13 ธันวาคม 2561
10 K

ไม่ใช่แค่คณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบมาตรการช้อปช่วยชาติ ปี 2561 เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ประกาศให้หนังสือและ e-book (ไม่รวมนิตยสารและหนังสือพิมพ์) เป็นหนึ่งในสินค้าที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

The Cloud ก็เห็นชอบ

เพื่อส่งเสริมการอ่านภาคประชาชน เราจึงนึกสนุกชวน 3 เจ้าของร้านและผู้จัดการหนังสืออิสระ ได้แก่ ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง จากร้าน Candide Books ที่ The Jam Factory คลองสาน เลือกหนังสือวรรกรรมไทย ชวน ปณิธิตา เกียรติ์สุพิมล จากร้าน Bookmoby ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เลือกหนังสือวรรณกรรมแปล

และชวน สิโรตม์ จิระประยูร จากร้าน The Booksmith ที่เชียงใหม่ และ The Papersmith by The Booksmith ที่เกษรวิลเลจ ราชประสงค์ เลือกหนังสือศิลปะและการออกแบบ พร้อมเล่าเรื่องสั้นๆ ในงบประมาณร้านละ 5,000 บาท

ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ ศึกเพื่อชาติครานี้ช่างเหี้ยมโหดนัก ขณะที่รวบรวมรายชื่ออยู่ ใจก็อยากได้ The Colour of Time ของ Dan Jones & Marina Amaral BLONOTE ของ Tablo และอีกหลายๆ เล่มจากทั้งสามร้าน แต่ต้องอดทนรอให้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมก่อน

อนึ่ง การช้อปหนังสือช่วยชาตินี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ ปี พ.ศ. 2561 – 2580 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ เพื่อยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศผ่านการอ่าน

ไม่ว่าจะซื้อหนังสือให้ตัวเองหรือซื้อเป็นของขวัญปีใหม่มอบแก่กัลยาณมิตร จะอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านเอาลด

เราและร้านหนังสือทั้งสามก็คัดสรรมาแล้วเพื่อคุณ

ก่อนจะจดรายชื่อหนังสือและออกไปช้อปช่วยชาติ เรื่องสำคัญที่คุณควรรู้คือ ทุกการใช้จ่ายจะต้องเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยการลดหย่อนภาษีจะแบ่งการลดหย่อนในช่วงปีที่เกิดการซื้อ และต้องไม่ลืมเก็บรักษาใบเสร็จและใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไว้ใกล้มือ

เตรียมพร้อมให้ดี ชาติกำลังต้องการคุณ!

 

Candide Books

1

คลังคำ

นักเขียน : ดร.นววรรณ พันธุเมธา
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์
ราคา : 795 บาท

คลังคำ ไม่ใช่พจนานุกรม แต่เป็นหนังสือรวบรวมคำตามหมวดหมู่ เช่น ศิลปะ ศาสนา สิ่งที่เกี่ยวกับสถานที่และการเดินทาง ฯลฯ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ขาดแคลนคำศัพท์ สำหรับใช้งาน หรืออ่านเล่นก็ยังสนุก เมื่อถึงเวลาต้องใช้ก็หยิบมาใช้ได้ทันท่วงที ที่ท้ายเล่มยังมีดรรชนี เรียงตามตัวอักษร สำหรับใครต้องการคลังคำเพิ่มขึ้นในความหมายเดียวกัน หนังสือเล่มนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าความรุ่มรวยคำของภาษาไทยนั้นมีมากเพียงใด

 

2

วัยหนุ่ม

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์
สำนักพิมพ์ : บางลำพู
ราคา : 450 บาท

มีอะไรเกิดขึ้นกับวัยหนุ่มของคนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะแนวคิด ความเชื่อ ความรัก ความหลงใหลในการทำงาน ความเสียใจ ความผิดหวัง ความผุๆ พังๆ ชีวิตที่มีมุมเข้ารกเข้าพง อ่อนไหว อ่อนโยน ไปจนกระทั่งมุมโรแมนติก จะอ่านเพื่อลิ้มรสความสนุกก็โคตรสนุก อ่านเพื่อเรียนรู้การเติบโตของมนุษย์สักคนหนึ่ง หนังสือเล่มมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

 

3

ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน

นักเขียน : นฤพนธิ์ สุดสวา
สำนักพิมพ์ : ผจญภัย
ราคา : 265 บาท

ชื่อหนังสือเป็นหนึ่งในเรื่องสั้นเก้าเรื่องของ นฤพนธ์ สุดสวาท (อันที่จริงในเล่มมีเรื่องสั้น 8 เรื่อง แต่เราขอนับรวม ‘เสมือนคำนำ’ เข้าไปด้วย) เขาพาเราลัดเลาะไปทั่วประเทศ บางเรื่องก็ข้ามฟากไปถึงปีนัง บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าผู้คนที่ติดอยู่ในการรอคอยและการพลัดพราก ท่ามกลางบรรยากาศที่กึ่งจริงกึ่งฝัน เขียนออกมาด้วยถ้อยคำกระชับสั้น แต่ทิ้งความรู้สึกไว้ในใจผู้อ่านเนิ่นนาน

 

4

บางลวง

นักเขียน : ปราบดา หยุ่น
สำนักพิมพ์ : ไต้ฝุ่น
ราคา : 200 บาท

รวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดจาก ปราบดา หยุ่น เรื่องราวของผู้คนอันหลากหลาย ‘บางลวง’ เป็นเมืองเล็กๆ ที่เหมือนปิดตัวเงียบแต่ก็พร้อมเปิดรับผู้คนมากหน้าหลายตา มีวิถีชีวิตและศรัทธาของตนเองอย่างเข้มข้น อุดมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามบริสุทธิ์ แต่ก็มีเรื่องราวดำมืดมากมายถูกฝังกลบเอาไว้ บางลวงอาจไม่มีอยู่จริง แต่กลับสมจริงจนน่ากลัว

 

5

ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น

นักเขียน : jirabell
สำนักพิมพ์ : บันบุ๊กส์
ราคา : 175 บาท

ความเรียงอบอุ่นกระตุ้นความทรงจำจาก jirabell ผ่านเรื่องราวตลอด 28 ปี ที่เขากับ ‘อี๊’ อยู่ด้วยกันมา ที่ทำให้เราได้ทบทวนว่าแท้จริงแล้ว เรื่องที่แสนธรรมดา วันพ้นวันไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา แต่การได้ใช้วันเวลาแสนธรรมดาร่วมกันมาเนิ่นนานและจะอยู่กันไปอย่างนี้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตใครสักคนหนึ่งช่างเป็นเรื่องพิเศษ

 

6

ร่างของปรารถนา

นักเขียน : อุทิศ เหมะมูล
สำนักพิมพ์ : จุติ
ราคา : 390 บาท

นวนิยายที่เข้มข้นและท้าทาย ในยุคสมัยที่ผู้คนถูกสังคมกดทับ พูดไม่ได้ ไม่ให้พูด และขาดอิสรภาพ เต็มไปด้วยเส้นแบ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตนเองกับผู้อื่น ชีวิตกับความตาย ชายกับหญิง อดีตกับอนาคต ปัจเจกกับรัฐ ฝ่ายที่ควบคุมและถูกควบคุม ตัณหากับสิ่งที่มาสนอง เรื่องราวถ่ายทอดให้เห็นถึงชีวิตและความรักของจิตรกรผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่ช่วงปี 1990 จนถึงปัจจุบัน พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านของสภาวะทางการเมืองที่สั่นสะเทือนและแปรปรวนอย่างรุนแรง และตั้งคำถามให้ฉุกคิดว่า “การมีชีวิตอยู่คืออะไรกันแน่?”

 

7

พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ

นักเขียน : วีรพร นิติประภา
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 340 บาท

ปีนี้ ถ้าไม่พูดถึงหนังสือเล่มนี้แทบจะไม่ได้เลย วีรพรเขียนหนังสือมาแค่ 2 เล่ม แต่ได้รางวัลทั้งสองเล่ม ไ่ม่ธรรมดาเลย ประวัติศาสตร์ของลูกจีนที่เกิดและเติบโตในไทย ร้าวราน หัวใจสลาย แบบที่ตำราเรียนไม่สามารถทำได้ เราชอบนวนิยายของวีรพรตรงที่อ่านให้เป็นเรื่องรักเศร้าเคล้าน้ำตา ประโลมโลกย์ก็ได้ อ่านแบบเชิงลึกมีเลเยอร์ของเรื่องทางสังคมซ้อนทับอยู่ก็ได้ และมันไม่มีท่าทีของการ ‘ข่ม’ คนอ่านแม้แต่น้อย

 

8

โอชากาเล

นักเขียน : กฤช เหลือลมัย
สำนักพิมพ์ : Way of Book
ราคา : 350 บาท

ความเรียงว่าด้วยอาหารที่ทำให้เราเห็นร่องรอยวิถีชีวิตของผู้คน เห็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งการตั้งคำถามกับความเป็นไทยผ่านเรื่องราวของอาหาร อาหารแต่ละอย่าง มีภูมิหลังโลดแล่นไปตามสภาพสังคมแต่ละยุคสมัย เป็นชีวิตที่มีพลวัตเคลื่อนไหวถ่ายเทไปมาและขยับขยายเปลี่ยนแปลง อาหารก็มีบริบทด้วยตัวมันเองอยู่เสมอ การตัดสินว่าสูตรไหนเป็นสูตรเก่าแก่และมีความเป็นไทยมากกว่าสูตรอื่น ดูจะไม่ใช่ข้อสรุปของหนังสือเล่มนี้

 

9

นิยายรักในราชสำนักฝ่ายใน

นักเขียน : แอนนา เลียวโนเวนส์
นักแปล : อบ ไชยวสุ
สำนักพิมพ์ : Shine Publishing House
ราคา : 1,010 บาท (ปกแข็ง)

บันทึกประสบการณ์ในความทรงจำของ แอนนา เลียวโนเวนส์ ครูพี่เลี้ยงชาวอังกฤษในราชสำนักสยามสมัยรัชกาลที่ 4 แม้หลายอย่างที่แหม่มแอนนาถ่ายทอดจะยังเป็นที่ถกเถียงว่าจริงหรือไม่ เป็นไปได้หรือ แต่การผสมปนเประหว่างสิ่งที่แอนนาบันทึกไว้จริงกับสิ่งที่เธอแต่งขึ้นก็ได้เกิดเป็นปรากฏการณ์หลายอย่าง เกิดงานเขียนขึ้นมาโต้แย้ง ถูกดัดแปลงซ้ำและเผยแพร่ผ่านศิลปะที่มีพลังอีกหลายแขนง จนทุกวันนี้ก็ยังมีผู้สนใจคนใหม่มาศึกษาอยู่เสมอ อนึ่ง คำนำเสนอของบรรณาธิการเล่มคือ วาด รวี ที่เขียนเพื่มเติมขึ้นมานั้นสนุกอย่างยิง ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

10

ขอสวรรค์จงมาถึง

นักเขียน : ฆนาธร ขาวสนิท
สำนักพิมพ์ : แซลมอน
ราคา : 210 บาท

ตัวอักษรของคนวัยหนุ่มมีเสน่ห์เสมอ เพราะมันเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความสด ใหม่ ความมั่นอกมั่นใจ หรือแม้แต่ความขัดเขิน สิ่งเหล่านี้ผสมคละเคล้าในตัวหนังสือของคนหนุ่ม และยิ่งโดยเฉพาะเป็นนวนิยายเล่มแรกด้วยแล้ว ฆนาธร น่าจะเป็นนักเขียนหนุ่มทีน่าจับตามองที่สุดในงานเรื่องแต่งของวัยหนุ่ม การเดินทางกลับบ้าน ตามหาอดีตคนรัก โดยมีความทรงจำนำทาง น่าสนใจที่จะติดตามอ่านไหมเล่าพล็อตเรื่องแบบนี้

 

11

50 Fuel Romance วอนท์เชื้อเพลิงโรมานซ์เว่อร์

นักเขียน : อุเทน มหามิตร
สำนักพิมพ์ : P.S.
ราคา : 285 บาท (ปกแข็ง มีภาพประกอบสี่สี)

50 เรื่องรักโรแมนติกแบบแฟลชฟิคชันของ อุเทน มหามิตร ถ้าใครไม่ชอบกฎเกณฑ์ ไม่ชอบการตีกรอบ จะต้องชอบตัวหนังสือของอุเทน มหามิตร เรื่องราวโกหก เชื่อใจ ยินยอม วายป่วง บนเส้นทางของความโรแมนติก ว่ากันว่าความซีเรียสและความตลกมีเส้นกั้นนิดเดียว เรื่องสั้นมากๆ ของอุเทนในแต่ละเรื่องของเขาในเล่มนี้ก็เป็นแบบนั้น อ่านเอาฮาก็ได้ อ่านเอาซีเรียสก็ได้ และในหลายๆ ครั้งความรักมันก็ตลกร้ายแบบนี้แล

 

The Booksmith & The Papersmith by The Booksmith

1

Italy Crafted

นักเขียน : พลอย จริยะเวช
สำนักพิมพ์ : Openbooks
ราคา : 495 บาท

Italy Crafted ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยว แต่เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวและศาสตร์ของการทำงานที่รักอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงชวนให้เห็นแง่งามของความตั้งใจ Italy Crafted ยังชวนให้เราตระหนักถึงรากและคุณค่าของงานฝีมือแต่ละชิ้น

 

2

The Grand Hostel

นักเขียน : BudgetTraveller
สำนักพิมพ์ : Gestalten
ราคา : 1,255 บาท

เมื่อพูดถึง Hostel เรามักจะคิดถึงภาพจำเรื่องที่พักราคาถูก สะดวก และเต็มไปด้วยนักเดินทางอายุน้อยๆ แต่ในความเป็นจริง Hostel มีความหมายและความน่าสนใจที่มากกว่านั้น ใน The Grand Hostel จะพาเราไปทำความรู้จักคำว่า ‘น้อยแต่มาก’ จากตัวอย่างของ Hostel ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนความคิดว่า Hostel เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนไปอย่างสิ้นเชิง ยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้มีฝันอยากเป็นเจ้าของโรงแรมขนาดกะทัดรัดแบบนี้

 

3

The Art of the Fold

นักเขียน : Hedi Kyle and Ella Warchol
สำนักพิมพ์ : Laurence King
ราคา : 1,175 บาท

เพราะกระดาษและหนังสือไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่บันทึกเรื่องราวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์อื่นๆ ได้อีกมากมาย หนังสือเล่มนี้จะพาเราไปทำความรู้จักกระดาษในอีกหลากหลายมิติที่ซับซ้อนกว่าที่เราคุ้นเคย

 

4

Newspaper Design

นักเขียน : Javier Errea
สำนักพิมพ์ : Gestalten
ราคา : 2,100 บาท

เราเชื่อว่าในทุกๆ แพลตฟอร์มยังมีความน่าสนใจในตัวเองเสมอ ในวันที่ใครๆ ก็บอกว่าหนังสือพิมพ์ “กำลังจะตาย” เราพบว่าจริงหนังสือพิมพ์เป็นตัวแทนที่ดีคำว่า “The Print is Dead, Long Live Print” เพราะไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก หนังสือพิมพ์ก็ยังมีเรื่องราวและข่าวสารที่ต้องการบอกต่อ และการออกแบบหนังสือพิมพ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชีวิตของสื่อสิ่งพิมพ์ให้หมุนต่อไป

 

5

The Colour of Time

นักเขียน : Dan Jones & Marina Amaral
สำนักพิมพ์ : Head of Zeus
ราคา : 1,175 บาท

ทุกครั้งที่ดูภาพถ่ายขาวดำในอดีต เรามักจะคิดสงสัยว่าสีจริงที่เกิดขึ้น ณ เวลาที่บันทึกภาพนั้นๆ คือสีอะไร เป็นจุดเริ่มต้นให้ Dan Jones และ Marina Amaral นำภาพขาวดำอายุกว่าร้อยปีมาเติมสีสันฟื้นคืนชีวิตได้อย่างน่าตื่นตา และนอกจากจะเห็นวิถีชีวิตจากสีสันที่ปรากฏบนสีหน้าและบริบทที่รายล้อม เรายังได้รู้จักชีวิตในอีกมุมที่ชัดเจนขึ้น

 

หมายเหตุ : ราคารวมทุกเล่ม 6,200 บาท แต่ช่วงนี้มีโปรโมชันเหลือ 5,010 บาทครับ

 

Bookmoby

1

บุรุษปราสาทฟ้า

นักเขียน : Philip K. Dick
นักแปล : ยรรยง เต็งอำนวย
สำนักพิมพ์ : บทจร
ราคา : 338 บาท (ราคาเต็ม 375 บาท ลด 10%)

หนังสือที่ยากจะหาคำจำกัดความว่าเป็นนวนิยายไซไฟ ดิสโทเปีย การเมือง สืบสวนสอบสวน หรือ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ผลงานของ ฟิลิป เค. ดิก (Philip K. Dick) ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องแบบ Alternative History จินตนาการถึงเหตุการณ์จะที่เกิดขึ้นหากจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์เป็นไปในทิศทางตรงข้าม เขย่าและพลิกผันให้สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเยอรมนีกับญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกากลายเป็นดินแดนของผู้พ่ายแพ้

 

2

BLONOTE โบลโน้ต

นักเขียน : Tablo
นักแปล : อิสริยา พาที
สำนักพิมพ์ : Chaichai Books
ราคา : 248 บาท (ราคาเต็ม 275 บาท ลด 10%)

“ยิ่งเป็นคนที่อยู่ลึกลงไปในใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นคนที่เอื้อมไปไม่ถึงมากเท่านั้น”

หนังสือเล่มที่นักอ่านสายเกาหลายคนรอคอย หนังสือที่ไม่ใช่นวนิยาย ความเรียง หรือบทกวี เป็นเพียงถ้อยความลงท้ายของทาโบลในรายการวิทยุยามดึก ถ้อยคำเพียงสั้นๆ แต่กินใจและหลากความตามแต่ประสบการณ์และการตีความของผู้อ่าน หากคุณกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง เพียงสุ่มเปิดหนังสือสักหน้า อาจพบจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ หรือทำให้ความทุกข์กังวลใจสิ้นสุด วางหนังสือเล่มนี้ไว้ใกล้มือ เผื่อเวลาใดที่หัวใจเกิดสั่นคลอน

 

3

ออร์แลนโด: ชีวประวัติ (Limited Hardcover)

นักเขียน : Virginia Woolf
นักแปล : จุฑามาศ แอนเนียน
สำนักพิมพ์ : Library House
ราคา : 495 บาท (ราคาเต็ม 550 บาท ลด 10%)

‘ออร์แลนโด’ คือนามของบุคคลไร้ขอบเขตตัวตน ดำรงอยู่อย่างไร้กาล ก้าวข้ามอิสระแห่งเพศและอัตลักษณ์ กลายสภาพไปตามยุคสมัยแห่งประวัติศาสตร์ ครอบครองเสรีภาพในตัวตนเหนือความจริง ธรรมชาติและจินตนาการทั้งปวง งานเขียนซึ่งเปรียบดั่งจดหมายรัก แฝงเร้นร่องรอยชีวิตและความรู้สึกทางใจที่มีต่อกันผ่านถ้อยคำวิจิตรงดงาม นัยลึกล้ำ เหนือชั้นด้วยความแพรวพราวทางภาษาอันเป็นความสามารถและพรสวรรค์เยี่ยมยอด หนึ่งในนวนิยายชิ้นเอกในศตวรรษที่ 20 ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ โดดเด่นจากวิธีเขียนแบบกระแสสำนึกซึ่งสะท้อนเสรีภาพแห่งอัตลักษณ์ของเพศทางเลือก ความเท่าเทียม และอคติทางเพศของสังคม

 

4

หนังสือ/เมืองเล็ก/ความรัก

นักเขียน : Katarina Bivald
นักแปล : มณฑารัตน์ ทรงเผ่า
สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่
ราคา : 365 บาท (ราคาเต็ม 405 บาท ลด 10%)

เมื่อปล่อยให้หนังสือเข้ามาในชีวิต เรื่องเกินคาดสุดขีดอาจเกิดขึ้นได้… นวนิยายที่จะเตือนเราให้อบอุ่นในหัวใจว่าเพราะเหตุใดเราจึงเป็นคนรักหนังสือ เรื่องราวสุดฉลาดแสนน่ารักที่บอกให้เรารู้ว่าหนังสือสามารถหาเราพบ เปลี่ยนแปลงเรา และเชื่อมเราเข้าด้วยกันได้อย่างไร

 

5

ยูโทเปีย

นักเขียน : Sir Thomas More
นักแปล : สมบัติ จันทรวงศ์
สำนักพิมพ์ : สมมติ
ราคา : 180 บาท (ราคาเต็ม 200 บาท ลด 10%)

วรรณกรรมเสียดสีล้อเลียนความโง่เขลาและความเลวร้ายของสังคม งานวรรณกรรมอมตะ กล่าวถึงยูโทเปียซึ่งเป็นประเทศตั้งบนเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ มีแม่น้ำล้อมรอบและมีแผ่นดินล้อมรอบอีกชั้นเพื่อป้องกันพายุและการบุกรุกของผู้คนจากดินแดนอื่น ผู้คนล้วนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีใครเห็นแก่ตัว แบ่งปันความรักซึ่งกันและกัน มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอันเท่าเทียมกัน

 

6

นายพลในเขาวงกต

นักเขียน : Gabriel García Márquez
นักแปล : ไพรัช แสนสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ : สามัญชน
ราคา : 338 บาท (ราคาเต็ม 375 บาท ลด 10%)

หนังสือแห่งความรุ่มรวยหลากหลายสิ่ง…ท้าทายและทรงคุณค่ามากมายในระดับแตกต่างกันไป นายพลในเขาวงกต นับเป็น ‘นวนิยายอิงประวัติศาสตร์’ หรือ ‘ชีวประวัติ’ ของโบลิวาร์ วีรบุรุษผู้นำประชาชนในลาตินอเมริกาลุกขึ้นดิ้นรนต่อสู้ จนหลุดพ้นจากอำนาจปกครองของสเปน

 

7

จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น

นักเขียน : J. D. Salinger
นักแปล : ปราบดา หยุ่น
สำนักพิมพ์ : ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง
ราคา : 317 บาท

ผลงานชิ้นเอกของ เจ.ดี. ซาลินเจอร์ เรื่องราวของโฮลเดน คอลฟีลด์ เด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่ร้าย ขวางโลก ปากร้าย ขณะเดียวกันก็ช่างอ่อนไหว เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมองโลกในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร หากแต่โชคร้าย เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนและไม่อยากให้พ่อแม่รู้ จึง ‘เตร็ดเตร่’ อยู่ในนิวยอร์กใกล้กับอพาร์ตเมนต์ของครอบครัว รอเวลาจนถึงวันหยุดคริสต์มาสแล้วจึงค่อยบอกให้พ่อแม่รู้ หนังสือซึ่งเคยถูกจัดให้เป็นหนังสือ ‘ต้องห้าม’ สำหรับนักเรียนในสหรัฐอเมริกา และในทางกลับกัน ก็เป็นหนังสือที่มีผู้อ่านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

 

8

รักของคนเขลา

นักเขียน : ทานิซากิ จุนอิจิโร
นักแปล : พรพิรุณ กิจสมเจตน์
สำนักพิมพ์: JLIT
ราคา : 425 บาท

นวนิยายผลงานจากปลายปากกาของทานิซากิ เรื่องราวของความรักต่างวัย เรื่องราวของชายหนุ่มฉกรรจ์ผู้สมถะ ซึ่งถูกตาต้องใจกับสาวน้อยวัยสะพรั่ง ความรักต่างวัยจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เมื่อการเฝ้าดูการเจริญโตของสาวน้อยเป็นเรื่องที่น่าเบิกบานใจและน่ากังวลใจในเวลาเดียวกัน ชวนให้ตั้งคำถามต่อรักแท้อันบริสุทธิ์และอารมณ์หลงใหลใคร่ครวญ

 

9

ใต้เวิ้งฟ้า

นักเขียน : Paul Bowles
นักแปล : อทิมา
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 380 บาท

วรรณกรรมคลาสสิกที่บรรยายถึงความเวิ้งว้างของชีวิต ข้อจำกัดในการเข้าใจกันของมนุษย์ และความไม่จีรังของตัวตน ผ่านการเดินทางผจญภัยในทวีปแอฟริกาตอนเหนือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อชาวอเมริกัน 3 คนหวังจะเดินทางเพื่อเก็บประสบการณ์และหลีกหนีความเสียหายจากสงครามโลก เพื่อไปสัมผัสทะเลทรายซาฮาราอันแสนโรแมนติก แต่สิ่งที่พบคือความแปลกแยกทั้งกับสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และต่อกันและกันเอง

 

10

หากหัวใจไม่สามัญ

นักเขียน : Orhan Pamuk
นักแปล : นพมาส แววหงส์
สำนักพิมพ์ : มติชน
ราคา : 630 บาท

หากหัวใจไม่สามัญ วรรณกรรมของ ออร์ฮาน ปามุก สะท้อนทัศนะต่อบริบทประวัติศาสตร์ของตุรกีในช่วงทศวรรษนั้นผ่านสายตาของชนชั้นล่าง เรื่องราวขึ้นเมื่อ เมฟลุต คาราตัช ตัดสินใจจะพาผู้หญิงที่เขารักหนีตามกันไปตั้งรกรากใหม่  แต่โชคชะตาก็เล่มตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาลักตัวมากับป็นคนละคนกัน

 

11

เดเมียน

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 279 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 310 บาท ลด10%)

นวนิยายที่กล่าวถึงการแสวงหาจนพบตัวตนแท้ ซึ่งจะทำให้บุคคลพบอิสระที่แท้จริง เรื่องราวของ ‘เอมิล ซินแคลร์’ ชายหนุ่มผู้กำลังค้นหาตัวเอง เมื่อได้ก้าวไปสู่อีกโลกหนึ่งของตัวเองซึ่งเป็นโลกแห่งความน่ากลัวและโหดร้าย และหลงเดินเข้าไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกแห่งความจริงที่เขาต้องเผชิญ ทำให้เขาเริ่มต้นที่จะค้นหาความเป็นตัวเองโดยมีเดเมียน เพื่อนนักเรียนสมัยเด็ก เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน…

 

12

รอสฮัลด์

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 270 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 300 บาท ลด 10%)

เรื่องราวของ ‘โยฮันน์ เวรากุธ’ จิตรกรใหญ่ผู้โด่งดัง เขาน่าจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขคนหนึ่ง แต่ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวและความรักที่มีต่อลูกน้อยทำให้เขาติดบ่วงอยู่ในความว่างเปล่า ภายในกำแพงรั้วของคฤหาสน์ ‘รอสฮัลด์’

 

13

ปีเตอร์ คาเมนซินด์

นักเขียน : Hermann Hesse
นักแปล : สดใส
สำนักพิมพ์ : เคล็ดไทย
ราคา : 261 บาท (ปกแข็ง ราคาเต็ม 290 บาท ลด 10%)

นวนิยายเรื่องแรกของ เฮอร์มานน์ เฮสเส ซึ่งได้รับความสำเร็จท่วมท้น ต้นแบบของเรื่องแต่งที่พรรณนาด้วยภาษางดงาม เรื่องราวของปีเตอร์ คาเมนซินด์ หนุ่มชาวชนบทผู้มีโอกาสเดินทางไปในโลกกว้าง ได้เรียนรู้ว่าความสุขจากการ ‘ให้’ นั้นใหญ่หลวงนัก ความรักที่เขามีต่อภูเขาสูง ธรรมชาติ และชีวิตในชนบทบ้านเกิด ทำให้เขาได้กลับมาพบความสงบอบอุ่นที่แท้จริง ยามได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านและธรรมชาติที่คุ้นเคย

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

23 มิถุนายน 2564
558

6 ตุลาคม พ.ศ.​ 2519 วันวิปโยคของประวัติศาสตร์ไทย

ผู้มีอำนาจเข้าล้อมปราบขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นักศึกษาและปัญญาชนหัวก้าวหน้าต้องหนีเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอด ภายหลังจากเหตุการณ์ ทำให้บรรยากาศความเคลื่อนไหวภายในเมืองต้องเงียบเชียบ สื่อถูกปิดปาก บทเพลงที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เป็นต้นทางของบทเพลงเพื่อชีวิตต่างก็หยุดบรรเลงไปพร้อมกับผู้ขับร้องที่หนีเข้าป่า ไม่ต่างกับเพื่อนปัญญาชนคนอื่นๆ

ท่ามกลางบรรยากาศอันวังเวงนั้นเอง จู่ๆ ก็มีบทเพลงขับขานเรื่องราวของสามัญชนและสังคมดังขึ้นมาจากทิวดอยแดนเหนือ อุ๊ยคำ เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมของหญิงชราที่ลูกหลานทอดทิ้ง ณ ขณะนั้น บทเพลงแห่งสามัญชนถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง และทำให้หลายคนรู้จักศิลปินหนุ่มจากเชียงใหม่ นาม จรัล มโนเพ็ชร

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

กระทั่งนักศึกษาและปัญญาชนออกจากป่ากลับสู่เมือง ศิลปินคนนี้ก็ยังแต่งเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน เป็นกำลังใจให้พวกเขา หากเพลง คิดถึงบ้าน หลายคนรู้จักในชื่อ เดือนเพ็ญ ที่แต่งขึ้นเป็นบทกวีโดย นายผี หรือ อัศนี พลจันทร ก่อนจะถูกนำมาแปลงเป็นเพลง เพลงนี้เป็นเพลงที่ปัญญาชนในป่าใช้ขับร้องเพื่อปลอบประโลมใจตนเอง ยามออกจากป่ามา รางวัลแด่คนช่างฝัน ของจรัล ก็คือบทเพลงที่ช่วยมอบขวัญกำลังใจให้แก่พวกเขา เป็นดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทองให้กับพวกเขาสู้สู่วันใหม่ข้างหน้า และเป็นบทเพลงที่นำมาใช้ขับร้องสร้างกำลังใจให้ผู้คนทั่วไปจนถึงทุกวันนี้

จรัล มโนเพ็ชร ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินนักร้องเป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลต่างๆ รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชันโฟล์กซองคำเมืองของประเทศไทย ด้วยบทเพลงจำนวนมากที่ถูกขับร้องด้วยคำเมืองหรือภาษาเหนือ ทั้งบอกเล่าสภาพสังคม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น วัฒนธรรมของภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งเนื้อหากินใจและพูดแทนใจสามัญชน 

บ้างก็แฝงไปด้วยอารมณ์ขันชวนสนุก ทำให้หลายคนรู้จักกับภาษาเหนือ และบทเพลงของจรัลยังคงถูกขับร้องทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง สาวมอเตอร์ไซค์, พี่สาวครับ, บ้านบนดอย, สาวเชียงใหม่, ลูกข้าวนึ่ง, หมะเมี๊ยะ, มิดะ, ล่องแม่ปิง, ของกิ๋นคนเมือง, คนสึ่งตึง ที่หลายคงคุ้นหูและรู้จักกันดี รวมถึงบทเพลงอีกจำนวนมาก

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง
จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

นอกจากบทบาทการเป็นนักร้อง จรัลยังเป็นหนึ่งคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปินล้านนาให้คนทั่วไปรู้จักเป็นวงกว้าง และยังมีโอกาสแสดงความสามารถทางการแสดงในภาพยนตร์กับละครจำนวนมาก รวมถึงหนึ่งในละครเวทียิ่งใหญ่เรื่องเยี่ยมที่เคยเกิดขึ้นในไทย อย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ หรือ ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า โดย ยุทธนา มุกดาสนิท ซึ่งจรัลได้รับบท ดอนกิโฆเต้ ตัวเอกของเรื่อง มี ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รับบทเดียวกันในอีกรอบการแสดง

จากผลงานจำนวนมากมายที่กล่าวมา ทำให้ศิลปินชาวเหนือคนนี้มีภาระจากหน้าที่การงานจำนวนมาก และที่เขาต้องทำงานมากมายขนาดนี้ก็ไม่ใช่เพื่อเงินทองสำหรับตัวเขาเพียงผู้เดียว แต่เขาต้องการจะรวบรวมเงินทุนเพื่อจัดตั้งให้เกิด ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปินล้านนา’ รวมถึงช่วยเหลือความเคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรมล้านนาอีกจำนวนมาก 

จรัลรำลึก โครงการระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ สานฝัน ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ราชันโฟล์กซองคำเมือง

แต่แล้วในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.​ 2544 แผ่นดินล้านนาก็ต้องสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รัก 

จรัล มโนเพ็ชร จากไปไม่มีวันหวนคืน เหลือไว้แต่คุณูปการจำนวนมากที่เคยทำไว้กับเมืองเหนือที่เขารักยิ่ง

“วันนี้ผมกำลังจะทำงานที่ค่อนข้างหนักอีกแล้ว ผมก็หวังใจว่าท่านผู้ชม ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านจะสนับสนุนให้กลุ่มที่ทำงานชมรมส่งเสริมศิลปินล้านนาได้มีโอกาสได้ดูแลให้เป็นมูลนิธิ เพื่อว่าการทำงานจะได้สืบสานมั่นคงต่อไปในภายหน้า เพราะผมเชื่อว่าวันหนึ่งผมก็ต้องจากไป ผมต้องไปอยู่แล้ว ไปวันไหนไม่รู้ และยังมีกิเลสตัณหาอยู่ในกมลสันดานเล็กน้อย คือ ยังห่วงงานตัวเองอยู่ ถ้ามีองค์กรที่มั่นคงดูแลไว้แล้ว ก็น่าจะดี…” 

จรัล มโนเพ็ชร กล่าวก่อนเข้าเพลง อุ๊ยคำ ในคอนเสิร์ต ม่านไหมใยหมอก ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2541

ในวาระครบรอบ 20 ปี การจากไปของ จรัล มโนเพ็ชร ผู้คนกลุ่มหนึ่งที่รักศิลปินคนนี้จึงคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นเพื่อเชิดชูและสานต่อความฝันของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของล้านนาในนาม ‘จรัลรำลึก’ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ความฝันของอ้ายจรัลมีอยู่ไม่กี่เรื่อง อย่างแรก อ้ายจรัลเป็นคนที่อยากทำหอศิลป์สล่าเลาเลือง ซึ่งแปลว่าศิลปินที่งดงามอลังการ เพื่อบันทึกการทำงานทั้งหมดของศิลปินภาคเหนือไว้ ปัจจุบันความฝันนี้ของอ้ายสำเร็จแล้วเมื่อต้นปี และตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูน อีกความฝันของอ้ายจรัลก็คือ การฟื้นผืนแผ่นดินนี้ให้งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ในอดีต ซึ่งเราต้องการสานฝันอันนี้ของอ้าย” อาจารย์ธเนศวร์ เริ่มเล่าที่มาของโครงการจรัลรำลึกที่เขาจัดทำขึ้นกับเพื่อนฝูง

“เนื่องจากใกล้จะครบวาระยี่สิบปีที่อ้ายจรัลจากไป ลูกสาวบอกกับผมว่า ถ้ารุ่นพ่อไม่ทำอะไร จะไม่มีใครทำอีกแล้วนะ ปัจจุบันลูกสาวของผมอายุสามสิบสอง เขาได้ยินผมพูดเรื่องอ้ายจรัลมาตั้งแต่เล็กๆ แต่คนที่โตมากับเขาไม่มีใครพูดถึงเลย ลูกสาวผมกลายเป็นคนอธิบายเรื่องของอ้ายจรัลให้คนในรุ่นของเขาฟัง เขาเลยรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว คนรุ่นผมต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ให้กับศิลปินที่สร้างความดีไว้กับเมืองเหนือจำนวนมากในวาระนี้

“ตอน พ.ศ. 2520 ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นผมกับเพื่อนกำลังประชุมกันเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่บ้านของผมในนิวยอร์ก มีแต่คนหัวก้าวหน้าที่อยู่ที่นั้นมารวมกัน แล้วก็มีคนหนึ่งหยิบเทปของอ้ายจรัลมาเปิด ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะเป็นเพลงที่ร้องด้วยภาษาคำเมือง ผมเองก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลง ชอบแต่งเพลง ผมเคยมีความคิดที่อยากจะลองแต่งเพลงภาษาคำเมืองขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที พอได้ยินบทเพลงของอ้ายจรัลในวันนั้น จึงทำให้ผมทึ่งและชื่นชมในศิลปินคนนี้ โดยติดตามผลงานเขาตลอด กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

“ทีนี้การมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ทำให้ผมได้เห็นไอเดียดีๆ อะไรเท่ๆ จากที่นู่นเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยปักกิ่งมีรูปปั้นของนักเขียนนวนิยายชื่อดังของโลกอยู่ นั่นก็คือ มิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดฺร้า (Miguel de Cervantes Saavedra) ผู้ประพันธ์เรื่อง ดอนกิโฆเต้แห่งลามันซ่า ซึ่งผมทราบมาว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงชื่นชมนักเขียนคนนี้อย่างมาก เมื่อไหร่ที่พระองค์ท่านมีโอกาสไปประเทศจีน ก็จะต้องหาโอกาสไปวางดอกไม้หน้ารูปปั้นนี้ให้ได้ เรื่องราวนี้ทำให้ผมประทับใจอย่างมาก และวันนี้ นี่คือเรื่องราวของศิลปินที่โด่งดังมากที่สุดและเป็นคนแรกของเชียงใหม่ แม้ว่าตัวของอ้ายจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีคนเขียนถึงอยู่ ผมอาจจะเขียนถึงเยอะกว่าคนอื่นหน่อย” 

อาจารย์ธเนศวร์หัวเราะสนุกหลังแซวตนเอง ก่อนเล่าต่อด้วยความเพลิดเพลิน “ยังคงมีคนฟังเพลงของอ้าย ชื่นชมผลงานของอ้ายอยู่ และปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครแทนอ้ายได้ ผมเลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อระลึกถึงและชื่นชมผลงานของแก ส่งต่อให้กับคนรุ่นถัดไป ผมจึงมีความคิดว่า นี่คือเวลาเหมาะสมแล้วที่เราจะมีรูปปั้นของ จรัล มโนเพ็ชร ตั้งในที่สาธารณะให้ผู้คนได้มาชื่นชมและเรียนรู้แรงบันดาลใจจากอ้าย”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

โครงการจรัลรำลึกเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 และประกาศให้คนทั่วไปรับทราบถึงแนวคิดการสร้างรูปปั้น จรัล มโนเพ็ชร บนเพจเฟซบุ๊กชื่อเดียวกับโครงการ เพื่อขอระดมทุนสนับสนุนสำหรับการสร้างอนุสาวรีย์

“อ้ายจรัลเป็นศิลปินที่บอกเล่าเรื่องราวของสามัญชนผ่านบทเพลงจำนวนมาก เพราะอ้ายมีใจให้กับมวลชนผู้ยากไร้ มีใจให้กับท้องถิ่น ไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงที่ออกมาก็ล้วนเป็นอย่างนี้ตลอด เราเลยตั้งใจกันว่าจะให้การสร้างอนุสาวรีย์ของอ้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมใจของสามัญชนที่รักอ้ายจรัล ซึ่งเราต้องใช้เงินในการทำให้สำเร็จทั้งสิ้นประมาณสี่แสนกว่าบาท แต่ทางโครงการจรัลรำลึกของเราตัดสินใจจะตั้งเป้ายอดระดมทุนไว้ที่ห้าแสนบาท 

“นอกจากค่าทำรูปปั้น เราตั้งใจช่วยสานฝันที่อ้ายอยากช่วยเหลือและส่งเสริมศิลปินล้านนา โดยเงินที่เหลือจากการทำรูปปั้น เราตั้งใจแบ่งออกเป็นสองส่วน หนึ่ง สำหรับจัดทำเป็นรางวัลจรัล มโนเพ็ชร มอบให้กับศิลปินที่โดดเด่นเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมทุกๆ ปี สอง เราจะทำกองทุนจรัล มโนเพ็ชร เพื่อมอบทุนให้แก่เด็กที่สนใจด้านศิลปะวัฒนธรรม แต่มีฐานะยากจน ให้มีโอกาสเล่าเรียนในสิ่งที่เขาสนใจ เราตั้งกฎไว้ว่าจะรายงานยอดระดมทุนทุกสัปดาห์บนเพจ จะไม่มีการถอนแม้แต่บาทเดียว เพราะถือว่านี่เป็นเงินที่พี่น้องบริจาคมาเพื่อทำรูปปั้นอ้ายจรัลเท่านั้น”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

ภารกิจการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับศิลปินล้านนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น

ในแต่ละสัปดาห์หลังจากประกาศการระดมทุนเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้ผู้คนทั่วไปรับทราบ ทางทีมจรัลรำลึกจะมีการจัดงานเสวนาไลฟ์ผ่านทางเพจจรัลรำลึก โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง อันยา โพธิวัฒน์ ภรรยาของจรัล มาพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับจรัล จำนวนทั้งหมด 18 หัวข้อเสวนา อาทิ มรดกของจรัล มโนเพ็ชร ต่อล้านนาและสังคมไทย ผู้คนหลากหลายในเพลงจรัล ลมหายใจเชียงใหม่กับเพลงอ้ายจรัล เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจก็กลับไปตามชมได้ที่เพจจรัลรำลึก หรืออ่านจากหนังสือ กึ๊ดเติงหาอ้ายจรัล ซึ่งรายได้จากการซื้อหนังสือจะถูกนำไปสมทบทุนของโครงการ 

นอกจากงานเสวนายังมีการจัดคอนเสิร์ตจรัลรำลึก ณ เชียงดาว โดยมีศิลปินถิ่นเหนือมาร่วมกันทำการแสดงเพลงของจรัล มโนเพ็ชร เพื่อนำเงินจากตั๋วคอนเสิร์ตมาสนับสนุนโครงการ ซึ่งจัดไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการที่ขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนาคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

จากจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคม โครงการจรัลรำลึกก็ระดมทุนจนครบตามที่ต้องการได้ในเดือนมกราคมปีนี้ จากการช่วยเหลือของผู้คนที่รักจรัล หลังจากนั้นทางทีมก็เริ่มต้นงานปั้นทันที โดยได้ อาจารย์ภูธิป บุญตันบุตร ศิลปินปั้นมือดีชาวเชียงใหม่รับหน้าที่เป็นประติมากร โดยรูปปั้นจรัล มโนเพ็ชร ที่ทางทีมจรัลรำลึกตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น มีขนาดเท่าตัวจริง เป็นศิลปินสามัญชน ไม่สูงใหญ่ ไม่ชูกีตาร์หรือซึงให้ดูอลังการ ไม่อวดตัว ไม่มีแท่นยกสูงจากพื้น หากแต่เรียบง่ายในลักษณะนั่งเล่นกีตาร์บนม้านั่งที่วางกับพื้น เป็นสามัญชนติดดิน ดั่งที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเหนือผู้นี้เป็น

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อ้ายจรัลเป็นคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่น นี่เป็นสิ่งที่คนรอบตัวของอ้ายเล่าให้ผมฟัง หลังจากเริ่มต้นปั้นรูปปั้นของอ้าย” อาจารย์ภูทิป เริ่มต้นเล่าเรื่องราวการทำงานปั้น “ผมเริ่มต้นการปั้นจากแบบสเก็ตช์ของ รศ.ดร.สุกรี เกษรเกศรา ที่เป็นผู้แนะนำผมให้เป็นผู้รับผิดชอบการปั้นรูปปั้นของอ้ายจรัล ซึ่งขั้นตอนการปั้น ผมได้รับความช่วยเหลือจากป้าหมู (อันยา โพธิวัฒน์) ภรรยาของอ้ายจรัล เพื่อให้ปั้นออกมาเหมือนอ้ายที่สุด เดิมผมใช้ภาพต้นแบบจากปกเทปที่อ้ายใส่เสื้อหนาๆ 

“ป้าหมูทักว่า ปกติอ้ายจรัลไม่ใส่ ใส่เพื่อถ่ายปกเท่านั้น ป้าหมูเลยกลับไปเอาเสื้อผ้าที่อ้ายใช้จริงๆ มาให้ใช้เป็นแบบ มีทั้งรองเท้า นาฬิกา แหวน ที่อ้ายจรัลใส่บ่อยๆ ซึ่งตอนปั้นส่วนนาฬิกา ถ้าปั้นหน้าปัดโล้นๆ จะดูไม่สวย ก็เลยคิดว่าน่าจะใส่อะไรที่บ่งบอกถึงการรำลึกถึงอ้าย ผมเลยใช้วันสุดท้ายที่อ้ายหยุดไว้ตอนจากไปมาใส่ เพื่อให้ยังอยู่ต่อไป”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“อีกส่วนที่มีการปรับค่อนข้างละเอียดก็คือรอยยิ้มของอ้าย ซึ่งผมใช้วิธีศึกษาจากรูปภาพต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ตอนแรกผมปั้นเป็นหน้าที่ยังไม่ยิ้ม ส่งให้ทีมจรัลรำลึกและหลายคนที่ใกล้ชิดกับอ้ายจรัลดู เกือบทุกคนก็เล่าให้ผมฟังว่า ปกติเวลาอ้ายจรัลอยู่กับคนอื่น อ้ายเป็นคนยิ้มง่าย เป็นคนที่ยิ้มแล้วดูอบอุ่นมาก ทุกคนเลยอยากให้รูปปั้นเป็นตอนอ้ายยิ้ม ผมก็เลยไปค้นหาจังหวะที่อ้ายยิ้มจากบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ แต่ก็ยังคงไม่เหมือนตัวตนของอ้าย 

“กระทั่งป้าหมูส่งภาพถ่ายของอ้ายรูปหนึ่งมาให้ เป็นรูปที่อ้ายจรัลยิ้มเล็กน้อย รวมถึงแววตาของอ้ายก็ยิ้มด้วยเช่นกัน โดยผมได้ความช่วยเหลือจาก อาจารย์อ๊อฟ (อัษฎายุธ อยู่เย็น) มาช่วยปั้นส่วนใบหน้าของอ้าย กระทั่งออกมาเหมือนรอยยิ้มของอ้ายจรัล อย่างที่คนใกล้ชิดของอ้ายเคยได้รับขณะที่อ้ายยังมีชีวิตอยู่” นักปั้นเล่ากระบวนการ

เป็นรอยยิ้มที่เคยทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงรักในตัวตนของศิลปินผู้นี้…

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

“สำหรับสถานที่ตั้งของรูปปั้นอ้ายจรัล ที่จังหวัดเชียงใหม่เรามีรูปปั้นที่เป็นอนุสาวรีย์ อย่าง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว ผมมองว่านั้นไม่ใช่ตัวตนของอ้ายจรัล” อาจารย์ธเนศวรพูดเรื่องประเด็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ 

“เราตั้งใจว่าจะวางรูปปั้นของอ้ายไว้ใต้ต้นไม้ นั่งเล่นกีตาร์ขับกล่อมผู้คนใต้ต้นไม้อยู่ในมุมเล็กๆ ไม่มีท่าทีอหังการแต่อย่างใด อาจจะต้องก้มผ่านกิ่งไม้เข้าไปถึงจะมองเห็นด้วยซ้ำไป ที่สำคัญ เราอยากให้รูปปั้นของอ้ายตั้งอยู่ในที่สาธารณะ ไม่มีรั้วกั้น อยู่ข้างนอก ผู้คนที่มาโอบกอดอ้ายได้ตลอดเวลา จะร้องเพลงกับอ้ายหรือนั่งกินเบียร์กับอ้ายก็ได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง 

“และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ผ่านไปผ่านมา จะต้องคอยช่วยดูแลรูปปั้นของอ้ายอย่างแน่นอน นี่ถึงจะเหมาะกับศิลปินสามัญชนติดดิน เราต้องการให้รูปปั้นนี้เป็นสมบัติของประชาชน และให้อ้ายเป็นแรงบันดาลใจกับทุกคน”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ตอนนี้ทีมจรัลรำลึกกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นขอสถานที่ตั้งให้ตรงตามความตั้งใจไว้ให้ได้มากที่สุด

“ผมยืนยันเรื่องความต้องการให้รูปปั้นของอ้ายอยู่ในที่สาธารณะ เพราะผมเชื่อว่านี่จะเป็นที่ที่อ้ายใกล้ชิดกับผู้คนทั่วไปได้มากที่สุด ผมต้องการให้ผู้คนได้เรียนรู้เรื่องราวของอ้าย บทเพลงของอ้าย รวมถึงให้อ้ายสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ผมมองว่าเพลงของอ้ายส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน และยังใช้การได้จนถึงเดี๋ยวนี้ เพราะปัญหาหลายอย่างที่ถูกพูดในเพลง ก็ยังไม่ถูกแก้ไข 

“อุ๊ยคำ ยังเดี่ยวดายจนถึงทุกวันนี้ สาวโรงบ่ม ก็เปลี่ยนไปจากขี่จักรยานไปโรงบ่มตอนนี้ก็ไปอยู่โรงงานอุตสาหกรรมที่กรุงเทพฯ ปัญหาการจราจรในเพลง ตากับหลาน ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ สาวมอเตอร์ไซค์ เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาแล้วมอเตอร์ไซค์เอารถเก๋งแล้ว มันยังเป็นปัญหาเดิมๆ ที่เปลี่ยนบริบทไปเรื่อยๆ 

“ที่ต้องพูดให้ไปไกลกว่านั้นคือ มนุษย์ทุกคนเกิดมาจากผลผลิตของสังคมในยุคนั้นๆ ประเด็นที่น่าห่วงใยก็คือ เราอยากเห็นคนอย่างอ้ายจรัล มโนเพ็ชร เกิดมาใหม่ในยุคนี้ และอธิบายสังคม ณ ตอนนี้ ซึ่งคือใครกันล่ะ…”

การรวมตัวกันของคนรัก จรัล มโนเพ็ชร เพื่อระดมทุนสานต่อเจตนารมณ์และสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงศิลปินล้านนาสามัญชน

ภาพ : จรัลรำลึก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากสานความฝันของอ้ายจรัล มโนเพ็ชร ในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่สนใจนำเสนอเรื่องวัฒนธรรมและสภาพสังคม สามารถสนับสนุนผ่านโครงการของจรัลรำลึก ผ่านทาง Facebook : จรัลรำลึก

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load