เราพบตัวฆาตกรที่ฆ่าประเสริฐแล้ว

ยังไม่ดูละครตอนถัดไปก็รู้ว่า ย้งทรงยศ สุขมากอนันต์ และทีมเขียนบทเป็นคนมอบความตายให้พี่ชายคนโตของตระกูลจิระอนันต์อย่างเลือดเย็น

ประวัติของทีมเขียนบทที่สร้างคดีอื้อฉาวในหน้าจอช่างน่าประหลาดใจ ตรงที่พวกเขาแทบไม่เคยฆ่าตัวละครกันมาก่อน นอกจากย้งที่ปลุกกระแส #ใครฆ่านานะ คนอื่นๆ ไม่เคยเขียนบทสืบสวนสอบสวนสักคน

เลือดข้นคนจาง, อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

อ้ำ-ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ เป็นนักเขียนบทอิสระที่เชี่ยวชาญสายดราม่าประเภทพ่อแม่ลูกวัยรุ่น เคยเขียนบทและกำกับ วัยอลวน 4

เลือดข้นคนจาง, มีน-ทศพร เหรียญทอง

มีนทศพร เหรียญทอง เขียนบทหนังของ GDH อย่าง น้อง.พี่.ที่รัก และ SOS skate ซึม ซ่าส์

เลือดข้นคนจาง, กัน-ศุภฤกษ์ นิงสานนท์

กันศุภฤกษ์ นิงสานนท์ ถนัดเรื่องรักโรแมนติก เขียนบท คิดถึงวิทยา และ เพื่อนที่ระลึก

เลือดข้นคนจาง, แฮม-วสุธร ปิยารมณ์

และ แฮมวสุธร ปิยารมณ์ เขียน เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ฉลาดเกมส์โกง และ Shoot! I love you

นอกจากนี้ยังมี ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร, กาเหว่า-ชลลดา เตียวสุวรรณ จัส-จัสติน่า สุวรรณวิหค และตัวผู้กำกับเองที่สร้างสรรค์บทให้สมบูรณ์

แนวทางแต่ละคนดูแตกต่างห่างไกลจากละครประเภทฆ่ากันเองในบ้าน แต่ส่วนผสมระหว่างผู้กำกับและคนเขียนบทเหล่านี้แหละที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนดูติดละครกันทั้งบ้านทั้งเมือง ด้วยละครสนุก พล็อตฉลาดล้ำชวนกุมขมับขบคิดว่าใครหนอที่ก่อเหตุฆาตกรรมอุกอาจในบ้านได้ลงคอ มาพร้อมกับกองทัพนักแสดงมหาศาลทั้งรุ่นเด็กและผู้ใหญ่ที่ปล่อยของชวนติดตามกันเต็มที่

วิธีคิดเบื้องหลังความสำเร็จของละครเรื่องนี้คืออะไร ทีมงานเบื้องหลังเปิดใจเล่ากลยุทธ์อย่างหมดเปลือก

เลือดข้นคนจาง

จากซีรีส์รักใสๆ กลายเป็นละครฆาตกรรม

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากโจทย์ของ 9 x 9 ของ 4NOLOGUE ว่าจะทำละครหรือซีรีส์ที่มีเด็กผู้ชายจำนวนมาก เขาไม่ขออะไรมาก เป็นแนวรักวัยรุ่น F4 ก็ได้ เราก็เริ่มคิดถึงซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป แต่พี่ย้งก็คิดใหญ่ขึ้น เขารักเด็กๆ เหล่านี้ และรู้สึกว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตสู่กลุ่มคนที่กว้างที่สุด เขาไม่ได้อยากฉายให้คนกลุ่มเดิมดู ได้เรตติ้งเท่าเดิม ถ้าอยากจะดันเด็ก ก็ต้องทำให้ดังได้จริงๆ

มีน นักเขียนบทที่เริ่มต้นปลูกปั้น เลือดข้นคนจาง ตั้งแต่วันแรกเล่าที่มาของโครงการ เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่มหลายๆ คนในรูปแบบละครหลังข่าว ไม่ใช่ซีรีส์รักโรแมนติกที่จับกลุ่มวัยรุ่น ย้งนึกถึงครอบครัวคนจีนที่มีลูกพี่ลูกน้องมากมาย เพราะตัวเขาเองก็มีญาติที่เคยเล่นกันตอนเด็กๆ

เขาจินตนาการว่าถ้าเด็กพวกนี้โตขึ้นมาแล้วไม่สนิทกันจะเป็นยังไง ตัวอย่างมาจากซีรีส์ฮ่องกงสมัยก่อนที่ตัวละครฟาดฟันกัน เขาก็ตั้งโจทย์ว่าลูกพี่ลูกน้องจะมาฟาดฟันกันได้เพราะอะไร พ่อแม่ทะเลาะกันรึเปล่า ปัญหาใหญ่ขนาดไหนถึงมาห้ำหั่นกัน ก็เริ่มคิดกัน งั้นพ่อตาย และคนในบ้านเป็นคนฆ่า

กัน นักเขียนที่บุกเบิกโครงเรื่องมาด้วยกันเสริมต่อ

พี่ย้งไปคุยกับช่อง ONE เขาอยากฉายช่องวันมาก ไปขอ Prime Time มาด้วย ซึ่งช่วงเวลานั้นปกติมีรายการมวย ไม่ใช่ซีรีส์หรือละคร และทางนั้นไม่เคยให้เวลานี้กับคนอื่นเลย เขาก็แบกความคาดหวังมาว่าต้องการันตีเรตติ้งด้วย จะทำตามใจตัวเองไม่ได้

ทีมเขียนบทอธิบายว่า ซีรีส์ที่เคยทำกันมา อย่าง Hormones วัยว้าวุ่น, I HATE YOU I LOVE YOU หรือซีรีส์กีฬา เป็นภาพยนตร์ชุดที่สร้างจากคอนเซปต์ที่แข็งแรงเป็นแกนหลัก และมักมีตอนจบในแต่ละตอนเป็นประเด็นๆ ไป ต่างจากละครไทยที่นิยมดัดแปลงจากนิยาย มีรูปแบบตอนจบที่ชัดเจนคาดเดาได้

ซีรีส์จะเข้าถึงคนเฉพาะกลุ่ม มีวิธีการเล่าคล้ายภาพยนตร์ เล่าเรื่องด้วยการกระทำ แช่ภาพได้บ้าง ขณะที่ละครจะเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากกว่า ละครที่ดึงดูดคนมักมีเรื่องฉูดฉาดอย่างเมียหลวงเมียน้อย ขัดแย้งวิวาท

วิธีคิดละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง คือคิดถึงกลุ่มคนดูที่อยากไปถึง แล้วใส่รสชาติลงไป มีดาราผู้ใหญ่ที่คนดูทั่วไปรู้จักเป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่โตขึ้น เรียกได้ว่าวัยไหนก็ดูได้ทั้งครอบครัว

เลือดข้นคนจาง

เลือดข้นคนจาง

ศึกษากงสี

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะทำละครสืบสวนแนวญาติพี่น้องห้ำหั่น ปรุงรสด้วยเมโลดราม่าเผ็ดร้อน ทีมเขียนบทก็ลงสืบค้นข้อมูลอย่างถึงพริกถึงขิง โดยเริ่มต้นจากขนบตระกูลคนไทยเชื้อสายจีน แหล่งข้อมูลสำคัญคือผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ ตั่วซุงของครอบครัวจีนที่เข้ามาตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเรื่องราวตลอด

เรารีเสิร์ชหลายทาง วิธีเช็กง่ายมาก ถ้าพูดคำว่ากงสีใส่ใครแล้วหน้าเขามีปฏิกิริยา แบบนั้นต้องเข้าไปถามเลย เพราะเขาได้รับผลกระทบถ้วนหน้ากับระบบนี้

กันเผยเคล็ดลับความจีนอันสมจริง ทีมเขียนบทสอบถามเรื่องราวครอบครัวที่มีกิจการที่อยู่ในข่ายกงสี เช่น โรงแรม ร้านเสื้อผ้า บริษัทเมล็ดพันธุ์ผัก กิจการรถทัวร์ และกิจการโรงสีข้าวที่ลูกสาวตัดสินใจออกจากตำแหน่ง เพราะพ่อแบ่งกิจการให้ลูกชายทั้งหมด

แปลกดีที่ขนบมันเหมือนกันมาก เราก็เป็นสะใภ้ครอบครัวจีน จนตอนนี้เริ่มกลายเป็นผู้ต้องหาแล้วว่า อากิ๋มเขาเอาเรื่องในครอบครัวไปเล่ารึเปล่าอ้ำเล่าประสบการณ์ตรงแบบขำๆ

สิ่งที่เราพบจากการค้นคว้าคือขนบเป็นต้นตอของปัญหา คนในครอบครัวรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยนะ ในเมืองจีนหรือประเทศที่มีคนจีนอยู่มีการให้ความสำคัญลูกชายมากกว่าลูกสาว ลูกสะใภ้ต้องคัดมาอย่างดีเพื่อผลิตหลานชาย ส่วนลูกสาวเดี๋ยวต้องใช้นามสกุลคนอื่น ลูกที่เกิดจากลูกสาวก็เรียกว่าหลานนอก ลูกจากลูกชายเรียกว่าหลานใน

แม้ยังไม่มีเรื่องกงสีเข้ามาก็รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีก คนเรามีเรื่องทะเลาะกันกี่เรื่องเองในชีวิต ก็เรื่องเงิน เรื่องผู้หญิง หน้าที่การงาน ยิ่งเป็นกงสีที่ทำธุรกิจก็จะชัดเจน

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

สืบมากกว่าคดีนายห้างทอง

ต่อจากเรื่องกงสีคือเรื่องคดีฆาตกรรม แม้เรื่องจะเปิดตัวด้วยพี่คนโตถูกยิงตายในบ้าน คล้ายคลึงกับคดีโด่งดังในอดีต แต่ทีมเขียนบทยืนยันว่าไม่ได้นำเรื่องราวของคดีตระกูลธรรมวัฒนะมาเป็นต้นแบบ แต่ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่เคยผ่านตา

ชีวิตจริงไม่เคยมีคนตายที่บ้านเรา เราก็ต้องศึกษาว่าเมื่อเกิดคดีคนตายในครอบครัวขึ้น ตำรวจจะมองรูปคดียังไง คดีธรรมวัฒนะเป็นหนึ่งในหลายๆ คดีที่เราศึกษา ลองคลี่คดีของเราออกมาสิคะ จะเห็นว่าไม่เหมือนเลยอ้ำเอ่ยชัดเจน

เรื่องที่เราสนใจคือวิธีที่ตำรวจตั้งประเด็นผู้ต้องสงสัย เมื่อเกิดการฆาตกรรม จะมีการเรียงลำดับผู้ต้องสงสัย 1. ผู้ที่เจอศพคนแรก 2. ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการตายของคนคนนี้ 3. คนที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย อะไรคือมูลเหตุจูงใจให้เขาเป็นฆาตกร ความขัดแย้งอาจไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ มีอย่างอื่นมากกว่าที่ทำให้คนฆ่าคนได้

นักเขียนบททั้งสี่คนมีประสบการณ์อ่านหนังสือหรือเสพหนังและซีรีส์สืบสวนสอบสวนมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครเคยเขียนบทแนวนี้มาก่อน คนที่มีประสบการณ์มากที่สุดคือผู้กำกับที่จับเป็นประเด็นใครฆ่านานะใน I HATE YOU I LOVE YOU ดังนั้น ทีมงานจึงต้องทำการบ้านหนักเรื่องคดีฆาตกรรม และวางหมากดักความคิดคนดูในทุกตอน พอคนดูสงสัยใคร ตอนต่อไปก็จะบิดความเป็นไปได้ไปอีกทาง

บทเกลี่ยความน่าสงสัยในครอบครัวในประเด็นต่างๆ กันไป เช่น ภัสสรเป็นเรื่องกงสี ธุรกิจครอบครัว คริสเป็นเรื่องความรักของสามีภรรยา แล้วเดี๋ยวก็จะมีปัญหาต่อๆ ไปที่มาพร้อมตัวละครอื่น

บางคดีที่เราศึกษา ผู้ที่ฆ่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง ฆ่าเพื่อปกป้องอีกคนอ้ำกล่าวเป็นนัย แม้ไม่มีการเซ็นสัญญาห้ามสปอยล์ตอนจบ แต่ทีมเขียนบทย้ำว่าจะไม่บอกตัวฆาตกรเป็นอันขาด เพราะถ้าบอกไปก่อน การดูละครจะเสียอรรถรสแน่ๆ

เรื่องนี้ไม่ใช่ละครหาคนร้าย มันจะไม่หยุดแค่ว่าใครฆ่าแล้วจบ ลึกลงไปในนั้น อะไรคือสิ่งที่คนคนนั้นทำ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะพาไปให้ถึงกันเผยคำใบ้อีกอย่างให้ลองขบคิด

มันคือเรื่องมนุษย์ เส้น A คือพล็อตสืบสวนสอบสวน เส้น B คือพล็อตความสัมพันธ์ของคน ซึ่งสำคัญมาก เราไม่รู้หรอกว่าถึงรึเปล่า แต่ถ้าถึงก็คือดูละครแล้วย้อนดูตัว เศษเสี้ยวในนั้นเหมือนเรา เหมือนคนในครอบครัวเรา ที่สุดเราเรียนรู้อะไรจากมันตอนจบนักเขียนที่อาวุโสสุดในทีมตบท้ายประเด็นฆาตกรรม

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

ออกแบบตัวละครจาก 9 หนุ่ม

ระหว่างที่ค้นคว้าข้อมูลและวางพล็อต โปรเจกต์ 9 X 9 ก็ออดิชันเด็กหนุ่ม 9 คนมาฝึกฝนและทดสอบทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝึกร้องเพลง เต้น และแสดง ไปด้วยพร้อมๆ กัน เมื่อการวางตัวนักแสดงเริ่มนิ่ง ทีมเขียนบทจึงเข้าไปสังเกตเวิร์กช็อปการแสดงของนักแสดงรุ่นใหม่เหล่านี้

คนที่โดดเด่นก็จะเด่นตั้งแต่อยู่ในคลาส คนนี้ดูร้ายๆ คนนี้สุขุม คนนี้ร่าเริง มันเริ่มเห็นชัดขึ้น พอเรารู้ว่ามี 9 คนแน่ๆ เราก็สร้างตัวละครจากเขา

กันเล่าความประทับใจที่ทำให้ทีมเขียนบทตัดสินใจเลือก ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร กับ เจเจกฤษณภูมิ พิบูลสงคราม มาเป็นศัตรูคู่หลักในศึกของตระกูลจิระอนันต์

วันหนึ่งมีแบบฝึกหัดขอเก้าอี้ระหว่างต่อกับเจเจ ต่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ เจเจต้องทำยังไงก็ได้ให้ได้เก้าอี้มา เจเจพูดว่าพี่คือคนที่เก่งมาก วันหนึ่งผมจะไปอยู่ในระดับพี่เหมือนกับเป็นเป้าหมายของเขา เรารู้สึกว่าเคมีมันได้มาก ทั้งคู่ตัวสูงใกล้กัน ตี๋เหมือนกัน เราเริ่มเชื่อแล้วว่าถ้าทั้งคู่เป็นพี่น้องในตระกูลจีน จะห้ำหั่นเป็นขั้วตรงข้ามกันได้ ดีเทลอื่นๆ ก็เริ่มก่อขึ้นมา บ้านนี้ลูกคนเดียวมั้ย ไอ้ไอซ์ (พาริส อินทรโกมาลย์สุต) หน้ามึงต่างจากคนอื่นที่สุด มึงต้องไปเป็นลูกบ้านเล็กแล้วแหละ

ตัวละครอื่นๆ ถูกวางตามโครงสร้างบท โดยนักแสดงรุ่นใหญ่ทั้งรุ่นอาม่าอากงและรุ่นพ่อแม่ผ่านจอแก้วจอเงินกันมาโชกโชน พวกเขาคือจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาเติมบทบาทให้น่าเชื่อถือและน่าลุ้นติดตามมากยิ่งขึ้น ความเอ็นดูหนุ่มๆ ลูกบ้านนั้นบ้าง บ้านนี้บ้าง พ่วงมากับความคิดถึงฝีไม้ลายมือการแสดงของป๊าม้าทั้งนั้น

เลือดข้นคนจาง
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน

แซ่บแบบละคร แต่ละเอียดอ่อนแบบภาพยนตร์

เลือดข้นคนจาง เป็นละคร Soap Opera เรื่องแรกของนาดาว บางกอก

ไม่ใช่ซีรีส์วัยรุ่น ไม่ได้จับแค่กลุ่มคนดูวัยหนุ่มสาวเหมือนเดิม ทั้งที่ผู้กำกับ ทีมเขียนบท และทีมงานล้วนถนัดการทำหนังและซีรีส์ครองใจวัยรุ่นมาตลอด สิ่งที่ทำให้พวกเขาเอาชนะใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ครั้งนี้คือการเลือกแข่งในสนามของตัวเอง เขียนงานแบบที่ตัวเองเชื่อและผู้กำกับชอบให้ดีที่สุด

เราไม่ได้คิดว่าเราจะไปสู้กับใคร เราไม่ใช่คนประเภทเขียนบทเมียน้อยแย่งผัว พี่ย้งก็ไม่ใช่ แม้เราอยากทำละครตบตีแบบนั้น เราก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าละครแบบนั้นไม่ดีนะ แต่เรามีรสนิยมอีกแบบ คือรสนิยมแบบภาพยนตร์มีน มือเขียนหนังและซีรีส์วัยรุ่นกล่าวอย่างจริงใจ

มันยากไปสำหรับเรา มันต้องคิดอีกแบบ บทพูดประเภทน้ำหน้าอย่างหล่อนเหรอ ใช้สารส้มล้างยังไม่หมดคาวเลยอะไรแบบนี้เราเขียนกันไม่ได้ เขาไปถึงเบอร์เอาแกงกะหรี่ราดแล้ว เรายังแกงจืดอยู่เลยอ้ำ มือเขียนบทอิสระที่ถนัดประเด็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเอ่ย

ละครของนาดาวจึงมีลักษณะแบบลูกผสม มีพล็อตเมโลดราม่าหนักๆ แบบละครหลังข่าว ขยี้ขนบที่เป็นปมของคนดู มีการเล่าเรื่องด้วยเสียง ตัวละครพูดเยอะขึ้น ใส่สกอร์เพลงเยอะขึ้น เพื่อดึงความสนใจคน แต่ยังคงรสนิยมแบบหนัง จัดวางภาพประณีต ถ่ายทำอย่างเนี้ยบกริบ และให้ความสำคัญกับการตัดต่อด้วย ภาพที่ออกมาจึงแปลกตาและคราฟต์แบบภาพยนตร์

“ผลตอบรับดีเท่าที่คิดไว้นะ ในความคิดเรา พี่ย้งทำได้อีกแล้ว สิ่งที่เขาพยายามทำให้เกิดขึ้น พอไปถึงคนดู เขาอินกับจุดนี้จริงๆ บางอย่างเราคิดว่าทำไมเขาต้องละเอียดขนาดนี้ อย่างซีนเรียงแถวในงานศพ เรารู้สึกว่าในหนังไม่มีเวลาเล่าลำดับทุกอย่างหรอก แต่พอพี่ย้งบอกว่า ต้องเล่า เราก็เห็นว่า เออ คนอินกับจุดนี้จริงๆ เขารู้ว่าต้องทำยังไงคนถึงจะอินได้ เราเองก็สนุกเหมือนกันที่เห็นว่าพี่ย้งทำอะไรออกมาขายบ้าง หรือเขาพยายามแมสขึ้นยังไงแฮมเอ่ย

ทีมบทประสานเสียงอย่างมั่นใจว่าเลือดข้นคนจางที่เราได้เห็นไปไม่กี่ตอนเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น กว่าจะถึงตอนที่ 18 ที่เป็นตอนจบ จะยังมีเรื่องอีกแยะให้ติดตามแน่ๆ

ทุกปัญหามีทางลงของมัน จะมีความหวังในสถาบันครอบครัว เป็นความตั้งใจของพี่ย้งเลย เขาจะไม่จบอย่างหดหู่ ปัญหาจะต้องถูกแก้ได้ เขาบอกว่ากูชอบความหวัง’”

มีนตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ บทสรุปของ เลือดข้นคนจาง จะเป็นอย่างไร เราคงต้องหาคำตอบกันจากในหน้าจอ

แต่สิ่งที่เรามั่นใจตั้งแต่ละครเริ่มฉาย คือการก้าวมาสร้างสิ่งใหม่โดยไม่ยึดติดขนบเดิมของนาดาว บางกอก สร้างความสนุกและกระตุ้นความเปลี่ยนแปลงในวงการละครขึ้นมาอีกครั้ง

คุยกับทีมเขียนบท เลือดข้นคนจาง ที่สร้างคดีฆาตกรรมลือลั่นประเทศ แม้จะไม่เคยเขียนเรื่องสืบสวนมาก่อน
 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

1 พฤศจิกายน 2560
4 K

ใครจะคิดว่ากลางเอกมัยมีโรงเรียนร้าง’

ฉันคิดในใจ เมื่อเดินทะลุ Acmen Complex เวิ้งคอมมูนิตี้มอลล์ระหว่างซอยเอกมัย 13 – 15 ที่ประกอบด้วยร้านเฟอร์นิเจอร์หรู ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านบิงซู และสารพัดร้านรวงที่เป็นสีสันย่านสุขุมวิท

เบื้องหลังหน้าฉากสดใส อาคารเรียน 3 ชั้นสีขาวล้อมสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้ายืนนิ่งสงบ ชอล์กขาวบนกระดานดำยังบอกตารางสอบและข้อความอำลาเพื่อน แม้โรงเรียนโรจน์เสรีอนุสรณ์จะยุติการเรียนการสอนไปเกือบ 20 ปี กลิ่นอายของความทรงจำและทำเลงดงามทำให้ที่นี่น่าสนใจ น่าเสียดายเกินกว่าจะปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลา

โรงเรียน โรงเรียนร้าง

“แวบแรกที่เข้ามาคือ เฮ้ย มีที่แบบนี้ในเอกมัยด้วยเหรอ เรารู้สึกว่าสเปซมันพอดีมาก มันไม่เล็กเกินไป ไม่ใหญ่เกินไป เราทำงานไหว แล้วก็สามารถรวมกลุ่มคนที่มีความคิดแบบเดียวกันได้แบบพอดี”

พี-รวมพร ถาวรอธิวาสน์ เจ้าของบริษัทครีเอทีฟเอเจนซี่เล่าจุดเริ่มต้นของการแปลงโฉมโรงเรียนร้างให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัทติโตติโต และ อู๋-ภฤศธร สกุลไทย Design Director บริษัท PIA interior ค้นพบสถานที่นี้ระหว่างมองหาสถานที่ใหม่ๆ นอกห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดอีเวนต์ให้ลูกค้า แต่ความเหมาะเจาะของสถานที่ทำให้คนทั้งคู่ตัดสินใจใช้พื้นที่นี้จัดงานตามไอเดียของตัวเอง

Freeform Festival

“เราคิดถึงเรื่องนี้นานแล้ว เราเป็นแม่ เรามีลูก เราสงสัยมานานมากตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้วว่าทำไมการใช้เวลาของผู้ใหญ่ต้องแยกกับเด็ก ตอนเป็นเด็กเราไม่ได้รับเสรีในการเล่น ไม่ได้ดูงานสร้างสรรค์ต่างๆ แบบผู้ใหญ่ แล้วปัจจุบันก็ไม่ค่อยมีอะไรให้เด็กกับผู้ใหญ่เสพร่วมกันเท่าไหร่ เราไปคอนเสิร์ต Fuji Rock ที่ญี่ปุ่น งานดนตรียิ่งใหญ่ แต่มี kid zone ใหญ่มาก ลูกๆ ขี่คอพ่อแม่ดูคอนเสิร์ต เห็นแล้วรู้สึกว่าเด็กควรได้ใช้เวลากับพ่อแม่ ต้องมีที่ทางให้เขาอยู่ด้วยกัน แล้วเด็กกับผู้ใหญ่ก็เป็นเพื่อนกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่ต้องเอาเด็กไปฝาก ไม่งั้นเด็กก็จะเบื่อเพื่อรอพ่อแม่ หรือพ่อแม่ต้องเบื่อที่ต้องรอลูก”

พีเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เราอยากทำพื้นที่ที่ทุกคน โดยเฉพาะครอบครัวได้มาสนุกร่วมกัน”

โมเดลในฝัน

“อาร์ตสเปซถูกกำหนดโดยกลุ่มหรือบุคคลที่เป็นเจ้าของ ทุกคนตั้งใจดีที่จะสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ความแตกต่างอยู่ที่รสนิยมและโลเคชัน ซึ่งจะกำหนดกลุ่มคนที่มาด้วย ที่นี่พอมีศักยภาพเพราะมันอยู่ใจกลางเมือง คนอยู่คอนโดหรืออยู่ในพื้นที่จำกัดแถบเส้นรถไฟฟ้า โดยเฉพาะครอบครัวเจนวายที่ไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าอยากไปไหนก็ต้องเข้าห้าง ก็มาที่นี่ได้ง่ายๆ”

หญิงสาวเล่าว่า เมื่อเอ่ยถึงโปรเจกต์นี้ให้ใครๆ ฟัง หลายคนบอกว่าโมเดลที่เธอสนใจคล้ายคลึงกับ PMQ พื้นที่สร้างสรรค์ที่ฮ่องกงซึ่งเคยเป็นโรงเรียนและที่พักตำรวจ (Police Married Quarters) ก่อนที่รัฐจะสนับสนุนให้เปลี่ยนอาคารเก่านี้เป็นพื้นที่สำหรับแวดวงออกแบบและศิลปะ ชั้นบนเป็นออฟฟิศนักออกแบบ ชั้นล่างเป็นร้านรวง ร้านอาหาร ร้านกาแฟเล็กๆ มาเปิดร่วมกัน และมีการจัดอีเวนต์ดีๆ อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมใหม่ๆ ได้ตลอด

พี-รวมพร ถาวรอธิวาสน์

Freeform Festival

“พอค้นหาข้อมูลดูก็คิดว่า PMQ คล้ายคลึงกับสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุด ตัวตึกเราแบ่งเป็นห้องๆ ง่ายที่จะเรียกกลุ่มก้อนคนที่เราชอบงานของเขามาลง เพราะเราไม่ได้ชอบงานใหญ่ๆ จุคนเป็นหมื่น แต่เป็นงานที่ศิลปินยินดีจะใช้พื้นที่เล็กๆ และมันเป็น courtyard ที่มองเห็นกันได้ ในหัวเราคิดว่ามันสวยแน่นอน

“ตอนไปหาเงิน เราเล่าเรื่องนี้ให้กลุ่มผู้สนับสนุนฟัง จะมีปฏิกิริยาแค่ 2 ประเภท คือ ไม่เข้าใจเลย งง จะมีคนมากี่คน กับแบบบอกเช้า ตอบเย็น โอเค ตาเป็นประกาย เข้าใจเลย เราเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ขาดอยู่และน่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะยาว ซึ่งต้องใช้เงินอีกเยอะมาก เลยทดลองทำชั่วคราว 1 เดือนก่อนว่าคอมมูนิตี้แบบนี้จะอยู่ได้มั้ย”

ก่อร่างสร้างเทศกาล

ปัจจุบันพื้นที่โรงเรียนและสนามเปิดให้เช่า แต่ไม่มีการใช้งานถาวรในเชิงพาณิชย์ สภาพโรงเรียนค่อนข้างทรุดโทรมจึงต้องเดินระบบไฟใหม่ จัดการซ่อมแซมหรือกั้นจุดอันตราย เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย โดยอู๋รับหน้าที่หลักในการออกแบบเทศกาลชั่วคราว

“อู๋เป็นมัณฑนากรที่ีมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว ปกติงานเขาคือออกแบบให้โรงแรมใหญ่ๆ แต่งานนี้เขาอยากทดลอง ทำงานสนุกๆ ที่ลดอีโก้ เขาชอบไอเดียการรวมคนสร้างสรรค์อยู่ด้วยกัน  เราสองคนเลยคิวเรตศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์มาที่นี่ ตัวเราถนัดทำเนื้อหา การตลาด การจัดการ และชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานวงการแฟชั่น เพลง ละครเวที ส่วนเขาคลุกคลีอยู่ในแวดวงสถาปนิก เลยออกแบบพื้นที่และชวนเพื่อนๆ ที่ทำโปรดักดีไซน์ ประติมากร สถาปนิก มาช่วยกันทำงานโดยไม่จำกัดรูปแบบ”

อาคาร ศิลปะ นิทรรศการ งานศิลปะ

“กลุ่มคนที่รวมตัวกันครั้งนี้หลากหลายมาก เราชวนทุกคนมาสนุกกัน ขอให้มาลองผิดลองถูก มาแสดงออกฟรี ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะหล่อไม่หล่อ และงานนี้มีเด็กๆ มาร่วม มาลองดูว่าเด็กจะเข้าใจไหม งานของทุกคนต้องโดนเด็กบอมบ์ได้ เด็กจับได้ทุกอย่าง ละครที่เล่นก็เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ได้สารคนละอย่าง มีความยาวพอเหมาะที่เด็กจะทนไหวไม่ลุกออก คนที่เข้ามาจะไม่ใช่แค่กลุ่มคนสร้างสรรค์ เรารวม expat และครอบครัวที่ิอยากใช้เวลาร่วมกันด้วย ดังนั้นจะไม่ทำอะไรที่เขาจะไม่กล้าเข้ามาที่นี่”

ชื่อของเทศกาลนี้จึงเป็น Freeform Festival เทศกาลอิสระที่มีโลโก้เป็นรูปนกแบบง่ายๆ ที่เด็กทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่ในวันนี้เคยวาดมาก่อน ภายในเทศกาลศิลปะมีละคร หนังสั้น เต้นสวิง เวิร์กช็อป งานดีไซน์ ร้านอาหารเครื่องดื่ม และกิจกรรมหมุนเวียนตลอด 4 สัปดาห์

เติบโตไปด้วยกัน

“Celebrate mistake คำนี้ได้มาจากครูฝรั่งที่โรงเรียนลูก เขาบอกว่าถ้าเด็กๆ ก้าวผ่านความผิดพลาดแล้วสมองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ล้มก็ฉลองแล้วลุกใหม่ คนโตๆ ที่ทำงานแล้วก็เจออุปสรรคทั้งนั้น ดังนั้น งานนี้มาฉลองกันดีกว่า”

พีตั้งใจว่าระหว่างการจัดงานทั้งสี่สัปดาห์ เธอคาดหวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงและเติบโตของกิจกรรมและผู้เข้าร่วม ถ้ามีเด็กมาละเลงสีงานของศิลปินสักคน ก็ถือว่าเป็นเรื่องระหว่างทาง อาจจะเอางานนั้นมาจัดแสดงหรือทำนิทรรศการใหม่ หรือเอาลายเส้นนั้นมาทำเสื้อขายเพื่อบริจาค และมีความหวังเหมือนนักจัดงานคนอื่นๆ ว่าทุกคนจะรักเทศกาลนี้จนไม่ยอมปล่อยให้มันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

ศิลปะ นิทรรศการ ปั้นดิน

“เราอยากให้เดเวลอปเปอร์มากมายได้เห็นว่าคอมมูนิตี้เกิดจากกลุ่มคน ไม่ใช่เกิดจากการสร้างสิ่งใหญ่โตมหึมาสวยงาม แล้วคิดว่าจะดึงคนไปที่นั่นทีหลัง กลุ่มคนจะกำหนดคาแรกเตอร์และแอททิจูดของสถานที่ เราต้องคำนึงถึงครอบครัว คำนึงถึงเด็กมากกว่านี้ ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เขามีสเปซที่เอื้อให้เด็กและคนแก่ใช้พื้นที่ิอยู่ร่วมกันได้ แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้”

คุณแม่ที่มีลูกสาวทิ้งท้าย ฉันกวาดตามองรอบๆ อาคารร้างที่กลิ่นอายโรงเรียนยังไม่จางหาย นึกดีใจว่าในที่สุดพื้นที่นี้จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเรียนรู้ของเด็กๆ อย่างที่มันเคยเป็น

โรงเรียน โรงเรียนร้าง

ภาพ: Freeform Festival

Freeform Festival จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2017 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ Acmen Complex เอกมัย (ระหว่างซอยเอกมัย 13 และ 15) บัตรเข้างาน Freeform Festival ราคา 100 บาท/สัปดาห์ เข้าไปดูตารางจัดงานและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Freeform Festival

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load