หมอกควันเริ่มจางลง ได้เห็นฟ้าใสๆ ในตอนเช้า และก้อนเมฆในตอนเย็นที่ชัดขึ้น ลมหายใจของเราทุกชีวิตขึ้นอยู่กับต้นไม้ทั้งหลายบนภูเขาจริงๆ

คงไม่ใช่ใครอื่นที่ต้องรับผิดชอบกับปัญหาหมอกควันและมลพิษที่เกิดขึ้น เราทุกคนบนโลกใบนี้นี่เองที่มีส่วนสร้างปัญหาจากการอยู่การกินในทุกๆ วันของเรา

ทุกครั้งที่เรากินลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยว เราได้ตัดต้นไม้ลงอย่างไม่รู้ตัว หมูไก่เป็ดจากโรงงานขนาดใหญ่ต้องการอาหารจำนวนมาก และการปลูกข้าวโพดแบบเกษตรเชิงเดี่ยวต้องการพื้นที่จำนวนมหาศาลในการผลิตอาหารป้อนให้โรงงานเหล่านั้น ก่อนจะเข้าปากเราอีกที

ยุคสมัยที่พาเราเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้นทำให้ประชากรบนโลกส่วนหนึ่งสูญเสียเวลาและความสามารถในการผลิตอาหารเอง เราจึงต้องมีคนปลูกผักแทนเรา เลี้ยงสัตว์ขายเนื้อให้เรากิน แต่พวกเขาไม่ใช่เกษตรกรรายเล็กหรือนักปลูกผักในเมือง พวกเขาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อาสาเลี้ยงดูเรา

ทุกครั้งที่ลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวถูกเรากัดกิน เราจึงกลืนกินผืนป่าลงไปด้วย เราได้ช่วยกันอุ้มชูคนเพียงหยิบให้ร่ำรวยขึ้นและผืนป่าก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ส่วนเราก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อความอยู่รอดต่อไป

ลูกชิ้นที่กลิ้งตกพื้น สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน!

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

อเมริกันดรีม ฝันของเราหรือหรือฝันของใคร

ทุกปีมักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเสมอ ถึงแม้จะมีการทำแนวกันไฟก็ตามที ขณะนี้หลายชุมชนชาวบ้านกำลังต่อสู้กับไฟที่ลุกลามในหลายพื้นที่อย่างไม่ลดละ เพื่อให้ลำธารน้อยใหญ่ในภูเขายังไหลไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และต้นไม้ที่ยืนเด่นตระหง่านเป็นสักขีพยานว่าคนคือส่วนหนึ่งของป่าและดูแลป่าได้ ต้นไม้ไม่เคยลดละที่หยุดผลิตออกซิเจนให้เรา ยังคงมอบความรักให้เราเหมือนยังเชื่อในตัวมนุษย์ตัวเล็กๆ ว่า ทางออกและความหวังยังมีเสมอ เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องฟังเสียงของป่า

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ในโอกาสที่มาเมืองไทย มานิช เจน และ มาดุร์ แวะมาหาผม หลังจากที่เราพบกันครั้งสุดท้ายที่เมืองราชาสถาน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว มานิช เจน วัย 50 ปี เติบโต เล่าเรียน และทำงาน ในอเมริกากว่า 25 ปี เขาเคยทำงานในธนาคารโลก โครงการเอดส์แห่งประชาชาติ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก และองค์กรขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง

วันหนึ่งเขาค้นพบว่าเขาไม่ได้มีความสุขนักที่อเมริกา เพราะเขาเห็นความไม่ชอบมาพากลของระบบที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะความทุกข์ใจของคนในสังคมที่กระหายความสำเร็จ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านและก่อตั้งสร้างมหาวิทยาลัยสุวาราช มหาวิทยาลัยผิดกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ของเขา ความฝันของเขาคือ อยากสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของระบบการศึกษากระแสหลัก และการตั้งคำถามกับโครงสร้างของระบบทั้งหลายที่เราควรได้พูดถึงอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะปักใจเชื่อในอะไรสักอย่าง

มานิชเติบโตมากับการนับถือศาสนาเจน เขาจึงไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินแม้กระทั่งหัวเผือก หัวมัน กระเทียม หัวหอม หรือพืชที่ต้องถูกกระชากออกมาจากดิน ตามหลักความเชื่อของศาสนาเจน พืชเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิต ส่วนมาดุร์ หนุ่มวัย 24 ปีดูจะเคร่งน้อยลงมาหน่อย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

‘น้ำกินที่นี่มาจากไหน’ พี่มานิชถาม

เราไปดูต้นน้ำที่ชาวบ้านหนองเต่าช่วยกันดูแลกัน ตอนนี้น้ำยังคงไหลตามปกติ หน้าร้อนจะมีน้ำน้อยลงแต่ก็เพียงพอสำหรับชุมชน พวกเรานั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีเสียงลำธารและนกร้องให้ความผ่อนคลายกับเรามากทีเดียว 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเดินเท้าเปล่ากลับ มีหนามทิ่มแทงฝ่าเท้าบ้างระหว่างทาง แต่ก็มันคุ้มค่าทุกครั้งเสมอ อาจจะเพราะเราทุกคนคือคนป่า คนที่ต้องอาศัยป่าในการหายใจ น้ำและอาหารที่มาจากดิน และพลังจากป่านั้นพิเศษเหลือเกิน

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

เรากลับมานั่งคุยกันต่อที่บ้าน มานิชเล่าให้ฟังว่า ปัญหาที่เรากำลังเผชิญมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าคือ เราถูกล่าอาณานิคมทางความคิด ถูกทำให้ไม่เป็นอิสระอีกต่อไป เราต้องไปโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน สอนให้เราตักตวง เอาเปรียบ และเราทั้งหลายต่างกำลังเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ระบบการศึกษากระแสหลักสามารถเป็นระบบอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดได้เลย

เรารู้สึกสั่นคลอนและไม่มั่นคงเมื่อไหร่ที่เราไม่มีเงิน เราอยู่ในสังคมที่ไม่ไว้ใจกัน นี่คือสิ่งที่มานิชเรียกว่า อเมริกันดรีม โลกแห่งความฝันที่เราทุกคนกำลังเข้าไปเรียนรู้มัน ออกมาจากความฝันนี้ให้ได้โดยเร็ว

เขามองไปที่ภูเขาพลางเล่าต่อว่า ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะกำลังบอกว่าให้เรายิ้ม ต้นไม้อาจกำลังหัวเราะ และกำลังเชียร์เราให้ไม่หมดหวังในตัวมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่หมดหวังในตัวเอง ต้นไม้อาจกำลังบอกเราว่าอย่าวิตกจนเกินไป หัวเราะออกมา

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

มานิชยังมีความหวังกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ถึงแม้เปลือกนอกของวัฒนธรรมดั้งเดิมอาจจะเปลี่ยนไป หรือหล่นหายไปบ้าง แต่สิ่งยืนยันว่าแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่เราสามารถดูได้จากชุมชนที่สงบ ปลอดภัย การให้ การแบ่งปันช่วยเหลือกัน การไว้วางใจกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรายังได้เห็นต้นไม้ แม่น้ำที่ยังคงไหลไม่ขาดสาย ยังคงมีชีวิตอยู่กับเรา

มานิชเล่าต่อว่า ชีวิตคือของขวัญจากธรรมชาติงดงามและศักดิ์สิทธิ์เสมอ เมื่อเรากลับมาสร้างสังคมแห่งการเป็นผู้ให้ เราจะค้นพบความสุขอีกครั้ง เมล็ดพันธ์ุแห่งการให้อยู่ข้างในเราทุกคน

การให้ คือเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะมันคือการเชื่อมเราเข้าด้วยกันอีกครั้ง

ทุกวันนี้มานิชถูกเชิญให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ ในเวทีนานาชาติ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาพูดอาจจะสุดโต่ง แต่นั่นจะทำให้คนได้เห็นทางสายกลางจริงๆ บ่อยครั้งการประนีประนอมเกินไปไม่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่เจตนาลึกคือการสร้างพื้นที่การพูดคุยให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด ถึงแม้เราอาจจะเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่เมื่อการพูดคุยจบลง ก็ควรกอดกันเพื่อให้เมล็ดพันธ์แห่งการพูดคุยได้เติบโตต่อไป มานิชทิ้งท้าย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ความฝันเก่าๆของคนรุ่นใหม่

มาดุร์ วัย 24 ปี หลังจากจบมัธยมปลาย เขาตัดสินใจหยุดเรียนและพาตัวเองออกเดินทางตามภาคในอินเดีย เขาเชื่อว่ามันจะทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่เขาแสวงหาจริงๆ หลังจากผ่านไป 2 ปีเขาตัดสินใจกลับมาช่วยพ่อที่ลาออกจากการสอนในมหาวิทยาลัยด้วยวัย 45 ปี เพราะเบื่อและอยากใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีทำในสิ่งตัวเองรักและเป็นประโยชน์จริงๆ

ครอบครัวของมาดุร์เปิด Sehatvan Bhopal ศูนย์สุขภาพองค์รวมที่ให้การเยียวยาฟื้นฟูผู้ป่วยที่เน้นการหลักการทำงานของธรรมชาติ เชื่อในความสามารถของร่างกายที่มีระบบฟื้นฟูตัวเอง ศูนย์ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ถึงแม้ผู้มารับการรักษาส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนและผู้ใหญ่ แต่กลุ่มเป้าหมายที่ทางศูนย์อยากทำงานด้วยมากที่สุดคือ คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวเองในการป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งเกิดจากการบริโภคและการใช้ชีวิตที่ที่เปลี่ยนไป

หลักคิดสำคัญของศูนย์คือ ลดการพึ่งพาการใช้ยาทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรในการรักษา และหันกลับมาเชื่อมั่นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายมีความสามารถในการเยียวยาตัวเอง สิ่งที่เราทำได้เลยคือการนำภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนกลับมาใช้ เช่น การพาตัวเองกลับไปหาธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร การกิน ให้ร่างกายได้ทำงานอยู่เสมอ การดูแลจิตใจให้เบิกบาน

ปัจจัยเสี่ยงที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้คือ

  1. ทัศนคติในการใช้ชีวิต ความคิดความเชื่อที่เราต้องสะสม ต้องการเป็นคนที่มั่งมี จะทำให้เรากลัวที่จะสูญเสีย ซึงส่งผลทางจิตและส่งเสริมให้เรามีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพต่อของเรา
  2. สารเสพติดในอาหาร อาหารจำนวนมากที่เราบริโภคทุกวันนี้ทุกผลิตมาเพื่อให้ถูกปากเราจนเราไม่สามารถหยุดกินได้ บริษัทที่ผลิตอาหารจงใจให้เราติดใจรสชาติอาหาร เพื่อจะได้ขายทำกำไรโดยมีร่างกายของเราเป็นเดิมพัน สาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์มาจากการกินมากกว่าการก่อการร้ายเสียอีก
  3. อินซูลิน ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นไขมัน ถ้าเราบริโภคน้ำตาลมากร่างกายก็จะผลิตอินซูลินมากขึ้นซึ่งส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและโรคอื่นก็จะตามมาในภายหลัง

อาการป่วยส่วนใหญ่ที่ทางศูนย์กำลังให้การรักษาคือความดัน เบาหวาน ไทรอยด์ การลดน้ำหนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ มาดุร์อธิบายต่อว่า ปัญหาสุขภาพของเราทุกวันนี้คือ เรารักษาอาการของโรค อาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยการใช้ยา แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การกิน การบริโภค สัตว์หลายชนิดมีความสามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพื่อความอยู่รอด แต่มนุษย์เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมากกว่าการปรับตัว ซึ่งขัดต่อกลไกของธรรมชาติซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์และของโลกด้วยเช่นกัน

จีฟวัน หรือ ชีวัน ในภาษาฮินดีหมายถึง ชีวิต เมื่อดูความหมายของทั้งสองคำเราจะพบว่า

จีฟ หมายถึง สิ่งมีชีวิต

วัน หมายถึง ป่า

ป่าหรือธรรมชาติจึงเป็นรากฐานสำคัญของสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างที่บรรพบุรุษได้กล่าวไว้กันว่า

ออ ที เก่อ ตอ ที เอาะ ก่อ เก่อ ตอ ก่อ

ได้กินจากป่า จงดูแลป่า ได้กินจากน้ำ ให้รักษาน้ำ

การใช้และรู้จักดูแลเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและทันสมัย เหมือนความรักของต้นไม้ที่ยังล้ำสมัยเสมอ และเป้าหมายการมีชีวิตของต้นไม้นั้นสูงขึ้นตามกาลเวลาด้วยการให้อย่างไม่ลดละ การให้ทั้งชีวิตความหวังต่อมนุษย์และยังเชื่อมั่นว่ามนุษย์ก็มีความสามารถในการรดน้ำพรวนดินให้กับเมล็ดพันธ์ุแห่งการให้ได้เช่นกัน

ต่าบลึ๊

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

Lazy Man College

เรื่องราวการอยู่ร่วมกันของชาวปกาเกอะญอกับธรรมชาติ

ช่วงเวลาที่เพลง วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า ของแม็กซ์ เจนมานะ โด่งดั่งทั่วไทย แม้แต่บนดอยเด็กก็ร้องกันอย่างสนุกสนาน มันประจวบเหมาะกับเสียงเรียกที่ดังกึกก้องจากข้างในให้ผมอนุญาตตัวเองเข้าป่าอีกครั้ง

บ้านผมอยู่ใกล้ภูเขามาก ตื่นมาก็เห็นต้นไม้เต็มภูเขาสบตากับผม แต่เราจะได้เข้าป่าก็ต่อเมื่อไปทำแนวกันไฟไปดับไฟป่า หรือพาเพื่อนๆ น้องๆ เดินป่า การเดินป่าครั้งนี้แตกต่างออกไปตรงที่ผมอยากได้ยินเสียงเรียกนั้นใกล้ๆ ชัดๆ

ผมนัดแนะเจก (Jake) เพื่อนชาวอเมริกันที่บวชเป็นสามเณรได้ 3 ปี จำวัดอยู่ที่วัดถ้ำดอยโตน เจกบอกว่า เขาไม่ชอบชื่อเขาเท่าไหร่ เพราะมันพ้องกับคำว่า ‘เจ๊ก’ ที่คนไทยบางคนชอบเรียกชาวจีนด้วยความรู้สึกดูแคลน เขาให้ผมเรียกเขาว่า ‘สุริยนต์’ ผมรับปากว่าจะเรียกเขาว่า สุริยนต์ ตลอดการเดินของเรา เขาทำหน้าพึงพอใจเหมือนได้รับชีวิตใหม่เลยทีเดียว

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

เราวางแผนจะไปถ้ำแห่งหนึ่งชื่อเก่อกวี‘ (ภาษาปกาเกอะญอ แปลว่า หินโน้ม) หลังจากจัดกระเป๋าเสร็จสรรพเราก็มุ่งหน้าขึ้นเขา พร้อมกับ ‘มีโชค’ หมาลูกครึ่งเยอรมันที่อยากออกเดินทางไปกับเราเช่นกัน ตอนบ่ายเราเริ่มเดินผ่านทุ่งข้าวที่กำลังเติบโตหลังฤดูกาลปลูกข้าวเพิ่งผ่านไปไม่นาน เราข้ามห้วยแม่สะป๊อกซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชนบ้านหนองเต่า แล้วไหลลงแม่วาง แม่ปิง ไปเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าพระยา ก่อนออกทะเล และเดินทางกลับมาบ้านหนองเต่าในรูปของฝน

จากนั้นแวะพักที่กระท่อมระหว่างทางซึ่งเคยเป็นชุมชนดั้งเดิมสมัยรุ่นทวด ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสวน นา และป่า เราเดินผ่านสวนพลับที่กำลังจะสุกรอให้เก็บกินตลอดเดือนสิงหาคม ส่วนต้นกาแฟที่มีผลสีเขียวสด ต้องรอจนกว่าฤดูเกี่ยวข้าวเสร็จถึงจะเก็บได้

เราเดินไปเติมน้ำที่ ‘ห้วยเพาะต่าโกละ‘ (แปลว่า ห้วยตีมีด) ผู้เฒ่าสอนให้เราขออนุญาตน้ำทุกครั้งก่อนจะตักมาดื่มกินหรือล้างหน้า เพราะในน้ำมีนาทีเทวดาผู้ดูแลน้ำอาศัยอยู่

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

เหตุผลสำคัญที่เราต้องให้ความเคารพน้ำหรือแม่น้ำ เพราะโลกของเรามีน้ำถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำจืดเป็นน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายมากขึ้นจากภาวะโลกร้อน และร่างกายของมนุษย์ก็มีน้ำถึง70 เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้เป็นภาษาธรรมชาติที่บรรพบุรุษของเราเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เราคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และธรรมชาติจะดูแลทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม บรรพบุรุษจึงส่งต่อความห่วงใยที่มีต่อโลกผ่านบทกวีเก่าแก่ว่า

ออ ที เก่อ ตอ ที (ได้กินจากน้ำ จงดูแลน้ำ)

เอาะ ก่อ เก่อ ตอ ก่อ (ได้กินจากดิน จงดูแลโลก)

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

เสียงจากสายลม

เราเดินขึ้นเขาผ่านต้นไม้น้อยใหญ่มากมายทั้งต้นก่อป่า ต้นสารภีดง โดยเฉพาะต้นสนที่สูงเด่นขึ้นไปบนฟ้า เวลาลมพัดใบไม้ของต้นไม้แต่ละชนิดจะมีเสียงต่างกันราวกับลมกำลังไล่ตัวโน้ตดนตรีบนภูเขา ผมชวนสหายสุริยนต์นั่งพัก มีโชคดูเพลิดเพลินกับการเดินเข้าป่าครั้งแรกในชีวิตวัยขวบครึ่ง

เราเว้นระยะห่างในการเดิน คุยกันน้อยที่สุด ฟังเสียงลมหายใจตัวเองที่ถี่ขึ้นตามความชันของภูเขา เช่นเดียวกับเสียงหัวใจที่กำลังทำงานเต็มที่ และส่งเสียงดังตุบ ตุบ อยู่ข้างใน

ทางเดินบริเวณนี้เป็นเขตป่าชุมชนของชุมชนหนองเต่าและชุมชนห้วยตอง เราจึงเห็นชาวบ้านพาวัว ควาย เข้าป่า ทำเพิงพัก และทำคอกวัวกลางป่า เพราะพื้นที่นาหน้าฝนเป็นฤดูปลูกข้าว ใครมีฝูงสัตว์เกินกว่า 10 ตัวมักจะต้อนเข้าป่าและแวะไปดูเป็นครั้ง จนกว่าฤดูเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง ฝูงสัตว์ก็จะได้กลับมาเดินเล็มหญ้าในนาอีกครั้ง

เจ้าของสัตว์รู้จักป่าดีมาก เขารู้ว่าจะไปตามหาสัตว์เลี้ยงที่ไหน เขาบอกได้ว่ารอยเท้าลักษณะไหนเป็นรอยเท้าของฝูงสัตว์ของเขา บางครั้งเขาแค่ฟังเสียงกระดิ่งก็รู้แล้วว่าเป็นฝูงสัตว์ของเขาหรือไม่ องค์ความรู้เหล่านี้ถ่ายทอดกันผ่านการสัมผัสในวัยเยาว์ ผ่านรุ่นสู่รุ่นจนเกิดเป็นมั่นใจและชำนาญอย่างมาก

ที่ความสูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราพักดื่มน้ำเติมพลังด้วยขนมและข้าวผัดที่เตรียมมาจากบ้าน เรามองดูวิวเห็นภูเขาที่เต็มไปด้วยสีเขียวจากต้นไม้โบกมือทักทายเรา ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า มีคนเชื่ออย่างง่ายดายว่า พวกเราที่นี่ทำลายธรรมชาติ เพียงเพราะอ่านเจอจากหนังสือ ดูข่าว หรือฟังคนนี้คนนั้นเล่า

ไกลออกไปเรามองเห็นดอยสุเทพอย่างชัดเจน ถัดลงไปจากนั้นคงเป็นเมืองเชียงใหม่ที่วุ่นวายมากขึ้นทุกวัน อากาศเป็นพิษมากขึ้นทุกวัน ผมอยากให้เราฟังเสียงลมที่บอกเล่าความจริงด้วยกันจริงๆ

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

 

เสียงจากไฟ

ฟ้าเริ่มมืด จุดหมายยังอีกไกล เราเดินทางต่อ มีโชควิ่งนำไปก่อนอย่างร่าเริง

เราเดินผ่านแนวกันไฟของเรา เดินเลาะลงไปในเขตป่าชุมชนบ่านโป่งสมิต เรามาถึงจุดบวชป่าที่มีผ้าเหลืองมัดตามต้นไม้ บริเวณนี้เคยเป็นไร่ฝิ่นเมื่อครั้งฝิ่นยังเป็นพืชถูกกฎหมาย เมื่อยกเลิกการปลูกฝิ่นก็เอาต้นสนมาปลูกในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม พื้นที่ตรงนี้จึงดูแปลกหน้า การเรียงตัวเป็นแถวเป็นแนวใกล้ชิดของต้นสนทำให้ต้นไม้ชนิดอื่นเติบโตยาก เพราะใบสนเป็นกรด ดินบริเวณนั้นจึงกลายเป็นกรดทั้งหมด

ท่านสุริยนต์แลกเปลี่ยนกับผมว่า ถ้าผมมองต้นไม้แปลกแยก แล้วไม่มองเขาเป็นคนอเมริกันที่แปลกแยกด้วยเหรอ ผมอึ้งไปสักครู่ก่อนจะตอบกลับว่า วิธีการปลูกป่าสนพวกนี้ไม่ได้เข้าใจธรรมชาติของป่าแถบนี้ และสนที่ปลูกก็ไม่ใช่สนธรรมชาติ การปลูกสนเป็นแถวเป็นแนวในป่าลึกแบบนี้อันตรายมาก เพราะใบสนที่ทับถมกันปีแล้วปีเล่าไวต่อไฟมาก เวลาเกิดไฟป่าชาวบ้านจึงปะทะโดยตรงไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาด้วยการทำแนวกันไฟ

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่ ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

การมาของสนปลูกใหม่ไม่ต่างไปจากคนผิวขาวที่เข้าไปรุกรานชนเผ่าพื้นเมือง จนกลายเป็นความเจ็บปวดเรื่องหนึ่งของประวัติศาสตร์บนโลก แต่ท่านสุริยนต์ไม่ใช่คนต่างชาติ เขาคือเพื่อนมนุษย์ของผมคนหนึ่ง

เราเดินจนมืดและคล้ายว่าจะหลง ท่านสุริยนต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู Google Maps ปรากฏเป็นทางเมื่อครั้งมีการตัดถนนเพื่อเข้ามาปลูกป่า ร่องรอยถนนยังคงชัดเจน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เราหลงทาง!!!

ฝนเริ่มโปรยปราย เราเลาะแหวกพงหญ้าและหนามที่เรียงชิดติดกันราวกับม่านท่ามกลางความมืด โชคดีที่เราเตรียมไฟฉายส่องทาง สักพักผมได้ยินเสียง โอ๊ย คงไม่ใช่บุคคลที่สามอย่างแน่นอน เพราะท่านสุริยนต์ร่วงลงไปกองกับพื้น ผมพยุงเพื่อนลุกขึ้น ส่วนมีโชคก็พลัดหลงกับเรา ผมเรียกมันอยู่นาน ผมมั่นใจว่ามันไม่หลง เพียงแต่ทางรกขนาดนั้นคงยากสำหรับมันเหมือนกัน

เราทะลุออกมาตรงทางเดิน ท่านสุริยนต์ยังคงคิดถึงจุดหมาย แต่ผมขอร้องให้เราปักเต็นท์กันเพราะขาผมเริ่มออกอาการงอแงแล้ว และไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหนของป่า การหยุดพักสำหรับค่ำคืนนี้คงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดแล้ว

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

 

เสียงจากผืนดิน

เราตัดสินใจปักเต็นท์ใต้ต้นสน หลังจากแน่ใจว่าจะไม่มีกิ่งไม้ผุพังหล่นใส่ตอนกลางคืน ผมเอากระเป๋าเข้าไปในเต็นท์ล้มตัวลงนอนบนที่นอนที่สุดแสนจะวิเศษ กลางคืนมีเสียงฝนโปรยลงมาเบาๆ มีโชคได้ที่นอนใต้ก้อนหินใหญ่ คืนนี้ไม่มีดาว มีแต่ดินที่รองรับ 3 ชีวิตด้วยความเมตตา ผมขออนุญาตนอนหลับฝันดีตรงนี้นะครับ ผมบอกกับดินแถวนั้นก่อนจะหลับยาวถึงเช้า

เช้าๆ คงไม่มีอะไรน่าทำไปกว่าการก่อไฟ แต่ฝนตกไม้เปียก โชคดีที่เราแกะเปลือกสนตามต้นที่เหมือนเกล็ดปลามาใช้แทนฟืนได้ ผมต้มกาแฟเป็นอย่างแรก เป็นกาแฟที่แม่ปลูกไว้ในสวน ต้มด้วยหม้อต้มเลเบอนิสเท่ ผมแบ่งกับท่านสุริยนต์ แล้วต้มมาม่า ปิ้งมันฝรั่ง ถั่วเน่าแผ่น กินกับข้าวที่เหลือจากตอนเย็น ผมเอาข้าวใส่ใบไม้แล้วพึมพำประมาณว่า เจ้าป่าเจ้าเขาครับ ขอบคุณที่ดูแลเรา ขอให้เราเดินทางราบรื่นปลอดภัยนะครับ

ไม่น่าเชื่อว่ามื้อเช้าของเราในป่า ใต้ต้นสน ใต้หมอก ตีนถ้ำ เป็นมื้อที่อร่อยมากมื้อหนึ่งในรอบหลายวันของผม เราแบ่งกันกินอย่างสบายใจ มีโชคดูไม่ค่อยสบาย อาจจะเพราะตากฝนเมื่อคืน ผมเลยชวนมันเข้ามาห่มผ้าในเต็นท์เพื่อความอบอุ่น

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

 

เธอได้ยินอะไรบ้าง

เสียงลมพัดสายฝนจนใบสนแกว่งไกว เม็ดฝนหยดลงบนดิน ควันจากกองไฟลอยไปเป็นหมอกหนา ผมไม่คิดถึงปลายทางอีกแล้ว ผมไม่ได้ยินเสียงเรียกของถ้ำหรือยอดเขาอีกแล้ว ผมนอนพักแนบดินและรับรู้ถึงความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนปกาเกอะญอ ซึ่งบรรพบุรุษช่วยดูแลรักษาผืนป่าไว้ให้ผมได้เข้ามาสัมผัสธรรมชาติ

ถ้าบรรพบุรุษบอกอะไรกับคนรุ่นหลังได้ คงไม่มีอะไรมากไปกว่าให้เราดูแลโลกของเราที่มีแค่ใบเดียวเท่านั้น โลกที่กำลังร้องไห้ดังในจิตใจของเรา เป็นเสียงสะท้อนจากส่วนลึกข้างในที่ไม่สามารถได้ยินด้วยหู แต่ขอให้เราใช้หัวใจรับฟัง เราจะได้ยินเสียงพูดคุยของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังแตกหัก อุณหภูมิร้อนอบอ้าวที่แดนอาทิตย์อุทัยพูดคุยกับเราผ่านร่างที่ไร้วิญญาณ ภูเขาพูดกับเราด้วยไฟ แผ่นดินบอกเราด้วยมวลน้ำมหาศาลที่ล้นทะลัก

ยังไม่นับภาษาคน ภาษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ร้องขอชีวิต ร้องขอความเมตตาที่เราควรจะหยิบยื่นให้กันเท่าที่คนคนหนึ่งจะให้ได้ เราปล่อยให้เศรษฐกิจ การเมือง ผลประโยชน์ ล่มสลายได้ แต่ต้องไม่ใช่โลกใบเดียวของเรา

ปกาเกอะญอ, เข้าป่า, หลงป่า, บันทึกการเดินทาง, เดินป่า เชียงใหม่

ภาพ: โอชิ จ่อวาลู

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load