5 กุมภาพันธ์ 2563
11 K

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต บอกว่า ชีวิตเขามีฝันอยู่แค่ 3 อย่าง คืออยากมีอัลบั้ม อยากมีคอนเสิร์ต และอยากเล่นหนัง

ภาพเด็กชายพาริสในชั้นมัธยม คือการสนุกที่ได้เล่นดนตรี เดินสายประกวดกับเพื่อน และสาวเท้าตามความฝันที่คิดไว้ทีละก้าว

 “ผมมีความเชื่อว่า มนุษย์ควรที่จะเกิดมาแล้วหาความชอบของตัวเองให้เจอ และทำมันไปเรื่อยๆ จนหมดลมหายใจ”

หมดลมหายใจ

ในวันที่จังหวะชีวิตขยับใกล้ความฝันกลับมาพร้อมกับการสูญเสียอันเป็นจุดเปลี่ยนที่เร่งเร้าให้เขาเดินมุ่งตรงสู่วงการบันเทิง

ไอซ์-พาริส, รักติดไซนเรน

ระยะเวลาเพียง 3 ปี เขาก้าวสู่บทบาทพระเอกช่องในละคร เรื่อง หนี้เสน่หา ไม่ใช่แค่การแสดง ทั้งร้อง ทั้งเต้น ต่างเป็นผลลัพธ์ของการทำมันอย่างเต็มที่ด้วยความสนุก

และมันยังเปลี่ยนภาพเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอยู่ตรงหน้า ให้มีทัศนคติต่อชีวิตที่ผ่านมา งานทุกอย่างที่เขาทำ จนสัมผัสได้ถึงความคิดความอ่านที่โตกว่าอายุ

สำหรับเราไอซ์ก็เป็นเหมือนน้ำแข็งที่ภายนอกแข็งกร้าว เข้มแข็ง แต่ก็โอนอ่อนแปรรูปร่างไปตามภาชนะ ในขณะเดียวกันเมื่อเติมลงไปในแก้ว ก็ทำให้น้ำเย็นชุ่มฉ่ำ ได้จิบทีก็สดชื่นสว่างไสว

ไม่ว่าคุณจะรู้จักเขาในบทบาทอาฉี ในละครโทรทัศน์เรื่อง เลือดข้นคนจาง จากซีรีส์ Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ นักร้องเพลง รักติดไซเรน ประกอบละคร รักฉุดใจนายฉุกเฉิน (My Ambulance) ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ศิลปินหนึ่งในโปรเจกต์ 9×9 หรือกระทั่งโปรเจกต์ Human Error 3 หนังสั้น 3 เพลง จาก 3 ศิลปิน ของ Nadao Music ร่วมกับ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง และการเป็นหนึ่งในนักแสดงชุดใหม่ของ ฉลาดเกมส์โกง เดอะซีรีส์

บทสนทนาต่อไปนี้คือ ความฝัน ชีวิต ความคิด และเรื่องจริงของเด็กหนุ่มวัย 21

เขาถอดเสื้อคลุมตัวสวยออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวธรรมดา แล้วนั่งลงด้วยท่าทางสบายๆ

เขายิ้มกว้าง

ก่อนคุยกับเราแบบไม่มีหลบตา

ไอซ์-พาริส, รักติดไซนเรน

เพลง รักติดไซนเรน 158 ล้านวิวแล้ว ดังก่อนละครอีกนะ 

บอกก่อนว่าเพลงนี้มันเกินความคาดหมายแทบทุกอย่างเลยนะ คือมันเป็นเพลงประกอบละคร เราคิดอย่างมากเลยว่าคนดูละคร My Ambulance เสร็จค่อยมาติดเพลง เป็นไงล่ะ โอ้โห เพลงประกอบละครไปที เกินเบอร์ไปหลายเบอร์เลย

จนตอนนี้ชีวิตผมเหมือนทุกอย่างมันเกินความคาดหมายไปหมดเลย เริ่มตั้งแต่ 9×9 (ไนน์ บาย ไนน์) เราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เข้าไปอยู่ในวงบอยแบนด์ แบบเออเราไม่คิดเลย (หัวเราะ) ทั้งละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง เองก็ด้วย คือเราดูฮอร์โมนฯ มาตั้งนาน ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เล่นละครของพี่ย้งจริงๆ (น้ำเสียงตื่นเต้น)

ที่บอกว่าเกินความคาดหมายไปหมดเลย แล้วความคาดหมายนั้นของไอซ์คืออะไร

ก่อนเข้าวงการ ความฝันของผมมีอยู่แค่สามอย่าง คืออยากมีอัลบั้ม อยากมีคอนเสิร์ต แล้วก็อยากเล่นหนัง มันเป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก ทุกวันนี้ที่เราทำอยู่ คือระหว่างทางที่จะไปตรงถึงนั้นให้ได้ ปีนี้ นอกจากละคร ซีรีส์ ไอซ์จะข้ามมาทำเพลงมากขึ้นแล้วครับ

ความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีเริ่มจากตอนไหน

มันเริ่มตอนประมาณ ม.2 ผมไป Big Mountain ครั้งแรก ภาพที่จำได้แม่นคือตอนดูจอใหญ่ แล้วกล้องตัดไปข้างหลังศิลปิน เห็นคนดูเยอะๆ เป็นภาพที่อยากเห็นมันเกิดกับตัวเองมากๆ อยากรู้ความรู้สึกว่าเป็นยังไง หลังจากนั้นผมเลยตั้งเป้าหมายขึ้นมา ตอนแรกอยากมีแค่เพลงก่อน แล้วมีอัลบั้มกับคอนเสิร์ต

จริงๆ ผมมีพี่ยอด Bodyslam (ธนชัย ตันตระกูล) เป็นไอดอลด้วย ผมอยากขึ้นเวทีแล้วสะบัดผมแบบเขา มี Smoke Machine อยู่ข้างๆ มันเท่มาก เลยเริ่มฟอร์มวงกับเพื่อนที่โรงเรียน แล้วก็ไปประกวดร้องเพลงที่นู้นที่นี่ จนมีครั้งหนึ่งผมไปแข่งที่สยาม พอแข่งจบ คนจัดเขาอยากสร้างวงดนตรีของเขาขึ้นมาเอง เขาเลยหยิบเด็กจากทุกๆ วง มารวมตัวกันชื่อ Yellow Mustard มีแจ็คกี้ (จักริน กังวานเกียรติชัย) อยู่ในวงด้วย ตอนนั้นผมกับแจ็คกี้อยู่ม.4 ม.5 ยังใส่เหล็กดัดฟันทั้งคู่อยู่เลย เป็นวงที่มีผู้จัดการจริงจัง มีเดินสายไปเล่นที่ต่างๆ แต่ตอนนั้นไม่ได้เงินนะ (หัวเราะ)

แล้วความฝันเรื่องการแสดงล่ะ

พอขึ้นมัธยมปลายก็สนใจการแสดงด้วย เริ่มจากเราชอบดูหนังมาก ขนาดที่ว่าตอนกลับจากโรงเรียนต้องซื้อดีวีดีหนึ่งแผ่นเรื่องอะไรก็ได้เพื่อกลับไปดู จนมีเต็มบ้านเลยครับ เยอะมาก

ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ฝันอย่างอื่นเลยเหรอ

มีๆ ก่อนหน้านี้ผมเลือกเรียนสายวิทย์ เพราะรู้สึกว่าอยากเป็นวิศวกรให้พ่อ อย่างที่บ้านเขาเรียนจุฬา ธรรมศาสตร์กันหมด เซนส์บางอย่างเลยทำให้เรารู้ว่าเขาคาดหวัง แต่เขาก็ไม่เคยพูดนะ อีกอย่างพี่สาวก็เรียนเศรษฐศาสตร์ ผมลองพยายามหาว่าอะไรที่มันน่าจะดูเท่ขึ้นมาบ้าง ตอนนั้นคิดแค่ว่าเป็นผู้ชายก็ต้องวิศวะสิ แต่ระหว่างนั้นก็ทำวงดนตรีไปด้วยเรื่อยๆ

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

แล้วภาพวิศวกรหนุ่มหล่นหายไปตอนไหน

ช่วงที่คุณพ่อป่วย ตอนนั้นเราออกไปเล่นดนตรี กลับมาหาพ่อบ้าง แล้วพอคุณพ่อเสีย เลยรู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตมันสั้นมากเลยว่ะ แล้วก็คิดว่าเรานั่งทำอะไรอยู่ เรามานั่งทรมานตัวเองทำไม พยายามเรียนในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบขนาดนั้น ชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะมานั่งทำหรือเป็นอะไรในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น เหมือนทำให้เราเปลี่ยนความคิด ก่อนหน้านั้นเรากลัวความตาย แต่ตอนนี้กลัวไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง มันคงเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวกว่ากันเยอะเลย

พอคิดอย่างนี้ก็เลยช่างแม่ง! สายวงสายวิทย์ วิศวะอะไรช่างมัน เปลี่ยนมาเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ คือเรารู้ว่าชอบดนตรีกับหนัง ตอนนั้นมีวงอยู่เลยทำต่อไป ส่วนการแสดงก็เป็นสิ่งที่เราชอบมากเหมือนกัน 

ที่บอกว่าชอบมาก ไอซ์พาตัวเองเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงได้ยังไง

พอคุณพ่อเสีย คุณแม่ก็ต้องหาเงินแทน เขาเลิกทำงานมายี่สิบปีแล้วตั้งแต่มีพี่สาวผม อยู่ๆ ต้องมาพยายามหางานทำใหม่ ทั้งชีวิตเราไม่เคยต้องเห็นแม่ทำงาน แค่ผมเห็นภาพนั้นผมก็ไม่ชอบแล้ว ผมรู้ว่าเวลาแม่มีความสุขหรือว่ากำลังหยุดตัวเองไม่ให้เสียหลักเขาเป็นยังไง ผมรับไม่ได้ที่จะเห็นเขาทำงานจริงๆ นะ มันดูไม่ใช่แม่เรา เลยแบบโอเค เดี๋ยวเราทำเอง จากนั้นผมไปลองแคสทุกที่ ไปแบบพยายามหางานเลยครับ จนได้เข้าไปเด็กฝึกของค่ายๆ หนึ่ง

เข้านาดาว บางกอกเลยเหรอ

ยังครับ ค่ายอื่น แต่ว่ายังไม่ได้เซ็นสัญญานะครับ แค่ไปฝึกเรียนการแสดงบ้าง ระหว่างนั้นนาดาวมาเห็นเข้าแล้วติดต่อมา เราเลยเลือกอยู่กับนาดาวจนมาถึงวันนี้

ไม่ได้อยากถามแต่แค่อยากรู้ว่า ที่ร้องเพลงได้ เต้นได้ ฝึกจากไหน

ในห้องน้ำเลยครับ ผมชอบการเต้น ไม่ว่าจะไปที่ไหน เช่น Festival EDM เราชอบเต้นแบบไม่จริงจัง ทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ เพื่อนมาบ้านก็ร้องเพลง เล่นกีตาร์เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีกฎในการทำอะไร แค่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่

พอได้เป็นไอซ์ พาริส มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ

แน่นอนครับ พอเข้ามาทำงานปุ๊บ ความรับผิดชอบของเรามันต้องโตขึ้นทันที เลยเกิดคำถามในใจว่าเราจะผิดพลาดไม่ได้เหรอ เหมือนเด็กอายุยี่สิบ ยี่สิบเอ็ด เป็นปกติที่มันต้องพลาดอีกเยอะ แต่ตอนนี้ไม่ว่าเราจะพลาดอะไร ทุกคนบนโลกรู้หมดแล้ว จริงๆ แค่อยากมีอารมณ์งอแงแหละครับ ไม่ใช่อะไร (หัวเราะ)

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

แล้วไอซ์จัดการกับคำถามที่เกิดขึ้นนี้ยังไง

ปกติก็ไปคุยกับคุณแม่ เขาจะมีวิธีพูดที่ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น สมมติว่าผมคุยกับแม่ตอนนั่งรถกลับบ้านแล้วพูดกับแม่ว่า ทำไมทำผิดไม่ได้เลย เหนื่อยมาก ทำไมเด็กอายุเท่าผมไม่เห็นจะต้องมานั่งเหนื่อยขนาดนี้เลย เขาแค่เรียน เรียนเสร็จเขาก็กลับบ้าน ปิดเทอมก็ไม่ทำอะไรเลย พอไปจอดตรงไฟแดงแล้วมีเด็กขายพวงมาลัยมาเคาะกระจก แม่แค่พูดว่า ‘ไอซ์ลองนึกดูสิว่า เด็กคนนี้เขาจะรู้สึกดีแค่ไหน ถ้าได้สลับที่นั่งกับไอซ์ตอนนี้ แล้วลองคิดดูดิว่ามีเด็กอีกกี่คนบนโลกที่อยากแค่มาสลับที่นั่งกับไอซ์แค่นาทีเดียว แต่มันคือทั้งโลกของเขาแล้ว’ เราก็แบบ เออว่ะ

หรือไม่ก็ ‘เราอาจจะไม่มีพ่อ เด็กบางคนไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่มีแขนไม่มีขาด้วยซ้ำ ทำไมเขาถึงโตมาเป็นคนที่ดีได้’ เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเราหรือเปล่า

ไอซ์รับมือยังไงกับความสำเร็จที่เข้ามาเร็วขนาดนี้

โห มันยากนะ ทุกวันนี้บางทีผมก็ทำไม่ได้เลย (หัวเราะ) ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมรับมือยังไง ไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือทำผิด ผมแค่รู้ว่าถ้าเกิดผมรู้สึกดี ผมโอเค ถ้าเกิดผมรู้สึกไม่ดี ก็กลับไปหาแม่แล้วไปคุยกับแม่ว่าต้องทำยังไงดี แม่ก็จะบอกว่า ‘You have to be grateful’ สมมติว่า ถ้าเราอยากได้อะไรก็ต้องเห็นคุณค่าของมันจริงๆ นะ ถ้าเกิดไม่เห็นคุณค่าของมัน มันก็จะมาอยู่กับเราได้แป๊บเดียว

ผมว่าแค่ Be grateful กับมัน เห็นคุณค่ากับทุกอย่างที่เราได้ แบบนี้ก็พอแล้ว

เรายังเชื่อว่าเราไม่ใช่นักแสดงที่เก่งที่สุดหรือศิลปินที่เก่งที่สุด แต่เรายังทำพวกนี้เพื่อให้เราพัฒนาตัวเอง และสนุกกับมันไปด้วย

ไม่มีอีโก้ว่าเราดัง

มีนะครับที่เคยเหลิงหนักๆ เลย คือช่วงแรกๆ เพราะเข้าวงการมาก็อยู่ใน 9×9 ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ ทุกงานที่เราไปออกมันใหญ่มาก มีคนมาเยอะ แล้วยิ่งละครเรื่องแรกของเราเป็น เลือดข้นคนจาง ที่ดังมาก เลยรู้สึกว่าตัวเองเจ๋ง จนทำให้นิสัยเสียมาก แบบเราทำอะไรก็ได้ จะทรีตคนอื่นยังไงก็ได้ ไม่ต้องซ้อม ไม่ต้องรันทรู ไม่ต้องร้องดีมากหรอกเดี๋ยวคนก็กรี๊ด

แต่มันโชคดีมากเหมือนกันที่ได้เข้ามาใน 9×9 ที่นั่นไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว พี่ๆ ทุกคนที่อยู่ใน 9×9 เขาจะคอยมาด่าผม คอยบอกว่าเกินไปแล้วนะ คอยเตือนสติ ถ้าเกิดวันนั้นเขาไม่พูด ตอนนี้ผมก็คงเป็นอีกแบบไปเลย พอมองย้อนกลับไป ผมก็ไม่ชอบตัวเองในตอนนั้นเหมือนกัน

ได้ยินมาว่า 9×9 เป็นโปรเจกต์ที่เข้ายาก มีการคัดคนเข้าๆ ออกๆ ตลอด แล้วตอนนั้นไอซ์ทำยังไงให้ยังเป็นคนที่ถูกเลือกให้อยู่

ทำเต็มที่ โชว์ในสิ่งที่เรามี ณ ตอนนั้น เอามันออกมาให้หมด เอาของทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ลึกแค่ไหนก็ตาม เอามาให้เขาเห็นให้ได้มากที่สุด

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

เคยมีความกดดันหรือกลัวว่าเราจะทำไม่ได้เท่าเดิมอีกบ้างไหม

ไม่เคย ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ไม่ได้เป็นคนที่คิดกดดันตัวเอง ไม่ไปคิดว่าต้องทำให้ดีกว่าอันเก่า หรือต้องรักษามันยังไง ผมคิดแค่ว่าถ้าเราทำงานนี้จบแล้วเราไม่เก่งขึ้น อันนั้นจะนอยด์ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราทำได้มากกว่านี้ แต่ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำ หรือทำไมเราไม่ลองทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น

กับพี่ย้งนี่บ่อยมาก ตั้งแต่ เลือดข้นฯ ยัน Human Error เลย บางทีซ้อมเสร็จ กลับบ้านไปร้องไห้คนเดียวเป็นปกติมาก

ได้บทเรียนอะไรจากปีที่แล้วบ้าง

ปี 2019 ผมเข้าใจอะไรมากขึ้นและเห็นว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราไม่ได้ยึดติดเหมือนเดิม รู้ว่าการทำงานไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย ไม่มีเวลาให้ครอบครัว มันทำร้ายตัวเองเหมือนกัน ตอนนี้พยายามแบ่งเวลาให้ตัวเองมากขึ้น รู้ว่าถ้าอยากพักเราพักได้ ไม่ต้องถาโถมเหมือนปีแรกๆ

อีกอย่างผมคิดว่ามันเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิต ได้ขึ้นร้องเพลงเยอะมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรมาในวันนั้น พอตกกลางคืนเราได้มาสตูดิโอ ซ้อมเต้น ซ้อมร้อง เป็นชีวิตที่มีความสุขมากๆ ผมเลยตั้งเป้าหมายว่า ผมต้องทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองรู้สึกว่าทุกปีเป็นปีที่ดีสุดในชีวิต

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

ถ้างั้นคิดว่าความสำเร็จเท่ากับความสุขหรือเปล่า

สำหรับผมความสำเร็จไม่ได้แปลว่าสุข ความสุขของผมคือแพสชัน และไม่ว่าอาชีพใดๆ ก็ทำสำเร็จได้ 

เคยมีความคิดหลายรอบมากว่าอยากให้แชร์สิ่งเหล่านี้ออกไป อย่างการแต่งเพลง ทำหนัง อยากให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเข้าใจในสิ่งนี้มากๆ ว่า บนโลกใบนี้อะไรก็เป็นอาชีพได้ ไม่ต้องกดดันว่าเขาต้องเป็นหมอ เป็นสถาปนิก นักบัญชี หรือต้องเข้ามหาวิทยาลัยแบบไหน ไม่มีคำว่าต้องเป็นอะไรเลย ตอนจบมันอยู่ที่ว่าเราชอบอะไร เรามีความสุขกับอะไร เราตายคนเดียว ตายไปเราก็ไม่ได้มีเงินไปด้วย เราไม่ได้มีชื่อเสียงไปด้วย ผมมีความเชื่อว่า มนุษย์ควรที่จะเกิดมาแล้วหาความชอบของตัวเองให้เจอ และทำมันไปเรื่อยๆ จนหมดลมหายใจ

ผมอยากให้ทุกคนได้เจอแพสชันของตัวเอง อยากให้ทุกคนรู้ว่าหากคุณมีความฝันอย่าดูถูกตัวเอง เราเป็นได้จริงๆ 

บางคนหาเงินได้จากสิ่งที่คุณไม่ได้ชอบหรือไม่ได้มีความสุขกับมัน แต่ตอนจบคือการที่คุณต้องมานั่งทรมาน มันไม่ใช่ความสุขทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนที่ผมอยู่สตูดิโอมันเป็นความสุขที่อธิบายไม่ได้ ไม่ว่ายังไงผมก็จะทำในสิ่งที่ผมชอบอยู่อย่างนี้ หากผมไม่ได้มายืนหรือมาแสดงในจุดนี้ผมก็ยังคงจะทำเพลงต่อไป ทำเองหรืออะไรก็ตามอยู่ดี

จะว่าไปไอซ์เหมือนมีเหตุการณ์ให้เข้าใจชีวิตเยอะเหมือนกัน

มันทำให้ผมรู้สึกโชคดีมากๆ ผมกลับมาคิดอีกรอบหนึ่ง ที่ตัวผมเป็นแบบนี้ เพราะเคยผ่านความตายมาแล้วสองรอบ เคยผ่าตัดหัวใจตอนขวบครึ่ง จะไปกลัวอะไรอีก ทำมันเลยดีกว่า ลุยเลย 

หากวันนี้ต้องตาย คิดว่ามันคุ้มค่ากับชีวิตตอนนี้แล้วหรือยัง

ผมพยายามคิดอย่างนี้อยู่ตลอด ลองคิดดูถ้าวันนี้เรากำลังเครียด ดราม่าอยู่ แล้วผมเดินออกไปที่ถนน โดนรถชนตายขึ้นมา เลยกลับมาคิดใหม่ว่า ตอนนี้เราอยากทำอะไร เรามีความสุขกับมันดีกว่าไหม ดีกว่ามานั่งเครียดกับเรื่องอะไรไม่รู้ไปทำไม ซึ่งมันเวิร์กมากๆ เรามีความสุขขึ้น พอเราคิดแบบนี้ได้ เรารู้สึกว่าเราคุ้มแล้ว

ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีวงประสานเสียงหญิงล้วน คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021 ได้สำเร็จ ที่น่าปรบมือชื่นชมคือ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม (Siam Ruby Women’s Choir) เป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุวัย 50 – 70 ปี ซึ่งรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้เป็นแบบ Virtual ประจวบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักร้องประสานเสียงทั้ง 16 คน ต้องฝึกซ้อมออนไลน์และอัดคลิปส่งประกวดทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยเบื้องหลังความตั้งใจมีแรงผลักดันจากคนรุ่นหลานอย่าง อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ผู้ฝึกสอน และวาทยกร วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ตลอดจนเป็นเจ้าของบริษัท เอนาวา จำกัด สตูดิโอที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ยืนยาว สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรง ด้วยกิจกรรมเสียงเพลง ทั้งคลาสเรียนร้องคาราโอเกะ วงประสานเสียง ฯลฯ 

ความพอดีกันของความสุขและความไพเราะ คือท่าไม้ตายที่ทำให้พวกเขาชนะใจกรรมการ ก่อนจะทำความรู้จักเรื่องราวเบื้องหลังของผู้สูงอายุกับเสียงเพลงและคนเจนวายกับเบบี้บูมเมอร์ ชวนฟังเพลง ‘อสงไขย’ จากพี่วัยเก๋าทั้ง 16 คน พร้อมกัน รับรองว่าขนจะลุกเกรียวด้วยความทึ่งในศักยภาพ ความไพเราะและความสุขที่ผู้ขับร้องมอบให้ผู้ฟัง

บทเพลงที่คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021

Spark Joy

อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ หรือ เดว์ เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทั้งชีวิตเขามอบหัวใจให้ดนตรี ระหว่างทางเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลากหลาย ทั้งเข้าร่วมการแข่งขันดนตรี ร่วมประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิล และจับงานแสดงร่วมกับช่อง Thai PBS เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ รับบทเป็น นาคา, โหมโรง รับบทเป็น ศร จวบจนระดับอุดมศึกษา เขาเลือกเรียนสาขาประพันธ์เพลงคลาสสิก วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และจบปริญญาโทด้านการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษาเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวาทยกรวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อย ซึ่งเป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุที่คว้า 4 เหรียญเงิน จากการแข่งขัน 3 ประเทศ

“ผมได้ร่วมโปรเจกต์พิเศษกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาอยากทำโปรเจกต์ช่วยเหลือสังคมด้วยการให้ผู้สูงอายุเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ การร้องเพลง และผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานโครงการ เขาชวนผมไปทำด้วยกัน พอทำแล้วผมรู้สึก Spark Joy กับผู้สูงอายุ

“ผมมองเห็นศักยภาพของพวกเขา และผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุด ต้องดึงศักยภาพของคนสูงวัยออกมาให้เต็มที่ หลังจากนั้นผมเขียนเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง เอาเพลง ผู้ใหญ่ลี ไปทำเป็นร็อกแอนด์โรลว์ ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย จนได้เหรียญเงินกลับมา เราแข่งมาแล้วสามประเทศ ได้สี่เหรียญเงิน ไม่เคยได้เหรียญทองเลย ในสายตาผม เหรียญทองเป็นเรื่องที่ยากมาก ยากที่จะเห็นว่าความสามารถระดับเหรียญทองมันต้องประมาณไหน 

“ผมสู้แล้วก็คิด แสดงและฝึกฝนพวกเขาต่อไป” อาจารย์ธนาวุฒิเล่าตั้งใจ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

วงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยมีเหรียญเงินติดตัว แต่อาจารย์ธนาวุฒิก็ยังมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของวัยอิสระอย่างไม่หยุดยั้ง เขาเสนอละครเวที ในความทรงจำ เดอะมิวสิคัล ให้นักศึกษาสาขาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ธนาวุฒิเสนอว่า เขาอยากทำละครเวทีที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดบนเวที โดยเขารับหน้าที่ประพันธ์เพลง แถมได้ คุณสุชาติ ชวางกูร รับบทพระเอก และ คุณนนทิยา จิวบางป่า รับบทนางเอก ซึ่งการแสดงประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย และเขายังเป็นผู้ประพันธ์และเรียบเรียงละครเวที เทพธิดาบาร์ 21 ด้วย 

หลังจากเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาสักพัก เขาก็ตัดสินใจลาออก

“ผมมีคติอยู่ว่า อะไรที่ไม่ใช่ความสุขผมไม่ทำ ผมมีความสุขกับการสอนผู้สูงอายุ ก็เลยตัดสินใจลาออก ลาออกจากวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยด้วย แล้วก็ชวนลูกศิษย์เก่ามาตั้งวงประสานเสียงด้วยกัน

“ลูกศิษย์ของผมค่าเฉลี่ยอยู่ที่หกสิบปี ส่วนผมอายุสามสิบปี ข้ามเจนกันเลย เจนวายกับเบบี้บูมเมอร์”

เราเชื่อแล้วว่าอาจารย์ธนาวุฒิสปาร์กจอยกับผู้สูงอายุจริงๆ 

Siam Ruby Women’s Choir

อาจารย์ธนาวุฒิตั้งบริษัท เอนาวา จำกัด ขึ้นมา เพื่อเชื่อมดนตรีกับผู้สูงอายุ ให้มีอายุยืนยาว สุขภาพกายและสุขภาพจิตสดใสแข็งแรง และยังก่อตั้งวงประสานเสียงขึ้นอีก 6 วง ได้แก่ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม วงประสานเสียงพลังสุขสูงวัย (ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย) วงประสานเสียงเพื่อนโดม วงประสานเสียงเพลินเพลงคอรัส (การรวมตัวกันของผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนา) วงประสานเสียงเยาวชนเทศบาลนครยะลา และ The Emerald Singers (วงขับร้องประสานเสียงที่มีช่วงวัยต่างกันและมีความหลากหลายของเพลงที่ขับร้อง)

ซึ่งวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม เป็นการรวมตัวกันของหญิงวัยอิสระที่มีใจรักเสียงเพลงและต่อยอดเป็นกิจกรรมร้องเพลง มีสมาชิก 16 คน น้องน้อยอายุ 52 ปี และพี่โตอายุ 72 ปี แต่อายุไม่อาจจำกัดความสามารถ

พวกเธอเริ่มออกแข่งขันขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติครั้งแรก ค.ศ. 2019 คว้าเหรียญเงินจากรายการ Senior Choir และรางวัลเหรียญทองแดงจากงาน Singapore International Choral Festival 2019 ประเทศสิงคโปร์

“ทุกการแข่งขันที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เหรียญทอง มันเครียดนะ ทุกๆ ครั้งที่แข่ง ผมพยายามปรับตัวตลอด บางทีความผิดมันเกิดจากผมนะ ถ้าผมรู้มาตรฐานของเหรียญทองว่าเป็นประมาณไหนก็คงจะดี แต่นี่ผมมืดแปดด้าน เลยข้อคำแนะนำจากกรรมการทุกครั้ง เขาพูดเหมือนกันว่า ทุกการร้องเพลงต้องมีความสุขและความไพเราะ

“ผู้สูงอายุต้องร้องเพลงอย่างมีความสุข แล้วก็ไพเราะด้วย คำสองคำนี้ มันยากที่จะอธิบายว่าความสุขแบบไหนที่แสดงออกมาแล้วลงตัว กรรมการเคยบอกกับผมว่า เขาไม่ต้องการเพลงที่ยาก ไม่ต้องการให้ร้องหลายเสียง แล้วก็ไม่ต้องการเพลงระดับสูงจนนักร้องร้องแล้วรู้สึกทรมาน แต่เขาต้องการเพลงที่มัน Touch the heart อย่างเดียวก็พอ 

“ผมเอาเรื่องนี้กลับไปคิดจนเจอโควิด-19 ทำให้พวกเราไม่ได้ไปแข่งใน ค.ศ. 2020 ส่วน ค.ศ. 2021 มีการชักชวนจากเจ้าของงานประเทศอินโดนีเซีย ผมก็สนใจเข้าร่วม เพราะเขาเปิดรับซีเนียร์ด้วย ผมลองดูอีกสักตั้ง มานั่งตกผลึกว่าความสุขกับความไพเราะจะออกมาได้ยังไง ในการแข่งขันผมเลือกเพลง อสงไขย
เพลงไทยร้องง่ายๆ จังหวะง่ายๆ และเป็นเพลงที่พวกเขาร้องแล้วเพราะที่สุด ทั้งสิบหกคนก็ชอบ เวลาออกคอนเสิร์ต เขาร้องเพลงนี้แล้วสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกไพเราะ มีความพอดีของเสียง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในหลายปีที่ผ่านมา”

ไม้ตายที่ทำให้พิชิตเหรียญทอง คือความพอดีของความสุขและความไพเราะ-เราย้ำ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“ความพอดีต้องคำนึงเป็นอันดับแรก ผมรู้อยู่แล้วว่านักร้องของผมทำได้เท่านี้คือสุดยอด อย่าทำไปมากกว่านั้น เพราะวันนั้นพวกเราอยู่ในจุดที่ต้องแสดงความเจ๋งที่สุดออกมา นั่นคือความพอดีที่สุด ไม่ใช่ความยากที่สุด”

เหรียญทองจาก 4th World Virtual Choir Festival 2021 นับเป็นความสุขที่มอบให้กับคนไทยทุกคน

“นักเรียนบางคนอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นเขาก็ดีใจมาก บางคนเพิ่งมาปีเดียวก็ดีใจ งานนี้ไม่มีใครไม่ดีใจเพราะมันเกินความคาดหมาย อย่างที่ผมบอก ผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุดจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย สมมติปีที่ห้ายังไม่ได้เหรียญทอง ผมก็จะทำต่อไป บังเอิญว่ามันได้เร็วไปหน่อย ซึ่งผมมองไว้ห้าปี สิบปี ถึงจะได้เหรียญทอง

“วันนั้นผมรู้สึกประสบความสำเร็จมาก ดีใจมาก ฉันทำได้ เพราะผมไม่เคยยอมแพ้กับอะไรเลย งานประกวดผมก็ส่งประกวดตลอดเลยนะ แต่ผมไม่เคยได้ขึ้นเวที ผมก็ไม่หยุดส่ง ส่งคลิปทุกปี เขาไม่เลือก ผมก็ไม่เป็นไร ผมไม่เคยท้อ พูดง่ายๆ ว่าทำไมต้องท้อ เหตุผลของการท้อแท้คืออะไร นั่นยิ่งทำให้ผมกลับมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง

“พอนักเรียนเห็นว่าผมหรือครูผู้สอนของเขาเป็นนักสู้ ตัวผู้เรียนก็สู้ ไม่มีใครยอมแพ้เลย” 

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Social Distancing

“เราซ้อมกันผ่านไลน์กลุ่มครับ” หัวเรือเฉลยเบื้องหลังความสำเร็จ ทำเอาเราต้องร้องว้าว (ในใจ)

ลูกหลานต่างรู้กันดีว่าแอปพลิเคชันไลน์กับผู้สูงอายุเป็นของคู่กัน ภาพสวัสดีวันจันทร์ก็เช่นกัน 

อาจารย์ธนาวุฒิเลือกใช้แอปพลิเคชันสื่อสารยอดนิยมมาเชื่อมวัยอิสระ ในวันที่โรคภัยบอกให้เราต้อง Social Distancing พูดไปจะหาว่าอวย เพราะคุณพี่ สว. (สูงวัย) ติดใจการเรียนการสอนออนไลน์กันยกใหญ่ ส่วนการซ้อมก็อาศัยการวิดีโอคอลพร้อมกัน แล้วตรวจเช็กการร้องแยกอีกเป็นรายบุคคล ซึ่ง 16 คน ไม่ได้เท่ากับ 16 ครั้ง คุณพี่บางท่านต้องตรวจการบ้านถึง 3 รอบ และมากสุดคือ 10 รอบขึ้นไป เพื่อให้ได้รอบที่ดีที่สุดของทุกคน ผู้สอนว่านี่คือโจทย์หิน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“รูปแบบการส่งประกวดคือการอัดคลิปของแต่ละคนแล้วเอามาต่อกัน โดยผมเล่นไลน์เปียโนแจกทุกคน แล้วให้เขาใส่หูฟังฟังเสียงเปียโนแล้วร้องออกมาปากเปล่า หลังจากนั้นผมให้ซาวนด์เอ็นจิเนียช่วยซ้อนเสียงทั้งหมดให้

“ความยากคือทุกคนต้องร้องให้เป๊ะก่อน หายใจพร้อมกัน ปิดคำ เปิดคำพร้อมกัน ซึ่งพวกเขาต้องอัดมาจากที่บ้าน บางคนยังพักผ่อนอยู่ที่หัวหินอยู่เลย บางคนก็อยู่บ้านหลาน บ้านญาติ อุปกรณ์ก็ของญาติบ้าง หลานบ้าง”

เราแอบหยอกผู้สอนไปว่ากว่าจะถึงเส้นชัยก็อุปสรรคไม่น้อย วัยอิสระไม่โอดโอยกันบ้างหรือ

“ตอนหลังก็มาสารภาพว่าท้อ” อาจารย์ธนาวุฒิเว้นจังหวะก่อนจะอธิบาย

“ผมบอกเขาว่า คุณฟังเสียงตัวเองคนเดียวอย่าท้อเลย คนฟังสิบหกเสียงยังไม่ท้อเลย” ผู้สอนหัวเราะ

การปรับตัวไม่เพียงเฉพาะการฝึกซ้อมของวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่คลาสร้องเพลงคาราโอเกะของเอนาวา สตูดิโอ ก็ถูกปรับมาเรียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยเหมือนกัน มีสอนมากถึง 13 คลาสต่อสัปดาห์

การสอนร้องคาราโอเกะของที่นี่ จะสอนร้องอย่างปลอดภัย เข้าใจตัวเองและเข้าใจข้อจำกัด

“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ต้องปรับตัวกันหนักมาก ก่อนหน้าก็หลงทาง แต่ผมว่าข้อดีของคนที่มาเรียนกับผมคือ หัวใจเขาไม่แก่ ถ้าหัวใจแก่ไม่มาเรียนร้องเพลงหรอก อะไรที่เขาปรับได้ เขาจะปรับเร็วเลย กลายเป็นว่าติดใจ

“ผมเปิดสอนร้องเพลงออนไลน์สัปดาห์ละหนึ่งเพลง ตอนนี้ผมเปิดสิบสามห้องต่อสัปดาห์ มีคนสนใจเยอะมาก ห้องหนึ่งผมสอนสิบห้าคน สิบห้าคูณสิบสามคือจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนออนไลน์ บางคนเข้าห้องน้ำก็เดินร้องเพลงไปด้วย แล้วก็มีการบอกต่อด้วยนะ ตัวลูกอายุหกสิบกว่าแล้ว ก็ชวนคุณแม่อายุเก้าสิบมาเรียนด้วยกัน”

สนทนากันสักพัก ต่อมสงสัยทำงาน การสอนสูงวัยร้องเพลงยากกว่าคนทั่วไปหรือเปล่า-เราถาม

“เขาประสบการณ์เยอะ บางทีเม็มฯ เต็ม อาจจะเข้าใจช้ากว่าคนทั่วไป ผมต้องใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปก็จะเข้าใจเขา สิ่งที่ผมชอบคือวัฒนธรรมเก่าๆ ที่เขาให้ความเคารพคุณครู แม้ผมจะเป็นรุ่นหลานของเขา แต่บางคนไม่ได้มองว่าผมเป็นเด็ก เขามองว่าผมเป็นอาจารย์ ถ้าพวกเขามองข้ามอายุ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา คุณค่าความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่อายุ มันอยู่ที่ภาวะความเป็นผู้นำ และอีกฝ่ายต้องยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น ส่วนผมก็ต้องแอคทีฟและพัฒนาอยู่เสมอ”

เพียงเข้าใจและยอมรับก็พิชิตระยะห่างระหว่างวัยได้ นี่สิ ความหมายของวลี อายุเป็นเพียงตัวเลข!

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Live and Learn

การทำงานกับผู้สูงอายุมาหลายขวบปี ทำให้อาจารย์ธนาวุฒิมีไกด์บุ๊กในการดำเนินชีวิต เป็นตำราและบทเรียนชีวิตนับสิบ นับร้อย ของเหล่าพี่ๆ วัยอิสระ เขาเรียกมันว่า ‘สูตรสำเร็จ’ ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับภาวะผู้นำ

“ต้องค่อยๆ เรียนรู้ผู้สูงอายุ หลายคนมีความสามารถหลากหลาย และหลายคนทำให้ผมมีความสามารถมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาผ่านอะไรมาเยอะ ผมเอาตรงนั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ผมเรียนรู้จากนักเรียนมีสามสเต็ป

“หนึ่ง ผมเรียนรู้ที่จะเป็นหรือไม่เป็นเหมือนกับเขา สอง ผมเรียนรู้วิธีการจะใช้ความสุขเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด สาม การต่อสู้กับความแก่ ซึ่งผมพยายามศึกษาทุกเรื่องใหม่หมดทุกครั้ง เพราะการเรียนรู้จะทำให้คุณเติบโต แล้วคุณก็ต้องกลับไปเรียนรู้อะไรบางอย่างเพื่อที่จะเป็นเด็ก แล้วเติบโต ถ้าคุณเรียนรู้ทุกๆ ปี คุณก็จะไม่มีความแก่

“ผมใช้วิธีนี้กับตัวเองเสมอ หนึ่งปีต้องมีหนึ่งเรื่องเล่า ปีก่อนผมสนใจเรื่องแฟชั่น กีฬา เครื่องดื่ม การลงทุน ส่วนปีนี้ผมกำลังศึกษาเรื่องไวน์และพันธุ์องุ่น พอสนใจแล้วผมเอาจริง อย่างตอนสนใจเรื่องอาหาร ผมไปเรียน ไปลองขาย เพื่อให้อยู่ในจุดที่ผมเข้าใจมันจริงๆ แม้กระทั่งปีที่สนใจเรื่องการลงทุน เล่นหุ้น ก็กลายเป็นนิสัยติดตัวผม ทำให้ผมใช้เงินเป็น ที่สำคัญ ต้องดูด้วยว่าเราได้อะไรจากความรู้นั้น และมันทำให้เราอยู่รอดได้ยังไง ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งดี” 

คุณพี่วัยอิสระและอาจารย์ธนาวุฒิพิสูจน์ให้เห็นแจ้งแล้วว่า อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

ใช่-ไม่มีใครแก่เกินเรียน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Passion & Impact

ชายผู้มอบชีวิตให้กับดนตรีตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะพาวงประสานเสียงผู้สูงอายุไปถึงคือการโลดแล่นทั่วโลก และเป็นที่พูดถึงในนาม ‘วงประสานเสียงผู้สูงอายุ’ ไม่ใช่เพียงแค่วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่หมายรวมถึงวงประสานเสียงผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ต้องได้รับการยอมรับจากสากลว่ามีความสามารถ ถ้าพูดถึงเมื่อไหร่ต้องที่ไทยเท่านั้น

“สิ่งหนึ่งที่ผมทำสำเร็จแล้วคือ ความสุขที่มากพอจนผู้เห็น ผู้ฟังต้องยิ้มตาม ผมไม่ต้องการให้คนฟังฟังแล้วรู้สึกว่าเจ๋ง เก่งที่สุด หรือเทียบกับใคร แต่ขอเป็นความสุขที่ไม่มีใครเทียบดีกว่า และทับทิมสยามก็เป็นตัวแทนประเทศไทย ไม่น้อยหน้าไปกว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือพาราลิมปิก เพราะเราคือผู้สูงอายุไทยที่สร้างชื่อเสียงให้ก้องโลก”

และนับเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทยสำหรับวงประสานเสียงผู้สูงอายุด้วย

“นี่คือยาที่ดีที่สุด” วาทยกรพูดถึงการเกิดขึ้นของวงประสานเสียงผู้สูงอายุ

“เพราะการร้องเพลงช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ส่วนการร้องประสานเสียงช่วยพัฒนาสมองซีกซ้าย สมองทั้งสองซีกจะไม่ฝ่อ และการยืนร้องเพลง ร่างกาย สรีระสง่างดงามมากขึ้น อีกเรื่องคือการฝึกหายใจ ยิ่งเก็บออกซิเจนได้เยอะ การเผาผลาญยิ่งดี และที่สำคัญได้สังคม มิตรภาพ เพื่อนๆ ให้การยอมรับ ทำให้คนสูงวัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคม ช่วยสร้างความรับผิดชอบ เพราะมีส่งการบ้าน ต้องฝึกซ้อม และข้อสุดท้ายทำให้สูงวัยเป็นนักพิชิตเป้าหมาย เป้าหมายคือมีคอนเสิร์ตหนึ่งครั้งทำให้ประทับใจที่สุด นี่คือการทำให้ฮอร์โมนความสุขและความสำเร็จพลุ่งพล่าน”

ผู้คลุกคลีกับบรรดาวัยอิสระบอกว่าการตั้งเป้าหมายนั่นสำคัญ ยิ่งพิชิตได้ยิ่งเพิ่มพลังใจ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“อาจจะเป็นการร้องเพลงจบหนึ่งเพลง การร้องเพลงไม่ให้เพี้ยน การร้องเพลงให้ตรงจังหวะ มันเป็นการชนะใจตัวเองทั้งนั้น ลูกหลานต้องพยายามถามสูงวัยว่าความสุขของเขาคืออะไร ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น เพราะกิจกรรมทำให้คุณภาพของคนสูงวัยดีขึ้น และต้องไม่ลืมหาเป้าหมายระยะสั้นให้ได้ เพื่อให้เขากระโจนสู้เป้าหมายนั้นอย่างภาคภูมิใจ”

สิ่งที่ทำให้เด็กชายที่ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ จวบจน อายุ 30 ปี คือ ‘แพสชันและอิมแพค’

“แพสชันคือสิ่งแรกที่คุณต้องมี ต้องมีความอยาก ความรัก ความคลั่งไคล้ ส่วนอิมแพค มันต้องมีประโยชน์หรือเข้ากับสถานปัจจุบัน ตัวผมก็ไม่ได้ทำธุรกิจสำเร็จในปีแรกหรือสองปีแรก แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความอดทนอยู่ได้คือ ‘แพสชัน’ จงเชื่อในแพสชันของคุณ แล้วจงคิดอย่างถี่ถ้วนว่ามันอิมแพคต่อคนทั้งประเทศหรือคนทั้งโลกยังไงบ้าง

“บั้นปลายผมวางแผนกับภรรยาว่าจะเก็บเงินแล้วทำเพื่อสังคม ไปตระเวนแนะนำชาวบ้านเรื่องการเก็บเงิน ส่วนตัวผมจะทำให้ชุมชนมีศักยภาพ มีทักษะ มีความรู้มากขึ้น ผ่านดนตรีและการร้องประสานเสียง 

“ทุกวันนี้ดนตรีให้ทุกอย่างกับผม ผมคงจะอยู่กับดนตรีต่อไป พัฒนาวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการประสานเสียง ส่งเสริมดนตรีไทย ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงวัยกับดนตรี เพราะผมอยากทำให้ตัวเองมีประโยชน์ต่อสังคม”

เราเชื่อว่าแพสชันที่มีต่อเสียงเพลงและผู้สูงอายุของชายคนนี้กำลังสร้างอิมแพคในใจพวกคุณ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

ภาพ : วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม Siam Ruby Women’s Choir

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load