27 กุมภาพันธ์ 2564
3 K

คุณรอล์ฟ วอน บูเรน แห่ง Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์) แบรนด์จิวเวลรี่และของตกแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์ด้วยการสร้างงานศิลป์จากวัสดุหายาก เป็นคนชอบของโบราณมาแต่ไหนแต่ไร เขาสะสมของหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพศิลปะ เครื่องเรือน เครื่องประดับ 

ผ้าก็เป็นของสะสมอย่างสำคัญของชายชาวเยอรมันผู้นี้ เขาทั้งหลงใหล ทั้งภูมิใจกับทุกผืน ก่อนเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร พ่วงตำแหน่งนักสะสมผ้าโบราณ ราว 58 ปีที่แล้ว คุณรอล์ฟในวัยหนุ่มเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทเฮิกซ์ ขายสีย้อมผ้าให้กับโรงงานย้อมและทอผ้า ด้วยอาชีพนั้น เขามีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องกระบวนการกว่าจะเป็นผ้าสักผืน จึงทำให้เห็นคุณค่าของผ้า ด้วยต้องใช้เวลา ใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความลำบากในการผลิตจนเสร็จสวยสมบูรณ์

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ผ้าผืนแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นให้คุณรอล์ฟเริ่มเก็บสะสม คือ ผ้าแคชเมียร์ ซึ่งได้มาระหว่างเดินทางไปอินเดีย เพื่อเลือกสรรวัสดุมาทำสินค้าให้กับแบรนด์ Lotus Arts de Vivre จากนั้นเขาค่อยๆ ตามหาผ้าหลากชนิดจากทั่วเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน และอินโดนีเซีย มาเพิ่ม จากตามหากลายเป็นความหลงใหล และแปรเปลี่ยนเป็นงานอดิเรกของเขามากว่า 50 ปี ถึงตอนนี้ คุณรอล์ฟในวัย 81 มีผ้าผืนสวยนับ 1,000 อยู่ในครอบครอง

เขามีห้องสำหรับเก็บสะสมผ้า ห้องนั้นเปิดแอร์ 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลรักษาให้ผ้าอยู่ในสภาพคงเดิมที่สุด โดยห้องต้องปลอดมอด ศัตรูอันดับหนึ่งของผ้าเก่า และต้องระวังรา หากราขึ้น ผ้านิ่มๆ ก็ฉีกเหมือนกระดาษได้

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

มองเผินๆ ผ้าอาจดูเป็นของใช้ธรรมดาที่เราเห็นกันจนชินตา แต่แท้จริงแล้ว ผ้าจากมุมต่างๆ ของโลกก็ซุกซ่อนเรื่องราวไว้ในแต่ละผืน ผ้าบอกทั้งวิถีชีวิต การแต่งกาย ศิลปะประจำชาติ ศาสนา โครงสร้างทางสังคม ไปจนถึงประวัติศาสตร์ของดินแดน การเก็บผ้าโบราณนับเป็นการบันทึกเรื่องราวทางวัฒนธรรมไว้อีกรูปแบบหนึ่ง เขาจึงจดข้อมูลของผ้าแต่ละผืนไว้ แต่ไม่ต้องหยิบมาเปิดอ่าน เพราะแค่เห็นผ้าก็จำขึ้นมาได้แล้ว

“ส่วนใหญ่ก็ทราบ พอเห็นก็รู้ว่าเป็นของที่ไหน” คุณรอล์ฟตอบช้าๆ เป็นภาษาไทย เมื่อเราถามว่า หากไปเห็นผ้าที่อื่น นักสะสมเช่นเขาจะทราบไหมว่าผ้าผืนนั้นมาจากมุมใดของโลก “ผมไม่ได้เชี่ยวชาญ แต่เดาได้คร่าวๆ ว่าของกัมพูชา ทิเบต จีน หรือมองโกเลีย”

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

เพราะความรักที่มีให้กับผ้าทุกผืน คุณรอล์ฟได้จัดนิทรรศการแสดงผ้าหายากนานาชาติ Lotus Arts de Vivre : Woven Jewels ขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนในวงกว้างได้ทำความรู้จักกับผ้า ได้ฟังเรื่องราวของผ้าในหลายมิติ และท้ายที่สุดคือ มองเห็นคุณค่าของ ‘ผ้า’ เหมือนที่เขาเห็นมาโดยตลอด

วันนี้เป็นโอกาสพิเศษมากๆ ที่นักสะสมผ้าคนนี้ได้ค้นกรุเก็บประวัติศาสตร์ส่วนตัว และหยิบผ้าแรร์ไอเท็มจาก 5 ประเทศที่ไม่เคยให้ใครดู มาให้เราชมที่นี่เป็นที่แรกและที่เดียว พร้อมบอกเล่าประวัติให้เราฟังไปทีละผืน เริ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยกันก่อนเลย

ญี่ปุ่น

คุณรอล์ฟหยิบ ‘กิโมโน’ (Kimono) เครื่องแต่งกายประจำชาติของสาวญี่ปุ่นออกมาให้เราดู 2 ชุด ชุดหนึ่งเป็นผ้าทอทั้งผืน ส่วนอีกชุดหนึ่งเป็นกิโมโนสีดำลวดลายแสนวิจิตร ทันทีที่เห็น สายตาเราพุ่งไปสนใจกิโมโนชุดที่สองทันที

กิโมโนสีดำสนิทชุดนี้ผสมผสานหลายเทคนิค ทั้งทอด้วยผ้าไหม ชายกิโมโนมีลายเพนต์ด้วยสีสวยงาม ตัดขอบด้วยสีทอง และปักดิ้นทองแท้ลงบนผ้า ชุดนี้มีอายุประมาณ 80 ปี ด้วยยุคสมัยนั้นแพรพรรณคือสิ่งบางบอกสถานะทางสังคม กิโมโนงดงามขนาดนี้ เขาคาดว่าเป็นของหญิงชนชั้นสูงศักดิ์

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน
เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ถัดจากกิโมโน เขาทยอยหยิบคอลเลกชันโอบิออกมาให้ชม

‘โอบิ’ (Obi) เป็นผ้าผูกเอวสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่มีลักษณะต่างกันที่ของผู้หญิงจะเป็นผืนกว้าง ส่วนของผู้ชายจะแคบกว่า หนึ่งในโอบิหลายผืนที่คุณรอล์ฟนำมาให้เราดูเป็นโอบิผ้าไหมอายุราว 100 ปี ทอด้วยวิธีการที่เรียกว่า Brocade ซึ่งเป็นการทอผ้าไหมสีต่างๆ เข้าด้วยกันด้วยกี่ทอผ้า บ่อยครั้งที่จะทอดิ้นเงินและดิ้นทองผสานเข้าไปด้วย เช่นเดียวกับผืนนี้ที่ทอออกมาเป็นลวดลายฝูงนกกระเรียนสยายปีก โบยบินท่ามกลางสายน้ำและทุ่งดอกไม้

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

“การแต่งตัวของคนญี่ปุ่นโบราณเขาไม่มีเครื่องประดับมากนะ มีแต่หวี ปิ่น และกระเป๋าเล็กๆ โอบิจึงเป็นเหมือนเครื่องประดับชิ้นเด่น” คุณรอล์ฟอธิบายที่มาว่าทำไมโอบิ จึงทำด้วยความประณีตบรรจงขนาดนี้

นักสะสมรุ่นใหญ่ได้โอบิแต่ละผืนจากการประมูลของที่เกียวโต ซึ่งจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง เขาเทียวไปเทียวมาอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้พลาดของดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น เขาว่าทุกอย่างขึ้นอยู่ที่โชคด้วย มีโอกาสต้องตัดสินใจซื้อตอนนั้นเลย เพราะจะไม่มีมาอีกแล้ว

ทาง Lotus Arts de Vivre มักนำโอบิมาทำเป็นกระเป๋า เมื่อคุณรอล์ฟเห็นผ้าแต่ละผืน แวบแรกเขาคิดภาพกระเป๋าในหัวทันที ซึ่งขั้นตอนหลังได้โอบิมา คือการนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบกระเป๋าโดยใช้ผ้าผืนนั้นอย่างคุ้มค่า ให้เหลือเศษผ้าน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผ้าบางชนิดก็ไม่ได้มาจากการประมูล อย่างผ้าทอ Brocade ลายคลื่นอายุราวหนึ่งศตวรรษชิ้นนี้ เดิมเคยเป็นผ้าแขวนตกแต่งภายในวัดนิกายมหายานของญี่ปุ่น ซึ่งมีชาวบ้านนำไปถวาย

 นอกจากหาซื้อผ้าตามแหล่งต่างๆ หลายครั้งต้องเข้าไปดูผ้าในวัดด้วย เขาเล่าอย่างสนุกว่า ต้องใช้สายตาอันมีประสบการณ์สอดส่ายหาผ้าคุณภาพดีที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางผ้ากองโตในห้อง บางครั้งก็ใช้เวลาอยู่ในนั้นนานถึง 5 ชั่วโมง

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

จีน

เราเหลือบไปเห็นชุดที่หน้าตาดูคล้ายกันกับกิโมโนที่คุณรอล์ฟเพิ่งเล่าจบ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว 

ใช่แล้ว ชุดคลุมจากประเทศจีนนั่นเอง

“นี่เป็นเสื้อคลุมสำหรับคนมีฐานะ” คุณรอล์ฟเริ่ม

เช่นเดียวกับชุดกิโมโน เสื้อคลุมของจีนอายุกว่าร้อยปีนี้ เป็นผ้า Brocade แต่ต่างไปจากของญี่ปุ่นด้วยลาย บางทีแม้เป็นลายมังกรเหมือนกัน แต่ศิลปินญี่ปุ่นและศิลปินจีนก็สร้างสรรค์ออกมาได้ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน

เมื่อเราลองจับผ้าดู ก็พบว่าชุดนี้หนาและหนักมาก คุณรอล์ฟบอกว่าชุดนี้อาจเป็นของจักรพรรดิ์จีน ไม่ก็องค์ชายลำดับที่ 1 หรือ 2 ดูได้จากมังกรที่มี 5 เล็บเป็นสัญลักษณ์ เขาอธิบายเพิ่มว่า จะรู้ว่าเจ้าของเสื้อมีตำแหน่งสูงแค่ไหนจากการดูลายสัตว์บนผ้าได้

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

“ส่วนชุดนี้เป็นของคนที่ไม่มีตำแหน่งในวัง อาจเป็นเพียงเศรษฐีคนหนึ่ง” แม้ไม่มีลายสัตว์ เขาบอกว่าดูจากเนื้อผ้าและลายก็เดาได้เลยว่าเจ้าของต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

เป็นที่รู้กันว่าวงการซื้อขายของเก่านั้น มีทั้งของจริงและของปลอมที่ดูคล้ายของจริงจนแยกไม่ออก ขายปะปนกันอยู่ในตลาด เราจึงแอบสงสัยว่าคุณรอล์ฟทราบได้อย่างไรว่าที่ตัดสินใจซื้อมาจะเป็นของจริง

“จะโดนหลอกไหมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ผมเคยซื้อของปลอมเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ตอนนี้ยังเจ็บอยู่” ชายชรานักสะสมอมยิ้มให้กับอดีตของตัวเอง “เวลาซื้อ อยากได้อย่างเดียวก็ไม่ดี ต้องใช้อุเบกขาด้วย ว่าดีไหม ต้องชั่งใจด้วย เพราะโอกาสพลาดมีอยู่เสมอ”

สำหรับนักสะสมตัวยงที่เริ่มตระเวนซื้อของเก่ามากว่า 50 ปีอย่างคุณรอล์ฟ โอกาสพลาดที่ว่าก็มีน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่เฉียบคมยิ่งขึ้นตามประสบการณ์ และด้วยคอนเนกชันในวงการผ้าที่กระจายอยู่ทั่วโลก นอกจากประมูลตามงานแล้ว คุณรอล์ฟรู้จักมักคุ้นดีกับ Antique Dealer ในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งแต่ละที่นั้นติดต่อกันมา 40 – 50 ปีแล้ว

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

อินโดนีเซีย

คุณรอล์ฟเดินแทรกตัวเข้าไปหยิบผ้าในกองที่พันไม้อยู่ แล้วคลี่ออกมาหนึ่งผืน 

ด้วยทราบมาว่า ‘โสร่ง’ (Sarong) คือผ้านุ่งของคนอินโดนีเซีย เราจึงคิดไปว่านี่คงเป็นโสร่งที่เขาพูดกันแน่ๆ ทว่าคุณรอล์ฟเฉลยว่านี่ไม่ใช่โสร่ง แต่เรียกว่า ‘สปุต’ (Saput) ซึ่งเป็นผ้าสำหรับใส่ทับโสร่งอีกทีเพื่อให้ดูทางการกว่าใส่โสร่งเปล่าๆ อย่างเวลาไปวัดหรือออกงานสังคมก็ต้องใส่สปุตด้วย

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน
เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ไม่รอช้า ชายชาวเยอรมันก็จัดการพันสปุตไว้ที่เอว แล้วผูกแบบคล่องแคล่วเสียจนเราสงสัยว่าไปร่ำเรียนมาตอนไหนกัน

“ผมเคยมีบ้านที่บาหลี เวลามีงานอะไรต้องใส่ เลยมีโอกาสใส่บ่อย โดยเฉพาะงานเต้นรำ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของที่นั่น” ดูเหมือนว่าคุณรอล์ฟจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอยู่เรื่อยๆ

“ผืนนี้เป็นบาติก” เขาหยิบผ้าชนิดใหม่มาให้ดู คราวนี้ดูต่างไปจากผืนก่อนๆ ที่ได้ดูมากทีเดียว

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ผ้าบาติกอายุกว่า 80 ปีผืนนี้ได้มาจาก Antique Dealer ผู้ขายของเก่าที่อินโดนีเซียเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ผ้าใช้สีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ขาว ดำ แดงสด และแดงแก่ วิธีการทำบาติกคือต้องเขียนเทียนไว้ในส่วนที่ไม่ต้องการลงสี แล้วแต้มสีในส่วนที่ต้องการ จากนั้นก็ล้างเทียนออกด้วยน้ำร้อน แล้วเริ่มลงเทียนรอบใหม่เพื่อลงสีถัดๆ ไป ทำแบบนี้ด้วยมือถึง 4 รอบจึงจะลงสีครบ หากไม่ใจเย็นก็ไม่มีวันทำได้เลย

“สะสมแบบนี้ต้องขยัน ไปหลายแห่ง” เขาพูดด้วยแววตาที่มีพลังมุ่งมั่น

นอกจากการซื้อผ้าผ่านดีลเลอร์หรือการประมูล หลายครั้งทีเดียวที่คุณรอล์ฟได้ผ้ามาจากชาวบ้าน แม้ไม่ใช่ผ้าโบราณอายุเป็นร้อยปี แต่ก็มีความงามและคุณค่าในแบบของตัวเอง อย่างผ้ามัดย้อมที่เขาหยิบมาให้เราดูตบท้ายนี้ สิ่งที่ซ่อนอยู่คือการแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

อินเดีย

“อินเดียเป็น Supplier of the World” เป็นประโยคแรกที่คุณรอล์ฟพูด เมื่อเริ่มเข้าเรื่องผ้าของแดนภารตะ เรารู้ทันทีว่ามาถึงทีเด็ดของเขาเข้าแล้ว

นิทรรศการแสดงผ้าหายากนานาชาติครั้งนี้ มีผ้าคลุมไหล่พัชมีนาส่วนหนึ่งที่เก็บไว้อย่างดีและหาที่ไหนไม่ได้แล้วเป็นไฮไลต์ของงาน ซึ่งเขาเล่าว่าในกรุส่วนตัวมีทั้งหมดนับ 200 ผืน

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

‘ผ้าคลุมไหล่พัชมีนา’ (Pashmina) มาจากแคชเมียร์ ดินแดนทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย วิธีการทำคือจะนำขนแพะชั้นในสุดซึ่งมีความนุ่มละเอียดมาถักทอเส้นใยแนวทแยง โดยแพะที่ถูกนำขนมาใช้นั้นอาศัยอยู่ในระดับความสูง 4,300 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่ใช้ห่มเพื่อคลายความหนาว

คุณรอล์ฟพาเราเดินไปดูผ้าพัชมีนาจากศตวรรษที่ 19 อายุ 161 ปีผืนหนึ่ง ซึ่งได้มาจากดีลเลอร์อินเดียเมื่อประมาณ 40 – 50 ปีก่อน มีลวดลายเป็นโบเทธ์ (Boteh) หรือที่เรียกว่าลายเพสลีย์ (Paisley) บ้างก็เรียกว่าลายลูกน้ำ ตามลักษณะที่เห็น

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน
เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ลายนี้มีต้นกำเนิดจากเปอร์เซีย หมายถึง ดอกไม้ หรือ ช่อดอกไม้ใบไม้ เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและความเป็นนิรันดร์ ต่อมา ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 – 19 เป็นยุคของจักรวรรดิโมกุล ลายโบเทธ์ได้เผยแพร่เข้าสู่อนุทวีปอินเดีย นิยมนำไปทอเป็นลายของผ้าคลุมไหล่ ซึ่งถือเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคมในชนชั้นสูงและขุนนาง จากนั้นแพร่เข้าสู่ยุโรปในยุคล่าอาณานิคม จนถึงทุกวันนี้ ลายนี้ก็ยังได้รับความนิยมในโลกแฟชั่นอยู่เสมอ

การไล่เรียงซึ่งสีย้อมธรรมชาติจากหญ้าฝรั่นให้เป็นลวดลายนั้นยากซับซ้อน การเปลี่ยนสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งต้องใช้เทคนิคที่เรียกว่า Interlocking Tapestry ค่อยๆ ทอสลับสีไปจนเสร็จทั้งผืน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ผ้าพัชมีนาใช้เวลาทอนานมาก โดยผืนนี้ใช้เวลาถึง 3 ปี

“ของใหม่ไม่ละเอียดเท่า” คุณรอล์ฟพูดถึงผ้าที่เขาพาเรามาดูในลำดับต่อมา

ตรงหน้าเรานี้คือผ้าพัชมีนาทอใหม่ที่ใช้เทคนิคเดียวว่ามีดีไซน์เรียบง่าย ลดความซับซ้อนของลายและการผสานสีลงไปจากเดิมมาก ใช้เวลา 2 – 3 เดือนก็เสร็จสิ้น 

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

เขาเล่าด้วยน้ำเสียงกึ่งเสียดายว่า ทุกวันนี้คนทอผ้าในอินเดียน้อยลงมาก จากเคยส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น พอมาถึงคนรุ่นปัจจุบันก็ไม่อยากสานต่อ เพราะงานแบบนี้ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ใช้แรงกาย และใช้เวลาในการผลิตต่อชิ้นเยอะมาก แต่ค่าตอบแทนกลับสวนทาง คนจึงหันไปพึ่งเครื่องจักรและทำงานที่เน้นความเร็ว เขาเองไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก เพราะส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการพัฒนาและโลกที่หมุนไป

ทว่าตัวเขาเองกลับยังเชื่อในความงามและมูลค่าทางใจที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการทำงานคราฟต์

เพราะเหตุนี้ งานทำมือจึงมีคุณค่าในสายตานักสะสมอย่างเขาเหลือเกิน

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

ใครสนใจอยากชมผ้าสวยๆ ตอนนี้นิทรรศการแสดงผ้าหายากนานาชาติ Lotus Arts de Vivre : Woven Jewels ที่ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ลักขณา คุณาวิชยานนท์ มาเป็นภัณฑารักษ์ ยังจัดแสดงอยู่จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 – 17.00 น. ที่ โลตัส อาร์ต เดอร์ วีฟว์ แกลเลอรี่ พระราม 3 สามารถนัดหมายเข้าชมได้ที่ โทรศัพท์ 08 9667 6077

ภายในงานนี้ นอกจากจะมีผ้าทอโบราณอย่างผ้าพัชมีนาหรือผ้าโอบิของ อาจารย์เกนเบ ยามากูจิ ปรมาจารย์แห่งโอบิญี่ปุ่นให้ดูแล้ว ยังจัดแสดงกระเป๋าคอลเลกชัน Woven Jewels ที่นำผ้าโบราณจากที่ต่างๆ มาผสมผสานกับการปักลายของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ด้วย

เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน
เปิดกรุผ้าโบราณ 5 ดินแดนที่อายุรวมกันนับหมื่นปีของนักสะสมผ้า รอล์ฟ วอน บูเรน

Writer

พู่กัน เรืองเวส

เด็กสถาปัตย์จบใหม่ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ตอนนี้กำลังสนุกกับการเรียนรู้โลกกว้างหลังเรียนจบ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load