ไปกินร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไงก็ต้องสั่งกุ้งแม่น้ำเผาอันดับแรก ถ้าร้านนั้นไม่มี ถึงจะมีอย่างอื่นอร่อย ก็สงสัยว่าขาดของสำคัญไปได้อย่างไร ถ้าเป็นร้านที่มีกุ้งแม่น้ำเผา แต่เผาไม่ได้เรื่อง เปลือกไหม้ดำปิ๊ดปี๋ แต่เนื้อยังใสๆ ดิบอยู่ ก็อะลุ่มอล่วยหันไปเลือกอย่างอื่นกินชดเชย นั่นแปลว่าเมื่อไปนั่งกินริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วต้องกินกุ้งแม่น้ำเผา ไม่อย่างนั้นเสียเที่ยว

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

ที่เรียกว่ากุ้งแม่น้ำเผานั้น เพราะกินกุ้งที่เผาริมแม่น้ำหรือเปล่าไม่รู้ กุ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ หายากยิ่งกว่าควานหาเมล็ดถั่วเขียวในโอ่งน้ำ ที่กินๆ กันอยู่เป็นกุ้งเพาะเลี้ยงขึ้นมาด้วยมือคน แล้วเลี้ยงในบ่อทั้งสิ้น ยิ่งตัวใหญ่ๆ ก้ามยาวๆ ลักษณะเป็นกุ้งตัวผู้นั้น เป็นกุ้งที่ถูกตัดแต่งเพศมาแล้ว จากกุ้งตัวเมียก็กลายมาเป็นกุ้งทอม มีก้าม

จะกินกุ้งต้องรู้จักกุ้งก่อน เมื่อก่อนจะเรียกว่ากุ้งก้ามกราม ตัวผู้ที่ตัวโตๆ ก้ามสีเขียวที่ก้ามมีหนามแหลมและมีสาหร่ายน้ำเกาะ บางที่เรียกว่ากุ้งก้ามคราม เอามาจากสีเขียวครามนั่นเอง หรือจะเรียกว่ากุ้งหลวง ส่วนตัวเมียเรียกว่ากุ้งนาง

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

วงจรชีวิตของกุ้งจะชอบอยู่ในแม่น้ำที่น้ำสะอาด แต่ตัวมันชอบอยู่ตามริมตลิ่ง น้ำนิ่งๆ ยิ่งมีต้นไม้คลุมร่มรื่นยิ่งชอบ เพราะมีความเย็นและมีอาหารให้กินเยอะแยะ ในฤดูขยายพันธุ์ แม่กุ้งจะว่ายน้ำออกไปยังบริเวณน้ำกร่อยที่มีความเค็มประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์แล้วสลัดไข่ตรงนั้น กุ้งตัวหนึ่งมีไข่ประมาณล้านฟอง แต่เหลือเป็นตัวลูกกุ้งได้แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ลูกกุ้งจะเติบโตด้วยแพลงก์ตอนที่มีมากในน้ำกร่อย เมื่อลูกกุ้งโตขึ้นก็จะว่ายน้ำขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ ตลอดทางโดนปลากิน โดนอย่างอื่นงาบไปก็เยอะ 

ความที่มีแม่กุ้งออกไปขยายพันธุ์พอประมาณ จากลูกกุ้งมาเป็นกุ้งในวัยกินได้จึงเยอะหน่อย เมื่อก่อนในแม่น้ำเจ้าพระยา แถวบางพลัด มีแพไม้ซุงจากภาคเหนือจอดเรียงรายอยู่เยอะ เพราะอยู่ใกล้โรงเลื่อยไม้แถบบางโพ พวกนักตกกุ้งอาชีพและสมัครเล่นชอบไปนั่งตกกุ้งบนแพที่ว่า เพราะใต้แพนั้นน้ำนิ่งและเย็น ซึ่งเป็นสวรรค์ของกุ้ง 

วิธีตกกุ้งจะใช้เข็มเย็บผ้ามาเผาให้งอโค้งเป็นตัวเบ็ด สายเบ็ดเป็นด้ายตราสมอที่เส้นใหญ่หน่อย เกี่ยวไส้เดือน แล้วหย่อนด้วยมือไปตามร่องต้นซุง กุ้งมีเยอะแต่ตกยากมาก เวลากุ้งกินเหยื่อกระตุกแรงก็ไม่ได้ เข็มจะกระชากปากกุ้งขาด กระตุกค่อยไปก็หลุด ต้องปล่อยให้กุ้งลากสายพอตึงๆ แล้วค่อยกระตุก ต้องเป็นมือโปรจริงๆ จึงจะได้ ได้มาแล้วก็ส่งขายไปตามร้านอาหารบ้าง ตลาดบ้าง 

มีอยู่ยุคหนึ่งมีคนเห็นแก่ได้ เอารากโล่ติ๊น เป็นรากไม้ชนิดหนึ่ง ทุบแล้วใส่กระป๋องนมเอาไปวางตรงจุดต่างๆ ในน้ำ กุ้งมันเมาโล่ติ๊นก็ลอยตัวขึ้นเพื่อหายใจ จึงเสร็จไอ้คนอัปรีย์ แล้วลูกปลา ลูกกุ้ง กบ หอย ก็ตายหมด กว่าจะประกาศเป็นของผิดกฎหมาย กุ้งก็ฉิบหายวายวอด

เดี๋ยวนี้ในแม่น้ำเจ้าพระยาแทบจะไม่มีกุ้งแม่น้ำแล้ว แม่กุ้งออกไปวางไข่แถวน้ำกร่อย แถวๆ บางกระเจ้า พอผ่านบางโพ ผ่านปากคลองบางซื่อ ปากคลองโอ่งอ่าง ปากคลองบางกอกน้อย ท่าพระจันทร์ สาทร ที่เป็นกำแพงน้ำเน่าขวางก็ตายเรียบ อย่าว่าแต่กุ้งเลย ต่อให้เป็นปลาวาฬก็หงายท้องพะงาบๆ แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมแถวปทุมธานียังมีกุ้ง ก็กรมประมงเขาเพาะลูกกุ้งแล้วเทปล่อยหลายๆ ที่ เมื่อมันโตเป็นแม่กุ้ง จะออกไปวางไข่ตามวงจรชีวิตของมันก็มาติดน้ำเน่าตายนั่นเอง

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

อย่างที่ว่ากุ้งแม่น้ำเผานั้นจะเป็นกุ้งบ่อเผา แต่ใช่ว่าจะไม่มีกุ้งแม่น้ำหรือกุ้งก้ามกรามเสียเลย มีครับ เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว คนกรุงเทพฯ ที่เป็นกุ้งฟีเวอร์ ต้องไปกินกุ้งเผาที่แพลุงชุบ หรือร้านตราชู ที่สิงหบุรี เพราะมีกุ้งก้ามกรามขนาด 2 – 3 ตัวกิโลฯ ก้ามสีเขียวยาวมีสาหร่ายน้ำเกาะ มีคุณสมบัติครบถ้วนของกุ้งแม่น้ำ ไปกินกันอย่างครื้นเครง ตัวละพันก็มีคนกิน เป็นกุ้งตะเบ็งชะเวตี้จากพม่าครับ ตอนหลังๆ มีคนสั่งเข้ามาขายส่งไปตามร้านทั่วไป ชื่อว่ากุ้งหัวตะกั่ว เพราะยัดตะกั่วในหัวกุ้งเพื่อเพิ่มน้ำหนัก

นั่นเป็นวงจรชีวิตกุ้ง มาถึงเรื่องจะหากุ้งในแม่น้ำจริงๆ กินได้ที่ไหน ก็ต้องจับหลักเอาแหล่งที่จะมีกุ้ง ซึ่งมีหลายที่ ยกตัวอย่างที่แรก เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว มีพรรคพวกเป็นประมงจังหวัดแนะนำให้ไปดูวิธีการขยายพันธุ์กุ้งในแม่น้ำที่เรียกว่าธนาคารไข่กุ้ง โดยฝีมือชาวบ้านชื่อนายยุทธ ขวัญใจ อยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี ใกล้กับแม่น้ำบางตะบูน ที่เป็นจุดเคลื่อนไหวของน้ำ ถ้าหน้าร้อนน้ำทะเลหนุน ตรงนั้นน้ำจะกร่อย แต่ถ้าหน้าฝนน้ำจืดลงมาเยอะ ความกร่อยไปอยู่ใกล้บางตะบูน ฉะนั้น ตรงนั้นจะมีกุ้งมากกว่าแถบอื่นๆ 

นายยุทธนี่ดั้งเดิมเป็นคนจับกุ้งขาย ได้บ้างไม่ได้บ้าง กรมประมงไปแนะนำวิธีว่า ถ้าอยากให้ในแม่น้ำมีกุ้งเยอะๆ เมื่อได้แม่กุ้งไข่เต็มท้องมาแล้ว อย่างเพิ่งขาย เอามาเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ก่อน พอเห็นแม่กุ้งสลัดไข่และเห็นลูกกุ้งเป็นตัวไรก็ปล่อยทางท่อลงแม่น้ำไป เมื่อแม่กุ้งหมดภาระหน้าที่แล้วจึงเอาไปขายกิน นายยุทธทำอยู่ 2 ปีจึงเห็นผล กุ้งในแม่น้ำมีมากขึ้นถนัดใจ ตอนนั้นนายยุทธไม่จับกุ้งเองแล้ว ตั้งตัวเป็นเถ้าแก่รับซื้อกุ้งจากชาวบ้าน 

ตอนที่ผมไปดูโครงการนั้น ต้องไปที่วัดเกาะแก้ว แล้วให้นายยุทธเอาเรือมารับ เห็นบ่อที่ขังแม่กุ้งและกุ้งขนาดอื่นๆ แล้วน่าปลื้มใจครับ หน้าบ้านนายยุทธปลูกเป็นเพิงหลังคามุงจากโล่งๆ บอกว่าไหนๆ มีกุ้งเยอะแยะแล้ว ก็ขายอาหารจากกุ้งเสียเลย ก็ให้เผามา ต้มยำมา พล่ามา เท่าไหร่บอกมา จะไม่ยอมกินฟรี กินเสร็จก็นอนกลิ้งในเพิงเหมือนเมากุ้ง ผมไปอีกหลายครั้ง ทะลึ่งไปบอกคนนั้นคนนี้ แล้วดันไปเขียนแนะนำบ้านนายยุทธ พอเขาดังระเบิดเถิดเทิงแล้วก็ไม่เคยไปอีก

ไปแถวนั้นยังไปดูโครงการบ่อแตก เมื่อก่อนชาวบ้านแถวนั้นทำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแล้วเจ๊ง ก็ปล่อยบ่อทิ้งไว้เฉยๆ กรมประมงไปขอให้ทำบ่อแตก คือถ่ายน้ำจากแม่น้ำเข้าบ่อแล้วปิดทางเข้าบ่อ ธรรมชาติของสัตว์น้ำทุกชนิดจะว่ายไปทุกทิศ ทุกทาง รวมทั้งเข้าบ่อด้วย ตามกฎธรรมชาติ ปลาจะกินลูกกุ้ง กุ้งจะกินลูกปู ปูจะกินลูกปลา วัฏจักรเป็นอย่างนั้น พอสักพักก็เปิดปากบ่อให้ทุกอย่างลงแม่น้ำหมด ผมไปดู 2 – 3 ครั้ง เจ้าของบ่อบอกว่าไม่ใช่ชาวบ้านเท่านั้นที่ชอบ นกก็ชอบ โดยเฉพาะนกกระเรียน วันๆ หนึ่งนกจัดปาร์ตี้รอบขอบบ่อ

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

สำหรับใครอยากกินกุ้งแม่น้ำนายยุทธไม่ผิดหวังครับ ดูในกูเกิลบอกละเอียด ไปอย่างไร กินอะไร ราคาเท่าไหร่ มีเมนูกุ้งแล้วมีซีฟู้ดด้วย นั่นเป็นตัวอย่างที่แรกครับ

มากินกุ้งแม่น้ำที่อื่นบ้าง เป็นจังหวัดตราดเมืองติดทะเล แต่มีกุ้งแม่น้ำกิน ตราดมีแม่น้ำตราดที่ผมว่าสั้นที่สุดในประเทศไทย ต้นแม่น้ำอยู่ที่เทือกเขาบรรทัดในเขมร ตลอดเส้นทางไม่มีชุมชนใหญ่ๆ เลย มีคลองหัวแร้งที่เป็นคลองสาขาไหลลงทะเลด้วยเหมือนกัน คลองหัวแร้งนี่ก็โคตรสะอาด ผมไปอยู่ริมคลองนั้น 3 – 4 วัน ไม่เคยเห็นขยะถุงพลาสติกลอยแม้แต่ใบเดียว ตรงใกล้แถบวัดหนองปรือ เป็นบริเวณเคลื่อนไหวของน้ำที่มีทั้งน้ำกร่อยและน้ำจืดขึ้นลงตามสภาวะของฤดูกาล ซึ่งตามหลักการต้องมีกุ้งแม่น้ำแน่ๆ

เมื่อน่าจะมี วิธีที่ดีที่สุด คือถามชาวบ้านว่าใครเป็นมือจับกุ้ง ก็ได้เรื่องได้เจอตัวแล้วนัดแนะ เอากุ้งเมื่อไหร่ เรื่องขนาดไม่ต้องห่วง เอาหมด ผมได้มาขนาด 3 – 4 ตัวกิโลฯ ยังดิ้นด๊อกแด๊กอยู่ ได้ยินราคาแล้วตกใจว่าถูกจริงๆ

เรื่องกินไม่มีปัญหา หาร้านอาหารชาวบ้านธรรมดา ให้คิดค่าเผากุ้งและตำน้ำปลาพริกให้ด้วย สั่งอย่างอื่นของเขากินด้วย กุ้งเป็นๆ ที่เหลือก็ใส่กล่องโฟมกลับบ้าน ย่างกินให้กลิ่นไปแกล้งเพื่อนบ้านเล่น

ทางไปคลองหัวแร้ง เมื่อไปตามเส้นทางหลักที่ไปตราด พอถึงกิโลเมตรที่ 391 ทางซ้ายมือบอกว่าไปฉางเกลือ ไปไกลหน่อยจนจะข้ามสะพานคลองห้วยแร้ง แถวนั้นมีหลายวัด ถามชาวบ้านว่าหามือจับกุ้งเดี๋ยวก็ได้เรื่องเอง

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

อีกที่หนึ่งเป็นชุมพรเมืองริมทะเลก็มีกุ้งแม่น้ำเหมือนกัน ชุมพรนี่ดีอยู่อย่างว่า ส่วนที่เป็นย่านการค้า หน่วยราชการอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งยังเป็นสวนแบบดั้งเดิม หนาแน่นด้วยต้นไม้สารพัดชนิด ชาวบ้านอยู่กันเงียบๆ ตรงสวนดั้งเดิมนี้มีคลองท่าตะเภา ที่ต้นน้ำมาจากทางเขาตะนาวศรี ไหลผ่าสวนแล้วไปลงทะเลเป็นปากน้ำชุมพร แน่นอนว่าในคลองท่าตะเภามีแถบน้ำที่เคลื่อนไหว มีน้ำกร่อย น้ำจืดขึ้นลงตามฤดูกาล จะเข้าไปตรงที่ว่า ต้องเข้าทางถนนปรมินทรมรรคา หรือทางเข้าวัดปางหมาก ถนนนี้หลายคนรู้จักดี เพราะร้านยายปวดขายอาหารปักษ์ใต้อยู่ที่นั่น คนกรุงเทพฯ ต้องกินให้ได้เมื่อไปหรือผ่านชุมพร 

คลองท่าตะเภานั้นจะวกวนอยู่ในสวน ใกล้ๆ วัดคูขุดหรือวัดสุวรรณนัทธี เป็นบริเวณน้ำเคลื่อนไหวอย่างที่ว่า ต้องถามชาวบ้านว่าหามือจับกุ้ง ต้องพยายามหน่อย หาตัวยากเพราะไปรับจ้างทำงานสวนที่นั่นที่นี่ เจอแล้วนัดแนะกันเรื่องกุ้ง ไหนๆ ไปที่นั่นแล้วแนะนำให้ไปตลาดนัดชาวบ้านวันเสาร์ที่วัดคูขุด มีปลาทะเลสดๆ และพืชสวนสารพัด อาจจะได้ระกำสำหรับตำน้ำพริกระกำ ซึ่งระกำนี้เกือบสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะที่อื่นๆ ตัดทิ้งแล้วปลูกต้นสละแทน

จะกินกุ้งแม่น้ำเผาแท้ๆ ไม่ใช่กุ้งบ่อเผา หากินได้ที่ไหน, กุ้งแม่น้ำ, รีวิว กุ้งเผา

ยังมีแม่น้ำอีกหลายสายที่มีกุ้งแม่น้ำ การดูว่าที่ไหนน่าจะมี ก็ยึดหลักว่าเป็นแม่น้ำสะอาด ตามเส้นทางไม่ค่อยมีชุมชนใหญ่ๆ ริมน้ำ เพราะน้ำเสียจากชุมชนจะทำลายความสะอาดของน้ำ ยกตัวอย่างบางจังหวัดมีต้นน้ำจากกาญจนบุรี ไหลลงผ่านอำเภอใหญ่ๆ ผ่านตัวจังหวัด ผ่านตลาดน้ำ แล้วเข้าอีกตัวจังหวัดหนึ่ง ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดเคลื่อนไหวของน้ำ มีน้ำจืด น้ำกร่อย แบบนี้ไม่มีทางที่จะมีกุ้งแม่น้ำ กุ้งก็เหมือนคนที่ทั้งเกลียดทั้งกลัวสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

ตามที่ผมยกตัวอย่าง ที่ที่มีกุ้งและกินกุ้งนั้นอาจจะดูลำบากยากเย็น แต่คุ้มค่า อย่างน้อยได้เที่ยว ได้เห็นธรรมชาติ ได้เจอสังคมท้องถิ่น อาจจะเจอสิ่งที่ดีๆ ที่ไม่คาดคิดก็ได้ ผมคิดแบบของผมว่า อยากกินกุ้งต้องไปหากุ้ง ไม่ใช่ให้กุ้งมาหา เพราะอย่างนั้นก็ได้แค่กุ้งบ่อเผา ไม่ใช่กุ้งแม่น้ำเผาครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

ถ้าเปรียบ Chef ’s Table ก็เหมือนรถ Mercedes-Benz ที่ใครๆอยากได้ โก้ หรูหรา แพง นั่งแล้วดูมีฐานะ มีรสนิยม สำหรับ Chef’s Table นั้น คนที่ไปกินเป็นระดับ High-end คนทำให้กินฝีมือขั้นเทพ เอาของมาทำก็สุดจะคัดสรร ห้องนั่งกินส่วนตัวหรูเลิศ การบริการคนกินประหนึ่งเป็นพระราชา และแน่นอนต้องแพงระยับ ก็เอาเป็นว่าทั้ง 2 อย่างนี้อยู่ในขั้นดีเลิศด้วยกันทั้งคู่

จะว่าไปก็เคยกิน Chef’s Table กับเขาด้วยเหมือนกัน ที่เพื่อนสนิท เชฟวิชิ มุกุระ เมื่อครั้งยังเป็น Executive Chef ที่ห้องอาหารศาลาริมน้ำ โรงแรมโอเรียลเต็ลอยู่ ซึ่งปกติถ้าว่างเมื่อไหร่ก็ชอบนั่งคุยกันเป็นประจำ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ห้องอาหารจวนจะถึงเวลาเปิดบริการ แต่ไม่อยากนั่งในห้องอาหาร เชฟวิชิตเลยให้ไปนั่งที่ห้องทำงานในบริเวณครัวนั่นเอง ทำข้าวผัดมาให้กิน แค่แหวกๆ ของบนโต๊ะให้พอวางจานกินได้ นั่นเป็นโต๊ะของเชฟจริงๆ และเป็นวิธีที่เชฟทำมาให้กิน ไม่ต้องไปยุ่งจะเอาไอ้โน่น จะกินไอ้นี่ แบบอยู่เฉยแล้วดีเอง ซึ่งนั่นเป็น Chef’s Table ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

เชฟวิชิตลาออกจากโรงแรมโอเรียลเต็ล มาทำร้านอาหารหรูในซอยสุขุมวิทที่เท่าไหร่ ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ ร้านเขามีห้องสำหรับ Chef’s Table ที่ลงทุนหลายร้าน เคยชะโงกเข้าไปดู เป็นครัวเปิดโล่ง เครื่องใช้ไม้สอยทันสมัย กลิ่นและควันไม่รบกวนคนมากิน โต๊ะเก้าอี้สำหรับลูกค้าหรูเนี้ยบ

เชฟวิชิตบอกว่า ลูกค้าเป็นกลุ่มเฉพาะ มักเป็นการจัดเลี้ยงของบริษัทคนไทยที่เลี้ยงบริษัทต่างประเทศ หลังจากเจรจาธุรกิจการค้ากันแล้ว เรียกว่าเป็นงานเลี้ยงรับรองที่เป็นส่วนตัวเอามากๆ 

อีกกลุ่มเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทต่างประเทศ ที่มีโรงงานหรือสาขาในเมืองไทย มากินกันในโอกาสพิเศษ เดือนนี้คนนี้เป็นเจ้าภาพ อีกอาทิตย์หนึ่งคนนั้นเป็นเจ้าภาพ หมุนเวียนกันไป ห้องนั้นเป็นของกลุ่มเขาโดยเฉพาะ จะกินไป ส่งเสียงไป ไม่มีใครว่า และในเมื่อคนกินส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ ก็เลยเลือกอาหารไทย แต่ของที่ใช้พวกเนื้อ หมู ไก่ ปลา กุ้ง หอย ต้องนั่งเครื่องบินมาเท่านั้น ราคานั้นก็แพงเอาเรื่อง นั่นเป็นการรู้จัก Chef’s Table จากปากเชฟวิชิตว่าทำอย่างไร

ติดตามความนิยมของ Chef’s Table อยู่เรื่อยๆ เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีร้านสุดหรูเยอะแยะ อาหารก็หลากหลาย ฝรั่ง จีน ไทย แขก มีหมด บอกรายละเอียดของอาหารเสร็จสรรพ อัตราค่าหัวมีให้เลือก ใครมีเงินพร้อมขนาดไหนก็ตั๋วไปกิน ไปคนเดียวหรือไปหลายคนไม่มีข้อห้าม 

เหล่าเชฟฝรั่ง เชฟจีน เชฟไทยแขนเขียว (สัก) ที่ทำ Chef’s Table ส่วนใหญ่เป็นเชฟระดับแนวหน้า ชำนาญการทำมาแล้วทั้งนั้น ถ้ายังไม่เคยทำ ถือว่ายัง No Name เมื่อทุกอย่าง High Class หมด ก็ไม่ต่างจาก Mercedes-Benz ที่เชื่อว่าดีเลิศนั่นเอง

ยังมี Farm to Table อีกอย่างที่เชื่อว่าคงได้ยินมากันแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีร้านแบบนี้มากน้อยขนาดไหน เคยไปนั่งกินมาแล้ว ที่เมือง Coventry รัฐ Rhode Island อเมริกา เลยเอามาเล่าว่าที่นั่นเขาทำกันอย่างไร แต่จะกินอย่างเดียวโดยไม่เล่าถึงที่นั่นว่าอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง คงไม่เห็นภาพ นึกบรรยากาศไม่ออก 

ประสบการณ์กินอาหาร Farm to Table ที่เมืองแห่งฟาร์มในรัฐเล็กสุดของอเมริกา
ประสบการณ์กินอาหาร Farm to Table ที่เมืองแห่งฟาร์มในรัฐเล็กสุดของอเมริกา

เอาเรื่องรัฐนี้ก่อน เป็นรัฐที่ชอบมาก มีความยิ่งใหญ่อยู่ในความเล็ก เป็นรัฐเล็กที่สุดของอเมริกา เนื้อที่เท่ากับจังหวัดอำนาจเจริญของเมืองไทย ลักษณะของรัฐติดทะเล มีอ่าวลึกเข้าไปในแผ่นดิน แล้วแตกเป็นอ่าวเล็กอ่าวน้อย คล้ายๆ รากของต้นไม้ที่แตกสาขา Rhode Island เป็น 1 ใน 6 รัฐที่เรียกว่า New England เป็นกลุ่มรัฐที่ประกาศตัวเป็นอิสระไม่ยอมขึ้นกับอังกฤษ และ Rhode Island นี่เองเป็นหัวโจกคนแรกที่ไม่ยอมในสงครามกู้อิสรภาพนั้น 

อ่าว Rhode Island สู้กับกับทหารอังกฤษดุเดือดเลือดพล่าน พลเมืองอาสาสมัครจมเรืออังกฤษได้หลายลำ แม้กระทั่งเรือ Endeavour ที่กับตัน เจมส์ คุก (James Cook) ใช้เดินทางไปรอบโลก พอปลดระวางแล้วอังกฤษขนทหารมารบ ก็ถูกจมที่อ่าวนี้ นั่นเป็นประวัติศาสตร์ของที่นั่น

ในทุกวันนี้ยังมีร่องรอยของอดีตที่น่าทึ่งอยู่ อย่างเมือง Bristol บ้านเรือนของเมืองนี้เก่าแก่งามสง่า มีเอกลักษณ์ บ้านทุกหลังตรงหน้าบ้านจะเขียนปีที่สร้าง ส่วนใหญ่เป็น ค.ศ.1800 ต้นๆ ไปถึงตอนปลายๆ แถมยังมีชื่อเจ้าของบ้านคนแรกอีกด้วย เป็นชื่อฝรั่งแบบโบราณๆ อย่าง โจนาธาน, เอ็มมานูเอล, แซมมวล,เบนจามิน, อับบราฮิม 

และที่นี่เอง เมื่อครั้งอเมริกาประกาศอิสรภาพ และมีวันชาติ 4th of July ขึ้นมา เมืองนี้ก็มีพาเหรดเฉลิมฉลองชัยชนะ ถือว่าเป็นพาเหรดครั้งแรกของอเมริกา ทุกวันนี้เมื่อถึงวันชาติก็ยังจัดให้มีพาเหรดอยู่ สวย กระชับ ตื่นเต้น น่าภูมิใจ 

สภาพพื้นที่ของ Rhode Island นั้น ความที่มีอ่าวจากทะเลแผ่กระจายไปทั่ว ในแผ่นดินก็คับคั่งด้วยฟาร์มสารพัดประเภท เลี้ยงสัตว์ก็เยอะ ทำไร่ก็มาก เรื่องอาหารการกินจะเอาอะไร เยอะแยะไปหมด คนไทยเรารู้จักล็อบสเตอร์จากรัฐเมนกันดีว่ายอด แต่ถ้าเจอล็อบสเตอร์ที่ Rhode Island จะมึนงง ตื่นตาตื่นใจ ทั้งสด ทั้งใหญ่ เนื้อแน่น แถมตัวละแค่ 6 – 8 เหรียญ ถ้าตีค่าเป็นเงินบาทอาจจะดูแพงบ้าง แต่กับคนอเมริกันแล้ว ก็เหมือนคนไทยจ่ายเงินซื้อปลานิลนั่นเอง

ประสบการณ์กินอาหาร Farm to Table ที่เมืองแห่งฟาร์มในรัฐเล็กสุดของอเมริกา
ประสบการณ์กินอาหาร Farm to Table ที่เมืองแห่งฟาร์มในรัฐเล็กสุดของอเมริกา

ถ้าใครชอบเที่ยวสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ เมือง บ้านเรือน บอกถึงความเก่าแก่ มีความสงบเงียบ ธรรมชาติไม่มีที่ติ อากาศดี โดยเฉพาะหน้าร้อน อาหารการกินเยี่ยม ต้องไป Rhode Island จะให้ดีไปเช่าบ้านริมอ่าวไหนก็ได้อยู่สัก 2 อาทิตย์ ได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มเปี่ยมก่อนกลับเมืองไทยแน่ 

อันที่จริงจะว่าไปแล้ว คนไทยก็รู้จักรัฐนี้ดี โดยเฉพาะเศรษฐี ถ้าลูกๆ อยากเรียนศิลปะ การออกแบบ จะต้องส่งไปเรียนที่ Rhode Island School of Design นั่นจะการันตีว่าลูกได้ผ่านโรงเรียนดีๆ ของอเมริกามาแล้ว และไม่เพียงแต่โรงเรียนนี้เท่านั้น ยังมีมหาวิทยาลัย Brown เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับแนวหน้าด้วย 

มาถึงเรื่อง Farm to Table ในความหมายจริงๆ คือเอาของจากฟาร์มมาขึ้นโต๊ะแล้วกินมันกลางฟาร์มนั่นเอง พูดง่ายๆ กินในฟาร์ม แล้วความที่เมือง Coventry เป็นเมืองแห่งฟาร์ม มีทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผลไม้ทุกชนิด นม ครีม น้ำผึ้ง มีเพียบ ที่สำคัญ ขนาดหน้าร้อนยังเย็นสบาย เอาเป็นว่าลงตัวก็แล้วกัน พอวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีคนหนึ่งจัด Farm to Table อยู่ในขั้นมือโปร จัดทุกหน้าร้อนไม่เคยเว้น แต่จะหมุนเวียนไปฟาร์มโน้นบ้าง ฟาร์มนี้บ้าง ความที่ทำมานาน การจัดไม่บกพร่อง มีเชฟดีๆ ในมือเยอะ ลูกค้าเลยมาก เขาชอบทำเพราะเหนื่อยแค่วันหยุด

มาถึงการเข้าไปกินกลางฟาร์ม บริเวณที่จัดอยู่กลางฟาร์มเลี้ยงวัว จะเห็นวัวพันธุ์ Angus เล็มหญ้าในทุ่ง แล้วตรงที่จัด Farm to Table นั้นอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ๆ ห่างไปนิดมีโรงโล่งๆ สำหรับทำอาหาร 

โต๊ะ ม้านั่งยาว จัดไว้นั่งได้มากกว่า 20 คน ปูผ้าปูโต๊ะเรียบร้อย ที่สวยดูเท่แบบง่ายๆ เป็นขวดแก้วที่เคยใส่แยมหรือใส่อย่างอื่นมาก่อน เอามาใส่ดอกไม้สีสวยๆ จัดธรรมดาๆ ผูกโบว์เข้านิดหน่อย แล้วตั้งเรียงราย 

ประสบการณ์กินอาหาร Farm to Table ที่เมืองแห่งฟาร์มในรัฐเล็กสุดของอเมริกา

ด่านแรกเป็นสาวอเมริกันลูกทุ่งถือถาด ใส่แก้วไวน์กับแก้วเบียร์แล้วแต่จะเลือกอะไร แต่พร่องเมื่อไหร่ สาวเจ้าจะปราดมาเติมทันที กินฟรีไม่อั้น ไม่ใช่อะไร คนทำไวน์กับทำเบียร์ใหม่ๆ ของแถบนั้นอยากให้ทุกคนดื่มเป็นการโฆษณายี่ห้อของตัวเอง ก็ดีอย่างคนที่ไปงานเจอไวน์เจอเบียร์เข้าไปหน่อย จากการระวังตัวก็เปลี่ยนเป็นความเป็นกันเอง สนุกเอิ้กอ้ากเหมือนรู้จักกันมาเป็นปี

เจ้าของฟาร์มจะออกมาพูดบลาๆ ยินดีต้อนรับ อะไรทำนองนั้น แล้วคนจัดก็จะมาแนะนำว่า เชฟทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มาทำอาหารครั้งนี้ ปกติอยู่ที่ร้านอาหารไหน ดังมากแค่ไหน จึงขอให้เชื่อใจว่ามื้อนี้ทุกคนจะไม่รู้จักคำว่าผิดหวังว่ามันหมายถึงอะไร แถมบอกว่ารายการอาหารในวันนี้มีอะไรบ้าง ไล่ตามลำดับ 

แล้วก็ถึงเวลากิน มี Appetizer ซุป สลัด และจานหลัก ปล่อยให้กินตามสะดวก ที่กินแล้วรู้สึกว่าเป็นยักษ์เป็นมารก็ตอนกินสเต๊กเนื้อ แล้วเห็นวัวกินหญ้าอยู่ไกลๆ ดีว่ามันไม่ร้องมอๆ ยูกำลังกินเพื่อนไอ 

ก่อนของหวาน เชฟจะมาเล่าของที่ทำว่าเอามาจากไหน คุณภาพความสด ปลอดภัย เป็นอย่างไร และพอจบกระบวนการกิน ก็มีการร่ำลา ซาบซึ้งที่ได้รู้จัก หวังว่าจะได้มาเจอกันอีก พูดมาก พูดน้อย ขึ้นอยู่กับว่าล่อไวน์ ล่อเบียร์ ไปขนาดไหน ก็นี่แหละของการไป Farm to Table มา

ถึงเหตุการณ์นั้นจะจบไปแล้ว แต่ถ้าจะไม่เอาวิธีคิดของการทำ Farm to Table มาเล่าก็จะขาดสิ่งสำคัญไป เป็นหลักการที่ใครๆ คิดจะทำ ต้องยึดแนวทางนี้ ไม่ว่าจะไปจัดที่เมืองอะไร รัฐไหน 

หลักการเริ่มต้นที่บริเวณจัดต้องเป็นฟาร์ม ยิ่งมีทัวร์ฟาร์มก่อนยิ่งดี เพราะบางครอบครัวมีเด็กมาด้วย เด็กๆ จะตื่นเต้น กระฉับกระเฉงที่ได้รู้ ได้เห็น ในกรณีที่หาฟาร์มเหมาะๆ ไม่ได้ ทุ่งสาธารณะก็ใช้แทนได้ ต่อมาต้องคัดเลือกเวลาให้เหมาะสม อากาศร้อนมากไม่ควร อากาศก่อนฤดูใบไม้ร่วงที่จะย่างเข้าหน้าหนาวกำลังดี ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี จะมีบรรยากาศ มีสีสัน และพืชผักผลไม้ยังมีเหลือเฟือ แต่ต้องเผื่อฝนตกหรือลมแรงด้วย และต้องเตรียมตัวเรื่องแมลงหรือยุงรบกวนด้วย

อีกข้อต้องใช้สิ่งของที่มีอยู่แล้ว โต๊ะ เก้าอี้ ม้ายาว ธรรมดาๆ การตกแต่งบนโต๊ะง่ายๆ แต่ต้องสวย เช่นใช้โหลแก้วใส่ดอกไม้ แล้วจะยิ่งดีที่ให้เด็กๆ มีส่วนร่วม เช่น เขียนการ์ดสวยๆ จากจินตนาการที่บริสุทธิ์ เอามาช่วยตกแต่งบนโต๊ะ

ที่สำคัญ ต้องเป็นผลิตผลจากฟาร์มแท้ๆ เช่น ผัก ผลไม้สด นม ครีม เพื่อให้แขกเชื่อมั่นในคุณภาพ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากกระป๋อง แต่ถ้าในฟาร์มมีของไม่มากพอ ก็ไปเอาจากเกษตรกรใกล้เคียง เบียร์ ไวน์ต้องเป็นของท้องถิ่น 

อีกอย่างเชฟต้องมีฝีมือ ถ้าบางที่มีอาหารเฉพาะถิ่นจากฝีมือชั้นเยี่ยมของคนท้องถิ่น ต้องใช้โอกาสนั้นด้วย และคนที่จะมาร่วมงาน ถ้ามาจากสังคมเดียวกันจะง่าย มีบรรยากาศความเป็นกันเอง บางหลักการมีข้อปลีกย่อยอีกว่า Farm to Table นั้นเป็น Dinner ที่รวบรวมความสุขในการกิน เพราะมีส่วนประกอบของสิ่งแวดล้อมหลายอย่าง จะดีกว่าไปจัดให้นั่งกินในร้านอาหาร นั่นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อและจำเจ และที่สำคัญที่สุด ยังทำรายได้ดีให้กับผู้จัดด้วย ทั้งหมดนี่เป็นวิธีคิดแบบฝรั่งต่อ Farm to Table ซึ่งทั้งหลักการหลายๆอย่างนั้น ก็ไม่ต่างจากที่ไปเจอด้วยตัวเอง 

กลับมามองไทยบ้างถ้า เชฟคนไทยที่ทำ Chef’s Table จนดังชนเพดานแล้ว ลองแหวกม่านความคิดมาทำ Farm to Table บ้างก็ดี เมืองไทยมีเรือกสวน ไร่ นา ทั่วหัวระแหง สวนมะพร้าว สวนผสมผสาน ทำได้ทั้งนั้น เชฟคนไทยขึ้นชื่อเรื่องเป็นนักประดิษฐ์อิสรภาพทางอาหารก็น่าจะลองทำ สำเร็จเมื่อไหร่ คนกินจะได้มี Farm to Table จริงๆ ที่กินกลางฟาร์มอีกอย่างให้กิน

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load