บ่ายวันที่อากาศร้อนพอให้เหงื่อชุ่ม เรายืนหน้ารั้วสีเขียวสูงใหญ่ ที่มองภายนอกแทบดูไม่ออกเลยว่าจะซ่อนเรือนไทยหลังงามไว้หลายหลัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

สองหลังที่เราตั้งใจมาเยี่ยมในวันนี้ หลังแรกเป็นบ้านของ คุณรอล์ฟ วอน บูเรน เจ้าของ Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์) ธุรกิจจิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ส่วนอีกหลังเป็นยุ้งฉางเก่าจากภาคเหนือที่เขารับมาปัดฝุ่นปรุงขึ้นใหม่ในบริเวณบ้าน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เราเดินตามทางเดินเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ผ่านสวนที่รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ เพื่อพบกับชายวัย 80 ที่ยืนยิ้มอย่างอบอุ่นและรอต้อนรับเราอยู่แล้ว

เขาเชื้อเชิญให้เรานั่งมุมชิดกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นเรือนหลังงามนั้น และเริ่มต้นเล่าเรื่องชีวิตในเมืองไทย ในบ้าน ในที่ที่เขาอยากอยู่ให้ฟัง

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

เมืองไทยคือบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อ 57 ปีก่อน บริษัทเฮิกซ์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ใหญ่ของเยอรมนี ส่งคุณรอล์ฟในวัย 22 ปีมาประจำการในตำแหน่งเซลล์ขายสีย้อมผ้า

คุณรอล์ฟในวันนั้น คิดว่าจะได้มาประจำอยู่ที่ไทยแค่ 3 – 4 ปี หรือหากมีสัญญารอบที่ 2 ก็เพียง 8 ปีเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยคิดว่าจะได้อยู่นานเกินไปกว่านี้

หลังจากหมดสัญญา บริษัทเตรียมส่งเขาไปประจำการที่เกาหลีใต้ ทำให้เขาตัดสินใจลาออก พร้อมตั้งบริษัทนำเข้าสีย้อมผ้าและเครื่องจักรผลิตผ้าของตัวเองในไทย โดยเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเฮิสต์ไปด้วย

วันหนึ่งเพื่อนชักชวนให้เขาเช่าพื้นที่ใต้โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ) เพื่อเปิดเป็นร้านทำธุรกิจอะไรสักอย่าง จากเซลล์หนุ่มซึ่งห่างไกลจากวงการจิวเวลรี่และของแต่งบ้าน โชคชะตา (และภรรยา) พาจับพลัดจับผลูให้เขาก้าวขาเข้ามาทำธุรกิจนี้ทั้งที่ไม่เคยแพลนไว้มาก่อน

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

แรกเริ่ม เขาและ เฮเลน วอน บูเรน ผู้เป็นภรรยา สรรหาเครื่องประดับที่เธอชอบมาออกแบบใหม่และวางขาย ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าแต่ละชิ้นล้วนดีไซน์แปลกจนไม่น่าจะขายได้ แต่ทั้งคู่ชอบ ก่อนก่อตั้งแบรนด์ Lotus Arts de Vivre เต็มตัว

และจนถึงวันนี้ที่กินเวลาเกินครึ่งศตวรรษ เมืองไทยกลายเป็นบ้านของเขาเสียแล้ว

อยู่บ้านไทย

ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยข้าวของมากเรื่องราว ผนังรอบด้านประดับประดาด้วยผลงานจากศิลปินหลากหลายประเทศ ภาพผืนใหญ่ที่โดดเด่นกว่าใครเป็นภาพของ Alessandro Kokocinski ศิลปินชาวอิตาลี ข้างกันเป็นผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังไม่นับรวมหนังสือกองมหึมา และประติมากรรมหลากไซส์ ราวกับได้เข้าเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

รอบๆ ห้องยังเต็มไปด้วยพรมหลายขนาด หลากที่มา ทั้งจีน ทิเบต เนปาล อินเดีย บางชิ้นอายุมากกว่า 600 ปี เป็นของสะสมอีกประเภทที่เขาบอกว่ามีมากจนกำลังเตรียมจดบันทึกเอาไว้กันลืม

“บ้านที่อยู่เป็นของพ่อตา สร้างมากว่าแปดสิบปีแล้ว พอเรามาอยู่ก็เลยเต็มไปด้วยของที่มีความทรงจำและประสบการณ์จากการเดินทาง ตอนแต่งเริ่มจากเลือกพรมก่อนเลย เพราะถ้ามีพรมอยู่ในบ้านจะรู้สึกว่าสวยงามทันที ทุกอย่างที่เติมเข้ามาทีหลังมันก็ง่าย

“อีกอย่างคือบ้านไม้ในเมืองไทย ต้องปูพื้นให้ห่างกันหน่อยเพื่อให้ลมลอดช่องเข้ามา ทำให้บ้านเย็น เลยต้องมีพรมปูไว้ด้วย” เขาเริ่มต้นเล่าพลางชี้ชวนให้เราดูและทายอายุกับที่มาของพรม ก่อนเฉลยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า พรมจากจีนใต้เท้าเราขณะนี้อายุกว่า 150 ปี

นอกจากพรม อีกหนึ่งความทรงจำในบ้านถูกเก็บผ่านงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับถวัลย์มาทั้งชีวิต เราไปเที่ยวด้วยกันทั้ง เมียนมา ทิเบต เนปาล บาหลี ในห้องนี้มีภาพที่วาดเมื่อ ค.ศ. 1967 เขาวาดที่ฮอลแลนด์ โต๊ะไม้ตัวนี้ก็เป็นงานแกะสลักลงทอง ภาพนกฮูกในห้องทำงานคุณเฮเลนด้วย และมีภาพสเกตช์เล่นๆ อีกหลายชิ้นที่เขายกให้” เขาเล่าพลางลุกขึ้นพาเราเดินชมห้องเก็บของสะสมอีกสองห้องในบ้าน ที่มีทั้งเครื่องเคลือบโบราณ ถ้วยโถโอชาม งานปั้น และงานแกะสลักนับชิ้นไม่ถ้วน

แน่นอน เราถามถึงชิ้นไหน เขาเล่าที่มาที่ไปได้ทุกชิ้น

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“บ้านหลังนี้ก็เป็นแบบที่คิดไว้ว่าเราอยากอยู่แบบนี้ที่ไทย แต่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เจออะไรก็จับมาเก็บไว้บ้าง ตอนเช้าเพิ่งทำไฟในห้องน้ำใหม่ จะได้เห็นของชัดๆ 

“เดี๋ยวพาไปดู เป็นห้องน้ำที่ไม่เคยพาใครเข้ามามาก่อน” หลังพูดจบเขาก้าวเท้าเดินนำหน้าพาเราผ่านประตูเล็กเข้าไปยังโซนพื้นที่ส่วนตัว

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ผมชอบห้องน้ำใหญ่ๆ ตรงนี้เป็นส่วนเอาต์ดอร์ ต้นไทรนี้เพิ่งซื้อมาปลูกได้ประมาณสามปี โตเร็วมาก รากเลื้อยเกาะเต็มกำแพงแล้ว”

“ไม่ค่อยมีหรอกงู” เขารีบเอ่ยคล้ายอ่านสายตาเราออก

“ห้าปีจะเจอครั้งหนึ่ง เมื่อก่อนก็ไม่มี แต่บ้านเรามีวรนุชมากกว่า มากินเป็ด กินปลาหมด ไม่มีเหลือเลย ” คุณรอล์ฟต่อบทสนทนาด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ ระหว่างทางที่พาเราเดินไปสู่ยุ้งฉางริมน้ำ

และยังชอบบ้านไทยอยู่

สมัยก่อน ยุ้งฉางหรือที่คนเมืองเหนือเรียกว่า หลองข้าว มักปลูกไว้คู่กับเรือน นอกจากไว้เก็บข้าวแล้วยังเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ โดยมากเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง บางแห่งสูงกว่าเรือนก็มี ส่วนเสามักมีขนาดใหญ่ ว่ากันว่าไว้ป้องกันช้างเข้ามาทำลายเพื่อกินข้าว หลองข้าวส่วนใหญ่มีระเบียงล้อมรอบ หลังคาจั่วจึงลาดต่ำคลุมมาถึงระเบียง และมุงด้วยดินขอ (กระเบื้องดินเผาปลายตัด) ผู้มีฐานะมั่งคั่งมักประดับลวดลายไม้แกะสลักหรือไม้ฉลุไว้ตรงหน้าจั่วและระเบียงด้วย

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“เมื่อประมานสี่สิบห้าปีก่อน ไปเจอแม่เลี้ยงชาวเชียงใหม่ ผมถามว่าอยากจะขายห้าพันบาทจริงๆ เหรอ เธอก็บอกว่าซื้อเถอะ เธออยากจะสร้างบ้านคอนกรีต เลยรู้ว่าถ้าเราไม่ซื้อคนอื่นก็ต้องซื้อ

“ตกลงกันเรียบร้อยก็ถอดมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ เราเก็บของเดิมไว้ทุกอย่าง ไม้ที่เห็นนี่เป็นของเก่าหมด แล้วก็ใช้ช่างไม้ไทยจริงๆ มาประกอบให้ โดยมีหัวหน้าเป็นคนที่สร้างบ้านจิม ทอมป์สัน ตอนสร้าง เขาก็โทรเรียกเพื่อนมาช่วยกันทำนับสิบคน อยู่ด้วยกันกว่าหกเดือน ใช้เงินอีกราวสามหมื่นบาท

“ก่อนลงเสาแรก ต้องทำพิธีขอปลูก ช่างเขารู้เรื่องนี้ดี ก็แนะนำเราว่าต้องทำพิธีตามความเชื่อ ทำไม่ดีก็จะเจอเรื่องไม่ดี อยู่มาก็ยังไม่เจอเรื่องไม่ดีเลย สิบปีแรกยังไม่มีแอร์ มาติดทีหลัง”

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี
เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

หลังปรุงเรือนไทยขึ้นใหม่ในบริเวณบ้านเสร็จอย่างที่ตั้งใจ เขาเลือกกรุกระจกแทนฝาผนังเดิม เพื่อเปิดรับวิวสวนซึ่งกลายเป็นภาพศิลปะที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ และใช้ที่นี่เป็นเรือนรับรองแขกที่มารับประทานอาหาร

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“ถ้ามีโอกาส อยากมีบ้านเรือนไทยเพิ่มอีกไหม” เราถาม

“ผมยังมีเรือนไทยประกอบแล้วอีกเจ็ดแปดหลังอยู่ที่รังสิต ปกติผมงานเยอะ ไม่ค่อยว่าง เดินทางบ่อย ช่วงนี้มีเวลา ไปเยี่ยมสองสามครั้ง ไปดูว่าจะต้องบูรณะอีกมั้ย ผมกำลังคิดอยากทำอะไรเพิ่ม

“ผมคิดอยากทำสปาโดยใช้ยาสมุนไพรดีๆ ของไทย แต่ยังหาที่ที่มีน้ำพุร้อนไม่ได้ ถ้าเจอก็จะซื้อ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลังเล

แบรนด์สัญชาติไทย

ของในบ้านแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนความชอบในงานฝีมือและงานศิลป์ เช่นเดียวกับแนวความคิดของแบรนด์ Lotus Arts de Vivre ที่รวบรวมวัฒนธรรมและเทพปกรณัมฝั่งเอเชียมาสร้างสรรรค์เป็นงานหัตถกรรมด้วยเทคนิคพื้นเมือง ประกอบเข้ากับความงดงามโดยเนื้อแท้ของวัสดุจากธรรมชาติมากว่า 38 ปี

บางชิ้นต้องเดินทางไปอินเดียเพื่อเจียระไนอัญมณี บางชิ้นไปอินโดนีเซียเพื่อแกะสลักงานไม้ ไปญี่ปุ่นตามหางานเครื่องเขินแนวมากิเอะ ไปจีนเพื่อสร้างงานเครื่องเขินลงรักทาชาด และที่สำคัญ คือเดินทางไปทั่วไทยเพื่อนำเทคนิคช่างฝีมือเหนือจรดใต้มาประกอบในชิ้นงานด้วย อย่างเช่น การสร้างงานเครื่องถม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากทางภาคใต้

“สมัยก่อนผมโชคดีที่ได้เข้าร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ได้เจออาจารย์หลายท่าน ได้ถาม ได้เรียนรู้ แรกๆ อะไรที่ไม่รู้ก็จะออกไปตามหาจนเจอคนที่เขารู้จักวิธีทำ ไปศึกษากับชุมชนท้องถิ่นอยู่เสมอ ไกลแค่ไหนก็ขับรถไป

“เราได้รับความรู้มา ก็อยากส่งต่อ จนถึงตอนนี้เรายังเคารพวัฒนธรรมเก่าแก่อยู่เสมอ และจะทำให้งานของเราเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์องค์ความรู้งานหัตถกรรมไทยต่อไป”

เราว่างานออกแบบของเขาแต่ละชิ้น หาใช่สวยเพียงมองจากสายตาหรือมูลค่าอย่างเดียว เพราะหลังได้ฟังเรื่องราวแล้ว คุณค่าซึ่งสะท้อนความตั้งใจอันดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นก็งามสง่าไม่แพ้กัน

ถ่ายทอดความเป็นไทย

ลืมบอกเลยว่าตลอดการสนทนา เราคุยกันด้วยภาษาไทย คุณรอล์ฟพูดภาษาไทยเก่งมาก เขาแอบเล่าให้ฟังว่า เมื่อมาถึงเขาเรียนภาษาจีนแมนดารินก่อน แต่พบว่าไม่มีใครใช้ จึงเปลี่ยนมาเรียนภาษาไทยวันละ 1 ชั่วโมงทุกเช้า โดยมีครูมาสอนที่บ้าน เรียนอยู่ 10 ปี จนพูดได้คล่องและพออ่านออก

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

“มุมนี้ตอนเช้าจะมานั่งจิบกาแฟ ดีใจมากที่มีบ้านแบบนี้ เมื่อก่อนไม่สนใจบ้านเท่าไหร่ เพราะว่าไปทำงาน ที่ผ่านมา ผมเดินทางสองร้อยวันต่อปี ตอนนี้เหมือนได้กลับมามองบ้านตัวเอง” เขานั่งลงและทอดสายตาจากมุมอ่านหนังสือของบ้านไปยังยุงฉาง แล้วปล่อยให้บทสนทนาเงียบลงสักครู่ ก่อนเล่าต่อ

“พอได้กลับมาอยู่บ้านนานๆ ก็รู้สึกว่ารักบ้านตัวเองมากขึ้น

“และยังมีเวลาเขียนบล็อก เพราะว่าผมแก่แล้ว เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เราเจอ ประสบการณ์ หรือบางทีก็ไม่มีแล้ว เมื่อยังไม่เป็นอัลไซเมอร์ ก็อยากจะเขียนไว้ (หัวเราะ) อันแรกเป็นเรื่อง Thainess สองเป็นเรื่องอาหาร อันต่อไปเป็นเรื่องการนอน

“ผมชอบเมืองไทย ชอบอาหารไทย โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยา มันเหมือนกับพาสต้าเลย คุณเฮเลนก็ทำอาหารเก่งมากๆ มีคนบอกว่าผมเป็นคนไทยไปแล้ว ผมว่าผมยังเป็นฝรั่งอยู่นะ มีพาสปอร์ตฝรั่งมันเปลี่ยนไม่ได้ แต่โชคดีมากกว่าที่ได้มาอยู่ที่นี่

“ผมว่าวัฒนธรรมไทยมีหลายอย่างที่วัฒนธรรมตะวันตกไม่มี ซึ่งดี และยังเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก

“แค่คุณเอากิ่งต้นไม้มาปักลงดินก็เจริญงอกงามแล้ว” 

เยี่ยมบ้านยุ้งฉางของรอล์ฟ วอน บูเรน ที่เขาหลงรักและปักหลักอยู่เมืองไทยมากว่า 57 ปี

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ เป็นนางแบบ เจ้าของแชนแนลยูทูบ gizzdear ชื่อเดียวกับ IG และเป็นนักแสดง MV อีกหลายชิ้น ล่าสุดก็ เมื่อวานก็นานไป ของ JAYLERR x Ice Paris

เธอบอกว่าถึงไม่ใช่คนติดบ้าน แต่ชอบแต่งบ้าน ชอบที่สุดถ้าได้ไปโกดังมือสอง แล้วได้ของกลับมาในราคาย่อมเยา ชอบขนาดที่ว่าต้องขอแวะทุกจังหวัดที่ไปเที่ยว

จะว่างานอดิเรกของเธอคือแต่งบ้านก็ไม่เชิง เพราะตอนนี้เธออินกับการเข้าครัว ทำขนมด้วย เดียร์หัดทำเมนูง่าย ๆ จากยูทูบ สูตรของเธอมีความพิเศษก็ตรงที่ต้องปรับตามเตารุ่นคุณปู่ ซึ่งเป็นของแถมมากับอพาร์ตเมนต์อายุ 70 ปีนี้

ใช้สายตาสำรวจห้องขนาด 100 กว่าตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำอย่างคร่าว ๆ แต่ละมุมตกแต่งไม่คล้ายกันเสียทีเดียว ห้องครัวเป็นแนวอิตาเลียนคันทรี เน้นของเยอะ รกแต่จัดเรียงอย่างเรียบร้อย ตรงข้ามมีตู้โชว์กล้องฟิล์มสารพัดรุ่น เหนือขึ้นไปติดภาพศิลปะในกรอบหลุย์คละไซส์ โถงกลางระหว่างห้องสองฝั่งเป็นโซนนั่งเล่น มีโซฟาสีน้ำเงินหลังใหญ่ตัดกับหมอนสีแดงสด เธอเล่าว่าติดใจสีสันมาจาก airbnb ในตุรกี สำหรับหน้าต่างบานใหญ่ ติดม่านผ้าภาพถ่ายของเยจินมุน ศิลปินคนโปรดปลิวลมช่วยเสริมให้ห้องเคลื่อนไหวมีชีวิต ส่วนห้องทำงานรับแดดสาดพอดีทั้งวัน แปะเรฟมูดบอร์ดบนกำแพง มีความโฮมมี่สไตล์เกาหลี เช่นเดียวกับห้องนอนโทนขาวสว่าง และร้อยเรื่องราวทั้งบ้านเข้าด้วยกันผ่านเฟอร์นิเจอร์สีวินเทจ

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ไม่นาน กลิ่นเค้กกล้วยหอมอวลคลุ้ง เคล้าเสียงฝีเท้าของโจ๊กเกอร์และจาโก้ย เป็นเวลาเตือนให้นั่งลงฟังเรื่องบ้านหลังเล็ก แต่ใหญ่พอดีให้ใช้ชีวิตที่ชอบได้ทุกมุมของเธออย่างตั้งใจแล้ว

อยากย้าย

ก่อนหน้านี้เดียร์อยู่คอนโดฯ ห้องแคบมาก 30 กว่าตารางเมตร ส่วนตัวอยากแต่งห้อง เลยอยากหาที่กว้าง ๆ มาเจอที่นี่เพราะมาถ่ายแบบ ผ่านไปปีหนึ่ง ก็เลยทักไปหาพี่เคยอยู่ดูว่ามีห้องว่างมั้ย เหลือห้องหนึ่งพอดี บังเอิญและโชคดีมาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่จะอยู่กันยาว แล้วจะมีห้องที่เจ้าของไม่ปล่อยด้วย ไว้ให้ลูกน้องเขาอยู่ 

พอตกลงมัดจำปุ๊บ ร้องไห้เลย กลัว มันเก่ามาก ห้องน้ำมีรอยสนิมไหล เตียงเก่าในห้องนอน มีขี้หมากองอยู่บนเตียง เขาน่าจะเปิดประตูไว้แล้วหมาข้างล่างเข้ามาขี้ ยังมีรูปอยู่เลย (หัวเราะ) สุดท้ายตัดสินใจเอา แต่ก็กลัวว่าจะอยู่รอดมั้ย จะมีที่อยู่ไหม

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ที่ต้องทำก่อนเลยคือเดินไฟใหม่ เพราะว่าสายไฟเก่ามาก ช่างก็แนะนำให้เปลี่ยนระบบไฟ คัตเอาต์ใหม่เกือบหมด แล้วก็ทาสี ไม่ทาไม่ได้เพราะมันจะดูน่ากลัว ห้องน้ำก็ปูกระเบื้องใหม่ ให้ช่างเช็กฝ้าข้างบนว่าเป็นอะไรทำไมน้ำไหลลงมา มีหลัก ๆ สามอย่าง ห้องน้ำ ทาสี แล้วก็ระบบไฟ เหมือนที่นี่ไม่ได้ปรับปรุงอะไร ใครมาอยู่ก็ทำตามสบายของคุณ คือเขาก็ไม่ได้มีกฎห้ามทุบ ห้ามอะไรเลย แต่แค่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ทำได้หมด เลี้ยงหมาก็ได้

ตอนนั้นไม่มีภาพในหัวเลย แต่คิดไว้ว่าจะแต่งแบบที่เราชอบ แล้วห้องมันกว้าง ตอนอยู่คอนโดฯ เก่าของเยอะแล้วไม่มีที่ไว้ พอมานี่ก็ได้แสดงออกเต็มที่ ส่วนใหญ่ก็ดูพวกคันทรี สไตล์คันทรีอิตาเลียน แนวนั้น ด้วยความไม้สักสีนี้ มันค่อนข้างยากที่จะไปให้สุดเหมือนเขา เลยปรับเอาเอาแบบที่เราชอบที่สุด ดูเรฟจากใน Pinterest จำในหัวเอา เหมือนเราดูเยอะก็จะรู้ว่าเราชอบแบบไหน แต่ละห้องมันคนละสไตล์หมดเลยนะ 

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากรีโนเวต

ทำไมถึงลงทุนรีโนเวตห้องเช่าหรอ งงเหมือนกันว่าทำไม เดี๋ยวขอคิดก่อน (หัวเราะ) มันน่าจะเพราะชอบ สิ่งที่เราชอบมากในชีวิตนี้คือการแต่งห้อง อยากมีบ้าน อยากแต่งบ้าน แต่ว่าตังค์ยังไม่ถึงขั้นซื้อบ้านได้ เออ ก็ลงทุนกับที่นี่ก่อน เพราะกะจะอยู่ยาวเหมือนกัน ทำทีก็เอาให้คุ้ม แต่ก็พยายามเซฟนะ อะไรที่ทำได้ก็ทำเอง พวกทาสีเล็ก ๆ หน้าต่าง ทาเอง พวกเจาะติดรูป

ประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในห้อง เกือบทุกชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์เก่ากับเป็นของเดิมที่ติดมากับห้อง คือเดียร์ชอบไปโกดังมือสอง โกดังญี่ปุ่นมาก ถ้าในกรุงเทพฯ แนะนำนาคายะมะ ซอยบางนา-ตราด 54 อันนั้นของเยอะมาก ช่วงที่มาอยู่ใหม่ ๆ จะมีเซลล์ต้นปี ท้ายปี ของลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วช่วงนั้นก็ขนมา ถ้าไปเที่ยวต่างจังหวัด ชอบแวะโกดังของจังหวัดนั้น มันจะมีของที่ไม่เหมือนที่กรุงเทพฯ​ บ้าง หลากหลายกว่า ก็ขนใส่รถมา 

ที่ตาก บ้านเกิดเดียร์ มีแหล่งรวมของจากญี่ปุ่นโกดังใหญ่หลายร้าน เรียกว่า ท่า 9 มีรถบรรทุกที่ขนมาลง ที่นั่นของถูกมาก ถูกกว่าที่นี่เยอะเลย เวลากลับบ้านก็ไปขนจากที่บ้านมา ถ้ากลับไปอยู่บ้านก็จะไปทำอาชีพนั้นเลย ขนของเก่ามาขาย (หัวเราะ)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

เราชอบสไตล์มือสอง ยิ่งเก่ายิ่งดี อย่างตู้บางอันเราก็เอามาทาสีให้เก่าเอง ขัดให้มันดูเก่า เฟอร์นิเจอร์เก่ามันจะมีโทนของเขา พอมาอยู่ด้วยกันจะเป็นสไตล์วินเทจที่เราชอบ อย่างห้องครัว เดียร์ชอบอิตาเลียนคิทเช่น เก้าอี้เก่า ๆ เฟอร์เก่า ๆ โต๊ะผุ ๆ หน่อย 

ส่วนเตาอบมันติดมากับที่นี่เลย แต่เตาเดียร์ไม่แน่ใจว่ามีมานานแค่ไหน มันดูเก่ามาก หาในกูเกิลแล้วไม่มีรุ่นนี้ จะหาวิธีใช้ก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย อยู่มาสองปี ไม่คิดจะใช้ กลัวระเบิด ช่วงนี้อยากลองทำขนม เลยให้เขามาติดแก๊ส ซื้อปืนไฟแช็กมาจุด สรุปมันยังใช้ได้นะ แต่ไม่ค่อยเสถียร อุณหภูมิแล้วแต่อารมณ์เขา

เอ้ย ลืมขนม! เดี๋ยวขอไปดูก่อนได้มั้ย เตาร้อนฝั่งเดียว ต้องไปพลิกมันไม่งั้นจะไหม้ (วิ่ง)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากทำครัว

ไปเห็นในหนัง Call Me by Your Name กับหนังโปรดเลย Under the Tuscan Sun ทำให้ชอบแต่งบ้านสไตล์คันทรีอิตาเลียน ดูหนังจบก็ฝันจะมีบ้านแบบนี้ มันดูเก่า คลาสสิก ดูสวยอะ! รกแต่ก็ยังสวย เลอะแต่ก็ยังสวย ไม่ต้องเก็บบ้านให้เนี้ยบ ซึ่งเราไม่ใช่คนเก็บบ้านเนี้ยบอยู่แล้ว เลยเป็นสไตล์เราด้วย

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

ถ้าครัวสไตล์คันทรีอิตาเลียน เขาจะชอบโชว์เครื่องครัว โชว์วัตถุดิบ เราก็ทำราวโชว์กระทะรก ๆ หน่อย มีของห้อย มีพวกจานชามอีนาเมล เดียร์ซื้อมาวางบนเคาน์เตอร์ ส่วนเก้าอี้จากร้านมือสองหมด ตัวนี้ได้มาในราคาห้าร้อยบาท ลดจากตัวละพันกว่า บิวท์อินกับโต๊ะนี้มีมาให้อยู่แล้ว เราก็เอาผ้ามาคลุมหน่อย ผ้าม่านไปซื้อผ้ามาแล้วสั่งเย็บ กำลังเรียนที่จะเย็บเอง ตอนนี้ซื้อจักรมา กำลังจะทำแพตเทิร์นม่านบังบานตู้ให้เข้ากันกับโทนสีฟ้า เราก็แต่งไปเรื่อย ไม่หยุด (หัวเราะ)

พออินทำอาหารทำขนม ก็งอกอุปกรณ์มาเยอะ จัดไม่ค่อยได้ อย่างตรงนี้เอามาวางรวมกันหมดเพราะยังไม่มีที่วาง ฝั่งตรงข้ามตู้โชว์กะเปลี่ยนเป็นครัวอีกฝั่งหนึ่งด้วย เอาไว้ทำขนม ฝั่งนี้เป็นของคาว

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์
อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อยากลองครัว

ตอนเด็กแม่ชอบชวนเดียร์เข้าครัวทำกับข้าวมาก เดียร์ไม่ชอบ ไม่ไป แล้วก็ทะเลาะกัน ทำไมไม่ช่วยแม่ ตอนนั้นเรายังไม่อิน ตอนนี้เรามาดูยูทูบฝรั่งที่เขาทำอาหาร มันน่าลองทำ เห็นเตาอยู่ด้วย ลองแล้วใช้ได้จริงเลยทำมาเรื่อย ๆ พอเราทำ มันเหมือนมีอะไรสักอย่างให้หมกมุ่น หัวไม่เตลิด เขาเรียกอะไรนะ มีสมาธิหรอ ไม่แน่ใจ เราทำแล้วรู้สึกนิ่งขึ้น พอมันทำออกมา ฉันทำได้ แต่ก่อนจะทำได้ก็มีเสียไปหลายอันนะ ส่วนใหญ่เป็นขนมปัง สองครั้งแรกกินไม่ได้ (หัวเราะ) ขนมปังมันยากเพราะต้องหมักแป้งไว้ก่อน ถ้าสูตรไม่เป๊ะก็ไม่ได้อีก ช่วงแรกเรายังงง เลยออกมาเป็นอะไรไม่รู้

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

เดียร์ทำขนมประมาณอาทิตย์ละครั้ง ทำมั่วไปหมดเลย ส่วนใหญ่ใช้วิธีจดสูตรจากยูทูบ ไม่ได้มีสูตรของตัวเอง จริง ๆ ทำอาหารไม่เก่ง ช่วงนี้เห็นเขาทำแล้วน่ากินเลยอยากลอง ของคาวก็มีบ้าง คิมบับอะไรแบบนี้ อาหารไทยก็มีน้ำพริกอ่อง คิดถึงบ้าน ขอสูตรแม่ จดสูตรแม่แล้วก็มาทำเอง อร่อย 

ตอนนี้ถนัดทำเค้กกล้วยหอมนะ เป็นเมนูเดียวที่น่าจะรอด (ขำ) ต้องรอดสิ พอกินได้ เป็นอันที่เอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน คนที่กินบอกว่าอร่อย ทำขายได้แล้วจะสั่ง (ยิ้ม)

อพาร์ตเมนต์ 70 ปีของ gizzdear ที่แต่งด้วยของจากโกดังมือสอง เป็นคันทรีโฮมหลากสไตล์

อะ พักก่อน! อยากชิม

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

อื้มมม ฉ่ำนุ่มกำลังดี มีเท็กเจอร์กรุบกรอบรอบด้านจากการอบด้วยเตารุ่นคุณปู่ อร่อยจริงนะ

มา! ฝากร้านได้เลย

อยากอยู่ทุกแบบ

อย่างสไตล์อิตาเลียนเขาก็จะชอบแปะรูปบนผนัง รูปวินเทจกรอบหลุยส์ ก็หามาติดให้มันดูเต็ม ๆ ตรงนี้ที่เห็นกล้องเยอะ ๆ เมื่อก่อนอินกับกล้องฟิล์มมาก ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น เคยไปเดินถนนคนเดินที่เชียงใหม่ แล้วไปเจอกล้องฟิล์มตัวหนึ่ง ขอต่อเขาจากสองพันแปดเหลือพันสองแล้วเขาให้ หลังจากนั้นก็เล่นกล้องฟิล์มมาตลอด ก็มีส่วนทำให้ไปเรียนนิเทศนะ แต่ที่เรียนฟิล์มเพราะชอบดูหนังที่ภาพสวย เราอยากรู้ว่าหนังที่ภาพสวย ๆ นั้นเขาถ่ายกันยังไง แต่สุดท้ายไปเรียนเอกแอคติ้ง (หัวเราะ) เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตู้นี้เลยเอาไว้วางกล้อง ได้มาจากโกดังมือสอง พันนิด ๆ

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

จริง ๆ ก็อยากให้มันเป็นโทนเดียวกันนะ เหมือนเลือกอย่างเดียวไม่ได้มากกว่า ชอบไปหมดทุกอย่าง ก็เลยอยากให้มีทุกแบบในบ้าน เอามารวมกันให้หมด บางอย่างก็เป็นมือสอง มือหนึ่งก็มี บางอย่างก็ติดมากับห้องอยู่แล้ว 

มุมนั่งเล่นเดียร์ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนไปตุรกี เช่า airbnb ที่เขาใช้โซฟาสีน้ำเงินกับหมอนสีแดงให้มันตัดกัน เลยเก็บไอเดียมาทำโซนรับแขกของตัวเอง มีพรมสไตล์ตุรกี ให้สีมันจัดกว่ามุมอื่นนิดหนึ่ง ม่านนี้เป็นภาพถ่ายที่พิมพ์ลงบนผ้าของศิลปินเกาหลีชื่อมุนเยจิน สั่งจากเกาหลีเอามาติดเอง ส่วนโต๊ะวางทีวีเป็นตู้มีสองชิ้น แล้วเอาทีวีวางตรงกลาง

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

ห้องนอนอยากให้มันดูสะอาด เรียบ ๆ ขาว ๆ อยากลงไปนอนจังเลย แต่ก็ยังมีความวินเทจอยู่ในพวกกระจก พวกเฟอร์นิเจอร์ แต่ว่าเราอยากให้มันโปร่งโล่งเลยใช้ม่านสีขาว เอาผ้าลูกไม้มารองอีกชั้น ใส่ต้นไม้ไปให้สดชื่นหน่อย เอาพลูด่างมาร้อย ให้มันเพ้อฝัน มีที่นอนหมาอยู่ตรงนี้ด้วย

แต่ส่วนใหญ่ชอบอยู่ห้องครัวนะ เพราะห้องครัวจะสว่างสุด เวลาแต่งหน้าก็แต่งในครัว (จริง!)

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

นอกจากทำครัว อยู่บ้านก็ดูหนัง ถ่ายแบบ แต่งบ้านเพื่อเอาไว้ใช้รีวิวของ ใช้มาทุกมุมแล้ว ไม่มีมุมไหนไม่ได้ใช้ ต้องเปลี่ยน ต้องแต่งใหม่ละ (หัวเราะ) มันเหมือนโชว์สไตล์เราด้วยว่าบ้านเราเป็นแบบนี้ พอถ่ายของรีวิว มันก็ยิ่งเป็นสไตล์เรา แต่น่าจะไม่คุ้มเงินนะที่แต่งไป คุ้มทางใจมากกว่า พอได้อยู่บ้านก็ได้อยู่กับหมา หมาเดียร์ติดคนมาก พอได้อยู่บ้านเยอะ หมาก็แฮปปี้

อยากให้มีสวนสำหรับหมานะ ถ้าพูดถึงคนพื้นที่ใหญ่พอแล้ว หมาต้องมีบริเวณให้เขาวิ่ง โจ๊กเป็นหมาที่ชอบออกข้างนอกมากกกก ห้องแค่นี้ยังเล็กไปสำหรับเขาอยู่ เลยต้องพาออกไปเที่ยวบ่อยๆ แต่จาโก้ยไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าติดบ้าน แล้วโจ๊กเป็นหมาที่ไวต่อเสียงมาก แค่มีคนหรือหมาเดินผ่าน โจ๊กจะวิ่งไปเอาหัวโหม่ง ตะกุยประตู จนเคยมีคนข้างบ้านจะแจ้งว่าเราทารุณกรรมสัตว์ (ขำ) เลยต้องทำที่กั้น

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

ถ้าเตรียมบ้านสำหรับหมาเลย คงไม่ได้เตรียมอะไรมาก แค่ปูพรมเยอะหน่อย มันจะไม่ค่อยลื่นและพื้นไม่เสีย อย่างที่เห็นพื้นเสียเยอะมาก ส่วนฉี่ อึ ให้ทำในถาดข้างนอกระเบียงเลย เพราะว่ากลิ่นแรง แล้วก็ต้องเปลี่ยนทุกวัน ล้างระเบียงทุกวัน 

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

อยากอยู่แต่(ง)บ้าน

เดียร์เป็นคนชอบเที่ยว แต่พอเวลาไปเที่ยวนาน ๆ ก็จะคิดถึง อยากกลับมาอยู่บ้านอยู่ดี 

รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านเลยแหละ ทำไมถึงรู้สึกว่าเป็น อืม (นิ่งคิด) เพราะมันมีความเป็นเราอยู่ทุกที่เลย เราอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ เลือกของทุกอย่างเอง ทำทุุกอย่างเอง แต่จริง ๆ ก็อยากมีบ้านแบบบ้านสักหลังหนึ่งนะ แต่น่าจะกลับไปทำที่ตาก เพราะชอบความเป็นคันทรีสไตล์ อยากให้บ้านอยู่ป่า ๆ

ถ้าถามว่าตอนนี้พอใจกับบ้านหลังนี้หรือยัง พอใจแล้ว แต่ความชอบเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่มีคำว่าสุด เหมือนการแต่งบ้านเป็นสิ่งที่เรารักมาก ก็เลยหาตังค์มาแต่งบ้านไปเรื่อย ๆ งอกไปเรื่อย (ยิ้ม)

อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด
อพาร์ตเมนต์แต่งเองของ เดียร์-สุพิชญา นันต๊ะ ที่รีโนเวตให้ทำได้ทุกอย่าง ทั้งทำขนม ถ่ายแบบ เลี้ยงหมา โดยสเปซไม่ใช่ข้อจำกัด

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load