บ่ายวันที่อากาศร้อนพอให้เหงื่อชุ่ม เรายืนหน้ารั้วสีเขียวสูงใหญ่ ที่มองภายนอกแทบดูไม่ออกเลยว่าจะซ่อนเรือนไทยหลังงามไว้หลายหลัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

สองหลังที่เราตั้งใจมาเยี่ยมในวันนี้ หลังแรกเป็นบ้านของ คุณรอล์ฟ วอน บูเรน เจ้าของ Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์) ธุรกิจจิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ส่วนอีกหลังเป็นยุ้งฉางเก่าจากภาคเหนือที่เขารับมาปัดฝุ่นปรุงขึ้นใหม่ในบริเวณบ้าน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เราเดินตามทางเดินเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ผ่านสวนที่รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ เพื่อพบกับชายวัย 80 ที่ยืนยิ้มอย่างอบอุ่นและรอต้อนรับเราอยู่แล้ว

เขาเชื้อเชิญให้เรานั่งมุมชิดกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นเรือนหลังงามนั้น และเริ่มต้นเล่าเรื่องชีวิตในเมืองไทย ในบ้าน ในที่ที่เขาอยากอยู่ให้ฟัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เมืองไทยคือบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อ 57 ปีก่อน บริษัทเฮิกซ์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ใหญ่ของเยอรมนี ส่งคุณรอล์ฟในวัย 22 ปีมาประจำการในตำแหน่งเซลล์ขายสีย้อมผ้า

คุณรอล์ฟในวันนั้น คิดว่าจะได้มาประจำอยู่ที่ไทยแค่ 3 – 4 ปี หรือหากมีสัญญารอบที่ 2 ก็เพียง 8 ปีเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดว่าจะได้อยู่นานเกินไปกว่านี้

หลังจากหมดสัญญา บริษัทเตรียมส่งเขาไปประจำการที่เกาหลีใต้ ทำให้เขาตัดสินใจลาออก พร้อมตั้งบริษัทนำเข้าสีย้อมผ้าและเครื่องจักรผลิตผ้าของตัวเองในไทย โดยเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเฮิสต์ไปด้วย

วันหนึ่งเพื่อนชักชวนให้เขาเช่าพื้นที่ใต้โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ) เพื่อเปิดเป็นร้านทำธุรกิจอะไรสักอย่าง จากเซลล์หนุ่มซึ่งห่างไกลจากวงการจิวเวลรี่และของแต่งบ้าน โชคชะตา (และภรรยา) พาจับพลัดจับผลูให้เขาก้าวขาเข้ามาทำธุรกิจนี้ทั้งที่ไม่เคยแพลนไว้มาก่อน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

แรกเริ่ม เขาและ เฮเลน วอน บูเรน ผู้เป็นภรรยา สรรหาเครื่องประดับที่เธอชอบมาออกแบบใหม่และวางขาย ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าแต่ละชิ้นล้วนดีไซน์แปลกจนไม่น่าจะขายได้ แต่ทั้งคู่ชอบ ก่อนก่อตั้งแบรนด์ Lotus Arts de Vivre เต็มตัว

และจนถึงวันนี้ที่กินเวลาเกินครึ่งศตวรรษ เมืองไทยกลายเป็นบ้านของเขาเสียแล้ว

อยู่บ้านไทย

ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยข้าวของมากเรื่องราว ผนังรอบด้านประดับประดาด้วยผลงานจากศิลปินหลากหลายประเทศ ภาพผืนใหญ่ที่โดดเด่นกว่าใครเป็นภาพของ Alessandro Kokocinski ศิลปินชาวอิตาลี ข้างกันเป็นผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังไม่นับรวมหนังสือกองมหึมา และประติมากรรมหลากไซส์ ราวกับได้เข้าเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

รอบๆ ห้องยังเต็มไปด้วยพรมหลายขนาด หลากที่มา ทั้งจีน ทิเบต เนปาล อินเดีย บางชิ้นอายุมากกว่า 600 ปี เป็นของสะสมอีกประเภทที่เขาบอกว่ามีมากจนกำลังเตรียมจดบันทึกเอาไว้กันลืม

“บ้านที่อยู่เป็นของพ่อตา สร้างมากว่าแปดสิบปีแล้ว พอเรามาอยู่ก็เลยเต็มไปด้วยของที่มีความทรงจำและประสบการณ์จากการเดินทาง ตอนแต่งเริ่มจากเลือกพรมก่อนเลย เพราะถ้ามีพรมอยู่ในบ้านจะรู้สึกว่าสวยงามทันที ทุกอย่างที่เติมเข้ามาทีหลังมันก็ง่าย

“อีกอย่างคือบ้านไม้ในเมืองไทย ต้องปูพื้นให้ห่างกันหน่อยเพื่อให้ลมลอดช่องเข้ามา ทำให้บ้านเย็น เลยต้องมีพรมปูไว้ด้วย” เขาเริ่มต้นเล่าพลางชี้ชวนให้เราดูและทายอายุกับที่มาของพรม ก่อนเฉลยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า พรมจากจีนใต้เท้าเราขณะนี้อายุกว่า 150 ปี

นอกจากพรม อีกหนึ่งความทรงจำในบ้านถูกเก็บผ่านงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับถวัลย์มาทั้งชีวิต เราไปเที่ยวด้วยกันทั้ง เมียนมา ทิเบต เนปาล บาหลี ในห้องนี้มีภาพที่วาดเมื่อ ค.ศ. 1967 เขาวาดที่ฮอลแลนด์ โต๊ะไม้ตัวนี้ก็เป็นงานแกะสลักลงทอง ภาพนกฮูกในห้องทำงานคุณเฮเลนด้วย และมีภาพสเกตช์เล่นๆ อีกหลายชิ้นที่เขายกให้” เขาเล่าพลางลุกขึ้นพาเราเดินชมห้องเก็บของสะสมอีกสองห้องในบ้าน ที่มีทั้งเครื่องเคลือบโบราณ ถ้วยโถโอชาม งานปั้น และงานแกะสลักนับชิ้นไม่ถ้วน

แน่นอน เราถามถึงชิ้นไหน เขาเล่าที่มาที่ไปได้ทุกชิ้น

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“บ้านหลังนี้ก็เป็นแบบที่คิดไว้ว่าเราอยากอยู่แบบนี้ที่ไทย แต่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เจออะไรก็จับมาเก็บไว้บ้าง ตอนเช้าเพิ่งทำไฟในห้องน้ำใหม่ จะได้เห็นของชัดๆ 

“เดี๋ยวพาไปดู เป็นห้องน้ำที่ไม่เคยพาใครเข้ามามาก่อน” หลังพูดจบเขาก้าวเท้าเดินนำหน้าพาเราผ่านประตูเล็กเข้าไปยังโซนพื้นที่ส่วนตัว

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมชอบห้องน้ำใหญ่ๆ ตรงนี้เป็นส่วนเอาต์ดอร์ ต้นไทรนี้เพิ่งซื้อมาปลูกได้ประมาณสามปี โตเร็วมาก รากเลื้อยเกาะเต็มกำแพงแล้ว”

“ไม่ค่อยมีหรอกงู” เขารีบเอ่ยคล้ายอ่านสายตาเราออก

“ห้าปีจะเจอครั้งหนึ่ง เมื่อก่อนก็ไม่มี แต่บ้านเรามีวรนุชมากกว่า มากินเป็ด กินปลาหมด ไม่มีเหลือเลย ” คุณรอล์ฟต่อบทสนทนาด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ ระหว่างทางที่พาเราเดินไปสู่ยุ้งฉางริมน้ำ

และยังชอบบ้านไทยอยู่

สมัยก่อน ยุ้งฉางหรือที่คนเมืองเหนือเรียกว่า หลองข้าว มักปลูกไว้คู่กับเรือน นอกจากไว้เก็บข้าวแล้วยังเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ โดยมากเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง บางแห่งสูงกว่าเรือนก็มี ส่วนเสามักมีขนาดใหญ่ ว่ากันว่าไว้ป้องกันช้างเข้ามาทำลายเพื่อกินข้าว หลองข้าวส่วนใหญ่มีระเบียงล้อมรอบ หลังคาจั่วจึงลาดต่ำคลุมมาถึงระเบียง และมุงด้วยดินขอ (กระเบื้องดินเผาปลายตัด) ผู้มีฐานะมั่งคั่งมักประดับลวดลายไม้แกะสลักหรือไม้ฉลุไว้ตรงหน้าจั่วและระเบียงด้วย

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“เมื่อประมานสี่สิบห้าปีก่อน ไปเจอแม่เลี้ยงชาวเชียงใหม่ ผมถามว่าอยากจะขายห้าพันบาทจริงๆ เหรอ เธอก็บอกว่าซื้อเถอะ เธออยากจะสร้างบ้านคอนกรีต เลยรู้ว่าถ้าเราไม่ซื้อคนอื่นก็ต้องซื้อ

“ตกลงกันเรียบร้อยก็ถอดมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ เราเก็บของเดิมไว้ทุกอย่าง ไม้ที่เห็นนี่เป็นของเก่าหมด แล้วก็ใช้ช่างไม้ไทยจริงๆ มาประกอบให้ โดยมีหัวหน้าเป็นคนที่สร้างบ้านจิม ทอมป์สัน ตอนสร้าง เขาก็โทรเรียกเพื่อนมาช่วยกันทำนับสิบคน อยู่ด้วยกันกว่าหกเดือน ใช้เงินอีกราวสามหมื่นบาท

“ก่อนลงเสาแรก ต้องทำพิธีขอปลูก ช่างเขารู้เรื่องนี้ดี ก็แนะนำเราว่าต้องทำพิธีตามความเชื่อ ทำไม่ดีก็จะเจอเรื่องไม่ดี อยู่มาก็ยังไม่เจอเรื่องไม่ดีเลย สิบปีแรกยังไม่มีแอร์ มาติดทีหลัง”

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

หลังปรุงเรือนไทยขึ้นใหม่ในบริเวณบ้านเสร็จอย่างที่ตั้งใจ เขาเลือกกรุกระจกแทนฝาผนังเดิม เพื่อเปิดรับวิวสวนซึ่งกลายเป็นภาพศิลปะที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ และใช้ที่นี่เป็นเรือนรับรองแขกที่มารับประทานอาหาร

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ถ้ามีโอกาส อยากมีบ้านเรือนไทยเพิ่มอีกไหม” เราถาม

“ผมยังมีเรือนไทยประกอบแล้วอีกเจ็ดแปดหลังอยู่ที่รังสิต ปกติผมงานเยอะ ไม่ค่อยว่าง เดินทางบ่อย ช่วงนี้มีเวลา ไปเยี่ยมสองสามครั้ง ไปดูว่าจะต้องบูรณะอีกมั้ย ผมกำลังคิดอยากทำอะไรเพิ่ม

“ผมคิดอยากทำสปาโดยใช้ยาสมุนไพรดีๆ ของไทย แต่ยังหาที่ที่มีน้ำพุร้อนไม่ได้ ถ้าเจอก็จะซื้อ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลังเล

แบรนด์สัญชาติไทย

ของในบ้านแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนความชอบในงานฝีมือและงานศิลป์ เช่นเดียวกับแนวความคิดของแบรนด์ Lotus Arts de Vivre ที่รวบรวมวัฒนธรรมและเทพปกรณัมฝั่งเอเชียมาสร้างสรรรค์เป็นงานหัตถกรรมด้วยเทคนิคพื้นเมือง ประกอบเข้ากับความงดงามโดยเนื้อแท้ของวัสดุจากธรรมชาติมากว่า 38 ปี

บางชิ้นต้องเดินทางไปอินเดียเพื่อเจียระไนอัญมณี บางชิ้นไปอินโดนีเซียเพื่อแกะสลักงานไม้ ไปญี่ปุ่นตามหางานเครื่องเขินแนวมากิเอะ ไปจีนเพื่อสร้างงานเครื่องเขินลงรักทาชาด และที่สำคัญ คือเดินทางไปทั่วไทยเพื่อนำเทคนิคช่างฝีมือเหนือจรดใต้มาประกอบในชิ้นงานด้วย อย่างเช่น การสร้างงานเครื่องถม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากทางภาคใต้

“สมัยก่อนผมโชคดีที่ได้เข้าร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ได้เจออาจารย์หลายท่าน ได้ถาม ได้เรียนรู้ แรกๆ อะไรที่ไม่รู้ก็จะออกไปตามหาจนเจอคนที่เขารู้จักวิธีทำ ไปศึกษากับชุมชนท้องถิ่นอยู่เสมอ ไกลแค่ไหนก็ขับรถไป

“เราได้รับความรู้มา ก็อยากส่งต่อ จนถึงตอนนี้เรายังเคารพวัฒนธรรมเก่าแก่อยู่เสมอ และจะทำให้งานของเราเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์องค์ความรู้งานหัตถกรรมไทยต่อไป”

เราว่างานออกแบบของเขาแต่ละชิ้น หาใช่สวยเพียงมองจากสายตาหรือมูลค่าอย่างเดียว เพราะหลังได้ฟังเรื่องราวแล้ว คุณค่าซึ่งสะท้อนความตั้งใจอันดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นก็งามสง่าไม่แพ้กัน

ถ่ายทอดความเป็นไทย

ลืมบอกเลยว่าตลอดการสนทนา เราคุยกันด้วยภาษาไทย คุณรอล์ฟพูดภาษาไทยเก่งมาก เขาแอบเล่าให้ฟังว่า เมื่อมาถึงเขาเรียนภาษาจีนแมนดารินก่อน แต่พบว่าไม่มีใครใช้ จึงเปลี่ยนมาเรียนภาษาไทยวันละ 1 ชั่วโมงทุกเช้า โดยมีครูมาสอนที่บ้าน เรียนอยู่ 10 ปี จนพูดได้คล่องและพออ่านออก

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“มุมนี้ตอนเช้าจะมานั่งจิบกาแฟ ดีใจมากที่มีบ้านแบบนี้ เมื่อก่อนไม่สนใจบ้านเท่าไหร่ เพราะว่าไปทำงาน ที่ผ่านมา ผมเดินทางสองร้อยวันต่อปี ตอนนี้เหมือนได้กลับมามองบ้านตัวเอง” เขานั่งลงและทอดสายตาจากมุมอ่านหนังสือของบ้านไปยังยุงฉาง แล้วปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงสักครู่ ก่อนเล่าต่อ

“พอได้กลับมาอยู่บ้านนานๆ ก็รู้สึกว่ารักบ้านตัวเองมากขึ้น

“และยังมีเวลาเขียนบล็อก เพราะว่าผมแก่แล้ว เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เราเจอ ประสบการณ์ หรือบางทีก็ไม่มีแล้ว เมื่อยังไม่เป็นอัลไซเมอร์ ก็อยากจะเขียนไว้ (หัวเราะ) อันแรกเป็นเรื่อง Thainess สองเป็นเรื่องอาหาร อันต่อไปเป็นเรื่องการนอน

“ผมชอบเมืองไทย ชอบอาหารไทย โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยา มันเหมือนกับพาสต้าเลย คุณเฮเลนก็ทำอาหารเก่งมากๆ มีคนบอกว่าผมเป็นคนไทยไปแล้ว ผมว่าผมยังเป็นฝรั่งอยู่นะ มีพาสปอร์ตฝรั่งมันเปลี่ยนไม่ได้ แต่โชคดีมากกว่าที่ได้มาอยู่ที่นี่

“ผมว่าวัฒนธรรมไทยมีหลายอย่างที่วัฒนธรรมตะวันตกไม่มี ซึ่งดี และยังเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก

“แค่คุณเอากิ่งต้นไม้มาปักลงดินก็เจริญงอกงามแล้ว” 

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

บ่ายวันที่อากาศร้อนพอให้เหงื่อชุ่ม เรายืนหน้ารั้วสีเขียวสูงใหญ่ ที่มองภายนอกแทบดูไม่ออกเลยว่าจะซ่อนเรือนไทยหลังงามไว้หลายหลัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

สองหลังที่เราตั้งใจมาเยี่ยมในวันนี้ หลังแรกเป็นบ้านของ คุณรอล์ฟ วอน บูเรน เจ้าของ Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์) ธุรกิจจิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ส่วนอีกหลังเป็นยุ้งฉางเก่าจากภาคเหนือที่เขารับมาปัดฝุ่นปรุงขึ้นใหม่ในบริเวณบ้าน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เราเดินตามทางเดินเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ผ่านสวนที่รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ เพื่อพบกับชายวัย 80 ที่ยืนยิ้มอย่างอบอุ่นและรอต้อนรับเราอยู่แล้ว

เขาเชื้อเชิญให้เรานั่งมุมชิดกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นเรือนหลังงามนั้น และเริ่มต้นเล่าเรื่องชีวิตในเมืองไทย ในบ้าน ในที่ที่เขาอยากอยู่ให้ฟัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เมืองไทยคือบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อ 57 ปีก่อน บริษัทเฮิกซ์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ใหญ่ของเยอรมนี ส่งคุณรอล์ฟในวัย 22 ปีมาประจำการในตำแหน่งเซลล์ขายสีย้อมผ้า

คุณรอล์ฟในวันนั้น คิดว่าจะได้มาประจำอยู่ที่ไทยแค่ 3 – 4 ปี หรือหากมีสัญญารอบที่ 2 ก็เพียง 8 ปีเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดว่าจะได้อยู่นานเกินไปกว่านี้

หลังจากหมดสัญญา บริษัทเตรียมส่งเขาไปประจำการที่เกาหลีใต้ ทำให้เขาตัดสินใจลาออก พร้อมตั้งบริษัทนำเข้าสีย้อมผ้าและเครื่องจักรผลิตผ้าของตัวเองในไทย โดยเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเฮิสต์ไปด้วย

วันหนึ่งเพื่อนชักชวนให้เขาเช่าพื้นที่ใต้โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ) เพื่อเปิดเป็นร้านทำธุรกิจอะไรสักอย่าง จากเซลล์หนุ่มซึ่งห่างไกลจากวงการจิวเวลรี่และของแต่งบ้าน โชคชะตา (และภรรยา) พาจับพลัดจับผลูให้เขาก้าวขาเข้ามาทำธุรกิจนี้ทั้งที่ไม่เคยแพลนไว้มาก่อน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

แรกเริ่ม เขาและ เฮเลน วอน บูเรน ผู้เป็นภรรยา สรรหาเครื่องประดับที่เธอชอบมาออกแบบใหม่และวางขาย ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าแต่ละชิ้นล้วนดีไซน์แปลกจนไม่น่าจะขายได้ แต่ทั้งคู่ชอบ ก่อนก่อตั้งแบรนด์ Lotus Arts de Vivre เต็มตัว

และจนถึงวันนี้ที่กินเวลาเกินครึ่งศตวรรษ เมืองไทยกลายเป็นบ้านของเขาเสียแล้ว

อยู่บ้านไทย

ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยข้าวของมากเรื่องราว ผนังรอบด้านประดับประดาด้วยผลงานจากศิลปินหลากหลายประเทศ ภาพผืนใหญ่ที่โดดเด่นกว่าใครเป็นภาพของ Alessandro Kokocinski ศิลปินชาวอิตาลี ข้างกันเป็นผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังไม่นับรวมหนังสือกองมหึมา และประติมากรรมหลากไซส์ ราวกับได้เข้าเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

รอบๆ ห้องยังเต็มไปด้วยพรมหลายขนาด หลากที่มา ทั้งจีน ทิเบต เนปาล อินเดีย บางชิ้นอายุมากกว่า 600 ปี เป็นของสะสมอีกประเภทที่เขาบอกว่ามีมากจนกำลังเตรียมจดบันทึกเอาไว้กันลืม

“บ้านที่อยู่เป็นของพ่อตา สร้างมากว่าแปดสิบปีแล้ว พอเรามาอยู่ก็เลยเต็มไปด้วยของที่มีความทรงจำและประสบการณ์จากการเดินทาง ตอนแต่งเริ่มจากเลือกพรมก่อนเลย เพราะถ้ามีพรมอยู่ในบ้านจะรู้สึกว่าสวยงามทันที ทุกอย่างที่เติมเข้ามาทีหลังมันก็ง่าย

“อีกอย่างคือบ้านไม้ในเมืองไทย ต้องปูพื้นให้ห่างกันหน่อยเพื่อให้ลมลอดช่องเข้ามา ทำให้บ้านเย็น เลยต้องมีพรมปูไว้ด้วย” เขาเริ่มต้นเล่าพลางชี้ชวนให้เราดูและทายอายุกับที่มาของพรม ก่อนเฉลยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า พรมจากจีนใต้เท้าเราขณะนี้อายุกว่า 150 ปี

นอกจากพรม อีกหนึ่งความทรงจำในบ้านถูกเก็บผ่านงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับถวัลย์มาทั้งชีวิต เราไปเที่ยวด้วยกันทั้ง เมียนมา ทิเบต เนปาล บาหลี ในห้องนี้มีภาพที่วาดเมื่อ ค.ศ. 1967 เขาวาดที่ฮอลแลนด์ โต๊ะไม้ตัวนี้ก็เป็นงานแกะสลักลงทอง ภาพนกฮูกในห้องทำงานคุณเฮเลนด้วย และมีภาพสเกตช์เล่นๆ อีกหลายชิ้นที่เขายกให้” เขาเล่าพลางลุกขึ้นพาเราเดินชมห้องเก็บของสะสมอีกสองห้องในบ้าน ที่มีทั้งเครื่องเคลือบโบราณ ถ้วยโถโอชาม งานปั้น และงานแกะสลักนับชิ้นไม่ถ้วน

แน่นอน เราถามถึงชิ้นไหน เขาเล่าที่มาที่ไปได้ทุกชิ้น

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“บ้านหลังนี้ก็เป็นแบบที่คิดไว้ว่าเราอยากอยู่แบบนี้ที่ไทย แต่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เจออะไรก็จับมาเก็บไว้บ้าง ตอนเช้าเพิ่งทำไฟในห้องน้ำใหม่ จะได้เห็นของชัดๆ 

“เดี๋ยวพาไปดู เป็นห้องน้ำที่ไม่เคยพาใครเข้ามามาก่อน” หลังพูดจบเขาก้าวเท้าเดินนำหน้าพาเราผ่านประตูเล็กเข้าไปยังโซนพื้นที่ส่วนตัว

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมชอบห้องน้ำใหญ่ๆ ตรงนี้เป็นส่วนเอาต์ดอร์ ต้นไทรนี้เพิ่งซื้อมาปลูกได้ประมาณสามปี โตเร็วมาก รากเลื้อยเกาะเต็มกำแพงแล้ว”

“ไม่ค่อยมีหรอกงู” เขารีบเอ่ยคล้ายอ่านสายตาเราออก

“ห้าปีจะเจอครั้งหนึ่ง เมื่อก่อนก็ไม่มี แต่บ้านเรามีวรนุชมากกว่า มากินเป็ด กินปลาหมด ไม่มีเหลือเลย ” คุณรอล์ฟต่อบทสนทนาด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ ระหว่างทางที่พาเราเดินไปสู่ยุ้งฉางริมน้ำ

และยังชอบบ้านไทยอยู่

สมัยก่อน ยุ้งฉางหรือที่คนเมืองเหนือเรียกว่า หลองข้าว มักปลูกไว้คู่กับเรือน นอกจากไว้เก็บข้าวแล้วยังเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ โดยมากเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง บางแห่งสูงกว่าเรือนก็มี ส่วนเสามักมีขนาดใหญ่ ว่ากันว่าไว้ป้องกันช้างเข้ามาทำลายเพื่อกินข้าว หลองข้าวส่วนใหญ่มีระเบียงล้อมรอบ หลังคาจั่วจึงลาดต่ำคลุมมาถึงระเบียง และมุงด้วยดินขอ (กระเบื้องดินเผาปลายตัด) ผู้มีฐานะมั่งคั่งมักประดับลวดลายไม้แกะสลักหรือไม้ฉลุไว้ตรงหน้าจั่วและระเบียงด้วย

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“เมื่อประมานสี่สิบห้าปีก่อน ไปเจอแม่เลี้ยงชาวเชียงใหม่ ผมถามว่าอยากจะขายห้าพันบาทจริงๆ เหรอ เธอก็บอกว่าซื้อเถอะ เธออยากจะสร้างบ้านคอนกรีต เลยรู้ว่าถ้าเราไม่ซื้อคนอื่นก็ต้องซื้อ

“ตกลงกันเรียบร้อยก็ถอดมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ เราเก็บของเดิมไว้ทุกอย่าง ไม้ที่เห็นนี่เป็นของเก่าหมด แล้วก็ใช้ช่างไม้ไทยจริงๆ มาประกอบให้ โดยมีหัวหน้าเป็นคนที่สร้างบ้านจิม ทอมป์สัน ตอนสร้าง เขาก็โทรเรียกเพื่อนมาช่วยกันทำนับสิบคน อยู่ด้วยกันกว่าหกเดือน ใช้เงินอีกราวสามหมื่นบาท

“ก่อนลงเสาแรก ต้องทำพิธีขอปลูก ช่างเขารู้เรื่องนี้ดี ก็แนะนำเราว่าต้องทำพิธีตามความเชื่อ ทำไม่ดีก็จะเจอเรื่องไม่ดี อยู่มาก็ยังไม่เจอเรื่องไม่ดีเลย สิบปีแรกยังไม่มีแอร์ มาติดทีหลัง”

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

หลังปรุงเรือนไทยขึ้นใหม่ในบริเวณบ้านเสร็จอย่างที่ตั้งใจ เขาเลือกกรุกระจกแทนฝาผนังเดิม เพื่อเปิดรับวิวสวนซึ่งกลายเป็นภาพศิลปะที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ และใช้ที่นี่เป็นเรือนรับรองแขกที่มารับประทานอาหาร

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ถ้ามีโอกาส อยากมีบ้านเรือนไทยเพิ่มอีกไหม” เราถาม

“ผมยังมีเรือนไทยประกอบแล้วอีกเจ็ดแปดหลังอยู่ที่รังสิต ปกติผมงานเยอะ ไม่ค่อยว่าง เดินทางบ่อย ช่วงนี้มีเวลา ไปเยี่ยมสองสามครั้ง ไปดูว่าจะต้องบูรณะอีกมั้ย ผมกำลังคิดอยากทำอะไรเพิ่ม

“ผมคิดอยากทำสปาโดยใช้ยาสมุนไพรดีๆ ของไทย แต่ยังหาที่ที่มีน้ำพุร้อนไม่ได้ ถ้าเจอก็จะซื้อ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลังเล

แบรนด์สัญชาติไทย

ของในบ้านแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนความชอบในงานฝีมือและงานศิลป์ เช่นเดียวกับแนวความคิดของแบรนด์ Lotus Arts de Vivre ที่รวบรวมวัฒนธรรมและเทพปกรณัมฝั่งเอเชียมาสร้างสรรรค์เป็นงานหัตถกรรมด้วยเทคนิคพื้นเมือง ประกอบเข้ากับความงดงามโดยเนื้อแท้ของวัสดุจากธรรมชาติมากว่า 38 ปี

บางชิ้นต้องเดินทางไปอินเดียเพื่อเจียระไนอัญมณี บางชิ้นไปอินโดนีเซียเพื่อแกะสลักงานไม้ ไปญี่ปุ่นตามหางานเครื่องเขินแนวมากิเอะ ไปจีนเพื่อสร้างงานเครื่องเขินลงรักทาชาด และที่สำคัญ คือเดินทางไปทั่วไทยเพื่อนำเทคนิคช่างฝีมือเหนือจรดใต้มาประกอบในชิ้นงานด้วย อย่างเช่น การสร้างงานเครื่องถม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากทางภาคใต้

“สมัยก่อนผมโชคดีที่ได้เข้าร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ได้เจออาจารย์หลายท่าน ได้ถาม ได้เรียนรู้ แรกๆ อะไรที่ไม่รู้ก็จะออกไปตามหาจนเจอคนที่เขารู้จักวิธีทำ ไปศึกษากับชุมชนท้องถิ่นอยู่เสมอ ไกลแค่ไหนก็ขับรถไป

“เราได้รับความรู้มา ก็อยากส่งต่อ จนถึงตอนนี้เรายังเคารพวัฒนธรรมเก่าแก่อยู่เสมอ และจะทำให้งานของเราเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์องค์ความรู้งานหัตถกรรมไทยต่อไป”

เราว่างานออกแบบของเขาแต่ละชิ้น หาใช่สวยเพียงมองจากสายตาหรือมูลค่าอย่างเดียว เพราะหลังได้ฟังเรื่องราวแล้ว คุณค่าซึ่งสะท้อนความตั้งใจอันดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นก็งามสง่าไม่แพ้กัน

ถ่ายทอดความเป็นไทย

ลืมบอกเลยว่าตลอดการสนทนา เราคุยกันด้วยภาษาไทย คุณรอล์ฟพูดภาษาไทยเก่งมาก เขาแอบเล่าให้ฟังว่า เมื่อมาถึงเขาเรียนภาษาจีนแมนดารินก่อน แต่พบว่าไม่มีใครใช้ จึงเปลี่ยนมาเรียนภาษาไทยวันละ 1 ชั่วโมงทุกเช้า โดยมีครูมาสอนที่บ้าน เรียนอยู่ 10 ปี จนพูดได้คล่องและพออ่านออก

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“มุมนี้ตอนเช้าจะมานั่งจิบกาแฟ ดีใจมากที่มีบ้านแบบนี้ เมื่อก่อนไม่สนใจบ้านเท่าไหร่ เพราะว่าไปทำงาน ที่ผ่านมา ผมเดินทางสองร้อยวันต่อปี ตอนนี้เหมือนได้กลับมามองบ้านตัวเอง” เขานั่งลงและทอดสายตาจากมุมอ่านหนังสือของบ้านไปยังยุงฉาง แล้วปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงสักครู่ ก่อนเล่าต่อ

“พอได้กลับมาอยู่บ้านนานๆ ก็รู้สึกว่ารักบ้านตัวเองมากขึ้น

“และยังมีเวลาเขียนบล็อก เพราะว่าผมแก่แล้ว เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เราเจอ ประสบการณ์ หรือบางทีก็ไม่มีแล้ว เมื่อยังไม่เป็นอัลไซเมอร์ ก็อยากจะเขียนไว้ (หัวเราะ) อันแรกเป็นเรื่อง Thainess สองเป็นเรื่องอาหาร อันต่อไปเป็นเรื่องการนอน

“ผมชอบเมืองไทย ชอบอาหารไทย โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยา มันเหมือนกับพาสต้าเลย คุณเฮเลนก็ทำอาหารเก่งมากๆ มีคนบอกว่าผมเป็นคนไทยไปแล้ว ผมว่าผมยังเป็นฝรั่งอยู่นะ มีพาสปอร์ตฝรั่งมันเปลี่ยนไม่ได้ แต่โชคดีมากกว่าที่ได้มาอยู่ที่นี่

“ผมว่าวัฒนธรรมไทยมีหลายอย่างที่วัฒนธรรมตะวันตกไม่มี ซึ่งดี และยังเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก

“แค่คุณเอากิ่งต้นไม้มาปักลงดินก็เจริญงอกงามแล้ว” 

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) แต่ก็ห่างถนนใหญ่พอสมควรสำหรับกิจการคาเฟ่ 

ลัดเลี้ยวเข้าซอยท้าวสุระ 3 ราว 300 เมตร หลังประตูเหล็กสีดำสูงใหญ่ บดบังสายตาอีกชั้นด้วยกำแพงธรรมชาติสีเขียว คือ 382space คาเฟ่และบ้านในสวนหลังเล็กของ เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจสร้างบ้านเองกับมือ เขาว่ามันเป็นบ้านหลังแรก ถ้าไม่ทำวันนั้น คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำคาเฟ่ไว้ใต้ถุนบ้าน เขาว่าหากมันเจ๊งก็ยังเหลือบ้านอยู่

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำสวนแบบป่า เขาว่าอยากให้ต้นไม้ดูแลกันเองบ้าง ลำพังตื่นตี 4 มารดน้ำต้นไม้ในโรงเรือนและรอบๆ ก็ปันเวลาแห่งความสุขไปกว่า 6 ชั่วโมง

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำทุกอย่างที่ชอบ เขาว่าเพื่อให้ได้อยู่ที่บ้านกับคนที่รัก

หาใช่แค่วาฑิตติดบ้าน เขายังติดดินด้วย

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่กลับมาสร้าง

7 ปีให้หลัง เน็ตและฮุ้งกลับจากอังกฤษ พวกเขาพกเงินหนึ่งก้อนที่เก็บหอมรอบริบจากการทำงานศิลปะ คาเฟ่ และเป็นแฮนดี้แมนรับซ่อมแซมบ้าน ตรงกลับนครราชสีมา พร้อมฝันแรกที่อยากทำกิจการคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ส่วนฝันถึงการขายต้นไม้เป็นอย่างที่สองเพิ่งงอกจากงานอดิเรก

มั่นใจแน่ๆ แล้วว่าจะสร้างบ้าน ทั้งเน็ตและฮุ้งทยอยเก็บภาพมุมที่ชอบไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง โชคดีที่ทั้งสองหลงใหลเหล็ก อิฐ ไม้ โดยปล่อยเปลือยสัจจะวัสดุ และโชว์โครงสร้างแบบอินดัสเทรียลเหมือนกัน ประกอบกับมีไม้เก่าจากการรื้อบ้าน และคุณตายังซื้อไม้เก็บไว้ให้ลูกหลานตามขนบคนโบราณ

ผลที่ได้คือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ แปลนสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เพราะตั้งใจหลบต้นไม้และบ่อปลา ด้านบนเป็นส่วนอยู่อาศัย ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ข้างกันมีห้อง Reading Room ไว้ให้สมาชิกคาเฟ่มานั่งทำงาน อ่านหนังสือเงียบๆ ได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“ฟังก์ชันมาก่อน” ชายสวมเสื้อสีเขียวปอนๆ เพิ่งวางมือจากสวนมาเริ่มต้นเล่าให้ฟัง

“คิดว่าจะทำบ้านสเกลไม่ใหญ่อยู่แล้ว อยู่ห้องเช่าที่นู่น เราชินกับการทำทุกอย่างในห้องเดียวกัน ขนาดล้างฟิล์ม อัดรูปก็ทำในนั้น มีครัว ห้องนอน ครัวก็ครัวนั้น ข้างบนเลยออกแบบบ้านเป็น Open Plan เพดานสูง ไม่กั้นห้องเลย มีที่นอน มีครัวเล็กๆ ไว้ทำอะไรกินนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนั่งเล่นไว้ดูทีวีนี่เพิ่งเพิ่มขึ้นมา แต่ก่อนไม่มีเพราะเราคิดว่าไม่จำเป็น หลังๆ ฮุ้งเขาพักผ่อนด้วยการดูซีรีส์ ผมก็ดูด้วยบางเรื่อง

“ตั้งใจไม่ติดแอร์ กะว่าลมร้อนให้ระบายขึ้น บางวันร้อนหนักๆ ก็ลงมานอนในคาเฟ่บ้าง นอนใน Reading Room บ้าง ปีหนึ่งมีวันที่ทนไม่ไหวอยู่ไม่เกินอาทิตย์ ร่างกายจะรู้เองว่ามันนอนไม่หลับ เรามีอุปกรณ์แคมปิ้ง ก็หอบถุงนอนลงมา” เน็ตเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

สำรวจห้องไม้สีขาวด้วยสายตาจะเห็นดีเทลที่ทั้งคู่แอบซ่อนไว้ เช่น หน้าต่างสามเหลี่ยมใต้คานอยากมีไว้ให้แสงเข้า แต่ช่างบอกทำไม่ได้หรอก เขาเลยทำเองให้ดูซะเลย ที่เก็บจักรยานเหนือฝ้าห้องน้ำ ช่วยประหยัดพื้นที่และกลายเป็น Installation อย่างแนบเนียน พื้นไม้ไม่ปิดผิวรอยตะปูเก่า ที่เขาว่าอยากเก็บไว้อย่างนั้น ก็เพราะมีเรื่องราวของมันให้นึกถึง

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ความโชคดีที่ปลูกข้างบ้านคุณพ่อคุณแม่ บางส่วนจึงอาศัยใช้ร่วมกัน เช่น พื้นที่ซักล้างใช้ร่วมกันได้ ครัวใหญ่ และไม่ใช่แค่ชั้นบนที่ทำสเกลๆ เล็ก คาเฟ่ก็เช่นกัน บาร์ขนาด 2 คน โต๊ะเก้าอี้น้อยชิ้น แต่เกือบทุกชิ้นเจ้าตัวลงมือประกอบขึ้นเอง วางเข้ามุมอย่างพอดี เพื่อลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็ก อิฐเปลือย ปูนเปลือย เขากรุกระจก 3 ด้านแทนผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติ สร้างความโปร่งโล่ง มองลอดเฟรมกระจกออกไปเห็นต้นไม้ในสวนสวย ประดับแทนภาพศิลปะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 70 ตารางเมตร ใช้เวลาสร้างราวปีกว่า ที่นานขนาดนั้นเพราะเน็ตลงมือสร้างเอง ตั้งแต่เขียนแบบด้วยวิธีวาดเป็นภาพศิลปะ แล้วให้เพื่อนสถาปนิกเติมเรื่องโครงสร้าง มีคุณพ่อรับบทเป็นนายช่างใหญ่ กับลูกมือ 5 คน 

2 ใน 5 คือเน็ตและฮุ้ง

บ้านที่มากกว่าบ้าน

“ในความรู้สึกเรา มันมากกว่าการสร้างบ้าน เราใส่รายละเอียดของบ้านได้ทุกอย่าง เป็นคนเลือกให้มันออกมาเป็นแบบไหน ตะปูจะตอกยังไง น็อตจะขันยังไง ไม้ลายฝั่งไหน อย่างก่อผนังอิฐ ช่องไฟต้องเท่านี้ ต้องเอาฝั่งที่ไม่มีลายออก กระเบื้องดินเผาที่ปูพื้น ถ้าเป็นช่างคงปูไปเลย แต่เรากับฮุ้งเอากระเบื้องออกมาเรียงให้ลาย สี จังหวะ มันกระจายสวยก่อน 

“ขนาดเราเรียงไว้เสร็จแล้ว ช่างยังปูเป็นคลื่น ก็เลยรื้อปูใหม่ กับกระเบื้องหลังคาเจาะไม่เรียงตรงกัน เราต้องมาตีเส้นใหม่ ใช้เชือกขึง ซึ่งไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว แม้แต่เราทำเสร็จก็ไม่ได้ไปเห็นอีกเลย” ชายเจ้าของบ้านผู้อยู่ในทุกกระบวนการว่าขำๆ ก่อนสารภาพอีกเหตุผลที่เวลาบานปลายว่าถ้าไม่ได้ดั่งใจ ส่วนใหญ่จะรื้อทำใหม่ 

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราคิดว่าจะทำครั้งเดียว ถ้าปล่อยผ่านมันไม่มีโอกาสกลับมาแก้ แต่ก็เชื่อนะว่า ไปสักพักเราก็จะชินกับมัน ณ ตอนนั้นเราก็อยากแก้ เพราะทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ซื้อบ้านสำเร็จรูป มันเป็นสิ่งที่เราค่อยๆ ทำให้โตขึ้น สิ่งนี้ค่อนข้างพิเศษสำหรับเรา และเห็นเรื่องราวเวลาที่มองบ้าน เห็นตัวเราอยู่ในนั้น” 

ถึงอย่างไรการทำเอง ก็ช่วยเซฟทั้งค่าแรงและค่าวัสดุอยู่ดี

ส่วนคาเฟ่ ในชื่อ 382space ก็ตั้งใจให้มีขนาด 2 คนดูแลไหว จากประสบการณ์เป็นลูกมือคาเฟ่เล็กๆ ที่เจ้าของร้านทำเอง และพอมองเห็นช่องว่ามันรันไปต่อเองได้ 

(มีเสียงแว่วๆ มาว่าพอมีคนมามากกว่าที่คิด ได้น้องสตาฟมาช่วย ก็อยากย้อนกลับไปทำบาร์ใหญ่ขึ้น)

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ที่นี่ พวกเขาใช้ระบบสมาชิก มีรหัสในการเข้าประตู และเข้าไปใช้งาน Reading Room ได้ตามต้องการ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะเน็ตชอบในบรรยากาศ Chelsea Arts Club ที่เขาเคยสัมผัส ความแปลกของคลับแห่งนี้ คือ ให้แต่สมาชิกผู้ทำงานสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน ครีเอทีฟ สถาปนิก นักดนตรี เท่านั้นที่เข้าไปใช้งานได้ โดยมีกฎเหล็กข้อสำคัญคือ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ห้ามใช้มือถือ ห้ามกางคอมพิวเตอร์ทำงาน แต่กลับดื่มกาแฟได้ ดื่มเบียร์ได้ ซึ่งในความคิดเขา ถือว่าเป็นการขอที่มาก แต่คนผู้โหยหาสถานที่แบบนี้ก็ยังมาเจอกันได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราชอบไอเดียของคนเข้ามาใช้พื้นที่หนึ่งบนข้อตกลงเดียวกัน ได้เห็นคนนั่งคุยกัน นั่งอ่านหนังสือ โห มีเสน่ห์มาก โคตรเท่ คนก็ยอมรับที่มันเป็น เราก็เลยคิดว่าถ้าเราจะทำบ้างมันเป็นไปได้ อย่างน้อยให้คนได้ทำความเข้าใจแนวทางของร้านก่อน พอเขารู้คาแรกเตอร์ของร้าน คนที่ต้องการบรรยากาศเงียบๆ นั่งชิลล์ๆ ในสวน ก็จะมาร้านเรา

“กฎของร้านเราก็ไม่ได้ขออะไรมาก งดสูบบุหรี่ พาลูกมาก็ดูแลลูก เวลากฎเยอะคนจะรู้สึกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วเราก็ขออะไรที่มันเป็นคอมมอนเซนส์ในการไปพื้นที่สาธารณะ เราแค่ต้องการให้คนอื่นรักษาสิ่งที่เราตั้งใจทำมากๆ พอๆ กับที่เราดูแล โดยหลักการเราไม่ได้ไม่อยากให้คนมา ดังนั้น สมาชิกจะพาเพื่อนมากี่คนก็ได้”

นอกจากข้อดีกับคนที่เข้ามาจะได้รู้จักตัวตนของ 382space และเป็นหูเป็นตาให้กับร้านแล้ว ระบบนี้ยังเป็นฐานข้อมูลเพื่อติดตาม COVID-19 ส่วนใครที่ไม่สะดวกหรือเป็นขาจร ก็มีระบบบัตรชั่วคราวให้แลก โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก

บ้านที่อยากให้คนมาเยี่ยม

หากอยู่ท่ามกลางธุรกิจคาเฟ่จะรู้กันดีว่า ต้นทุนในกาแฟหนึ่งแก้วมักบวกค่าสถานที่เข้าไปแล้ว และยิ่งลูกค้านั่งนาน ก็ยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรับลูกค้าใหม่ๆ แต่สำหรับเจ้าของร้านในบ้านอย่างเน็ตและฮุ้งกลับไม่ได้มองอย่างนั้น 

“มันค่อนข้างขัดกับหลักการตลาด ในแง่คนทำธุรกิจก็อยากให้คนมาร้านเยอะๆ แต่ของเรา เราอยากให้คนที่เข้าใจร้านมา ไม่ต้องเยอะมากก็ได้ เราชอบให้คนที่มาจมอยู่กับพื้นที่ เอางานมานั่งทำ เอาหนังสือมานั่งอ่าน เราชอบเวลาที่คนมาแล้วรู้สึกว่าสวนสวยจังเลย มาดูแล้วเอากลับไปแต่งสวนที่บ้าน เราว่าร้านกาแฟมันเป็นมากกว่าร้านกาแฟ วิถีของมันไม่เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนมากินอิ่มแล้วก็กลับ คนไม่ได้มาบริโภคแค่กาแฟ คนมาอินบรรยากาศ มาเพื่อประโยชน์อะไรบางอย่าง 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นตัวเลือกหนึ่งให้คนที่อยากไปสวนสาธารณะ ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยมีสวนสาธาณะที่เป็นสวนๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อคนอื่น เราเอาตัวเองตั้งว่าอยากทำสวน แล้วให้คนอื่นมาแชร์สิ่งที่ทำ”

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ด้วยเหตุผลนี้ ทั้งคู่อยากมีห้องหนึ่งเอาไว้ให้สมาชิกที่มาคนเดียว หรือหาที่นั่งทำงานได้มีพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งต่อให้ร้านยุ่งแค่ไหน ห้องนี้ก็จะไม่เต็ม 

อดีตศิลปินเปลี่ยนแกลเลอรี่เก่าของตัวเองที่เคยรับบท Garden Shop มาเป็นห้องสูงโปร่งคงคอนเซปต์ปูน เหล็ก ไม้ รายล้อมด้วยโต๊ะ-เก้าอี้ ที่เขาทำเองบางส่วน ส่วนบางตัวเป็นเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากร้านมือสอง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นแสงธรรมชาติจากหลังคาสกายไลต์ และกรอบกระจกบนใหญ่ โดยไม่ลืมเติมสีเขียวจากไม้ชวนสดชื่น และประดับภาพศิลปะไว้เบรกความดิบเท่ของผนังปูนเปลือย บอกเลยว่าเหมาะแก่การอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ มาก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่ส่วนใหญ่ให้ต้นไม้อยู่

ถ้ามองจากมุมสูง แทบไม่เห็นตัวบ้านที่หลบใต้ร่มไม้สีเขียว พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินเป็นสวนป่าที่เขาลงแรงทั้งหมด เว้นก็เสียแต่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่เดิม

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

คนที่อินทำคาเฟ่อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูมาเจอความชอบใหม่และจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จากแค่จัดสวน พอมีลูกค้าถามซื้อต้นไม้ ก็เริ่มแบ่งบางต้นมาชำขาย ก่อนลามไปสู่สะสมพันธุ์แปลกหายาก 

“ไปเจอกลุ่มคนที่เขาเล่นต้นไม้ เลยมาคิดว่าทำไมโคราชไม่มีร้านขายต้นไม้ดีๆ เราก็เลยเกิดไอเดียเปลี่ยนแกลเลอรี่ให้เป็น Garden Shop แต่เปิดเดือนละครั้ง และมีไปขายที่ตลาดนัดด้วย หลังๆ เราเล่นไม้ที่ลึกขึ้น เหมือนคนไม่ค่อยซื้อ เลยเปลี่ยนมาขายในกลุ่ม อย่างก้ามกุ้งด่างนี้ เจ็ดพันถึงหนึ่งหมื่น ถ้าด่างทั้งใบ ใบละหมื่นถึงสองหมื่น ด้วยกระแสช่วงนี้ราคามันเลยขึ้น ก็ดีเป็นโชคดีของเราด้วย จากเมื่อก่อนเสียเงินซื้อ ตอนนี้พอเป็นออนไลน์ ที่เราเลี้ยงๆ ไว้มันขายได้หมด บางต้นเราก็ผสมเกสรเอง” 

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

เจ้าของงานอดิเรกปลูกต้นไม้ที่กลายเป็นฟูลไทม์ไม่ทันรู้ตัวเล่า ก่อนพาเดินลัดเลาะหลังสวน ไปยังโรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แน่ล่ะ แต่ละโรงเรือนก็สร้างเอง ศึกษาวิธีการปลูกเองจากการถามผู้ชำนาญ บ้างก็สังเกตเอาจากถิ่นกำเนิดแล้วค่อยๆ ทดลองปรับ นำเข้ากล้าต้นไม้จากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้สะสม

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง
โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แม้ชอบทำสวน แต่งานรับจัดสวนไม่ใช่ทางเท่าไหร่ เพราะเน็ตอินกับการขยายพันธุ์มากกว่า วันๆ เลยชอบหมกตัวอยู่ในสวนของตัวเอง

ถึงอย่างไร เขาก็เอ่ยปากว่ามันไม่ได้โรแมนติก มีความยุ่งยาก ไหนจะต้องมาเพาะเมล็ด ไหนจะต้องถอนวัชพืชตอนหน้าฝน บางทีก็ดูแลไม่ทัน ยังดีที่ในโซนสวน เขาจัดระบบนิเวศให้ต้นไม้น้อยใหญ่เกื้อกูลกันเองแบบป่าไว้

“เราลงมารดน้ำต้นไม้ตอนตีสี่ครึ่ง ถ้าฝนไม่ตก ใช้เวลารดน้ำต้นไม้หกชั่วโมง ในสวนไม่ได้ใช้สปริงเกอร์ เพราะไม่ได้วางระบบไว้ แต่ในโรงเรือนใช้ อย่างท้องร่อง เป็นงานแก้จากเมื่อก่อน ทำไว้เกือบสี่สิบปีแล้วมันเริ่มตื้น ตอนฝนตกน้ำท่วมขึ้นมา เลยไปจ้างแม็คโครเล็กมาขุด มีบ่อน้ำด้านหลังให้มันไปรวมตรงนั้นก่อนรอระบาย พอมีคลองเราก็เอาต้นไม้ลงไปปลูกบ้าง ทำสะพานข้ามให้มันสวยหน่อย” 

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

เน็ตชวนเข้าไปดูในโรงเรือนแคคตัส เขาเรียกให้เข้าไปดูฝักของต้นพาชีโพเดียม (Pachypodium) ซึ่งเป็นพันธุ์จากมาดากัสก้าใกล้ๆ คาดคะเนด้วยสายตา เขาว่ามีประมาณ 70 เมล็ด เมล็ดละ 20 บาท คู่นี้ก็ได้ประมาณ 3,000 บาท

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่ปีหนึ่งออกดอกรอบเดียว ต้นนี้เขาว่ามันน่าจะอายุ 10 ปีได้ เลี้ยงมา 5 ปี เพิ่งออกดอกปีแรก หน้าตาแบบนี้ก็ มีคนซื้อเมล็ดละ 25 บาท หนึ่งฝักมี 200 เมล็ด ทว่านกตัวแสบแอบมากินไปหลายฝัก อาทิตย์ก่อนเขาเลยทำตาข่ายดักนก DIY จากของที่เหลือในบ้าน ปิดรูบนหลังคาเสีย

ทำไมคนเรียนศิลปะมาถึงได้พูดชื่อต้นไม้คล่องแคล่วขนาดนี้คะ-เราถามขณะเดินตามหลังเขา

“รักแล้วมันเป็นอย่างนี้” 

เราปล่อยให้รอยยิ้มตาหยีขานรับคำตอบ

เดินไปจนสุดโรงเรือน ด้านซ้ายมือเป็นแปลงสารพัดผักสวนครัว ด้านหลังเป็นเล้าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย หรือที่เรียกว่า Happy Chicken ความตั้งใจแรกหวังเก็บไข่มาทำขนมในร้าน แต่ไปๆ มาๆ เพิ่มเป็น 70 ตัวได้ อาทิตย์หนึ่งเก็บไข่ได้ประมาณ 14 – 15 ถาด จึงแบ่งขาย มีกำไรตรงที่ได้กินไข่ไก่สดๆ และรู้ที่มาที่ไป

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

บ้านที่ค้นพบว่า ทำสิ่งเดิมๆ ได้ทุกวัน

เน็ตเป็นคนติดบ้าน การตื่นและเข้านอนด้วยกิจวัตรเดิมๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา 

ความลับอีกข้อคือ เขาค่อนข้างกลัวผู้คน เช่นเดียวกับฮุ้ง

“ต้นไม้มันทำให้เราอยู่บ้าน ได้อยู่กับตัวเอง เป็นคนแพ้คน ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเวลาเจอคน ถ้าไปขายต้นไม้ในงานแฟร์เจอคนเยอะๆ อย่างนั้นต้องกินพาราไว้เลย ตกเย็นน็อกแน่นอน ตอนอยู่อังกฤษนั่งรถไฟ Underground เจอคนเยอะ เลยปั่นจักรยานเอา” ชายเสื้อเขียวเล่าติดตลก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

การกลับมาอยู่บ้านของคนเคยห่างบ้าน จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความชอบหลายๆ อย่างในตัวเอง

“ไม่ได้อยากทำทีละหลายๆ อย่างนะ ไม่ได้แพลนอะไรที่มันไกลมากขนาดนั้น เรามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คืออยากทำร้าน แล้วสิ่งนี้มันเปิดประตูเราไปเรื่อยๆ จนค้นพบว่าทุกอย่างมันมีทางไปของมัน แล้วเราก็เลือกว่าเราจะทำหรือไม่ทำ เชื่อว่าโอกาสที่ให้ทำสิ่งใหม่ๆ จะมีมาเสมอ 

“เราว่าทุกอาชีพ ถ้าจริงจังมันโอเคหมด เมื่อก่อนเรามองว่าอาชีพต้องเป็นอาชีพ ตั้งแต่ไปอยู่อังกฤษ เราทำร้านอาหาร ทำคาเฟ่ ไปเป็นแฮนดี้แมนอย่างละหน่อย มันก็หาเงินได้ จริงๆ เงินที่เราได้มาไม่จำเป็นต้องแหล่งเดียวที่ใช้คำว่าอาชีพ ผมปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้คิดว่านั่นคืออาชีพ แค่รู้สึกว่าโอเค มันหารายได้ได้จากตรงนั้น ถึงจะฟูลไทม์ เราก็ไม่รู้ว่านี่เรียกเป็นเกษตรกรหรือยัง ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำธุรกิจ แค่รู้สึกว่าชอบทำ แล้วสิ่งนั้นมันต้องไม่กินตังค์เราก็พอ (หัวเราะ)”

หลังบทสนทนาจบลง เจ้ายูเค น้ำตาล สเตล่า จินนี่ และปุย เจ้าของบ้านสี่ขาก็ผลัดกันเข้ามาเป็นนายแบบ-นางแบบ ให้ถ่ายรูปอย่างรู้งาน

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) แต่ก็ห่างถนนใหญ่พอสมควรสำหรับกิจการคาเฟ่ 

ลัดเลี้ยวเข้าซอยท้าวสุระ 3 ราว 300 เมตร หลังประตูเหล็กสีดำสูงใหญ่ บดบังสายตาอีกชั้นด้วยกำแพงธรรมชาติสีเขียว คือ 382space คาเฟ่และบ้านในสวนหลังเล็กของ เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจสร้างบ้านเองกับมือ เขาว่ามันเป็นบ้านหลังแรก ถ้าไม่ทำวันนั้น คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำคาเฟ่ไว้ใต้ถุนบ้าน เขาว่าหากมันเจ๊งก็ยังเหลือบ้านอยู่

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำสวนแบบป่า เขาว่าอยากให้ต้นไม้ดูแลกันเองบ้าง ลำพังตื่นตี 4 มารดน้ำต้นไม้ในโรงเรือนและรอบๆ ก็ปันเวลาแห่งความสุขไปกว่า 6 ชั่วโมง

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำทุกอย่างที่ชอบ เขาว่าเพื่อให้ได้อยู่ที่บ้านกับคนที่รัก

หาใช่แค่วาฑิตติดบ้าน เขายังติดดินด้วย

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่กลับมาสร้าง

7 ปีให้หลัง เน็ตและฮุ้งกลับจากอังกฤษ พวกเขาพกเงินหนึ่งก้อนที่เก็บหอมรอบริบจากการทำงานศิลปะ คาเฟ่ และเป็นแฮนดี้แมนรับซ่อมแซมบ้าน ตรงกลับนครราชสีมา พร้อมฝันแรกที่อยากทำกิจการคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ส่วนฝันถึงการขายต้นไม้เป็นอย่างที่สองเพิ่งงอกจากงานอดิเรก

มั่นใจแน่ๆ แล้วว่าจะสร้างบ้าน ทั้งเน็ตและฮุ้งทยอยเก็บภาพมุมที่ชอบไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง โชคดีที่ทั้งสองหลงใหลเหล็ก อิฐ ไม้ โดยปล่อยเปลือยสัจจะวัสดุ และโชว์โครงสร้างแบบอินดัสเทรียลเหมือนกัน ประกอบกับมีไม้เก่าจากการรื้อบ้าน และคุณตายังซื้อไม้เก็บไว้ให้ลูกหลานตามขนบคนโบราณ

ผลที่ได้คือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ แปลนสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เพราะตั้งใจหลบต้นไม้และบ่อปลา ด้านบนเป็นส่วนอยู่อาศัย ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ข้างกันมีห้อง Reading Room ไว้ให้สมาชิกคาเฟ่มานั่งทำงาน อ่านหนังสือเงียบๆ ได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“ฟังก์ชันมาก่อน” ชายสวมเสื้อสีเขียวปอนๆ เพิ่งวางมือจากสวนมาเริ่มต้นเล่าให้ฟัง

“คิดว่าจะทำบ้านสเกลไม่ใหญ่อยู่แล้ว อยู่ห้องเช่าที่นู่น เราชินกับการทำทุกอย่างในห้องเดียวกัน ขนาดล้างฟิล์ม อัดรูปก็ทำในนั้น มีครัว ห้องนอน ครัวก็ครัวนั้น ข้างบนเลยออกแบบบ้านเป็น Open Plan เพดานสูง ไม่กั้นห้องเลย มีที่นอน มีครัวเล็กๆ ไว้ทำอะไรกินนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนั่งเล่นไว้ดูทีวีนี่เพิ่งเพิ่มขึ้นมา แต่ก่อนไม่มีเพราะเราคิดว่าไม่จำเป็น หลังๆ ฮุ้งเขาพักผ่อนด้วยการดูซีรีส์ ผมก็ดูด้วยบางเรื่อง

“ตั้งใจไม่ติดแอร์ กะว่าลมร้อนให้ระบายขึ้น บางวันร้อนหนักๆ ก็ลงมานอนในคาเฟ่บ้าง นอนใน Reading Room บ้าง ปีหนึ่งมีวันที่ทนไม่ไหวอยู่ไม่เกินอาทิตย์ ร่างกายจะรู้เองว่ามันนอนไม่หลับ เรามีอุปกรณ์แคมปิ้ง ก็หอบถุงนอนลงมา” เน็ตเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

สำรวจห้องไม้สีขาวด้วยสายตาจะเห็นดีเทลที่ทั้งคู่แอบซ่อนไว้ เช่น หน้าต่างสามเหลี่ยมใต้คานอยากมีไว้ให้แสงเข้า แต่ช่างบอกทำไม่ได้หรอก เขาเลยทำเองให้ดูซะเลย ที่เก็บจักรยานเหนือฝ้าห้องน้ำ ช่วยประหยัดพื้นที่และกลายเป็น Installation อย่างแนบเนียน พื้นไม้ไม่ปิดผิวรอยตะปูเก่า ที่เขาว่าอยากเก็บไว้อย่างนั้น ก็เพราะมีเรื่องราวของมันให้นึกถึง

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ความโชคดีที่ปลูกข้างบ้านคุณพ่อคุณแม่ บางส่วนจึงอาศัยใช้ร่วมกัน เช่น พื้นที่ซักล้างใช้ร่วมกันได้ ครัวใหญ่ และไม่ใช่แค่ชั้นบนที่ทำสเกลๆ เล็ก คาเฟ่ก็เช่นกัน บาร์ขนาด 2 คน โต๊ะเก้าอี้น้อยชิ้น แต่เกือบทุกชิ้นเจ้าตัวลงมือประกอบขึ้นเอง วางเข้ามุมอย่างพอดี เพื่อลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็ก อิฐเปลือย ปูนเปลือย เขากรุกระจก 3 ด้านแทนผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติ สร้างความโปร่งโล่ง มองลอดเฟรมกระจกออกไปเห็นต้นไม้ในสวนสวย ประดับแทนภาพศิลปะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 70 ตารางเมตร ใช้เวลาสร้างราวปีกว่า ที่นานขนาดนั้นเพราะเน็ตลงมือสร้างเอง ตั้งแต่เขียนแบบด้วยวิธีวาดเป็นภาพศิลปะ แล้วให้เพื่อนสถาปนิกเติมเรื่องโครงสร้าง มีคุณพ่อรับบทเป็นนายช่างใหญ่ กับลูกมือ 5 คน 

2 ใน 5 คือเน็ตและฮุ้ง

บ้านที่มากกว่าบ้าน

“ในความรู้สึกเรา มันมากกว่าการสร้างบ้าน เราใส่รายละเอียดของบ้านได้ทุกอย่าง เป็นคนเลือกให้มันออกมาเป็นแบบไหน ตะปูจะตอกยังไง น็อตจะขันยังไง ไม้ลายฝั่งไหน อย่างก่อผนังอิฐ ช่องไฟต้องเท่านี้ ต้องเอาฝั่งที่ไม่มีลายออก กระเบื้องดินเผาที่ปูพื้น ถ้าเป็นช่างคงปูไปเลย แต่เรากับฮุ้งเอากระเบื้องออกมาเรียงให้ลาย สี จังหวะ มันกระจายสวยก่อน 

“ขนาดเราเรียงไว้เสร็จแล้ว ช่างยังปูเป็นคลื่น ก็เลยรื้อปูใหม่ กับกระเบื้องหลังคาเจาะไม่เรียงตรงกัน เราต้องมาตีเส้นใหม่ ใช้เชือกขึง ซึ่งไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว แม้แต่เราทำเสร็จก็ไม่ได้ไปเห็นอีกเลย” ชายเจ้าของบ้านผู้อยู่ในทุกกระบวนการว่าขำๆ ก่อนสารภาพอีกเหตุผลที่เวลาบานปลายว่าถ้าไม่ได้ดั่งใจ ส่วนใหญ่จะรื้อทำใหม่ 

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราคิดว่าจะทำครั้งเดียว ถ้าปล่อยผ่านมันไม่มีโอกาสกลับมาแก้ แต่ก็เชื่อนะว่า ไปสักพักเราก็จะชินกับมัน ณ ตอนนั้นเราก็อยากแก้ เพราะทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ซื้อบ้านสำเร็จรูป มันเป็นสิ่งที่เราค่อยๆ ทำให้โตขึ้น สิ่งนี้ค่อนข้างพิเศษสำหรับเรา และเห็นเรื่องราวเวลาที่มองบ้าน เห็นตัวเราอยู่ในนั้น” 

ถึงอย่างไรการทำเอง ก็ช่วยเซฟทั้งค่าแรงและค่าวัสดุอยู่ดี

ส่วนคาเฟ่ ในชื่อ 382space ก็ตั้งใจให้มีขนาด 2 คนดูแลไหว จากประสบการณ์เป็นลูกมือคาเฟ่เล็กๆ ที่เจ้าของร้านทำเอง และพอมองเห็นช่องว่ามันรันไปต่อเองได้ 

(มีเสียงแว่วๆ มาว่าพอมีคนมามากกว่าที่คิด ได้น้องสตาฟมาช่วย ก็อยากย้อนกลับไปทำบาร์ใหญ่ขึ้น)

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ที่นี่ พวกเขาใช้ระบบสมาชิก มีรหัสในการเข้าประตู และเข้าไปใช้งาน Reading Room ได้ตามต้องการ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะเน็ตชอบในบรรยากาศ Chelsea Arts Club ที่เขาเคยสัมผัส ความแปลกของคลับแห่งนี้ คือ ให้แต่สมาชิกผู้ทำงานสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน ครีเอทีฟ สถาปนิก นักดนตรี เท่านั้นที่เข้าไปใช้งานได้ โดยมีกฎเหล็กข้อสำคัญคือ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ห้ามใช้มือถือ ห้ามกางคอมพิวเตอร์ทำงาน แต่กลับดื่มกาแฟได้ ดื่มเบียร์ได้ ซึ่งในความคิดเขา ถือว่าเป็นการขอที่มาก แต่คนผู้โหยหาสถานที่แบบนี้ก็ยังมาเจอกันได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราชอบไอเดียของคนเข้ามาใช้พื้นที่หนึ่งบนข้อตกลงเดียวกัน ได้เห็นคนนั่งคุยกัน นั่งอ่านหนังสือ โห มีเสน่ห์มาก โคตรเท่ คนก็ยอมรับที่มันเป็น เราก็เลยคิดว่าถ้าเราจะทำบ้างมันเป็นไปได้ อย่างน้อยให้คนได้ทำความเข้าใจแนวทางของร้านก่อน พอเขารู้คาแรกเตอร์ของร้าน คนที่ต้องการบรรยากาศเงียบๆ นั่งชิลล์ๆ ในสวน ก็จะมาร้านเรา

“กฎของร้านเราก็ไม่ได้ขออะไรมาก งดสูบบุหรี่ พาลูกมาก็ดูแลลูก เวลากฎเยอะคนจะรู้สึกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วเราก็ขออะไรที่มันเป็นคอมมอนเซนส์ในการไปพื้นที่สาธารณะ เราแค่ต้องการให้คนอื่นรักษาสิ่งที่เราตั้งใจทำมากๆ พอๆ กับที่เราดูแล โดยหลักการเราไม่ได้ไม่อยากให้คนมา ดังนั้น สมาชิกจะพาเพื่อนมากี่คนก็ได้”

นอกจากข้อดีกับคนที่เข้ามาจะได้รู้จักตัวตนของ 382space และเป็นหูเป็นตาให้กับร้านแล้ว ระบบนี้ยังเป็นฐานข้อมูลเพื่อติดตาม COVID-19 ส่วนใครที่ไม่สะดวกหรือเป็นขาจร ก็มีระบบบัตรชั่วคราวให้แลก โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก

บ้านที่อยากให้คนมาเยี่ยม

หากอยู่ท่ามกลางธุรกิจคาเฟ่จะรู้กันดีว่า ต้นทุนในกาแฟหนึ่งแก้วมักบวกค่าสถานที่เข้าไปแล้ว และยิ่งลูกค้านั่งนาน ก็ยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรับลูกค้าใหม่ๆ แต่สำหรับเจ้าของร้านในบ้านอย่างเน็ตและฮุ้งกลับไม่ได้มองอย่างนั้น 

“มันค่อนข้างขัดกับหลักการตลาด ในแง่คนทำธุรกิจก็อยากให้คนมาร้านเยอะๆ แต่ของเรา เราอยากให้คนที่เข้าใจร้านมา ไม่ต้องเยอะมากก็ได้ เราชอบให้คนที่มาจมอยู่กับพื้นที่ เอางานมานั่งทำ เอาหนังสือมานั่งอ่าน เราชอบเวลาที่คนมาแล้วรู้สึกว่าสวนสวยจังเลย มาดูแล้วเอากลับไปแต่งสวนที่บ้าน เราว่าร้านกาแฟมันเป็นมากกว่าร้านกาแฟ วิถีของมันไม่เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนมากินอิ่มแล้วก็กลับ คนไม่ได้มาบริโภคแค่กาแฟ คนมาอินบรรยากาศ มาเพื่อประโยชน์อะไรบางอย่าง 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นตัวเลือกหนึ่งให้คนที่อยากไปสวนสาธารณะ ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยมีสวนสาธาณะที่เป็นสวนๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อคนอื่น เราเอาตัวเองตั้งว่าอยากทำสวน แล้วให้คนอื่นมาแชร์สิ่งที่ทำ”

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ด้วยเหตุผลนี้ ทั้งคู่อยากมีห้องหนึ่งเอาไว้ให้สมาชิกที่มาคนเดียว หรือหาที่นั่งทำงานได้มีพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งต่อให้ร้านยุ่งแค่ไหน ห้องนี้ก็จะไม่เต็ม 

อดีตศิลปินเปลี่ยนแกลเลอรี่เก่าของตัวเองที่เคยรับบท Garden Shop มาเป็นห้องสูงโปร่งคงคอนเซปต์ปูน เหล็ก ไม้ รายล้อมด้วยโต๊ะ-เก้าอี้ ที่เขาทำเองบางส่วน ส่วนบางตัวเป็นเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากร้านมือสอง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นแสงธรรมชาติจากหลังคาสกายไลต์ และกรอบกระจกบนใหญ่ โดยไม่ลืมเติมสีเขียวจากไม้ชวนสดชื่น และประดับภาพศิลปะไว้เบรกความดิบเท่ของผนังปูนเปลือย บอกเลยว่าเหมาะแก่การอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ มาก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่ส่วนใหญ่ให้ต้นไม้อยู่

ถ้ามองจากมุมสูง แทบไม่เห็นตัวบ้านที่หลบใต้ร่มไม้สีเขียว พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินเป็นสวนป่าที่เขาลงแรงทั้งหมด เว้นก็เสียแต่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่เดิม

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

คนที่อินทำคาเฟ่อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูมาเจอความชอบใหม่และจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จากแค่จัดสวน พอมีลูกค้าถามซื้อต้นไม้ ก็เริ่มแบ่งบางต้นมาชำขาย ก่อนลามไปสู่สะสมพันธุ์แปลกหายาก 

“ไปเจอกลุ่มคนที่เขาเล่นต้นไม้ เลยมาคิดว่าทำไมโคราชไม่มีร้านขายต้นไม้ดีๆ เราก็เลยเกิดไอเดียเปลี่ยนแกลเลอรี่ให้เป็น Garden Shop แต่เปิดเดือนละครั้ง และมีไปขายที่ตลาดนัดด้วย หลังๆ เราเล่นไม้ที่ลึกขึ้น เหมือนคนไม่ค่อยซื้อ เลยเปลี่ยนมาขายในกลุ่ม อย่างก้ามกุ้งด่างนี้ เจ็ดพันถึงหนึ่งหมื่น ถ้าด่างทั้งใบ ใบละหมื่นถึงสองหมื่น ด้วยกระแสช่วงนี้ราคามันเลยขึ้น ก็ดีเป็นโชคดีของเราด้วย จากเมื่อก่อนเสียเงินซื้อ ตอนนี้พอเป็นออนไลน์ ที่เราเลี้ยงๆ ไว้มันขายได้หมด บางต้นเราก็ผสมเกสรเอง” 

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

เจ้าของงานอดิเรกปลูกต้นไม้ที่กลายเป็นฟูลไทม์ไม่ทันรู้ตัวเล่า ก่อนพาเดินลัดเลาะหลังสวน ไปยังโรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แน่ล่ะ แต่ละโรงเรือนก็สร้างเอง ศึกษาวิธีการปลูกเองจากการถามผู้ชำนาญ บ้างก็สังเกตเอาจากถิ่นกำเนิดแล้วค่อยๆ ทดลองปรับ นำเข้ากล้าต้นไม้จากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้สะสม

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง
โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แม้ชอบทำสวน แต่งานรับจัดสวนไม่ใช่ทางเท่าไหร่ เพราะเน็ตอินกับการขยายพันธุ์มากกว่า วันๆ เลยชอบหมกตัวอยู่ในสวนของตัวเอง

ถึงอย่างไร เขาก็เอ่ยปากว่ามันไม่ได้โรแมนติก มีความยุ่งยาก ไหนจะต้องมาเพาะเมล็ด ไหนจะต้องถอนวัชพืชตอนหน้าฝน บางทีก็ดูแลไม่ทัน ยังดีที่ในโซนสวน เขาจัดระบบนิเวศให้ต้นไม้น้อยใหญ่เกื้อกูลกันเองแบบป่าไว้

“เราลงมารดน้ำต้นไม้ตอนตีสี่ครึ่ง ถ้าฝนไม่ตก ใช้เวลารดน้ำต้นไม้หกชั่วโมง ในสวนไม่ได้ใช้สปริงเกอร์ เพราะไม่ได้วางระบบไว้ แต่ในโรงเรือนใช้ อย่างท้องร่อง เป็นงานแก้จากเมื่อก่อน ทำไว้เกือบสี่สิบปีแล้วมันเริ่มตื้น ตอนฝนตกน้ำท่วมขึ้นมา เลยไปจ้างแม็คโครเล็กมาขุด มีบ่อน้ำด้านหลังให้มันไปรวมตรงนั้นก่อนรอระบาย พอมีคลองเราก็เอาต้นไม้ลงไปปลูกบ้าง ทำสะพานข้ามให้มันสวยหน่อย” 

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

เน็ตชวนเข้าไปดูในโรงเรือนแคคตัส เขาเรียกให้เข้าไปดูฝักของต้นพาชีโพเดียม (Pachypodium) ซึ่งเป็นพันธุ์จากมาดากัสก้าใกล้ๆ คาดคะเนด้วยสายตา เขาว่ามีประมาณ 70 เมล็ด เมล็ดละ 20 บาท คู่นี้ก็ได้ประมาณ 3,000 บาท

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่ปีหนึ่งออกดอกรอบเดียว ต้นนี้เขาว่ามันน่าจะอายุ 10 ปีได้ เลี้ยงมา 5 ปี เพิ่งออกดอกปีแรก หน้าตาแบบนี้ก็ มีคนซื้อเมล็ดละ 25 บาท หนึ่งฝักมี 200 เมล็ด ทว่านกตัวแสบแอบมากินไปหลายฝัก อาทิตย์ก่อนเขาเลยทำตาข่ายดักนก DIY จากของที่เหลือในบ้าน ปิดรูบนหลังคาเสีย

ทำไมคนเรียนศิลปะมาถึงได้พูดชื่อต้นไม้คล่องแคล่วขนาดนี้คะ-เราถามขณะเดินตามหลังเขา

“รักแล้วมันเป็นอย่างนี้” 

เราปล่อยให้รอยยิ้มตาหยีขานรับคำตอบ

เดินไปจนสุดโรงเรือน ด้านซ้ายมือเป็นแปลงสารพัดผักสวนครัว ด้านหลังเป็นเล้าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย หรือที่เรียกว่า Happy Chicken ความตั้งใจแรกหวังเก็บไข่มาทำขนมในร้าน แต่ไปๆ มาๆ เพิ่มเป็น 70 ตัวได้ อาทิตย์หนึ่งเก็บไข่ได้ประมาณ 14 – 15 ถาด จึงแบ่งขาย มีกำไรตรงที่ได้กินไข่ไก่สดๆ และรู้ที่มาที่ไป

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

บ้านที่ค้นพบว่า ทำสิ่งเดิมๆ ได้ทุกวัน

เน็ตเป็นคนติดบ้าน การตื่นและเข้านอนด้วยกิจวัตรเดิมๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา 

ความลับอีกข้อคือ เขาค่อนข้างกลัวผู้คน เช่นเดียวกับฮุ้ง

“ต้นไม้มันทำให้เราอยู่บ้าน ได้อยู่กับตัวเอง เป็นคนแพ้คน ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเวลาเจอคน ถ้าไปขายต้นไม้ในงานแฟร์เจอคนเยอะๆ อย่างนั้นต้องกินพาราไว้เลย ตกเย็นน็อกแน่นอน ตอนอยู่อังกฤษนั่งรถไฟ Underground เจอคนเยอะ เลยปั่นจักรยานเอา” ชายเสื้อเขียวเล่าติดตลก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

การกลับมาอยู่บ้านของคนเคยห่างบ้าน จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความชอบหลายๆ อย่างในตัวเอง

“ไม่ได้อยากทำทีละหลายๆ อย่างนะ ไม่ได้แพลนอะไรที่มันไกลมากขนาดนั้น เรามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คืออยากทำร้าน แล้วสิ่งนี้มันเปิดประตูเราไปเรื่อยๆ จนค้นพบว่าทุกอย่างมันมีทางไปของมัน แล้วเราก็เลือกว่าเราจะทำหรือไม่ทำ เชื่อว่าโอกาสที่ให้ทำสิ่งใหม่ๆ จะมีมาเสมอ 

“เราว่าทุกอาชีพ ถ้าจริงจังมันโอเคหมด เมื่อก่อนเรามองว่าอาชีพต้องเป็นอาชีพ ตั้งแต่ไปอยู่อังกฤษ เราทำร้านอาหาร ทำคาเฟ่ ไปเป็นแฮนดี้แมนอย่างละหน่อย มันก็หาเงินได้ จริงๆ เงินที่เราได้มาไม่จำเป็นต้องแหล่งเดียวที่ใช้คำว่าอาชีพ ผมปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้คิดว่านั่นคืออาชีพ แค่รู้สึกว่าโอเค มันหารายได้ได้จากตรงนั้น ถึงจะฟูลไทม์ เราก็ไม่รู้ว่านี่เรียกเป็นเกษตรกรหรือยัง ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำธุรกิจ แค่รู้สึกว่าชอบทำ แล้วสิ่งนั้นมันต้องไม่กินตังค์เราก็พอ (หัวเราะ)”

หลังบทสนทนาจบลง เจ้ายูเค น้ำตาล สเตล่า จินนี่ และปุย เจ้าของบ้านสี่ขาก็ผลัดกันเข้ามาเป็นนายแบบ-นางแบบ ให้ถ่ายรูปอย่างรู้งาน

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load