้อมเต็มที่ แต่ส่วนที่พร้อม 100% แล้วคือ ความตั้งใจของพนักงานทุกคน สมาชิก Sela ทุกคนจะทำให้มั่นใจว่า คุณทรงกลด และผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ดี และเป็นที่จดจำครับ – นิติวัฒน์ Director

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่
Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

ถัดจาก Welcome Drink, โรงแรม Sela หรือ เสล (อ่านว่า เส-ละ) แปลว่า ภูเขาหิน ก็ต้อนรับผมด้วยการ์ดที่เขียนด้วยลายมือเจ้าของโรงแรม ทิ้งท้ายด้วยเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว วางรออยู่บนโต๊ะในห้องพัก

ที่นี่คือโรงแรม 3 ชั้น 14 ห้อง ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผมมาพักแล้ว ‘รู้สึก’ เหมือนไปเที่ยวยุโรปแล้วได้นอนค้างในอพาร์ตเมนต์เพื่อน – ขอเพิ่มเป็นเพื่อนกันตรงนี้เลย

ที่นี่คือโรงแรม แต่พื้นที่เกือบครึ่งคือบ้าน เป็นอาคารสร้างใหม่ในอำเภอหางดง แต่ให้ความรู้สึกแบบอาคารเก่าในยุโรปที่เจ้าของบ้านไปใช้ชีวิตมาสิบกว่าปี พอกลับมาเมืองไทย พวกเขาอยากให้ที่นี่เป็นชีวิต คือเป็นบ้านและที่ทำงาน เลยตัดสินใจเปิดเป็นโรงแรม

แต่จะบอกว่าเป็นโรงแรมก็ไม่ถูกนัก มันดูคล้ายโฮมสเตย์ หรือ Airbnb ที่มีเจ้าของบ้านมารอต้อนรับมากกว่า

ดังนั้น ถ้าอยากรู้จักที่นี่ ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักเจ้าของบ้านก่อน

บ้าน

เหมือนผมได้อัปเกรดสถานะจาก ‘แขก’ กลายเป็น ‘เพื่อน’ เมื่อ นัต-นิติวัฒน์ สัตยาประเสริฐ เจ้าของบ้านวัย 43 ปี เปิดประตูบ้านของเขาให้ผมเข้าไปเยี่ยม

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

เขาอาศัยอยู่ในปีกด้านหนึ่งของโรงแรม เป็นห้องแบบ Duplex ที่เชื่อมระหว่างชั้น 2 และ 3 มองจากด้านนอกไม่เห็นความแตกต่างใด ๆ กับห้องอื่น แต่พอก้าวเท้าเข้าไป เดินผ่านแมวตัวอ้วนที่ตามกันมาจากยุโรป ผมก็พบว่าสัดส่วนของห้อง ผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงแสง ช่างดูคล้ายอพาร์ตเมนต์เก่าในยุโรปที่อบอุ่นมาก นัตบอกว่านี่คือฝีมือการตกแต่งของ มิ้น-มนสิชา วงศ์มณี ภรรยาวัย 39 ปี ของเขา

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

นัตเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ที่ฝรั่งเศส จากนั้นก็ทำงานเป็นนักวิชาการในองค์การสหประชาชาติที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนมิ้นเป็นคนเชียงใหม่ เรียนจบด้านวรรณคดีฝรั่งเศสจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไปเรียนต่อโทด้านละครเวทีที่ฝรั่งเศส มิ้นสนใจเรื่องการตกแต่งภายใน ชอบศิลปะ ภาพวาดบนผนังโรงแรม บนตู้ไม้ในห้องพักแขก บนเฟรมผ้าใบในบ้านของพวกเขา และบนชุดน้ำชาในตู้ เป็นฝีมือของมิ้น พวกเขาเจอกันที่ฝรั่งเศส แต่งงานกัน และติดตามกันไปที่สวิตเซอร์แลนด์

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

ช่วงที่อยู่ยุโรปนัตชอบเขียนบันทึกคุยกับตัวเอง พอ ๆ กับชวนมิ้นคุยเรื่องต่าง ๆ สะท้อนความคิดกันไปมา เรื่องหนึ่งที่พวกเขาคุยกันบ่อย ๆ คือ ‘อนาคต’

“ผมจะหมดสัญญากับที่ทำงานตอนอายุ 34 ปี ถ้าต่อสัญญาก็ต้องอยู่อีก 4 – 5 ปี จะกลับมาเริ่มอะไรตอนนั้นก็ลำบาก ตามประสาคน Gen X ที่ไม่ได้กล้าแบบคนรุ่นใหม่ ถ้าต่อสัญญาก็ต้องอยู่ยาวเลย ถึงจะชอบชีวิตทางนั้น แต่มันไม่ใช่รากของเรา ถ้าจะกลับก็ต้องกลับตอนที่ยังมีแรงพอจะทำอะไรใหม่ได้ เลยคิดว่ากลับเมืองไทยดีกว่า” นัตเล่าถึงการสิ้นสุดชีวิต 12 ปี ในยุโรปของเขาเมื่อปี 2013

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่
Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

มิ้นชอบชีวิตที่เงียบสงบของเจนีวา ซึ่งเกิดจากความห่างไกลผู้คน ใกล้ชิดธรรมชาติ และความรู้สึกที่มาจากบรรยากาศในบ้าน แล้วทั้งคู่ก็ยังชอบไปพักตามโรงแรมที่เป็นบ้านเก่าในป่า พวกเขาคิดว่า ถ้ากลับเมืองไทย ก็อยากอยู่ในบ้านที่ให้ความรู้สึกแบบนี้ เมื่อคิดต่อว่า แล้วจะหาเลี้ยงชีพอย่างไร ความคิดในการทำโรงแรมจึงเริ่มต้นขึ้น

ช่วง 3 – 4 ปีแรกที่กลับเมืองไทย นัตเลือกทำงานด้านเศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพฯ ก่อน เพื่อยืนยันกับตัวเองให้ชัดว่า อยากใช้ชีวิตแบบที่ฝันไว้จริงหรือ ระหว่างนั้นพวกเขาก็ขับรถตระเวนหาที่ดินในฝันทั่วเชียงใหม่ทุกสุดสัปดาห์ จนมาได้พื้นที่ขนาด 6 ไร่ ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ใกล้ธรรมชาติ อยู่ติดอุทยานแห่งชาติออบขาน มีพื้นที่รอบ ๆ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นบริเวณที่คนต่างชาติมาอยู่เยอะ

พอนัตเล่าความคิดเรื่องทำโรงแรมให้ครอบครัวและเพื่อนฟัง หลายคนก็ขอร่วมลงทุนด้วย บ้านของพวกเขาก็เลยใหญ่กว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก

โรงแรม

คู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านพาผมมานั่งคุยที่ห้องสมุดของโรงแรมเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น

การทำธุรกิจโรงแรมในเชียงใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อดีตนักเศรษฐศาสตร์ขององค์การสหประชาชาติมองว่า รอดได้แน่ ถ้า 

หนึ่ง ใช้เงินเย็น ไม่คิดแบบไร้เหตุผลจนเกินไป และไม่ใช้เงินเกินตัว 

สอง เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนให้ได้ 

สาม ถ้าธุรกิจหลักลงตัวแล้ว ก็จัดการเรื่องร้านอาหารให้ดี เพราะการทำโรงแรมต้องอาศัยรายได้จาก 3 ทาง คือ ห้องพัก ร้านอาหาร และอีเวนต์ ทั้งสามอย่างนี้ต้องมีกลยุทธ์ที่สอดรับกันทั้งช่วงท่องเที่ยวและช่วงเงียบเหงา

โรงแรมเน้นนักท่องเที่ยวจากต่างเมือง ร้านอาหารเน้นคนเชียงใหม่ ทำยังไงก็ได้ให้คนเชียงใหม่นึกถึงร้านเขาเป็นชื่อแรก ๆ ส่วนอีเวนต์ก็มีทั้งงานแต่งไปจนถึงเวิร์กชอปเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่
Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

ตึกเก่า

“ในเชียงใหม่มีโรงแรมสองสามพันแห่ง มีทุกรูปแบบ ผมไม่ได้อยากวิเคราะห์ว่าตลาดต้องการอะไรแล้วทำ เราใช้ประสบการณ์ของเราตอนอยู่ยุโรป มีโรงแรมหลายแห่งเป็นบ้านเก่าที่เจ้าของทำอย่างที่เขาอยากทำ ไม่ได้ตามตลาด ทำโมเดลไหนก็ได้ อยู่ไกลแค่ไหนเราก็อยากไป เราก็เลยทำแบบนั้น ไม่ได้คิดว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นใคร ถ้ามีรสนิยมต้องกับเราก็มาแล้วกัน ซึ่งผมเชื่อว่ามันมีความสากลอยู่ประมาณหนึ่ง” นักเศรษฐศาสตร์เล่าถึงการตัดสินใจที่ใช้สมองทั้งสองฝั่ง

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

พวกเขาเลือกทำแค่ 14 ห้อง เพราะไม่ต้องการความวุ่นวาย เน้นตลาดบนที่มีคู่แข่งน้อย และไม่ต้องปวดหัวกับบริษัททัวร์และการแข่งราคา ไม่สร้างกระจายเป็นหลัง ๆ แต่รวบทุกห้องมาอยู่ในตึกเดียว และไม่ได้อยากให้แขกมาใช้บริการแค่ 8 – 10 ชั่วโมงเหมือนโรงแรมอื่น แต่อยากให้แขกอยู่ที่นี่ 16 ชั่วโมง 18 ชั่วโมง ไปจนถึง 24 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมีแขกที่อยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืน ไม่ออกไปไหนจริง ๆ

“เราเป็นโรงแรมสร้างใหม่ แต่อยากเป็นโรงแรมประเภทที่อยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ ในเชียงใหม่มีโรงแรมที่อยู่ในอาคารโคโลเนียลไม่กี่แห่งเท่านั้น” มิ้นเสริมจุดขายของโรงแรมที่ทำให้เหลือคู่แข่งไม่มาก

การสร้างอาคารใหม่ด้วยสไตล์เก่านั้นไม่ง่าย ถ้าทำไม่ถึงก็อาจกลายเป็นแค่ฉากถ่ายรูป

Sela (เสล) โรงแรม และบ้านของคู่รักที่อยากอยู่ในตึกโคโลเนียลกลางธรรมชาติที่เชียงใหม่

ทั้งคู่มีภาพในหัวชัดมากว่าอยากได้อาคารแบบโคโลเนียลที่มีส่วนผสมของล้านนา แต่พอบรีฟโจทย์ให้บริษัทสถาปนิกชื่อดัง ก็พบว่าวิธีการทำงานแบบออกแบบมาแล้วแก้ได้ 3 ครั้ง ไม่น่าจะเหมาะ เพราะเขาต้องการคนที่จะมาขลุกอยู่ด้วยกันยาว ๆ ค่อย ๆ ลงรายละเอียดไปด้วยกัน สุดท้ายก็เลยใช้บริการของบริษัทสถาปนิกในเชียงใหม่อย่าง นิวัตร อาร์คิเทค ซึ่งมี อาร์ต-ปวรรธน์ ตันตยานุสรณ์ เป็นหัวเรือใหญ่

คงเป็นโชคชะตา เพราะในบริษัทนี้มี อาเธอร์ แวร์ญ (Arthur Vergne) สถาปนิกชาวฝรั่งเศส เจ้าของร้านหนังสือเด็กบากะ-นก อยู่ด้วย อาเธอร์เลยเข้ามาช่วยอาร์ตทำงานนี้ พวกเขาไปทำการบ้านอย่างหนักหน่วง จนค้นพบว่าสิ่งที่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนอาคารเก่าในยุโรปคือ ‘สัดส่วน’ ของทุกอย่าง โดยเฉพาะประตูหน้าต่างในห้อง

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่
Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

“โจทย์ของเราคือ ข้างนอกเป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ มีรายละเอียดนิดหน่อย แต่ข้างในอยากให้เลย์เอาต์มีลูกเล่น เซอร์ไพรส์ การเอาตึกเก่ามาทำโรงแรมจะมีข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้มีเลย์เอาต์แบบเข้าห้องไปแล้วต้องเฉียงบ้าง มีทางเดินยาว ๆ บ้าง เราเป็นตึกสร้างใหม่ แต่เลย์เอาต์ข้างในอยากให้รู้สึกเหมือนห้องเหล่านี้ดัดแปลงมา ไม่ได้เป็นบล็อก ๆ” นัตเล่าโจทย์

“หลายโรงแรมออกแบบโดยเอาห้องพักเป็นตัวตั้ง คือ หน้าต่างกว้าง มีระเบียงใหญ่ ๆ แต่เราคิดสลับทาง ทำให้เหมือนเป็นบ้านมาก่อน แล้วโรงแรมมาทีหลัง ความยากก็คือ ทำผังแต่ละห้องให้ไม่เหมือนกันแล้ว ต้องแบ่งช่องหน้าต่างด้านนอกให้เท่ากัน และขนาดทางเดินที่เป็นข้อจำกัดของโรงแรมยังต้องได้ด้วย” มิ้นเสริมความยากที่ทำให้อาร์ตและอาเธอร์ต้องใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ๆ กว่าจะวางเลย์เอาต์เสร็จ

โถง

“โจทย์ในการออกแบบที่เราให้อาเธอร์อีกอย่างคือ หนึ่ง เข้ามาแล้วไม่อยากให้จำเลย์เอาต์ได้ทันทีว่าไปทางไหน อยู่ 2 วันจะได้ไม่เบื่อ” นัตชวนผมเดินไปดูโถงกลางโรงแรมที่เป็นช่องแสงขนาดใหญ่

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่
Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

“สอง อยากให้มีเลเยอร์ เข้ามาที่ล็อบบี้จะเจอแค่ห้องเล็ก ๆ มีประตูกั้น เพื่อไม่ให้คนเห็นทุกอย่างแล้วจบ ไม่มีอะไรให้ค้นหา เปิดประตูเข้ามาเจอโถง ข้างหลังก็ยังมีอีก ออกไปข้างนอกก็ยังมีสวน หลักนี้ใช้กับการออกแบบห้องด้วย เข้ามาในห้องจะเจอทางเดิน แล้วเจอห้องที่ใหญ่ขึ้น

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

“สาม ด้านหลังสวยกว่าด้านหน้า เราอยากเก็บวิวนี้ไว้ให้เป็นพิเศษกับแขกของเรา ผมเอาไอเดียนี้มาจากยุโรป เขาชอบหันหลังอาคารติดถนน ดูแล้วไม่รู้เลยว่าอะไร พอเข้ามาแล้วถึงเห็นด้านหน้าตึก เห็นสวน” นัตเล่าต่อว่า สวนด้านหลังเพิ่งลงต้นกล้าพันธุ์ไม้ท้องถิ่นไว้รอบสนาม เพื่อสร้างป่าของตัวเอง คนที่คัดสรรพันธุ์ไม้ให้ก็คือ อาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิกนักปลูกป่าชื่อดังนั่นเอง

ตกแต่งภายใน

นัตบอกว่า เขาเห็นฝีไม้ลายมือของมิ้นในการตกแต่งอพาร์ตเมนต์ที่เจนีวา และรีโนเวตคอนโดเก่าย่านอารีย์ ก็รู้ว่า โรงแรมนี้เธอทำเองได้สบาย ๆ โดยมีมัณฑนากรช่วยเป็นมือไม้เปลี่ยนจินตนาการให้เป็นภาพที่นำไปทำงานต่อได้

เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเรียกว่าสไตล์ อินโดไชน่า เป็นยุคเดียวกับตึกโคโลเนียล ยุคนั้นบ้านเจ้านายหรือบ้านฝรั่งใช้สถาปนิกฝรั่งทำ ส่วนของตกแต่งก็มาจากอินเดีย พม่า จีน และไทย ปนกันไป มิ้นเลือกของเก่าจากยุคนี้ บางชิ้นก็เลือกที่มีสไตล์ล้านนาผสม มีทั้งของเก่าและของที่เธอสั่งทำขึ้นมาใหม่

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่
Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

“เราอาจจะทำอะไรไม่คล่องหรือรวดเร็วแบบคนที่ทำอาชีพนี้โดยตรง เลยใช้เวลาเยอะ เราต้องทำห้องให้เสร็จทุกอย่าง ทาสีให้เสร็จ แล้วจินตนาการว่าอยากได้แบบไหน ถึงจะไปหาของมาวาง เหมือนทำบ้านเสร็จแล้วซื้อของเข้าบ้าน แตกต่างจากการออกแบบที่เน้นทำเฟอร์นิเจอร์บิลด์อินเป็นหลัก” มิ้นเล่าถึงวิธีการทำงานของเธอ

ร้านอาหาร

เราย้ายไปคุยกันต่อในร้านอาหาร Windows Cafe and Restuarant ด้านหน้าโรงแรม 

นัตเล่าว่า ร้านนี้ดูแลโดย เชฟพิ้งค์-โชษิตา วงศ์มณี น้องสาวของมิ้น เธอเคยทำงานเป็นเชฟในอิตาลี ออสเตรเลีย เคยอยู่โฟร์ซีซั่น แล้วก็มาเปิดร้าน Le Brunch (เลอ บรันช์) ของตัวเองที่เชียงใหม่ เป็นร้านเล็ก ๆ ที่เปิดมาแล้ว 5 ปี อยู่ใต้คอนโด ขายแค่อาหารเช้าและเที่ยง ขายดีมากเพราะมีลูกค้าประจำเป็นคนในตึก เนื่องจากอาหารเช้าเป็นมื้อที่เรากินซ้ำ ๆ ได้ ร้านจึงเต็มทุกวันโดยไม่ต้องโปรโมต และไม่ต้องขายคนข้างนอกเลย 

เมื่อพี่สาวเปิดโรงแรม พิ้งค์ก็ตัดสินใจย้ายมาเปิดร้านอาหารที่นี่ด้วยวิธีคิดชุดเดิม

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

Windows Cafe and Restuarant เป็นร้านอาหารยุโรปที่มีอาหารฝรั่งเศส มีพาสต้า รับประทานได้ทั้งวัน แล้วก็มีบาร์ด้วย ลูกค้า 80 เปอร์เซ็นต์คือชาวต่างชาติที่อยู่ละแวกนี้ เปรียบได้กับร้านอาหารหน้าปากซอยของคนต่างชาติ

“ทำไมร้านอาหารหน้าปากซอยถึงไม่เจ๊ง เพราะเขาขายคนในหมู่บ้าน ร้านอาหารที่จะอยู่รอดได้ต้องเป็นแบบนั้น อาหารต้องกินง่าย ราคาเข้าถึงได้ และมีเสน่ห์อะไรบางอย่าง” นัตอธิบายแบบเห็นภาพ

“ร้านศิลปินกับเชฟเทเบิ้ลมีเยอะ แต่เราเห็นว่าร้านที่ขายอาหารง่าย ๆ แต่พิถีพิถัน ดูเป็นทางเลือกที่เหมาะกับเรามากกว่า เราอยากเป็นร้าน Corner Restaurant ที่คนกินทุกวัน ทำอาหารง่าย ๆ อย่างสเต๊กให้คุณภาพดี ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ กับอาหารทั่ว ๆ ไป” มิ้นเล่าเสร็จแล้วก็กางเมนูอธิบายรายละเอียดแต่ละจานให้ฟัง

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

เขียน

นัตกับมิ้นอยู่ในบ้านหลังนี้มาแล้วครึ่งปี และเปิดโรงแรมได้เดือนกว่า ๆ

ชีวิตของพวกเขายังไม่เข้าที่เข้าทางนัก ยังเหลืออะไรให้ต้องจัดการอีกมากมาย แต่ก็ยังได้ออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติออบขาน ถ้าขับรถไปก็ 15 นาที ถ้าเดินตามทางชาวบ้านจากหลังโรงแรมก็ไปถึงได้เช่นกัน แต่ใช้เวลาหลายชั่วโมงหน่อย

พวกเขามีชาวบ้านละแวกนั้นเป็นเพื่อนบ้าน พนักงานโรงแรมส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น เป็นชีวิตที่ดูจะใกล้กับที่ฝันไว้เข้าไปเรื่อย ๆ

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

ระหว่างรออาหาร ผมถามคำถามสุดท้ายว่า อยากให้แขกที่มาพักได้อะไรกลับไป

คำตอบของพวกเขาทั้งคู่เหนือความคาดหมาย เหมือนเป็นคำตอบของนักเดินทางตัวยงที่วันหนึ่งตัดสินใจเปิดบ้านตัวเองให้เพื่อนใหม่แวะมาพัก มากกว่าจะเป็นคำตอบจากผู้ประกอบการโรงแรม

“มิ้นจะดีใจมากถ้าคนที่มาพักประทับใจกับอะไรบางอย่างจนอยากเขียนอะไรสักอย่าง เขียนอะไรก็ได้ เขียนถึงใครก็ได้ เขียนจดหมายถึงเพื่อน เขียนโปสการ์ดถึงใครสักคน หรือเขียนหนังสือได้สักเล่มจากการมาพักที่นี่ เราอยากให้แขกได้ค้นพบอะไรบางอย่างภายในจากการพักที่นี่” มิ้นตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ผมยังคุยกับมิ้นเลยว่า ตอนแรกเราไม่แน่ใจว่าจะทำให้ที่นี่เป็น Museum Hotel, Artist Hotel หรือ Traveler Hotel พอทำเสร็จแล้วเราจะมีความสุขมากถ้าที่นี่จะเป็น Writer Hotel มิ้นมีไอเดียว่าอยากให้คนมาแล้วเขียนโปสการ์ดถึงใครสักคน ทุกห้องก็เลยมีโต๊ะเขียนหนังสือ ดินสอ ปากกา กระดาษเขียนจดหมาย กระดาษวาดรูป ซองจดหมาย โปสการ์ด แสตมป์ พร้อม”

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

นัตบอกว่า ผมคือนักเขียนคนแรกที่มาเยือน Writer Hotel แห่งนี้ พวกเขาจะดีใจมากถ้าผม ‘รู้สึก’ อะไรบางอย่างกับที่นี่จนอยากเขียนเรื่องราวออกมาสักเรื่อง

ดูจากขนาดของกระดาษที่เขาเตรียมไว้ คงไม่พอจะบรรจุความประทับใจ

ผมเลยขอพิมพ์บันทึกนี้ไว้บนก้อนเมฆแทนก็แล้วกัน

Sela เสล (เส-ละ) โรงแรมในตึกโคโลเนียลล้านนาที่อำเภอหางดง ของคู่รักที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตจากเจนีวามาอยู่ที่นี่

Sela

ที่ตั้ง : 519 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 053 111 831

Facebook : Sela

Instagram : selachiangmai

www.selachiangmai.com

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load