5 กุมภาพันธ์ 2563
11 K

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต บอกว่า ชีวิตเขามีฝันอยู่แค่ 3 อย่าง คืออยากมีอัลบั้ม อยากมีคอนเสิร์ต และอยากเล่นหนัง

ภาพเด็กชายพาริสในชั้นมัธยม คือการสนุกที่ได้เล่นดนตรี เดินสายประกวดกับเพื่อน และสาวเท้าตามความฝันที่คิดไว้ทีละก้าว

 “ผมมีความเชื่อว่า มนุษย์ควรที่จะเกิดมาแล้วหาความชอบของตัวเองให้เจอ และทำมันไปเรื่อยๆ จนหมดลมหายใจ”

หมดลมหายใจ

ในวันที่จังหวะชีวิตขยับใกล้ความฝันกลับมาพร้อมกับการสูญเสียอันเป็นจุดเปลี่ยนที่เร่งเร้าให้เขาเดินมุ่งตรงสู่วงการบันเทิง

ไอซ์-พาริส, รักติดไซนเรน

ระยะเวลาเพียง 3 ปี เขาก้าวสู่บทบาทพระเอกช่องในละคร เรื่อง หนี้เสน่หา ไม่ใช่แค่การแสดง ทั้งร้อง ทั้งเต้น ต่างเป็นผลลัพธ์ของการทำมันอย่างเต็มที่ด้วยความสนุก

และมันยังเปลี่ยนภาพเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอยู่ตรงหน้า ให้มีทัศนคติต่อชีวิตที่ผ่านมา งานทุกอย่างที่เขาทำ จนสัมผัสได้ถึงความคิดความอ่านที่โตกว่าอายุ

สำหรับเราไอซ์ก็เป็นเหมือนน้ำแข็งที่ภายนอกแข็งกร้าว เข้มแข็ง แต่ก็โอนอ่อนแปรรูปร่างไปตามภาชนะ ในขณะเดียวกันเมื่อเติมลงไปในแก้ว ก็ทำให้น้ำเย็นชุ่มฉ่ำ ได้จิบทีก็สดชื่นสว่างไสว

ไม่ว่าคุณจะรู้จักเขาในบทบาทอาฉี ในละครโทรทัศน์เรื่อง เลือดข้นคนจาง จากซีรีส์ Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ นักร้องเพลง รักติดไซเรน ประกอบละคร รักฉุดใจนายฉุกเฉิน (My Ambulance) ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ศิลปินหนึ่งในโปรเจกต์ 9×9 หรือกระทั่งโปรเจกต์ Human Error 3 หนังสั้น 3 เพลง จาก 3 ศิลปิน ของ Nadao Music ร่วมกับ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง และการเป็นหนึ่งในนักแสดงชุดใหม่ของ ฉลาดเกมส์โกง เดอะซีรีส์

บทสนทนาต่อไปนี้คือ ความฝัน ชีวิต ความคิด และเรื่องจริงของเด็กหนุ่มวัย 21

เขาถอดเสื้อคลุมตัวสวยออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวธรรมดา แล้วนั่งลงด้วยท่าทางสบายๆ

เขายิ้มกว้าง

ก่อนคุยกับเราแบบไม่มีหลบตา

ไอซ์-พาริส, รักติดไซนเรน

เพลง รักติดไซนเรน 158 ล้านวิวแล้ว ดังก่อนละครอีกนะ 

บอกก่อนว่าเพลงนี้มันเกินความคาดหมายแทบทุกอย่างเลยนะ คือมันเป็นเพลงประกอบละคร เราคิดอย่างมากเลยว่าคนดูละคร My Ambulance เสร็จค่อยมาติดเพลง เป็นไงล่ะ โอ้โห เพลงประกอบละครไปที เกินเบอร์ไปหลายเบอร์เลย

จนตอนนี้ชีวิตผมเหมือนทุกอย่างมันเกินความคาดหมายไปหมดเลย เริ่มตั้งแต่ 9×9 (ไนน์ บาย ไนน์) เราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เข้าไปอยู่ในวงบอยแบนด์ แบบเออเราไม่คิดเลย (หัวเราะ) ทั้งละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง เองก็ด้วย คือเราดูฮอร์โมนฯ มาตั้งนาน ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เล่นละครของพี่ย้งจริงๆ (น้ำเสียงตื่นเต้น)

ที่บอกว่าเกินความคาดหมายไปหมดเลย แล้วความคาดหมายนั้นของไอซ์คืออะไร

ก่อนเข้าวงการ ความฝันของผมมีอยู่แค่สามอย่าง คืออยากมีอัลบั้ม อยากมีคอนเสิร์ต แล้วก็อยากเล่นหนัง มันเป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก ทุกวันนี้ที่เราทำอยู่ คือระหว่างทางที่จะไปตรงถึงนั้นให้ได้ ปีนี้ นอกจากละคร ซีรีส์ ไอซ์จะข้ามมาทำเพลงมากขึ้นแล้วครับ

ความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีเริ่มจากตอนไหน

มันเริ่มตอนประมาณ ม.2 ผมไป Big Mountain ครั้งแรก ภาพที่จำได้แม่นคือตอนดูจอใหญ่ แล้วกล้องตัดไปข้างหลังศิลปิน เห็นคนดูเยอะๆ เป็นภาพที่อยากเห็นมันเกิดกับตัวเองมากๆ อยากรู้ความรู้สึกว่าเป็นยังไง หลังจากนั้นผมเลยตั้งเป้าหมายขึ้นมา ตอนแรกอยากมีแค่เพลงก่อน แล้วมีอัลบั้มกับคอนเสิร์ต

จริงๆ ผมมีพี่ยอด Bodyslam (ธนชัย ตันตระกูล) เป็นไอดอลด้วย ผมอยากขึ้นเวทีแล้วสะบัดผมแบบเขา มี Smoke Machine อยู่ข้างๆ มันเท่มาก เลยเริ่มฟอร์มวงกับเพื่อนที่โรงเรียน แล้วก็ไปประกวดร้องเพลงที่นู้นที่นี่ จนมีครั้งหนึ่งผมไปแข่งที่สยาม พอแข่งจบ คนจัดเขาอยากสร้างวงดนตรีของเขาขึ้นมาเอง เขาเลยหยิบเด็กจากทุกๆ วง มารวมตัวกันชื่อ Yellow Mustard มีแจ็คกี้ (จักริน กังวานเกียรติชัย) อยู่ในวงด้วย ตอนนั้นผมกับแจ็คกี้อยู่ม.4 ม.5 ยังใส่เหล็กดัดฟันทั้งคู่อยู่เลย เป็นวงที่มีผู้จัดการจริงจัง มีเดินสายไปเล่นที่ต่างๆ แต่ตอนนั้นไม่ได้เงินนะ (หัวเราะ)

แล้วความฝันเรื่องการแสดงล่ะ

พอขึ้นมัธยมปลายก็สนใจการแสดงด้วย เริ่มจากเราชอบดูหนังมาก ขนาดที่ว่าตอนกลับจากโรงเรียนต้องซื้อดีวีดีหนึ่งแผ่นเรื่องอะไรก็ได้เพื่อกลับไปดู จนมีเต็มบ้านเลยครับ เยอะมาก

ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ฝันอย่างอื่นเลยเหรอ

มีๆ ก่อนหน้านี้ผมเลือกเรียนสายวิทย์ เพราะรู้สึกว่าอยากเป็นวิศวกรให้พ่อ อย่างที่บ้านเขาเรียนจุฬา ธรรมศาสตร์กันหมด เซนส์บางอย่างเลยทำให้เรารู้ว่าเขาคาดหวัง แต่เขาก็ไม่เคยพูดนะ อีกอย่างพี่สาวก็เรียนเศรษฐศาสตร์ ผมลองพยายามหาว่าอะไรที่มันน่าจะดูเท่ขึ้นมาบ้าง ตอนนั้นคิดแค่ว่าเป็นผู้ชายก็ต้องวิศวะสิ แต่ระหว่างนั้นก็ทำวงดนตรีไปด้วยเรื่อยๆ

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

แล้วภาพวิศวกรหนุ่มหล่นหายไปตอนไหน

ช่วงที่คุณพ่อป่วย ตอนนั้นเราออกไปเล่นดนตรี กลับมาหาพ่อบ้าง แล้วพอคุณพ่อเสีย เลยรู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตมันสั้นมากเลยว่ะ แล้วก็คิดว่าเรานั่งทำอะไรอยู่ เรามานั่งทรมานตัวเองทำไม พยายามเรียนในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบขนาดนั้น ชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะมานั่งทำหรือเป็นอะไรในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น เหมือนทำให้เราเปลี่ยนความคิด ก่อนหน้านั้นเรากลัวความตาย แต่ตอนนี้กลัวไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง มันคงเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวกว่ากันเยอะเลย

พอคิดอย่างนี้ก็เลยช่างแม่ง! สายวงสายวิทย์ วิศวะอะไรช่างมัน เปลี่ยนมาเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ คือเรารู้ว่าชอบดนตรีกับหนัง ตอนนั้นมีวงอยู่เลยทำต่อไป ส่วนการแสดงก็เป็นสิ่งที่เราชอบมากเหมือนกัน 

ที่บอกว่าชอบมาก ไอซ์พาตัวเองเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงได้ยังไง

พอคุณพ่อเสีย คุณแม่ก็ต้องหาเงินแทน เขาเลิกทำงานมายี่สิบปีแล้วตั้งแต่มีพี่สาวผม อยู่ๆ ต้องมาพยายามหางานทำใหม่ ทั้งชีวิตเราไม่เคยต้องเห็นแม่ทำงาน แค่ผมเห็นภาพนั้นผมก็ไม่ชอบแล้ว ผมรู้ว่าเวลาแม่มีความสุขหรือว่ากำลังหยุดตัวเองไม่ให้เสียหลักเขาเป็นยังไง ผมรับไม่ได้ที่จะเห็นเขาทำงานจริงๆ นะ มันดูไม่ใช่แม่เรา เลยแบบโอเค เดี๋ยวเราทำเอง จากนั้นผมไปลองแคสทุกที่ ไปแบบพยายามหางานเลยครับ จนได้เข้าไปเด็กฝึกของค่ายๆ หนึ่ง

เข้านาดาว บางกอกเลยเหรอ

ยังครับ ค่ายอื่น แต่ว่ายังไม่ได้เซ็นสัญญานะครับ แค่ไปฝึกเรียนการแสดงบ้าง ระหว่างนั้นนาดาวมาเห็นเข้าแล้วติดต่อมา เราเลยเลือกอยู่กับนาดาวจนมาถึงวันนี้

ไม่ได้อยากถามแต่แค่อยากรู้ว่า ที่ร้องเพลงได้ เต้นได้ ฝึกจากไหน

ในห้องน้ำเลยครับ ผมชอบการเต้น ไม่ว่าจะไปที่ไหน เช่น Festival EDM เราชอบเต้นแบบไม่จริงจัง ทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ เพื่อนมาบ้านก็ร้องเพลง เล่นกีตาร์เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีกฎในการทำอะไร แค่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่

พอได้เป็นไอซ์ พาริส มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ

แน่นอนครับ พอเข้ามาทำงานปุ๊บ ความรับผิดชอบของเรามันต้องโตขึ้นทันที เลยเกิดคำถามในใจว่าเราจะผิดพลาดไม่ได้เหรอ เหมือนเด็กอายุยี่สิบ ยี่สิบเอ็ด เป็นปกติที่มันต้องพลาดอีกเยอะ แต่ตอนนี้ไม่ว่าเราจะพลาดอะไร ทุกคนบนโลกรู้หมดแล้ว จริงๆ แค่อยากมีอารมณ์งอแงแหละครับ ไม่ใช่อะไร (หัวเราะ)

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

แล้วไอซ์จัดการกับคำถามที่เกิดขึ้นนี้ยังไง

ปกติก็ไปคุยกับคุณแม่ เขาจะมีวิธีพูดที่ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น สมมติว่าผมคุยกับแม่ตอนนั่งรถกลับบ้านแล้วพูดกับแม่ว่า ทำไมทำผิดไม่ได้เลย เหนื่อยมาก ทำไมเด็กอายุเท่าผมไม่เห็นจะต้องมานั่งเหนื่อยขนาดนี้เลย เขาแค่เรียน เรียนเสร็จเขาก็กลับบ้าน ปิดเทอมก็ไม่ทำอะไรเลย พอไปจอดตรงไฟแดงแล้วมีเด็กขายพวงมาลัยมาเคาะกระจก แม่แค่พูดว่า ‘ไอซ์ลองนึกดูสิว่า เด็กคนนี้เขาจะรู้สึกดีแค่ไหน ถ้าได้สลับที่นั่งกับไอซ์ตอนนี้ แล้วลองคิดดูดิว่ามีเด็กอีกกี่คนบนโลกที่อยากแค่มาสลับที่นั่งกับไอซ์แค่นาทีเดียว แต่มันคือทั้งโลกของเขาแล้ว’ เราก็แบบ เออว่ะ

หรือไม่ก็ ‘เราอาจจะไม่มีพ่อ เด็กบางคนไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่มีแขนไม่มีขาด้วยซ้ำ ทำไมเขาถึงโตมาเป็นคนที่ดีได้’ เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเราหรือเปล่า

ไอซ์รับมือยังไงกับความสำเร็จที่เข้ามาเร็วขนาดนี้

โห มันยากนะ ทุกวันนี้บางทีผมก็ทำไม่ได้เลย (หัวเราะ) ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมรับมือยังไง ไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือทำผิด ผมแค่รู้ว่าถ้าเกิดผมรู้สึกดี ผมโอเค ถ้าเกิดผมรู้สึกไม่ดี ก็กลับไปหาแม่แล้วไปคุยกับแม่ว่าต้องทำยังไงดี แม่ก็จะบอกว่า ‘You have to be grateful’ สมมติว่า ถ้าเราอยากได้อะไรก็ต้องเห็นคุณค่าของมันจริงๆ นะ ถ้าเกิดไม่เห็นคุณค่าของมัน มันก็จะมาอยู่กับเราได้แป๊บเดียว

ผมว่าแค่ Be grateful กับมัน เห็นคุณค่ากับทุกอย่างที่เราได้ แบบนี้ก็พอแล้ว

เรายังเชื่อว่าเราไม่ใช่นักแสดงที่เก่งที่สุดหรือศิลปินที่เก่งที่สุด แต่เรายังทำพวกนี้เพื่อให้เราพัฒนาตัวเอง และสนุกกับมันไปด้วย

ไม่มีอีโก้ว่าเราดัง

มีนะครับที่เคยเหลิงหนักๆ เลย คือช่วงแรกๆ เพราะเข้าวงการมาก็อยู่ใน 9×9 ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ ทุกงานที่เราไปออกมันใหญ่มาก มีคนมาเยอะ แล้วยิ่งละครเรื่องแรกของเราเป็น เลือดข้นคนจาง ที่ดังมาก เลยรู้สึกว่าตัวเองเจ๋ง จนทำให้นิสัยเสียมาก แบบเราทำอะไรก็ได้ จะทรีตคนอื่นยังไงก็ได้ ไม่ต้องซ้อม ไม่ต้องรันทรู ไม่ต้องร้องดีมากหรอกเดี๋ยวคนก็กรี๊ด

แต่มันโชคดีมากเหมือนกันที่ได้เข้ามาใน 9×9 ที่นั่นไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว พี่ๆ ทุกคนที่อยู่ใน 9×9 เขาจะคอยมาด่าผม คอยบอกว่าเกินไปแล้วนะ คอยเตือนสติ ถ้าเกิดวันนั้นเขาไม่พูด ตอนนี้ผมก็คงเป็นอีกแบบไปเลย พอมองย้อนกลับไป ผมก็ไม่ชอบตัวเองในตอนนั้นเหมือนกัน

ได้ยินมาว่า 9×9 เป็นโปรเจกต์ที่เข้ายาก มีการคัดคนเข้าๆ ออกๆ ตลอด แล้วตอนนั้นไอซ์ทำยังไงให้ยังเป็นคนที่ถูกเลือกให้อยู่

ทำเต็มที่ โชว์ในสิ่งที่เรามี ณ ตอนนั้น เอามันออกมาให้หมด เอาของทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ลึกแค่ไหนก็ตาม เอามาให้เขาเห็นให้ได้มากที่สุด

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

เคยมีความกดดันหรือกลัวว่าเราจะทำไม่ได้เท่าเดิมอีกบ้างไหม

ไม่เคย ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ไม่ได้เป็นคนที่คิดกดดันตัวเอง ไม่ไปคิดว่าต้องทำให้ดีกว่าอันเก่า หรือต้องรักษามันยังไง ผมคิดแค่ว่าถ้าเราทำงานนี้จบแล้วเราไม่เก่งขึ้น อันนั้นจะนอยด์ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราทำได้มากกว่านี้ แต่ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำ หรือทำไมเราไม่ลองทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น

กับพี่ย้งนี่บ่อยมาก ตั้งแต่ เลือดข้นฯ ยัน Human Error เลย บางทีซ้อมเสร็จ กลับบ้านไปร้องไห้คนเดียวเป็นปกติมาก

ได้บทเรียนอะไรจากปีที่แล้วบ้าง

ปี 2019 ผมเข้าใจอะไรมากขึ้นและเห็นว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราไม่ได้ยึดติดเหมือนเดิม รู้ว่าการทำงานไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย ไม่มีเวลาให้ครอบครัว มันทำร้ายตัวเองเหมือนกัน ตอนนี้พยายามแบ่งเวลาให้ตัวเองมากขึ้น รู้ว่าถ้าอยากพักเราพักได้ ไม่ต้องถาโถมเหมือนปีแรกๆ

อีกอย่างผมคิดว่ามันเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิต ได้ขึ้นร้องเพลงเยอะมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรมาในวันนั้น พอตกกลางคืนเราได้มาสตูดิโอ ซ้อมเต้น ซ้อมร้อง เป็นชีวิตที่มีความสุขมากๆ ผมเลยตั้งเป้าหมายว่า ผมต้องทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองรู้สึกว่าทุกปีเป็นปีที่ดีสุดในชีวิต

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

ถ้างั้นคิดว่าความสำเร็จเท่ากับความสุขหรือเปล่า

สำหรับผมความสำเร็จไม่ได้แปลว่าสุข ความสุขของผมคือแพสชัน และไม่ว่าอาชีพใดๆ ก็ทำสำเร็จได้ 

เคยมีความคิดหลายรอบมากว่าอยากให้แชร์สิ่งเหล่านี้ออกไป อย่างการแต่งเพลง ทำหนัง อยากให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเข้าใจในสิ่งนี้มากๆ ว่า บนโลกใบนี้อะไรก็เป็นอาชีพได้ ไม่ต้องกดดันว่าเขาต้องเป็นหมอ เป็นสถาปนิก นักบัญชี หรือต้องเข้ามหาวิทยาลัยแบบไหน ไม่มีคำว่าต้องเป็นอะไรเลย ตอนจบมันอยู่ที่ว่าเราชอบอะไร เรามีความสุขกับอะไร เราตายคนเดียว ตายไปเราก็ไม่ได้มีเงินไปด้วย เราไม่ได้มีชื่อเสียงไปด้วย ผมมีความเชื่อว่า มนุษย์ควรที่จะเกิดมาแล้วหาความชอบของตัวเองให้เจอ และทำมันไปเรื่อยๆ จนหมดลมหายใจ

ผมอยากให้ทุกคนได้เจอแพสชันของตัวเอง อยากให้ทุกคนรู้ว่าหากคุณมีความฝันอย่าดูถูกตัวเอง เราเป็นได้จริงๆ 

บางคนหาเงินได้จากสิ่งที่คุณไม่ได้ชอบหรือไม่ได้มีความสุขกับมัน แต่ตอนจบคือการที่คุณต้องมานั่งทรมาน มันไม่ใช่ความสุขทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนที่ผมอยู่สตูดิโอมันเป็นความสุขที่อธิบายไม่ได้ ไม่ว่ายังไงผมก็จะทำในสิ่งที่ผมชอบอยู่อย่างนี้ หากผมไม่ได้มายืนหรือมาแสดงในจุดนี้ผมก็ยังคงจะทำเพลงต่อไป ทำเองหรืออะไรก็ตามอยู่ดี

จะว่าไปไอซ์เหมือนมีเหตุการณ์ให้เข้าใจชีวิตเยอะเหมือนกัน

มันทำให้ผมรู้สึกโชคดีมากๆ ผมกลับมาคิดอีกรอบหนึ่ง ที่ตัวผมเป็นแบบนี้ เพราะเคยผ่านความตายมาแล้วสองรอบ เคยผ่าตัดหัวใจตอนขวบครึ่ง จะไปกลัวอะไรอีก ทำมันเลยดีกว่า ลุยเลย 

หากวันนี้ต้องตาย คิดว่ามันคุ้มค่ากับชีวิตตอนนี้แล้วหรือยัง

ผมพยายามคิดอย่างนี้อยู่ตลอด ลองคิดดูถ้าวันนี้เรากำลังเครียด ดราม่าอยู่ แล้วผมเดินออกไปที่ถนน โดนรถชนตายขึ้นมา เลยกลับมาคิดใหม่ว่า ตอนนี้เราอยากทำอะไร เรามีความสุขกับมันดีกว่าไหม ดีกว่ามานั่งเครียดกับเรื่องอะไรไม่รู้ไปทำไม ซึ่งมันเวิร์กมากๆ เรามีความสุขขึ้น พอเราคิดแบบนี้ได้ เรารู้สึกว่าเราคุ้มแล้ว

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

แม้นางงามที่ชื่อ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส จะไปไม่ถึงฝันในเวทีประกวดระดับจักรวาล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มอบบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่ามากกว่าความสวยให้กับประเทศไทย

ก่อนที่แฮชแท็ก #RealSizeBeauty จะโลดแล่นอยู่บนหน้าจอมือถือ พร้อมกับรูปภาพผู้คนที่อวดโฉมเรือนร่างของตนด้วยความมั่นใจ 

สำหรับแอนชิลี แสงไฟบนเวทีอาจมีไว้ให้ใครบางคนเฉิดฉาย มงกุฎหรือสายสะพายก็อาจมีไว้แค่เป็นสัญลักษณ์ เธอตั้งใจมาที่นี่เพื่อบอกว่าความสวยไม่เคยมีมาตรฐาน

แอนก้าวขาขึ้นมาบนเวทีนางงามพร้อมกับค่านิยมใหม่สุดกล้าหาญ ด้วยโครงร่างสูงใหญ่ 183 เซนติเมตรของสาวลูกครึ่งออสเตรเลีย-ไทย และร่างกายแข็งแรงแบบฉบับกัปตันทีมวอลเลย์บอล 2 ปีซ้อน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังฉีกยิ้มกว้าง ทำลายทุกข้อครหา ตอบคำถามอย่างชาญฉลาด ปิดท้ายด้วยการสร้างตำนาน คว้ารางวัลชนะเลิศจากความแตกต่างที่เธอมี 

บอกตามตรงว่าเราเข้าใจได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น ว่านางงามผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดเป็นเช่นไร จากละอองไอแห่งความมั่นใจที่ปกคลุมรอบตัวเธอ และจากทุกคำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำ แม้จะมีบางคำถามที่เข้าใจยาก แต่สาวลูกครึ่งก็พยายามอย่างสุดฝีมือ อาจเพราะรู้ว่าทุกการกระทำของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมาย ต่อให้แสงไฟบนเวทีจะดับลงแล้วก็ตาม

พบกันคราวนี้ เราขออนุญาตชวนแอนกลับไปออดิชันรอบ Keyword อีกครั้งโดยไม่จับเวลา และถามเธอถึงเรื่องราวสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกว้าง

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

Keyword No.1 ผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุด เราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้หญิงคิดในมุมมองที่แตกต่าง ผู้หญิงไม่อยากทำเหมือนใคร ไม่มีอะไรจะให้พลังผู้หญิงมากไปกว่าการที่ผู้หญิงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อไรที่คุณยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น เมื่อนั้นคุณจะสู้สุดกำลัง และจะไม่มีใครหยุดยั้งคุณได้”

ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้างหลังจบการประกวด

เปลี่ยนมาก จากคนที่มีชีวิตสนุกมาก เที่ยวทะเล อาบแดด อิสระ ไม่มีข้อจำกัด หลังได้มงกุฎ เรารู้ว่าเราเป็นต้นแบบให้กับใครหลายคน เรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ 

เพราะแอนเชื่อว่าเด็ก ๆ ที่กำลังมองอยู่เขาจะเลียนแบบหลายอย่างที่แอนทำ ซึ่งเด็กเหล่านี้เขาต้องการ Role Model ที่ดี ที่ไม่ได้สอนอะไรผิด ๆ ให้เขา แอนเลยตั้งใจย้อนกลับมาดูตัวเองว่าแอนเป็นคนยังไง เราจะพัฒนาตัวเองยังไงให้เด็กพวกนี้เติบโตมาในโลกที่ไม่วัดคุณค่าของเขาจากรูปร่าง ที่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเคารพ กล้าที่จะพูด แต่ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติคนอื่นด้วย 

ถ้า Role Model ของเด็ก ๆ คือแอน แล้ว Role Model ของแอนคือใคร

คุณพ่อค่ะ เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองรู้เยอะเกินไป ถ้าไม่รู้อะไรเขาจะยอมรับว่าไม่รู้ เขาเลือกด้วยว่าอะไรที่ควรใช้เวลา อะไรไม่ควร แล้วเขาก็เชื่อว่าทุกคนมีข้อดีในตัวเอง 

คุณหยิบอะไรจากพ่อมาปรับใช้กับตัวเองบ้าง

My curiosity ความอยากรู้ แอนชอบการเรียนรู้มาก (ลากเสียง) อยากรู้อะไรก็จะอ่าน แล้วก็การฟัง พ่อเป็นคนที่ตั้งใจฟังมาก พ่อฟังโดยไม่ได้คิดว่าจะตอบอะไร แต่คิดว่าจะช่วยเขาได้ยังไง

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

รู้ไหมว่าหลายคนไม่ได้ชื่นชอบคุณแค่เพราะหุ่นหรือหน้าตา แต่ชอบเพราะสิ่งที่คุณทำ 

เวลาคนมาพูดว่าชอบทัศนคติ ชอบความคิดของแอน แอนภูมิใจมาก เพราะคนเห็นคุณค่าของแอนที่ไม่ได้มาจากภายนอก แอนขอบคุณพ่อแม่ที่สอนแอนมาอย่างดี แล้วก็ทำให้แอนเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แอนคิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ยากมาก ๆ อยากขอบคุณที่เขาใช้เวลากับแอน 

สงสัยว่าครอบครัวเลี้ยงดูคุณแบบไหน

การที่แอนเป็นผู้หญิงแบบทุกวันนี้ แอนต้องยกความดีความชอบให้คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย เพราะเขาจะถามตลอดว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง เรียนหนังสือเพิ่มไหม ถามว่าแอนปฏิบัติต่อเพื่อนที่โรงเรียนยังไง เขาสอนให้แอนเคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และทุกคนมีศักดิ์ศรีในตัวเอง 

ความมั่นใจเลยมาจากข้างใน จากจิตใจของแอนเอง สะท้อนออกมาว่าแอนเป็นคนแบบไหน แอนให้ของขวัญคนไหม ทำกับข้าวให้คนกินรึเปล่า ไม่เคยมีอะไรมาจากรูปลักษณ์ภายนอกของแอนเลย

ฟังดูเหมือนคุณเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างดี แล้วเริ่มรู้ตัวตอนไหนว่า Beauty Standard ส่งผลกับชีวิต

แอนเคยไปแคสงานตอนอายุ 13 ปี แล้วโดนบอกให้ไปลดน้ำหนัก 10 กิโล ตอนนั้นแอนยังไม่รู้เลยว่า Beauty Standard คืออะไร เพราะยังเด็กมาก จำได้แค่เราโกรธ แต่ไม่รู้ว่าโกรธอะไร แล้วแอนก็กลับไปคิด ว่าทำไมเราต้องลดน้ำหนักด้วย เราก็ยังเรียนดี เพื่อนก็ยังรักเรา เล่นกีฬาก็ได้ มันเกี่ยวอะไรกับน้ำหนัก 

แอนโดนล้อเรื่องปากเยอะมากด้วย เพราะแอนเป็นคนปากใหญ่ เคยกลับไปบ้านแล้วร้องไห้ถามคุณแม่ว่า ‘Mom, Can I make my lips smaller?’ ให้เขาตัดปากออกให้เล็กลงได้ไหม แต่สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว 

เช่น เรื่องหุ่น เมื่อก่อน Muscular Body หุ่นแบบนักกีฬา มีกล้ามเนื้อ เขาไม่ค่อยชอบกัน ทุกวันนี้คือแสดงถึงความแข็งแรง สวยมาก 

ทำไมเราต้องมาเป็นเหยื่อของมาตรฐานสังคมที่ไม่เหมือนเดิมตลอดเวลา แค่ฉลองให้ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ถามตัวเองให้มั่นใจว่าฉันชอบตัวเองแล้วหรือยัง แอนคิดว่าชีวิตจะสบายขึ้น เป็นอิสระ ไม่ต้องคอยต่อสู้กับตัวเอง

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

Keyword No.2 ความสวย

ความสวยจะออกมาจากตัวตนที่แท้จริงข้างใน สะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นใครในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คุณมีวิธีปฏิบัติหรือโต้ตอบกับเพื่อนมนุษย์อย่างไร สิ่งที่งดงามที่สุดคือการที่คุณอนุญาตให้ตัวเองเปล่งประกาย มอบทุกความจริงใจ มอบทุกความสุขให้คนอื่นได้สัมผัส 

เราจะสวยได้มากกว่าถ้าเราทุกคนแตกต่างกัน เพราะความสวยนั้นหลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวคุณ แอนหวังว่าคุณจะเฉลิมฉลองและภาคภูมิใจกับการเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

โตมาแบบฝรั่ง มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม สนุกกับการเล่นกีฬา ทำไมคุณถึงต้องมาประกวดนางงาม

เราเป็นลูกครึ่ง มีคุณยายคนไทยที่การดูนางงามคือความสุขของเขา อยากให้หลานเป็นตั้งแต่เด็ก คุณแม่ก็ชอบแซวให้เราเป็น แอนก็ไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นนะ แค่เก็บไว้ในใจตัวเองว่า โอเค อาจจะไปก็ได้ แต่แอนรู้ว่าถ้าแอนจะไปประกวดหรือไปทำอะไร แอนต้องมีจุดประสงค์ 

ตอนย้ายกลับไปออสเตรเลีย แอนเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง Beauty Standard ที่ออสเตรเลียมันก้าวผ่านไปได้แล้ว ถึงเวลาที่ประเทศไทยของเราควรสนับสนุนเรื่องนี้ แอนเลยมาประกวดด้วยจุดประสงค์ที่อยากช่วยเหลือสังคม

คิดยังไงถึงกล้าทำเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีนางงามที่มีมาตรฐานกำหนดชัดเจน

แอนเห็นว่ามันจำเป็น สิ่งที่แอนกำลังทำคือสิ่งที่สังคมต้องการ 

ถ้าเราอยากทำเพื่อสังคมจริง ๆ เราจะไม่กลัวว่าใครจะว่าอะไรไหม ความกล้าหาญมันจะมาเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมที่ส่งแอนไป ครอบครัวแอน สนับสนุนทุกอย่าง นี่เป็นจุดแข็งของแอน มีพวกเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ทำให้แอนหยัดยืนได้ตลอด แอนก็เลยมีความกล้า เพราะแอนรู้ว่าถ้าไม่ประสบความสำเร็จ เรายังมีคนอยู่ข้าง ๆ

คุณเป็นคนมั่นใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร

แอนมั่นใจตั้งแต่เด็ก เพราะแอนไม่เคยมองคุณค่าของตัวเองหรือคนอื่นจากภายนอก คุณค่าของแอนไม่ได้มาจากภาพลักษณ์ เสื้อผ้าที่แอนใส่ จากสิว กระบนใบหน้า หรือแผลเป็น 

แอนเห็นคุณค่าของตัวเองจากการคิดว่า ฉันปฏิบัติต่อคนอื่นดีไหม ฉันพัฒนาตัวเองตลอดไหม ฉันช่วยเหลือเพื่อนหรือเปล่า แอนมองแบบนั้นแทน แอนไม่เคยไม่มั่นใจเรื่องรูปร่าง มันไม่ใช่เรื่องที่แอนคิดในชีวิตประจำวัน 

พอเรากลับมาไทย แล้วเรามีหุ่นฝรั่ง ชอบมีคนบอกว่าเราอ้วน เราตัวใหญ่ คือปฏิเสธไม่ได้ว่าบางทีก็เจ็บ แต่กลับมาคิดดูแล้ว แอนว่ามันเป็นโอกาสมากกว่าที่เราจะพูดเรื่องนี้ 

ทุกวันนี้เวลาโดนว่าเรื่องหุ่น ความมั่นใจของแอนมาจากแคมเปญ #RealSizeBeauty แอนเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นแคมเปญที่แอนสร้างมาเอง แต่มันเป็นของทุกคนที่ร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

คิดว่าแคมเปญของคุณวันนี้ ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

ประสบความสำเร็จมาก (เสียงหนักแน่น) แต่ว่ายังไม่พอ 

แอนยังรณรงค์เรื่องนี้ต่อ เพราะมันสำคัญ คุณค่าของคนไม่ควรวัดโดยรูปร่างภายนอก เพราะมนุษย์ทุกคนมีรูปร่างแตกต่างกัน และมันเป็นสิ่งที่สวยงามมาก ๆ 

ในยุคโซเชียล เรื่อง Cyberbullying เข้ามาเกี่ยวข้อง คนใช้แฮชแท็กของแอนในมุมมองที่ผิด ซึ่งมันไม่ใช่คำที่เอาไว้ใช้ด่าคนอื่น เราควรคิดและทำความเข้าใจว่าแคมเปญนี้แปลว่าอะไร มันคือการภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ถ้าทำให้ทุกคนเข้าใจแบบที่แอนเข้าใจได้ มันจะประสบความสำเร็จ แอนยังมีสิ่งที่ต้องทำ หนทางยังอีกยาวไกลค่ะ 

คุณช่วยอธิบายแคมเปญของคุณให้ทุกคนเข้าใจตรงกันหน่อย

#RealSizeBeauty คือการสรรเสริญ เฉลิมฉลองให้กับตัวเอง เพราะทุกคนแตกต่างกัน และความแตกต่างทำให้โลกนี้มีพัฒนาการ มีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้

แอนย้ำเสมอว่าสุขภาพเราต้องมาก่อน แต่ถ้าทุกคนอยากให้แอนมีหุ่นตรงตามมาตรฐาน ให้เอว 22 – 23 นิ้ว มันเป็นไปไม่ได้สำหรับแอน เพราะร่างกายแอนไม่ใช่ สุขภาพแอนจะไม่โอเค โครงสร้างของทุกคนไม่เหมือนกัน 

มาตรฐานของความสวยเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราเป็นใครถึงไปบังคับให้ใครเป็นแบบไหน เราต้องภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น ทั้งรูปร่าง สีผิว ความสูง ฯลฯ

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

Keyword No.3 รอยยิ้ม

“เวลาที่ใครสักคนยิ้มออกมา เหมือนเขามอบทั้งความสดใส ความสุข ความจริงใจ โลกใบนี้งดงามขึ้นได้จากทุกรอยยิ้มที่ส่งต่อถึงกัน ถ้าสามารถบอกอะไรกับทุกคนได้หนึ่งอย่าง แอนอยากจะบอกให้ทุกคนยิ้มต่อไป และขอให้ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจค่ะ”

คุณมีประสบการณ์ถูกพูดใส่ว่า สวยแต่อ้วน หลายคนก็เคยถูกพูดใส่ว่าสวยนะถ้าหุบยิ้ม หรือสวยแค่ตอนทำหน้านิ่ง คุณคิดเห็นยังไง

ยิ้มไปเลยค่ะ รอยยิ้มของเราเป็นความสดใสของโลก ถ้าเราเห็นคนยิ้มกว้าง Smile out Loud คนที่เดินผ่านก็จะยิ้มตาม เพราะเรากำลังส่งความรัก ความสดใสให้กับผู้คน

คุณเป็นนางแบบมาก่อนนางงาม ทราบไหมว่าทำไมวงการนางแบบถึงต้องทำหน้านิ่ง ขึงขัง เวลาถ่ายภาพ 

แอนว่าแล้วแต่สไตล์นะ เราไม่ยิ้มเพราะเรากำลังขายเสื้อผ้า ซึ่งหน้าเฟียส (Fierce) ก็กลายเป็นงานอีกแบบหนึ่งไปแล้ว 

เข้าใจว่าการทำหน้าเฟียสคือความมั่นใจ ความเท่ ความเก่ง เหมือนเป็นลุคของผู้หญิงทำงาน 

หรือมันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงไม่เคยเป็นผู้นำ ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสิทธิ เพื่อสวัสดิการ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงตลอดเวลา การไม่ยิ้มคงทำให้รู้สึกเหมือน ฉันไม่ได้มาเล่น ๆ ฉันมาสู้กลับ แต่แอนว่าถ้ายิ้มมันจะคอนเนกกับคนได้มากกว่านะ

แล้วกับบางคนที่คิดว่า การยิ้มนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เสียความมั่นใจ เพราะมีฟันไม่สวย

แอนเชื่อว่าไม่มีใครฟันไม่สวย มันคือเอกลักษณ์ของเขา เหมือนฟันกระต่ายของแอน คือโดนล้อเยอะมากนะ แต่มันก็ทำให้แอนเป็นแอน สำหรับคนที่ต้องการกำลังใจ เวลาที่คุณยิ้ม ไม่ว่ารอยยิ้มของคุณจะเป็นแบบไหน คุณกำลังเติมความสดใสให้กับโลก ไม่ต้องกังวลค่ะ

ย้อนกลับไปวัยเด็กที่คุณบอกว่าโดนล้อเยอะมาก ตอนนั้นคุณผ่านมาได้ยังไง

เราหัวเราะกลับ เพื่อนเรียกเราว่า Bugs Bunny แอนก็ตอบกลับว่า Yes, I am. มันเป็นสัญลักษณ์ของแอน แอนเป็นคนปากใหญ่ ยิ้มก็ต้องใหญ่ แอนเลือกไม่ให้คำพูดของคนอื่นมีผลกระทบกับชีวิต 

ความมั่นใจของคุณส่งผลอะไรกับคนรอบตัวบ้าง

ความมั่นใจคือทีมเวิร์กนะ เพราะเวลาที่แอนยิ้มให้ ทุกคนก็ยิ้มกลับ มันช่วยดึงความมั่นใจออกมาจากข้างในได้จริง

ทำไมคุณถึงคิดว่ารอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ

Because It’s you เพราะมันเป็นตัวคุณไง เหมือนกับประโยคที่บอกว่า Eyes don’t lie ดวงตาไม่เคยโกหก เวลาเรายิ้ม ตาเราก็จะยิ้มไปด้วย มันเห็นเลยว่าคุณกำลังมีความสุขหรือกำลังมั่นใจจริง ๆ รึเปล่า 

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

มีวันไหนที่คุณยิ้มไม่ออกบ้างไหม จัดการตัวเองยังไง

มีค่ะ (หยุดคิด) คือเราเลือกได้ว่าจะให้สิ่งนั้นเข้ามามีผลกับชีวิตหรือปล่อยวาง แล้วเราเลือกที่จะปล่อยวาง เวลามีคนบอกให้เราไปทำฟันให้เท่ากัน บางทีเราก็ไม่ยิ้มดีกว่า ทำหน้านิ่งไปเลย เพราะจิตใจเราไม่พร้อมรับความคิดเห็นแย่ ๆ แล้วแอนเป็นคนยิ้มปลอม ๆ ไม่ได้ จะเห็นเลยว่า แอนยิ้มพร้อมกับตา 

นอกจากเรื่องรูปร่าง รอยยิ้ม มีเรื่องอะไรที่คุณอยากรณรงค์อีก

Cyberbullying แอนคิดว่าเราควรรณรงค์เรื่องนี้ด้วยกันถ้าอยากให้สังคมพัฒนา ควรพูดถึงเยอะ ๆ ไม่ควรทำเป็นมองไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว 

สำหรับแอน มันคือการไม่ให้เกียรติ เรามีหน้าที่สอนเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังใช้โซเชียลว่า คำบางคำสร้างความเจ็บปวดได้ มนุษย์คนหนึ่งไม่มีสิทธิ์มาทำให้มนุษย์อีกคนเจ็บปวดขนาดนั้นโดยไม่มีเหตุผล และถ้าจะแชร์ความคิดเห็น แอนว่าอย่างน้อยต้องติเพื่อก่อ สมมติมีคนไม่ชอบชุดที่แอนใส่ ก็บอกว่าชุดนี้ไม่ค่อยสวย อยากให้ใส่อีกชุดหนึ่ง แทนที่จะบอกว่าไม่สวยเพราะแอนใส่แล้วหน้าอกห้อย มันมีวิธีที่เราจะช่วยให้เขาสวยขึ้นได้ โดยไม่ด้อยค่าเขา

คุณจะผลักดันประเด็นนี้ยังไง ในฐานะที่ตอนนี้คุณเป็นคนของสังคม 

อย่างแรกที่ทำคือแอนต้องใช้แพลตฟอร์มที่มีให้เป็นประโยชน์ แชร์ประสบการณ์ ของแอนเองด้วย ว่ามนุษย์ทุกคนเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกัน พูดถึงผลกระทบของการบูลลี่ต่อสุขภาพจิต โชว์ให้เห็นว่ามันเกิดขึ้นจริง พูดเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าคนจะย้อนกลับมาคิด 

แล้วกับคนธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาจะร่วมรณรงค์ยังไง

Educate yourself เราควรให้ความรู้แก่ตัวเอง เรียนรู้ว่าการบูลลี่มีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน ทุกคนควรรู้ว่าการบูลลี่คืออะไร มีแบบไหนบ้าง ไม่ว่าจะในอินเทอร์เน็ต ในโรงเรียน ในชีวิตจริง เราทุกคนมีหน้าที่ เพราะเราอยู่ในสังคมเดียวกัน แล้วก็อย่าทำเป็นมองไม่เห็น เรียกร้องเลย กล้าที่จะพูดออกมาว่ามันผิด ถ้าเราทำจนสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา สังคมมันจะเปลี่ยนแปลงได้

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

ตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ Colgate ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้ทุกคนผ่าน Smile Out Loud ที่ร่วมกับ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล และผู้หญิงอีกหลายคนทั่วเอเชีย ที่อยากเปลี่ยนนิยามและสนับสนุนให้คนอื่น ๆ มั่นใจในความเป็นตัวเอง เราจึงมี #คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู ยาสีฟันที่ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับกิจวัตร Beauty Oral Care ที่มี O2 Technology จะช่วยให้ทุกคนมั่นใจที่จะยิ้มแสดงออกความเป็นตัวของตัวเอง พร้อมที่จะ Smile Out Loud กันทั้งประเทศ

และติดตามอ่านเรื่องราวของ ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล ได้ในวันพรุ่งนี้

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load