หมอกควันเริ่มจางลง ได้เห็นฟ้าใสๆ ในตอนเช้า และก้อนเมฆในตอนเย็นที่ชัดขึ้น ลมหายใจของเราทุกชีวิตขึ้นอยู่กับต้นไม้ทั้งหลายบนภูเขาจริงๆ

คงไม่ใช่ใครอื่นที่ต้องรับผิดชอบกับปัญหาหมอกควันและมลพิษที่เกิดขึ้น เราทุกคนบนโลกใบนี้นี่เองที่มีส่วนสร้างปัญหาจากการอยู่การกินในทุกๆ วันของเรา

ทุกครั้งที่เรากินลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยว เราได้ตัดต้นไม้ลงอย่างไม่รู้ตัว หมูไก่เป็ดจากโรงงานขนาดใหญ่ต้องการอาหารจำนวนมาก และการปลูกข้าวโพดแบบเกษตรเชิงเดี่ยวต้องการพื้นที่จำนวนมหาศาลในการผลิตอาหารป้อนให้โรงงานเหล่านั้น ก่อนจะเข้าปากเราอีกที

ยุคสมัยที่พาเราเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้นทำให้ประชากรบนโลกส่วนหนึ่งสูญเสียเวลาและความสามารถในการผลิตอาหารเอง เราจึงต้องมีคนปลูกผักแทนเรา เลี้ยงสัตว์ขายเนื้อให้เรากิน แต่พวกเขาไม่ใช่เกษตรกรรายเล็กหรือนักปลูกผักในเมือง พวกเขาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อาสาเลี้ยงดูเรา

ทุกครั้งที่ลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวถูกเรากัดกิน เราจึงกลืนกินผืนป่าลงไปด้วย เราได้ช่วยกันอุ้มชูคนเพียงหยิบให้ร่ำรวยขึ้นและผืนป่าก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ส่วนเราก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อความอยู่รอดต่อไป

ลูกชิ้นที่กลิ้งตกพื้น สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน!

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

อเมริกันดรีม ฝันของเราหรือหรือฝันของใคร

ทุกปีมักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเสมอ ถึงแม้จะมีการทำแนวกันไฟก็ตามที ขณะนี้หลายชุมชนชาวบ้านกำลังต่อสู้กับไฟที่ลุกลามในหลายพื้นที่อย่างไม่ลดละ เพื่อให้ลำธารน้อยใหญ่ในภูเขายังไหลไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และต้นไม้ที่ยืนเด่นตระหง่านเป็นสักขีพยานว่าคนคือส่วนหนึ่งของป่าและดูแลป่าได้ ต้นไม้ไม่เคยลดละที่หยุดผลิตออกซิเจนให้เรา ยังคงมอบความรักให้เราเหมือนยังเชื่อในตัวมนุษย์ตัวเล็กๆ ว่า ทางออกและความหวังยังมีเสมอ เพียงแต่พวกเราอาจจะต้องฟังเสียงของป่า

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ในโอกาสที่มาเมืองไทย มานิช เจน และ มาดุร์ แวะมาหาผม หลังจากที่เราพบกันครั้งสุดท้ายที่เมืองราชาสถาน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว มานิช เจน วัย 50 ปี เติบโต เล่าเรียน และทำงาน ในอเมริกากว่า 25 ปี เขาเคยทำงานในธนาคารโลก โครงการเอดส์แห่งประชาชาติ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก และองค์กรขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง

วันหนึ่งเขาค้นพบว่าเขาไม่ได้มีความสุขนักที่อเมริกา เพราะเขาเห็นความไม่ชอบมาพากลของระบบที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะความทุกข์ใจของคนในสังคมที่กระหายความสำเร็จ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านและก่อตั้งสร้างมหาวิทยาลัยสุวาราช มหาวิทยาลัยผิดกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ของเขา ความฝันของเขาคือ อยากสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของระบบการศึกษากระแสหลัก และการตั้งคำถามกับโครงสร้างของระบบทั้งหลายที่เราควรได้พูดถึงอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะปักใจเชื่อในอะไรสักอย่าง

มานิชเติบโตมากับการนับถือศาสนาเจน เขาจึงไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินแม้กระทั่งหัวเผือก หัวมัน กระเทียม หัวหอม หรือพืชที่ต้องถูกกระชากออกมาจากดิน ตามหลักความเชื่อของศาสนาเจน พืชเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิต ส่วนมาดุร์ หนุ่มวัย 24 ปีดูจะเคร่งน้อยลงมาหน่อย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

‘น้ำกินที่นี่มาจากไหน’ พี่มานิชถาม

เราไปดูต้นน้ำที่ชาวบ้านหนองเต่าช่วยกันดูแลกัน ตอนนี้น้ำยังคงไหลตามปกติ หน้าร้อนจะมีน้ำน้อยลงแต่ก็เพียงพอสำหรับชุมชน พวกเรานั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีเสียงลำธารและนกร้องให้ความผ่อนคลายกับเรามากทีเดียว 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเดินเท้าเปล่ากลับ มีหนามทิ่มแทงฝ่าเท้าบ้างระหว่างทาง แต่ก็มันคุ้มค่าทุกครั้งเสมอ อาจจะเพราะเราทุกคนคือคนป่า คนที่ต้องอาศัยป่าในการหายใจ น้ำและอาหารที่มาจากดิน และพลังจากป่านั้นพิเศษเหลือเกิน

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

เรากลับมานั่งคุยกันต่อที่บ้าน มานิชเล่าให้ฟังว่า ปัญหาที่เรากำลังเผชิญมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าคือ เราถูกล่าอาณานิคมทางความคิด ถูกทำให้ไม่เป็นอิสระอีกต่อไป เราต้องไปโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน สอนให้เราตักตวง เอาเปรียบ และเราทั้งหลายต่างกำลังเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ระบบการศึกษากระแสหลักสามารถเป็นระบบอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดได้เลย

เรารู้สึกสั่นคลอนและไม่มั่นคงเมื่อไหร่ที่เราไม่มีเงิน เราอยู่ในสังคมที่ไม่ไว้ใจกัน นี่คือสิ่งที่มานิชเรียกว่า อเมริกันดรีม โลกแห่งความฝันที่เราทุกคนกำลังเข้าไปเรียนรู้มัน ออกมาจากความฝันนี้ให้ได้โดยเร็ว

เขามองไปที่ภูเขาพลางเล่าต่อว่า ต้นไม้เหล่านั้นอาจจะกำลังบอกว่าให้เรายิ้ม ต้นไม้อาจกำลังหัวเราะ และกำลังเชียร์เราให้ไม่หมดหวังในตัวมนุษย์ มนุษย์ต่างหากที่หมดหวังในตัวเอง ต้นไม้อาจกำลังบอกเราว่าอย่าวิตกจนเกินไป หัวเราะออกมา

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

มานิชยังมีความหวังกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ถึงแม้เปลือกนอกของวัฒนธรรมดั้งเดิมอาจจะเปลี่ยนไป หรือหล่นหายไปบ้าง แต่สิ่งยืนยันว่าแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่เราสามารถดูได้จากชุมชนที่สงบ ปลอดภัย การให้ การแบ่งปันช่วยเหลือกัน การไว้วางใจกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรายังได้เห็นต้นไม้ แม่น้ำที่ยังคงไหลไม่ขาดสาย ยังคงมีชีวิตอยู่กับเรา

มานิชเล่าต่อว่า ชีวิตคือของขวัญจากธรรมชาติงดงามและศักดิ์สิทธิ์เสมอ เมื่อเรากลับมาสร้างสังคมแห่งการเป็นผู้ให้ เราจะค้นพบความสุขอีกครั้ง เมล็ดพันธ์ุแห่งการให้อยู่ข้างในเราทุกคน

การให้ คือเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่เราต้องให้ความสนใจ เพราะมันคือการเชื่อมเราเข้าด้วยกันอีกครั้ง

ทุกวันนี้มานิชถูกเชิญให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ ในเวทีนานาชาติ เขาบอกว่าสิ่งที่เขาพูดอาจจะสุดโต่ง แต่นั่นจะทำให้คนได้เห็นทางสายกลางจริงๆ บ่อยครั้งการประนีประนอมเกินไปไม่ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่เจตนาลึกคือการสร้างพื้นที่การพูดคุยให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด ถึงแม้เราอาจจะเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่เมื่อการพูดคุยจบลง ก็ควรกอดกันเพื่อให้เมล็ดพันธ์แห่งการพูดคุยได้เติบโตต่อไป มานิชทิ้งท้าย

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ความฝันเก่าๆของคนรุ่นใหม่

มาดุร์ วัย 24 ปี หลังจากจบมัธยมปลาย เขาตัดสินใจหยุดเรียนและพาตัวเองออกเดินทางตามภาคในอินเดีย เขาเชื่อว่ามันจะทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่เขาแสวงหาจริงๆ หลังจากผ่านไป 2 ปีเขาตัดสินใจกลับมาช่วยพ่อที่ลาออกจากการสอนในมหาวิทยาลัยด้วยวัย 45 ปี เพราะเบื่อและอยากใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่มีทำในสิ่งตัวเองรักและเป็นประโยชน์จริงๆ

ครอบครัวของมาดุร์เปิด Sehatvan Bhopal ศูนย์สุขภาพองค์รวมที่ให้การเยียวยาฟื้นฟูผู้ป่วยที่เน้นการหลักการทำงานของธรรมชาติ เชื่อในความสามารถของร่างกายที่มีระบบฟื้นฟูตัวเอง ศูนย์ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ถึงแม้ผู้มารับการรักษาส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนและผู้ใหญ่ แต่กลุ่มเป้าหมายที่ทางศูนย์อยากทำงานด้วยมากที่สุดคือ คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวเองในการป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งเกิดจากการบริโภคและการใช้ชีวิตที่ที่เปลี่ยนไป

หลักคิดสำคัญของศูนย์คือ ลดการพึ่งพาการใช้ยาทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรในการรักษา และหันกลับมาเชื่อมั่นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายมีความสามารถในการเยียวยาตัวเอง สิ่งที่เราทำได้เลยคือการนำภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนกลับมาใช้ เช่น การพาตัวเองกลับไปหาธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร การกิน ให้ร่างกายได้ทำงานอยู่เสมอ การดูแลจิตใจให้เบิกบาน

ปัจจัยเสี่ยงที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้คือ

  1. ทัศนคติในการใช้ชีวิต ความคิดความเชื่อที่เราต้องสะสม ต้องการเป็นคนที่มั่งมี จะทำให้เรากลัวที่จะสูญเสีย ซึงส่งผลทางจิตและส่งเสริมให้เรามีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพต่อของเรา
  2. สารเสพติดในอาหาร อาหารจำนวนมากที่เราบริโภคทุกวันนี้ทุกผลิตมาเพื่อให้ถูกปากเราจนเราไม่สามารถหยุดกินได้ บริษัทที่ผลิตอาหารจงใจให้เราติดใจรสชาติอาหาร เพื่อจะได้ขายทำกำไรโดยมีร่างกายของเราเป็นเดิมพัน สาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์มาจากการกินมากกว่าการก่อการร้ายเสียอีก
  3. อินซูลิน ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นไขมัน ถ้าเราบริโภคน้ำตาลมากร่างกายก็จะผลิตอินซูลินมากขึ้นซึ่งส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและโรคอื่นก็จะตามมาในภายหลัง

อาการป่วยส่วนใหญ่ที่ทางศูนย์กำลังให้การรักษาคือความดัน เบาหวาน ไทรอยด์ การลดน้ำหนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ มาดุร์อธิบายต่อว่า ปัญหาสุขภาพของเราทุกวันนี้คือ เรารักษาอาการของโรค อาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยการใช้ยา แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การกิน การบริโภค สัตว์หลายชนิดมีความสามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพื่อความอยู่รอด แต่มนุษย์เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมากกว่าการปรับตัว ซึ่งขัดต่อกลไกของธรรมชาติซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์และของโลกด้วยเช่นกัน

จีฟวัน หรือ ชีวัน ในภาษาฮินดีหมายถึง ชีวิต เมื่อดูความหมายของทั้งสองคำเราจะพบว่า

จีฟ หมายถึง สิ่งมีชีวิต

วัน หมายถึง ป่า

ป่าหรือธรรมชาติจึงเป็นรากฐานสำคัญของสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างที่บรรพบุรุษได้กล่าวไว้กันว่า

ออ ที เก่อ ตอ ที เอาะ ก่อ เก่อ ตอ ก่อ

ได้กินจากป่า จงดูแลป่า ได้กินจากน้ำ ให้รักษาน้ำ

การใช้และรู้จักดูแลเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและทันสมัย เหมือนความรักของต้นไม้ที่ยังล้ำสมัยเสมอ และเป้าหมายการมีชีวิตของต้นไม้นั้นสูงขึ้นตามกาลเวลาด้วยการให้อย่างไม่ลดละ การให้ทั้งชีวิตความหวังต่อมนุษย์และยังเชื่อมั่นว่ามนุษย์ก็มีความสามารถในการรดน้ำพรวนดินให้กับเมล็ดพันธ์ุแห่งการให้ได้เช่นกัน

ต่าบลึ๊

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

ปกาเกอะญอ, ศูนย์สุขภาพ

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

Lazy Man College

เรื่องราวการอยู่ร่วมกันของชาวปกาเกอะญอกับธรรมชาติ

 ห่อโข่ ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ที่ที่เราทุกคนร้องไห้

การร้องไห้เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่เราทุกคนบนโลกล้วนเคยประสบพบเจอในชีวิต แม้เราจดจำเสียงร้องไห้ครั้งแรกของเราในวันที่ลืมตาดูโลกไม่ได้ ทารกบางคนถูกตีก้นหากชักช้าไม่ยอมร้องไห้ให้หมอตำแยสมัยใหม่ฟัง หลังจากการร้องไห้ครั้งนั้น เราได้เริ่มต้นมีชีวิตบนโลกใบนี้ที่หมุนมาช้านานและกำลังหมุนต่อไป

‘ห่อโข่’ แปลว่า ดิน โลก และที่ร้องไห้ การร้องไห้เป็นภาษาแรกของมนุษย์ทุกคน ทุกเผ่าพันธุ์บนโลก ยังไม่มีบันทึกไหนบอกว่ามีเด็กลืมตาดูโลกแล้วหัวเราะ อาจมีบ้างที่มีเด็กน้อยยิ้ม แต่มันจะเกิดหลังจากร้องไห้ ภาษาสากลนี้จึงเหมาะที่สุดแล้วสำหรับความเชื่อบรรพบุรุษของปกาเกอะญอ ผู้เรียกขานดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ว่าห่อโข่ หรือที่ที่เราทุกคนร้องไห้

ปกาเกอะญอเชื่อว่า ห่อโข่ คือดาวโลก ที่ที่ทุกคนร้องไห้ เพราะน้ำตาบอกว่าเรามีชีวิต

วาระที่หนึ่ง

การเกิดมาแล้วร้องไห้ทันที แปลว่าการเดินทางบนโลกใบนี้มันไม่ใช่เรื่องสนุกนัก เราต้องพบเจอความยากลำบากไม่มากก็น้อย ไม่ช้าก็เร็วเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ก็มีเรื่องราวที่มอบรอยยิ้มและความสุขใจให้เราได้เช่นกัน อย่างเด็กๆ ใช้การร้องไห้เป็นเครื่องมือในการได้มาซึ่งของเล่น ขนม หรืออะไรก็ตามที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า 

เมื่อครั้งพ่อแม่พาไปยังแหล่งที่มีของเล่นเด็ก เด็กบางคนขอผู้ปกครองด้วยวาจาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ก็ได้ของที่หมายปองมาครองครองอย่างราบรื่น แต่คงมีเด็กจำนวนมากที่อาจต้องสวมบทบาทนักแสดง ด้วยการเปล่งเสียงร้องและรีดน้ำตาออกมา ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จ ก็ยังมีไม้ตายสุดท้ายด้วยการลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้น ซึ่งใช้ได้ผลอยู่บ่อยๆ แต่พอโตขึ้นมาหน่อยอาจจะต้องใช้วิธีอื่นๆ ที่เหมาะกับวัยมากขึ้น นี่ก็เป็นความยากลำบากน้อยๆ ของผู้ปกครองเช่นเดียวกับลูกๆ ที่ต้องฝึกฝนไม้ตายไว้ใช้ยามจำเป็น

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ความเชื่อ ของปกาเกอะญอ ต่อ ห่อโข่ หรือโลกที่เราอาศัย และการร่ำไห้ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่

จึงมีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า เด็กได้มาด้วยการร้องไห้ ผู้ใหญ่ได้มาด้วยเล่ห์กล และวัยเด็กนี้เองเป็นวัยที่หอมที่สุด ความหอมเป็นกลิ่นและบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา เราสังเกตได้จากบ้านที่มีเด็กอยู่ มักมีเสียงเพลงของพ่อแม่ที่กล่อมลูกน้อย เสียงที่ญาติๆ ข้างบ้านไปแสดงความเอ็นดูเจ้าตัวน้อย เสียงหัวเราะและเสียงร้องเพลงของเด็กน้อยที่โตขึ้นมาหน่อย ช่วยหล่อเลี้ยงบรรยากาศของบ้านให้อบอวลไปด้วยความสดใสด้วยพลังงานของเด็ก ช่วยให้ผู้ใหญ่ยิ้มได้และรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดของการงาน เด็กจึงเนื้อหอมที่สุดในบ้าน

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่ผู้ใหญ่กำลังถกเถียงกันเรื่องกำจัดปีศาจตัวหนึ่งที่เข้ามารุกรานหมู่บ้าน ทำให้ผู้คนเดือดร้อน ล้มป่วย และสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว ผู้ใหญ่ประชุมหารือกัน 7 วัน 7 คืนบนบ้าน แต่ก็หาทางออกไม่เจอ เด็กๆ ที่กำลังเล่นกันตามประสาเด็กใต้ถุนบ้านได้ยินเสียงผู้ใหญ่ถกเถียงกันอย่างจริงจัง จนรู้สึกว่ามันรบกวนการเล่นของพวกเขา เด็กคนหนึ่งในนั้นจึงขึ้นไปบนบ้าน แล้วยื่นปืนลมที่ทำจากไม้ไผ่ของตัวเอง และบอกกับผู้ใหญ่ว่าให้ล่อปีศาจเข้ามาในปืนลมของเขา ครั้นปีศาจเข้าไปแล้วให้เอาขี้ผึ้งอุดหัวท้ายของปืนลมแล้วเอาไปเผา ปีศาจก็จะไม่โผล่มาอีก

ทางออกที่ง่ายราวกับปอกกล้วยกินของเด็ก สำหรับผู้ใหญ่แล้วมันเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเท่านั้นเอง แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้ผู้ใหญ่ต้องคิดใหม่ ผู้ใหญ่คิดมากไป คิดซับซ้อนเกินไป จึงไม่แปลกที่เจ้าชายน้อยจะไม่ค่อยเข้าใจพวกผู้ใหญ่นัก

การร้องไห้วาระแรกนี้เป็นการร้องไห้พื่อต้อนรับเริ่มต้นการมีชีวิตในโลก ซึ่งวัยเด็กนี้เอง น่าจะเป็นวัยที่พวกเราหลายคนยกมือสนับสนุนเห็นด้วยว่า วัยเด็กคือวัยที่เรามีความสุขมากที่สุด

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ความเชื่อ ของปกาเกอะญอ ต่อ ห่อโข่ หรือโลกที่เราอาศัย และการร่ำไห้ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่

วาระที่สอง

การดีใจก็ทำให้เราร้องไห้ได้เช่นกัน บ่อยครั้งที่เราเห็นนักกีฬาหลั่งน้ำตาในโอกาสที่ได้รับชัยชนะ หลังการแข่งขันจบสิ้นลง การบากบั่นฝึกฝนมาทั้งปีได้รับผลตอบแทนที่มีค่าต่อจิตจากมากมาย เช่นเดียวกับฝ่ายที่ปราชัยก็ร่ำไห้เสียใจที่พลาดหวังในการแข่งขันทั้งๆ ที่ก็ฝึกฝนไม่น้อยไปกว่ากัน ความรักมีพลังมหาศาลที่จะปลดปล่อยน้ำตาอุ่นๆ ไหลมาอาบแก้มของใครต่อมากมาย ความผิดหวังจากความรักนำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างถึงที่สุดนี่เอง ที่เปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่งกลายเป็นอีกคนไปเลย

วาระที่สาม

การจากลาดูจะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ร้องไห้มากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะการจากลาที่ไม่มีวันได้พบเจอกันอีก คนสมัยก่อนเชื่อว่านอกจากโลกใบนี้แล้ว ยังมีโลกอีก 4 ใบทับซ้อนกันอยู่ คือ โลกที่เรากำลังอยู่ โลกวิญญาณ โลกแห่งความตาย โลกนรก โลกสวรรค์ ในบรรดาโลกทั้งห้านี้มีการร้องไห้ให้ได้ยิน และทุกโลกต่างหมุนโคจรไปกับเราทุกขณะทุกวัน หากเราดีใจ อิ่มใจ หรือรู้สึกสงบ ก็บอกได้เลยว่า เรากำลังอยู่ในโลกสวรรค์ แต่ถ้าเราทุกข์ใจ ก็บอกได้ทันทีเช่นกันว่าเรากำลังย่ำไปในโลกของนรก ส่วนคนที่เมาสุรา อาจจะกำลังท่องเที่ยวไปในโลกแห่งวิญญาณ เพราะร่างกายที่อ่อนเอนทรงตัวไม่มั่นคงนั้น อาจเหลือความเป็นมนุษย์เพียงครึ่งเดียว ในแต่ละวันเราอาจจะท่องเที่ยวไปมาจนครบทั้งห้าโลกก็ได้

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ความเชื่อ ของปกาเกอะญอ ต่อ ห่อโข่ หรือโลกที่เราอาศัย และการร่ำไห้ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น

โลกไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวลำพัง โลกต้องการผู้ที่คอยช่วยเหลืออย่างดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างมายังโลก ทำให้โลกนั้นมีชีวิต มีความหวัง 

‘หมื่อหล่า’ แปลตรงตัวว่า ใบของดวงอาทิตย์ มีความหมายว่า ‘ความหวัง’ ตราบใดที่โลกยังมีดวงอาทิตย์ เราก็จะยังมีความหวัง ต่อให้บางยุคบางสมัยยากลำบาก ในการประกอบพิธีกรรม คนสมัยก่อนจะเอ่ยขอบคุณฟ้าดินเพื่อระลึกถึงบุญคุณของธรรมชาติที่ได้ดูแลมนุษย์ให้อยู่รอดปลอดภัยในทุกฤดูทุกปี ที่เราอยู่รอดปลอดภัยได้ทุกวันนี้ นอกจากเป็นเพราะการเรียนรู้ที่จะปรับตัวของเราแล้ว ส่วนสำคัญคือการบิดตัวถ้อยทีถ้อยอาศัยของโลกที่พอเหมาะพอดี

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ความเชื่อ ของปกาเกอะญอ ต่อ ห่อโข่ หรือโลกที่เราอาศัย และการร่ำไห้ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่

ทุกๆ วันมีก้อนอุกกาบาตโคจรมาชนกับโลกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยชั้นบรรยากาศของโลกนี้เอง ช่วยปกป้องให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่เกิดกับเรา หากก้อนอุกกาบาตเหล่านั้นทะลวงชั้นบรรยากาศโลกเข้ามาได้ โลกอาจจะเจ็บปวดโดยที่เราไม่รู้เลย

หรือการรักษาสมดุลและจัดวาง วงแหวนแห่งไฟที่เป็นรอยแยกของเปลือกโลก ซึ่งทอดยาวตามแนวชายฝั่งในมหาสมุทรแปซิฟิก เก็บภูเขาไฟและระเบิดเวลาของการเกิดแผ่นดินไหว เราในฐานะมนุษย์แทบจะบังคับอะไรไม่ได้เลย หากเกิดอะไรขึ้นแบบกะทันหัน

แต่เพราะความรักของดวงดาวที่ร้องไห้ ซึ่งมอบความรักที่ยิ่งใหญ่ เป็นความรักที่ไร้กาลเวลา ต่อให้เราจะตัดต้นไม้มาสร้างบ้าน ต้นไม้ไม่เคยห้าม แต่ยังแตกกิ่งก้านใหม่ออกมาให้ร่มเงากับเราอีกครั้ง เราจับปลาในท้องทะเลกิน มหาสมุทรไม่เคยห้าม แถมยังเพิ่มฝูงปลาให้เรา แผ่นดินไม่เคยห้ามเราทำเหมืองแร่ เพื่อให้เราได้นั่งเครื่องบินท่องเที่ยว ส่งจรวดไปดาวอังคาร มีชีวิตอย่างสะดวกสบาย

นอกจากการใส่วันสิ่งแวดล้อมโลกลงในปฏิทิน เพื่อย้ำเตือนให้เราเห็นคุณค่าของโลกใบนี้ การกล่าวขอบคุณฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้เรายังพอนึกภาพที่เราเกี่ยวข้องกับโลกและจักรวาลได้บ้าง คนรุ่นก่อนที่เชื่อว่าชีวิตของเราขึ้นตรงต่อแรงหมุนของโลก และเราต้องยอมรับและหมุนไปกับฤดูกาลของโลกที่หมุนเปลี่ยนไป

กินน้ำ ให้รักษาชีวิตของน้ำ ใช้ดิน ให้ดูแลชีวิตของโลก

คือถ้อยคำสั้นๆ ที่คนรุ่นก่อนฝากไว้ให้เรา เพื่อที่เราจะยังมีความหวังต่อไป ในวันที่เราต่างได้ยินเสียงสะอื้นจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้

ฟ้าเจ็ดซ้อนดินเจ็ดชั้น ความเชื่อ ของปกาเกอะญอ ต่อ ห่อโข่ หรือโลกที่เราอาศัย และการร่ำไห้ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่

Writer & Photographer

โอชิ จ่อวาลู

นักการภารโรงที่ Lazy man College ผู้กำลังหัดเขียนเล่าเรื่อง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load