ขณะที่ตัวเรามองหาชีวิต Work-life Balance ธุรกิจเองก็ต้องการ Work-heart Balance

มากกว่าการบริการที่เป็นหัวใจหลักของการประกอบธุรกิจ คือการใช้ความเชี่ยวชาญของตัวเองให้บริการลูกค้าจนเกินหน้าที่ หรือเป็นพาร์ตเนอร์ที่พร้อมแนะนำสิ่งที่เหมาะสม ตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้า

The Cloud จึงชวนคุณมาทำความรู้จักกับ 4 ผู้ประกอบการจาก 4 กิจการที่นอกจากจะ Work Hard แล้วยัง Work-heart Balance อีกด้วย ทั้งนักบันทึกความทรงจำผู้เล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายสุดคราฟต์ เจ้าของร้านหนังสือและนิตยสารอิสระผู้เก่งกาจในการคัดสรรหนังสือเท่ๆ นักสะสมความทรงจำของอดีตที่อัพเดตเทรนด์ตลอดเวลา และที่ปรึกษาการลงทุนผู้ให้บริการด้วยความยินดี

ตามไปดูวิธีคิดและทำธุรกิจด้วยหัวใจของผู้ประกอบการที่มีหัวใจด้วยกัน

1

ช่างภาพผู้รับงานถ่ายภาพงานแต่งงานเพียง 30 งานต่อปี

การบริการด้วยหัวใจของ โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี หรือ OAT-CHAIYASITH
เจ้าของสตูดิโอ PAAP Production & Studio และ Next Photographic

ทำธุรกิจ

หากเราจะเรียก โอ๊ต-ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี ช่างภาพหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ว่า ‘ศิลปิน’ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะงานทุกงานของเขาประณีตไม่ต่างจากงานของจิตรกรมากฝีมือ ซึ่งนับจนถึงวันนี้ โอ๊ตอยู่ในวงการถ่ายภาพมา 15 ปีแล้ว

จุดเริ่มต้นจากการทำงานที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยพื้นฐานการเรียนด้านการออกแบบ ทำให้เขาตั้งคำถามด้วยปัญหาก่อนเสมอ เขาสังเกตภาพงานแต่งงานของคู่รักจากต่างประเทศด้วยความรู้สึกของภาพที่ช่างกินใจ ดื่มด่ำ และเข้มข้น เหลือเกิน แต่เมื่อตัดกลับมาที่ประเทศไทย “ยืนตรงแบ็กดร็อปนะครับ ยิ้มนะครับ แชะ!”  “ผมนับถึงสามยกมือกดไลก์นะครับ แชะ!”

หลังจากตั้งคำถาม เขากลับมาวิเคราะห์และตกตะกอน พร้อมกลับมาเมืองไทยด้วยความคิดใหม่ แม้คนจะมองว่าการถ่ายภาพงานแต่งงานแบบ OAT-CHAIYASITH มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ทำมาหากินในประเทศที่ชอบภาพสไตล์เดิมๆ ไม่ได้หรอก

แต่เขาพิสูจน์แล้วว่ามีคนต้องการและมองหาสิ่งนี้เหมือนกันกับเขา

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ธุรกิจที่มีจุดยืนว่าจะเป็นศิลปินที่คราฟต์ช่วงเวลาและวันพิเศษของลูกค้า

“เราเรียกบริการถ่ายภาพของเราว่า Documentaly Wedding Photography คนเราแต่งงานวันเดียว มีวันพิเศษแค่วันนั้นวันเดียวในชีวิต เรากำลังได้รับมอบหมายให้เล่าเรื่องราวในวันพิเศษที่สุดของคนคู่หนึ่ง เราให้ความสำคัญกับช่วงเวลานั้น เพราะมีเงินมากเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ แนวคิดในการทำธุรกิจจึงต่างออกไป เราจะเป็นศิลปินที่คราฟต์วันพิเศษของเขาออกมาผ่านภาพถ่าย ให้เป็นเหมือนไทม์แมชชีนที่จะพาเขากลับไปสู่ห้วงความรู้สึกนั้นเพียงเขาได้ดูภาพของเรา”

เมื่อโจทย์ของเขาต่างออกไปจากตลาดช่างภาพประเทศไทย การทำงานย่อมแตกต่างไปด้วย

ในโลกของทุนนิยม แน่นอนว่าธุรกิจส่วนใหญ่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่โอ๊ตเดินสวนทาง เขาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ด้วยการรับงานถ่ายภาพเพียง 30 งานต่อปี

“เมื่อเราจำกัดงานแค่ 30 งานต่อปี เราสามารถใส่ใจกับทุกองค์ประกอบได้มากกว่า เพราะเราทำสิ่งที่เหนือกว่าการถ่ายภาพ เราเล่าไปถึงความเป็นตัวตนของเขา งานของเราจึงต้องใช้เวลา เราคราฟต์งานออกมาเป็นเดือน เราตกตะกอน ดูแล้วดูอีกเพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาดีที่สุด เวลาลูกค้าได้งานเราไป ไม่ใช่ได้แค่ภาพสวย แต่เขาได้วินาทีนั้นกลับมา ได้รอยยิ้มนั้นกลับมา ได้แววตาจากคนที่เขารักกลับมา เพราะฉะนั้น การทำธุรกิจของเราคือการเห็นคุณค่าของเวลา”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

ไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก แต่เอาตัวตนของลูกค้าเป็นหลัก

“ภรรยาเคยถามว่า ทำไมไม่หาคนมาช่วย งานของเราคืองานศิลปะ ช่วยไม่ได้ทุกอย่างหรอก อย่างเลโอนาร์โด ดา วินชี เขาคงไม่ให้คนอื่นมาวาดรูปให้แล้วบอกว่าเป็นของตัวเอง มันควรจะออกมาจากตัวตนของเรา ความคิดของเรา เขาสามารถจะช่วยเราเตรียมผ้าใบ แต่เขาไม่สามารถจบงานได้เหมือนเรา

“เราเล่าเรื่องด้วยภาพเพียงภาพเดียว ไม่มีเสียงประกอบช่วย ไม่มีการขยับหรือเคลื่อนไหว ตอนลูกค้าได้รับภาพแล้วน้ำตาซึมเยอะมาก เราพาเขากลับไปสู่ช่วงเวลาของวันนั้นได้ เป็นแบบนั้นเพราะเราไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก เราเอาความเป็นตัวตนของลูกค้าเป็นหลัก เล่าผ่านความจริงของเขา

“เมื่อไหร่ที่เรื่องราวมันจริงคนสัมผัสได้เสมอ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอินกับเรื่องราวความรู้สึกของคนอื่น Imperfect is perfect เป็นคำที่เราพูดตลอดเวลา ชีวิตเราไม่มีอะไรสมบูรณ์ คนนะไม่ใช่โฆษณา หันมาทุกมุมแล้วจะสวยหมด ชีวิตจริงของเราคือรอยยิ้ม มันธรรมดามาก เราทุกคนเพอร์เฟกต์ที่เป็นตัวของตัวเอง เราเป็นเพอร์เฟกชันนิสนะ แต่ก็เชื่อในความไม่สมบูรณ์ของชีวิต”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

3 หัวใจของการบริการที่ทำให้ OAT-CHAIYASITH แตกต่าง

นอกเหนือจากบริการถ่ายทอดเรื่องราวสุดพิเศษด้วยภาพถ่ายของ OAT-CHAIYASITH เขายังมีบริการโปรดักชันและสตูดิโอถ่ายภาพครบวงจรจาก PAAP Production & Studio และ Next Photographic กิจการน้องใหม่ล่าสุดสำหรับคนรักการถ่ายภาพ

“การบริการของทุกกิจการภายใต้แบรนด์ OAT-CHAIYASITH เราจะเอาใจลูกค้ามาใส่ใจเรา เราคิดเสมอว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราต้องการอะไร เราจะไม่คิดเพียงว่าเราทำงานให้กับเขา แต่เราจะคิดถึงผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า สอง เราตั้งมาตรฐานระดับสูงให้กับลูกค้าเสมอ สาม เราจะไม่ตกเป็นทาสของทุนนิยม เราไม่ต้องการขยายการผลิตจนเป็นเครื่องจักร แต่เราสร้างมูลค่ากับสินค้าและการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งหมดเป็นหัวใจหลักในการบริการของเรา”

2

ร้านหนังสืออิสระที่เชื่อในหนังสือที่ดีและขายหนังสืออย่างตั้งใจ

การบริการด้วยใจจริงและจริงใจของ อาร์ท-สิโรตม์ จิระประยูร
เจ้าของร้านหนังสือ The Booksmith และ The Papersmith by The Booksmith

ทำธุรกิจ

ก่อนจะเปิดร้านหนังสือเฉพาะทางเขาคลุกคลีกับหนังสือมาเนิ่นนาน อาร์ท-สิโรตม์ จิระประยูร เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียบุ๊คส์ จำกัด จนมีทิศทางของตนเองจึงออกมาเปิดร้านหนังสือซึ่งเป็นความฝันตั้งแต่สมัยวัยเรียน ประจวบเหมาะเขาเจอร้านให้เช่าย่านนิมมานเหมินท์ จึงเกิดเป็น ‘The Booksmith’ ร้านหนังสือร้านแรกของเขาก่อนจะทยอยเพิ่มจำนวนหน้าหนังสือจนปัจจุบันมีมากถึง 7 สาขา

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

แผนธุรกิจที่รัดกุมรักษาจิตวิญญาณความเป็นร้านหนังสือ

“เราเป็นร้านหนังสือกึ่งเฉพาะทาง เราอยากให้รายได้หลักมาจากการขายหนังสือเป็นหลัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่หนังสือ Non-book มีรายได้จากการขายเกินกว่า 10% เราจะทำการคุมกำเนิดทันที แสดงว่าเราจะต้องหาให้เจอว่าปัญหาของหนังสือคืออะไร แล้วแก้ปัญหารายได้หลักของธุรกิจก่อน

“เราจะไม่มองเฉพาะบรรทัดแรกว่าร้านมีรายได้เพิ่มขึ้นนะ แต่เรามองบรรทัดสุดท้ายว่ารายได้มาจากอะไรบ้าง ฉะนั้น รายได้หลักเราต้องมาจากหนังสือเพราะเราเป็นร้านหนังสือ ถ้ามัวโลดเต้นดีใจกับรายได้บรรทัดแรก เราจะมองว่า ‘งั้นขายอะไรก็ได้เพื่อเงิน’ จิตวิญญาณความเป็นร้านหนังสือจะหลุดทันที”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

คัดสรร ขาย และกระจายความเสี่ยง

กระบวนการทำงานของธุรกิจหนังสือไม่ได้ซับซ้อน ออกจะตรงไปตรงมาเสียด้วยซ้ำ เราดูแคตตาล็อกหนังสือ คัดหนังสือ สั่งหนังสือ พอหนังสือมาก็ขาย ขายไม่ได้ก็ส่งต่อไปยังสาขาอื่นก่อน สุดท้ายก็ทำหนังสือเสนอสถาบัน ส่วนหนังสือที่เราเอาลงจากชั้นวางมันมีทางไปเสมอ เพราะเรามีสาขา และเราจัดหนังสือให้กับ TCDC และสถาบันการศึกษา เราจัดส่งตามรายการที่มีให้เขาเลือก บางทีหนังสือที่เราเลือกมามีเนื้อหาหนักมากจนไม่เหมาะกับการขายปลีก มันเหมาะกับการเป็นหนังสือห้องสมุดมากกว่า

“เราเป็นคล้ายกับ Supply Chain ต้องมีหนังสือให้ครบจนถึงปลายน้ำ เป็นเหตุผลว่าทำไมร้านหนังสือจะต้องขยายสาขา เพราะการขยายสาขาคือการกระจายไข่ให้ไปอยู่หลายตะกร้า หนังสือมีทางหมุนเวียน ความจริงหนังสือก็เหมือนแฟชั่น ร้านหนังสือไม่สามารถมีหนังสือเล่มเดิมอยู่ได้ ในขณะที่คอนเทนต์ใหม่ออกมาทุกวัน อย่างนั้นเราจะกลายเป็นร้านหนังสือที่โอลด์แฟชั่น เราจำเป็นต้องมีของใหม่ ฉะนั้น ของใหม่จะเข้าไม่ได้ถ้าของเก่าไม่ออก การขยายสาขาถือเป็นการให้โอกาสหนังสือใหม่เข้ามา”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ร้านหนังสือเพื่อนคุย

“เรามองว่าลูกค้าก็คือลูกค้า และลูกค้าก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง การสื่อสารบางอย่างต้องนุ่มนวลกันบ้าง ไม่ได้เป็นธุรกิจไปเสียหมด ต้องมีการพูดคุยและสื่อสาร ถ้าลูกค้าได้คุยในประเด็นหรือเนื้อหาที่โดนใจเขา เขาจะอยากกลับมาอีก หลังจากนั้น 10 ครั้งเขาอาจจะไม่เจอใครที่คุยกับเขาเรื่องหนังสือ แต่มันบันทึกลงไปในใจเขาแล้ว การสร้างความประทับใจแรกนั้นสำคัญ เขาจะมาเป็นร้อยครั้งแล้วมาลองครั้งที่ 2 ที่ 3 เราว่ามันช้าไป

“ถ้าลูกค้าเข้ามาในร้านทุกครั้งแล้วเราปฏิบัติกับเขาด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกันตั้งแต่ครั้งแรก ให้ข้อมูลอย่างที่เราอยากให้ เหมือนที่เราอยากคุยกับคนรู้จัก ถ้าให้ลูกค้าเขาเลือกหนังสือคนเดียวมันก็ดูใจไม้ไส้ระกำไปเสียหน่อย พอลูกค้าหยิบหนังสือขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง เราลองถามหรือลองคุยกับเขาบางทีหนังสือเล่มเดียวกัน เราก็บอกเขาว่าอย่าซื้อเลยเล่มนี้ ซื้ออีกเล่มดีกว่า ถ้าเราซื่อสัตย์กับเขา บางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ ลองคุยกับเขาดูก่อน เราว่านั่นคือบริการที่ลูกค้าต้องการจากร้านหนังสือ”

3

ร้านขายของเก่าที่อัพเทรนด์ใหม่ตลอดเวลา

การบริการด้วยใจรักของ ต๋อง-สุพจน์ ศิริพรเลิศกุล
เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน PAPAYA STUDIO

ทำธุรกิจ

ของสะสมกว่าแสนชิ้นของ ต๋อง-สุพจน์ ศิริพรเลิศกุล บนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร มีตั้งแต่ถ้วยถังกะลังหม้อจนถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะของดีจากดีไซเนอร์ชื่อดัง ของเก่าเก็บจากทั่วทุกมุมโลกล้วนบรรจุอยู่ในโกดังห้องยักษ์ บอกเลยว่าขายทุกชิ้น! ไม่มีชิ้นไหนไม่ขาย พ่วงด้วยบริการเช่าสินค้าและสตูดิโอสำหรับถ่ายโฆษณา มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ ครบจบในสถานที่เดียว

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

โกดังของสะสมที่มีของทุกอย่างครบ จบในที่เดียว

“ก่อนหน้านั้นเราเป็นสถาปนิก ของทั้งหมดเก็บสะสมส่วนตัวตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นงานอดิเรกของเรา เราสะสมของเพราะใจรัก ทำมาเกือบจะ 30 ปีแล้ว ร้านเราขนาดใหญ่ของเยอะ รายได้มาจากการเช่าสินค้าเป็นส่วนใหญ่ เวลาลูกค้าขาดของเข้าฉาก เขามาร้านเราจะได้ของครบ มาครั้งเดียวแล้วจบ คนวงการโฆษณา ภาพยนตร์ จะรู้จักเราดีเลย ลูกค้าอีกกลุ่มจะเป็นคนชอบสะสมและชอบของตกแต่งบ้าน”

จุดเด่นของปาปาย่า สตูดิโอ คือความหลากหลายของสินค้า เท่จนเก๋ แปลก และไม่เหมือนใคร

“ความเป็นตัวตนเราแข็งแรงและชัดเจน ถ้าลูกค้านึกไม่ออกว่าอยากได้อะไรมาตั้งสักมุมหนึ่งของบ้าน เขาอาจมาเดินร้านเราเพื่อมองหาไอเดีย ถ้าเป็นดีไซเนอร์แล้วมีของในใจ ส่วนใหญ่มาเดินแล้วจะเจอ บางทีลูกค้าหยิบของมาถามว่าราคาเท่าไหร่ เราก็ใจหาย ชิ้นนั้นเราชอบ เราจะบอกราคาแพงนิดหนึ่ง ภาวนาว่าอย่าซื้อไปเลย (หัวเราะ) จะเป็นสไตล์นั้น แต่ของเราขายทุกชิ้น”

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ทำธุรกิจ

ศิลปะการขายของเก่า

“เรามีความสุขมากกับการซื้อของ การขายไม่ค่อยชอบ ถ้าบอกให้ไปซื้อของเรามีความสุขที่สุดเลย แล้วไม่เหน็ดไม่เหนื่อยด้วยนะ เราจะไปหาของและอัพเดตของจากต่างประเทศทุกเดือนเมษายน ส่วนใหญ่จะไปแถบประเทศยุโรปทั้งหมด ร้านเราจะมีของหมุนเวียนเข้ามาตลอด เราจะมองเทรนด์ปีหน้าจากเมืองนอกและพยายามหาของแนวนั้นเข้ามา ถึงแม้จะเป็นร้านขายของเก่าแต่เราก็อัพเดตเทรนด์ใหม่ด้วย

“เวลาจะไปซื้อของเราต้องมีความรู้เรื่องของเก่า สำคัญเคย ของทุกชิ้นจะต้องมีราคาในหัวอยู่แล้ว ถ้าเรามองว่าชิ้นนี้ขายได้ 8,000 เราควรจะซื้อไม่เกิน 4,000 ถ้าโชคเข้าข้างเราซื้อของดีในราคาถูก ซื้อ 3,000 ขาย 30,000 เพราะคนขายของเก่าในโลกไม่มีใครรู้จักของหมดทุกแบบหรอก บางทีเราขายไปแล้วยังไม่เคยเจอของแบบนั้นวนกลับมาอีกรอบเลย”

นอกจากบริการขายและเช่าสินค้า อาต๋องยังใจดีให้คำปรึกษาด้านการตกแต่งบ้านและร้านค้า แถมหาของตามใจลูกค้าด้วยงบประมาณจำกัด หรือซื้อของไปนานจนเบื่อก็กลับมาเพื่อให้อาต๋องซื้อคืนก็มี

ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ ทำธุรกิจ

ความสุขและความสนุกของธุรกิจร้านขายของเก่าที่อัพเดตเทรนด์ใหม่อยู่ตลอด

“งานของเรามันเหมาะกับคนใจรัก เราทำงานไม่เคยหยุดเลยนะ ทำงานเต็มจำนวน 365 วัน กลายเป็นความคุ้นเคย เรามีความสุขกับของเก่า ยิ่งอยู่ของไม่ได้น้อยลงเลย ยิ่งอยู่ของยิ่งมากขึ้น บางทีขายหนึ่งชิ้นแต่ซื้อเข้ามา 3 ชิ้น ตั้งแต่ทำมาไม่ได้เอาเงินออกนะ เอาเงินใส่เข้าไป เอาอย่างอื่นมาซื้อของใส่เข้าไป เรามองว่าของเหมือนเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง ถ้าพูดเชิงธุรกิจไม่น่าจะคุ้มด้วยซ้ำ แต่เราทำด้วยใจ

“สมมติว่าคุณอาจจะเปลี่ยนของบางอย่างในบ้าน เก้าอี้สักตัวที่ชอบนั่งเป็นประจำ เพิ่มโคมไฟสักอันเข้าไปตั้ง เวลาเข้าไปในบ้านมันให้ความรู้สึกอบอุ่น ของเก่าดีอย่างตรงใช้นานแล้วเบื่อก็ยังมีราคาอยู่ มัน Forever นั่นแหละเสน่ห์ของของเก่า”

4

การบริการด้วยความเข้าใจและเชี่ยวชาญ

จากที่ปรึกษาการลงทุนของ Citigold by Citibank

เพราะการลงทุนไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัวอีกต่อไป! เราขอแนะนำให้รู้จัก ‘Citigold’ บริการการลงทุนทั้งในและต่างประเทศจาก ‘Citibank’ ด้วยบริการด้านการลงทุนที่มีเจ้าหน้าที่ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เป็นเหมือนคนสนิท คอยใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ แถมเข้าใจเราในทุกเป้าหมายการลงทุนอีกด้วย

ที่ปรึกษาการลงทุนที่มั่นใจได้

กว่าจะเป็นคนสนิทคอยใส่ใจและให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าหน้าที่ผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลทุกคน ขอย้ำเลยว่าทุกคน จะต้องผ่านการสอบ LOCAL LICENSE (SINGLE LICENSE) และ INTERNAL LICENSE BY CITI AND RM Certified by Wharton เพราะฉะนั้นไว้ใจได้เลย

“เราสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจริงๆ เราบริการด้วยความจริงใจ เพราะเราเชื่อว่าการบริการที่ดีต้องออกมาจากหัวใจที่รักในการบริการ และเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล เราพร้อมที่จะช่วยลูกค้าแก้ปัญหาและมอบคำแนะนำอย่างซื่อตรง”

ตัวช่วยในการออกแบบการลงทุนอย่างเข้าใจ

“ในการทำงานของเรา เราทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าผ่านการพูดคุยด้านเพื่อทำความเข้าใจในสภานภาพทางการเงินและความต้องการทางการเงิน จากนั้นเราจะเลือกพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้ามากที่สุด โดยอาศัยเครื่องมืออัจฉริยะคอยแสดงสถานะพอร์ตการลงทุนและเป้าหมายของการลงทุน มากไปกว่านั้นเราจะมีการทบทวนพอร์ตการลงทุนว่ามีการกระจายความเสี่ยงเพียงพอหรือไม่ ด้วยเทคโนโลยี Total Wealth Advisor  ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของซิตี้โกลด์”

Heart of Gold

“ในทุกวันของการทำงานไม่มีครั้งไหนที่เราไม่สนุก เราชอบพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นกับลูกค้าหลากหลายอาชีพ เราว่ามันมากกว่าอาชีพนะ เหมือนเรากลายเป็นเพื่อนของเขาคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษา สิ่งเหล่านั้นเหมือนเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สามารถเติมเต็มความสุขให้กับเราได้ทุกวัน”

พิเศษเฉพาะลูกค้าซิตี้โกลด์ใหม่ที่สมัครออนไลน์และลงทุนในกองทุนรวม และ / หรือ ตราสารหนี้กับซิตี้โกลด์ 5 ล้านบาทขึ้นไป รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ วันนี้ – 31 มี.ค. 62

ต่อที่ 1 รับคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด สูงสุด 20,000 คะแนน

ต่อที่ 2 รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

สนใจรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิตี้โกลด์ กรุณาติดต่อ 0-2081-0999 หรือเข้าไปที่ https://citi.asia/ThScCg411

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

อ่านบทความภาษาไทยได้ที่นี่

As an educator who has the opportunity to give students a number of learning experiences, I strongly believe that the most important evidence of success in education management has to come from the students – how they reflect what they have learnt and felt.  

Looking into Thai education at the moment, I found that there is very little attention paid to the voices of the students despite the broad array of reflections that they give. Those of us who call ourselves ‘adults’ do not care enough about their opinions, while still believing in that old adage, ‘Children are the future of the nation.’

That is why today’s conversation with King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) is interesting because we would discuss with them over their event named ‘King’s Bangkok Education Forum 2022,’ a forum that invites leaders from various fields of work to come together to pass on their experiences to their audience of students along the theme ‘Career. Life. Social Values.’ The event includes Professor Sakorn Suksriwong DBA, Chairman of the Executive Committee of this international school, together with Mr. Ben-Vittawat Panpanich, an Executive Vice President of the school, and two of the Year 11 students ‘Marty’ Yosphat Srithanasakulchai and ‘Japper’ Chanudom Impat. They sat in a circle, side by side, to share what they had learned.

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

The two students joining us were, in fact, not just attendees of this first ever Education Forum for students at this young age, but also helped to organize the event and were highly involved from start to finish. Thus, the Education Forum is an event hosted by students, for students, that intends to create opportunities for other students in society which is novel approach. From the conception of the event and the selection of the speakers to the publicising of the event and the reception of reflections and feedback from the event, students were involved at every stage of the process.

We would like to invite you to consider and explore with us, ‘What kind of seeds did King’s Bangkok plant in the hearts of their pupils at this event?’

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

A primary definition of success in life for many people would inevitably be professional success.

Over 30 years in Prof. Sakorn’s career, be it in teaching or business, his career can without doubt be considered one of success. Although in the heart of this teacher, there was one hole that needed to be filled.

“In Thailand, we have quite a few talents and experienced thought leaders, who are highly successful in academic, educational and professional fields. Some of them work in multinational organizations, many of them already have calendars filled with speaking engagements, but the only groups of people who have the opportunity to listen to those successful people speak are those at university or already working. The senior school student audiences do not have the opportunity to hear from these successful professionals, so this is something that I have always wanted to push for.” – Prof. Sakorn who opened our conversation helped us see the big picture and the original idea behind the Education Forum.

 “While I was teaching at Chulalongkorn University, I had the opportunity to initiate a Mentoring Program that connects successful and talented executives with tertiary learners to exchange ideas for the first time, and this mentoring program received the Innovation of the Year award from the Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB), USA. That got me thinking ‘why can’t high school students have the same opportunities?’”

When the time was right, Prof. Sakorn and King’s Bangkok’s team did not hesitate and gathered student representatives like Marty and friends to form a special student committee to organize a joint Education Forum where all revenue from ticket sales without deducting expenses would be given to high school students in need as a scholarship, under the condition that King’s Bangkok’s students were fully involved in the process from start to finish.

“An event like this would not be too difficult for the school staff to organize themselves,” said Prof. Sakorn with a slight smile. “Our school pays attention to the three core values, namely; good manners, kindness, and wisdom. The main purpose of this event is to provide high school students with firsthand learning experience from the top-notch leaders about their future careers, work and life,  as well as giving  our students the opportunity to work and learn about organizing events at the same time.”

“Moreover, this is also a great opportunity to learn the value of compassion. We want to teach our children to be kind to themselves and to others in society as well.”

“Frankly, this kind of thing cannot be learned by rote, right?” Prof. Sakorn asks. “Children must absorb that feeling with their hearts and reflect by themselves. That is the reason why this Education Forum  was created as an experiment to let them experience kindness with their own hearts.”

“Another essential point is the content that the speakers shared. Whether it is about Ikigai; living with values according to Japanese philosophy; creating value for life through understanding cultures, taking a leadership role in world-class organizations; or discussions on learning, working and living a valuable life. The talks have helped pave the way for children having a strong foundation before moving forward in their working life”

Marty was the first to be invited to the team. Then, he was tasked with finding friends who shared the same ideology, managing to assemble a team of 22 people. One of the team members is Japper, another participant in this conversation who acted as an MC taking to the stage and dealing with the four experienced speakers.

The world of Year 11 students is about to change through the process of working as an adult for the first time in their life.

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“At first, I thought that the opportunity to listen to world-class educated people from Harvard, Stanford, Chicago, Yale and other really successful people on the global stage was very rare for me and my friends. So, I thought that I would like to try and take part, then I invited my friends to come with me not knowing what sort of responsibility I would have or how much I would learn.” Marty recalled his first impression having learned about the  school’s project.

“At the first meeting, they sit very blindly.” Mr. Ben, a graduate of the University of Cambridge and one of King’s Bangkok’s executives who is in charge of coordinating with the student committee, told the story jokingly. “The staff tried to explain to the children how the event would benefit them, but it wasn’t until I described how the event would benefit others. From that moment, I could see the sparkles in their eyes.”

“We tried to plan well, with support from Prof.Sakorn and the marketing team, so I felt confident,” Marty recalls the feeling when he and his friends saw the benefits of organizing the event. “But Japper was super excited.”

“Of course!” Japper jumps in with vigour at this point. “I was going to be an MC on stage. Who wouldn’t be excited? It is a great opportunity for me and all the students who have joined the team to become role models for the younger generation as well. The event is very powerful.”

Participating in the event means setting fundraising goals, creating strategies for selling tickets, promoting the event, and running queues on the event day itself.

For adults like us, it may sound very normal. Now, let’s take a time machine and go back to the first time we had to manage a big event involving a large number of people, such as; sporting events, or a prom. Then imagine how big this experience would be for high school kids?

“It was hard in the beginning to find the team.” Marty began. “We started by designing logos and art works together with the school’s marketing team. Though, finding time to work together is not so easy because we only have free time during lunch and after school. Thus, we often meet during breaks and have lunch together.”

“I like lunch meetings. When we sat in a circle, eating delicious food, and talking about work. For me, it’s much better than online meetings because there’s good food.” Japper cheerfully continued after his friend.

“Selling tickets was challenging. We posted online content. Even the invited speakers helped us promote. Additionally, our parents also helped us with this. Although we set the funding goal for supporting scholarships for 7 students because the number was pretty, we are all very happy that we exceeded our goal.”

Of course, the difficulty did not end at the planning stage. When it came to the day itself, both the people in public-facing positions like Japper, and behind the scenes, Marty, had to solve many problems head-on.

“Today my main task is taking care of the speakers,” Marty explains. “But while taking care of honoured speakers who will be sharing their valuable stories with us, I also have to take care of my team at the same time. I have to make sure each person performs his or her own duty and carry the event off successfully.”

Although this task is not an easy one; a taxing undertaking from start to finish; they both said that it was a great taste of life.

This event covers a broad range of subjects, with speakers coming to give a sense of their lives. They discussed ideas directly valuable to student audiences, from the issue of finding the meaning of life through the Ikigai principle and understanding life through cultural diversity to providing first-hand experience from successful role models and including how they prepared for university to how to find yourself and how to find the right career for you. More than the content, students like them get to practise exerting force to open the first door to adult life with the process behind the event itself.

“This event gives us a taste of adult life,” Japper commented. “As one of our speakers said on stage, the barrier between his ideal and real life came crashing down when he was attending university abroad for the first time. That was the first time he felt the need to face reality. It was very emotional. Luckily, his honesty also helps us to be less afraid of real life as well.”

“When looking superficially, we may see that a duck floats comfortably in the water, although under the water, that duck has to kick its feet vigorously to stay afloat.” Marty talked about what one of the speakers said “To me, it was as if every speaker presenting today was that duck, because underneath the surface of everyone’s success, there always is a story of determination, hard work, and unyielding focus.”

“Another interesting thing is that we got to work closely with our marketing team as well,” adds Japper. “At first, I wondered how adults could work so much, though I understand now.”

 “Where else can we find opportunities to do real work like this if it’s not given to me by the school?” Marty nods in agreement. “I think many of our team members have grown through this process. Initially, they were already good, but they improved even more.”

“Even though you keep complaining that you ran the whole event until your legs almost broke?” Japper teases causing the whole group to laugh heartily.

Social Values

While Marty and Japper only spoke to us for a short time it was clear to see that their experience had altered their outlook on life and that they had both grown as people and moved towards being functioning adult members of society.

Growth comes through a process of learning by doing, surrounded by supportive educators who watched as their students blossomed.

 Additionally, Prof.Sakorn finishes with a reflection on the big picture of how this event for small groups of people can play a role in the education system and for the overall benefit of this country.

 “If we step back and look at the big picture, our group of children are the lucky ones. They have the potential to achieve so much, thus, we have to sow the seeds of creating value for society, so that they have the opportunity to think about this as they grow older. The speakers who come to present at this forum are living proof that when we give something to others, we will receive that back in return.”

Because education is not just about enhancing intellectual power, providing students with a sense of fulfilment allowing them to realize their role in society is equally important.

“We are trying to create a new generation with leaders of change using a new learning process to create people who see the right goal and hold on to the right values. That is what Thai education should offer to the learners, not just academic excellence.”

“Education Philosophy in England, the model of which King’s Bangkok  follows, tells us that in addition to academic excellence, there are two other ingredients that are essential to shaping young people into well-rounded individuals: diligence and a blended curriculum, including music, art, sports, and more. While complementary activities help build social and personal preferences, comprehensive attention will support children to grow up to be happy adults, and learn to overcome obstacles.” The executive lecturer concluded.

But the energetic Japper couldn’t help but add,

“I think many children don’t even know how important social values are. Though, after listening to the experiences of all speakers on stage, I understand that success is not just the matter of being respected, it is also about giving something back to others.”

This conclusion from Japper showed us that learning methods that do not focus on memorisation, but instead on hands-on work help to make  someone’s heart to really grow in a fantastic direction

Moreover, giving children the opportunity to speak, act, and make changes, as teachers and staff at King’s Bangkok have done and shared their results with us through this interview. This would be a good example for adults and even teachers around the country to be open, to listen more, and to give opportunities for their own learners to take action, stand up, and learn from their mistakes.

It matters not what the results will be, the hands-on learning that takes place throughout the process is also an important foundation for preparing students moving towards their dream university and life with goals and early success that is not just about “receiving” but also “giving.”

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load